📜

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

ทีฆนิกาเย

มหาวคฺคฏีกา

๑. มหาปทานสุตฺตวณฺณนา

ปุพฺเพนิวาสปฏิสํยุตฺตกถาวณฺณนา

. ยถาชาตานํ กเรริรุกฺขานํ ฆนปตฺตสาขาวิฏเปหิ มณฺฑปสงฺเขเปหิ สฺฉนฺโน ปเทโส ‘‘กเรริมณฺฑโป’’ติ อธิปฺเปโต. ทฺวาเรติ ทฺวารสมีเป. ทฺวาเร ิตรุกฺขวเสน อฺตฺถาปิ สมฺา อตฺถีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. กถํ ปน ภควา มหาคนฺธกุฏิยํ อวสิตฺวา ตทา กเรริกุฏิกายํ วิหาสีติ? สาปิ พุทฺธสฺส ภควโต วสนคนฺธกุฏิ เอวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนฺโตเชตวเน’’ติอาทิมาห. สลฬาคารนฺติ เทวทารุรุกฺเขหิ กตเคหํ. ปกติภตฺตสฺส ปจฺฉโตติ ภิกฺขูนํ ปากติกภตฺตกาลโต ปจฺฉา, ิตมชฺฌนฺหิกโต อุปรีติ อตฺโถ. ปิณฺฑปาตโต ปฏิกฺกนฺตานนฺติ ปิณฺฑปาตโภชนโต อเปตานํ. เตนาห ‘‘ภตฺตกิจฺจ’’นฺติอาทิ.

มณฺฑลสณฺานา มาฬสงฺเขเปน กตา นิสีทนสาลา ‘‘มณฺฑลมาฬ’’นฺติ อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘นิสีทนสาลายา’’ติ. ปุพฺเพนิวาสปฏิสํยุตฺตาติ เอตฺถ ปุพฺพ-สทฺโท อตีตวิสโย, นิวาส-สทฺโท กมฺมสาธโน, ขนฺธวินิมุตฺโต จ นิวสิตธมฺโม นตฺถิ, ขนฺธา จ สนฺตานวเสเนว ปวตฺตนฺตีติ อาห ‘‘ปุพฺเพนิวุตฺถกฺขนฺธสนฺตานสงฺขาเตน ปุพฺเพนิวาเสนา’’ติ. โยเชตฺวาติ วิสยภาเวน โยเชตฺวา. ปวตฺติตาติ กถิตา. ธมฺมูปสํหิตตฺตา ธมฺมโต อนเปตาติ ธมฺมี. เตนาห ‘‘ธมฺมสํยุตฺตา’’ติ.

อุทปาทีติ ปทุทฺธาโร, ตสฺส อุปฺปนฺนา ชาตาติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ตํ ปนสฺสา อุปฺปนฺนาการํ ปาฬิยํ สงฺเขปโตว ทสฺสิตํ, วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘อโห อจฺฉริย’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ เก อนุสฺสรนฺติ, เก นานุสฺสรนฺตีติ ปททฺวเย ปมํเยว สปฺปปฺจนํ, น อิตรนฺติ ตเทว ปุคฺคลเภทโต, กาลวิภาคโต, อนุสฺสรณาการโต, โอปมฺมโต นิทฺทิสนฺเตน ‘‘ติตฺถิยา อนุสฺสรนฺตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อคฺคปฺปตฺตกมฺมวาทิโนติ สิขาปฺปตฺตกมฺมวาทิโน ‘‘อตฺถิ กมฺมํ อตฺถิ กมฺมวิปาโก’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๒๓๔) เอวํ กมฺมสฺสกตาาเณ ิตา ตาปสปริพฺพาชกา. จตฺตาลีสํเยว กปฺเป อนุสฺสรนฺตีติ พฺรหฺมชาลาทีสุ (ที. นิ. ๑.๓๓) ภควตา ตถา ปริจฺฉิชฺช วุตฺตตฺตา. ตโต ปรํ น อนุสฺสรนฺตีติ ตถาวจนฺจ ทิฏฺิคโตปฏฺกสฺส เตสํ าณสฺส ปริทุพฺพลภาวโต.

สาวกาติ มหาสาวกา เตสฺหิ กปฺปสตสหสฺสํ ปุพฺพาภินีหาโร. ปกติสาวกา ปน ตโต อูนกเมว อนุสฺสรนฺติ. ยสฺมา ‘‘กปฺปานํ ลกฺขาธิกํ เอกํ, ทฺเว จ อสงฺขฺเยยฺยานี’’ติ กาลวเสน เอวํ ปริมาโณ ยถากฺกมํ อคฺคสาวกปจฺเจกพุทฺธานํ ปุฺาณาภินีหาโร, สาวกโพธิปจฺเจกโพธิปารมิตาสมฺภรณฺจ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ทฺเว อคฺคสาวกา…เป… กปฺปสตสหสฺสฺจา’’ติ. ยทิ โพธิสมฺภารสมฺภรณกาลปริจฺฉินฺโน เตสํ เตสํ อริยานํ อภิฺาาณวิภโว, เอวํ สนฺเต พุทฺธานมฺปิสฺส สปริจฺเฉทตา อาปนฺนาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘พุทฺธานํ ปน เอตฺตกนฺติ ปริจฺเฉโท นตฺถิ, ยาวตกํ อากงฺขนฺติ, ตาวตกํ อนุสฺสรนฺตี’’ติ ‘‘ยาวตกํ เนยฺยํ, ตาวตกํ าณ’’นฺติ (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. ๘๕; ปฏิ. ม. ๓, ๕) วจนโต. สพฺพฺุตฺาณสฺส วิย หิ พุทฺธานํ อภิฺาาณานมฺปิ สวิสเย ปริจฺเฉโท นาม นตฺถิ, ตสฺมา ยํ ยํ าตุํ อิจฺฉนฺติ, เต ตํ ตํ ชานนฺติ เอว. อถ วา สติปิ กาลปริจฺเฉเท กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหาทินา สาติสยตฺตา มหาโพธิสมฺภารานํ ปฺาปารมิตาย ปวตฺติอานุภาวสฺส ปริจฺเฉโท นาม นตฺถิ, กุโต ตนฺนิมิตฺตกานํ อภิฺาาณานนฺติ วุตฺตํ ‘‘พุทฺธานํ…เป… นตฺถี’’ติ.

ขนฺธปฏิปาฏิยาติ ยถาปจฺจยํ อนุปุพฺพปวตฺตมานานํ ขนฺธานํ อนุปุพฺพิยา. ขนฺธปฺปวตฺตินฺติ เวทนาทิกฺขนฺธปฺปวตฺตึ. เตสฺหิ อนุภวนาทิอาการคฺคหณมสฺส สาติสยํ, ตํ สฺาภเว ตตฺถ ตตฺถ อนุสฺสรณวเสน คเหตฺวา คจฺฉนฺตา เอกโวการภเว อลภนฺตา ‘‘น ปสฺสนฺตี’’ติ วุตฺตา, ชาเล ปติตา วิย สกุณา, มจฺฉา วิย จาติ อธิปฺปาโย. กุณฺา วิยาติ ทนฺธา วิย. ปงฺคุฬา วิยาติ ปีสปฺปิโน วิย. ทิฏฺึ คณฺหนฺตีติ อธิจฺจสมุปฺปนฺนิกทิฏฺึ คณฺหนฺติ. ยฏฺิโกฏิเหตุกํ คมนํ ยฏฺิโกฏิคมนํ ขนฺธปฏิปาฏิยา อมุฺจนโต.

เอวํ สนฺเตปีติ กามํ พุทฺธสาวกาปิ อสฺภเว ขนฺธปฺปวตฺตึ น ปสฺสนฺติ, เอวํ สนฺเตปิ เต พุทฺธสาวกา อสฺภวํ ลงฺฆิตฺวา ปรโต อนุสฺสรนฺติ. ‘‘วฏฺเฏ’’ติอาทิ ตถา เตสํ อนุสฺสรณาการทสฺสนํ. พุทฺเธหิ ทินฺนนเย ตฺวาติ ‘‘ยตฺถ ปฺจกปฺปสตานิ รูปปฺปวตฺติเยว, น อรูปปฺปวตฺติ, โส อสฺภโว’’ติ เอวํ สมฺมาสมฺพุทฺเธหิ เทสิตายํ ธมฺมเนตฺติยํ ตฺวา. เอวฺหิ อนฺตรา จุติปฏิสนฺธิโย อปสฺสนฺตา ปรโต อนุสฺสรนฺติ เสยฺยถาปิ อายสฺมา โสภิโตติ (เถรคา. อฏฺ. ๑.๒.๑๖๔ โสภิตตฺเถรคาถาวณฺณนา). โส กิร ปุพฺเพนิวาเส จิณฺณวสี หุตฺวา อนุปฏิปาฏิยา อตฺตโน นิพฺพตฺตฏฺานํ อนุสฺสรนฺโต ยาว อสฺภเว อตฺตโน อจิตฺตกปฏิสนฺธิ ตาว อทฺทส, ตโต ปรํ ปฺจกปฺปสตปริมาเณ กาเล จุติปฏิสนฺธิโย อทิสฺวา อวสาเน จุตึ ทิสฺวา ‘‘กึ นาเมต’’นฺติ อาวชฺชยมาโน นยวเสน ‘‘อสฺภโว ภวิสฺสตี’’ติ นิฏฺํ อคมาสิ. อถ นํ ภควา ตํ การณํ อฏฺุปฺปตฺตึ กตฺวา ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺตานํ อคฺคฏฺาเน เปสิ. ‘‘จุติปฏิสนฺธึ โอโลเกตฺวา’’ติ อิทํ จุติปฏิสนฺธิวเสน เตสํ าณสฺส สงฺกมนทสฺสนํ, เตน สพฺพโส ภเว อนามสิตฺวา คนฺตุํ น สกฺโกนฺตีติ ทสฺเสติ.

ตํ ตเทว ปสฺสนฺตีติ ยถา นาม สรทสมเย ิตมชฺฌนฺหิกเวลาย จตุรตนิเก เคเห จกฺขุมโต ปุริสสฺส รูปคตํ สุปากฏเมว โหตีติ โลกสิทฺธเมตํ, สิยา ปน ตสฺส สุขุมตรติโรหิตาทิเภทสฺส รูปคตสฺส อโคจรตา. น ตฺเวว พุทฺธานํ าตุํ อิจฺฉิตสฺส เยฺยสฺส อโคจรตา, อถ โข ตํ าณาโลเกน โอภาสิตํ หตฺถตเล อามลกํ วิย สุปากฏํ สุวิภูตเมว โหติ ตถา เยฺยาวรณสฺส สุปฺปหีนตฺตา. เตนาห ‘‘พุทฺธา ปน อตฺตนา วา ปเรหิ วา ทิฏฺกตสุตํ, สูริยมณฺฑโลภาสสทิส’’นฺติ จ อาทิ.

ตถา สาวกา จ ปจฺเจกพุทฺธา จาติ. เอตฺถ ตถา-สทฺเทน ‘‘อตฺตนา ทิฏฺกตสุตเมว อนุสฺสรนฺตี’’ติ อิทํ อุปสํหรติ, เตน สปฺปเทสเมว เนสํ อนุสฺสรณํ, น นิปฺปเทสนฺติ นิทสฺเสติ.

ขชฺโชปนกโอภาสสทิสํ าณสฺส อติวิย อปฺปานุภาวตาย. สาวกานนฺติ เอตฺถ ปกติสาวกานํ ปากติกปทีโปภาสสทิสํ. มหาสาวกานํ (เถรคา. อฏฺ. ๒.๒๑ วงฺคีเสตฺถรคาถาวณฺณนาย วิตฺถาโร) มหาปทีโปภาสสทิสํ. เตนาห วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๔๐๒) ‘‘อุกฺกาปภาสทิส’’นฺติ. โอสธิตารโกภาสสทิสนฺติ อุสฺสนฺนา ปภา เอตาย ธียติ, โอสธีนํ วา อนุพลปฺปทายกตฺตา ‘‘โอสธี’’ติ เอวํ ลทฺธนามาย ตารกาย ปภาสทิสํ. สรทสูริยมณฺฑโลภาสสทิสํ สพฺพโส อนฺธการวิธมนโต. อปฏุภาวเหตุโก วิสยคฺคหเณ จฺจลภาโว ขลิตํ, กุณฺิภาวเหตุโก วิสยสฺส อนภิสมโย ปฏิฆาโต. อาวชฺชนปฏิพทฺธเมวาติ อาวชฺชนมตฺตาธีนํ, อาวชฺชิตมตฺเต เอว ยถิจฺฉิตสฺส ปฏิวิชฺฌนกนฺติ อตฺโถ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย.

อสงฺคอปฺปฏิหตํ ปวตฺตมานํ ภควโต าณํ ลหุตเรปิ วิสเย, ครุตเร จ เอกสทิสเมวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ทุพฺพลปตฺตปุเฏ’’ติอาทินา อุปมาทฺวยํ วุตฺตํ. ธมฺมกายตฺตา ภควโต คุณํ อารพฺภ ปวตฺตา ‘‘ภควนฺตํเยว อารพฺภ อุปฺปนฺนา’’ติ วุตฺตํ. ตํ สพฺพมฺปีติ ตํ ยถาวุตฺตํ สพฺพมฺปิ ปุพฺเพนิวาสปฏิสํยุตฺตํ กถํ. ติตฺถิยานํ, สาวกานฺจ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสรณํ ภควโต ปุพฺเพนิวาสานุสฺสรณสฺส หีนุทาหรณทสฺสนวเสเนตฺถ กถิตํ. เอวฺหิ ภควโต มหนฺตภาโว วิเสสโต ปกาสิโต โหตีติ. สงฺเขปโตติ สมาสโต. ยตฺตโกปิ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติาณสฺส ปวตฺติเภโท อตฺตโน าณสฺส วิสยภูโต, ตํ สพฺพํ ตทา ยถากถิตํ เต ภิกฺขู สงฺขิปิตฺวา ‘‘อิติปี’’ติ อาหํสุ. ตสฺส จ อเนกาการตาย อาเมฑิตวจนํ, ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ, ‘‘อิติ โข ภิกฺขเว สปฺปฏิภโย พาโล’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๑๒๔; อ. นิ. ๓.๑) วิย อาการตฺโถ อิติ-สทฺโทติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวมฺปี’’ติ ตทตฺถมาห.

๒-๓. วุตฺตเมวาติ เอตฺถ จ อิธ ปาเ ยํ วตฺตพฺพํ เตน ปาเน สาธารณํ, ตํ วุตฺตเมวาติ อธิปฺเปตํ, น อสาธารณํ อปุพฺพปทวณฺณนาย อธิกตตฺตาติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อยเมว หิ วิเสโส’’ติอาทิมาห. ‘‘อสฺโสสี’’ติ อิทํ สวนกิจฺจนิปฺผตฺติยา วุตฺตํ สทฺทคฺคหณมุเขน ตทตฺถาวโพธสฺส สิทฺธตฺตา. ตตฺถ ปน ปาฬิยํ ‘‘อิมํ สํขิยธมฺมํ วิทิตฺวา’’ อิจฺเจว (ที. นิ. ๑.๒) วุตฺตํ. อิเม ภิกฺขู มม คุเณ โถเมนฺติ, กถํ? มม ปุพฺเพนิวาสาณํ อารพฺภาติ โยชนา. นิปฺผตฺตินฺติ กิจฺจนิปฺผตฺตึ, เตน กาตพฺพกิจฺจสิทฺธนฺติ อตฺโถ. โนติ ปุจฺฉาวาจี นุ-อิติ อิมินา สมานตฺโถ นิปาโตติ วุตฺตํ ‘‘อิจฺเฉยฺยาถ นู’’ติ. นฺติ ภควนฺตํ. ‘‘ยํ ภควา’’ติ เอตฺถ ยํ-สทฺเทน กิริยาปรามสนภูเตน ‘‘ธมฺมึ กถํ กเถยฺยา’’ติ เอวํ วุตฺตํ. ธมฺมิกถากรณํ ปรามฏฺํ ‘‘เอตสฺสา’’ติ ปทสฺส อตฺโถติ อาห ‘‘เอตสฺส ธมฺมิกถากรณสฺสา’’ติ, อาทรวเสน ปน ตํ ทฺวิกฺขตฺตุํ วุตฺตํ.

. สุณาถาติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, ปการตฺโถ วา, เอเตน ‘‘มนสิ กโรถา’’ติ ปทํ สงฺคณฺหาติ. โสตาวธานํ โสตสฺส โอทหนํ, สุสฺสูสาติ อตฺโถ. ฉินฺนํ อุปจฺฉินฺนํ วฏุมํ สํสารวฏฺฏํ เอเตสนฺติ ฉินฺนวฏุมกา, สมฺมาสมฺพุทฺธา, อฺเ จ ขีณาสวา, อิธ ปน สมฺมาสมฺพุทฺธา อธิปฺเปตา. เตสฺหิ สพฺพโส อนุสฺสรณํ อิตเรสํ อวิสโย. เตนาห ‘‘อฺเสํ อสาธารณ’’นฺติ. ปจฺจตฺตวจเน ทิสฺสติ ยํ-สทฺโท กมฺมตฺถทีปนโต. อุปโยควจเน ทิสฺสติ ยํ-สทฺโท ปุจฺฉนกิริยาย กมฺมตฺถทีปนโต. นฺติ จ อุปโยควจนเมว ปุจฺฉติ-สทฺทสฺส ทฺวิกมฺมกภาวโต. นฺติ เยน การเณนาติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘กรณวจเน ทิสฺสตี’’ติ. ภุมฺเมติ ทฏฺพฺโพติ ยถา ยํ-สทฺโท น เกวลํ ปจฺจตฺตอุปโยเคสุ เอว, อถ โข กรเณปิ ทิสฺสติ, เอวํ อิธ ภุมฺเมติ ทฏฺพฺโพ. ทสสหสฺสิโลกธาตุนฺติ ชาติกฺเขตฺตภูตํ ทสสหสฺสจกฺกวาฬํ. อุนฺนาเทนฺโต อุปฺปชฺชิ อเนกจฺฉริยปาตุภาวปฏิมณฺฑิตตฺตา พุทฺธุปฺปาทสฺส.

กาลสฺส ภทฺทตา นาม ตตฺถ สตฺตานํ คุณวิภูติยา, พุทฺธุปฺปาทปรมา จ คุณวิภูตีติ ตพฺพหุลตา ยสฺส กปฺปสฺส ภทฺทตาติ อาห ‘‘ปฺจพุทฺธุปฺปาทปฏิมณฺฑิตตฺตา สุนฺทรกปฺเป’’ติ, ตถา สารภูตคุณวเสน ‘‘สารกปฺเป’’ติ. ‘‘อิมํ กปฺปํ โถเมนฺโต เอวมาหา’’ติ วตฺวา อิมสฺส กปฺปสฺส ตถา โถเมตพฺพตา อนฺสาธารณาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยโต ปฏฺายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยโต ปฏฺายาติ ยโต ปภุติ อภินีหาโร กโตติ มนุสฺสตฺตาทิอฏฺงฺคสมนฺนาคโต อภินีหาโร ปวตฺติโต. สํสารสฺส อนาทิภาวโต อิมสฺส ภควโต อภินีหารโต ปุเรตรํ อุปฺปนฺนา สมฺมาสมฺพุทฺธา อนนฺตา อปริเมยฺยาติ เตหิ อุปฺปนฺนกปฺเป นิวตฺเตนฺโต ‘‘เอตสฺมึ อนฺตเร’’ติ อาห. กามํ ทีปงฺกรพุทฺธุปฺปาเท อยํ ภควา อภินีหารมกาสิ, ตสฺส ปน ภควโต นิพฺพตฺติ อิมสฺส อภินีหารโต ปุริมตราติ วุตฺตํ ‘‘อมฺหากํ…เป… นิพฺพตฺตึสู’’ติ.

อสงฺขฺเยยฺยกปฺปปริโยสาเนติ มหากปฺปานํ อสงฺขฺเยยฺยปริโยสาเน. เอส นโย อิโต ปเรสุปิ. ‘‘อิโต ตึสกปฺปสหสฺสานํ อุปรี’’ติ เอเตน ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต, สุเมธสฺส จ ภควโต อนฺตเร เอกูนสตฺตติกปฺปสหสฺสานิ พุทฺธสุฺานิ อเหสุนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘อิโต อฏฺารสนฺนํ กปฺปสหสฺสานํ อุปรี’’ติ อิมินา สุชาตสฺส ภควโต, อตฺถทสฺสิสฺส จ ภควโต อนฺตเร เอเกนูนานิ ทฺวาทสกปฺปสหสฺสานิ พุทฺธสุฺานิ อเหสุนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘อิโต จตุนวุเต กปฺเป’’ติ อิมินา ธมฺมทสฺสิสฺส ภควโต, สิทฺธตฺถสฺส จ ภควโต อนฺตเร ฉาธิกนวสตุตฺตรานิ สตฺตรสกปฺปสหสฺสานิ พุทฺธสุฺานิ อเหสุนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘เอกตึเส กปฺเป’’ติ อิมินา วิปสฺสิสฺส ภควโต, สิขิสฺส จ ภควโต อนฺตเร สฏฺิ กปฺปานิ พุทฺธสุฺานิ อเหสุนฺติ ทสฺเสติ. เต สพฺเพปิ ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต โอรํ สุเมธาทีหิ อุปฺปนฺนกปฺเปหิ สทฺธึ สโมธานิยมานา สตสหสฺสา กปฺปา โหนฺติ, ยตฺถ มหาสาวกาทโย (เถรคา. อฏฺ. ๒.๒๑ วงฺคีสตฺเถรคาถาวณฺณนา) วิวฏฺฏู ปนิสฺสยานิ กุสลานิ สมฺภรึสุ. พุทฺธสุฺเปิ โลเก ปจฺเจกพุทฺธา อุปฺปชฺชิตฺวา เตสํ ปุริสวิเสสานํ ปุฺาภิสนฺทาภิพุทฺธิยา ปจฺจยา โหนฺติ. ‘‘เอวมย’’นฺติอาทิ วุตฺตเมวตฺถํ นิคมนวเสน วทติ.

‘‘กึ ปเนต’’นฺติอาทิ ปุพฺพนิมิตฺตวิภาวนตฺถาย อารทฺธํ. ตตฺถ เอตนฺติ พุทฺธานํ อุปฺปชฺชนํ. กปฺปสณฺานกาลสฺมินฺติ วิวฏฺฏกปฺปสฺส สณฺหนกาเล. เอกมสงฺขฺเยยฺยนฺติ สํวฏฺฏฏฺายึ สนฺธายาห. เอกงฺคณํ หุตฺวา ิเตติ ปพฺพตรุกฺขคจฺฉาทีนํ, เมฆาทีนฺจ อภาเวน วิวฏํองฺคณํ หุตฺวา ิเต. โลกสนฺนิวาเสติ ภาชนโลเกน สนฺนิวิสิตพฺพฏฺาเน. วีสติ ยฏฺิโย อุสภํ. ‘‘อุสภมตฺตา, ทฺเว อุสภมตฺตา’’ติอาทินา ปจฺเจกํ มตฺตา-สทฺโท โยเชตพฺโพ. โยชนสหสฺสมตฺตา หุตฺวาติ ปตมานาว อุทกธารา โยชนสหสฺสมตฺตํ อากาสฏฺานํ ผริตฺวา ปวตฺติยา โยชนสหสฺสมตฺตา หุตฺวา. ยาว อวินฏฺพฺรหฺมโลกาติ ยาว อาภสฺสรพฺรหฺมโลกา, ยาว สุภกิณฺหพฺรหฺมโลกา, ยาว เวหปฺผลพฺรหฺมโลกาติ อตฺโถ.

วาตวเสนาติ สฏฺิสหสฺสาธิกนวโยชนสตสหสฺสุพฺเพธสฺส สนฺธารกวาตมณฺฑลสฺส วเสน. มหาโพธิปลฺลงฺโกติ มหาโพธิปลฺลงฺกปฺปเทสมาห. ตสฺส ปจฺฉา วินาโส, ปมํ สณฺหนฺจ ธมฺมตาวเสน เวทิตพฺพํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ ปเทเส. ปุพฺพนิมิตฺตํ หุตฺวาติ พุทฺธปฺปาทสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ หุตฺวา. ปุพฺพนิมิตฺตสนฺนิสฺสโย หิ คจฺโฉ นิสฺสิตโวหาเรน ตถา วุตฺโต. เตนาห ‘‘ตสฺสา’’ติอาทิ. กณฺณิกาพทฺธานิ หุตฺวาติ อาพทฺธกณฺณิกา วิย หุตฺวา. สุทฺธาวาสพฺรหฺมาโน อตฺตมนา…เป… คจฺฉนฺตีติ โยชนา. เวหปฺผเลปิ สุภกิณฺเห สงฺคเหตฺวา ‘‘นว พฺรหฺมโลกา’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิ เต จตุตฺถึเยว วิฺาณฏฺิตึ ภชนฺติ. นิกฺขมนฺเตสูติ มหาภินิกฺขมนํ อภินิกฺขมนฺเตสุ. อภิชาติ ปเนตฺถ ชาติภาวสามฺเน คพฺโภกฺกนฺติยาว สงฺคหิตา. นิมียติ อนุมียติ ผลํ เอเตนาติ นิมิตฺตํ, การณํ. าปกมฺปิ หิ การณํ ทิสฺวา ตสฺส อพฺยภิจารีภาเวน ผลํ สิทฺธเมว กตฺวา คณฺหิ, ยถา ตํ อสิโต อิสิ อภิชาติยํ มหาปุริสสฺส ลกฺขณานิ ทิสฺวา เตสํ อพฺยภิจารีภาเวน พุทฺธคุเณ สิทฺเธ เอว กตฺวา คณฺหิ, เอวํ ปน คยฺหมานํ ตนฺนิมิตฺตกํ ผลํ ตทานุภาเวน สิทฺธํ วิย โวหรียติ ตพฺภาเว ภาวโต. เตนาห ‘‘เตสํ นิมิตฺตานํ อานุภาเวนา’’ติอาทิ. ตถา จาห ภควา ‘‘โส เตน ลกฺขเณน สมนฺนาคโต…เป… ราชา สมาโน กึ ลภติ, พุทฺโธ สมาโน กึ ลภตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๒๐๒, ๒๐๔) จ เอวมาทิ. อิมมตฺถนฺติ ปฺจ พุทฺธา อิมสฺมึ กปฺเป อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ อิมมตฺถํ ยาถาวโต ชานึสุ.

ชาติปริจฺเฉทาทิวณฺณนา

๕-๗. กปฺปปริจฺเฉทวเสนาติ ‘‘อิโต โส เอกนวุเต กปฺเป’’ติอาทินา ยตฺถ ยตฺถ กปฺเป เต เต พุทฺธา อุปฺปนฺนา, ตสฺส ตสฺส กปฺปสฺส ปริจฺฉินฺทนวเสน ปริชานนวเสน. ‘‘อิทํ ต’’นฺติ หิ นิยเมตฺวา ปริจฺฉิชฺช ชานนํ ปริจฺฉินฺทนํ ปริจฺเฉโท. ปริตฺตนฺติ อิตฺตรํ. ลหุกนฺติ สลฺลหุกํ, อายุโน อธิปฺเปตตฺตา รสฺสนฺติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘อุภยเมตํ อปฺปกสฺเสว เววจน’’นฺติ.

‘‘อปฺปํ วา ภิยฺโย’’ติ อวิเสสโชตนํ ‘‘วีสํ วา ตึสํ วา’’ติอาทินา อนิยมิตวเสเนว ยถาลาภโต ววตฺถเปตฺวา อยฺจ นโย อปจุโรติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวํ ทีฆายุโก ปน อติทุลฺลโภ’’ติ อาห. อิทํ ตํ วิเสสววตฺถาปนํ ปุคฺคเลสุ ปกฺขิปิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ วิสาขา’’ติอาทิมาห.

ยทิ เอวํ กสฺมา อมฺหากํ ภควา ตตฺตกมฺปิ กาลํ น ชีวิ, นนุ มหาโพธิสตฺตา จริมภเว อติวิยอุฬารตเมน ปุฺาภิสงฺขาเรน ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺตีติ? สจฺจเมตนฺติ. ตตฺถ การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิปสฺสีอาทโย ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อภิชาติยา เมตฺตาานตาย อภิสงฺขารวิฺาณสฺส เมตฺตาปุพฺพภาคตา. ตทนุคุณฺหิ เตสํ วิเสสโต ปฏิสนฺธิวิฺาณํ. ตสฺส วิเสสโต พหุลํ เขมวิตกฺกูปนิสฺสยตาย โสมนสฺสสหคตตา, อนฺสาธารณปโรปเทสรหิตาณวิเสสูปนิสฺสยตาย าณสมฺปยุตฺตตา, อสงฺขาริกตา จ เวทิตพฺพา, อสงฺขฺเยยฺยํ อายุ อาธารวิเสสโต, นิสฺสยวิเสสโต, ปฏิปกฺขทูรีภาวโต, ปวตฺติอาการวิเสสโต จ อปริเมยฺยานุภาวตาย การณสฺส. ตตฺถ จิรตรํ กาลํ สนฺตานสฺส ปารมิตาปริภาวิตตา อาธารวิเสสตา. อโลภชฺฌาสยาทิอาสยสมฺปทา นิสฺสยวิเสสตา. ลาภมจฺฉริยาทิปาปธมฺมวิกฺขมฺภนํ ปฏิปกฺขทูรีภาโว. สพฺพสตฺตานํ สกลวฏฺฏทุกฺขนิสฺสรณตฺถาย อายูหนา ปวตฺติอาการวิเสโส เวทิตพฺโพ.

อยฺจ นโย สพฺเพสํ มหาโพธิสตฺตานํ จริมภวาภินิพฺพตฺตกกมฺมายูหเน สาธารโณติ ตสฺส ผเลนาปิ เอกสทิเสเนว ภวิตพฺพนฺติ อาห ‘‘อิติ สพฺเพ พุทฺธา อสงฺขฺเยยฺยายุกา’’ติ, อสงฺขฺเยยฺยกาลาวตฺถานายุกาติ อตฺโถ. อสงฺขฺเยยฺยายุกสํวตฺตนสมตฺถํ ปริจิตํ กมฺมํ โหติ, พุทฺธา ปน ตทา มนุสฺสานํ ปรมายุปฺปมาณานุรูปเมว กาลํ ตฺวา ปรินิพฺพายนฺติ ตโต ปรํ ตฺวา สาเธตพฺพปโยชนาภาวโต, ธมฺมตาเวสาติ วา เวทิตพฺพา. อฏฺกถายํ ปน ตโต ปรํ ปน อฏฺานสฺส ‘‘อุตุโภชนวิปตฺติยา’’ติ (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๕) การณํ วุตฺตํ, ‘‘ตํ โลกสาธารณํ โลเก ชาตสํวุทฺธานํ ตถาคตานํ น โหตี’’ติ น สกฺกา วตฺตุํ. ตถา หิ เนสํ โรคกิลมถาทโย โหนฺติเยว. อุตุโภชนวเสนาติ อสมฺปนฺนสฺส, สมฺปนฺนสฺส จ อุตุโน, โภชนสฺส จ วเสน ยถากฺกมํ อายุ หายติปิ วฑฺฒติปิ. อายูติ จ ปรมายุ อธิปฺเปตํ. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ พฺรหฺมชาลาทิฏีกายํ (ที. นิ. ฏี. ๑.๔๐) วุตฺตเมว.

อิทานิ ตมตฺถํ สมุทาคมโต ปฏฺาย ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ยทา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ธมฺเม นิยุตฺตา ธมฺมิกา, น ธมฺมิกา อธมฺมิกา, หึสาทิอธมฺมปสุตา. อธมฺมิกเมว โหติ อิสฺสรชนานํ อนุวตฺตเนน, ปเรสํ ทิฏฺานุคติอาปชฺชเนน จ. อุณฺหวลาหกา เทวตาติ อุณฺหอุตุโน ปจฺจยภูตเมฆมาลาสมุฏฺาปกา เทวปุตฺตา. เตสํ กิร ตถา จิตฺตุปฺปาทสมกาลเมว ยถิจฺฉิตฏฺานํ อุณฺหํ ผรมานา วลาหกมาลา นาติพหลา อิโต จิโต นภํ ฉาเทนฺตี วิตโนติ. เอส นโย สีตวลาหกวสฺสวลาหกาสุ. อพฺภวลาหกา ปน เทวตา สีตุณฺหวสฺเสหิ วินา เกวลํ อพฺภปฏลสฺเสว สมุฏฺาปกา เวทิตพฺพา. ตาสนฺติ เอตฺถ ‘‘มิตฺตา’’ติ ปทํ อาเนตฺวา โยชนา. กามํ เหฏฺา วุตฺตา สตฺตวิธาปิ เทวตา จาตุมหาราชิกาว ตา ปน เตน เตน วิเสเสน วตฺวา อิทานิ ตทฺเ ปมภูมิเก กามาวจรเทเว สามฺโต คณฺหนฺโต ‘‘จาตุมหาราชิกา’’ติ อาห. ตาสํ อธมฺมิกตายาติ ราชูนํ อธมฺมิกภาวมูลเกน อุปราชาทิอธมฺมิกภาวปรมฺปราภเตน ตาสํ เทวตานํ อธมฺมิกภาเวน. วิสมํ จนฺทิมสูริยา ปริหรนฺตีติ พหฺวาพาธตาทิ อนิฏฺผลูปนิสฺสยภูตสฺส ยถาวุตฺตอธมฺมิกตาสฺิตสฺส สาธารณสฺส ปาปกมฺมสฺส พเลน วิสมํ วายนฺเตน วายุนา ปีฬิยมานา จนฺทิมสูริยา สิเนรุํ ปริกฺขิปนฺตา วิสมํ ปริวตฺตนฺติ ยถามคฺเคน นปฺปวตฺตนฺตีติ. อสฺสิทํ ยถา จนฺทิมสูริยานํ วิสมปริวตฺตนํ วิสมวาตสงฺโขภเหตุกํ, เอวํ อุตุวสฺสาทิวิสมปฺปวตฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘วาโต ยถามคฺเคน น วายตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เทวตานนฺติ สีตวลาหกเทวตาทิเทวตานํ. เตนาห ‘‘สีตุณฺหเภโท อุตู’’ติอาทิ. ตสฺมึ อสมฺปชฺชนฺเตติ ตสฺมึ ยถาวุตฺเต วสฺสพีชภูเต อุตุมฺหิ ยถากาลํ สมฺปตฺตึ อนุปคจฺฉนฺเต.

‘‘น สมฺมา เทโว วสฺสตี’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘กทาจี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ กทาจิ วสฺสตีติ กทาจิ อวสฺสนกาเล วสฺสติ. กทาจิ น วสฺสตีติ กทาจิ วสฺสิตพฺพกาเล น วสฺสติ. กตฺถจิ วสฺสติ, กตฺถจิ น วสฺสตีติ ปเทสมาห. ‘‘วสฺสนฺโตปี’’ติอาทิ ‘‘กทาจิ วสฺสติ, กทาจิ น วสฺสตี’’ติ ปททฺวยสฺเสว อตฺถวิวรณํ. วิคตคนฺธวณฺณรสาทีติ อาทิ-สทฺเทน นิโรชตํ สงฺคณฺหาติ. เอกสฺมึ ปเทเสติ ภตฺตปจนภาชนสฺส เอกปสฺเส. อุตฺตณฺฑุลนฺติ ปากโต อุกฺกนฺตตณฺฑุลํ. ตีหากาเรหีติ สพฺพโส อปริณตํ, เอกเทเสน ปริณตํ, ทุปริณตฺจาติ เอวํ ตีหากาเรหิ. ปจฺจติ ปกฺกาสยํ อุปคจฺฉติ. อปฺปายุกาติ เอตฺถ ‘‘ทุพฺพณฺณา จา’’ติปิ วตฺตพฺพํ. เอวํ อุตุโภชนวเสน อายุ หายติ เหตุมฺหิ อปริกฺขีเณปิ ปจฺจยสฺส ปริทุพฺพลตฺตา.

‘‘ยทา ปนา’’ติอาทิ สุกฺกปกฺขสฺส อตฺโถ วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺโพ.

วฑฺฒิตฺวา วฑฺฒิตฺวา ปริหีนนฺติ เวทิตพฺพํ. กสฺมา? น หิ เอกสฺมึ อนฺตรกปฺเป อเนเก พุทฺธา อุปฺปชฺชนฺติ, เอโก เอว ปน อุปฺปชฺชตีติ. อิทานิ ตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘กถ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. จตฺตาริ ตฺวาติ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ. ยํยํอายุปริมาเณสูติ ยตฺตกยตฺตกปรมายุปฺปมาเณสุ. เตสมฺปีติ พุทฺธานํ. ตํ ตเทว อายุปริมาณํ โหติ, ตตฺถ การณํ เหฏฺา วุตฺตเมว.

ชาติปริจฺเฉทาทิวณฺณนา นิฏฺิตา

โพธิปริจฺเฉทวณฺณนา

. มูเลติ มูลาวยวสฺส สมีเป. ตํ ปน ตสฺสา เหฏฺาปเทโส โหตีติ อาห ‘‘ปาฏลิรุกฺขสฺส เหฏฺา’’ติ. ตํทิวสนฺติ อตฺตนา ชาตทิวเส, ตํทิวสนฺติ วา ตํ ภควโต อภิสมฺโพธิทิวเส. โส กิร โพธิรุกฺโข สาลกลฺยาณี วิย ปถวิยา อพฺภนฺตเร เอว ปุเรตรํ วฑฺเฒนฺโต อภิสมฺโพธิทิวเส ปถวึ อุพฺภิชฺชิตฺวา อุฏฺิโต รตนสตํ อุจฺโจ, ตาวเทว จ วิตฺถโต หุตฺวา นภํ ปูเรนฺโต อฏฺาสิ. อยมฺปิ กิเรตสฺส รุกฺขภาเวน วิย อฺเหิ เวมตฺตตา. ฆนสํหตนาฬวณฺฏตาย กณฺณิกพทฺเธหิ วิย ปุปฺเผหิ. เอกสฺฉนฺนาติ ปุปฺผานํ นิรนฺตรตาย เอกชฺฌํ สฺฉนฺนา, ตตฺถ ตตฺถ นิพทฺธ…เป… สมุชฺชลนฺติ ตหํ ตหํ โอลมฺพิตกุสุมทาเมหิ เจว ตหํ ตหํ ขิตฺตมาลาปิณฺฑีหิ จ อิโต จิโต วิปฺปกิณฺณวิวิธวณฺฏมุตฺตปุปฺเผหิ จ สมฺมเทว อุชฺชลํ. อฺมฺํ สิรีสมฺปตฺตานีติ อฺมฺสฺส สิริยา โสภาย สมฺปนฺนานิ. พุทฺธคุณวิภวสิรินฺติ สมฺมาสมฺพุทฺเธหิ อภิคนฺตพฺพคุณวิภูติโสภํ. ปฏิวิชฺฌมาโนติ อธิคจฺฉนฺโต.

เสตมฺพรุกฺโขติ เสตวณฺณผโล อมฺพรุกฺโข. ตเทวาติ ปาฏลิยา วุตฺตปฺปมาณเมว. เอกโตติ เอกปสฺเส. สุรสานีติ สุมธุรรสานิ.

เอโกว ปลฺลงฺโกติ เอโกว ปลฺลงฺกปฺปเทโส. โส โส รุกฺโข ‘‘โพธี’’ติ วุจฺจติ พุชฺฌนฺติ เอตฺถาติ กตฺวา.

สาวกยุคปริจฺเฉทวณฺณนา

. สาวกปริจฺเฉเทติ สาวกยุคปริจฺเฉเท. ‘‘ขณฺฑติสฺส’’นฺติ ทฺเวปิ เอกชฺฌํ คเหตฺวา เอกตฺตวเสน วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ขณฺโฑ จ ติสฺโส จา’’ติ, พุทฺธานํ สโหทโร, เวมาติโกปิ วา เชฏฺภาตา น โหตีติ ‘‘เอกปิติโก กนิฏฺภาตา’’ติ วุตฺตํ. อวเสเสหิ ปุตฺเตหิ. ‘‘ปฺาปารมิยา มตฺถกํ ปตฺโต’’ติ วตฺวา ตสฺส มตฺถกปฺปตฺตํ คุณวิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘สิขินา ภควตา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

อุตฺตโรติ อุตฺตโม. ปุน อุตฺตโรติ เถรํ นาเมน วทติ. ปารนฺติ ปรโกฏิมตฺถกํ. ปฺาวิสเยติ ปฺาธิกาเร. ปวตฺติฏฺานวเสน หิ ปวตฺตึ วทติ.

สาวกสนฺนิปาตปริจฺเฉทวณฺณนา

๑๐. อุโปสถนฺติ อาณาปาติโมกฺขํ. ทุติยตติเยสูติ ทุติเย, ตติเย จ สาวกสนฺนิปาเต. เอเสว นโยติ จตุรงฺคิกตํ อติทิสติ. อภินีหารโต ปฏฺาย วตฺถุํ กเถตฺวา ปพฺพชฺชา ทีเปตพฺพา, สา ปน ยสฺมา มโนรถปูรณิยํ องฺคุตฺตรฏฺกถายํ (อ. นิ. อฏฺ. ๑.๑.๒๑๑) วิตฺถารโต อาคตา, ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพาติ.

อุปฏฺากปริจฺเฉทวณฺณนา

๑๑. นิพทฺธุปฏฺากภาวนฺติ อารมฺภโต ปฏฺาย ยาว ปรินิพฺพานา นิยตอุปฏฺากภาวํ. อนิยตุอุปฏฺากา ปน ภควโต ปมโพธิยํ พหู อเหสุํ. เตนาห ‘‘ภควโต หี’’ติอาทิ. อิทานิ อานนฺทตฺเถโร เยน การเณน สตฺถุ นิพทฺธุปฏฺากภาวํ อุปคโต, ยถา จ อุปคโต, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ เอกทา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘อหํ อิมินา มคฺเคน คจฺฉามี’’ติ อาห อนยพฺยสนาปาทเกน กมฺมุนา โจทิยมาโน. อถ นํ ภควา ตมตฺถํ อนาโรเจตฺวาว เขมํ มคฺคํ สนฺธาย ‘‘เอหิ ภิกฺขุ อิมินา คจฺฉามา’’ติ อาห. กสฺมา ปนสฺส ภควา ตมตฺถํ นาโรเจสีติ? อาโรจิเตปิ อสทฺทหนฺโต นาทิยิสฺสติ. ตฺหิ ตสฺส โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายาติติ. เตติ เต คมนํ, ‘‘ต’’นฺติ วา ปาโ.

อนฺวาสตฺโตติ อนุพทฺโธ, อุปทฺทุโต วา. ธมฺมคารวนิสฺสิโต สํเวโค ธมฺมสํเวโค ‘‘อมฺเหสุ นาม ติฏฺนฺเตสุ ภควโตปิ อีทิสํ ชาต’’นฺติ. ‘‘อหํ อุปฏฺหิสฺสามี’’ติ วทนฺโต ธมฺมเสนาปติ อตฺถโต เอวํ วทนฺโต นาม โหตีติ ‘‘อหํ ภนฺเต ตุมฺเห’’ติอาทิ วุตฺตํ. อสุฺาเยว เม สา ทิสาติ อสุฺาเยว มม สา ทิสา. ตตฺถ การณมาห ‘‘ตว โอวาโท พุทฺธานํ โอวาทสทิโส’’ติ.

วสิตุํ น ทสฺสตีติ เอกคนฺธกุฏิยํ วาสํ น ลภิสฺสตีติ อธิปฺปาโย. ปรมฺมุขา เทสิตสฺสาปิ ธมฺมสฺสาติ สุตฺตนฺตเทสนํ สนฺธาย วุตฺตํ. อภิธมฺมเทสนา ปนสฺส ปรมฺมุขาว ปวตฺตา ปเคว ยาจนาย. ตสฺสา วาจนามคฺโคปิ สาริปุตฺตตฺเถรปฺปภโว. กสฺมา? โส นิทฺเทสปฏิสมฺภิทา วิย เถรสฺส ภิกฺขุโต คหิตธมฺมกฺขนฺธปกฺขิโย. อปเร ปน ‘‘ธมฺมภณฺฑาคาริโก ปฏิปาฏิยา ติกทุเกสุ เทวสิกํ กโตกาโส ภควนฺตํ ปฺหํ ปุจฺฉิ, ภควาปิสฺส ปุจฺฉิตปุจฺฉิตํ นยทานวเสน วิสฺสชฺเชสิ. เอวํ อภิธมฺโมปิ สตฺถารา ปรมฺมุขา เทสิโตปิ เถเรน สมฺมุขา ปฏิคฺคหิโตว อโหสี’’ติ วทนฺติ. สพฺพํ วีมํสิตฺวา คเหตพฺพํ.

อคฺคุปฏฺาโกติ อุปฏฺาเน สกฺกจฺจการิตาย อคฺคภูโต อุปฏฺาโก. เถโร หิ อุปฏฺากฏฺานํ ลทฺธกาลโต ปฏฺาย ภควนฺตํ ทุวิเธน อุทเกน, ติวิเธน ทนฺตกฏฺเน, ปาทปริกมฺเมน, คนฺธกุฏิปริเวณสมฺมชฺชเนนาติ เอวมาทีหิ กิจฺเจหิ อุปฏฺหนฺโต ‘‘อิมาย นาม เวลาย สตฺถุ อิทํ นาม ลทฺธุํ วฏฺฏติ, อิทํ นาม กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา ตํ ตํ นิปฺผาเทนฺโต มหตึ ทณฺฑทีปิกํ คเหตฺวา เอกรตฺตึ คนฺธกุฏิปริเวณํ นว วาเร อนุปริยายติ. เอวํ หิสฺส อโหสิ ‘‘สเจ เม ถินมิทฺธํ โอกฺกเมยฺย, ภควติ ปกฺโกสนฺเต ปฏิวจนํ ทาตุํ นาหํ สกฺกุเณยฺย’’นฺติ, ตสฺมา สพฺพรตฺตึ ทณฺฑทีปิกํ หตฺเถน น มุฺจติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อคฺคุปฏฺาโก’’ติ.

๑๒. ปิตุมาตุชาตนครปริจฺเฉโท ปิตุมุเขน อาคตตฺตา ‘‘ปิติปริจฺเฉโท’’ติ วุตฺโต.

วิหารํ ปาวิสีติ คนฺธกุฏึ ปาวิสิ. เอตฺตกํ กเถตฺวาติ กปฺปปริจฺเฉทาทินววารปฏิมณฺฑิตํ วิปสฺสีอาทีนํ สตฺตนฺนํ พุทฺธานํ ปุพฺเพนิวาสปฏิสํยุตฺตํ เอตฺตาวตา เทสนํ เทเสตฺวา. กสฺมา ปเนตฺถ ภควา วิปสฺสีอาทีนํ สตฺตนฺนํเยว พุทฺธานํ ปุพฺเพนิวาสํ กเถสิ, น พุทฺธวํสเทสนายํ (พุ. วํ. ๖๔ คาถาทโย) วิย ปฺจวีสติยา พุทฺธานํ, ตโต วา ปน ภิยฺโยติ? อนธิการโต, ปโยชนาภาวโต จ. พุทฺธวํสเทสนายฺหิ (พุ. วํ. ๗๕) –

‘‘กีทิโส เต มหาวีร, อภินีหาโร นรุตฺตม;

กมฺหิ กาเล ตยา วีร, ปตฺถิตา โพธิมุตฺตมา’’ติ. อาทินา –

ปวตฺตํ ตํ ปุจฺฉํ อธิการํ อฏฺุปฺปตฺตึ กตฺวา ยสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาทมูเล อตฺตนา มหาภินีหาโร กโต, ตํ ทีปงฺกรํ ภควนฺตํ อาทึ กตฺวา เยสํ จตุวีสติยา พุทฺธานํ สนฺติกา โพธิยา ลทฺธพฺยากรโณ หุตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ปารมิโย ปูเรสิ, เตสํ ปฏิปตฺติสงฺขาโต ปุพฺเพนิวาโส, อตฺตโน จ ปฏิปตฺติ กถิตา, อิธ ปน ตาทิโส อธิกาโร นตฺถิ, เยน ทีปงฺกรโต ปฏฺาย, ตโต วา ปน ปุรโต พุทฺเธ อารพฺภ ปุพฺเพนิวาสํ กเถยฺย. ตสฺมา น เอตฺถ พุทฺธวํสเทสนายํ วิย ปุพฺเพนิวาโส วิตฺถาริโต. ยสฺมา จ พุทฺธานํ เทสนา นาม เทสนาย ภาชนภูตานํ ปุคฺคลานํ าณพลานุรูปา, น อตฺตโน าณพลานุรูปา, ตสฺมา ตตฺถ อคฺคสาวกานํ, มหาสาวกานํ, (เถรคา. อฏฺ. ๒.๒๑ วงฺคีสตฺเถรคาถาวณฺณนา) ตาทิสานฺจ เทวพฺรหฺมานํ วเสน เทสนา วิตฺถาริตา. อิธ ปน ปกติสาวกานํ, ตาทิสานฺจ เทวตานํ วเสน ปุพฺเพนิวาสํ กเถนฺโต สตฺตนฺนเมว พุทฺธานํ ปุพฺเพนิวาสํ กเถสิ. ตถา หิ เน ภควา ปโลภนวเสน สมุตฺเตเชตุํ สปฺปปฺจตาย กถาย เทสนํ มตฺถกํ อปาเปตฺวาว คนฺธกุฏึ ปาวิสิ. ตถา จ อิมิสฺสา เอว เทสนาย อนุสารโต อาฏานาฏิยปริตฺต- (ที. นิ. ๓.๒๗๕) เทสนาทโย ปวตฺตา.

อปิเจตฺถ ภควา อตฺตโน สุทฺธาวาสจาริกาวิภาวินิยา อุปริเทสนาย สงฺคหตฺถํ วิปสฺสีอาทีนํ เอว สตฺตนฺนํ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ ปุพฺเพนิวาสํ กเถสิ. เตสํเยว หิ สาวกา ตทา เจว เอตรหิ จ สุทฺธาวาสภูมิยํ ิตา, น อฺเสํ ปรินิพฺพุตตฺตา. ‘‘สิทฺธตฺถติสฺสผุสฺสานํ กิร พุทฺธานํ สาวกา สุทฺธาวาเสสุ อุปปนฺนา อุปปตฺติสมนนฺตรเมว อิมสฺมึ สาสเน อุปกาทโย วิย อรหตฺตํ อธิคนฺตฺวา นจิรสฺเสว ปรินิพฺพายึสุ, น ตตฺถ ตตฺถ ยาวตายุกํ อฏฺํสู’’ติ วทนฺติ. ตถา เยสํ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ ปฏิเวธสาสนํ เอกํสโต นิจฺฉเย น อชฺชาปิ ธรติ, น อนฺตรหิตํ, เต เอว กิตฺเตนฺโต วิปสฺสีอาทีนํเยว ภควนฺตานํ ปุพฺเพนิวาสํ อิมสฺมึ สุตฺเต กเถสิ เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน. อปุพฺพาจริมนิยโม ปน อปราปรํ สํสรณกสตฺตวาสวเสน เอกิสฺสา โลกธาตุยา อิจฺฉิโตติ น เตเนตํ วิรุชฺฌตีติ ทฏฺพฺพํ. นิรนฺตรํ มตฺถกํ ปาเปตฺวาติ อภิชาติโต ปฏฺาย ยาว ปาติโมกฺขุทฺเทโส ยาว ตา พุทฺธกิจฺจสิทฺธิ, ตาว มตฺถกํ สิขํ ปาเปตฺวา. น ตาว กถิโตติ โยชนา.

ตนฺตินฺติ ธมฺมตนฺตึ, ปริยตฺตินฺติ อตฺโถ. ปุตฺตปุตฺตมาตุยานวิหารธนวิหารทายกาทีนํ สมฺพหุลานํ อตฺถานํ วิภาวนวเสน ปวตฺตวาโร สมฺพหุลวาโร.

สมฺพหุลวารวณฺณนา

กามฺจายํ ปาฬิยํ อนาคโต, อฏฺกถาสุ อาคตตฺตา ปน อาเนตฺวา ทีเปตพฺโพติ ตํ ทีเปนฺโต ‘‘สพฺพโพธิสตฺตานฺหี’’ติอาทิมาห. กุลวํโส กุลานุกฺกโม. ปเวณีติ ปรมฺปรา. ‘‘กสฺมา’’ติ ปุตฺตุปฺปตฺติยา การณํ ปุจฺฉิตฺวา ตํ วิสฺสชฺเชนฺโต ‘‘สพฺพฺุโพธิสตฺตานฺหี’’ติอาทิมาห, เตน เตสํ ชาตนคราทิ ปฺายมานํ เอกํสโต มนุสฺสภาวสฺชานนตฺถํ อิจฺฉิตพฺพํ, อฺถา ยถาธิปฺเปตพุทฺธกิจฺจสิทฺธิ เอว น สิยาติ ทสฺเสติ, ยโต มหาสตฺตานํ จริมภเว มนุสฺสโลเก เอว ปาตุภาโว, น อฺตฺถ.

สมฺพหุลปริจฺเฉทวณฺณนา

จนฺทาทีนํ โสภาวิเสสํ รเหติ จชาเปตีติ ราหุ, ราหุคฺคโห, อิธ ปน ราหุ วิยาติ ราหุ. พนฺธนนฺติ จ อนตฺถุปฺปตฺติฏฺานตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตถา มหาสตฺเตน วุตฺตวจนเมว คเหตฺวา กุมารสฺส ‘‘ราหุโล’’ติ นามํ อกํสุ. อถาติ นิปาตมตฺตํ. โรจินีติ โรจนสีลา, อุชฺชลรูปาติ อตฺโถ. รุจคฺคตีติ รุจํ ปภาตํ อาคติภูตา, ค-การาคมํ กตฺวา วุตฺตํ. อิตฺถิรตนภาวโต มนุสฺสโลเก สพฺพาสํ อิตฺถีนํ พิมฺพปฏิจฺฉนฺนภูตาติ พิมฺพา.

ฌานา วุฏฺายาติ ปาทกชฺฌานโต อุฏฺาย.

อฏฺงฺคุลุพฺเพธาติ อฏฺงฺคุลปฺปมาณพหลภาวา. จูฬํเสน ฉาเทตฺวาติ ติริยภาเคน ปนวเสน สพฺพํ วิหารฏฺานํ ฉาเทตฺวา. สุวณฺณยฏฺิผาเลหีติ ผาลปฺปมาณาหิ สุวณฺณยฏฺีหิ. สุวณฺณหตฺถิปาทานีติ ปกติหตฺถิปาทปริมาณานิ สุวณฺณขณฺฑานิ. วุตฺตนเยเนวาติ จูฬํเสเนว. สุวณฺณกฏฺฏีหีติ สุวณฺณขณฺเฑหิ. สลกฺขณานนฺติ ลกฺขณสมฺปนฺนานํ สหสฺสารานํ.

โพธิปลฺลงฺโกติ อภิสมฺพุชฺฌนกาเล นิสชฺชฏฺานํ. อวิชหิโตติ พุทฺธานํ ตถานิสชฺชาย อนฺตฺถภาวีภาวโต อปริจฺจตฺโต. เตนาห ‘‘เอกสฺมึเยว าเน โหตี’’ติ. ปมปทคณฺิกาติ ปจฺฉิเม โสปานผลเก ตฺวา ปิยมานสฺส ทกฺขิณปาทสฺส ปติฏฺหนฏฺานํ. ตํ ปน ยสฺมา ทฬฺหํ ถิรํ เกนจิ อเภชฺชํ โหติ, ตสฺมา ‘‘ปทคณฺี’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมึ ภูมิภาเค อิทานิ เชตวนมหาวิหาโร, ตตฺถ ยสฺมึ าเน ปุริมานํ สพฺพพุทฺธานํ มฺจา ปฺตฺตา, ตสฺมึเยว ปเทเส อมฺหากมฺปิ ภควโต มฺโจ ปฺตฺโตติ กตฺวา ‘‘จตฺตาริ มฺจปาทฏฺานานิ อวิชหิตาเนว โหนฺตี’’ติ วุตฺตํ. มฺจานํ ปน มหนฺตขุทฺทกภาเวน มฺจปฺาปนปเทสสฺส มหนฺตามหนฺตตา อปฺปมาณํ, พุทฺธานุภาเวน ปน โส ปเทโส สพฺพทา เอกปฺปมาโณเยว โหตีติ ‘‘จตฺตาริ มฺจปาทฏฺานานิ อวิชหิตาเนว โหนฺตี’’ติ วุตฺตนฺติ ทฏฺพฺพํ. วิหาโรปิ น วิชหิโต เยวาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ปุริมํ วิหารฏฺานํ น ปริจฺจชตีติ หิ อตฺโถ.

วิสิฏฺา มตฺตา วิมตฺตา, วิมตฺตาว เวมตฺตํ, วิสทิสตาติ อตฺโถ. ปมาณํ อาโรโห. ปธานํ ทุกฺกรกิริยา. รสฺมีติ สรีรปฺปภา.

‘‘สตฺตานํ ปากติกหตฺเถน ฉหตฺโถ มชฺฌิมปุริโส, ตโต ติคุณํ ภควโต สรีรปฺปมาณนฺติ ภควา อฏฺารสหตฺโถ’’ติ วทนฺติ. อปเร ปน ภณนฺติ ‘‘มนุสฺสานํ ปากติกหตฺเถน จตุหตฺโถ มชฺฌิมปุริโส, ตโต ติคุณํ ภควโต สรีรปฺปมาณนฺติ ภควา ทฺวาทสหตฺโถ อุปาทินฺนกรูปธมฺมวเสน, สมนฺตโต ปน พฺยามมตฺตํ พฺยามปฺปภา ผรตีติ อุปริ ฉหตฺถํ อพฺภุคฺคโต, พหลตรปฺปภา รูเปน สทฺธึ อฏฺารสหตฺโถ โหตี’’ติ.

อทฺธนิยนฺติ ทีฆกาลํ.

อชฺฌาสยปฏิพทฺธนฺติ โพธิสมฺภารสมฺภรณกาเล ตถาปวตฺตชฺฌาสยาธีนํ, ตถาปวตฺตปตฺถนานุรูปํ วิปุลํ, วิปุลตรฺจ โหตีติ อตฺโถ. สฺวายมตฺโถ จริยาปิฏกวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. เอตฺถ จ ยสฺมา สรีรปฺปมาณํ, ปธานํ, สรีรปฺปภา จ พุทฺธานํ วิสทิสาติ อิธ ปาฬิยํ อนาคตา, ตสฺมา เตหิ สทฺธึ เวมตฺตตาสามฺเน อายุกุลานิปิ อิธ อาหริตฺวา ทีปิตานิ. ปฏิวิทฺธคุเณสูติ อธิคตสพฺพฺุคุเณสุ. นนุ จ โพธิสมฺภาเรสุ, เวเนยฺยปุคฺคลปริมาเณ จ เวมตฺตํ นตฺถีติ? สจฺจํ นตฺถิ, ตทุภยํ ปน พุทฺธคุณคฺคหเณน คหิตเมว โหตีติ น อุทฺธฏํ. ยทคฺเคน หิ สพฺพพุทฺธานํ พุทฺธคุเณสุ เวมตฺตํ นตฺถิ, ตทคฺเคน เนสํ สมฺโพธิสมฺภาเรสุปิ เวมตฺตํ นตฺถีติ. กสฺมา? เหตุอนุรูปตาย ผลสฺส, เอกนฺเตเนว เวเนยฺยปุคฺคลปริมาเณ เวมตฺตภาโว วิภาวิโต. มหาโพธิสตฺตานฺหิ เหตุอวตฺถายํ สมฺภตูปนิสฺสยินฺทฺริยปริปากา เวเนยฺยปุคฺคลา จริมภเว อรหตฺตสมฺปตฺติยา ปริโปสิตานิ กมลวนานิ สูริยรสฺมิสมฺผสฺเสน วิย ตถาคตคุณานุภาวสมฺผสฺเสน วิโพธํ อุปคจฺฉนฺตีติ ทีเปสุํ อฏฺกถาจริยา.

นิธิกุมฺโภติ จตฺตาโร มหานิธโย สนฺธาย วทติ. ชาโต จาติ. -สทฺเทน กตมหาภินีหาโร จาติ อยมฺปิ อตฺโถ สงฺคหิโตติ ทฏฺพฺโพ. วุตฺตํ เหตํ พุทฺธวํเส

‘‘ตาราคณา วิโรจนฺติ, นกฺขตฺตา คคนมณฺฑเล;

วิสาขา จนฺทิมายุตฺตา, ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ. (พุ. วํ. ๖๕);

‘‘เอเตเนว จ สพฺพพุทฺธานํ วิสาขานกฺขตฺเตเนว มหาภินีหาโร โหตี’’ติ จ วทนฺติ.

๑๓. อยํ คตีติ อยํ ปวตฺติ ปวตฺตนากาโร, อฺเ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺตา อิมินา อากาเรน อนุสฺสรนฺตีติ อตฺโถ, ยสฺมา จุติโต ปฏฺาย ยาว ปฏิสนฺธิ, ตาว อนุสฺสรณํ อาโรหนํ อตีตอตีตตรอตีตตมาทิชาติสงฺขาเต ปุพฺเพนิวาเส าณสฺส อภิมุขภาเวน ปวตฺตีติ กตฺวา. ตสฺมา ปฏิสนฺธิโต ปฏฺาย ยาว จุติ, ตาว อนุสฺสรณํ โอโรหนํ ปุพฺเพนิวาเส ปฏิมุขภาเวน าณสฺส ปวตฺตีติ อาห ‘‘ปจฺฉามุขํ าณํ เปเสตฺวา’’ติ. จุติคนฺตพฺพนฺติ ยํ ปนิทํ จุติยา าณคติยา คนฺตพฺพํ, ตํ คมนํ พุชฺฌนนฺติ อตฺโถ. ครุกนฺติ ภาริยํ ทุกฺกรํ. เตนาห ‘‘อากาเส ปทํ ทสฺเสนฺโต วิยา’’ติ. อปรมฺปิ การณนฺติ ฉินฺนวฏุมานุสฺสรณํ ปจฺฉามุขํ าณํ เปสนโต อปรํ อจฺฉริยพฺภุตการณํ. ยตฺราติ ปจฺจตฺตตฺเถ, นามาติ อจฺฉริยตฺเถ นิปาโต, หิ-สทฺโท อนตฺถโก. เตนาห ‘‘โย นาม ตถาคโต’’ติ. เอวฺจ กตฺวา ‘‘ยตฺรา’’ติ นิปาตวเสน วิสุํ ยตฺร-สทฺทคฺคหณํ สมตฺถิตํ โหติ. ปปฺเจนฺติ สตฺตสนฺตานํ สํสาเร วิตฺถาเรนฺตีติ ปปฺจํ. กมฺมวฏฺฏํ วุจฺจตีติ กิเลสวฏฺฏสฺส ปปฺจคฺคหเณน, วิปากวฏฺฏสฺส ทุกฺขคฺคหเณน คหิตตฺตา. ปริยาทินฺนวฏฺเฏติ สพฺพโส เขปิตวฏฺเฏ. ‘‘มคฺคสีเลน ผลสีเลนา’’ติ วตฺวา ตยิทํ มคฺคผลสีลํ โลกิยสีลปุพฺพกํ, พุทฺธานฺจ โลกิยสีลมฺปิ โลกุตฺตรสีลํ วิย อนฺสาธารณํ เอวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘โลกิยโลกุตฺตรสีเลนา’’ติ วุตฺตํ. สมาธิปฺาสุปิ เอเสว นโย. สมาธิปกฺขาติ สมาธิ จ สมาธิปกฺขา จ สมาธิปกฺขา, เอกเทสสรูเปกเสโส ทฏฺพฺโพ. เตนาห ‘‘มคฺคสมาธินา’’ติอาทิ, ‘‘วิหาโร คหิโต วา’’ติ จ. สมาธิปกฺขา นาม วีริยสติอาทโย.

สยนฺติ อตฺตนา. นีวรณาทีหีติ นีวรเณหิ เจว ตเทกฏฺเหิ จ ปาปธมฺเมหิ, วิตกฺกวิจาราทีหิ จ. ‘‘วิมุตฺตตฺตา วิมุตฺตีติ สงฺขฺยํ คจฺฉนฺตี’’ติ อิมินา วิมุตฺติ-สทฺทสฺส กมฺมสาธนตํ อาห อฏฺสมาปตฺติอาทิวิสยตฺตา ตสฺส. วิมุตฺตตฺตาติ จ ‘‘วิกฺขมฺภนวเสน วิมุตฺตตฺตา’’ติอาทินา โยเชตพฺพํ. ตสฺส ตสฺสาติ อนิจฺจานุปสฺสนาทิกสฺส. ปจฺจนีกงฺควเสนาติ ปหาตพฺพปฏิปกฺของฺควเสน. ปฏิปฺปสฺสทฺธนฺเต อุปฺปนฺนตฺตาติ กิเลสานํ ปฏิปฺปสฺสมฺภนํ ปฏิปฺปสฺสทฺธํ, โส เอว อนฺโต ปริโยสานภาวโต, ตสฺมึ สาเธตพฺเพ นิพฺพตฺตตฺตา, ตํตํมคฺควชฺฌกิเลสานํ ปฏิปฺปสฺสมฺภนวเสน ปวตฺตตฺตาติ อตฺโถ. กิเลเสหิ นิสฺสฏตา, อปคโม จ นิพฺพานสฺส เตหิ วิวิตฺตตฺตา เอวาติ อาห ‘‘ทูเร ิตตฺตา’’ติ.

๑๖. ธมฺมธาตูติ ธมฺมานํ สภาโว, อตฺถโต จตฺตาริ อริยสจฺจานิ. สุปฺปฏิวิทฺธาติ สุฏฺุ ปฏิวิทฺธา สวาสนานํ สพฺเพสํ กิเลสานํ ปชหนโต. เอวฺหิ สพฺพฺุตา, ทสพลาณาทโย จาติ สพฺเพ พุทฺธคุณา ภควตา อธิคตา อเหสุํ. อรหตฺตํ ธมฺมธาตูติ เกจิ. สพฺพฺุตาณนฺติ อปเร. ทฺวีหิ ปเทหีติ ทฺวีหิ วากฺเยหิ. อาพทฺธนฺติ ปฏิพทฺธํ ตํมูลกตฺตา อุปริเทสนาย. เทวจาริกโกลาหลนฺติ อตฺตโน เทวโลเก จาริกายํ สุทฺธาวาสเทวานํ กุตูหลปฺปวตฺตึ ทสฺเสนฺโต สุตฺตนฺตปริโยสาเน (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๙๑) วิจาเรสฺสติ, อตฺถโต วิภาเวสฺสตีติ โยชนา. อยํ เทสนาติ ‘‘อิโต โส ภิกฺขเว’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๔) วิตฺถารโต ปวตฺติตเทสนมาห. นิทานกณฺเฑติอาทิโต เทสิตํ อุทฺเทสเทสนมาห. สา หิ อิมิสฺสา เทสนาย นิทานฏฺานิยตฺตา ตถา วุตฺตา.

โพธิสตฺตธมฺมตาวณฺณนา

๑๗. ‘‘วิปสฺสีติ ตสฺส นาม’’นฺติ วตฺวา ตสฺส อนฺวตฺถตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตฺจ โข’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิวิเธ อตฺเถติ ติโรหิตวิทูรเทสคตาทิเก นีลาทิวเสน นานาวิเธ, ตทฺเ จ อินฺทฺริยโคจรภูเต เต จ ยถูปคเต, โวหารวินิจฺฉเย จาติ นานาวิเธ อตฺเถ. ปสฺสนกุสลตายาติ ทสฺสเน นิปุณภาเวน. ยาถาวโต เยฺยํ พุชฺฌตีติ โพธิ, โส เอว สตฺตโยคโต โพธิสตฺโตติ อาห ‘‘ปณฺฑิตสตฺโต พุชฺฌนกสตฺโต’’ติ. สุจินฺติตจินฺติตาทินา ปน ปณฺฑิตภาเว วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ยทา จ ปนาเนน มหาภินีหาโร กโต, ตโต ปฏฺาย มหาโพธิยํ เอกนฺตนินฺนตฺตา โพธิมฺหิ สตฺโต โพธิสตฺโตติ อาห ‘‘โพธิสงฺขาเตสู’’ติอาทิ. มคฺคาณปทฏฺานฺหิ สพฺพฺุตาณํ, สพฺพฺุตาณปทฏฺานฺจ มคฺคาณํ ‘‘โพธี’’ติ วุจฺจติ. ‘‘สโต สมฺปชาโน’’ติ อิมินา จตุตฺถาย คพฺภาวกฺกนฺติยา โอกฺกมีติ ทสฺเสติ. จตสฺโส หิ คพฺภาวกฺกนฺติโย อิเธกจฺโจ คพฺโภ มาตุกุจฺฉิยํ โอกฺกมเน, าเน, นิกฺขมเนติ ตีสุ าเนสุ อสมฺปชาโน โหติ, เอกจฺโจ ปเม าเน สมฺปชาโน, น อิตเรสุ, เอกจฺโจ ปเม, ทุติเย จ าเน สมฺปชาโน, น ตติเย, เอกจฺโจ ตีสุปิ าเนสุ สมฺปชาโน โหติ. ตตฺถ ปมา คพฺภาวกฺกนฺติ โลกิยมหาชนสฺส วเสน วุตฺตา, ทุติยา อสีติมหาสาวกานํ (เถรคา. อฏฺ. ๒.๒๑ วงฺคีสตฺเถรคาถาวณฺณนาย วิตฺถาโร) วเสน, ตติยา ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานํ, ปจฺเจกพุทฺธานฺจ วเสน. เต กิร กมฺมชวาเตหิ อุทฺธํปาทา อโธสิรา อเนกสตโปริเส ปปาเต วิย โยนิมุเข ขิตฺตา ตาฬจฺฉิคฺคเฬน หตฺถี วิย สมฺพาเธน โยนิมุเขน นิกฺขมนฺตา มหนฺตํ ทุกฺขํ ปาปุณนฺติ, เตน เนสํ ‘‘มยํ นิกฺขมามา’’ติ สมฺปชฺํ น โหติ. จตุตฺถา สพฺพฺุโพธิสตฺตานํ วเสน. เต หิ มาตุกุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺตาปิ ปชานนฺติ, ตตฺถ วสนฺตาปิ ปชานนฺติ, นิกฺขมนกาเลปิ ปชานนฺติ. น หิ เต กมฺมชวาตา อุทฺธํปาเท อโธสิเร กตฺวา ขิปิตุํ สกฺโกนฺติ, ทฺเว หตฺเถ ปสาริตฺวา อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา ิตกาว นิกฺขมนฺตีติ. าเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวาติ ปุพฺพภาเค ปฺจมหาวิโลกนาเณหิ เจว ‘‘อิทานิ จวามี’’ติ จุติปริจฺฉินฺทนาเณน จ อปรภาเค ‘‘อิธ มยา ปฏิสนฺธิ คหิตา’’ติ ปฏิสนฺธิปริจฺฉินฺทนาเณน จ ปริจฺฉิชฺช ชานิตฺวา.

ปฺจนฺนํ มหาปริจฺจาคานํ, าตตฺถจริยาทีนฺจ สติปิ ปารมิยา ปริยาปนฺนภาเว สมฺภารวิเสสภาวทสฺสนตฺถํ วิสุํ คหณํ. ตตฺถ องฺคปริจฺจาโค, นยนปริจฺจาโค, อตฺตปริจฺจาโค, รชฺชปริจฺจาโค, ปุตฺตทารปริจฺจาโคติ อิเม ปฺจ มหาปริจฺจาคา. ตตฺถาปิ กามํ องฺคปริจฺจาคาทโยปิ ทานปารมีเยว, ตถาปิ ปริจฺจาควิเสสภาวทสฺสนตฺถฺเจว สุทุกฺกรภาวทสฺสนตฺถฺจ มหาปริจฺจาคานํ วิสุํ คหณํ. ตโต เอว จ องฺคปริจฺจาคโตปิ วิสุํ นยนปริจฺจาคคฺคหณํ, ปริจฺจาคภาวสามฺเปิ รชฺชปริจฺจาคปุตฺตทารปริจฺจาคคฺคหณฺจ กตํ. าตีนํ อตฺถจริยา าตตฺถจริยา, สา จ โข กรุณายนวเสน. ตถา สตฺตโลกสฺส ทิฏฺธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺถานํ วเสน หิตจริยา โลกตฺถจริยา. กมฺมสฺสกตาาณวเสน, อนวชฺชกมฺมายตนสิปฺปายตนวิชฺชาานวเสน, ขนฺธายตนาทิวเสน, ลกฺขณตฺตยาทิตีรณวเสน จ อตฺตโน, ปเรสฺจ ตตฺถ สติปฏฺาเนน าณจาโร พุทฺธจริยา, สา ปนตฺถโต ปฺาปารมีเยว, าณสมฺภารวิเสสตาทสฺสนตฺถํ ปน วิสุํ คหณํ. พุทฺธจริยานนฺติ พหุวจนนิทฺเทเสน ปุพฺพโยคปุพฺพจริยาธมฺมกฺขานาทีนํ สงฺคโห ทฏฺพฺโพ. ตตฺถ คตปจฺจาคตวตฺตสงฺขาตาย ปุพฺพภาคปฏิปทาย สทฺธึ อภิฺาสมาปตฺตินิปฺผาทนํ ปุพฺพโยโค. ทานาทีสุเยว สาติสยปฏิปตฺติ ปุพฺพจริยา. ‘‘ยาว จริยาปิฏเก สงฺคหิตา อภินีหาโร ปุพฺพโยโค, กายาทิวิเวกวเสน เอกจริยา ปุพฺพจริยา’’ติ เกจิ. ทานาทีนฺเจว อปฺปิจฺฉตาทีนฺจ สํสารนิพฺพาเนสุ อาทีนวานิสํสานฺจ วิภาวนวเสน, สตฺตานํ โพธิตฺตเย ปติฏฺาปนปริปาจนวเสน จ ปวตฺตกถา ธมฺมกฺขานํ. โกฏึ ปตฺวาติ ปรํ ปริยนฺตํ ปรมุกฺกํสํ ปาปุณิตฺวา. สตฺตมหาทานานีติ อฏฺวสฺสิกกาเล ‘‘หทยมํสาทีนิปิ ยาจกานํ ทเทยฺย’’นฺติ อชฺฌาสยํ อุปฺปาเทตฺวา ทินฺนทานํ, มงฺคลหตฺถิทานํ, คมนกาเล ทินฺนํ สตฺตสตฺตกมหาทานํ, มคฺคํ คจฺฉนฺเตน ทินฺนํ อสฺสทานํ, รถทานํ, ปุตฺตทานํ, ภริยาทานนฺติ อิมานิ สตฺต มหาทานานิ (จริยา. ๗๙) ทตฺวา.

‘‘อิทาเนว เม มรณํ โหตู’’ติ อธิมุจฺจิตฺวา กาลกรณํ อธิมุตฺติกาลกิริยา, ตํ โพธิสตฺตานํเยว, น อฺเสํ. โพธิสตฺตา กิร ทีฆายุกเทวโลเก ิตา ‘‘อิธ ิตสฺส เม โพธิสมฺภารสมฺภรณํ น สมฺภวตี’’ติ กตฺวา ตตฺถ วาสโต นิพฺพินฺทมานสา โหนฺติ, ตทา วิมานํ ปวิสิตฺวา อกฺขีนิ นิมีเลตฺวา ‘‘อิโต อุทฺธํ เม ชีวิตํ นปฺปวตฺตตู’’ติ จิตฺตํ อธิฏฺาย นิสีทนฺติ, จิตฺตาธิฏฺานสมนนฺตรเมว มรณํ โหติ. ปารมีธมฺมานฺหิ อุกฺกํสปฺปวตฺติยา ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺตภาเว อภิฺาสมาปตฺตีหิ สนฺตานสฺส วิเสสิตตฺตา อตฺตสิเนหสฺส ตนุภาเวน, สตฺเตสุ จ มหากรุณาย อุฬารภาเวน อธิฏฺานสฺส ติกฺขวิสทภาวาปตฺติยา โพธิสตฺตานํ อธิปฺปายา สมิชฺฌนฺติ. จิตฺเต, วิย กมฺเมสุ จ เนสํ วสีภาโว, ตสฺมา ยตฺถ อุปปนฺนานํ ปารมิโย สมฺมเทว ปริพฺรูหนฺติ. วุตฺตนเยน กาลํ กตฺวา ตตฺถ อุปปชฺชนฺติ. ตถา หิ อมฺหากํ มหาสตฺโต อิมสฺมึเยว กปฺเป นานาชาตีสุ อปริหีนชฺฌาโน กาลํ กตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต, อปฺปกเมว กาลํ ตตฺถ ตฺวา ตโต จวิตฺวา มนุสฺสโลเก นิพฺพตฺโต, ปารมีสมฺภรณปสุโต อโหสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘โพธิสตฺตานํเยว, น อฺเส’’นฺติ. ‘‘เอเกนอตฺตภาเวน อนฺตเรน ปารมีนํ สพฺพโส ปูริตตฺตา’’ติ อิมินา ปโยชนาภาวโต ตตฺถ ตฺวา อธิมุตฺติกาลกิริยา นาม นาโหสีติ ทสฺเสติ. อปิ จ ตตฺถ ยาวตายุกฏฺานํ จริมภเว อเนกมหานิธิสมุฏฺานปุพฺพิกาย ทิพฺพสมฺปตฺติสทิสาย มหาสมฺปตฺติยา นิพฺพตฺติ วิย, พุทฺธภูตสฺส อสทิสทานาทิวเสน อนฺสาธารณลาภุปฺปตฺติ วิย จ ‘‘อิโต ปรํ มหาปุริสสฺส ทิพฺพสมฺปตฺติอนุภวนํ นาม นตฺถี’’ติ อุสฺสาหชาตสฺส ปุฺสมฺภารสฺส วเสนาติ ทฏฺพฺพํ. อยฺเหตฺถ ธมฺมตา.

มนุสฺสคณนาวเสน, น เทวคณนาวเสน. ปุพฺพนิมิตฺตานีติ จุติยา ปุพฺพนิมิตฺตานิ. อมิลายิตฺวาติ เอตฺถ อมิลาตคฺคหเณเนว ตาสํ มาลานํ วณฺณสมฺปทายปิ คนฺธสมฺปทายปิ โสภาสมฺปทายปิ อวินาโส ทสฺสิโตติ ทฏฺพฺพํ. พาหิรพฺภนฺตรานํ รโชชลฺลานํ เลปสฺสปิ อภาวโต เทวานํ สรีรคตานิ วตฺถานิ สพฺพกาลํ ปริสุทฺธปฺปภสฺสราเนว หุตฺวา ติฏฺนฺตีติ อาห ‘‘วตฺเถสุปิ เอเสว นโย’’ติ. เนว สีตํ น อุณฺหนฺติ ยสฺส สีตสฺส ปฏิการวเสน อธิกํ เสวิยมานํ อุณฺหํ, สยเมว วา ขรตรํ หุตฺวา อภิภวนฺตํ สรีเร เสทํ อุปฺปาเทยฺย, ตาทิสํ เนว สีตํ, น อุณฺหํ โหติ. ตสฺมึ กาเลติ ยถาวุตฺตมรณาสนฺนกาเล. พินฺทุพินฺทุวเสนาติ ฉินฺนสุตฺตาย อามุตฺตมุตฺตาวลิยา นิปตนฺตา มุตฺตคุฬิกา วิย พินฺทุ พินฺทุ หุตฺวา. เสทาติ เสทธารา มุจฺจนฺติ. ทนฺตานํ ขณฺฑิตภาโว ขณฺฑิจฺจํ. เกสานํ ปลิตภาโว ปาลิจฺจํ. อาทิ-สทฺเทน วลิตฺตจตํ สงฺคณฺหาติ. กิลนฺตรูโป อตฺตภาโว โหติ, น ปน ขณฺฑิจฺจปาลิจฺจาทีติ อธิปฺปาโย. อุกฺกณฺิตาติ อนภิรติ. สา นตฺถิ อุปรูปริ อุฬารอุฬารานเมว โภคานํ วิเสสโต ทุวิชานนานํ อุปติฏฺหนโต. นิสฺสสนฺตีติ อุณฺหํ นิสฺสสนฺติ. วิชมฺภนฺตีติ อนภิรติวเสน วิชมฺภนํ กโรนฺติ.

ปณฺฑิตา เอวาติ พุทฺธิสมฺปนฺนา เอว เทวตา. ยถา เทวตา สมฺปติชาตา ‘‘กีทิเสน ปุฺกมฺเมน อิธ นิพฺพตฺตา’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘อิมินา นาม ปุฺกมฺเมน อิธ นิพฺพตฺตา’’ติ ชานนฺติ, เอวํ อตีตภเว อตฺตนา กตํ, อฺทาปิ วา เอกจฺจํ ปุฺกมฺมํ ชานนฺติเยว มหาปุฺาติ อาห ‘‘เย มหาปุฺา’’ติอาทิ.

น ปฺายนฺติ จิรตรกาลตฺตา ปรมายุโน. อนิยฺยานิกนฺติ น นิยฺยานาวหํ สตฺตานํ อภาชนภาวโต. สตฺตา น ปรมายุโน โหนฺติ นาม ปาปุสฺสนฺนตายาติ อาห ‘‘ตทา หิ สตฺตา อุสฺสนฺนกิเลสา โหนฺตี’’ติ. เอตฺถาห – กสฺมา สมฺมาสมฺพุทฺธา มนุสฺสโลเก เอว อุปฺปชฺชนฺติ, น เทวพฺรหฺมโลเกสูติ? เทวโลเก ตาว นุปฺปชฺชนฺติ พฺรหฺมจริยวาสสฺส อโนกาสภาวโต, ตถา อนจฺฉริยภาวโต. อจฺฉริยธมฺมา หิ พุทฺธา ภควนฺโต, เตสํ สา อจฺฉริยธมฺมตา เทวตฺตภาเว ิตานํ น ปากฏา โหติ ยถา มนุสฺสภูตานํ, เทวภูเต หิ สมฺมาสมฺพุทฺเธ ทิสฺสมานํ พุทฺธานุภาวํ เทวานุภาวโต โลโก ทหติ, น พุทฺธานุภาวโต, ตถา สติ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ นาธิมุจฺจติ น สมฺปสีทติ, อิสฺสรคุตฺตคฺคาหํ น วิสฺสชฺเชติ, เทวตฺตภาวสฺส จ จิรกาลาธิฏฺานโต เอกจฺจสสฺสตวาทโต น ปริมุจฺจติ. พฺรหฺมโลเก นุปฺปชฺชนฺตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สตฺตานํ ตาทิสคฺคาหวินิโมจนตฺถฺหิ พุทฺธา ภควนฺโต มนุสฺสสุคติยํเยว อุปฺปชฺชนฺติ, น เทวสุคติยํ. มนุสฺสสุคติยํ อุปฺปชฺชนฺตาปิ โอปปาติกา น โหนฺติ, สติ จ โอปปาติกูปปตฺติยํ วุตฺตโทสานติวตฺตนโต, ธมฺมเวเนยฺยานํ ธมฺมตนฺติยา ปนสฺส วิย ธาตุเวเนยฺยานํ ธาตูนํ ปนสฺส อิจฺฉิตพฺพตฺตา จ. น หิ โอปปาติกานํ ปรินิพฺพานโต อุทฺธํ สรีรธาตุโย ติฏฺนฺติ. มนุสฺสโลเก อุปฺปชฺชนฺตาปิ มหาโพธิสตฺตา จริมภเว มนุสฺสภาวสฺส ปากฏภาวกรณาย ปน ทารปริคฺคหมฺปิ กโรนฺตา ยาว ปุตฺตมุขทสฺสนา อคารมชฺเฌ ติฏฺนฺติ, ปริปากคตสีลเนกฺขมฺมปฺาทิปารมิกาปิ น อภินิกฺขมนฺตีติ. กึ วา เอตาย การณจินฺตาย ‘‘สพฺพพุทฺเธหิ อาจิณฺณสมาจิณฺณา, ยทิทํ มนุสฺสภูตานํเยว อภิสมฺพุชฺฌนา, น เทวภูตาน’’นฺติ. อยเมตฺถ ธมฺมตา. ตถา หิ ตทตฺโถ มหาภินีหาโรปิ มนุสฺสภูตานํเยว อิชฺฌติ, น เทวภูตานํ.

กสฺมา ปน สมฺมาสมฺพุทฺธา ชมฺพุทีเป เอว อุปฺปชฺชนฺติ, น เสสทีเปสุ? เกจิ ตาว อาหุ ‘‘ยสฺมา ปถวิยา นาภิภูตา, พุทฺธานุภาวสหิตา อจลฏฺานภูตา โพธิมณฺฑภูมิ ชมฺพุทีเป เอว, ตสฺมา ชมฺพุทีเป เอว อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ, ตถา ‘‘อิตเรสมฺปิ อวิชหิตฏฺานานํ ตตฺเถว ลพฺภนโต’’ติ. อยํ ปเนตฺถ อมฺหากํ ขนฺติ – ยสฺมา ปุริมพุทฺธานํ, มหาโพธิสตฺตานํ, ปจฺเจกพุทฺธานฺจ นิพฺพตฺติยา สาวกโพธิสตฺตานํ สาวกโพธิยา อภินีหาโร, สาวกปารมิยา สมฺภรณํ, ปริปาจนฺจ พุทฺธเขตฺตภูเต อิมสฺมึ จกฺกวาเฬ ชมฺพุทีเป เอว อิชฺฌติ, น อฺตฺถ. เวเนยฺยานํ วินยนตฺโถ จ พุทฺธุปฺปาโทติ อคฺคสาวกมหาสาวกาทิ เวเนยฺยวิเสสาเปกฺขาย เอตสฺมึ ชมฺพุทีเป เอว พุทฺธา นิพฺพตฺตนฺติ, น เสสทีเปสุ. อยฺจ นโย สพฺพพุทฺธานํ อาจิณฺณสมาจิณฺโณติ. เตสํ อุตฺตมปุริสานํ ตตฺเถว อุปฺปตฺติ สมฺปตฺติจกฺกานํ วิย อฺมฺูปนิสฺสยโต อปราปรํ วตฺตตีติ ทฏฺพฺพํ, เอเตเนว อิมํ จกฺกวาฬํ มชฺเฌ กตฺวา อิมินา สทฺธึ จกฺกวาฬานํ ทสสหสฺสสฺเสว เขตฺตภาโว ทีปิโต อิโต อฺสฺส พุทฺธานํ อุปฺปตฺติฏฺานสฺส เตปิฏเก พุทฺธวจเน อนุปลพฺภนโต. เตนาห ‘‘ตีสุ ทีเปสุ พุทฺธา น นิพฺพตฺตนฺติ, ชมฺพุทีเปเยว นิพฺพตฺตนฺตีติ ทีปํ ปสฺสี’’ติ. อิมินา นเยน เทสนิยาเมปิ การณํ นีหริตฺวา วตฺตพฺพํ.

อิทานิ จ ขตฺติยกุลํ โลกสมฺมตํ พฺราหฺมณานมฺปิ ปูชนียภาวโต. ‘‘ราชา ปิตา ภวิสฺสตี’’ติ กุลํ ปสฺสิ ปิตุวเสน กุลสฺส นิทฺทิสิตพฺพโต.

‘‘ทสนฺนํ มาสานํ อุปริ สตฺต ทิวสานี’’ติ ปสฺสิ, เตน อตฺตโน อนฺตรายาภาวํ อฺาสิ, ตสฺสา จ ตุสิตภเว ทิพฺพสมฺปตฺติปจฺจนุภวนํ.

ตา เทวตาติ ทสสหสฺสิจกฺกวาฬเทวตา. กถํ ปน ตา เทวตา ตทา โพธิสตฺตสฺส ปูริตปารมิภาวํ, กถํ จสฺส พุทฺธภาวํ ชานนฺตีติ? มเหสกฺขานํ เทวตานํ วเสน, เยภุยฺเยน จ ตา เทวตา อภิสมยภาคิโน. ตถา หิ ภควโต ธมฺมทานสํวิภาเค อเนกวารํ ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตาสนฺนิปาโต อโหสิ.

‘‘จวามี’’ติ ชานาติ จุติอาสนฺนชวเนหิ าณสหิเตหิ จุติยา อุปฏฺิตภาวสฺส ปฏิสํวิทิตตฺตา. จุติจิตฺตํ น ชานาติ จุติจิตฺตกฺขณสฺส อิตฺตรภาวโต. ตถา หิ ตํ จุตูปปาตาณสฺสปิ อวิสโยว. ปฏิสนฺธิจิตฺเตปิ เอเสว นโย. อาวชฺชนปริยาโยติ อาวชฺชนกฺกโม. ยสฺมา เอกวารํ อาวชฺชิตมตฺเตน อารมฺมณํ นิจฺฉินิตุํ น สกฺกา, ตสฺมา ตํ เอวารมฺมณํ ทุติยํ, ตติยฺจ อาวชฺชิตฺวา นิจฺฉยติ. อาวชฺชนสีเสน เจตฺถ ชวนวาโร คหิโต. เตนาห ‘‘ทุติยตติยจิตฺตวาเร เอว ชานิสฺสตี’’ติ. จุติยา ปุเรตรํ กติปยจิตฺตวารโต ปฏฺาย ‘‘มรณํ เม อาสนฺน’’นฺติ ชานนโต ‘‘จุติกฺขเณปิ จวามีติ ชานาตี’’ติ วุตฺตํ. ปฏิสนฺธิยา ปน อปุพฺพภาวโต ปฏิสนฺธิจิตฺตํ น ชานาติ. นิกนฺติยา อุปฺปตฺติโต ปรโต ‘‘อสุกสฺมึ เม าเน ปฏิสนฺธิ คหิตา’’ติ ชานาติ. ตสฺมึ กาเลติ ปฏิสนฺธิคฺคหณกาเล. ทสสหสฺสิโลกธาตุ กมฺปตีติ เอตฺถ กมฺปนการณํ เหฏฺา พฺรหฺมชาลวณฺณนายํ (ที. นิ. ฏี. ๑.๑๔๙) วุตฺตเมว. อตฺถโต ปเนตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต มหาปรินิพฺพานวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๑๗๑) อาคมิสฺสติ. มหาการุณิกา พุทฺธา ภควนฺโต สตฺตานํ หิตสุขวิธานตปฺปรตาย พหุลํ โสมนสฺสิกาว โหนฺตีติ เตสํ ปมมหาวิปากจิตฺเตน ปฏิสนฺธิคฺคหณํ อฏฺกถายํ (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๑๗; ธ. ส. อฏฺ. ๔๙๘; ม. นิ. อฏฺ. ๔.๒๐๐) วุตฺตํ. มหาสิวตฺเถโรปน ยทิปิ มหาการุณิกา พุทฺธา ภควนฺโต สตฺตานํ หิตสุขวิธานตปฺปราว, วิเวกชฺฌาสยา ปน วิสงฺขารนินฺนา สพฺพสงฺขาเรสุ อชฺฌุเปกฺขนพหุลาติ ปฺจมมหาวิปากจิตฺเตน ปฏิสนฺธิคฺคหณมาห.

ปุเร ปุณฺณมาย สตฺตมทิวสโต ปฏฺายาติ ปุณฺณมาย ปุเร สตฺตมทิวสโต ปฏฺาย, สุกฺกปกฺเข นวมิโต ปฏฺายาติ อตฺโถ. สตฺตเม ทิวเสติ นวมิโต สตฺตเม ทิวเส อาสฬฺหิปุณฺณมายํ. อิทํ สุปินนฺติ อิทานิ วุจฺจมานาการํ. มชฺฌิมฏฺกถายํ ปน ‘‘อโนตตฺตทหํ เนตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺํสุ. อถ เนสํ เทวิโย อาคนฺตฺวา มนุสฺสมลหรณตฺถํ นฺหาเปตฺวา’’ติ (ม. นิ. อฏฺ. ๔.๒๐๐) วุตฺตํ. ตตฺถ เนสํ เทวิโยติ มหาราชูนํ เทวิโย. จริตฺวาติ โคจรํ จริตฺวา.

หริตูปลิตฺตายาติ หริเตน โคมเยน กตปริภณฺฑาย. ‘‘โส จ โข ปุริสคพฺโภ, น อิตฺถิคพฺโภ, ปุตฺโต เต ภวิสฺสตี’’ติ เอตฺตกเมว เต พฺราหฺมณา อตฺตโน สุปินสตฺถนเยน กเถสุํ. ‘‘สเจ อคารํ อชฺฌาวสิสฺสตี’’ติอาทิ ปน เทวตาวิคฺคเหน ตมตฺถํ ยาถาวโต ปเวเทสุํ.

ธมฺมตาติ เอตฺถ ธมฺม-สทฺโท ‘‘ชาติธมฺมานํ ภิกฺขเว สตฺตาน’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๓๑; ๓.๓๗๓; ปฏิ. ม. ๑.๓๓) วิย ปกติปริยาโย, ธมฺโม เอว ธมฺมตา ยถา เทโว เอว เทวตาติ อาห ‘‘อยํ สภาโว’’ติ, อยํ ปกตีติ อตฺโถ. สฺวายํ สภาโว อตฺถโต ตถา นิยตภาโวติ อาห ‘‘อยํ นิยาโมติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. นิยาโม ปน พหุวิโธติ เต สพฺเพ อตฺถุทฺธารนเยน อุทฺธริตฺวา อิธาธิปฺเปตนิยามเมว ทสฺเสตุํ ‘‘นิยาโม จ นามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กมฺมานํ นิยาโม กมฺมนิยาโม. เอส นโย อุตุนิยามาทีสุ ตีสุ. อิตโร ปน ธมฺโม เอว นิยาโม ธมฺมนิยาโม, ธมฺมตา.

กุสลสฺส กมฺมสฺส. นิเสนฺโต ติขิณํ กโรนฺโต.

อรูปาทิภูมิภาควิเสสวเสน อุตุวิเสสทสฺสนโต อุตุวิเสเสน สิชฺฌมานานํ รุกฺขาทีนํ ปุปฺผผลาทิคฺคหณํ ‘‘เตสุ เตสุ ชนปเทสู’’ติ วิเสเสตฺวา วุตฺตํ. ตสฺมึ ตสฺมึ กาเลติ ตสฺมึ ตสฺมึ วสนฺตาทิกาเล.

มธุรโต พีชโต ติตฺตโต พีชโตติ โยชนา.

๑๘. วตฺตมานสมีเป วตฺตมาเน วิย โวหริตพฺพนฺติ ‘‘โอกฺกมตี’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘โอกฺกนฺโต โหตีติ อยเมวตฺโถ’’ติ. เอวํ โหตีติ เอวํ วุตฺตปฺปกาเรนสฺส สมฺปชานนา โหติ. น โอกฺกมมาเน ปฏิสนฺธิกฺขณสฺส ทุวิฺเยฺยตาย. ยถา จ วุตฺตํ ‘‘ปฏิสนฺธิจิตฺตํ น ชานาตี’’ติ. ทสสหสฺสจกฺกวาฬปตฺถรเณน วา อปฺปมาโณ. อติวิย สมุชฺชลนภาเวน อุฬาโร. เทวานุภาวนฺติ เทวานํ ปภานุภาวํ. เทวานฺหิ ปภํ โส โอภาโส อภิภวติ, น เตสํ อาธิปจฺจํ. เตนาห ‘‘นิวตฺถวตฺถสฺสา’’ติอาทิ.

โลกานํ โลกธาตูนํ อนฺตโร วิวโร โลกนฺตโร, โส เอว อิตฺถิลิงฺควเสน ‘‘โลกนฺตริกา’’ติ วุตฺโต. รุกฺขคจฺฉาทินา เกนจิ น หฺนฺตีติ อฆา, อสมฺพาธา. เตนาห ‘‘นิจฺจวิวฏา’’ติ. อสํวุตาติ เหฏฺา, อุปริ จ เกนจิ น ปิหิตา. เตน วุตฺตํ ‘‘เหฏฺาปิ อปฺปติฏฺา’’ติ. ตตฺถ ปิ-สทฺเทน ยถา เหฏฺา อุทกสฺส ปิธายิกา ปถวี นตฺถีติ อสํวุตา โลกนฺตริกา, เอวํ อุปริปิ จกฺกวาเฬสุ วิย เทววิมานานํ อภาวโต อสํวุตา อปฺปติฏฺาติ ทสฺเสติ. อนฺธกาโร เอตฺถ อตฺถีติ อนฺธการา. จกฺขุวิฺาณํ น ชายติ อาโลกสฺส อภาวโต, น จกฺขุโน. ตถา หิ ‘‘เตน โอภาเสน อฺมฺํ สฺชานนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ชมฺพุทีเป ิตมชฺฌนฺหิกเวลายํ ปุพฺพวิเทหวาสีนํ อตฺถงฺคมนวเสน อุปฑฺฒํ สูริยมณฺฑลํ ปฺายติ, อปรโคยานวาสีนํ อุคฺคมนวเสน, เอวํ เสสทีเปสุ ปีติ อาห ‘‘เอกปฺปหาเรเนว ตีสุ ทีเปสุ ปฺายนฺตี’’ติ. อิโต อฺถา ปน ทฺวีสุ เอว ทีเปสุ เอกปฺปหาเรน ปฺายนฺตีติ. เอเกกาย ทิสาย นว นว โยชนสตสหสฺสานิ อนฺธการวิธมนมฺปิ อิมินาว นเยน ทฏฺพฺพํ. ปภาย นปฺปโหนฺตีติ อตฺตโน ปภาย โอภาสิตุํ อนภิสมฺภุนนฺติ. ยุคนฺธรปพฺพตปฺปมาเณ อากาเส วิจรณโต ‘‘จกฺกวาฬปพฺพตสฺส เวมชฺเฌน วิจรนฺตี’’ติ วุตฺตํ.

วาวฏาติ ขาทนตฺถํ คณฺหิตุํ อุปกฺกมนฺตา. วิปริวตฺติตฺวาติ วิวตฺติตฺวา. ฉิชฺชิตฺวาติ มุจฺฉาปตฺติยา ิตฏฺานโต มุจฺจิตฺวา, องฺคปจฺจงฺคเฉทเนน วา ฉิชฺชิตฺวา. อจฺจนฺตขาเรติ อาตปสนฺตาปาภาเวน อติสีตภาวเมว สนฺธาย อจฺจนฺตขารตา วุตฺตา สิยา. น หิ ตํ กปฺปสณฺหนอุทกํ สมฺปตฺติกรมหาเมฆวุฏฺํ ปถวิสนฺธารกํ กปฺปวินาสกํ อุทกํ วิย ขารํ ภวิตุํ อรหติ. ตถา หิ สติ ปถวีปิ วิลีเยยฺย, เตสํ วา ปาปกมฺมพเลน เปตานํ อุทกสฺส ปุพฺพเขฬภาวาปตฺติ วิย ตสฺส อุทกสฺส ตทา ขารภาวาปตฺติ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อจฺจนฺตขาเร อุทเก’’ติ.

เอกยาคุปานมตฺตมฺปีติ ปตฺตาทิภาชนคตํ ยาคุํ คโฬจิอาทิอุทฺธรณิยา คเหตฺวา ปิวนมตฺตมฺปิ กาลํ. สมนฺตโตติ สพฺพภาคโต ฉปฺปการมฺปิ.

๑๙. จตุนฺนํ มหาราชานํ วเสนาติ เวสฺสวณาทิจตุมหาราชภาวสามฺเน.

ยถาวิหารนฺติ ยถาสกํ วิหารํ.

๒๐. ปกติยาติ อตฺตโน ปกติยา เอว. เตนาห ‘‘สภาเวเนวา’’ติ. ปรสฺส สนฺติเก คหเณน วินา อตฺตโน สภาเวเนว สยเมว อธิฏฺหิตฺวา สีลสมฺปนฺนา. โพธิสตฺตมาตาปีติ อมฺหากํ โพธิสตฺตมาตาปิ. กาลเทวิลสฺสาติ ยถา กาลเทวิลสฺส สนฺติเก อฺทา คณฺหาติ, โพธิสตฺเต ปน…เป… สยเมว สีลํ อคฺคเหสิ, ตถา วิปสฺสีโพธิสตฺตมาตาปีติ อธิปฺปาโย.

๒๑. ‘‘มนุสฺเสสู’’ติ อิทํ ปกติจาริตฺตวเสน วุตฺตํ, ‘‘มนุสฺสิตฺถิยา นาม มนุสฺสปุริเสสุ ปุริสาธิปฺปายจิตฺตํ อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ. โพธิสตฺตสฺส มาตุยา ปน เทเวสุปิ ตาทิสํ จิตฺตํ นุปฺปชฺชเตว. ยถา โพธิสตฺตสฺส อานุภาเวน โพธิสตฺตมาตุ ปุริสาธิปฺปายจิตฺตํ นุปฺปชฺชติ, เอวํ ตสฺส อานุภาเวเนว สา เกนจิ ปุริเสน อนภิภวนียาติ อาห ‘‘ปาทา น วหนฺติ ทิพฺพสงฺขลิกา วิย พชฺฌนฺตี’’ติ.

๒๒. ปุพฺเพ ‘‘กามคุณูปสํหิตํ จิตฺตํ นุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ, ปุน ‘‘ปฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตา สมงฺคีภูตา ปริจาเรตี’’ติ จ วุตฺตํ. กถมิทํ อฺมฺํ น วิรุชฺฌตีติ อาห ‘‘ปุพฺเพ’’ติอาทิ. วตฺถุปฏิกฺเขโปติ อพฺรหฺมจริยวตฺถุปฏิเสโธ. เตนาห ‘‘ปุริสาธิปฺปายวเสนา’’ติ. อารมฺมณปฏิลาโภติ รูปาทิปฺจกามคุณารมฺมณสฺเสว ปฏิลาโภ.

๒๓. กิลมโถติ เขโท, กายสฺส ครุภาวกถินภาวาทโยปิ ตสฺสา ตทา น โหนฺติ เอว. ‘‘ติโรกุจฺฉิคตํ ปสฺสตี’’ติ วุตฺตํ. กทา ปฏฺาย ปสฺสตีติ อาห ‘‘กลลาทิกาลํ อติกฺกมิตฺวา’’ติอาทิ. ทสฺสเน ปโยชนํ สยเมว วทติ. ตสฺส อภาวโต กลลาทิกาเล น ปสฺสติ. ปุตฺเตน ทหเรน มนฺเทน อุตฺตานเสยฺยเกน สทฺธึ. ‘‘ยํ ตํ มาตู’’ติอาทิ ปกติจาริตฺตวเสน วุตฺตํ. จกฺกวตฺติคพฺภโตปิ หิ สวิเสสํ โพธิสตฺตคพฺโภ ปริหารํ ลภติ ปุฺสมฺภารสฺส สาติสยตฺตา, ตสฺมา โพธิสตฺตมาตา อติวิย สปฺปายาหาราจารา จ หุตฺวา สกฺกจฺจํ ปริหรติ. สุขวาสตฺถนฺติ โพธิสตฺตสฺส สุขวาสตฺถํ. ปุรตฺถาภิมุโขติ มาตุ ปุริมภาคาภิมุโข. อิทานิ ติโรกุจฺฉิคตสฺส ทิสฺสมานตาย อพฺภนฺตรํ, พาหิรฺจ การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปุพฺเพ กตกมฺม’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อสฺสาติ เทวิยา. วตฺถุนฺติ กุจฺฉึ. ผลิกอพฺภปฏลาทิโน วิย โพธิสตฺตมาตุกุจฺฉิตจสฺส ปตนุภาเวน อาโลกสฺส วิพนฺธาภาวโต ยถา โพธิสตฺตมาตา กุจฺฉิคตํ โพธิสตฺตํ ปสฺสติ, กึ เอวํ โพธิสตฺโตปิ มาตรํ, อฺฺจ ปุรโต ิตํ รูปคตํ ปสฺสติ, โนติ อาห ‘‘โพธิสตฺโต ปนา’’ติอาทิ. กสฺมา ปน สติ จกฺขุมฺหิ, อาโลเก จ น ปสฺสตีติ อาห ‘‘น หิ อนฺโตกุจฺฉิยํ จกฺขุวิฺาณํ อุปฺปชฺชตี’’ติ. อสฺสาสปสฺสาสา วิย หิ ตตฺถ จกฺขุวิฺาณมฺปิ น อุปฺปชฺชติ ตชฺชสฺส สมนฺนาหารสฺส อภาวโต.

๒๔. ยถา อฺา อิตฺถิโย วิชาตปฺปจฺจยา ตาทิเสน โรเคน อภิภูตาปิ หุตฺวา มรนฺติ, โพธิสตฺตมาตุ ปน โพธิสตฺเต กุจฺฉิคเต ตสฺส วิชายนนิมิตฺตํ, น โกจิ โรโค อุปฺปชฺชติ, เกวลํ อายุปริกฺขเยเนว กาลํ กโรติ, สฺวายมตฺโถ เหฏฺา วุตฺโต เอว. ‘‘โพธิสตฺเตน วสิตฏฺานฺหี’’ติอาทิ ตสฺส การณวจนํ. อฺเสํ อปริโภคนฺติ อฺเหิ น ปริภุฺชิตพฺพํ, น ปริโภคโยคฺยนฺติ อตฺโถ. ตถา สติ โพธิสตฺตปิตุ อฺาย อคฺคมเหสิยา ภวิตพฺพํ, ตถาปิ โพธิสตฺตมาตริ ธรนฺติยา อยุชฺชมานกนฺติ อาห ‘‘น จ สกฺกา’’ติอาทิ. อปเนตฺวาติ อคฺคมเหสิานโต นีหริตฺวา. อตฺตนิ ฉนฺทราควเสเนว พหิทฺธา อารมฺมณปริเยสนาติ วิสยินิสาราโค สตฺตานํ วิสเยสุ สาราคสฺส พลวการณนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สตฺตานํ อตฺตภาเว ฉนฺทราโค พลวา โหตี’’ติ. อนุรกฺขิตุํ น สกฺโกตีติ สมฺมา คพฺภปริหารํ นานุยุฺชติ. เตน คพฺโภ พหฺวาพาโธ โหติ. วตฺถุ วิสทํ โหตีติ คพฺภาสโย วิสุทฺโธ โหติ. มาตุ มชฺฌิมวยสฺส ตติยโกฏฺาเส โพธิสตฺตคพฺโภกฺกมนมฺปิ ตสฺสา อายุปริมาณวิโลกเนเนว สงฺคหิตํ วโยวเสน อุปฺปชฺชนกวิการสฺส ปริวชฺชนโต. อิตฺถิสภาเวน อุปฺปชฺชนกวิกาโร ปน โพธิสตฺตสฺส อานุภาเวเนว วูปสมติ.

๒๕. สตฺตมาสชาโตติ ปฏิสนฺธิคฺคหณโต สตฺตเม มาเส ชาโต. โส สีตุณฺหกฺขโม น โหติ อติวิย สุขุมาลตาย. อฏฺมาสชาโต กามํ สตฺตมาสชาตโต พุทฺธิวยวา, เอกจฺเจ ปน จมฺมปเทสา วุทฺธึ ปาปุณนฺตา ฆฏฺฏนํ น สหนฺติ, เตน โส น ชีวติ. ‘‘สตฺตมาสชาตสฺส ปน น ตาว เต ชาตา’’ติ วทนฺติ.

๒๗. เทวา ปมํ ปฏิคฺคณฺหนฺตีติ ‘‘โลกนาถํ มหาปุริสํ สยเมว ปมํ ปฏิคฺคณฺหามา’’ติ สฺชาตคารวพหุมานา อตฺตโน ปีตึ ปเวเทนฺตา ขีณาสวา สุทฺธาวาสพฺรหฺมาโน อาทิโต ปฏิคฺคณฺหนฺติ. สูติเวสนฺติ สูติชคฺคนธาติเวสํ. เอเกติ อภยคิริวาสิโน. มจฺฉกฺขิสทิสํ ฉวิวเสน. อฏฺาสิ น นิสีทิ, น นิปชฺชิ วา. เตน วุตฺตํ ‘‘ิตาว โพธิสตฺตํ โพธิสตฺตมาตา วิชายตี’’ติ. นิทฺทุกฺขตาย ิตา เอว หุตฺวา วิชายติ. ทุกฺขสฺส หิ พลวภาวโต ตํ ทุกฺขํ อสหมานา อฺา อิตฺถิโย นิสินฺนา วา นิปนฺนา วา วิชายนฺติ.

๒๘. อชินปฺปเวณิยาติ อชินจมฺเมหิ สิพฺพิตฺวา กตปเวณิยา. มหาเตโชติ มหานุภาโว. มหายโสติ มหาปริวาโร, วิปุลกิตฺติโฆโส จ.

๒๙. ภคฺควิภคฺคาติ สมฺพาธฏฺานโต นิกฺขมเนน วิภาวิตตฺตา ภคฺคา, วิภคฺคา วิย จ หุตฺวา, เตน เนสํ อวิสทภาวเมว ทสฺเสติ. อลคฺโค หุตฺวาติ คพฺภาสเย, โยนิปเทเส จ กตฺถจิ อลคฺโค อสตฺโต หุตฺวา, ยโต ‘‘ธมกรณโต อุทกนิกฺขมนสทิส’’นฺติ วุตฺตํ. อุทเกนาติ คพฺภาสยคเตน อุทเกน. อมกฺขิโตว นิกฺขมติ สมฺมกฺขิตสฺส ตาทิสสฺส อุทกเสมฺหาทิกสฺเสว ตตฺถ อภาวโต. โพธิสตฺตสฺส หิ ปุฺานุภาวโต ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺาย ตํ านํ ปุพฺเพปิ วิสุทฺธํ วิเสสโต ปรมสุคนฺธคนฺธกุฏิ วิย จนฺทนคนฺธํ วายนฺตํ ติฏฺติ.

อุทกวฏฺฏิโยติ อุทกกฺขนฺธา.

๓๑. มุหุตฺตชาโตติ มุหุตฺเตน ชาโต หุตฺวา มุหุตฺตมตฺโตว. อนุธาริยมาเนติ อนุกูลวเสน นียมาเน. อาคตาเนวาติ ตํ านํ อุปคตานิ เอว. อเนกสาขนฺติ รตนมยาเนกสตปติฏฺานหีรกํ. สหสฺสมณฺฑลนฺติ เตสํ อุปริฏฺิตํ อเนกสหสฺสมณฺฑลหีรกํ. มรูติ เทวา. น โข ปน เอวํ ทฏฺพฺพํ ปทวีติหารโต ปเคว ทิสาวิโลกนสฺส กตตฺตา. เตนาห ‘‘มหาสตฺโต หี’’ติอาทิ. เอกงฺคณานีติ วิวฏภาเวน วิหารงฺคณปริเวณงฺคณานิ วิย เอกงฺคณสทิสานิ อเหสุํ. สทิโสปิ นตฺถีติ ตุมฺหากํ อิทํ วิโลกนํ วิสิฏฺเ ปสฺสิตุํ ‘‘อิธ ตุมฺเหหิ สทิโสปิ นตฺถิ, กุโต อุตฺตริตโร’’ติ อาหํสุ. อคฺโคติ ปธาโน, เกน ปนสฺส ปธานตาติ อาห ‘‘คุเณหี’’ติ. ปม-สทฺโท เจตฺถ ปธานปริยาโย. โพธิสตฺตสฺส ปน ปธานตา อนฺสาธารณาติ อาห ‘‘สพฺพปโม’’ติ, สพฺพปธาโนติ อตฺโถ. เอตสฺเสวาติ อคฺคสทฺทสฺเสว. เอตฺถ จ มเหสกฺขา ตาว เทวา ตถา จ วทนฺติ, อิตเร ปน กถนฺติ? มหาสตฺตสฺส อานุภาวทสฺสนาทินา. มเหสกฺขานฺหิ เทวานํ มหาสตฺตสฺส อานุภาโว วิย เตน สทิสานมฺปิ อานุภาโว ปจฺจกฺโข อโหสีติ, อิตเร ปน เตสํ วจนํ สุตฺวา สทฺทหนฺตา อนุมินนฺตา ตถา อาหํสุ. ปริปากคตปุพฺพเหตุสํสิทฺธาย ธมฺมตาย โจทิยมาโน อิมสฺมึ…เป… พฺยากาสิ.

ชาตมตฺตสฺเสว โพธิสตฺตสฺส านาทีนิ เยสํ วิเสสาธิคมานํ ปุพฺพนิมิตฺตภูตานีติ เต นิทฺธาเรตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปติฏฺานํ จตุริทฺธิปาทปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ อิทฺธิปาทวเสน โลกุตฺตรธมฺเมสุ สุปฺปติฏฺิตภาวสมิชฺฌนโต. อุตฺตราภิมุขภาโว โลกสฺส อุตฺตรณวเสน คมนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. เตน หิ ภควา สเทวกสฺส โลกสฺส อภิภูโต, เกนจิ อนภิภูโต อโหสิ. เตนาห ‘‘มหาชนํ อชฺโฌตฺถริตฺวา อภิภวิตฺวา คมนสฺส ปุพฺพนิมิตฺต’’นฺติ. ตถา สตฺตปทคมนํ สตฺตปทโพชฺฌงฺคสมฺปนฺนอริยมคฺคคมนสฺส. สุวิสุทฺธเสตจฺฉตฺตธารณํ สุวิสุทฺธวิมุตฺติฉตฺตธารณสฺส. ปฺจราชกกุธภณฺฑสมาโยโค ปฺจวิธวิมุตฺติคุณสมาโยคสฺส. อนาวฏทิสานุวิโลกนํ อนาวฏาณตาย. ‘‘อคฺโคหมสฺมี’’ติอาทินา อฉมฺภิตวาจาภาสนํ เกนจิ อวิพนฺธนียตาย อปฺปวตฺติยสฺส สทฺธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสฺส. ‘‘อยมนฺติมา ชาตี’’ติ อายตึ ชาติยา อภาวกิตฺตนา อนุปาทิ…เป… ปุพฺพนิมิตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ ตสฺส ตสฺส อนาคเต ลทฺธพฺพวิเสสสฺส ตํ ตํ นิมิตฺตํ อพฺยภิจารีติ กตฺวา. น อาคโตติ อิมสฺมึ สุตฺเต, อฺตฺถ จ วกฺขมานาย อนุปุพฺพิยา น อาคโต. อาหริตฺวาติ ตสฺมึ ตสฺมึ สุตฺเต, อฏฺกถาสุ จ อาคตนเยน อาหริตฺวา ทีเปตพฺโพ.

‘‘ทสสหสฺสิโลกธาตุ กมฺปี’’ติ อิทํ สติปิ อิธ ปาฬิยํ อาคตตฺเต วกฺขมานานํ อจฺฉริยานํ มูลภูตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ, เอวํ อฺมฺปิ เอวรูปํ ทฏฺพฺพํ. ตนฺติพทฺธา วีณา จมฺมพทฺธา เภริโยติ ปฺจงฺคิกตูริยสฺส นิทสฺสนมตฺตํ, จ-สทฺเทน วา อิตเรสมฺปิ สงฺคโห ทฏฺพฺโพ. ‘‘อนฺทุพนฺธนาทีนิ ตงฺขเณ เอว ฉชฺชิตฺวา ปุน ปากติกาเนว โหนฺติ, ตถา ชจฺจนฺธาทีนํ จกฺขุโสตาทีนิ ตถารูปกมฺมปจฺจยา ตสฺมึเยว ขเณ อุปฺปชฺชิตฺวา ตาวเทว วิคจฺฉนฺตี’’ติ วทนฺติ. ฉิชฺชึสูติ จ ปาเทสุ พนฺธฏฺาเนสุ ฉิชฺชึสุ. วิคจฺฉึสูติ วูปสมึสุ. อากาสฏฺกรตนานิ นาม ตํตํวิมานคตมณิรตนาทีนิ. สกเตโชภาสิตานีติ อติวิย สมุชฺชลาย อตฺตโน ปภาย โอภาสิตานิ อเหสุํ. นปฺปวตฺตีติ น สนฺนิปาโต. น วายีติ ขโร วาโต น วายิ. มุทุสุโข ปน สตฺตานํ สุขาวโห วายิ. ปถวิคตา อเหสุํ อุจฺจฏฺาเน าตุํ อวิสหนฺตา. อุตุสมฺปนฺโนติ อนุณฺหาสีตตาสงฺขาเตน อุตุนา สมฺปนฺโน. อปฺโผฏนํ วุจฺจติ ภุชหตฺถสงฺฆฏฺฏนสทฺโท, อตฺถโต ปน วามหตฺถํ อุเร เปตฺวา ทกฺขิเณน ปุถุปาณินา หตฺถตาฬเนน สทฺทกรณํ. มุเขน อุสฺเสฬนํ สทฺทสฺส มุฺจนํ เสฬนํ. เอกทฺธชมาลา อโหสิ นิรนฺตรํ ธชมาลาสโมธานคตาย. น เกวลฺจ เอตานิ เอว, อถ โข อฺานิปิ ‘‘วิจิตฺตปุปฺผสุคนฺธปุปฺผวสฺสเทโวปวสฺสิ สูริเย ทิสฺสมาเน เอว ตารกา โอภาสึสุ, อจฺฉํ วิปฺปสนฺนํ อุทกํ ปถวิโต อุพฺภิชฺชิ, พิลาสยา จ ติรจฺฉานา อาสยโต นิกฺขมึสุ, ราคโทสโมหาปิ ตนุ ภวึสุ, ปถวิยํ รโช วูปสมิ, อนิฏฺคนฺโธ วิคจฺฉิ, ทิพฺพคนฺโธ วายิ, รูปิโน เทวา สรูเปเนว มนุสฺสานํ อาปาถํ อคมํสุ, สตฺตานํ จุตูปปาตา นาเหสุ’’นฺติ เอวมาทีนิ ยานิ มหาภินีหารสมเย อุปฺปนฺนานิ ทฺวตฺตึสปุพฺพนิมิตฺตานิ, ตานิ อนวเสสโต ตทา อเหสุนฺติ.

ตตฺราปีติ เตสุปิ ปถวิกมฺปาทีสุ เอวํ ปุพฺพนิมิตฺตภาโว เวทิตพฺโพ. น เกวลํ สมฺปติชาตสฺส านาทีสุ เอวาติ อธิปฺปาโย. สพฺพฺุตฺาณปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ สพฺพสฺส เยฺยสฺส, ติตฺถกรมตสฺส จ จาลนโต. เกนจิ อนุสฺสาหิตานํเยว อิมสฺมึเยว เอกจกฺกวาเฬ สนฺนิปาโต เกนจิ อนุสฺสาหิตานํเยว เอกปฺปหาเรเนว สนฺนิปติตฺวา ธมฺมปฏิคฺคณฺหนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. ปมํ เทวตานํ ปฏิคฺคหณํ ทิพฺพวิหารปฏิลาภสฺส, ปจฺฉา มนุสฺสานํ ปฏิคฺคหณํ ตตฺเถว านสฺส นิจฺจลสภาวโต อาเนฺชวิหารปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. วีณานํ สยํ วชฺชนํ ปรูปเทเสน วินา สยเมว อนุปุพฺพวิหารปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. เภรีนํ วชฺชนํ จกฺกวาฬปริยนฺตาย ปริสาย ปเวทนสมตฺถสฺส ธมฺมเภริยา อนุสาวนสฺส อมตทุนฺทุภิโฆสนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. อนฺทุพนฺธนาทีนํ เฉโท มานวินิพนฺธเภทนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. มหาชนสฺส โรควิคโม ตสฺเสว สกลวฏฺฏทุกฺขโรควิคมภูตสฺส สจฺจปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. ‘‘มหาชนสฺสา’’ติ ปทํ ‘‘มหาชนสฺส ทิพฺพจกฺขุปฏิลาภสฺส, มหาชนสฺส ทิพฺพโสตธาตุปฏิลาภสฺสา’’ติอาทินา ตตฺถ ตตฺถ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. อิทฺธิปาทภาวนาวเสน สาติสยาณชวสมฺปตฺติสิทฺธีติ อาห ‘‘ปีสปฺปีนํ ชวสมฺปทา จตุริทฺธิปาทปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺต’’นฺติ. สุปฏฺฏนสมฺปาปุณนํ จตุปฏิสมฺภิทาธิคมสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. อตฺถาทิอนุรูปํ อตฺถาทีสุ สมฺปฏิปตฺติภาวโต. รตนานํ สกเตโชภาสิตตฺตํ ยํ โลกสฺส ธมฺโมภาสํ ทสฺเสสฺสติ, เตน ตสฺส สกเตโชภาสิตตฺตสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ.

จตุพฺรหฺมวิหารปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ ตสฺส สพฺพโส เวรวูปสมนโต. เอกาทสอคฺคินิพฺพาปนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ ทุนฺนิพฺพาปนนิพฺพานภาวโต. าณาโลกาทสฺสนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ อนาโลเก อาโลกทสฺสนภาวโต. นิพฺพานรเสนาติ กิเลสานํ นิพฺพายนรเสน. เอกรสภาวสฺสาติ สาสนสฺส สพฺพตฺถ เอกรสภาวสฺส, ตฺจ โข อมธุรสฺส โลกสฺส สพฺพโส มธุรภาวาปาทเนน. ทฺวาสฏฺิทิฏฺิคตภินฺทนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ สพฺพโส ทิฏฺิคตวาตาปนยนวเสน. อากาสาทิอปฺปติฏฺวิสมจฺจลฏฺานํ ปหาย สกุณานํ ปถวิคมนํ ตาทิสํ มิจฺฉาคาหํ ปหาย สตฺตานํ ปาเณหิ รตนตฺตยสรณคมนสฺส ปุพฺพนิตฺตํ. พหุชนกนฺตตายาติ จนฺทสฺส วิย พหุชนสฺส กนฺตตาย. สูริยสฺส อุณฺหสีตวิวชฺชิตอุตุสุขตา ปริฬาหวิวชฺชิตกายิกเจตสิกสุขปฺปตฺติยา ปุพฺพนิมิตฺตํ. เทวตานํ อปฺโผฏนาทีหิ กีฬนํ ปโมทุปฺปตฺติ ภวนฺตคมเนน, ธมฺมสภาวโพธเนน จ อุทานวเสน ปโมทวิภาวนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. ธมฺมเวควสฺสนสฺสาติ เทสนาาณเวเคน ธมฺมามตสฺส วสฺสนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. กายคตาสติวเสน ลทฺธํ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา อุปฺปาทิตมคฺคผลสุขานุภโว กายคตาสติอมตปฏิลาโภ, ตสฺส ปน กายสฺสาปิ อตปฺปกสุขาวหตฺตา ขุทาปิปาสาปีฬนาภาโว ปุพฺพนิมิตฺตํ วุตฺโต. อฏฺกถายํปน ขุทํ, ปิปาสฺจ ภินฺทิตฺวา วุตฺตํ. ตตฺถ ปุพฺพนิมิตฺตานํ เภโท วิเสสสามฺวิภาเคน, โคพลีพทฺทาเยน จ คเหตพฺโพ. ‘‘สยเมวา’’ติ ปทํ ‘‘อฏฺงฺคิกมคฺคทฺวารวิวรณสฺสา’’ติ เอตฺถาปิ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ภริตภาวสฺสาติ ปริปุณฺณภาวสฺส. ‘‘อริยทฺธชมาลามาลิตายาติ กาสายทฺธชมาลาวนฺตตายา’’ติ เกจิ, สเทวกสฺส โลกสฺส ปน อริยมคฺคโพชฺฌงฺคทฺธชมาลาหิ มาลิภาวสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. ยํ ปเนตฺถ อนุทฺธฏํ, ตํ สุวิฺเยฺยเมว.

เอตฺถาติ ‘‘สมฺปติชาโต’’ติอาทินา อาคเต อิมสฺมึ วาเร. วิสฺสชฺชิโตว, ตสฺมา อมฺเหหิ อิธ อปุพฺพํ วตฺตพฺพํ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. ตทา ปถวิยํ คจฺฉนฺโตปิ มหาสตฺโต อากาเสน คจฺฉนฺโต วิย มหาชนสฺส ตถา อุปฏฺาสีติ อยเมตฺถ นิยติ ธมฺมนิยาโม โพธิสตฺตานํ ธมฺมตา ติ อิทํ นิยติวาทวเสน กถนํ. ปุพฺเพ ปุริมชาตีสุ ตาทิสสฺส ปุฺสมฺภารกมฺมสฺส กตตฺตา อุปจิตตฺตา มหาชนสฺส ตถา อุปฏฺาสีติ อิทํ ปุพฺเพกตกมฺมวาทวเสน กถนํ. อิเมสํ สตฺตานํ อุปริ อีสนสีลตาย ยถาสกํ กมฺมเมว อิสฺสโร นาม, ตสฺส นิมฺมานํ อตฺตโน ผลสฺส นิพฺพตฺตนํ มหาปุริโสปิ สเทวกํ โลกํ อภิภวิตุํ สมตฺเถน อุฬาเรน ปุฺกมฺเมน นิพฺพตฺติโต, เตน อิสฺสเรน นิมฺมิโต นาม, ตสฺส จายํ นิมฺมานวิเสโส, ยทิทํ มหานุภาวตา, ยาย มหาชนสฺส ตถา อุปฏฺาสีติ อิทํ อิสฺสรนิมฺมานวเสน กถนํ. เอวํ ตํ ตํ พหุลํ วตฺวา กึ อิมาย ปริยายกถายาติ อวสาเน อุชุกเมว พฺยากริ. สมฺปติชาโต ปถวิยํ กถํ ปทสา คจฺฉติ, เอวํ มหานุภาโว อากาเสน มฺเ คจฺฉตีติ ปริกปฺปนวเสน อากาเสน คจฺฉนฺโต วิย อโหสิ. สีฆตรํ ปน สตฺตปทวีติหาเรน คตตฺตา ทิสฺสมานรูโปปิ มหาชนสฺส อทิสฺสมาโน วิย อโหสิ. อเจลกภาโว, ขุทฺทกสรีรตา จ ตาทิสสฺส อิริยาปถสฺส น อนุจฺฉวิกาติ กมฺมานุภาวสฺชนิตปาฏิหาริยวเสน อลงฺกตปฏิยตฺโต วิย, โสฬสวสฺสุทฺเทสิโก วิย จ มหาชนสฺส อุปฏฺาสีติ เวทิตพฺพํ. มหาสตฺตสฺส ปุฺานุภาเวน ตทา ตถา อุปฏฺานมตฺตเมเวตนฺติ. ปจฺฉา พาลทารโกว อโหสิ, น ตาทิโสติ. พุทฺธภาวานุจฺฉวิกสฺส โพธิสตฺตานุภาวสฺส ยาถาวโต ปเวทิตตฺตา ปริสา จสฺส พฺยากรเณน พุทฺเธน วิย…เป… อตฺตมนา อโหสิ.

สพฺพธมฺมตาติ สพฺพา โสฬสวิธาปิ ยถาวุตฺตา ธมฺมตา สพฺพโพธิสตฺตานํ โหนฺตีติ เวทิตพฺพา ปุฺาณสมฺภารทสฺสเนน เนสํ เอกสทิสตฺตา.

ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณวณฺณนา

๓๓. ทุกูลจุมฺพฏเกติ ทหรสฺส นิปชฺชนโยคฺยตาวเสน ปฏิสํหฏทุกูลสุขุเม. ‘‘ขตฺติโย พฺราหฺมโณ’’ติ เอวมาทิ ชาติ. ‘‘โกณฺฑฺโ โคตโม’’ติ เอวมาทิ โคตฺตํ. ‘‘โปณิกา จิกฺขลฺลิกา สากิยา โกฬิยา’’ติ เอวมาทิ กุลปเทโส. อาทิ-สทฺเทน รูปิสฺสริยปริวาราทิสพฺพสมฺปตฺติโย สงฺคณฺหาติ. มหนฺตสฺสาติ วิปุลสฺส, อุฬารสฺสาติ อตฺโถ. นิปฺผตฺติโยติ สิทฺธิโย. คนฺตพฺพคติยาติ คติ-สทฺทสฺส กมฺมสาธนตมาห. อุปปชฺชนวเสน หิ สุจริตทุจฺจริเตหิ คนฺตพฺพาติ คติโย, อุปปตฺติภววิเสโส. คจฺฉติ ยถารุจิ ปวตฺตตีติ คติ, อชฺฌาสโย. ปฏิสรเณติ ปรายเณ อวสฺสเย. สพฺพสงฺขตวิสํยุตฺตสฺส หิ อรหโต นิพฺพานเมว ตํปฏิสรณํ. ตฺยาหนฺติ เต อหํ.

ทสวิเธ กุสลธมฺเม, อครหิเต จ ราชธมฺเม (ชา. ๒ มหามํสชาตเก วิตฺถาโร) นิยุตฺโตติ ธมฺมิโก. เตน จ ธมฺเมน สกลํ โลกํ รฺเชตีติ ธมฺมราชา. ยสฺมา จกฺกวตฺตี ธมฺเมน าเยน รชฺชํ อธิคจฺฉติ, น อธมฺเมน, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ธมฺเมน ลทฺธรชฺชตฺตา ธมฺมราชา’’ติ. จตูสุ ทิสาสุ สมุทฺทปริโยสานตาย จตุรนฺตา นาม ตตฺถ ตตฺถ ทีเป มหาปถวีติ อาห ‘‘ปุรตฺถิม…เป… อิสฺสโร’’ติ. วิชิตาวีติ วิเชตพฺพสฺส วิชิตวา, กามโกธาทิกสฺส อพฺภนฺตรสฺส, ปฏิราชภูตสฺส พาหิรสฺส จ อริคณสฺส วิชยิ, วิเชตฺวา ิโตติ อตฺโถ. กามํ จกฺกวตฺติโน เกนจิ ยุทฺธํ นาม นตฺถิ, ยุทฺเธน ปน สาเธตพฺพสฺส วิชยสฺส สิทฺธิยา ‘‘วิชิตสงฺคาโม’’ติ วุตฺตํ. ชนปโทว จตุพฺพิธอจฺฉริยธมฺมาทิสมนฺนาคเต อสฺมึ ราชินิ ถาวริยํ เกนจิ อสํหาริยํ ทฬฺหํ ภตฺตภาวํ ปตฺโต, ชนปเท วา อตฺตโน ธมฺมิกาย ปฏิปตฺติยา ถาวริยํ ถิรภาวํ ปตฺโตติ ชนปทตฺถาวริยปฺปตฺโต. มนุสฺสานํ อุเร สตฺถํ เปตฺวา อิจฺฉิตธนหรณาทินา ปรสาหสการิตาย สาหสิกา.

รติชนนฏฺเนาติ อตปฺปกปีติโสมนสฺสุปฺปาทเนน. สทฺทตฺถโต ปน รเมตีติ รตนํ. ‘‘อโห มโนหร’’นฺติ จิตฺเต กตฺตพฺพตาย จิตฺตีกตํ. ‘‘สฺวายํ จิตฺตีกาโร ตสฺส ปูชนียตายา’’ติ จิตฺตีกตนฺติ ปูชนียนฺติ อตฺถํ วทนฺติ. มหนฺตํ วิปุลํ อปริมิตํ มูลํ อคฺฆตีติ มหคฺฆํ. นตฺถิ เอตสฺส ตุลา อุปมาติ อตุลํ, อสทิสํ. กทาจิ เอว อุปฺปชฺชนโต ทุกฺเขน ลทฺธพฺพตฺตา ทุลฺลภทสฺสนํ. อโนเมหิ อุฬารคุเณเหว สตฺเตหิ ปริภุฺชิตพฺพโต อโนมสตฺตปริโภคํ. อิทานิ เนสํ จิตฺตีกตาทิอตฺถานํ สวิเสสํ จกฺกรตเน ลพฺภมานตํ ทสฺเสตฺวา อิตเรสุปิ เต อติทิสิตุํ ‘‘จกฺกรตนสฺส จา’’ติอาทิ อารทฺธํ. อฺํ เทวฏฺานํ นาม น โหติ รฺโ อนฺสาธารณิสฺสริยาทิสมฺปตฺติปฏิลาภเหตุโต, สตฺตานฺจ ยถิจฺฉิตตฺถปฏิลาภเหตุโต. อคฺโฆ นตฺถิ อติวิย อุฬารสมุชฺชลสตฺตรตนมยตฺตา, อจฺฉริยพฺภุตมหานุภาวตาย จ. ยทคฺเคน มหคฺฆํ, ตทคฺเคน อตุลํ. สตฺตานํ ปาปชิคุจฺฉเนน วิคตกาฬโก ปุฺปสุตตาย มณฺฑภูโต ยาทิโส กาโล พุทฺธุปฺปาทารโห, ตาทิเส เอว จกฺกวตฺตีนมฺปิ สมฺภโวติ อาห ‘‘ยสฺมา จ ปนา’’ติอาทิ. อุปมาวเสน เจตํ วุตฺตํ, อุปโมปเมยฺยานฺจ น อจฺจนฺตเมว สทิสตา. ตสฺมา ยถา พุทฺธา กทาจิ กรหจิ อุปฺปชฺชนฺติ, น ตถา จกฺกวตฺติโน, เอวํ สนฺเตปิ จกฺกวตฺติวตฺตปริปูรณสฺสาปิ ทุกฺกรภาวโตปิ ทุลฺลภุปฺปาทาเยวาติ, อิมินา ทุลฺลภุปฺปาทตาสามฺเน เตสํ ทุลฺลภทสฺสนตา วุตฺตาติ เวทิตพฺพํ. กามํ จกฺกรตนานุภาเวน สิชฺฌมาโน คุโณ จกฺกวตฺติปริวารสาธารโณ, ตถาปิ ‘‘จกฺกวตฺตี เอว นํ สามิภาเวน วิสวิตาย ปริภุฺชตี’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหติ ตทตฺถํ อุปฺปชฺชนโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตเทต’’นฺติอาทิมาห. ยถาวุตฺตานํ ปฺจนฺนํ, ฉนฺนมฺปิ วา อตฺถานํ อิตรรตเนสุปิ ลพฺภนโต ‘‘เอวํ เสสานิปี’’ติ วุตฺตํ. หตฺถิอสฺส-ปริณายกรตเนหิ อชิตวิชยโต, จกฺกรตเนน จ ปริวารภาเวน, เสเสหิ ปริโภคูปกรณภาเวน สมนฺนาคโต. หตฺถิอสฺสมณิอิตฺถิรตเนหิ ปริโภคูปกรณภาเวน เสเสหิ ปริวารภาเวนาติ โยชนา.

จตุนฺนํ มหาทีปานํ สิริวิภวนฺติ ตตฺถ ลทฺธํ สิริสมฺปตฺติฺเจว โภคสมฺปตฺติฺจ. ตาทิสเมวาติ ‘‘ปุเรภตฺตเมวา’’ติอาทินา วุตฺตานุภาวเมว. โยชนปฺปมาณํ ปเทสํ พฺยาปเนน โยชนปฺปมาณํ อนฺธการํ. อติทีฆตาทิฉพฺพิธโทสปริวชฺชิตํ.

สูราติ สตฺติวนฺโต, นิพฺภยาติ อตฺโถติ อาห ‘‘อภีรุกา’’ติ. องฺคนฺติ การณํ. เยน การเณน ‘‘วีรา’’ติ วุจฺเจยฺยุํ, ตํ วีรงฺคํ. เตนาห ‘‘วีริยสฺเสตํ นาม’’นฺติ. ยาว จกฺกวาฬปพฺพตา จกฺกสฺส วตฺตนโต ‘‘จกฺกวาฬปพฺพตํ สีมํ กตฺวา ิตสมุทฺทปริยนฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘อทณฺเฑนา’’ติ อิมินาว ธนทณฺฑสฺส, สรีรทณฺฑสฺส จ อกรณํ วุตฺตํ. ‘‘อสตฺเถนา’’ติ อิมินา ปน เสนาย ยุชฺฌนสฺสาติ ตทุภยํ ทสฺเสตุํ ‘‘เย กตาปราเธ’’ติอาทิ วุตฺตํ. วุตฺตปฺปการนฺติ สาครปริยนฺตํ.

‘‘รฺชนฏฺเน ราโค, ตณฺหายนฏฺเน ตณฺหา’’ติ ปวตฺติอาการเภเทน โลโภ เอว ทฺวิธา วุตฺโต. ตถา หิสฺส ทฺวิธาปิ ฉทนฏฺโ เอกนฺติโก. ยถาห ‘‘อนฺธตมํ ตทา โหติ, ยํ ราโค สหเต นร’’นฺติ, (เนตฺติ. ๑๑, ๒๗) ‘‘ตณฺหาฉทนฉาทิตา’’ติ (อุทา. ๖๔) จ. อิมินา นเยน โทสาทีนมฺปิ ฉทนฏฺโ วตฺตพฺโพ. กิเลสคฺคหเณน วิจิกิจฺฉาทโย เสสกิเลสา วุตฺตา. ยสฺมา เต สพฺเพ ปาปธมฺมา อุปฺปชฺชมานา สตฺตสนฺตานํ ฉาเทตฺวา ปริโยนนฺธิตฺวา ติฏฺนฺติ กุสลปฺปวตฺตึ นิวาเรนฺติ, ตสฺมา เต ‘‘ฉทนา, ฉทา’’ติ จ วุตฺตา. วิวฏฺฏจฺฉทาติ จ โอ-การสฺส อา-การํ กตฺวา นิทฺเทโส.

๓๕. ตาสนฺติ ทฺวินฺนมฺปิ นิปฺผตฺตีนํ. นิมิตฺตภูตานีติ าปกการณภูตานิ. ตถา หิ ลกฺขียติ มหาปุริสภาโว เอเตหีติ ลกฺขณานิ. านคมนาทีสุ ภูมิยํ สุฏฺุ สมํ ปติฏฺิตา ปาทา เอตสฺสาติ สุปฺปติฏฺิตปาโท. ตํ ปนสฺส สุปฺปติฏฺิตปาทตํ พฺยติเรกมุเขน วิภาเวตุํ ‘‘ยถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อคฺคตลนฺติ อคฺคปาทตลํ. ปณฺหีติ ปณฺหิตลํ. ปสฺสนฺติ ปาทตลสฺส ทฺวีสุ ปสฺเสสุ เอเกกํ, อุภยเมว วา ปริยนฺตํ ปสฺสํ. ‘‘อสฺส ปนา’’ติอาทิ อนฺวยโต อตฺถวิภาวนํ. สุวณฺณปาทุกตลมิว อุชุกํ นิกฺขิปิยมานํ. เอกปฺปหาเรเนวาติ เอกกฺขเณเยว. สกลํ ปาทตลํ ภูมึ ผุสติ นิกฺขิปเน. เอกปฺปหาเรเนว สกลํ ปาทตลํ ภูมิโต อุฏฺหตีติ โยชนา. ตสฺมา อยํ สุปฺปติฏฺิตปาโทติ นิคมนํ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ อนุปุพฺพนินฺนาทิอจฺฉริยพฺภุตํ นิสฺสนฺทผลํ, ตํ ปรโต ลกฺขณสุตฺตวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺ. ๓.๒๐๑) อาวิภวิสฺสตีติ.

นาภิ ทิสฺสตีติ ลกฺขณจกฺกสฺส นาภิ ปริมณฺฑลสณฺานา สุปริพฺยตฺตา หุตฺวา ทิสฺสติ, ลพฺภตีติ อธิปฺปาโย. นาภิปริจฺฉินฺนาติ ตสฺสํ นาภิยํ ปริจฺฉินฺนา ปริจฺเฉทวเสน ิตา. นาภิมุขปริกฺเขปปฏฺโฏติ ปกติจกฺกสฺส อกฺขพฺภาหตปริหรณตฺถํ นาภิมุเข เปตพฺพํ ปริกฺเขปปฏฺโฏ, ตปฺปฏิจฺฉนฺโน อิธ อธิปฺเปโต. เนมิมณิกาติ เนมิยํ อาวลิภาเวน ิตมณิกาเลขา. สมฺพหุลวาโรติ พหุวิธเลขงฺควิภาวนวาโร. สตฺตีติ อาวุธสตฺติ. สิริวจฺโฉติ สิริองฺคา. นนฺทีติ ทกฺขิณาวตฺตํ. โสวตฺติโกติ โสวตฺติองฺโค. วฏํสโกติ อาเวฬํ. วฑฺฒมานกนฺติ ปุริมหาทีสุ ทีปงฺกํ. โมรหตฺถโกติ โมรปิฺฉกลาโป, โมรปิฺฉปฏิสิพฺพิโต วา พีชนีวิเสโส. วาฬพีชนีติ จามริวาลํ. สิทฺธตฺถาทิ ปุณฺณฆฏปุณฺณปาติโย. ‘‘จกฺกวาโฬ’’ติ วตฺวา ตสฺส ปธานาวยเว ทสฺเสตุํ ‘‘หิมวา สิเนรุ…เป… สหสฺสานี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘จกฺกวตฺติรฺโ ปริสํ อุปาทายา’’ติ อิทํ หตฺถิรตนาทีนมฺปิ ตตฺถ ลพฺภมานภาวทสฺสนํ. สพฺโพติสตฺติอาทิโก ยถาวุตฺโต องฺควิเสโส จกฺกลกฺขณสฺเสว ปริวาโรติ เวทิตพฺโพ.

‘‘อายตปณฺหี’’ติ อิทํ อฺเสํ ปณฺหิโต ทีฆตํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ปน อติทีฆตนฺติ อาห ‘‘ปริปุณฺณปณฺหี’’ติ. ยถา ปน ปณฺหิลกฺขณํ ปริปุณฺณํ นาม โหติ, ตํ พฺยติเรกมุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อารคฺเคนาติ มณฺฑลาย สิขาย. วฏฺเฏตฺวาติ ยถา สุวฏฺฏํ โหติ, เอวํ วฏฺเฏตฺวา. รตฺตกมฺพลเคณฺฑุกสทิสาติ รตฺตกมฺพลมยเคณฺฑุกสทิสา.

‘‘มกฺกฏสฺเสวา’’ติ ทีฆภาวํ, สมตฺจ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. นิยฺยาสเตเลนาติ ฉตฺติริตนิยฺยาสาทินิยฺยาสสมฺมิสฺเสน เตเลน, ยํ ‘‘สุรภินิยฺยาส’’นฺติปิ วทนฺติ. นิยฺยาสเตลคฺคหณฺเจตฺถ หริตาลวฏฺฏิยา ฆนสินิทฺธภาวทสฺสนตฺถํ.

ยถา สตกฺขตฺตุํ วิหตํ กปฺปาสปฏลํ สปฺปิมณฺเฑ โอสาริตํ อติวิย มุทุ โหติ, เอวํ มหาปุริสสฺส หตฺถปาทาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สปฺปิมณฺเฑ’’ติอาทิมาห. ตลุนาติ สุขุมาลา.

จมฺเมนาติ องฺคุลนฺตรเวิตจมฺเมน. ปฏิพทฺธองฺคุลนฺตโรติ เอกโต สมฺพทฺธองฺคุลนฺตโร น โหติ. เอกปฺปมาณาติ ทีฆโต สมานปฺปมาณา. ยวลกฺขณนฺติ อพฺภนฺตรโต องฺคุลิปพฺเพ ิตํ ยวลกฺขณํ. ปฏิวิชฺฌิตฺวาติ ตํตํปพฺพานํ สมานเทสตาย องฺคุลีนํ ปสาริตกาเลปิ อฺมฺํ วิชฺฌิตานิ วิย ผุสิตฺวา ติฏฺนฺติ.

สงฺขา วุจฺจนฺติ โคปฺผกา, อุทฺธํ สงฺขา เอเตสนฺติ อุสฺสงฺขา, ปาทา. ปิฏฺิปาเทติ ปิฏฺิปาทสมีเป. เตนาติ ปิฏฺิปาเท ิตโคปฺผกภาเวน พทฺธา โหนฺตีติ โยชนา. ตยิทํ ‘‘เตนา’’ติ ปทํ อุปริปททฺวเยปิ โยเชตพฺพํ ‘‘เตน พทฺธภาเวน น ยถาสุขํ ปริวฏฺฏนฺติ, เตน ยถาสุขํ นปริวฏฺฏเนน คจฺฉนฺตานํ ปาทตลานิปิ น ทิสฺสนฺตี’’ติ. อุปรีติ ปิฏฺิปาทโต ทฺวิติองฺคุลิมตฺตํ อุทฺธํ, ‘‘จตุรงฺคุลมตฺต’’นฺติ จ วทนฺติ. นิคูฬฺหานิ จ โหนฺติ, น อฺเสํ วิย ปฺายมานานิ. เตนาติ โคปฺผกานํ อุปริ ปติฏฺิตภาเวน. อสฺสาติ มหาปุริสสฺส. สติปิ เทสนฺตรปฺปวตฺติยํ นิจฺจโลติ ทสฺสนตฺถํ นาภิคฺคหณํ. ‘‘อโธกาโยว อิฺชตี’’ติ อิทํ ปุริมปทสฺส การณวจนํ. ยสฺมา อโธกาโยว อิฺชติ, ตสฺมา นาภิโต…เป… นิจฺจโล โหติ. ‘‘สุเขน ปาทา ปริวฏฺฏนฺตี’’ติ อิทํ ปน ปุริมสฺส, ปจฺฉิมสฺส จ การณวจนํ. ยสฺมา สุเขน ปาทา ปริวฏฺฏนฺติ, ตสฺมา อโธกาโยว อิฺชติ, ยสฺมา สุเขน ปาทา ปริวฏฺฏนฺติ, ตสฺมา ปุรโตปิ…เป… ปจฺฉโตเยวาติ.

ยสฺมา เอณิมิคสฺส สมนฺตโต เอกสทิสมํสา อนุกฺกเมน อุทฺธํ ถูลา ชงฺฆา โหนฺติ, ตถา มหาปุริสสฺสาปิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เอณิมิคสทิสชงฺโฆ’’ติ. ปริปุณฺณชงฺโฆติ สมนฺตโต มํสูปจเยน ปริปุณฺณชงฺโฆ. เตนาห ‘‘น เอกโต’’ติอาทิ.

เอเตนาติ ‘‘อโนนมนฺโต’’ติอาทิวจเนน, ชาณุผาสุภาวทีปเนนาติ อตฺโถ. อวเสสชนาติ อิมินา ลกฺขเณน รหิตชนา. ขุชฺชา วา โหนฺติ เหฏฺิมกายโต อุปริมกายสฺส รสฺสตาย, วามนา วา อุปริมกายโต เหฏฺิมกายสฺส รสฺสตาย, เอเตน เปตฺวา สมฺมาสมฺพุทฺธํ, จกฺกวตฺตินฺจ อิตเร สตฺตา ขุชฺชปกฺขิกา, วามนปกฺขิกา จาติ ทสฺเสติ.

กามํ สพฺพาปิ ปทุมกณฺณิกา สุวณฺณวณฺณาว, กฺจนปทุมกณฺณิกา ปน ปภสฺสรภาเวน ตโต สาติสยาติ อาห ‘‘สุวณฺณปทุมกณฺณิกสทิเสหี’’ติ. โอหิตนฺติ สโมหิตํ อนฺโตคธํ. ตถาภูตํ ปน ตํ เตน ฉนฺนํ โหตีติ อาห ‘‘ปฏิจฺฉนฺน’’นฺติ.

สุวณฺณวณฺโณติ สุวณฺณวณฺณวณฺโณติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘ชาติหิงฺคุลเกนา’’ติอาทิ, สฺวายมตฺโถ อาวุตฺติาเยน จ เวทิตพฺโพ. สรีรปริยาโย อิธ วณฺณ-สทฺโทติ อธิปฺปาโย. ปมวิกปฺปํ วตฺวา ตถารูปาย ปน รุฬฺหิยา อภาวํ มนสิ กตฺวา วณฺณธาตุปริยายเมว วณฺณ-สทฺทํ คเหตฺวา ทุติยวิกปฺโป วุตฺโต. ตสฺมา ปททฺวเยนาปิ สุนิทฺธนฺตสุวณฺณสทิสฉวิวณฺโณติ วุตฺตํ โหติ.

รโชติ สุขุมรโช. ชลฺลนฺติ มลีนภาวาวโห เรณุสฺจโย. เตนาห ‘‘มลํ วา’’ติ. ยทิ วิวตฺตติ, กถํ นฺหานาทีนีติ อาห ‘‘หตฺถโธวนาทีนี’’ติอาทิ.

อาวฏฺฏปริโยสาเนติ ปทกฺขิณาวฏฺฏนวเสน ปวตฺตสฺส อาวฏฺฏสฺส อนฺเต.

พฺรหฺมุโน สรีรํ ปุรโต วา ปจฺฉโต วา อโนนมิตฺวา อุชุกเมว อุคฺคตนฺติ อาห ‘‘พฺรหฺมา วิย อุชุคตฺโต’’ติ. สา ปนายํ อุชุคตฺตตา อวยเวสุ พุทฺธิปฺปตฺเตสุ ทฏฺพฺพา, น ทหรกาเลติ วุตฺตํ ‘‘อุคฺคตทีฆสรีโร ภวิสฺสตี’’ติ. อิตเรสูติ ‘‘ขนฺธชาณูสู’’ติ อิเมสุ ทฺวีสุ าเนสุ นมนฺตา ปุรโต นมนฺตีติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. ปสฺสวงฺกาติ ทกฺขิณปสฺเสน วา วามปสฺเสน วา วงฺกา. สูลสทิสาติ โปตฺถกรูปกรเณ ปิตสูลปาทสทิสา.

หตฺถปิฏฺิอาทิวเสน สตฺต สรีราวยวา อุสฺสทา อุปจิตมํสา เอตสฺสาติ สตฺตุสฺสโท. อฏฺิโกฏิโย ปฺายนฺตีติ โยชนา. นิคูฬฺหสิราชาเลหีติ ลกฺขณวจนเมตนฺติ เตน นิคูฬฺหอฏฺิโกฏีหีติปิ วุตฺตเมว โหตีติ. หตฺถปิฏฺาทีหีติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อํสกูฏขนฺธกูฏานํ สงฺคเห สิทฺเธ ตํ เอกเทเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘วฏฺเฏตฺวา…เป… ขนฺเธนา’’ติ อาห. ‘‘สิลารูปกํ วิยา’’ติอาทินา วา นิคูฬฺหอํสกูฏตาปิ วิภาวิตา เยวาติ ทฏฺพฺพํ.

สีหสฺส ปุพฺพทฺธํ สีหปุพฺพทฺธํ, ปริปุณฺณาวยวตาย สีหปุพฺพทฺธํ วิย สกโล กาโย อสฺสาติ สีหปุพฺพทฺธกาโย. เตนาห ‘‘สีหสฺส ปุพฺพทฺธกาโย วิย สพฺโพ กาโย ปริปุณฺโณ’’ติ. สีหสฺเสวาติ สีหสฺส วิย. ทุสฺสณฺิตวิสณฺิโต น โหตีติ ทุฏฺุ สณฺิโต, วิรูปสณฺิโต จ น โหติ, เตสํ เตสํ อวยวานํ อยุตฺตภาเวน, วิรูปภาเวน จ สณฺิติ อุปคโต น โหตีติ อตฺโถ. สณฺนฺตีติ สณฺหนฺติ. ทีเฆหีติ องฺคุลินาสาทีหิ. รสฺเสหีติ คีวาทีหิ. ถูเลหีติ อูรุพาหุอาทีหิ. กิเสหีติ เกสโลมมชฺฌาทีหิ. ปุถุเลหีติ อกฺขิหตฺถตลาทีหิ. วฏฺเฏหีติ ชงฺฆหตฺถาทีหิ.

สตปุฺลกฺขณตาย นานาจิตฺเตน ปุฺจิตฺเตน จิตฺติโต สฺชาตจิตฺตภาโว ‘‘อีทิโส เอว พุทฺธานํ ธมฺมกายสฺส อธิฏฺานํ ภวิตุํ ยุตฺโต’’ติ ทสปารมีหิ สชฺชิโต อภิสงฺขโต, ‘‘ทานจิตฺเตน ปุฺจิตฺเตนา’’ติ วา ปาโ, ทานวเสน, สีลาทิวเสน จ ปวตฺตปุฺจิตฺเตนาติ อตฺโถ.

ทฺวินฺนํ โกฏฺฏานํ อนฺตรนฺติ ทฺวินฺนํ ปิฏฺิพาหานํ เวมชฺฌํ ปิฏฺิมชฺฌสฺส อุปริภาโค. จิตํ ปริปุณฺณนฺติ อนินฺนภาเวน จิตํ, ทฺวีหิ โกฏฺเฏหิ สมตลตาย ปริปุณฺณํ. อุคฺคมฺมาติ อุคฺคนฺตฺวา, อนินฺนํ สมตลํ หุตฺวาติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘สุวณฺณผลกํ วิยา’’ติ.

นิคฺโรโธ วิย ปริมณฺฑโลติ ปริมณฺฑลนิคฺโรโธ วิย ปริมณฺฑโล, ‘‘นิคฺโรธปริมณฺฑลปริมณฺฑโล’’ติ วตฺตพฺเพ เอกสฺส ปริมณฺฑล-สทฺทสฺส โลปํ กตฺวา ‘‘นิคฺโรธปริมณฺฑโล’’ติ วุตฺโต. เตนาห ‘‘สมกฺขนฺธสาโข นิคฺโรโธ’’ติอาทิ. น หิ สพฺโพ นิคฺโรโธ ปริมณฺฑโลติ, ปริมณฺฑลสทฺทสนฺนิธาเนน วา ปริมณฺฑโลว นิคฺโรโธ คยฺหตีติ เอกสฺส ปริมณฺฑลสทฺทสฺส โลเปน วินาปิ อยมตฺโถ ลพฺภตีติ อาห ‘‘นิคฺโรโธ วิย ปริมณฺฑโล’’ติ. ยาวตโก อสฺสาติ ยาวตกฺวสฺส โอ-การสฺส ว-การาเทสํ กตฺวา.

สมวฏฺฏิตกฺขนฺโธติ สมํ สุวฏฺฏิตกฺขนฺโธ. โกฺจา วิย ทีฆคลา, พกา วิย วงฺกคลา, วราหา วิย ปุถุลคลาติ โยชนา. สุวณฺณาฬิงฺคสทิโสติ สุวณฺณมยขุทฺทกมุทิงฺคสทิโส.

รสคฺคสคฺคีติ มธุราทิเภทํ รสํ คสนฺติ อนฺโต ปเวสนฺตีติ รสคฺคสา รสคฺคสานํ อคฺคา รสคฺคสคฺคา, ตา เอตสฺส สนฺตีติ รสคฺคสคฺคี. เตนาติ โอชาย อผรเณน หีนธาตุกตฺตา เต พหฺวาพาธา โหนฺติ.

หนูติ สนฺนิสฺสยทนฺตาธารสฺส สมฺา, ตํ ภควโต สีหสฺส หนุ วิย, ตสฺมา ภควา สีหหนุ. ตตฺถ ยสฺมา พุทฺธานํ รูปกายสฺส, ธมฺมกายสฺส จ อุปมา นาม หีนูปมาว, นตฺถิ สมานูปมา, กุโต อธิกูปมา, ตสฺมา อยมฺปิ หีนูปมาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยสฺมา มหาปุริสสฺส เหฏฺิมานุรูปวเสเนว อุปริมมฺปิ สณฺิตํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ทฺเวปิ ปริปุณฺณานี’’ติ, ตฺจ โข น สพฺพโส ปริมณฺฑลตาย, อถ โข ติภาคาวเสสมณฺฑลตายาติ อาห ‘‘ทฺวาทสิยา ปกฺขสฺส จนฺทสทิสานี’’ติ. สลฺลกฺเขตฺวาติ อตฺตโน ลกฺขณสตฺถานุสาเรน อุปธาเรตฺวา. ทนฺตานํ อุจฺจนีจตา อพฺภนฺตรพาหิรปสฺสวเสนปิ เวทิตพฺพา, น อคฺควเสเนว. เตนาห ‘‘อยปฏฺฏเกน ฉินฺนสงฺขปฏลํ วิยา’’ติ. อยปฏฺฏกนฺติ กกจํ อธิปฺเปตํ. สมา ภวิสฺสนฺติ, น วิสมา, สมสณฺานาติ อตฺโถ.

สาติสยํ มุทุทีฆปุถุลตาทิปฺปการคุณา หุตฺวา ภูตา ชาตาติ ปภูตา, ภ-การสฺส ห-การํ กตฺวา ปหูตา ชิวฺหา เอตสฺสาติ ปหูตชิวฺโห.

วิจฺฉินฺทิตฺวา วิจฺฉินฺทิตฺวา ปวตฺตสรตาย ฉินฺนสฺสราปิ. อเนกาการตาย ภินฺนสฺสราปิ. กากสฺส วิย อมนุฺสรตาย กากสฺสราปิ. อปลิพุทฺธตฺตาติ อนุปทฺทุตวตฺถุกตฺตา, วตฺถูติ จ อกฺขรุปฺปตฺติฏฺานํ เวทิตพฺพํ. อฏฺงฺคสมนฺนาคโตติ เอตฺถ องฺคานิ ปรโต อาคมิสฺสนฺติ. มฺชุโฆโสติ มธุรสฺสโร.

อภินีลเนตฺโตติ อธิกนีลเนตฺโต, อธิกตา จ สาติสยํ นีลภาเวน เวทิตพฺพา, น เนตฺตนีลภาวสฺเสว อธิกภาวโตติ อาห ‘‘น สกลนีลเนตฺโต’’ติอาทิ. ปีตโลหิตวณฺณา เสตมณฺฑลคตราชิวเสน. นีลเสตกาฬวณฺณา ปน ตํตํมณฺฑลวเสเนว เวทิตพฺพา.

‘‘จกฺขุภณฺฑนฺติ อกฺขิทล’’นฺติ เกจิ. ‘‘อกฺขิทลวฏุม’’นฺติ อฺเ. อกฺขิทเลหิ ปน สทฺธึ อกฺขิพิมฺพนฺติ เวทิตพฺพํ. เอวฺหิ วินิคฺคตคมฺภีรโชตนาปิ ยุตฺตา โหติ. ‘‘อธิปฺเปต’’นฺติ อิมินา อยเมตฺถ อธิปฺปาโย เอกเทเสน สมุทายุปลกฺขณาเยนาติ ทสฺเสติ. ยสฺมา ปขุม-สทฺโท โลเก อกฺขิทลโลเมสุ นิรุฬฺโห, เตเนวาห ‘‘มุทุสินิทฺธนีลสุขุมปขุมาจิตานิ อกฺขีนี’’ติ.

กิฺจาปิ อุณฺณา-สทฺโท โลเก อวิเสสโต โลมปริยาโย, อิธ ปน โลมวิเสสวาจโกติ อาห ‘‘อุณฺณา โลม’’นฺติ. นลาฏเวมชฺเฌ ชาตาติ นลาฏมชฺฌคตา ชาตา. โอทาตตาย อุปมา, น มุทุตาย. อุณฺณา หิ ตโตปิ สาติสยํ มุทุตรา. เตนาห‘‘สปฺปิ มณฺเฑ’’ติอาทิ. รชตปุพฺพุฬกนฺติ รชตมยตารกมาห.

ทฺเว อตฺถวเส ปฏิจฺจ วุตฺตนฺติ ยสฺมา พุทฺธา, จกฺกวตฺติโน จ ปริปุณฺณนลาฏตาย, ปริปุณฺณสีสพิมฺพตาย จ ‘‘อุณฺหีสสีสา’’ติ วุจฺจนฺติ, ตสฺมา เต ทฺเว อตฺถวเส ปฏิจฺจ ‘‘อุณฺหีสสีโส’’ติ อิทํ วุตฺตํ. อิทานิ ตํ อตฺถทฺวยํ มหาปุริเส สุปฺปติฏฺิตนฺติ ‘‘มหาปุริสสฺส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สณฺหตมตาย, สุวณฺณวณฺณตาย, ปภสฺสรตาย, ปริปุณฺณตาย จ รฺโ พนฺธอุณฺหีสปฏฺโฏ วิย วิโรจติ. กปิสีสาติ ทฺวิธาภูตสีสา. ผลสีสาติ ผลิตสีสา. อฏฺิสีสาติ มํสสฺส อภาวโต อติวิย อฏฺิตาย, ปตนุภาวโต วา ตโจนทฺธอฏฺิมตฺตสีสา. ตุมฺพสีสาติ ลาพุสทิสสีสา. ปพฺภารสีสาติ ปิฏฺิภาเคน โอลมฺพมานสีสา. ปุริมนเยนาติ ปริปุณฺณนลาฏตาปกฺเขน. อุณฺหีสเวิตสีโส วิยาติ อุณฺหีสปฏฺเฏน เวิตสีสปเทโส วิย. อุณฺหีสํ วิยาติ เฉเกน สิปฺปินา วิรจิตอุณฺหีสมณฺฑลํ วิย.

วิปสฺสีสมฺาวณฺณนา

๓๗. ตสฺส วิตฺถาโรติ ตสฺส ลกฺขณปริคฺคณฺหเน เนมิตฺตกานํ สนฺตปฺปนสฺส วิตฺถาโร วิตฺถารกถา. คพฺโภกฺกนฺติยํ นิมิตฺตภูต สุปินปฏิคฺคาหกสนฺตปฺปเน วุตฺโตเยว. นิทฺโทเสนาติ ขาริกโลณิกาทิโทสรหิเตน. ธาติโยติ ถฺปายิกา ธาติโย. ตา หิ ธาเปนฺติ ถฺํ ปาเยนฺตีติ ธาติโย. ‘‘ตถา’’ติ อิมินา ‘‘สฏฺิ’’นฺติ ปทํ อุปสํหรติ, เสสาปีติ นฺหาปิกา, ธาริกา, ปริหาริกาติ อิมา ติวิธา. ตาปิ ทหนฺติ วิทหนฺติ นฺหานํ ทหนฺติ ธาเรนฺตีติ ‘‘ธาติโย’’ ตฺเวว วุจฺจนฺติ. ตตฺถ ธารณํ อุรสา, อูรุนา, หตฺเถหิ วา สุจิรํ เวลํ สนฺธารณํ. ปริหรณํ อฺสฺส องฺกโต อตฺตโน องฺกํ, อฺสฺส พาหุโต อตฺตโน พาหุํ อุปสํหรนฺเตหิ หรณํ สมฺปาปนํ.

๓๘. มฺชุสฺสโรติ สณฺหสฺสโร. โย หิ สณฺโห, โส ขโร น โหตีติ อาห ‘‘อขรสฺสโร’’ติ. วคฺคุสฺสโรติ มโนรมฺมสฺสโร, มโนรมฺมตา จสฺส จาตุริยเน ปุฺโยคโตติ อาห ‘‘เฉกนิปุณสฺสโร’’ติ. มธุรสฺสโรติ โสตสุขสฺสโร, โสตสุขตา จสฺส อติวิย อิฏฺภาเวนาติ อาห ‘‘สาตสฺสโร’’ติ. เปมนียสฺสโรติ ปิยายิตพฺพสฺสโร, ปิยายิตพฺพตา จสฺส สุณนฺตานํ อตฺตนิ ภตฺติสมุปฺปาทเนนาติ อาห ‘‘เปมชนกสฺสโร’’ติ. กรวีกสฺสโรติ. กรวีกสทฺโท เยสํ สตฺตานํ โสตปถํ อุปคจฺฉติ, เต อตฺตโน สรสมฺปตฺติยา ปกตึ ชหาเปตฺวา อวเส กโรนฺโต อตฺตโน วเส วตฺเตติ, เอวํ มธุโรติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺริท’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘กรวีกสกุเณ’’ติอาทิ ตสฺส สภาวกถนํ. ลฬิตนฺติ ปีติเวคสมุฏฺิตํ ลีฬํ. ฉฑฺเฑตฺวาติ ‘‘สงฺขรณมฺปิ มธุรสทฺทสวนนฺตรายกร’’นฺติ ติณานิ อปเนตฺวา. อนิกฺขิปิตฺวาติ ภูมิยํ อนิกฺขิปิตฺวา อากาสคตเมว กตฺวา. อนุพทฺธมิคา วาฬมิเคหิ. ตโต มรณภยํ หิตฺวา. ปกฺเข ปสาเรตฺวาติ ปกฺเข ยถาปสาริเต กตฺวา อปตนฺตา ติฏฺนฺติ.

สุวณฺณปฺชรํ วิสฺสชฺเชสิ โยชนปฺปมาเณ อากาเส อตฺตโน อาณาย ปวตฺตนโต. เตนาห ‘‘โส ราชาณายา’’ติอาทิ. ลฬึสูติ ลฬิตํ กาตุํ อารภึสุ. ตํ ปีตินฺติ ตํ พุทฺธคุณารมฺมณํ ปีตึ เตเนว นีหาเรน ปุนปฺปุนํ ปวตฺตํ ปีตึ อวิชหิตฺวา วิกฺขมฺภิตกิเลสา เถรานํ สนฺติเก ลทฺธธมฺมสฺสวนสปฺปายา อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา ปริปกฺกาณตาย สตฺตหิ…เป… ปติฏฺาสิ. สตฺตสตมตฺเตน โอโรธชเนน สทฺธึ ปทสาว เถรานํ สนฺติกํ อุปคตตฺตา ‘‘สตฺตหิ ชงฺฆสเตหิ สทฺธิ’’นฺติ วุตฺตํ. ตโตติ กรวีกสทฺทโต. สตภาเคน…เป… เวทิตพฺโพ อเนกกปฺปโกฏิสตสมฺภูตปุฺสมฺภารสมุทาคตวตฺถุสมฺปตฺติภาวโต.

๓๙. กมฺมวิปากชนฺติ สาติสยสุจริตกมฺมนิพฺพตฺตํ ปิตฺตเสมฺหรุหิราทีหิ อปลิพุทฺธํ ทูเรปิ อารมฺมณํ สมฺปฏิจฺฉนสมตฺถํ กมฺมวิปาเกน สหชาตํ, กมฺมสฺส วา วิปากภาเวน ชาตํ ปสาทจกฺขุ. ทุวิธฺหิ ทิพฺพจกฺขุํ กมฺมมยํ, ภาวนามยนฺติ. ตตฺริทํ กมฺมมยนฺติ อาห ‘‘น ภาวนามย’’นฺติ. ภาวนามยํ ปน โพธิมูเล อุปฺปชฺชิสฺสติ. อยํ ‘‘โส’’ติ สลฺลกฺขณํ กามํ มโนวิฺาเณน โหติ, จกฺขุวิฺาเณน ปน ตสฺส ตถา วิภาวิตตฺตา มโนวิฺาณสฺส ตตฺถ ตถาปวตฺตีติ อาห ‘‘เยน นิมิตฺตํ…เป… สกฺโกตี’’ติ.

๔๐. วจนตฺโถติ สทฺทตฺโถ. นิมีลนนฺติ นิมีลนทสฺสนํ นวิสุทฺธํ, ตถา จ อกฺขีนิ อวิวฏานิ นิมีลทสฺสนสฺส น วิสุทฺธิภาวโต. ตพฺพิปริยายโต ปน ทสฺสนํ วิสุทฺธํ, วิวฏฺจาติ อาห ‘‘อนฺตรนฺตรา’’ติอาทิ.

๔๑. นี-อิติ – ชานนตฺถํ ธาตุํ คเหตฺวา อาห ‘‘ปนยติ ชานาตี’’ติ. ยโต วุตฺตํ ‘‘อนิมิตฺตา น นายเร’’ติ (วิสุทฺธิ. ๑.๑๗๔; สํ. นิ. อฏฺ. ๑.๑.๒๐), ‘‘วิทูภิ เนยฺยํ นรวรสฺสา’’ติ (เนตฺติ. สงฺคหวาร) จ. นี-อิติ ปน ปวตฺตนตฺถํ ธาตุํ คเหตฺวา ‘‘นยติ ปวตฺเตตี’’ติ. อปฺปมตฺโต อโหสิ เตสุ เตสุ กิจฺจกรณีเยสุ.

๔๒. วสฺสาวาโส วสฺสํ อุตฺตรปทโลเปน, ตสฺมา วสฺสํ, วสฺเส วา, สนฺนิวาสผาสุตาย อรหตีติ วสฺสิโก, ปาสาโท. มาสา ปน วสฺเส อุตุมฺหิ ภวาติ วสฺสิกา. อิตเรสูติ เหมนฺติกํ คิมฺหิกนฺติ อิเมสุ. เอเสว นโยติ อุตฺตรปทโลเปน นิทฺเทสํ อติทิสติ.

นาติอุจฺโจ โหติ นาตินีโจติ คิมฺหิโก วิย อุจฺโจ, เหมนฺติโก วิย นีโจ น โหติ, อถ โข ตทุภยเวมชฺฌลกฺขณตาย นาติอุจฺโจ โหติ, นาตินีโจ. อสฺสาติ ปาสาทสฺส. นาติพหูนีติ คิมฺหิกสฺส วิย น อติพหูนิ. นาติตนูนีติ เหมนฺติกสฺส วิย น ขุทฺทกานิ, ตนุตรชาลานิ จ. มิสฺสกาเนวาติ เหมนฺติเก วิย น อุณฺหนิยาเนว, คิมฺหิเก วิย จ น สีตนิยาเนว, อถ โข อุภยมิสฺสกาเนว. ตนุกานีติ น ปุถุลานิ. อุณฺหปฺปเวสนตฺถายาติ สูริยสนฺตาปานุปฺปเวสาย. ภิตฺตินิยูหานีติ ทกฺขิณปสฺเส ภิตฺตีสุ นิยูหานิ. สินิทฺธนฺติ สิเนหวนฺตํ, สินิทฺธคฺคหเณเนว จสฺส ครุกตาปิ วุตฺตา เอว. กฏุกสนฺนิสฺสิตนฺติ ติกฏุกาทิกฏุกทฺรพฺพูปสฺหิตํ. อุทกยนฺตานีติ อุทกธาราวิสฺสนฺทยนฺตานิ. ยถา ชลยนฺตานิ, เอวํ หิมยนฺตานิปิ ตตฺถ กโรนฺติ เอว. ตสฺมา เหมนฺเต วิย หิมานิ ปตนฺตานิเยว โหนฺตีติ จ เวทิตพฺพํ.

สพฺพฏฺานานิปีติ สพฺพานิ ปฏิกิริยานฺหานโภชนกีฬาสฺจรณาทิฏฺานานิปิ, น นิวาสฏฺานานิเยว. เตนาห ‘‘โทวาริกาปี’’ติอาทิ. ตตฺถ การณมาห ‘‘ราชา กิรา’’ติอาทิ.

ปมภาณวารวณฺณนา นิฏฺิตา.

ชิณฺณปุริสวณฺณนา

๔๔. โคปานสิวงฺกนฺติ วงฺกโคปานสี วิย. วงฺกานฺหิ วงฺกภาวสฺส นิทสฺสนตฺถํ อวงฺกโคปานสีปิ คยฺหติ. อาโภคฺควงฺกนฺติ อาทิโต ปฏฺาย อพฺภุคฺคตาย กุฏิลสรีรตาย วงฺกํ. เตนาห ‘‘ขนฺเธ’’ติอาทิ. ทณฺฑปรํ ทณฺฑคฺคหณปรํ อยนํ คมนํ เอตสฺสาติ ทณฺฑปรายนํ, ทณฺโฑ วา ปรํ อายนํ คมนการณํ เอตสฺสาติ ทณฺฑปรายนํ. านาทีสุ ทณฺโฑ คติ อวสฺสโย เอตสฺส เตน วินา อปฺปวตฺตนโตติ ทณฺฑคติกํ, คจฺฉติ เอเตนาติ วา คติ, ทณฺโฑ คติ คมนการณํ เอตสฺสาติ ทณฺฑคติกํ. ทณฺฑปฏิสรณนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ชราตุรนฺติ ชราย กิลนฺตํ อสฺสวสํ. ยทา รโถ ปุรโต โหตีติ ทฺเวธาปเถ สมฺปตฺเต ปุรโต คจฺฉนฺเต พลกาเย ตตฺถ เอกํ สณฺานํ อารุฬฺโห มชฺเฌ คจฺฉนฺโต โพธิสตฺเตน อารุฬฺโห รโถ อิตรํ สณฺานํ คจฺฉนฺโต ยทา ปุรโต โหติ. ปจฺฉา พลกาโยติ ตทา ปจฺฉา โหติ สพฺโพ พลกาโย. ตาทิเส โอกาเสติ ตาทิเส วุตฺตปฺปกาเร มคฺคปฺปเทเส. ตํ ปุริสนฺติ ตํ ชิณฺณปุริสํ. สุทฺธาวาสาติ สิทฺธตฺถาทีนํ ติณฺณํ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ สาสเน พฺรหฺมจริยํ จริตฺวา สุทฺธาวาสภูมิยํ นิพฺพตฺตพฺรหฺมาโน. เต หิ ตทา ตตฺถ ติฏฺนฺติ. ‘‘กึ ปเนโส ชิณฺโณ นามา’’ติ เอโส ตยา วุจฺจมาโน กึ อตฺถโต, ตํ เม นิทฺธาเรตฺวา กเถหีติ ทสฺเสติ. อนิทฺธาริตสรูปตฺตา หิ ตสฺส อตฺตโน โพธิสตฺโต ลิงฺคสพฺพนาเมน ตํ วทนฺโต ‘‘กิ’’นฺติ อาห. ‘‘ยถา กึ เต ชาต’’นฺติ ทฺวยเมว หิ โลเก เยภุยฺยโต ชายติ อิตฺถี วา ปุริโส วา, ตถาปิ ตํ ลิงฺคสพฺพนาเมน วุจฺจติ, เอวํ สมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ. ‘‘กึ วุตฺตํ โหตี’’ติอาทิ ตสฺส อนิทฺธาริตสรูปตํเยว วิภาเวติ.

‘‘เตน หี’’ติอาทิ ‘‘อยฺจ ชิณฺณภาโว สพฺพสาธารณตฺตา มยฺหมฺปิ อุปริ อาปตฺติโต เอวา’’ติ มหาสตฺตสฺส สํวิชฺชนาการวิภาวนํ. รถํ สาเรตีติ สารถิ. กีฬาวิหารตฺถํ อุยฺยุตฺตา ยนฺติ อุปคจฺฉนฺติ เอตนฺติ อุยฺยานํ. อลนฺติ ปฏิกฺเขปวจนํ. นามาติ ครหเณ นิปาโต ‘‘กถฺหินามา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๓๙, ๔๒, ๘๗, ๘๘, ๙๐, ๑๖๖, ๑๗๐; ปาจิ. ๑, ๑๓, ๓๖) วิย. ชาติยา อาทีนวทสฺสนตฺถํ ตํมูลสฺส อุมฺมูลนํ วิย โหตีติ, ตสฺส จ อวสฺสิตภาวโต ‘‘ชาติยา มูลํ ขณนฺโต นิสีที’’ติ อาห. สิทฺเธ หิ การเณ ผลํ สิทฺธเมว โหตีติ. ปีฬํ ชเนตฺวา อนฺโตตุทนวเสน สพฺพปมํ หทยํ อนุปวิสฺส ิตตฺตา ปเมน สลฺเลน หทเย วิทฺโธ วิย นิสีทีติ โยชนา.

พฺยาธิปุริสวณฺณนา

๔๗. ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘สุทฺธาวาสา กิรา’’ติอาทินา ปุพฺเพ วุตฺเตเนว นเยน. อาพาธิกนฺติ อาพาธวนฺตํ. ทุกฺขิตนฺติ สฺชาตทุกฺขํ. อชาตนฺติ อชาตภาโว, นิพฺพานํ วา.

กาลกตปุริสวณฺณนา

๕๐. ภนฺตเนตฺตกุปฺปลาทิ วิวิธํ กตฺวา ลาตพฺพโต วิลาโต, วยฺหํ, สิวิกา จาติ อาห ‘‘วิลาตนฺติ สิวิก’’นฺติ. สิวิกาย ทิฏฺปุพฺพตฺตา มหาสตฺโต จิตกปฺชรํ ‘‘สิวิก’’นฺติ อาห. อิโต ปฏิคตนฺติ อิโต ภวโต อปคตํ. กตกาลนฺติ ปริโยสาปิตชีวนกาลํ. เตนาห ‘‘ยตฺตก’’นฺติอาทิ.

ปพฺพชิตวณฺณนา

๕๓. ธมฺมํ จรตีติ ธมฺมจรโณ, ตสฺส ภาโว ธมฺมจรณภาโวติ ธมฺมจริยเมว วทติ. เอวํ เอเกกสฺส ปทสฺสาติ ยถา ‘‘สาธุธมฺมจริยาติ ปพฺพชิโต’’ติ โยชนา, เอวํ ‘‘สาธุสมจริยาติ ปพฺพชิโต’’ติอาทินา เอเกกสฺส ปทสฺส โยชนา เวทิตพฺพา. สพฺพานีติ ‘‘สาธุธมฺมจริยา’’ติอาทีสุ อาคตานิ สพฺพานิ ธมฺมสมกุสลปุฺปทานิ. ทสกุสลกมฺมปถเววจนานีติ ทานาทีนิ ทสกุสลธมฺมปริยายปทานิ.

โพธิสตฺตปพฺพชฺชาวณฺณนา

๕๔. ปพฺพชิตสฺส ธมฺมึ กถํ สุตฺวาติ สมฺพนฺโธ. อฺฺจ สงฺคีติอนารุฬฺหํ เตน ตทา วุตฺตํ ธมฺมึ กถนฺติ โยชนา. ‘‘วํโสวา’’ติ ปทตฺตเยน ธมฺมตา เอสาติ ทสฺเสติ. จิรสฺสํ จิรสฺสํ ปสฺสนฺติ ทีฆายุกภาวโต. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘พหูนํ วสฺสานํ…เป… อจฺจเยนา’’ติ. เตเนวาติ น จิรสฺสํ ทิฏฺภาเวเนว. อจิรกาลนฺตริกเมว ปุพฺพกาลกิริยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ชิณฺณฺจ ทิสฺวา…เป… ปพฺพชิตฺจ ทิสฺวา, ตสฺมา อหํ ปพฺพชิโตมฺหิ ราชา’’ติ อาห ยถา ‘‘นฺหตฺวา วตฺถํ ปริทหิตฺวา คนฺธํ วิลิมฺปิตฺวา มาลํ ปิฬนฺธิตฺวา ภุตฺโต’’ติ.

มหาชนกายอนุปพฺพชฺชาวณฺณนา

๕๕. ‘‘กสฺมา ปเนตฺถา’’ติอาทินา เตสํ จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ มหาสตฺเต สํภตฺตตํ, สํเวคพหุลตฺจ ทสฺเสติ, ยโต สุตฏฺาเนเยว ตฺวา าติมิตฺตาทีสุ กิฺจิ อนามนฺเตตฺวา มตฺตวรวารโณ วิย อโยมยพนฺธนํ ฆนพนฺธนํ ฉินฺทิตฺวา ปพฺพชฺชํ อุปคจฺฉึสุ.

จตฺตาโร มาเส จาริกํ จริ น ตาว าณสฺส ปริปากํ คตตฺตา.

ยทา ปน าณํ ปริปากํ คตํ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อยํ ปนา’’ติอาทิมาห. สพฺเพว อิเม ปพฺพชิตา มม คมนํ ชานิสฺสนฺติ, ชานนฺตา จ มํ อนุพนฺธิสฺสนฺตีติ อธิปฺปาโย. สนฺนิสีเวสูติ สนฺนิสินฺเนสุ. สณเตวาติ สณติ วิย สทฺทํ กโรติ วิย.

อวิเวการามานนฺติ อนภิรติวิเวกานํ. อยํ กาโลติ อยํ เตสํ ปพฺพชิตานํ มม คมนสฺส อชานนกาโล. นิกฺขมิตฺวาติ ปณฺณสาลาย นิคฺคนฺตฺวา, มหาภินิกฺขมนํ ปน ปเคว นิกฺขนฺโต. ปารมิตานุภาเวน อุฏฺิตํ อุปริ เทวตาหิ ทิพฺพปจฺจตฺถรเณหิ สุปฺตฺตมฺปิ มหาสตฺตสฺส ปุฺานุภาเวน สิทฺธตฺตา เตน ปฺตฺตํ วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ปลฺลงฺกํ ปฺเปตฺวา’’ติ. ‘‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ จ, อฏฺิ จ อวสิสฺสตู’’ติอาทิ (ม. นิ. ๒.๑๘๔; สํ. นิ. ๒.๒๒, ๒๓๗; อ. นิ. ๒.๕; ๘.๑๓; มหานิ. ๑๗, ๑๙๖) นยปฺปวตฺตํ จตุรงฺควีริยํ อธิฏฺหิตฺวา. วูปกาสนฺติ วิเวกวาสํ.

อฺเเนวาติ ยตฺถ มหาปุริโส ตทา วิหรติ, ตโต อฺเเนว ทิสาภาเคน. กามํ โพธิมณฺโฑ ชมฺพุทีปสฺส มชฺเฌ นาภิฏฺานิโย, ตทา ปน พฺรหารฺเ วิวิตฺเต โยคีนํ ปฏิสลฺลานสารุปฺโป หุตฺวา ติฏฺติ, ตทฺโ ปน ชมฺพุทีปปฺปเทโส เยภุยฺเยน พหุชโน อากิณฺณมนุสฺโส อิทฺโธ ผีโต อโหสิ. เตน เต ตํ ตํ ชนปทเทสํ อุทฺทิสฺส คตา ‘‘อนฺโต ชมฺพุทีปาภิมุขา จาริกํ ปกฺกนฺตา’’ติ วุตฺตา อนฺโต ชมฺพุทีปาภิมุขา, น หิมวนฺตาทิปพฺพตาภิมุขาติ อตฺโถ.

โพธิสตฺตอภินิเวสวณฺณนา

๕๗. กามํ ภควา พุทฺโธ หุตฺวา สตฺตสตฺตาหานิ ตตฺเถว วสิ, สพฺพปมํ ปน วิสาขปุณฺณมํ สนฺธาย ‘‘เอกรตฺติวาสํ อุปคตสฺสา’’ติ วุตฺตํ. รโหคตสฺสาติ รโห ชนวิวิตฺตํ านํ อุปคตสฺส, เตน คณสงฺคณิกาภาเวน มหาสตฺตสฺส กายวิเวกมาห. ปฏิสลฺลีนสฺสาติ นานารมฺมณจารโต จิตฺตสฺส นิวตฺติยา ปติ สมฺมเทว นิลีนสฺส ตตฺถ อวิสฏจิตฺตสฺส, เตน จิตฺตสงฺคณิกาภาเวนสฺส ปุพฺพภาคิยํ จิตฺตวิเวกมาห. ทุกฺขนฺติ ชาติอาทิมูลกํ ทุกฺขํ. กามํ จุตูปปาตาปิ ชาติมรณานิ เอว, มรณชาติโยว ‘‘ชายติ มียตี’’ติ ปน วตฺวา ‘‘จวติ อุปปชฺชตี’’ติ วจนํ น เอกภวปริยาปนฺนานํ เนสํ คหณํ, อถ โข นานาภวปริยาปนฺนานํ เอกชฺฌํ คหณนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อิทํ ทฺวยํ…เป… วุตฺต’’นฺติ. กสฺมา ปน โลกสฺส กิจฺฉาปตฺติปริวิตกฺกเน ‘‘ชรามรณสฺสา’’ติ ชรามรณวเสน นิยมนํ กตนฺติ อาห ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิ. ชรามรณเมว อุปฏฺาติ อาทิโตติ อธิปฺปาโย. อภินิวิฏฺสฺสาติ อารทฺธสฺส. ปฏิจฺจสมุปฺปาทมุเขน วิปสฺสนารมฺเภ ตสฺส ชรามรณโต ปฏฺาย อภินิเวโส อคฺคโต ยาว มูลํ โอตรณํ วิยาติ อาห ‘‘ภวคฺคโต โอตรนฺตสฺส วิยา’’ติ.

อุปายมนสิการาติ อุปาเยน มนสิกรณโต มนสิการสฺส ปวตฺตนโต. อิทานิ ตํ อุปายมนสิการปริยายํ โยนิโสมนสิการํ สรูปโต, ปวตฺติอาการโต จ ทสฺเสตุํ ‘‘อนิจฺจาทีนิ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. โยนิโสมนสิกาโร นาม โหตีติ ยาถาวโต มนสิการภาวโต. อนิจฺจาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน ทุกฺขานตฺตอสุภาทีนํ คหณํ. อยนฺติ ‘‘เอตทโหสี’’ติ เอวํ วุตฺโต ‘‘กิมฺหิ นุ โข สตี’’ติอาทินยปฺปวตฺโต มนสิกาโร. เตสํ อฺตโรติ เตสุ อนิจฺจาทิมนสิกาเรสุ อฺตโร เอโก. โก ปน โสติ? อนิจฺจมนสิกาโรว, ตตฺถ การณมาห ‘‘อุทยพฺพยานุปสฺสนาวเสน ปวตฺตตฺตา’’ติ. ยฺหิ อุปฺปชฺชติ เจว จวติ จ, ตํ อนิจฺจํ อุทยวยปริจฺฉินฺนตฺตา อทฺธุวนฺติ กตฺวา. ตสฺส ปน ตพฺภาวทสฺสนํ ยาถาวมนสิการตาย โยนิโสมนสิกาโร. อิโต โยนิโสมนสิการาติ เหตุมฺหิ นิสฺสกฺกวจนนฺติ ตสฺส อิมินา ‘‘อุปายมนสิกาเรนา’’ติ เหตุมฺหิ กรณวจเนน อตฺถมาห. สมาคโม อโหสีติ ยาถาวโต ปฏิวิชฺฌนวเสน สงฺคโม อโหสิ. กึ ปน ตนฺติ กึ ปน ตํ ชรามรณการณนฺติ อาห ‘‘ชาตี’’ติ. ‘‘ชาติยา โข’’ติอาทีสุ อยํ สงฺเขปตฺโถ – กิมฺหิ นุ โข สติ ชรามรณํ โหติ, กึ ปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ ชรามรณการณํ ปริคฺคณฺหนฺตสฺส โพธิสตฺตสฺส ‘‘ยสฺมึ สติ ยํ โหติ, อสติ จ น โหติ, ตํ ตสฺส การณ’’นฺติ เอวํ อพฺยภิจาริการณปริคฺคณฺหเน ‘‘ชาติยา โข สติ ชรามรณํ โหติ, ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ ยา ชรามรณสฺส การณปริคฺคาหิกา ปฺา อุปฺปชฺชติ, ตาย อุปฺปชฺชนฺติยา สมาคโม อโหสีติ. สพฺพปทานีติ ‘‘กิมฺหิ นุ โข สติ ชาติ โหตี’’ติอาทินา อาคตานิ ชาติอาทีนิ วิฺาณปริโยสานานิ นว ปทานิ.

ทฺวาทสปทิเก ปฏิจฺจสมุปฺปาเท อิธ ยานิ ทฺเว ปทานิ อคฺคหิตานิ, เตสํ อคฺคหเณ การณํ ปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺเชตุกาโม เตสํ คเหตพฺพาการํ ตาว ทสฺเสนฺโต ‘‘เอตฺถ ปนา’’ติอาทิมาห. ปจฺจกฺขภูตํ ปจฺจุปฺปนฺนภวํ ปมํ คเหตฺวา ตทนนฺตรํ อนาคตํ ‘‘ทุติย’’นฺติ คหเณ อตีโต ตติโย โหตีติ อาห ‘‘อวิชฺชา สงฺขารา หิ อตีโต ภโว’’ติ. นนุ เจตฺถ อนาคตสฺสาปิ ภวสฺส คหณํ น สมฺภวติ ปจฺจุปฺปนฺนวเสน อภินิเวสสฺส โชติตตฺตาติ? สจฺจเมตํ, การเณ ปน คหิเต ผลํ คหิตเมว โหตีติ ตถา วุตฺตนฺติ ทฏฺพฺพํ. อปิ เจตฺถ อนาคโตปิ อทฺธา อตฺถโต สงฺคหิโต เอว, ยโต ปรโต ‘‘นามรูปปจฺจยา สฬายตน’’นฺติอาทินา อนาคตทฺธสงฺคหิกา เทสนา ปวตฺตา. เตหีติ อวิชฺชาสงฺขาเรหิ อารมฺมณภูเตหิ. น ฆฏิยติ น สมฺพชฺฌติ. มหาปุริโส หิ ปจฺจุปฺปนฺนวเสน อภินิวิฏฺโติ อฆฏเน การณมาห. อทิฏฺเหีติ อนวพุทฺเธหิ, อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ เจตํ กรณวจนํ. สติ อนุโพเธ ปฏิเวเธน ภวิตพฺพนฺติ อาห ‘‘น สกฺกา พุทฺเธน ภวิตุ’’นฺติ. อิมินาติ มหาสตฺเตน. เตติ อวิชฺชาสงฺขารา. ภวอุปาทานตณฺหาวเสเนวาติ ภวอุปาทานตณฺหาทสฺสนวเสเนว. ทิฏฺา ตํสภาวตํสหคเตหิ เตหิ สมานโยคกฺขมตฺตา. วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๕๗๐) กถิตาว, ตสฺมา น อิธ กเถตพฺพาติ อธิปฺปาโย.

๕๘. ปจฺจยโตติ เหตุโต, สงฺขารโตติ อตฺโถ. ‘‘กิมฺหิ นุ โข สติ ชรามรณํ โหตี’’ติอาทินา หิ เหตุปรมฺปราวเสน ผลปรมฺปราย วุจฺจมานาย ‘‘กิมฺหิ นุ โข สติ วิฺาณํ โหตี’’ติ วิจารณาย ‘‘สงฺขาเร โข สติ วิฺาณํ โหตี’’ติ วิฺาณสฺส วิเสสการณภูเต สงฺขาเร อคฺคหิเต ตโต วิฺาณํ ปฏินิวตฺตติ นาม, น สพฺพปจฺจยโต. เตเนวาห ‘‘นามรูเป โข สติ วิฺาณํ โหตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๕๘), นามมฺปิ เจตฺถ สหชาตาทิวเสเนว ปจฺจยภูตํ อธิปฺเปตํ, น กมฺมูปนิสฺสยวเสน ปจฺจุปฺปนฺนวเสน อภินิวิสสฺส โชติตตฺตา. อารมฺมณโตติ อวิชฺชาสงฺขารสงฺขาตอารมฺมณโต, อตีตภวสงฺขาตอารมฺมณโต วา. อตีตทฺธปริยาปนฺนา หิ อวิชฺชาสงฺขารา. ยโต ปฏินิวตฺตมานํ วิฺาณํ อตีตภวโตปิ ปฏินิวตฺตติ นาม. อุภยมฺปีติ ปฏิสนฺธิวิฺาณมฺปิ วิปสฺสนาวิฺาณมฺปิ. นามรูปํ นาติกฺกมตีติ ปจฺจยภูตํ, อารมฺมณภูตฺจ นามรูปํ นาติกฺกมติ เตน วินา อวตฺตนโต. เตนาห ‘‘นามรูปโต ปรํ น คจฺฉตี’’ติ.

วิฺาเณ นามรูปสฺส ปจฺจเย โหนฺเตติ วิฺาเณ นามสฺส, รูปสฺส, นามรูปสฺส จ ปจฺจเย โหนฺเต. นามรูเป จ วิฺาณสฺส ปจฺจเย โหนฺเตติ ตถา นาเม, รูเป, นามรูเป จ วิฺาณสฺส ปจฺจเย โหนฺเตติ จตุโวการเอกโวการปฺจโวการภววเสน ยถารหํ โยชนา เวทิตพฺพา, ทฺวีสุปิ อฺมฺปจฺจเยสุ โหนฺเตสูติ ปน ปฺจโวการภววเสเนว. เอตฺตเกนาติ เอวํ วิฺาณ นามรูปานํ อฺมฺํ อุปตฺถมฺภนวเสน ปวตฺติยา. ชาเยถ วา…เป… อุปปชฺเชถ วาติ ‘‘สตฺโต ชายติ…เป… อุปปชฺชติ วา’’ติ สมฺา โหติ วิฺาณนามรูปวินิมุตฺตสฺส สตฺตปฺตฺติยา อุปาทานภูตสฺส ธมฺมสฺส อภาวโต. เตนาห ‘‘อิโต หี’’ติอาทิ. เอตเทวาติ วิฺาณํ, นามรูปนฺติ เอตํ ทฺวยเมว.

ปฺจ ปทานีติ ‘‘ชาเยถ วา’’ติอาทีนิ ปฺจ ปทานิ. นนุ ตตฺถ ปมตติเยหิ จตุตฺถปฺจมานิ อตฺถโต อภินฺนานีติ อาห ‘‘สทฺธึ อปราปรํ จุติปฏิสนฺธีหี’’ติ. ปุน ตํ เอตฺตาวตาติ วุตฺตมตฺถนฺติ โย ‘‘เอตฺตาวตา’’ติ ปเทน ปุพฺเพ วุตฺโต, ตเมว ยถาวุตฺตมตฺถํ ‘‘ยทิท’’นฺติอาทินา นิยฺยาเตนฺโต นิทสฺเสนฺโต ปุน วตฺวา. อนุโลมปจฺจยาการวเสนาติ ปจฺจยธมฺมทสฺสนปุพฺพกํ ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมทสฺสนวเสน. ปจฺจยธมฺมานฺหิ อตฺตโน ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส ปจฺจยภาโว อิทปฺปจฺจยตา ปจฺจยากาโร, โส จ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทินา วุตฺโต. สํสารปฺปวตฺติยา อนุโลมนโต อนุโลมปจฺจยากาโร. ชาติอาทิกํ สพฺพํ วฏฺฏทุกฺขํ จิตฺเตน สมิหิเตน กตํ สมูหวเสน คเหตฺวา ปาฬิยํ ‘‘ทุกฺขกฺขนฺธสฺสา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ชาติ…เป… ทุกฺขราสิสฺสา’’ติ.

๕๙. ทุกฺขกฺขนฺธสฺส อเนกวารํ สมุทยทสฺสนวเสน วิฺาณสฺส ปวตฺตตฺตา ‘‘สมุทโย สมุทโย’’ติ อาเมฑิตวจนํ อโวจ. อถ วา ‘‘เอวํ สมุทโย โหตี’’ติ อิทํ น เกวลํ นิพฺพตฺตินิทสฺสนปทํ, อถ โข ปฏิจฺจสมุปฺปาท-สทฺโท วิย สมุปฺปาทมุเขน อิธ สมุทย-สทฺโท นิพฺพตฺติมุเขน ปจฺจยตฺตํ วทติ. วิฺาณาทโย ภวนฺตา อิธ ปจฺจยธมฺมา นิทฺทิฏฺา, เต สามฺรูเปน พฺยาปนิจฺฉาวเสน คณฺหนฺโต ‘‘สมุทโย สมุทโย’’ติ อาห, เอวฺจ กตฺวา ยํ วกฺขติ ‘‘อิมสฺมึ สติ อิทํ โหตีติ ปจฺจยสฺชานนมตฺตํ กถิต’’นฺติ, (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๕๙) ตํ สมตฺถิตํ โหติ. ยทิ เอวํ ‘‘อุทยทสฺสนปฺา เวสา’’ติ อิทํ กถนฺติ? นายํ โทโส ปจฺจยโต อุทยทสฺสนมุเขน นิพฺพตฺติลกฺขณทสฺสนสฺส สมฺภวโต. ทสฺสนฏฺเน จกฺขูติ สมุทยสฺส ปจฺจกฺขโต ทสฺสนภาเวน จกฺขุ วิยาติ จกฺขุ. าตกรณฏฺเนาติ ยถา สมุทโย สมฺมเทว าโต โหติ อวพุทฺโธ, เอวํ กรณฏฺเน. ปชานนฏฺเนาติ ‘‘วิฺาณาทิตํตํปจฺจยุปฺปตฺติยา เอตสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหตี’’ติ ปการโต ชานนฏฺเน. นิพฺพิชฺฌิตฺวา ปฏิวิชฺฌิตฺวา อุปฺปนฺนฏฺเนาติ อนิพฺพิชฺฌิตฺวา ปุพฺเพ อุทยทสฺสนปฺาย ปฏิปกฺขธมฺเม นิพฺพิชฺฌิตฺวา ‘‘อยํ สมุทโย’’ติ ปจฺจยโต, ขณโต จ, สรูปโต ปฏิวิชฺฌิตฺวา อุปฺปนฺนภาเวน, นิพฺพิชฺฌนฏฺเน ปฏิวิชฺฌนฏฺเน วิชฺชาติ วุตฺตํ โหติ. โอภาสฏฺเนาติ สมุทยสภาวปฏิจฺฉาทนกสฺส โมหนฺธการสฺส จ กิเลสนฺธการสฺส จ วิธมนวเสน อวภาสกภาเวน.

อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ ปฏิปาฏิยา วิภาเวตุํ ‘‘ยถาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ จกฺขุํ อุทปาทีติ ปาฬิยํ ปทุทฺธาโร. กถํ อุทปาทีติ เจติ อาห ‘‘ทสฺสนฏฺเนา’’ติ. ‘‘สมุทยสฺส ปจฺจกฺขโต ทสฺสนภาเวนาติ วุตฺโต วายมตฺโถ. อิมินา นเยน เสสปเทสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. จกฺขุธมฺโมติ จกฺขูติ ปาฬิธมฺโม. ทสฺสนฏฺโ อตฺโถติ ทสฺสนสภาโว เตน ปกาเสตพฺโพ อตฺโถ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. เอตฺตเกหิ ปเทหีติ อิเมหิ ปฺจหิ ปเทหิ. ‘‘กึ กถิต’’นฺติ ปิณฺฑตฺถํ ปุจฺฉติ. ปจฺจยสฺชานนมตฺตนฺติ วิฺาณาทีนํ ปจฺจยธมฺมานํ นามรูปาทิปจฺจยุปฺปนฺนสฺส ปจฺจยสภาวสฺชานนมตฺตํ กถิตํ อวิเสสโต ปจฺจยสภาวสลฺลกฺขณสฺส โชติตตฺตา. สงฺขารานํ สมฺมเทว อุทยทสฺสนสฺส โชติตตฺตา ‘‘วีถิปฏิปนฺนา ตรุณวิปสฺสนา กถิตา’’ติ จ วุตฺตํ.

๖๑. อตฺตนา อธิคตตฺตา อาสนฺนปจฺจกฺขตาย ‘‘อย’’นฺติ วุตฺตํ, อริยมคฺคาทีนํ มคฺคนฏฺเน มคฺโคติ. ปุพฺพภาควิปสฺสนา เหสา. เตนาห ‘‘โพธายา’’ติ. โพธปทสฺส ภาวสาธนตํ สนฺธายาห ‘‘จตุสจฺจพุชฺฌนตฺถายา’’ติ. ปริฺาปหานภาวนาภิสมยา ยาวเทว สจฺฉิกิริยาภิสมยตฺถา นิพฺพานาธิคมตฺถตฺตา พฺรหฺมจริยวาสสฺสาติ วุตฺตํ ‘‘นิพฺพานพุชฺฌนตฺถาย เอว วา’’ติ. ‘‘นิพฺพานํ ปรมํ สุข’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๒๑๕, ๒๑๗; ธ. ป. ๒๐๔) หิ วุตฺตํ. พุชฺฌตีติ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ เอกปฏิเวเธน ปฏิวิชฺฌติ, เตน โพธ-สทฺทสฺส กตฺตุสาธนตฺตมาห. ปจฺจตฺตปเทหีติ ปมาวิภตฺติทีปเกหิ ปเทหิ. นิพฺพานเมว กถิตํ วิฺาณาทิ นิรุชฺฌติ เอตฺถาติ กตฺวา. อนิพฺพตฺตินิโรธนฺติ สพฺพโส ปจฺจยนิโรเธน อนุปฺปาทนิโรธํ อจฺจนฺตนิโรธํ.

๖๒. สพฺเพเหว เอเตหิ ปเทหีติ ‘‘จกฺขู’’ติอาทีหิ ปฺจหิ ปเทหิ. นิโรธสฺชานนมตฺตเมวาติ ‘‘นิโรโธ นิโรโธติ โข’’ติอาทินา นิโรธสฺส สฺชานนมตฺตเมว กถิตํ ปุพฺพารมฺภภาวโต, น ตสฺส ปฏิวิชฺฌนวเสน ปจฺจกฺขโต ทสฺสนํ อริยมคฺคสฺส อนธิคตตฺตา. สงฺขารานํ สมฺมเทว นิโรธทสฺสนํ นาม สิขาปฺปตฺตาย วิปสฺสนาย วเสน อิจฺฉิตพฺพนฺติ ‘‘วุฏฺานคามินี พลววิปสฺสนา กถิตา’’ติ จ วุตฺตํ.

๖๓. วิทิตฺวาติ ปุพฺพภาคิเยน าเณน ชานิตฺวา. ตโต อปรภาเคติ วุตฺตนเยน ปจฺจยนิโรธชานนโต ปจฺฉาภาเค. อุปาทานสฺส ปจฺจยภูเตสูติ จตุพฺพิธสฺสปิ อุปาทานสฺส อารมฺมณปจฺจยาทินา ปจฺจยภูเตสุ, อุปาทานิเยสูติ อตฺโถ. วหนฺโตติ ปวตฺเตนฺโต. อิทนฺติ ‘‘อปเรน สมเยนา’’ติอาทิ วจนํ. กสฺมา วุตฺตนฺติ ‘‘ยาย ปฏิปตฺติยา สพฺเพปิ มหาโพธิสตฺตา จริมภเว โพธาย ปฏิปชฺชนฺติ, วิปสฺสนาย มหาโพธิสตฺเตน ตเถว ปฏิปนฺน’’นฺติ กเถตุกมฺยตาวเสน ปุจฺฉาวจนํ. เตนาห ‘‘สพฺเพเยว หี’’ติอาทิ. ตตฺถ ปุตฺตสฺส ชาตทิวเส มหาภินิกฺขมนํ, ปธานานุโยโค จ ธมฺมตาวเสน เวทิตพฺโพ, อิตรํ อิติกตฺตพฺพตาวเสน. ตตฺถาปิ จิรกาลปริภาวนาย ลทฺธาเสวนาย มหากรุณาย สฺโจทิตมานสตฺตา ‘‘กิจฺฉํ วตายํ โลโก อาปนฺโน’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๕๗; สํ. นิ. ๒.๔, ๑๐) สํสารทุกฺขโต โมเจตุํ อิจฺฉิตสฺส สตฺตโลกสฺส กิจฺฉาปตฺติทสฺสนมุเขน ชรามรณโต ปฏฺาย ปจฺจยาการสมฺมสนมฺปิ ธมฺมตาว. ตถา อตฺตาธีนตาย, เกนจิ อนุปขตตฺตา, อเสจนกสุขวิหารตาย, จตุตฺถชฺฌานิกตาย จ อานาปานกมฺมฏฺานานุโยโค. ปฺจสุ ขนฺเธสุ อภินิวิสิตฺวาติ วิฺาณนามรูปาทิปริยาเยน คหิเตสุ ปฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ วิปสฺสนาภินิเวสวเสน อภินิวิสิตฺวา ปฏิปตฺตึ อารภิตฺวา. อนุกฺกมนฺติ อนุ อนุ คามิตพฺพโต ปฏิปชฺชิตพฺพโต ‘‘อนุกฺกม’’นฺติ ลทฺธนามํ อนุปุพฺพปฏิปตฺตึ. กตฺวาติ ปฏิปชฺชิตฺวา.

อิติ รูปนฺติ เอตฺถ ทุติโย อิติ-สทฺโท นิทสฺสนตฺโถ, เตน ปโม อิติ-สทฺโท สรูปสฺส, ปริมาณสฺส จ โพธโก อเนกตฺถตฺตา นิปาตานํ,อาวุตฺติอาทิวเสน วายมตฺโถ เวทิตพฺโพ. อนฺโตคธาวธารณฺจ วากฺยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิทํ รูปํ, เอตฺตกํ รูปํ, อิโต อุทฺธํ รูปํ นตฺถี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘รุปฺปนสภาว’’นฺติ อิมินา สามฺโต รูปสฺส สภาโว ทสฺสิโต, ‘‘ภูตุปาทายเภท’’นฺติอาทินา วิเสสโต, ตทุภเยนปิ ‘‘อิทํ รูป’’นฺติ ปทสฺส อตฺโถ นิทฺทิฏฺโ. ตตฺถ ลกฺขณํ นาม ตสฺส ตสฺส รูปวิเสสสฺส อนฺสาธารโณ สภาโว. รโส ตสฺเสว อตฺตโน ผลํ ปติ ปจฺจยภาโว. ปจฺจุปฏฺานํ ตสฺส ปรมตฺถโต วิชฺชมานตฺตา ยาถาวโต าณสฺส โคจรภาโว. ปทฏฺานํ อาสนฺนการณํ, เตนสฺส ปจฺจยายตฺตวุตฺติตา ทสฺสิตา. ‘‘อนวเสสรูปปริคฺคโห’’ติ อิมินา ปน ‘‘เอตฺตกํ รูปํ, อิโต อุทฺธํ’’ รูปํ นตฺถีติ ปททฺวยสฺสาปิ อตฺโถ นิทฺทิฏฺโ รูปสฺส สพฺพโส ปริยาทานวเสน นิยามนโต. ‘‘อิติ รูปสฺส สมุทโย’’ติ เอตฺถ ปน อิติ-สทฺโท ‘‘อิติ โข ภิกฺขเว สปฺปฏิภโย พาโล’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๑๒๔; อ. นิ. ๓.๑) วิย ปการตฺโถติ อาห ‘‘อิตีติ เอว’’นฺติ.

อวิชฺชาสมุทยาติ อวิชฺชาย อุปฺปาทา, อตฺถิภาวาติ อตฺโถ. นิโรธนิโรธี หิ อุปฺปาโท อตฺถิภาววาจโกปิ โหติ, ตสฺมา ปุริมภวสิทฺธาย อวิชฺชาย สติ อิมสฺมึ ภเว รูปสมุทโย, รูปสฺส อุปฺปาโท โหตีติ อตฺโถ. ‘‘ตณฺหาสมุทยา’’ติอาทีสุปิ เอเสว นโย. อาหารสมุทยาติ เอตฺถ ปน ปวตฺติปจฺจเยสุ กพฬีการาหารสฺส พลวตาย โส เอว คหิโต. ตสฺมึ ปน คหิเต ปวตฺติปจฺจยตาสามฺเน อุตุจิตฺตานิ คหิตาเนว โหนฺตีติ จตุสมุฏฺานิกรูปสฺส ปจฺจยโต อุทยทสฺสนํ วิภาวิตเมวาติ ทฏฺพฺพํ. ‘‘นิพฺพตฺติลกฺขณ’’นฺติอาทินา กาลวเสน อุทยทสฺสนมาห. ตตฺถ นิพฺพตฺติลกฺขณนฺติ รูปสฺส อุปฺปาทสงฺขาตํ สงฺขตลกฺขณํ. ปสฺสนฺโตปีติ น เกวลํ ปจฺจยสมุทยเมว, อถ โข ขณโต อุทยํ ปสฺสนฺโตปิ. อทฺธาวเสน หิ ปมํ อุทยํ ปสฺสิตฺวา ิโต ปุน สนฺตติวเสน ทิสฺวา อนุกฺกเมน ขณวเสน ปสฺสติ. อวิชฺชานิโรธา รูปนิโรโธติ อคฺคมคฺเคน อวิชฺชาย อนุปฺปาทนิโรธโต อนาคตสฺส รูปสฺส อนุปฺปาทนิโรโธ โหติ ปจฺจยาภาเว อภาวโต. ตณฺหานิโรธา กมฺมนิโรโธติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อาหารนิโรธาติ ปวตฺติปจฺจยสฺส กพฬีการาหารสฺส อภาเวน. รูปนิโรโธติ ตํสมุฏฺานรูปสฺส อภาโว โหติ. เสสํ วุตฺตนยเมว. ‘‘วิปริณามลกฺขณ’’นฺติ ภงฺคกาลวเสน เหตํ วยทสฺสนํ, ตสฺมา ตํ อทฺธาวเสน ปมํ ปสฺสิตฺวา ปุน สนฺตติวเสน ทิสฺวา อนุกฺกเมน ขณวเสน ปสฺสติ. อยฺจ นโย ปากติกวิปสฺสกวเสน วุตฺโต, โพธิสตฺตานํ ปเนตํ นตฺถิ. เอส นโย อุทยทสฺสเนปิ.

‘‘อิติ เวทนา’’ติอาทีสุปิ เหฏฺา รูเป วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เตนาห ‘‘อยํ เวทนา, เอตฺตกา เวทนา’’ติอาทิ. ตตฺถ เวทยิต…เป… สภาวนฺติ เอตฺถ ‘‘เวทยิตสภาวํ…เป… วิชานนสภาว’’นฺติ ปจฺเจกํ สภาว- สทฺโท โยเชตพฺโพ. เวทยิตสภาวนฺติ อนุภวนสภาวํ. สฺชานนสภาวนฺติ ‘‘นีลํ ปีต’’นฺติอาทินา อารมฺมณสฺส สลฺลกฺขณสภาวํ. อภิสงฺขรณสภาวนฺติ อายูหนสภาวํ. วิชานนสภาวนฺติ อารมฺมณสฺส อุปลทฺธิสภาวํ. สุขาทีติ อาทิ-สทฺเทน ทุกฺขโสมนสฺสโทมนสฺสุเปกฺขาเวทนานํ สงฺคโห รูปสฺาทีติ อาทิ-สทฺเทน สทฺทสฺาทีนํ, ผสฺสาทีติ อาทิ-สทฺเทน เจตนา วิตกฺกาทีนํ จกฺขุวิฺาณาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน สพฺเพสํ โลกิยวิฺาณานํ สงฺคโห. ยถา จ วิฺาเณ, เอส นโย เวทนาทีสุปิ. เตสนฺติ ‘‘สมุทโย’’ติ วุตฺตธมฺมานํ. ตีสุ ขนฺเธสูติ เวทนาสฺาสงฺขารกฺขนฺเธสุ. ‘‘ผุฏฺโ เวเทติ, ผุฏฺโ สฺชานาติ, ผุฏฺโ เจเตตี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๙๓) วจนโต ‘‘ผสฺสสมุทยา’’ติ วตฺตพฺพํ. ‘‘นามรูปปจฺจยาปิ วิฺาณ’’นฺติ (วิภ. ๒๔๖; ที. นิ. ๒.๙๗) วจนโต วิฺาณกฺขนฺเธ ‘‘นามรูปสมุทยา’’ติ วตฺตพฺพํ. เตสํ เยวาติ ตีสุ ขนฺเธสุ ‘‘ผสฺสสฺส วิฺาณกฺขนฺเธ นามรูปสฺสา’’ติ ผสฺสนามรูปานํเยว วเสน อตฺถงฺคมปทมฺปิ โยเชตพฺพํ, อวิชฺชาทโย ปน รูเป วุตฺตสทิสา เอวาติ อธิปฺปาโย.

สมปฺาสลกฺขณวเสนาติ ปจฺจยโต วีสติ ขณโต ปฺจาติ ปฺจวีสติยา อุทยลกฺขณานํ, ปจฺจยโต วีสติ ขณโต ปฺจาติ ปฺจวีสติยา เอว วยลกฺขณานํ จาติ สมปฺาสาย อุทยวยลกฺขณานํ วเสน. ตตฺถ ปฺจนฺนํ ขนฺธานํ อุทโย ลกฺขียติ เอเตหีติ ลกฺขณานีติ วุจฺจนฺติ อวิชฺชาทิสมุทโยติ, ตถา เตสํ อนุปฺปาทนิโรโธ ลกฺขียติ เอเตหีติ ลกฺขณานีติ วุจฺจนฺติ อวิชฺชาทีนํ อจฺจนฺตนิโรโธ. นิพฺพตฺติวิปริณามลกฺขณานิ ปน สงฺขตลกฺขณเมวาติ. เอวํ เอตานิ สมปฺาสลกฺขณานิ สรูปโต เวทิตพฺพานิ. ยถานุกฺกเมน วฑฺฒิเตติ ยถาวุตฺตอุทยพฺพยาเณ ติกฺเข สูเร ปสนฺเน หุตฺวา วหนฺเต ตโต ปรํ วตฺตพฺพานํ ภงฺคาณาทีนํ อุปฺปตฺติปฏิปาฏิยา พุทฺธิปฺปตฺเต ปรมุกฺกํสคเต วิปสฺสนาาเณ. ปเคว หิ ฉตฺตึสโกฏิสตสหสฺสมุเขน ปวตฺเตน สพฺพฺุตฺาณานุจฺฉวิเกน มหาวชิราณสงฺขาเตน สมฺมสนาเณน สมฺภตานุภาวํ คพฺภํ คณฺหนฺตํ ปริปากํ คจฺฉนฺตํ ปฏิปทาวิสุทฺธิาณํ อปริมิตกาเล สมฺภตาย ปฺาปารมิยา อานุภาเวน อุกฺกํสปารมิปฺปตฺตํ อนุกฺกเมน วุฏฺานคามินิภาวํ อุปคนฺตฺวา ยทา อริยมคฺเคน ฆเฏติ, ตทา อริยมคฺคจิตฺตํ สพฺพกิเลเสหิ มคฺคปฏิปาฏิยา วิมุจฺจติ, วิมุจฺจนฺตฺจ ตถา วิมุจฺจติ, ยถา สพฺพเยฺยาวรณปฺปหานํ โหติ. ยํ กิเลสานํ ‘‘สวาสนปฺปหาน’’นฺติ วุจฺจติ, ตยิทํ ปหานํ อตฺถโต อนุปฺปตฺตินิโรโธติ อาห ‘‘อนุปฺปาทนิโรเธนา’’ติ. อาสวสงฺขาเตหิ กิเลเสหีติ ภวโต อาภวคฺคํ, ธมฺมโต อาโคตฺรภุํ สวนโต ปวตฺตนโต อาสวสฺิเตหิ ราโค, ทิฏฺิ, โมโหติ อิเมหิ กิเลเสหิ. ลกฺขณวจนฺเจตํ, ปาฬิยํ ยทิทํ ‘‘อาสเวหี’’ติ, ตเทกฏฺตาย ปน สพฺเพหิปิ กิเลเสหิ สพฺเพหิปิ ปาปธมฺเมหิ จิตฺตํ วิมุจฺจติ. อคฺคเหตฺวาติ เตสํ กิเลสานํ เลสมตฺตมฺปิ อคฺคเหตฺวา.

มคฺคกฺขเณ วิมุจฺจติ นาม ตํตํมคฺควชฺฌกิเลเสหิ ผลกฺขเณ วิมุตฺตํ นาม. มคฺคกฺขเณ วา วิมุตฺตฺเจว วิมุจฺจติ จาติ อุปริมคฺคกฺขเณ เหฏฺิมมคฺควชฺเฌหิ วิมุตฺตฺเจว ยถาสกํ ปหาตพฺเพหิ วิมุจฺจติ จ. ผลกฺขเณ วิมุตฺตเมวาติ สพฺพสฺมิมฺปิ ผลกฺขเณ วิมุตฺตเมว, น วิมุจฺจติ นาม.

สพฺพพนฺธนาติ โอรมฺภาคิยุทฺธมฺภาคิยสงฺคหิตา สพฺพสฺมาปิ ภวสฺโชนา, วิปฺปมุตฺโต วิเสสโต ปกาเรหิ มุตฺโต. สุวิกสิตจิตฺตสนฺตาโนติ สาติสยํ าณรสฺมิสมฺผสฺเสน สุฏฺุ สมฺมเทว สมฺผุลฺลจิตฺตสนฺตาโน. ‘‘จตฺตาริ มคฺคาณานี’’ติอาทิ เยหิ าเณหิ สุวิกสิตจิตฺตสนฺตาโน, เตสํ เอกเทเสน ทสฺสนํ. นิปฺปเทสโต ทสฺสนํ ปน ปรโต อาคมิสฺสติ, ตสฺมา ตตฺเถว ตานิ วิภชิสฺสาม. สกเล จ พุทฺธคุเณติ อตีตํเส อปฺปฏิหตาณาทิเก สพฺเพปิ พุทฺธคุเณ. ยทา หิ โลกนาโถ อคฺคมคฺคํ อธิคจฺฉติ, ตทา สพฺเพ คุเณ หตฺถคเต กโรติ นาม. ตโต ปรํ ‘‘หตฺถคเต กตฺวา ิโต’’ติ วุจฺจติ.

‘‘ปริปุณฺณสงฺกปฺโป’’ติ วตฺวา ปริปุณฺณสงฺกปฺปตาปริทีปนํ อุทานํ ทสฺเสตุํ ‘‘อเนกชาติสํสาร’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อาทิโต ทฺวินฺนํ คาถานมตฺโถ เหฏฺา พฺรหฺมชาลนิทานวณฺณนายํ (ที. นิ. ฏี. ๑.ปมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา) วุตฺโต เอว. ปรโต ปน อโยฆนหตสฺสาติ อโย หฺติ เอเตนาติ อโยฆนํ, กมฺมารานํ อโยกูฏํ, อโยมุฏฺิ จ, เตน อโยฆเนน หตสฺส ปหตสฺส. เอว-สทฺโท เจตฺถ นิปาตมตฺตํ. ชลโต ชาตเวทโสติ ชลยมานสฺส อคฺคิสฺส, อนาทเร วา เอตํ สามิวจนํ. อนุปุพฺพูปสนฺตสฺสาติ อนุกฺกเมน อุปสนฺตสฺส วิกฺขมฺภนฺตสฺส นิรุทฺธสฺส. ยถา น ายเต คตีติ ยถา ตสฺส คติ น ายติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อโยมุฏฺิกูฏาทินา ปหตตฺตา อโยฆเนน หตสฺส ปหตสฺส อโยคตสฺส, กํสภาชนาทิคตสฺส วา ชลมานสฺส อคฺคิสฺส อนุกฺกเมน อุปสนฺตสฺส ทสสุ ทิสาสุ น กตฺถจิ คติ ปฺายติ ปจฺจยนิโรเธน อปฺปฏิสนฺธิกนิรุทฺธตฺตาติ. เอวํ สมฺมาวิมุตฺตานนฺติ สมฺมา เหตุนา าเยน ตทงฺควิกฺขมฺภนวิมุตฺติปุพฺพงฺคมาย สมุจฺเฉทวิมุตฺติยา อริยมคฺเคน จตูหิปิ อุปาทาเนหิ, อาสเวหิ จ มุตฺตตฺตา สมฺมา วิมุตฺตานํ, ตโต เอว กามพนฺธนสงฺขาตํ กาโมฆภโวฆาทิเภทํ อวสิฏฺโอฆฺจ ตริตฺวา ิตตฺตา กามพนฺโธฆตารีนํ สุฏฺุ ปฏิปสฺสมฺภิตสพฺพกิเลสวิปฺผนฺทิตตฺตา กิเลสาภิสงฺขารวาเตหิ อกมฺปนียตาย อจลํ นิพฺพานสงฺขาตํ สงฺขารูปสมํ สุขํ ปตฺตานํ อธิคตานํ ขีณาสวานํ คติ เทวมนุสฺสาทิเภทาสุ คตีสุ ‘‘อยํ นามา’’ติ ปฺาเปตพฺพตาย อภาวโต ปฺาเปตุํ นตฺถิ น อุปลพฺภติ, ยถาวุตฺตชาตเวโท วิย อปฺตฺติกภาวเมว เต คจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. เอวํ มนสิ กโรนฺโตติ ‘‘เอวํ อเนกชาติสํสาร’’นฺติอาทินา (ธ. ป. ๑๕๓) อตฺตโน กตกิจฺจตฺตํ มนสิ กโรนฺโต โพธิปลฺลงฺเก นิสินฺโนว วิโรจิตฺถาติ โยชนา.

ทุติยภาณวารวณฺณนา นิฏฺิตา.

พฺรหฺมยาจนกถาวณฺณนา

๖๔. ยนฺนูนาติ ปริวิตกฺกนตฺเถ นิปาโต, อหนฺติ ภควา อตฺตานํ นิทฺทิสตีติ อาห ‘‘ยทิ ปนาห’’นฺติ. ‘‘อฏฺเม สตฺตาเห’’ติอาทิ ยถา อมฺหากํ ภควา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา วิมุตฺติสุขปฏิสํเวทนาทิวเสน สตฺตสุ สตฺตาเหสุ ปฏิปชฺชิ, ตโต ปรฺจ ธมฺมคมฺภีรตาปจฺจเวกฺขณาทิวเสน, เอวเมว สพฺเพปิ สมฺมาสมฺพุทฺธา อภิสมฺพุทฺธกาเล ปฏิปชฺชึสุ, เต จ สตฺตาหาทโย ตเถว ววตฺถปียนฺตีติ อยํ สพฺเพสมฺปิ พุทฺธานํ ธมฺมตา. ตสฺมา วิปสฺสี ภควา อภิสมฺพุทฺธกาเล ตถา ปฏิปชฺชีติ ทสฺเสตุํ อารทฺธํ. ตตฺถ ‘‘อฏฺเม สตฺตาเห’’ติ อิทํ สตฺตมสตฺตาหโต ปรํ, สตฺตาหโต โอริเม จ ปวตฺตาย ปฏิปตฺติยา วเสน วุตฺตํ, น ปลฺลงฺกสตฺตาหสฺส วิย อฏฺมสฺส นาม สตฺตาหสฺส ววตฺถิตสฺส ลพฺภมานตฺตา. อนนฺตโรติ ‘‘อธิคโต โข มฺยายํ ธมฺโม’’ติอาทิโก วิตกฺโก (ที. นิ. ๒.๖๗; ม. นิ. ๑.๒๘๑; ๒.๓๓๗; สํ. นิ. ๑.๑๗๒; มหาว. ๗, ๘).

ปฏิวิทฺโธติ สยมฺภุาเณน ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา ปฏิมุขํ ปฏิวิชฺฌนวเสน ปวตฺโต, ยถาภูตํ อวพุทฺโธติ อตฺโถ. ธมฺโมติ จตุสจฺจธมฺโม ตพฺพินิมุตฺตสฺส ปฏิวิชฺฌิตพฺพธมฺมสฺส อภาวโต. คมฺภีโรติ มหาสมุทฺโท วิย มกสตุณฺฑสูจิยา อฺตฺร สมุปจิตปริปกฺกาณสมฺภาเรหิ อฺเสํ าเณน อลพฺภเนยฺยปฺปติฏฺโ. เตนาห ‘‘อุตฺตานภาวปฏิกฺเขปวจนเมต’’นฺติ. อลพฺภเนยฺยปฺปติฏฺโ โอคาหิตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย สรูปโต วิเสสโต จ ปสฺสิตุํ น สกฺกาติ อาห ‘‘คมฺภีรตฺตาว ทุทฺทโส’’ติ. ทุกฺเขน ทฏฺพฺโพติ กิจฺเฉน เกนจิ กทาจิเทว ทฏฺพฺโพ. ยํ ปน ทฏฺุเมว น สกฺกา, ตสฺส โอคาเหตฺวา อนุ อนุ พุชฺฌเน กถา เอว นตฺถีติ อาห ‘‘ทุทฺทสตฺตาว ทุรนุโพโธ’’ติ. ทุกฺเขน อวพุชฺฌิตพฺโพ อวโพธสฺส ทุกฺกรภาวโต. อิมสฺมึ าเน ‘‘ตํ กึ มฺถ ภิกฺขเว ทุกฺกรตรํ วา ทุรภิสมฺภวตรํ วา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๑๑๕) สุตฺตปทํ วตฺตพฺพํ. สนฺตารมฺมณตาย วา สนฺโต. นิพฺพุตสพฺพปริฬาหตาย นิพฺพุโต. ปธานภาวํ นีโตติ วา ปณีโต. อติตฺติกรฏฺเน อตปฺปโก สาทุรสโภชนํ วิย. เอตฺถ จ นิโรธสจฺจํ สนฺตํ อารมฺมณนฺติ สนฺตารมฺมณํ, มคฺคสจฺจํ สนฺตํ, สนฺตารมฺมณฺจาติ สนฺตารมฺมณํ อนุปสนฺตสภาวานํ กิเลสานํ, สงฺขารานฺจ อภาวโต สนฺโต นิพฺพุตสพฺพปริฬาหตฺตา นิพฺพุโต, สนฺตปณีตภาเวเนว ตทตฺถาย อเสจนกตาย อตปฺปกตา ทฏฺพฺพา. เตนาห ‘‘อิทํ ทฺวยํ โลกุตฺตรเมว สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ. อุตฺตมาณสฺส วิสยตฺตา น ตกฺเกน อวจริตพฺโพ, ตโต เอว นิปุณาณโคจรตาย, สณฺหสุขุมสภาวตฺตา จ นิปุโณ. พาลานํ อวิสยตฺตา ปณฺฑิเตหิ เอว เวทิตพฺโพติ ปณฺฑิตเวทนีโย. อาลียนฺติ อภิรมิตพฺพฏฺเน เสวียนฺตีติ อาลยา, ปฺจ กามคุณา. อาลยนฺติ อภิรมณวเสน เสวนฺตีติ อาลยา, ตณฺหาวิจริตานิ. อาลยรตาติ อาลยนิรตา. สุฏฺุ มุทิตา อติวิย มุทิตา อนุกฺกณฺนโต. รมตีติ รตึ วินฺทติ กีฬติ ลฬติ. อิเม สตฺตา ยถา กามคุเณ, เอวํ ราคมฺปิ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ เยวาติ วุตฺตํ ‘‘ทุวิธมฺปี’’ติอาทิ.

านํ สนฺธายาติ าน-สทฺทํ สนฺธาย. อตฺถโต ปน ‘‘าน’’นฺติ จ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท เอว อธิปฺเปโต. ติฏฺติ เอตฺถ ผลํ ตทายตฺตวุตฺติตายาติ านํ, สงฺขาราทีนํ ปจฺจยภูตา อวิชฺชาทโย. อิเมสํ สงฺขาราทีนํ ปจฺจยาติ อิทปฺปจฺจยา, อวิชฺชาทโยว. อิทปฺปจฺจยา เอว อิทปฺปจฺจยตา ยถา เทโว เอว เทวตา, อิทปฺปจฺจยานํ วา อวิชฺชาทีนํ อตฺตโน ผลํ ปฏิจฺจ ปจฺจยภาโว อุปฺปาทนสมตฺถตา อิทปฺปจฺจยตา, เตน ปรมตฺถปจฺจยลกฺขโณ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ทสฺสิโต โหติ. ปฏิจฺจ สมุปฺปชฺชติ ผลํ เอตสฺมาติ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท. ปททฺวเยนาปิ ธมฺมานํ ปจฺจยฏฺโ เอว วิภาวิโต. เตนาห ‘‘สงฺขาราทิปจฺจยานํ อวิชฺชาทีนเมตํ อธิวจน’’นฺติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนาสุ (วิสุทฺธิ. ๒.๕๗๐) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ.

สพฺพสงฺขารสมโถติอาทิ สพฺพนฺติ สพฺพสงฺขารสมถาทิปทาภิเธยฺยํ สพฺพํ, อตฺถโต นิพฺพานเมว. อิทานิ ตสฺส นิพฺพานภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺมา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. นฺติ นิพฺพานํ. อาคมฺมาติ ปฏิจฺจ อริยมคฺคสฺส อารมฺมณปจฺจยเหตุ. สมฺมนฺตีติ อปฺปฏิสนฺธิกูปสมวเสน สมฺมนฺติ. ตถา สนฺตา จ สวิเสสํ อุปสนฺตา นาม โหนฺตีติ อาห ‘‘วูปสมฺมนฺตี’’ติ, เอเตน สพฺเพ สงฺขารา สมฺมนฺติ เอตฺถาติ สพฺพสงฺขารสมโถ, นิพฺพานนฺติ ทสฺเสติ. สพฺพสงฺขารวิสํยุตฺเต หิ นิพฺพาเน สพฺพสงฺขารวูปสมปริยาโย ายาคโต เยวาติ. เสเสปเทสุปิ เอเสว นโย. อุปธียติ เอตฺถ ทุกฺขนฺติ อุปธิ, ขนฺธาทโย. ปฏินิสฺสฏฺาติ สมุจฺเฉทวเสน ปริจฺจตฺตา โหนฺติ. สพฺพา ตณฺหาติ อฏฺสตปฺปเภทา สพฺพาปิ ตณฺหา. สพฺเพ กิเลสราคาติ กามราครูปราคาทิเภทา สพฺเพปิ กิเลสภูตา ราคา, สพฺเพปิ วา กิเลสา อิธ กิเลสราคาติ เวทิตพฺพา, น โลภวิเสสา เอว จิตฺตสฺส วิปรีตภาวาปาทนโต. ยถาห ‘‘รตฺตมฺปิ จิตฺตํ วิปริณตํ, ทุฏฺมฺปิ จิตฺตํ วิปริณตํ, มูฬฺหมฺปิ จิตฺตํ วิปริณต’’นฺติ (ปารา. ๒๗๑) วิรชฺชนฺตีติ อตฺตโน สภาวํ วิชหนฺติ. สพฺพํ ทุกฺขนฺติ ชรามรณาทิเภทํ สพฺพํ วฏฺฏทุกฺขํ. ภเวน ภวนฺติ เตน เตน ภเวน ภวนฺตรํ. ภวนิกนฺติภาเวน สํสิพฺพติ, ผเลน วา สทฺธึ กมฺมํ สตณฺหสฺเสว อายตึ ปุนพฺภวภาวโต. ตโต วานโต นิกฺขนฺตํ ตตฺถ ตสฺส สพฺพโส อภาวโต. จิรนิสชฺชาจิรภาสเนหิ ปิฏฺิอาคิลายนตาลุคลโสสาทิวเสน กายกิลมโถ เจว กายวิเหสา เวทิตพฺพา. สา จ โข เทสนาย อตฺถํ อชานนฺตานํ, อปฺปฏิปชฺชนฺตานฺจ วเสน, ชานนฺตานํ, ปน ปฏิปชฺชนฺตานฺจ เทสนาย กายปริสฺสโมปิ สตฺถุ อปริสฺสโมว. เตนาห ภควา ‘‘น จ มํ ธมฺมาธิกรณํ วิเหเสสี’’ติ (อุทา. ๑๐). ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ยา อชานนฺตานํ เทสนา นาม, โส มม กิลมโถ อสฺสา’’ติ. อุภยนฺติ จิตฺตกิลมโถ, จิตฺตวิเหสา จาติ อุภยํ เปตํ พุทฺธานํ นตฺถิ, โพธิมูเลเยว สมุจฺฉินฺนตฺตา.

๖๕. อนุพฺรูหนํ สมฺปิณฺฑนํ. โสติ ‘‘อปิสฺสู’’ติ นิปาโต. วิปสฺสินฺติ ปฏิ-สทฺทโยเคน สามิอตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘วิปสฺสิสฺสา’’ติ. วุทฺธิปฺปตฺตา อจฺฉริยา วา อนจฺฉริยา. วุทฺธิอตฺโถปิ หิ อกาโร โหติ ยถา‘‘อเสกฺขา ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. ติกมาติกาย ๑๑). กปฺปานํ จตฺตาริ อสงฺขฺเยยฺยานิ สตสหสฺสฺจ สเทวกสฺส โลกสฺส ธมฺมสํวิภาคกรณตฺถเมว ปารมิโย ปูเรตฺวา อิทานิ สมธิคตธมฺมราชสฺส ตตฺถ อปฺโปสฺสุกฺกตาปตฺติทีปนตา, คาถาตฺถสฺส อจฺฉริยตา, ตสฺส วุทฺธิปฺปตฺติ จาติ เวทิตพฺพา. อตฺถทฺวาเรน หิ คาถานํ อนจฺฉริยตา. โคจรา อเหสุนฺติ อุปฏฺหึสุ. อุปฏฺานฺจ วิตกฺเกตพฺพตาวาติ อาห ‘‘ปริวิตกฺกยิตพฺพตํ ปาปุณึสู’’ติ.

ยทิ สุขาปฏิปทาว กถํ กิจฺฉตาติ อาห ‘‘ปารมีปูรณกาเล’’ติอาทิ. เอวมาทีนิ ทุปฺปริจฺจชานิ เทนฺตสฺส. ห-อิติ วา พฺยตฺตนฺติ เอตสฺมึ อตฺเถ นิปาโต, ‘‘เอกํสตฺเถ’’ติ เกจิ. พฺยตฺตํ, เอกํเสน วา อลํ นิปฺปโยชนํ เอวํ กิจฺเฉน อธิคตสฺส ธมฺมสฺส เทเสตุนฺติ โยชนา. หลนฺติ ‘‘อล’’นฺติ อิมินา สมานตฺถํ ปทํ ‘‘หลนฺติ วทามี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ฏี. ๑.๑๗๒) วิย. ราคโทสผุฏฺเหีติ ผุฏฺวิเสน วิย สปฺเปน ราเคน, โทเสน จ สมฺผุฏฺเหิ อภิภูเตหิ. ราคโทสานุคเตหีติ ราคโทเสหิ อนุพนฺเธหิ.

นิจฺจาทีนนฺติ นิจฺจคฺคาหาทีนํ. เอวํ คตนฺติ เอวํ ปวตฺตํ อนิจฺจาทิอากาเรน ปวตฺตํ. ‘‘จตุสจฺจธมฺม’’นฺติ อิทํ อนิจฺจาทีสุ, สจฺเจสุ จ ยถาลาภวเสน คเหตพฺพํ. เอวํ คตนฺติ วา เอวํ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติอาทินา อภินิวิสิตฺวา มยา, อฺเหิ จ สมฺมาสมฺพุทฺเธหิ คตํ, าตํ ปฏิวิทฺธนฺติ อตฺโถ. กามราเคน, ภวราเคน จ รตฺตา นีวรเณหิ นิวุตจิตฺตตาย, ทิฏฺิราเคน รตฺตา วิปรีตาภินิเวเสน น ทกฺขนฺติ ยาถาวโต อิมํ ธมฺมํ นปฺปฏิวิชฺฌิสฺสนฺติ. เอวํ คาหาเปตุนฺติ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติอาทินา สภาเวน ยาถาวโต ธมฺเม ชานาเปตุํ. ราคโทสปเรตตาปิ เนสํ สมฺมูฬฺหภาเวเนวาติ อาห ‘‘ตโมขนฺเธน อาวุฏา’’ติ.

ธมฺมเทสนาย อปฺโปสฺสุกฺกตาปตฺติยา การณํ วิภาเวตุํ ‘‘กสฺมา ปนา’’ติอาทินา สยเมว โจทนํ สมุฏฺาเปติ. ตตฺถ ยถายํ อิทานิ ธมฺมเทสนาย อปฺโปสฺสุกฺกตาปตฺติ สพฺพพุทฺธานํ อาจิณฺณสมาจิณฺณธมฺมตาวเสน, สพฺพโพธิสตฺตานํ อาทิโต ‘‘กึ เม อฺาตเวเสนา’’ติอาทินา (พุ. วํ. ๒.๙๙) มหาภินีหาเร อตฺตโน จิตฺตสฺส สมุสฺสาหนํ อาจิณฺณสมาจิณฺณธมฺมตา วาติ อาห ‘‘กึ เม’’ติอาทิ. ตตฺถ อฺาตเวเสนาติ สเทวกํ โลกํ อุนฺนาเทนฺโต พุทฺโธ อหุตฺวา เกวลํ พุทฺธานํ สาวกภาวูปคมนวเสน อฺาตรูเปน. ติวิธํ การณํ อปฺโปสฺสุกฺกตาปตฺติยา ปฏิปกฺขสฺส พลวภาโว, ธมฺมสฺส ปรมคมฺภีรตา, ตตฺถ จ ภควโต สาติสยํ คารวนฺติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺส หี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ปฏิปกฺขา นาม ราคาทโย กิเลสา สมฺมาปฏิปตฺติยา อนฺตรายกรตฺตา. เตสํ พลวภาวโต จิรปริภาวนาย สตฺตสนฺตานโต ทุพฺพิโสธิยตาย เต สตฺเต มตฺตหตฺถิโน วิย ทุพฺพลํ ปุริสํ อชฺโฌตฺถริตฺวา อนยพฺยสนํ อาปาเทนฺตา อเนกสตโยชนายามวิตฺถารํ สุนิจิตํ ฆนสนฺนิเวสํ กณฺฏกทุคฺคมฺปิ อธิเสนฺติ. ทูรปฺปเภท ทุจฺเฉชฺชตาหิ ทุพฺพิโสธิยตํ ปน ทสฺเสตุํ ‘‘อถสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ จ อนฺโต อามฏฺตาย กฺชิกปุณฺณลาพุ จิรปริวาสิกตาย ตกฺกภริตจาฏิ สฺเนหตินฺตทุพฺพลภาเวน วสาเตลปีตปิโลติกา; เตลมิสฺสิตตาย อฺชนมกฺขิตหตฺถา ทุพฺพิโสธนียา วุตฺตา. หีนูปมา เจตา รูปปฺปพนฺธภาวโต, อจิรกาลิกตฺตา จ มลีนตาย, กิเลสสํกิเลโส เอว ปน ทุพฺพิโสธนียตโร อนาทิกาลิกตฺตา, อนุสยิตตฺตา จ. เตนาห ‘‘อติสํกิลิฏฺา’’ติ. ยถา จ ทุพฺพิโสธนียตาย เอวํ คมฺภีรทุทฺทสทุรนุโพธานมฺปิ วุตฺตอุปมา หีนูปมาว.

คมฺภีโรปิ ธมฺโม ปฏิปกฺขวิธมเนน สุปากโฏ ภเวยฺย, ปฏิปกฺขวิธมนํ ปน สมฺมาปฏิปตฺติปฏิพทฺธํ, สา สทฺธมฺมสวนาธีนา, ตํ สตฺถริ, ธมฺเม จ ปสาทายตฺตํ. โส วิเสสโต โลเก สมฺภาวนียสฺส ครุกาตพฺพสฺส อภิปตฺถนาเหตุโกติ ปนาฬิกาย สตฺตานํ ธมฺมสมฺปฏิปตฺติยา พฺรหฺมยาจนาทินิมิตฺตนฺติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห.

๖๖. ‘‘อฺตโร’’ติ อปฺปฺาโต วิย กิฺจาปิ วุตฺตํ, อถ โข ปากโฏ ปฺาโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมสฺมึ จกฺกวาเฬ เชฏฺกมหาพฺรหฺมา’’ติ วุตฺตํ. มหาพฺรหฺมภวเน เชฏฺกมหาพฺรหฺมา. โส หิ สกฺโก วิย กามเทวโลเก, พฺรหฺมโลเก จ ปากโฏ ปฺาโต. อุปกฺกิเลสภูตํ อปฺปํ ราคาทิรชํ เอตสฺสาติ อปฺปรชํ, อปฺปรชํ อกฺขิ ปฺาจกฺขุ เยสํ เต ตํสภาวาติ กตฺวา อปฺปรชกฺขชาติกาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปฺามเย’’ติอาทิมาห. อปฺปํ ราคาทิรชํ เยสํ เต ตํสภาวา อปฺปรชกฺขชาติกาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อสฺสวนตาติ ‘‘สยํ อภิฺา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๘, ๔๐๕; ม. นิ. ๑.๑๕๔, ๔๔๔) วิย กรเณ ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘อสฺสวนตายา’’ติ. ทสปุฺกิริยวตฺถุวเสนาติ ทานาทิทสวิธวิมุตฺติปริปาจนียปุฺกิริยวตฺถูนํ วเสน. เตนาห ‘‘กตาธิการา’’ติอาทิ. ปปฺจสูทนิยํ ปน ‘‘ทฺวาทสปุฺกิริยวเสนา’’ติ (ม. นิ. อฏฺ. ๒.๒๘๒) วุตฺตํ, ตํ ทานาทีสุ สรณคมนปรหิตปริณามนทฺวย ปกฺขิปนวเสน วุตฺตํ.

๖๙. ครุฏฺานิเยสุ คารววเสน ครุกรปตฺถนา อชฺเฌสนา, สาปิ อตฺถโต ปตฺถนา เอวาติ วุตฺตํ ‘‘ยาจน’’นฺติ. ปเทสวิสยาณทสฺสนํ หุตฺวา พุทฺธานํเยว อาเวณิกภาวโต อิทํ าณทฺวยํ ‘‘พุทฺธจกฺขู’’ติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘อิเมสฺหิ ทฺวินฺนํ าณานํ พุทฺธจกฺขูติ นาม’’นฺติ. ติณฺณํ มคฺคาณานนฺติ เหฏฺิมานํ ติณฺณํ มคฺคาณานํ ‘‘ธมฺมจกฺขู’’ติ นามํ, จตุสจฺจธมฺมทสฺสนนฺติ กตฺวา ทสฺสนมตฺตภาวโต. ยโต ตานิ าณานิ วิชฺชูปมาภาเวน วุตฺตานิ, อคฺคมคฺคาณํ ปน าณกิจฺจสฺส สิขาปฺปตฺติยา ทสฺสนมตฺตํ น โหตีติ ‘‘ธมฺมจกฺขู’’ติ น วุจฺจตีติ. ยโต ตํ วชิรูปมาภาเวน วุตฺตํ. วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘อปฺปรชกฺขชาติกา’’ติ เอตฺถ วุตฺตนเยเนว. ยสฺมา มนฺทกิเลสา ‘‘อปฺปรชกฺขา’’ติ วุตฺตา, ตสฺมา พหลกิเลสา ‘‘มหารชกฺขา’’ติ เวทิตพฺพา. ปฏิปกฺขวิธมนสมตฺถตาย ติกฺขานิ สูรานิ วิสทานิ, วุตฺตวิปริยาเยน มุทูนิ. สทฺธาทโย อาการาติ สทฺทหนาทิปฺปกาเร วทติ. สุนฺทราติ กลฺยาณา. สมฺโมหวิโนทนิยํ ปน ‘‘เยสํ อาสยาทโย โกฏฺาสา สุนฺทรา, เต สฺวาการา’’ติ (วิภ. อฏฺ. ๘๑๔) วุตฺตํ, ตํ อิมาย อตฺถวณฺณนาย อฺทตฺถุ สํสนฺทติ สเมตีติ ทฏฺพฺพํ. ยโต สทฺธาสมฺปทาทิวเสน อชฺฌาสยสฺส สุนฺทรตาติ, ตพฺพิปริยายโต อสุนฺทรตาติ. การณํ นาม ปจฺจยากาโร, สจฺจานิ วา. ปรโลกนฺติ สมฺปรายํ. ตํ ทุกฺขาวหํ วชฺชํ วิย ภยโต ปสฺสิตพฺพนฺติ วุตฺตํ ‘‘ปรโลกฺเจว วชฺชฺจ ภยโต ปสฺสนฺตี’’ติ. สมฺปตฺติภวโต วา อฺตฺตา วิปตฺติภโว ‘‘ปรโลโก’’ติ วุตฺตํ ‘‘ปร…เป… ปสฺสนฺตี’’ติ.

อยํ ปเนตฺถ ปาฬีติ เอตฺถ ‘‘อปฺปรชกฺขา’’ทิปทานํ อตฺถวิภาวเน อยํ ตสฺส ตถาภาวสาธกปาฬิ. สทฺธาทีนฺหิ วิมุตฺติปริปาจกธมฺมานํ พลวภาโว ตปฺปฏิปกฺขานํ ปาปธมฺมานํ ทุพฺพลภาเวเนว โหติ, เตสฺจ พลวภาโว สทฺธาทีนํ ทุพฺพลภาเวนาติ วิมุตฺติปริปาจกธมฺมานํ สวิเสสํ อตฺถิตานตฺถิตาวเสน ‘‘อปฺปรชกฺขา มหารชกฺขา’’ติ อาทโย ปาฬิยํ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๑) วิภชิตฺวา ทสฺสิตา. อิติ สทฺธาทีนํ วเสน ปฺจ อปฺปรชกฺขา, อสทฺธิยาทีนํ วเสน ปฺจ มหารชกฺขา. เอวํ ติกฺขินฺทฺริยมุทินฺทฺริยาทโยติ วิภาวิตา ปฺาส ปุคฺคลา. สทฺธาทีนํ ปน อนฺตรเภเทน อเนกเภทา เวทิตพฺพา. ขนฺธาทโย เอว ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเน โลโก, สมฺปตฺติภวภูโต โลโก สมฺปตฺติภวโลโก, สุคติสงฺขาโต อุปปตฺติภโว, สมฺปตฺติ สมฺภวติ เอเตนาติ สมฺปตฺติสมฺภวโลโก สุคติสํวตฺตนิโย กมฺมภโว. ทุคฺคติสงฺขาตอุปปตฺติภวทุคฺคติสํวตฺตนิยกมฺมภวา วิปตฺติภวโลกวิปตฺติสมฺภวโลกา.

ปุน เอกกทุกาทิวเสน โลกํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘เอโก โลโก’’ติอาทิ วุตฺตํ. อาหาราทโย หิ ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเน โลโกติ. ตตฺถ ‘‘เอโก โลโก สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺิติกา’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๐๓; อ. นิ. ๑๐.๒๗, ๒๘; ปฏิ. ม. ๑.๒, ๑๑๒, ๒๐๘) ยายํ ปุคฺคลาธิฏฺานาย กถาย สพฺพสงฺขารานํ ปจฺจยายตฺตวุตฺติตา วุตฺตา, ตาย สพฺโพ สงฺขารโลโก เอโก เอกวิโธ ปการนฺตรสฺสาภาวโต. ‘‘ทฺเว โลกา’’ติอาทีสุปิ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. นามคฺคหเณน เจตฺถ นิพฺพานสฺส อคฺคหณํ ตสฺส อโลกสภาวตฺตา. นนุ จ ‘‘อาหารฏฺิติกา’’ติ เอตฺถ ปจฺจยายตฺตวุตฺติตาย มคฺคผลานมฺปิ โลกตา อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ ปริฺเยฺยานํ ทุกฺขสจฺจธมฺมานํ ‘‘อิธ โลโก’’ติ อธิปฺเปตตฺตา. อถ วา น ลุชฺชติ น ปลุชฺชตีติ โย คหิโต, ตถา น โหติ, โส โลโกติ ตํคหณรหิตานํ โลกุตฺตรานํ นตฺถิ โลกตา. อุปาทานานํ อารมฺมณภูตา ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธา. อนุโรธาทิวตฺถุภูตา ลาภาทโย อฏฺ โลกธมฺมา. ทสายตนานีติ ทส รูปายตนานิ วิวฏฺฏชฺฌาสยสฺส อธิปฺเปตตฺตา. ตสฺส จ สพฺพํ เตภูมกกมฺมํ ครหิตพฺพํ, วชฺชิตพฺพฺจ หุตฺวา อุปฏฺาตีติ วุตฺตํ ‘‘สพฺเพ อภิสงฺขารา วชฺชํ, สพฺเพ ภวคามิกมฺมา วชฺช’’นฺติ. เยสํ ปุคฺคลานํ สทฺธาทโย มนฺทา, เต อิธ ‘‘อสฺสทฺธา’’ติอาทินา วุตฺตา. น ปน สพฺเพน สพฺพํ สทฺธาทีนํ อภาวโตติ อปฺปรชกฺขทุกาทีสุ ปฺจสุ ทุเกสุ เอเกกสฺมึ ทส ทส กตฺวา ‘‘ปฺาสาย อากาเรหิ อิมานิ ปฺจินฺทฺริยานิ ชานาตี’’ติ วุตฺตํ. อถ วา อนฺวยโต, พฺยติเรกโต จ สทฺธาทีนํ อินฺทฺริยานํ ปโรปริยตฺตํ ชานาตีติ กตฺวา ตถา วุตฺตํ. เอตฺถ จ อปฺปรชกฺขาทิวเสน อาวชฺชนฺตสฺส ภควโต เต สตฺตา ปุฺชปุฺชาว หุตฺวา อุปฏฺหนฺติ, น เอเกกา.

อุปฺปลานิ เอตฺถ สนฺตีติ อุปฺปลินี, คจฺโฉปิ ชลาสโยปิ, อิธ ปน ชลาสโย อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘อุปฺปลวเน’’ติ. ยานิ อุทกสฺส อนฺโต นิมุคฺคาเนว หุตฺวา ปุสนฺติ วฑฺฒนฺติ, ตานิ อนฺโตนิมุคฺคโปสีนี. ทีปิตานีติ อฏฺกถายํ ปกาสิตานิ, อิเธว วา ‘‘อฺานิปี’’ติอาทินา ทีปิตานิ. อุคฺฆฏิตฺูติ อุคฺฆฏนํ นาม าณุคฺฆฏนํ, าเณ อุคฺฆฏิตมตฺเต เอว ชานาตีติ อตฺโถ. วิปฺจิตํ วิตฺถารเมวมตฺถํ ชานาตีติ วิปฺจิตฺู. อุทฺเทสาทีหิ เนตพฺโพติ เนยฺโย. สห อุทาหฏเวลายาติ อุทาหาเร ธมฺมสฺส อุทฺเทเส อุทาหฏมตฺเต เอว. ธมฺมาภิสมโยติ จตุสจฺจธมฺมสฺส าเณน สทฺธึ อภิสมโย. อยํ วุจฺจตีติ อยํ ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺานา’’ติอาทินา นเยน สงฺขิตฺเตน มาติกาย ทีปิยมานาย เทสนานุสาเรน าณํ เปเสตฺวา อรหตฺตํ คณฺหิตุํ สมตฺโถ ‘‘ปุคฺคโล อุคฺฆฏิตฺู’’ติ วุจฺจติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ สงฺขิตฺเตน มาติกํ เปตฺวา วิตฺถาเรน อตฺเถ วิภชิยมาเน อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ สมตฺโถ ‘‘ปุคฺคโล วิปฺจิตฺู’’ติ วุจฺจติ. อุทฺเทสโตติ อุทฺเทสเหตุ, อุทฺทิสนฺตสฺส, อุทฺทิสาเปนฺตสฺส วาติ อตฺโถ. ปริปุจฺฉโตติ อตฺถํ ปริปุจฺฉนฺตสฺส. อนุปุพฺเพน ธมฺมาภิสมโย โหตีติ อนุกฺกเมน อรหตฺตปฺปตฺโต โหติ. น ตาย ชาติยา ธมฺมาภิสมโย โหตีติ เตน อตฺตภาเวน มคฺคํ วา ผลํ วา อนฺตมโส ฌานํ วา วิปสฺสนํ วา นิพฺพตฺเตตุํ น สกฺโกติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ปทปรโมติ อยํ ปุคฺคโล พฺยฺชนปทเมว ปรมํ อสฺสาติ ‘‘ปทปรโม’’ติ วุจฺจติ.

เยติ เย ทุวิเธ ปุคฺคเล สนฺธาย วุตฺตํ วิภงฺเค กมฺมาวรเณนาติ ปฺจวิเธน อานนฺตริยกมฺเมน. วิปากาวรเณนาติ อเหตุกปฏิสนฺธิยา. ยสฺมา ทุเหตุกานมฺปิ อริยมคฺคปฏิเวโธ นตฺถิ, ตสฺมา ทุเหตุกปฏิสนฺธิปิ ‘‘วิปากาวรณเมวา’’ติ เวทิตพฺพา. กิเลสาวรเณนาติ นิยตมิจฺฉาทิฏฺิยา. อสฺสทฺธาติ พุทฺธาทีสุ สทฺธา รหิตา. อจฺฉนฺทิกาติ กตฺตุกมฺยตากุสลจฺฉนฺทรหิตา, อุตฺตรกุรุกา มนุสฺสา อจฺฉนฺทิกฏฺานํ ปวิฏฺา. ทุปฺปฺาติ ภวงฺคปฺาย ปริหีนา, ภวงฺคปฺาย ปน ปริปุณฺณายปิ ยสฺส ภวงฺคํ โลกุตฺตรสฺส ปจฺจโย น โหติ, โสปิ ทุปฺปฺโ เอว นาม. อภพฺพา นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตนฺติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตนิยามสงฺขาตํ อริยมคฺคํ โอกฺกมิตุํ อธิคนฺตุํ อภพฺพา. ‘‘น กมฺมาวรเณนา’’ติอาทีนิ วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺพานิ.

‘‘ราคจริตา’’ติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรมตฺถทีปนิยํ [ปรมตฺถมฺชูสายํ วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายนฺติ ภวิตพฺพํ –

‘‘สา เอสา ปรมตฺถานํ, ตตฺถ ตตฺถ ยถารหํ;

นิธานโต ปรมตฺถ-มฺชูสา นาม นามโต’’ติ. (วิสุทฺธิมคฺคมหาฏีกาย นิคมเน สยเมว วุตฺตตฺตา)] วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ;

๗๐. อารพฺภาติ อตฺตโน อธิปฺเปตสฺส อตฺถสฺส ภควโต ชานาปนํ อุทฺทิสฺสาติ อตฺโถ. เสโล ปพฺพโต อุจฺโจ โหติ ถิโร จ, น ปํสุปพฺพโต, มิสฺสกปพฺพโต วาติ อาห ‘‘เสเล ยถา ปพฺพตมุทฺธนี’’ติ. ธมฺมมยํ ปาสาทนฺติ โลกุตฺตรธมฺมมาห. โส หิ ปพฺพตสทิโส จ โหติ สพฺพธมฺเม อติกฺกมฺม อพฺภุคฺคตฏฺเน ปาสาทสทิโส จ, ปฺาปริยาโย วา อิธ ธมฺม-สทฺโท. สา หิ อพฺภุคฺคตฏฺเน ปาสาโทติ อภิธมฺเม (ธ. ส. อฏฺ. ๑๖) นิทฺทิฏฺา. ตถา จาห –

‘‘ปฺาปาสาทมารุยฺห, อโสโก โสกินึ ปชํ;

ปพฺพตฏฺโว ภูมฏฺเ, ธีโร พาเล อเวกฺขตี’’ติ. (ธ. ป. ๒๘);

‘‘ยถา หี’’ติอาทีสุ ยถา ปพฺพเต ตฺวา รตฺตนฺธกาเร เหฏฺา โอโลเกนฺตสฺส ปุริสสฺส เขตฺเต เกทารปาฬิกุฏิโย, ตตฺถ สยิตมนุสฺสา จ น ปฺายนฺติ อนุชฺชลภาวโต. กุฏิกาสุ ปน อคฺคิชาลา ปฺายติ อุชฺชลภาวโต เอวํ ธมฺมปาสาทมารุยฺห สตฺตโลกํ โอโลกยโต ภควโต าณสฺส อาปาถํ นาคจฺฉนฺติ อกตกลฺยาณา สตฺตา าณคฺคินา อนุชฺชลภาวโต, อนุฬารภาวโต จ รตฺตึ ขิตฺตา สรา วิย โหนฺติ. กตกลฺยาณา ปน ภพฺพปุคฺคลา ทูเร ิตาปิ ภควโต าณสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ ปริปกฺกาณคฺคิตาย สมุชฺชลภาวโต, อุฬารสนฺตานตาย หิมวนฺตปพฺพโต วิย จาติ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา.

อุฏฺเหีติ ตฺวํ ธมฺมเทสนาย อปฺโปสฺสุกฺกตาสงฺขาตสงฺโกจาปตฺติโต กิลาสุภาวโต อุฏฺห. วีริยวนฺตตายาติ สาติสย จตุพฺพิธสมฺมปฺปธานวีริยวนฺตตาย. วีรสฺส หิ ภาโว, กมฺมํ วา วีริยํ. กิเลสมารสฺส วิย มจฺจุมารสฺสปิ อายตึ อสมฺภวโต ‘‘มจฺจุกิเลสมาราน’’นฺติ วุตฺตํ. อภิสงฺขารมารวิชยสฺส อคฺคหณํ กิเลสมารวิชเยเนว ตพฺพิชยสฺส โชติตภาวโต. วาหนสมตฺถตายาติ สํสารมหากนฺตารโต นิพฺพานสงฺขาตํ เขมปฺปเทสํ สมฺปาปนสมตฺถตาย.

๗๑. ‘‘อปารุตํ เตสํ อมตสฺส ทฺวาร’’นฺติ เกจิ ปนฺติ. นิพฺพานสฺส ทฺวารํ ปวิสนมคฺโค วิวริตฺวา ปิโต มหากรุณูปนิสฺสเยน สยมฺภุาเณน อธิคตตฺตา. สทฺธํ ปมุฺจนฺตูติ สทฺธํ ปเวเทนฺตุ, อตฺตโน สทฺทหนาการํ อุปฏฺาเปนฺตูติ อตฺโถ. สุเขน อกิจฺเฉน ปวตฺตนียตาย สุปฺปวตฺติตํ. น ภาสึ น ภาสิสฺสามีติ จินฺเตสิ.

อคฺคสาวกยุควณฺณนา

๗๓. สลฺลปิตฺวาติ ‘‘วิปฺปสนฺนานิ โข เต อาวุโส อินฺทฺริยานี’’ติอาทินา (มหาว. ๖๐) อาลาปสลฺลาปํ กตฺวา. ตฺหิสฺส อปรภาเค สตฺถุ สนฺติกํ อุปสงฺกมนสฺส ปจฺจโย อโหสิ.

๗๕-๖. อนุปุพฺพึ กถนฺติ อนุปุพฺพิยา อนุปุพฺพํ กเถตพฺพํ กถํ. กา ปน สาติ? ทานาทิกถา. ตตฺถ ทานกถา ตาว ปจุรชเนสุ ปวตฺติยา สพฺพสาธารณตฺตา, สุกรตฺตา, สีเล ปติฏฺานสฺส อุปายภาวโต จ อาทิโต กถิตา. ปริจฺจาคสีโล หิ ปุคฺคโล ปริคฺคหวตฺถูสุ นิสฺสงฺคภาวโต สุเขเนว สีลานิ สมาทิยติ, ตตฺถ จ สุปฺปติฏฺิโต โหติ. สีเลน ทายกปฏิคฺคาหกวิสุทฺธิโต ปรานุคฺคหํ วตฺวา ปรปีฬานิวตฺติวจนโต, กิริยธมฺมํ วตฺวา อกิริยธมฺมวจนโต, โภคสมฺปตฺติเหตุํ วตฺวา ภวสมฺปตฺติเหตุวจนโต จ ทานกถานนฺตรํ สีลกถา กถิตา, ตฺเจ ทานสีลํ วฏฺฏนิสฺสิตํ, อยํ ภวสมฺปตฺติ ตสฺส ผลนฺติ ทสฺสนตฺถํ, อิเมหิ จ ทานสีลมเยหิ ปณีตปณีตตราทิเภทภินฺเนหิ ปุฺกิริยวตฺถูหิ เอตา จาตุมหาราชิกาทีสุ ปณีตปณีตตราทิเภทภินฺนา อปริเมยฺยา ทิพฺพโภคภวสมฺปตฺติโย โหนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ ตทนนฺตรํ สคฺคกถํ. วตฺวา อยํ สคฺโค ราคาทีหิ อุปกฺกิลิฏฺโ, สพฺพทา อนุปกฺกิลิฏฺโ อริยมคฺโคติ ทสฺสนตฺถํ สคฺคานนฺตรํ มคฺคกถา กเถตพฺพา. มคฺคฺจ กเถนฺเตน ตทธิคมุปายทสฺสนตฺถํ สคฺคปริยาปนฺนาปิ, ปเคว อิตเร สพฺเพปิ กามา นาม พหฺวาทีนวา, อนิจฺจา อธุวา, วิปริณามธมฺมาติ กามานํ อาทีนโว, หีนา, คมฺมา, โปถุชฺชนิกา, อนริยา, อนตฺถสฺหิตาติ เตสํ โอกาโร ลามกภาโว, สพฺเพปิ ภวา กิเลสานํ วตฺถุภูตาติ ตตฺถ สํกิเลโส, สพฺพโส กิเลสวิปฺปมุตฺตํ นิพฺพานนฺติ เนกฺขมฺเม อานิสํโส จ กเถตพฺโพติ อยมตฺโถ มคฺคนฺตีติ เอตฺถ อิติ-สทฺเทน อาทิอตฺถโชตเกน โพธิโตติ เวทิตพฺพํ.

สุขานํ นิทานนฺติ ทิฏฺธมฺมิกานํ, สมฺปรายิกานํ, นิพฺพานปฏิสํยุตฺตานฺจาติ สพฺเพสมฺปิ สุขานํ การณํ. ยฺหิ กิฺจิ โลเก โภคสุขํ นาม, ตํ สพฺพํ ทานนิทานนฺติ ปากโฏ ยมตฺโถ. ยํ ปน ตํ ฌานวิปสฺสนามคฺคผลนิพฺพานปฏิสํยุตฺตํ สุขํ, ตสฺสาปิ ทานํ อุปนิสฺสยปจฺจโย โหติเยว. สมฺปตฺตีนํ มูลนฺติ ยา อิมา โลเก ปเทสรชฺชํ สิริสฺสริยํ สตฺตรตนสมุชฺชลจกฺกวตฺติสมฺปทาติ เอวํปเภทา มานุสิกา สมฺปตฺติโย, ยา จ จาตุมหาราชิกจาตุมหาราชาทิเภทา ทิพฺพสมฺปตฺติโย, ยา วา ปนฺาปิ สมฺปตฺติโย, ตาสํ สพฺพาสํ อิทํ ทานํ นาม มูลํ การณํ. โภคานนฺติ ภุฺชิตพฺพฏฺเน ‘‘โภโค’’ติ ลทฺธนามานํ มนาปิยรูปาทีนํ, ตนฺนิสฺสยานฺจ อุปโภคสุขานํ. อวสฺสยฏฺเน ปติฏฺา. วิสมคตสฺสาติ พฺยสนปฺปตฺตสฺส. ตาณนฺติ รกฺขา ตโต ปริปาลนโต. เลณนฺติ พฺยสเนหิ ปริปาจิยมานสฺส โอลียนปเทโส. คตีติ คนฺตพฺพฏฺานํ. ปรายณนฺติ ปฏิสรณํ. อวสฺสโยติ วินิปติตุํ อเทนฺโต นิสฺสโย. อารมฺมณนฺติ โอลุพฺภารมฺมณํ.

รตนมยสีหาสนสทิสนฺติ สพฺพรตนมยสตฺตงฺคมหาสีหาสนสทิสํ มหคฺฆํ หุตฺวา สพฺพโส วินิปติตุํ อปฺปทานโต. มหาปถวิสทิสํ คตคตฏฺาเน ปติฏฺาย ลภาปนโต. อาลมฺพนรชฺชุสทิสนฺติ ยถา ทุพฺพลสฺส ปุริสสฺส อาลมฺพนรชฺชุ อุตฺติฏฺโต, ติฏฺโต จ อุปตฺถมฺโภ, เอวํ ทานํ สตฺตานํ สมฺปตฺติภเว อุปฺปตฺติยา, ิติยา จ ปจฺจยภาวโต. ทุกฺขนิตฺถรณฏฺเนาติ ทุคฺคติทุกฺขนิตฺถรณฏฺเน. สมสฺสาสนฏฺเนาติ โลภมจฺฉริยาทิปฏิสตฺตุปทฺทวโต สมฺมเทว อสฺสาสนฏฺเน. ภยปริตฺตาณฏฺเนาติ ทาลิทฺทิยภยโต ปริปาลนฏฺเน. มจฺเฉรมลาทีหีติ มจฺเฉรโลภโทสอิสฺสาวิจิกิจฺฉาทิฏฺิ อาทิจิตฺตมเลหิ. อนุปลิตฺตฏฺเนาติ อนุปกฺกิลิฏฺตาย. เตสนฺติ มจฺเฉรมลาทิกจวรานํ. เอเตหิ เอว ทุราสทฏฺเน. อสนฺตาสนฏฺเนาติ อนภิภวนียตาย สนฺตาสาภาเวน. โย หิ ทายโก ทานปติ, โส สมฺปติปิ กุโตจิ น ภายติ, ปเคว อายตึ. ธมฺมสีเสน ปุคฺคโล วุตฺโต. พลวนฺตฏฺเนาติ มหาพลวตาย. ทายโก หิ ทานปติ สมฺปติ ปกฺขพเลน พลวา โหติ, อายตึ ปน กายพลาทีหิปิ. อภิมงฺคลสมฺมตฏฺเนาติ ‘‘วฑฺฒิการณ’’นฺติ อภิสมฺมตภาเวน. วิปตฺติภวโต สมฺปตฺติภวูปนยนํ เขมนฺตภูมิสมฺปาปนํ, ภวสงฺคามโต โยคกฺเขมสมฺปาปนฺจ เขมนฺตภูมิสมฺปาปนฏฺโ.

อิทานิ ทานํ วฏฺฏคตา อุกฺกํสปฺปตฺตา สมฺปตฺติโย วิย วิวฏฺฏคตาปิ ตา สมฺปาเทตีติ โพธิจริยภาเวนปิ ทานคุเณ ทสฺเสตุํ ‘‘ทานฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สกฺกมารพฺรหฺมสมฺปตฺติโย อตฺตหิตาย เอว, จกฺกวตฺติสมฺปตฺติ ปน อตฺตหิตาย, ปรหิตาย จาติ ทสฺเสตุํ สา ตาสํ ปรโต วุตฺตา, เอตา โลกิยา, อิมา ปน โลกุตฺตราติ ทสฺเสตุํ ตโต ปรํ ‘‘สาวกปารมีาณ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถาปิ อุกฺกฏฺุกฺกฏฺตรุกฺกฏฺตมาติ ทสฺเสตุํ กเมน าณตฺตยํ วุตฺตํ. เตสํ ปน ทานสฺส ปจฺจยภาโว เหฏฺา วุตฺโต เอว. เอเตเนวสฺส พฺรหฺมสมฺปตฺติยาปิ ปจฺจยภาโว ทีปิโตติ เวทิตพฺโพ.

ทานฺจ นาม ทกฺขิเณยฺเยสุ หิตชฺฌาสเยน วา ปูชนชฺฌาสเยน วา อตฺตโน สนฺตกสฺส ปเรสํ ปริจฺจชนํ, ตสฺมา ทายโก สตฺเตสุ เอกนฺตหิตชฺฌาสโย ปุริสปุคฺคโล, โส ‘‘ปเรสํ หึสติ, ปเรสํ วา สนฺตกํ หรตี’’ติ อฏฺานเมตนฺติ อาห ‘‘ทานํ ททนฺโต สีลํ สมาทาตุํ สกฺโกตี’’ติ. สีลสทิโส อลงฺกาโร นตฺถีติ อกิตฺติมํ หุตฺวา สพฺพกาลํ โสภาวิเสสาวหตฺตา. สีลปุปฺผสทิสํ ปุปฺผํ นตฺถีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สีลคนฺธสทิโส คนฺโธ นตฺถีติ เอตฺถ ‘‘จนฺทนํ ตครํ วาปี’’ติอาทิกา (ธ. ป. ๕๕) คาถา, ‘‘คนฺโธ อิสีนํ จิรทิกฺขิตานํ, กายา จุโต คจฺฉติ มาลุเตนา’’ติอาทิกา (ชา. ๒.๑๗.๕๕) จ วตฺตพฺพา. สีลฺหิ สตฺตานํ อาภรณฺเจว อลงฺกาโร จ คนฺธวิเลปนฺจ ปรสฺส ทสฺสนียภาวาวหฺจ. เตนาห ‘‘สีลาลงฺกาเรน หี’’ติอาทิ.

‘‘อยํ สคฺโค ลพฺภตี’’ติ อิทํ มชฺฌิเมหิ ฉนฺทาทีหิ อารทฺธํ สีลํ สนฺธายาห. เตนาห สกฺโก เทวราชา –

‘‘หีเนน พฺรหฺมจริเยน, ขตฺติเย อุปปชฺชติ;

มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ, อุตฺตเมน วิสุชฺฌตี’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๔๒๙);

อิฏฺโติ สุโข, กนฺโตติ กมนีโย, มนาโปติ มนวฑฺฒนโก, ตํ ปนสฺส อิฏฺาทิภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘นิจฺจเมตฺถ กีฬา’’ติอาทิ วุตฺตํ. นิจฺจนฺติ สพฺพกาลํ กีฬาติ กามูปสํหิตา สุขวิหารา. สมฺปตฺติโยติ โภคสมฺปตฺติโย. ทิพฺพนฺติ ทิพฺพภวํ เทวโลกปริยาปนฺนํ. สุขนฺติ กายิกํ, เจตสิกฺจ สุขํ. ทิพฺพสมฺปตฺตินฺติ ทิพฺพภวํ อายุสมฺปตฺตึ, วณฺณยสอิสฺสริยสมฺปตฺตึ, รูปาทิสมฺปตฺติฺจ. เอวมาทีติ อาทิ-สทฺเทน ยามาทีหิ อนุภวิตพฺพํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ วทติ.

อปฺปสฺสาทาติ นิรสฺสาทา ปณฺฑิเตหิ ยถาภูตํ ปสฺสนฺเตหิ ตตฺถ อสฺสาเทตพฺพตาภาวโต. พหุทุกฺขาติ มหาทุกฺขา สมฺปติ, อายติฺจ วิปุลทุกฺขานุพนฺธตฺตา. พหุปายาสาติ อเนกวิธปริสฺสยา. เอตฺถาติ กาเมสุ. ภิยฺโยติ พหุํ. โทโสติ อนิจฺจตาทินา, อปฺปสฺสาทตาทินา จ ทูสิตภาโว, ยโต เต วิฺูนํ จิตฺตํ นาราเธนฺติ. อถ วา อาทีนํ วาติ ปวตฺตตีติ อาทีนโว, ปรมกปณตา, ตถา จ กามา ยถาภูตํ ปจฺจเวกฺขนฺตานํ ปจฺจุปติฏฺนฺติ. ลามกภาโวติ นิหีนภาโว อเสฏฺเหิ เสวิตพฺพตฺตา, เสฏฺเหิ น เสวิตพฺพตฺตา จ. สํกิลิสฺสนนฺติ วิพาเธตพฺพตา อุปตาเปตพฺพตา. เนกฺขมฺเม อานิสํสนฺติ เอตฺถ ยตฺตกา กาเมสุ อาทีนวา, ตปฺปฏิปกฺขโต ตตฺตกา เนกฺขมฺเม อานิสํสา. อปิ จ ‘‘เนกฺขมฺมํ นาเมตํ อสมฺพาธํ อสํกิลิฏฺํ, นิกฺขนฺตํ กาเมหิ, นิกฺขนฺตํ กามสฺาย, นิกฺขนฺตํ กามวิตกฺเกหิ, นิกฺขนฺตํ กามปริฬาเหหิ, นิกฺขนฺตํ พฺยาปาทโต’’ติอาทินา (สารตฺถ. ฏี. ๓.๒๖ มหาวคฺเค) นเยน เนกฺขมฺเม อานิสํเส ปกาเสสิ, ปพฺพชฺชาย, ฌานาทีสุ จ คุเณ วิภาเวสิ วณฺเณสิ.

วุตฺตนยนฺติ เอตฺถ ยํ อวุตฺตนยํ ‘‘กลฺลจิตฺเต’’ติอาทิ, ตตฺถ กลฺลจิตฺเตติ กมฺมนิยจิตฺเต, เหฏฺา ปวตฺติตเทสนาย อสฺสทฺธิยาทีนํ จิตฺตโทสานํ วิคตตฺตา อุปริเทสนาย ภาชนภาวูปคมเนน กมฺมกฺขมจิตฺเตติ อตฺโถ. อสฺสทฺธิยาทโย หิ ยสฺมา จิตฺตสฺส โรคภูตา ตทา เต วิคตา, ตสฺมา อโรคจิตฺเตติ อตฺโถ. ทิฏฺิมานาทิกิเลสวิคมเนน มุทุจิตฺเต. กามจฺฉนฺทาทิวิคเมน วินีวรณจิตฺเต. สมฺมาปฏิปตฺติยํ อุฬารปีติปาโมชฺชโยเคน อุทคฺคจิตฺเต. ตตฺถ สทฺธาสมฺปตฺติยา ปสนฺนจิตฺเต. ยทา จ ภควา อฺาสีติ สมฺพนฺโธ. อถ วา กลฺลจิตฺเตติ กามจฺฉนฺทวิคเมน อโรคจิตฺเต. มุทุจิตฺเตติ พฺยาปาทวิคเมน เมตฺตาวเสน อกถินจิตฺเต. วินีวรณจิตฺเตติ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจวิคเมน วิกฺเขปสฺส วิคตตฺตา เตน อปิหิตจิตฺเต. อุทคฺคจิตฺเตติ ถินมิทฺธวิคเมน สมฺปคฺคหิตวเสน อลีนจิตฺเต. ปสนฺนจิตฺเตติ วิจิกิจฺฉาวิคเมน สมฺมาปฏิปตฺติยํ อธิมุตฺตจิตฺเต, เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

‘‘เสยฺยถาปี’’ติอาทินา อุปมาวเสน เนสํ สํกิเลสปฺปหานํ, อริยมคฺคุปฺปาทฺจ ทสฺเสติ. อปคตกาฬกนฺติ วิคตกาฬกํ. สมฺมเทวาติ สุฏฺุ เอว. รชนนฺติ นีลปีตาทิรงฺคชาตํ. ปฏิคฺคณฺเหยฺยาติ คณฺเหยฺย ปภสฺสรํ ภเวยฺย. ตสฺมึเยว อาสเนติ ติสฺสเมว นิสชฺชายํ, เอเตน เนสํ ลหุวิปสฺสกตา, ติกฺขปฺตา, สุขปฏิปทาขิปฺปาภิฺตา จ ทสฺสิตา โหติ. วิรชนฺติ อปายคมนียราครชาทีนํ วิคเมน วิรชํ. อนวเสสทิฏฺิวิจิกิจฺฉามลาปคมเนน วีตมลํ. ปมมคฺควชฺฌกิเลสรชาภาเวน วา วิรชํ. ปฺจวิธทุสฺสีลฺยมลาปคมเนน วีตมลํ. ธมฺมจกฺขุนฺติ พฺรหฺมายุสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๓๘๓) เหฏฺิมา ตโย มคฺคา วุตฺตา, จูฬราหุโลวาเท (ม. นิ. ๓.๔๑๖) อาสวกฺขโย, อิธ ปน โสตาปตฺติมคฺโค อธิปฺเปโต. ‘‘ยํ กิฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ ตสฺส อุปฺปตฺติอาการทสฺสนนฺติ. นนุ จ มคฺคาณํ อสงฺขตธมฺมารมฺมณํ, น สงฺขตธมฺมารมฺมณนฺติ? สจฺจเมตํ. ยสฺมา ตํ นิโรธํ อารมฺมณํ กตฺวา กิจฺจวเสน สพฺพสงฺขตํ ปฏิวิชฺฌนฺตํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา ตถา วุตฺตํ.

‘‘สุทฺธํ วตฺถ’’นฺติ นิทสฺสิตอุปมายํ อิทํ อุปมาสํสนฺทนํ วตฺถํ วิย จิตฺตํ, วตฺถสฺส อาคนฺตุกมเลหิ กิลิฏฺภาโว วิย จิตฺตสฺส ราคาทิมเลหิ สํกิลิฏฺภาโว, โธวนสิลา วิย อนุปุพฺพิกถา, อุทกํ วิย สทฺธา, อุทเก เตเมตฺวา อูสโคมยฉาริกาภเรหิ กาฬกปเทเส สมุจฺฉินฺทิตฺวา วตฺถสฺส โธวนปโยโค วิย สทฺธาสิเนเหน เตเมตฺวา เตเมตฺวา สติสมาธิปฺาหิ โทเส สิถิลี กตฺวา สุตาทิวิธินา จิตฺตสฺส โสธเน วีริยารมฺโภ, เตน ปโยเคน วตฺเถ นานากาฬกาปคโม วิย วีริยารมฺเภน กิเลสวิกฺขมฺภนํ, รงฺคชาตํ วิย อริยมคฺโค, เตน สุทฺธสฺส วตฺถสฺส ปภสฺสรภาโว วิย วิกฺขมฺภิตกิเลสสฺส จิตฺตสฺส มคฺเคน ปริโยทปนนฺติ. ‘‘ทิฏฺธมฺมา’’ติ วตฺวา ทสฺสนํ นาม าณทสฺสนโต อฺมฺปิ อตฺถีติ ตํ นิวตฺตนตฺถํ ‘‘ปตฺตธมฺมา’’ติ วุตฺตํ. ปตฺติ จ าณสมฺปตฺติโต อฺมฺปิ วิชฺชตีติ ตโต วิเสสทสฺสนตฺถํ ‘‘วิทิตธมฺมา’’ติ วุตฺตํ. สา ปน วิทิตธมฺมตา ธมฺเมสุ เอกเทเสนาปิ โหตีติ นิปฺปเทสโต วิทิตภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปริโยคาฬฺหธมฺมา’’ติ วุตฺตํ, เตน เนสํ สจฺจาภิสมฺโพธึเยว วิภาเวติ. มคฺคาณฺหิ เอกาภิสมยวเสน ปริฺาทิกิจฺจํ สาเธนฺตํ นิปฺปเทสโตว จตุสจฺจธมฺมํ สมนฺตโต โอคาหนฺตํ ปฏิวิชฺฌตีติ. เสสํ เหฏฺา วุตฺตนยเมว.

๗๗. จีวรทานาทีนีติ จีวราทิปริกฺขารทานํ สนฺธายาห. โย หิ จีวราทิเก อฏฺ ปริกฺขาเร, ปตฺตจีวรเมว วา โสตาปนฺนาทิอริยสฺส, ปุถุชฺชนสฺเสว วา สีลสมฺปนฺนสฺส ทตฺวา ‘‘อิทํ ปริกฺขารทานํ อนาคเต เอหิภิกฺขุภาวาย ปจฺจโย โหตู’’ติ ปตฺถนํ ปฏฺเปสิ, ตสฺส จ สติ อธิการสมฺปตฺติยํ พุทฺธานํ สมฺมุขีภาเว อิทฺธิมยปริกฺขารลาภาย สํวตฺตตีติ เวทิตพฺพํ. วสฺสสติกตฺเถรา วิย อากปฺปสมฺปนฺนาติ อธิปฺปาโย.

สนฺทสฺเสสีติ สุฏฺุ ปจฺจกฺขํ กตฺวา ทสฺเสสิ. อิธโลกตฺถนฺติ อิธโลกภูตํ ขนฺธปฺจกสงฺขาตมตฺถํ. ปรโลกตฺถนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ทสฺเสสีติ สามฺลกฺขณโต, สลกฺขณโต จ ทสฺเสสิ. เตนาห ‘‘อนิจฺจ’’นฺติอาทิ. ตตฺถ หุตฺวา อภาวโต อนิจฺจนฺติ ทสฺเสสิ. อุทยพฺพยปฏิปีฬนโต ทุกฺขนฺติ ทสฺเสสิ. อวสวตฺตนโต อนตฺตาติ ทสฺเสสิ. อิเม รุปฺปนาทิลกฺขณา ปฺจกฺขนฺธาติ ราสฏฺเน ขนฺเธ ทสฺเสสิ. อิเม จกฺขาทิสภาวา นิสฺสตฺตนิชฺชีวฏฺเน อฏฺารส ธาตุโยติ ทสฺเสสิ. อิมานิ จกฺขาทิสภาวาเนว ทฺวารารมฺมณภูตานิ ทฺวาทส อายตนานีติ ทสฺเสสิ. อิเม อวิชฺชาทโย ชรามรณปริโยสานา ทฺวาทส ปจฺจยธมฺมา ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ ทสฺเสสิ. รูปกฺขนฺธสฺส เหฏฺา วุตฺตนเยน ปจฺจยโต จตฺตาริ, ขณโต เอกนฺติ อิมานิ ปฺจ ลกฺขณานิ ทสฺเสสิ. ตถาติ อิมินา ‘‘ปฺจ ลกฺขณานี’’ติ ปทํ อากฑฺฒติ. ทสฺเสนฺโตติ อิติ-สทฺโท นิทสฺสนตฺโถ, เอวนฺติ อตฺโถ. นิรยนฺติ อฏฺมหานิรยโสฬสอุสฺสทนิรยปฺปเภทํ สพฺพโส นิรยํ ทสฺเสสิ. ติรจฺฉานโยนินฺติ อปททฺวิปทจตุปฺปทพหุปฺปทาทิเภทํ มิคปสุปกฺขิสรีสปาทิวิภาคํ นานาวิธํ ติรจฺฉานโลกํ. เปตฺติวิสยนฺติ ขุปฺปิปาสิกวนฺตาสิกปรทตฺตูปชีวินิชฺฌามตณฺหิกาทิเภทภินฺนํ นานาวิธํ เปตสตฺตโลกํ. อสุรกายนฺติ กาลกฺจิกาสุรนิกายํ. เอวํ ตาว ทุคฺคติภูตํ ปรโลกตฺถํ วตฺวา อิทานิ สุคติภูตํ วตฺตุํ ‘‘ติณฺณํ กุสลานํ วิปาก’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. เวหปฺผเล สุภกิณฺเณเยว สงฺคเหตฺวา อสฺีสุ, อรูปีสุ จ สมฺปตฺติยา ทสฺเสตพฺพาย อภาวโต ทุวิฺเยฺยตาย ‘‘นวนฺนํ พฺรหฺมโลกาน’’นฺตฺเวว วุตฺตํ.

คณฺหาเปสีติ เต ธมฺเม สมาทินฺเน การาเปสิ.

สมุตฺเตชนํ นาม สมาทินฺนธมฺมานํ ยถา อนุปการกา ธมฺมา ปริหายนฺติ, ปหียนฺติ จ, อุปการกา ธมฺมา ปริวฑฺฒนฺติ, วิสุชฺฌนฺติ จ, ตถา เนสํ อุสฺสาหุปฺปาทนนฺติ อาห ‘‘อพฺภุสฺสาเหสี’’ติ. ยถา ปน ตํ อุสฺสาหุปฺปาทนํ โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิธโลกตฺถฺเจวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตาเสตฺวา ตาเสตฺวาติ ปริพฺยตฺตภาวาปาทเนน เตเชตฺวา เตเชตฺวา. อธิคตํ วิย กตฺวาติ เยสํ กเถติ, เตหิ ตมตฺถํ ปจฺจกฺขโต อนุภุยฺยมานํ วิย กตฺวา. เวเนยฺยานฺหิ พุทฺเธหิ ปกาสิยมาโน อตฺโถ ปจฺจกฺขโตปิ ปากฏตโร หุตฺวา อุปฏฺาติ. ตถา หิ ภควา เอวํ โถมียติ –

‘‘อาทิตฺโตปิ อยํ โลโก, เอกาทสหิ อคฺคิภิ;

น ตถา ยาติ สํเวคํ, สมฺโมหปลิคุณฺิโต.

สุตฺวาทีนวสฺุตฺตํ, ยถา วาจํ มเหสิโน;

ปจฺจกฺขโตปิ พุทฺธานํ, วจนํ สุฏฺุ ปากฏ’’นฺติ.

เตนาห ‘‘ทฺวตฺตึสกมฺมการณปฺจวีสติมหาภยปฺปเภทฺหี’’ติอาทิ. ทฺวตฺตึสกมฺมการณานิ ‘‘หตฺถมฺปิ ฉินฺทนฺตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๗๘) ทุกฺขกฺขนฺธสุตฺเต อาคตนเยน เวทิตพฺพานิ. ปฺจวีสติมหาภยานิ ‘‘ชาติภยํ ชราภยํ พฺยาธิภยํ มรณภย’’นฺติอาทินา (จูฬนิ. ๑๒๓) ตตฺถ ตตฺถ สุตฺเต อาคตนเยน เวทิตพฺพานิ. อาฆาตนภณฺฑิกา อธิกุฏฺฏนกฬิงฺครํ, ยํ ‘‘อจฺจาธาน’’นฺติปิ วุจฺจติ.

ปฏิลทฺธคุเณน โจเทสีติ ‘‘ตํตํคุณาธิคเมน อยมฺปิ ตุมฺเหหิ ปฏิลทฺโธ, อานิสํโส อยมฺปี’’ติ ปจฺจกฺขโต ทสฺเสนฺโต ‘‘กึ อิโต ปุพฺเพ เอวรูปํ อตฺถี’’ติ โจเทนฺโต วิย อโหสิ. เตนาห ‘‘มหานิสํสํ กตฺวา กเถสี’’ติ.

ตปฺปจฺจยฺจ กิลมถนฺติ สงฺขารปวตฺติเหตุกํ ตสฺมึ ตสฺมึ สตฺตสนฺตาเน อุปฺปชฺชนกปริสฺสมํ สํวิฆาตํ วิเหสํ. อิธาติ เหฏฺา ปมมคฺคาธิคมตฺถาย กถาย. สพฺพสงฺขารูปสมภาวโต สนฺตํ. อติตฺติกรปรมสุขตาย ปณีตํ. สกลสํสารพฺยสนโต ตายนตฺเถน ตาณํ. ตโต นิพฺพินฺทหทยานํ นิลียนฏฺานตาย เลณํ. อาทิ-สทฺเทน คติปฏิสรณํ ปรมสฺสาโสติ เอวมาทีนํ สงฺคโห.

มหาชนกายปพฺพชฺชาวณฺณนา

๘๐. สงฺฆปฺปโหนกานํ ภิกฺขูนํ อภาวา ‘‘สงฺฆสฺส อปริปุณฺณตฺตา’’ติ วุตฺตํ. ทฺเว อคฺคสาวกา เอว หิ ตทา อเหสุํ.

จาริกาอนุชานนวณฺณนา

๘๖. ‘‘กทา อุทปาที’’ติ ปุจฺฉํ ‘‘สมฺโพธิโต’’ติอาทินา สงฺเขปโต วิสฺสชฺเชตฺวา ปุน ตํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘ภควา กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปิตุ สงฺคหํ กโรนฺโต วิหาสิ สมฺโพธิโต ‘‘สตฺต สํวจฺฉรานิ สตฺต มาเส สตฺต ทิวเส’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ, ตฺจ โข เวเนยฺยานํ ตทา อภาวโต. กิลฺเชหิ พหิ ฉาทาเปตฺวา, วตฺเถหิ อนฺโต ปฏิจฺฉาทาเปตฺวา, อุปริ จ วตฺเถหิ ฉาทาเปตฺวา, ตสฺส เหฏฺา สุวณฺณ…เป… วิตานํ การาเปตฺวา. มาลาวจฺฉเกติ ปุปฺผมาลาหิ วจฺฉากาเรน เวิเต. คนฺธนฺตเรติ จาฏิภริตคนฺธสฺส อนฺตเร. ปุปฺผานีติ จาฏิอาทิภริตานิ ชลชปุปฺผานิ เจว จงฺโกตกาทิภริตานิ ถลชปุปฺผานิ จ.

กามฺจายํ ราชา พุทฺธปิตา, ตถาปิ พุทฺธา นาม โลกครุโน, น เต เกนจิ วเส วตฺเตตพฺพา, อถ โข เต เอว ปเร อตฺตโน วเส วตฺเตนฺติ, ตสฺมา ราชา ‘‘นาหํ ภิกฺขุสงฺฆํ เทมี’’ติ อาห.

ทานมุขนฺติ ทานกรณูปายํ, ทานวตฺตนฺติ อตฺโถ. น ทานิ เม อนุฺาตาติ อิทานิ เม ทานํ น อนุฺาตา, โน น อนุชานนฺตีติ อตฺโถ.

ปริตสฺสนชีวิตนฺติ ทุกฺขชีวิกา ทาลิทฺทิยนฺติ อตฺโถ.

สพฺเพสํ ภิกฺขูนํ ปโหสีติ ภควโต อฏฺสฏฺิ จ ภิกฺขุสตสหสฺสานํ ภาคโต ทาตุํ ปโหสิ, น สพฺเพสํ ปริยตฺตภาเวน. เตนาห ‘‘เสนาปติปิ อตฺตโน เทยฺยธมฺมํ อทาสี’’ติ. เชฏฺิกฏฺาเนติ เชฏฺิกเทวิฏฺาเน.

ตเถว กตฺวาติ จรปุริเส เปตฺวา. สุจินฺติ สุทฺธํ. ปณีตนฺติ อุฬารํ, ภาวนปุํสกฺเจตํ ‘‘เอกมนฺต’’นฺติอาทีสุ (ปารา. ๒) วิย. ภฺชิตฺวาติ มทฺทิตฺวา, ปีเฬตฺวาติ อตฺโถ. ชาติสปฺปิขีราทีหิเยวาติ อนฺโตชาตสปฺปิขีราทีหิเยว, อมฺหากเมว คาวิอาทิโต คหิตสปฺปิอาทีหิเยวาติ อตฺโถ.

๙๐. ปราปวาทํ, ปราปการํ, สีตุณฺหาทิเภทฺจ คุณาปราธํ ขมติ สหติ อธิวาเสตีติ ขนฺติ. สา ปน ยสฺมา สีลาทีนํ ปฏิปกฺขธมฺเม สวิเสสํ ตปติ สนฺตปติ วิธมตีติ ปรมํ อุตฺตมํ ตโป. เตนาห ‘‘อธิวาสนขนฺติ นาม ปรมํ ตโป’’ติ. ‘‘อธิวาสนขนฺตี’’ติ อิมินา ธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺติโต วิเสเสติ. ติติกฺขนํ ขมนํ ติติกฺขา.อกฺขรจินฺตกา หิ ขมายํ ติติกฺขา-สทฺทํ วณฺเณนฺติ. เตเนวาห ‘‘ขนฺติยา เอว เววจน’’นฺติอาทิ. สพฺพากาเรนาติ สนฺตปณีตนิปุณสิวเขมาทินา สพฺพปฺปกาเรน. โส ปพฺพชิโต นาม น โหติ ปพฺพาชิตพฺพธมฺมสฺส อปพฺพาชนโต. ตสฺเสว ตติยปทสฺส เววจนํ อนตฺถนฺตรตฺตา.

‘‘น หี’’ติอาทินา ตํ เอวตฺถํ วิวรติ. อุตฺตมตฺเถน ปรมนฺติ วุจฺจติ ปร-สทฺทสฺส เสฏฺวาจกตฺตา, ‘‘ปุคฺคลปโรปรฺู’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๗.๖๘; เนตฺติ. ๑๑๘) วิย. ปรนฺติ อฺํ. อิทานิ ปร-สทฺทํ อฺปริยายเมว คเหตฺวา อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. มลสฺสาติ ปาปมลสฺส. อปพฺพาชิตตฺตาติ อนีหฏตฺตา อนิรากตตฺตา. สมิตตฺตาติ นิโรธิตตฺตา เตสํ ปาปธมฺมานํ. ‘‘สมิตตฺตา หิ ปาปานํ สมโณติ ปวุจฺจตี’’ติ หิ วุตฺตํ.

อปิจ ภควา ภิกฺขูนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสนฺโต ปาติโมกฺขกถาย จ สีลปธานตฺตา สีลสฺส จ วิเสสโต โทโส ปฏิปกฺโขติ ตสฺส นิคฺคณฺหนวิธึ ทสฺเสตุํ อาทิโต ‘‘ขนฺตี ปรมํ ตโป’’ติ อาห, เตน อนิฏฺสฺส ปฏิหนนูปาโย วุตฺโต, ติติกฺขาคหเณน ปน อิฏฺสฺส, ตทุภเยนปิ อุปฺปนฺนํ รตึ อภิภุยฺย วิหรตีติ อยมตฺโถ ทสฺสิโตติ. ตณฺหาวานสฺส วูปสมนโต นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา. ตตฺถ ขนฺติคฺคหเณน ปโยควิปตฺติยา อภาโว ทสฺสิโต, ติติกฺขาคหเณน อาสยวิปตฺติยา อภาโว. ตถา ขนฺติคฺคหเณน ปราปราธสหตา, ติติกฺขาคหเณน ปเรสุ อนปรชฺฌนา ทสฺสิตา. เอวํ การณมุเขน อนฺวยโต ปาติโมกฺขํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ พฺยติเรกโต ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘น หี’’ติอาทิ วุตฺตํ, เตน ยถา สตฺตานํ ชีวิตา โวโรปนํ, ปาณิเลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ วิพาธนฺจ ‘‘ปรูปฆาโต, ปรวิเหน’’นฺติ วุจฺจติ, เอวํ เตสํ มูลสาปเตยฺยาวหรณํ, ทารปรามสนํ, วิสํวาทนํ, อฺมฺเภทนํ, ผรุสวจเนน มมฺมฆฏฺฏนํ, นิรตฺถกวิปฺปลาโป, ปรสนฺตกคิชฺฌนํ, อุจฺเฉทวินฺทนํ, มิจฺฉาภินิเวสนฺจอุปฆาโต, วิเหนฺจ โหตีติ ยสฺส กสฺสจิ อกุสลสฺส กมฺมปถสฺส, กมฺมสฺส จ กรเณน ปพฺพชิโต, สมโณ จ น โหตีติ ทสฺเสติ.

สพฺพากุสลสฺสาติ สพฺพสฺสาปิ ทฺวาทสากุสลจิตฺตุปฺปาทสงฺคหิตสฺส สาวชฺชธมฺมสฺส. กรณํ นาม ตสฺส อตฺตโน สนฺตาเน อุปฺปาทนนฺติ ตปฺปฏิกฺเขปโต อกรณํ ‘‘อนุปฺปาทน’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘กุสลสฺสา’’ติ อิทํ ‘‘เอตํ พุทฺธาน สาสน’’นฺติ วกฺขมานตฺตา อริยมคฺคธมฺเม, เตสฺจ สมฺภารภูเต เตภูมกกุสลธมฺเม สมฺโพเธตีติ อาห ‘‘จตุภูมกกุสลสฺสา’’ติ. อุปสมฺปทาติ อุปสมฺปาทนํ, ตํ ปน ตสฺส สมธิคโมติ อาห ‘‘ปฏิลาโภ’’ติ. จิตฺตโชตนนฺติ จิตฺตสฺส ปภสฺสรภาวกรณํ สพฺพโส ปริโสธนํ. ยสฺมา อคฺคมคฺคสมงฺคิโน จิตฺตํ สพฺพโส ปริโยทปียติ นาม, อคฺคผลกฺขเณ ปน ปริโยทปิตํ โหติ ปุน ปริโยทเปตพฺพตาย อภาวโต, อิติ ปรินิฏฺิตปริโยทปนตํ สนฺธายาห ‘‘ตํ ปน อรหตฺเตน โหตี’’ติ. สพฺพปาปํ ปหาย ตทงฺคาทิวเสเนวาติ อธิปฺปาโย. ‘‘สีลสํวเรนา’’ติ หิ อิมินา เตภูมกสฺสาปิ สงฺคเห อิตรปฺปหานานมฺปิ สงฺคโห โหตีติ, เอวฺจ กตฺวา สพฺพคฺคหณํ สมตฺถิตํ โหติ. สมถวิปสฺสนาหีติ โลกิยโลกุตฺตราหิ สมถวิปสฺสนาหิ. สมฺปาเทตฺวาติ นิปฺผาเทตฺวา. สมฺปาทนฺเจตฺถ เหตุภูตาหิ ผลภูตสฺส สหชาตาหิปิ, ปเคว ปุริมสิทฺธาหีติ ทฏฺพฺพํ.

กสฺสจีติ หีนาทีสุ กสฺสจิ สตฺตสฺส กสฺสจิ อุปวาทสฺส, เตน ทวกมฺยตายปิ อุปวทนํ ปฏิกฺขิปติ. อุปฆาตสฺส อกรณนฺติ เอตฺถาปิ ‘‘กสฺสจี’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. กาเยนาติ จ นิทสฺสนมตฺตเมตํ มนสาปิ ปเรสํ อนตฺถจินฺตนาทิวเสน อุปฆาตกรณสฺส วชฺเชตพฺพตฺตา. กาเยนาติ วา เอตฺถ อรูปกายสฺสาปิ สงฺคโห ทฏฺพฺโพ, น โจปนกายกรชกายานเมว. ป อติโมกฺขนฺติ ปการโต อติวิย สีเลสุ มุขฺยภูตํ. ‘‘อติปโมกฺข’’นฺติ ตเมว ปทํ อุปสคฺคพฺยตฺตเยน วทติ. เอวํ เภทโต ปทวณฺณนํ กตฺวา ตตฺวโต วทติ ‘‘อุตฺตมสีล’’นฺติ. ‘‘ปาติ วา’’ติอาทินา ปาลนโต รกฺขณโต อติวิย โมกฺขนโต อติวิย โมจนโต ปาติโมกฺขนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘ปาปา อติ โมกฺเขตีติ อติโมกฺโข’’ติ นิมิตฺตสฺส กตฺตุภาเวน อุปจริตพฺพโต. โย วา นนฺติ โย วา ปุคฺคโล นํ ปาติโมกฺขสํวรสีลํ ปาติ สมาทิยิตฺวา อวิโกเปนฺโต รกฺขติ, ตํ ‘‘ปาตี’’ติ ลทฺธนามํ ปาติโมกฺขสํวรสีเล ิตํ โมกฺเขตีติ ปาติโมกฺขนฺติ อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปน ปาติโมกฺขปทสฺส อตฺโถ วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. ฏี. ๑.๑๔) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ.

มตฺตฺุตาติ โภชเน มตฺตฺุตา, สา ปน วิเสสโต ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลวเสน คเหตพฺพาติ อาห ‘‘ปฏิคฺคหณปริโภควเสน ปมาณฺุตา’’ติ. อาชีวปาริสุทฺธิสีลวเสนาปิ คยฺหมาเน ‘‘ปริเยสนวิสฺสชฺชนวเสนา’’ติปิ วตฺตพฺพํ. สงฺฆฏฺฏนวิรหิตนฺติ ชนสงฺฆฏฺฏนวิรหิตํ, นิรชนสมฺพาธํ วิวิตฺตนฺติ อตฺโถ. จตุปจฺจยสนฺโตโส ทีปิโต ปจฺจยสนฺโตสตาสามฺเน อิตรทฺวยสฺสาปิ ลกฺขณหารนเยน โชติตภาวโต. ‘‘อฏฺสมาปตฺติวสิภาวายา’’ติ อิมินา ปโยชนทสฺสนวเสน ยทตฺถํ วิวิตฺตเสนาสนเสวนํ อิจฺฉิตํ, โส อธิจิตฺตานุโยโค วุตฺโต. อฏฺ สมาปตฺติโย เจตฺถ วิปสฺสนาย ปาทกภูตา อธิปฺเปตา, น ยา กาจีติ สกลสฺสาปิ อธิจิตฺตานุโยคสฺส โชติตภาโว เวทิตพฺโพ.

เทวตาโรจนวณฺณนา

๙๑. เอตฺตาวตาติ เอตฺตเกน สุตฺตปเทเสน. ตตฺถาปิ จ อิมินา…เป… กถเนน สุปฺปฏิวิทฺธภาวํ ปกาเสตฺวาติ โยชนา. -สทฺโท พฺยติเรกตฺโถ, เตน อิทานิ วุจฺจมานตฺถํ อุลฺลงฺเคติ. เอกมิทาหนฺติ เอกํ อหํ. อิทํ-สทฺโท นิปาตมตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน ‘‘ภิกฺขเว สมย’’นฺติ เอวมาทิ ปาโ สงฺคหิโต. อหํ ภิกฺขเว เอกํ สมยนฺติ เอวํ เปตฺถ ปทโยชนา.

สุภควเนติ สุภคตฺตา สุภคํ, สุนฺทรสิริกตฺตา, สุนฺทรกามตฺตา วาติ อตฺโถ. สุภคฺหิ ตํ สิริสมฺปตฺติยา, สุนฺทเร เจตฺถ กาเม มนุสฺสา ปตฺเถนฺติ. พหุชนกนฺตตายปิ ตํ สุภคํ. วนยตีติ วนํ, อตฺตสมฺปตฺติยา อตฺตนิ สิเนหํ อุปฺปาเทตีติ อตฺโถ. วนุเต อิติ วา วนํ, อตฺตสมฺปตฺติยา เอว ‘‘มํ ปริภุฺชถา’’ติ สตฺเต ยาจติ วิยาติ อตฺโถ. สุภคฺจ ตํ วนฺจาติ สุภควนํ, ตสฺมึ สุภควเน. อฏฺกถายํปน กึ อิมินา ปปฺเจนาติ ‘‘เอวํ นามเก วเน’’ติ วุตฺตํ. กามํ สาลรุกฺโขปิ ‘‘สาโล’’ติ วุจฺจติ, โย โกจิ รุกฺโขปิ วนปฺปติ เชฏฺกรุกฺโขปิ. อิธ ปน ปจฺฉิโม เอว อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘วนปฺปติเชฏฺกสฺส มูเล’’ติ. มูลสมุคฺฆาตวเสนาติ อนุสยสมุจฺฉินฺทนวเสน.

น วิหายนฺตีติ อกุปฺปธมฺมตาย น วิชหนฺติ. ‘‘น กฺจิ สตฺตํ ตปนฺตีติ อตปฺปา’’ติ อิทํ เตสุ ตสฺสา สมฺาย นิรุฬฺหตาย วุตฺตํ, อฺถา สพฺเพปิ สุทฺธาวาสา น กฺจิ สตฺตํ ตปนฺตีติ อตปฺปา นาม สิยุํ. ‘‘น วิหายนฺตี’’ติอาทินิพฺพจเนสุปิ เอเสว นโย. สุนฺทรทสฺสนาติ ทสฺสนียาติ อยมตฺโถติ อาห ‘‘อภิรูปา’’ติอาทิ. สุนฺทรเมเตสํ ทสฺสนนฺติ โสภนเมเตสํ จกฺขุนา ทสฺสนํ, วิฺาเณน ทสฺสนํ ปีติ อตฺโถ. สพฺเพ เหว…เป… เชฏฺา ปฺจโวการภเว ตโต วิสิฏฺานํ อภาวโต.

สตฺตนฺนํ พุทฺธานํ วเสนาติ สตฺตนฺนํ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ อปทานวเสน. อวิเหหิ อชฺฌิฏฺเน เอเกน อวิหาพฺรหฺมุนา กถิตา เตหิ สพฺเพหิ กถิตา นาม โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘ตถา อวิเหหี’’ติ. เอเสว นโย เสเสสุปิ. เตนาห ภควา ‘‘เทวตา มํ เอตทโวจุ’’นฺติ. ยํ ปน ปาฬิยํ ‘‘อเนกานิ เทวตาสตานี’’ติ วุตฺตํ, ตํ สพฺพํ ปจฺฉา อตฺตโน สาสเน วิเสสํ อธิคนฺตฺวา ตตฺถ อุปฺปนฺนานํ วเสน วุตฺตํ. อนุสนฺธิทฺวยมฺปีติ ธมฺมธาตุปทานุสนฺธิ, เทวตาโรจนปทานุสนฺธีติ ทุวิธํ อนุสนฺธึ. นิยฺยาเตนฺโตติ นิคเมนฺโต. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ สุวิฺเยฺยเมวาติ.

มหาปทานสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.

๒. มหานิทานสุตฺตวณฺณนา

นิทานวณฺณนา

๙๕. ชนปทิโนติ ชนปทวนฺโต, ชนปทสฺส วา อิสฺสรสามิโน ราชกุมารา โคตฺตวเสน กุรู นาม. เตสํ นิวาโส ยทิ เอโก ชนปโท, กถํ พหุวจนนฺติ อาห ‘‘รุฬฺหิสทฺเทนา’’ติ. อกฺขรจินฺตกา หิ อีทิเสสุ าเนสุ ยุตฺเต วิย อีทิสลิงฺควจนานิ อิจฺฉนฺติ. อยเมตฺถ รุฬฺหิ ยถา อฺตฺถาปิ ‘‘องฺเคสุ วิหรติ, มลฺเลสุ วิหรตี’’ติ จ. ตพฺพิเสสเนปิ ชนปทสทฺเท ชาติสทฺเท เอกวจนเมว. อฏฺกถาจริยา ปนาติ ปน-สทฺโท วิเสสตฺถโชตโน, เตน ‘‘ปุถุอตฺถวิสยตาย เอเวตํ ปุถุวจน’’นฺติ ‘‘พหุเก ปนา’’ติอาทินา วกฺขมานํ วิเสสํ โชเตติ. สุตฺวาติ มนฺธาตุมหาราชสฺส อานุภาวทสฺสนานุสาเรน ปรมฺปรานุคตํ กถํ สุตฺวา. อนุสํยายนฺเตนาติ อนุวิจรนฺเตน. เอเตสํ านนฺติ จนฺทิมสูริยมุเขน จาตุมหาราชิกภวนมาห. เตนาห ‘‘ตตฺถ อคมาสี’’ติอาทิ. โสติ มนฺธาตุมหาราชา. นฺติ จาตุมหาราชิกรชฺชํ. คเหตฺวาติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา. ปุน ปุจฺฉิ ปริณายกรตนํ.

โทวาริกภูมิยํ ติฏฺนฺติ สุธมฺมาย เทวสภาย, เทวปุรสฺส จ จตูสุ ทฺวาเรสุ อารกฺขาย อธิคตตฺตา. ‘‘ทิพฺพรุกฺขสหสฺสปฏิมณฺฑิต’’นฺติ อิทํ ‘‘จิตฺตลตาวน’’นฺติอาทีสุปิ โยเชตพฺพํ.

ปถวิยํ ปติฏฺาสีติ ภสฺสิตฺวา ปถวิยา อาสนฺนฏฺาเน อฏฺาสิ. น หิ จกฺกรตนํ ภูมิยํ ปตติ, ตถาิตฺจ นจิรสฺเสว อนฺตรธายิ เตนตฺตภาเวน จกฺกวตฺติอิสฺสริยสฺส อภาวโต. ‘‘จิรตรํ กาลํ ตฺวา’’ติ อปเร. ราชา เอกโกว อคมาสิ อตฺตโน อานุภาเวน. มนุสฺสภาโวติ มนุสฺสคนฺธสรีรนิสฺสนฺทาทิมนุสฺสภาโว. ปาตุรโหสีติ เทวโลเก ปวตฺติวิปากทายิโน อปราปริยาย เวทนียสฺส กมฺมสฺส กโตกาสตฺตา สพฺพทา โสฬสวสฺสุทฺเทสิกตา มาลามิลายนาทิ ทิพฺพภาโว ปาตุรโหสิ. ตทา มนุสฺสานํ อสงฺเขยฺยายุกตาย สกฺกรชฺชํ กาเรตฺวา. ‘‘กึ เม อิมินา อุปทฺธรชฺเชนา’’ติ อตฺริจฺฉตาย อติตฺโตว. มนุสฺสโลเก อุตุโน กกฺขฬตาย วาตาตเปน ผุฏฺคตฺโต กาลมกาสิ.

อวยเวสุ สิทฺโธ วิเสโส สมุทายสฺส วิเสสโก โหตีติ เอกมฺปิ รฏฺํ พหุวจเนน โวหริยติ.

ท-กาเรน อตฺถํ วณฺณยนฺติ นิรุตฺตินเยน. กมฺมาโสติ กมฺมาสปาโท วุจฺจติ อุตฺตรปทโลเปน ยถา ‘‘รูปภโว รูป’’นฺติ. กถํ ปน โส ‘‘กมฺมาสปาโท’’ติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘ตสฺส กิรา’’ติอาทิ. ทมิโตติ เอตฺถ กีทิสํ ทมนํ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘โปริสาทภาวโต ปฏิเสธิโต’’ติ. ‘‘อิเม ปน เถราติ มชฺฌิมภาณกา’’ติ เกจิ. อปเร ปน ‘‘อฏฺกถาจริยา’’ติ, ‘‘ทีฆภาณกา’’ติ วทนฺติ. อุภยถาปิ จูฬกมฺมาสทมฺมํ สนฺธาย ตถา วทนฺติ. ยกฺขินิปุตฺโต หิ กมฺมาสปาโท อลีนสตฺตุกุมารกาเล (จริยา. ๒.๗๕) โพธิสตฺเตน ตตฺถ ทมิโต. สุตโสมกาเล (ชา. ๒.๒๑.๓๗๑) ปน พาราณสิราชา โปริสาทภาวปฏิเสธเนน ยตฺถ ทมิโต, ตํ มหากมฺมาสทมฺมํ นาม. ‘‘ปุตฺโต’’ติ วตฺวา ‘‘อตฺรโช’’ติ วจนํ โอรสปุตฺตภาวทสฺสนตฺถํ.

เยหิ อาวสิตปฺปเทโส ‘‘กุรุรฏฺ’’นฺติ นามํ ลภิ, เต อุตฺตรกุรุโต อาคตมนุสฺสา ตตฺถ รกฺขิตนิยาเมเนว ปฺจ สีลานิ รกฺขึสุ. เตสํ ทิฏฺานุคติยา ปจฺฉิมชนตาติ โส เทสธมฺมวเสน อวิจฺเฉทโต ปวตฺตมาโน กุรุวตฺตธมฺโมติ ปฺายิตฺถ. อยฺจ อตฺโถ กุรุธมฺมชาตเกน ทีเปตพฺโพ. โส อปรภาเค ปมํ ยตฺถ สํกิลิฏฺโ ชาโต, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘กุรุรฏฺวาสีน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ยตฺถ ภควโต วสโนกาสภูโต โกจิ วิหาโร น โหติ, ตตฺถ เกวลํ โคจรคามกิตฺตนํ นิทานกถาย ปกติ ยถา ตํ สกฺเกสุ วิหรติ เทวทหํ นาม สกฺยานํ นิคโมติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อวสโนกาสโต’’ติอาทิมาห.

‘‘อายสฺมา’’ติ วา ‘‘เทวานํ ปิยา’’ติ วา ‘‘ตตฺร ภว’’นฺติ วา ปิยสมุทาหาโร เอโสติ อาห ‘‘อายสฺมาติ ปิยวจนเมต’’นฺติ. ตยิทํ ปิยวจนํ ครุคารววเสน วุจฺจตีติ อาห ‘‘คารววจนเมต’’นฺติ.

อติทูรอจฺจาสนฺนวชฺชเนน นาติทูรนาจฺจาสนฺนํ นาม คหิตํ, ตํ ปน อวกํสโต อุภินฺนํ ปสาริตหตฺถานํ สงฺฆฏฺฏเนน เวทิตพฺพํ. จกฺขุนา จกฺขุํ อาหจฺจ ทฏฺพฺพํ โหติ, เตนาปิ อคารวเมว กตํ โหติ. คีวํ ปริวตฺเตตฺวาติ ปริวตฺตนวเสน คีวํ ปสาเรตฺวา.

กุลสงฺคหตฺถายาติ กุลานุทฺทยตาวเสน กุลานํ อนุคฺคณฺหนตฺถาย สหสฺสภณฺฑิกํ นิกฺขิปนฺโต วิย ภิกฺขปฏิคฺคณฺหเนน เตสํ มหโต ปุฺาภิสนฺทสฺส ชนเนน. ปฏิสมฺมชฺชิตฺวาติ อนฺเตวาสิเกหิ สมฺมชฺชนฏฺานํ สกฺกจฺจการิตาย ปุน สมฺมชฺชิตฺวา. ติกฺขตฺตุนฺติ ‘‘อาทิโต ปฏฺาย อนฺต’’นฺติอาทินา วุตฺตจตุราการูปสฺหิเต ตโย วาเร, เตนสฺส ทฺวาทสกฺขตฺตุํ สมฺมสิตภาวมาห.

อมฺหากํ ภควโต คมฺภีรภาเวเนว กถิตตฺตา เสสพุทฺเธหิปิ เอวเมว กถิโตติ ธมฺมนฺวเย ตฺวา วุตฺตํ ‘‘สพฺพพุทฺเธหิ…เป… กถิโต’’ติ. สาลินฺทนฺติ สปริภณฺฑํ. ‘‘สิเนรุํ อุกฺขิปนฺโต วิยา’’ติ อิมินา ตาทิสาย เทสนาย สุทุกฺกรภาวมาห. สุตฺตเมว ‘‘สุตฺตนฺตกถ’’นฺติ อาห ธมฺมกฺขนฺธภาวโต. ยถา วินยปณฺณตฺติภูมนฺตรสมยนฺตรานํ วิชานนํ อนฺสาธารณํ สพฺพฺุตาณสฺเสว วิสโย, เอวํ อนฺตทฺวยวินิมุตฺตสฺส การกเวทกรหิตสฺส ปจฺจยาการสฺส วิภชนํ ปีติ ทสฺเสตุํ ‘‘พุทฺธานฺหี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ านานีติ การณานิ. คชฺชิตํ มหนฺตํ โหตีติ ตํ เทเสตพฺพสฺเสว อเนกวิธตาย, ทุวิฺเยฺยตาย จ นานานเยหิ ปวตฺตมานํ เทสนาคชฺชิตํ มหนฺตํ วิปุลํ, พหุเภทฺจ โหติ. าณํ อนุปวิสตีติ ตโต เอว เทสนาาณํ เทเสตพฺพธมฺเม วิภาคโส กุรุมานํ อนุ อนุ ปวิสติ, เตน อนุปวิสฺส ิตํ วิย โหตีติ อตฺโถ. พุทฺธาณสฺส มหนฺตภาโว ปฺายตีติ เอวํวิธสฺส นาม ธมฺมสฺส เทสกํ, ปฏิเวธกฺจาติ พุทฺธานํ เทสนาาณสฺส, ปฏิเวธาณสฺส จ อุฬารภาโว ปากโฏ โหติ. เอตฺถ จ กิฺจาปิ ‘‘สพฺพํ วจีกมฺมํ พุทฺธสฺส ภควโต าณปุพฺพงฺคมํ าณานุปริวตฺต’’นฺติ (มหานิ. ๖๙, ๑๖๙; จูฬนิ. ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๕; เนตฺติ. ๑๔) วจนโต สพฺพาปิ ภควโต เทสนา าณรหิตา นตฺถิ, สีหสมานวุตฺติตาย สพฺพตฺถ สมานปฺปวตฺติ. เทเสตพฺพวเสน ปน เทสนา วิเสสโต าเณน อนุปวิฏฺา, คมฺภีรตรา จ โหตีติ ทฏฺพฺพํ. กถํ ปน วินยปฺตฺตึ ปตฺวา เทสนา ติลกฺขณพฺภาหตา สุฺตปฏิสํยุตฺตา โหตีติ? ตตฺถาปิ สนฺนิสินฺนปริสาย อชฺฌาสยานุรูปํ ปวตฺตมานา เทสนา สงฺขารานํ อนิจฺจตาทิวิภาวนํ, สพฺพธมฺมานํ อตฺตตฺตนิยตาภาวปฺปกาสนฺจ โหติ. เตเนวาห ‘‘อเนกปริยาเยน ธมฺมึ กถํ กตฺวา’’ติอาทิ.

อาปชฺชาติ ปตฺวา ยถา าณโกฺจนาทํ วิสฺสชฺเชติ, เอวํ ปาปุณิตฺวา.

ปมาณาติกฺกเมติ อปริมาณตฺเถ ‘‘ยาวฺจิทํ เตน ภควตา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๔) วิย. อปริเมยฺยภาวโชตโน หิ อยํ ยาว-สทฺโท. เตนาห ‘‘อติคมฺภีโร อตฺโถ’’ติ. อวภาสตีติ ายติ อุปฏฺาติ. าณสฺส ตถา อุปฏฺานฺหิ สนฺธาย ‘‘ทิสฺสตี’’ติ วุตฺตํ. นนุ เอส ปฏิจฺจสมุปฺปาโท เอกนฺตคมฺภีโรว, ตตฺถ กสฺมา คมฺภีราวภาสตา โชติตาติ? สจฺจเมตํ, เอกนฺตคมฺภีรตาทสฺสนตฺถเมว ปนสฺส คมฺภีราวภาสคฺคหณํ. ตสฺมา อฺตฺถ ลพฺภมานํ จตุโกฏิกํ พฺยติเรกมุเขน นิทสฺเสตฺวา ตํ เอวสฺส เอกนฺตคมฺภีรตํ วิภาเวตุํ ‘‘เอกฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตํ นตฺถีติ อคมฺภีโร, อคมฺภีราวภาโส จาติ เอตํ ทฺวยํ นตฺถิ, เตน ยถาทสฺสิเต จตุโกฏิเก ปจฺฉิมา เอก โกฏิ ลพฺภตีติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘อยฺหี’’ติอาทิ.

เยหิ คมฺภีรภาเวหิ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ‘‘คมฺภีโร’’ติ วุจฺจติ, เต จตูหิ อุปมาหิ อุลฺลิงฺเคนฺโต ‘‘ภวคฺคคฺคหณายา’’ติอาทิมาห. ยถา ภวคฺคํ หตฺถํ ปสาเรตฺวา คเหตุํ น สกฺกา ทูรภาวโต, เอวํ สงฺขาราทีนํ อวิชฺชาทิปจฺจยสมฺภูตสมุทาคตฏฺโ ปากติกาเณน คเหตุํ น สกฺกา. ยถา สิเนรุํ ภินฺทิตฺวา มิฺชํ ปพฺพตรสํ ปากติกปุริเสน นีหริตุํ น สกฺกา, เอวํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทคเต ธมฺมตฺถาทิเก ปากติกาเณน ภินฺทิตฺวา วิภชฺช ปฏิวิชฺฌนวเสน ชานิตุํ น สกฺกา. ยถา มหาสมุทฺทํ ปากติกปุริสสฺส พาหุทฺวเยน ปธาริตุํ น สกฺกา, เอวํ เวปุลฺลฏฺเน มหาสมุทฺทสทิสํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ ปากติกาเณน เทสนาวเสน ปธาริตุํ น สกฺกา. ยถา มหาปถวึ ปริวตฺเตตฺวา ปากติกปุริสสฺส ปถโวชํ คเหตุํ น สกฺกา, เอวํ ‘‘อิตฺถํ อวิชฺชาทโย สงฺขาราทีนํ ปจฺจยา โหนฺตี’’ติ เตสํ ปจฺจยภาโว ปากติกาเณน นีหริตฺวา คเหตุํ น สกฺกาติ. เอวํ จตุพฺพิธคมฺภีรตาวเสน จตสฺโส อุปมา โยเชตพฺพา. ปากติกาณวเสน จายมตฺถโยชนา กตา ทิฏฺสจฺจานํ ตตฺถ ปฏิเวธสภาวโต, ตถาปิ ยสฺมา สาวกานํ, ปจฺเจกพุทฺธานฺจ ตตฺถ สปฺปเทสเมว าณํ, พุทฺธานํเยว นิปฺปเทสํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘พุทฺธวิสยํ ปฺห’’นฺติอาทิ.

อุสฺสาเทนฺโตติ ปฺาย อุกฺกํเสนฺโต, อุคฺคณฺหนฺโตติ อตฺโถ. อปสาเทนฺโตติ นิพฺภจฺฉนฺโต, นิคฺคณฺหนฺโตติ อตฺโถ.

อุสฺสาทนาวณฺณนา

เตนาติ มหาปฺาภาเวน. ตตฺถาติ เถรสฺส สติปิ อุตฺตานภาเว, ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺสอฺเสํ คมฺภีรภาเว. สุโภชนรสปุฏฺสฺสาติ สุนฺทเรน โภชนรเสน โปสิตสฺส. กตโยคสฺสาติ นิพทฺธปโยเคน กตปริจยสฺส. มลฺลปาสาณนฺติ มลฺเลหิ มหพฺพเลเหว อุกฺขิปิตพฺพปาสาณํ. กุหึ อิมสฺส ภาริยฏฺานนฺติ กสฺมึ ปสฺเส อิมสฺส ปาสาณสฺส ครุตรปฺปเทโสติ ตสฺส สลฺลหุกภาวํ ทีเปนฺโต วทติ.

ติมิรปิงฺคเลเนว ทีเปนฺติ ตสฺส มหาวิปฺผารภาวโต. เตนาห ‘‘ตสฺส กิรา’’ติอาทิ. ปกฺกุถตีติ ปกฺกุถนฺตํ วิย ปริวตฺตติ ปริโต วิวตฺตติ. ลกฺขณวจนฺเหตํ. ปิฏฺิยํ สกลินปทกาปิฏฺํ. กายูปปนฺนสฺสาติ มหตา กาเยน อุเปตสฺส, มหากายสฺสาติ อตฺโถ.

ปิฺฉวฏฺฏีติ ปิฺฉกลาโป. สุปณฺณวาตนฺติ นาคคฺคหณาทีสุ ปกฺขปปฺโผฏนวเสน อุปฺปชฺชนกวาตํ.

ปุพฺพูปนิสฺสยสมฺปตฺติกถาวณฺณนา

‘‘ปุพฺพูปนิสฺสยสมฺปตฺติยา’’ติอาทินา อุทฺทิฏฺการณานิ วิตฺถารโต วิวริตุํ ‘‘อิโต กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อิโตติ อิโต กปฺปโต. สตสหสฺสิเมติ สตสหสฺสเม. หํสาวตี นาม นครํ อโหสิ ชาตนครํ. ธุรปตฺตานีติ พาหิรปตฺตานิ, ยานิ ทีฆตมานิ.

กนิฏฺภาตาติ เวมาติกภาตา กนิฏฺโ ยถา อมฺหากํ ภควโต นนฺทตฺเถโร. พุทฺธานฺหิ สโหทรา ภาตโร นาม น โหนฺติ. กถํ เชฏฺา ตาว น อุปฺปชฺชนฺติ, กนิฏฺานํ ปน อสมฺภโว เอว. โภคนฺติ วิภวํ. อุปสนฺโตติ โจรชนิตสงฺโขภวูปสเมน อุปสนฺโต ชนปโท.

ทฺเว สาฏเก นิวาเสตฺวาติ สาฏกทฺวยเมว อตฺตโน กายปริหาริกํ กตฺวา อิตรํ สพฺพสมฺภารํ อตฺตโต โมเจตฺวา.

ปตฺตคฺคหณตฺถนฺติ อนฺโตปกฺขิตฺตอุณฺหโภชนตฺตา อปราปรํ หตฺเถ ปริวตฺเตนฺตสฺส ปตฺตคฺคหณตฺถํ. อุตฺตริสาฏกนฺติ อตฺตโน อุตฺตริสาฏกํ. เอตานิ ปากฏฏฺานานีติ เอตานิ ยถาวุตฺตานิ ภควโต เทสนาย ปากฏานิ เถรสฺส ปุฺกรณฏฺานานิ.

ปฏิสนฺธึ คเหตฺวาติ อมฺหากํ มหาโพธิสตฺตสฺส ปฏิสนฺธิคฺคหณทิวเส เอว ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา.

ติตฺถวาสาทิวณฺณนา

อุคฺคหณํ ปาฬิยา อุคฺคณฺหนํ. สวนํ อตฺถสวนํ. ปริปุจฺฉนํ คณฺิฏฺาเนสุ อตฺถปริปุจฺฉนํ. ธารณํ ปาฬิยาปิ ปาฬิอตฺถสฺสปิ จิตฺเต ปนํ. สพฺพฺเจตํ อิธ ปฏิจฺจสมุปฺปาทวเสน เวทิตพฺพํ.

โสตาปนฺนานฺจ…เป... อุปฏฺาติตตฺถ สมฺโมหวิทฺธํสเนน ‘‘ยํ กิฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๒๙๘; สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๖; จูฬนิ. ๔, ๗, ๘) อตฺตปจฺจกฺขวเสน อุปฏฺานโต. นามรูปปริจฺเฉโทติ สห ปจฺจเยน นามรูปสฺส ปริจฺฉิชฺช อวโพโธ.

ปฏิจฺจสมุปฺปาทคมฺภีรตาวณฺณนา

‘‘อตฺถคมฺภีรตายา’’ติอาทินา สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ชาติปจฺจยสมฺภูตสมุทาคตฏฺโติ ชาติปจฺจยโต สมฺภูตํ หุตฺวา สหิตสฺส อตฺตโน ปจฺจยานุรูปสฺส ชรามรณสฺส อุทฺธํ อุทฺธํ อาคตภาโว, อนุปวตฺตตฺโถติ อตฺโถ. อถ วา สมฺภูตฏฺโ จ สมุทาคตฏฺโ จ สมฺภูตสมุทาคตฏฺโ. ‘‘น ชาติโต ชรามรณํ น โหติ,’’ น จ ชาตึ วินา ‘‘อฺโต โหตี’’ติ หิ ชาติปจฺจยสมฺภูตฏฺโ วุตฺโต, อิตฺถฺจ ชาติโต สมุทาคจฺฉตีติ ชาติปจฺจยสมุทาคตฏฺโ, ยา ยา ชาติ ยถา ยถา ปจฺจโย โหติ, ตทนุรูปปาตุภาโวติ อตฺโถ. โส อนุปจิตกุสลสมฺภารานํ าณสฺส ตตฺถ อปฺปติฏฺตาย อคาธฏฺเน คมฺภีโร. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.

อวิชฺชาย สงฺขารานํ ปจฺจยฏฺโติ เยนากาเรน ยทวตฺถา อวิชฺชา สงฺขารานํ ปจฺจโย โหติ. เยน หิ ปวตฺติอากาเรน, ยาย จ อวตฺถาย อวตฺถิตา อวิชฺชา เตสํ เตสํ สงฺขารานํ ปจฺจโย โหติ, ตทุภยสฺสปิ ทุรวโพธนียโต อวิชฺชา สงฺขารานํ นวหิ อากาเรหิ ปจฺจยฏฺโ อนุปจิตกุสลสมฺภารานํ าณสฺส ตตฺถ อปฺปติฏฺตาย อคาธฏฺเน คมฺภีโร. เอส นโย เสสปเทสุปิ.

กตฺถจิ อนุโลมโต เทสียติ, กตฺถจิ ปฏิโลมโตติ อิธ ปน ปจฺจยุปฺปาทา ปจฺจยุปฺปนฺนุปฺปาทสงฺขาโต อนุโลโม, ปจฺจยนิโรธา ปจฺจยุปฺปนฺนนิโรธสงฺขาโต จ ปฏิโลโม อธิปฺเปโต. อาทิโต ปน ปฏฺาย อนฺตคมนํ อนุโลโม, อนฺตโต จ อาทิคมนํ ปฏิโลโมติ อธิปฺเปโต. อาทิโต ปฏฺาย อนุโลมเทสนาย, อนฺตโต ปฏฺาย ปฏิโลมเทสนาย จ ติสนฺธิ จตุสงฺเขโป. ‘‘อิเม ภิกฺขเว จตฺตาโร อาหารา กึ นิทานา’’ติอาทิกาย (สํ. นิ. ๒.๑๑) จ เวมชฺฌโต ปฏฺาย ปฏิโลมเทสนาย, ‘‘จกฺขุฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิฺาณํ, ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส, ผสฺสปจฺจยา เวทนา’’ติอาทิกาย (สํ. นิ. ๒.๔๓, ๔๕) อนุโลมเทสนาย จ ทฺวิสนฺธิ ติสงฺเขโป. ‘‘สํโยชนิเยสุ ภิกฺขเว ธมฺเมสุ อสฺสาทานุปสฺสิโน วิหรโต ตณฺหา ปวฑฺฒติ, ตณฺหาปจฺจยา อุปาทาน’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๕๓, ๕๗) เอกสนฺธิ ทฺวิสงฺเขโป. เอกงฺโค หิ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท เทสิโต. ลพฺภเตว หิ โส ‘‘ตตฺร ภิกฺขเว สุตวา อริยสาวโก ปฏิจฺจสมุปฺปาทํเยว สาธุกํ โยนิโส มนสิ กโรติ ‘อิติ อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ…เป… นิรุชฺฌตี’ติ. สุขเวทนิยํ ภิกฺขเว ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขเวทนา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๖๒) อิมสฺส สุตฺตสฺส วเสน เวทิตพฺโพ. อิติ เตน เตน การเณน ตถา ตถา ปวตฺเตตพฺพตฺตา ปฏิจฺจสมุปฺปาโท เทสนาย คมฺภีโร. เตนาห ‘‘อยํ เทสนาคมฺภีรตา’’ติ. น หิ ตตฺถ สพฺพฺุตาณโต อฺํ าณํ ปติฏฺํ ลภติ.

‘‘อวิชฺชาย ปนา’’ติอาทีสุ ชานนลกฺขณสฺส าณสฺส ปฏิปกฺขภูโต อวิชฺชาย อฺาณฏฺโ. อารมฺมณสฺส ปจฺจกฺขกรเณน ทสฺสนภูตสฺส ปฏิปกฺขภูโต อทสฺสนฏฺโ. เยเนสา อตฺตโน สภาเวน ทุกฺขาทีนํ ยาถาวสรสํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น เทติ ฉาเทตฺวา ปริโยนนฺธิตฺวา ติฏฺติ, โส ตสฺสา สจฺจาสมฺปฏิเวธฏฺโ. อภิสงฺขรณํ สํวิธานํ, ปกปฺปนนฺติ อตฺโถ. อายูหนํ สมฺปิณฺฑนํ, สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อตฺตโน กิจฺจานุรูปตาย ราสีกรณนฺติ อตฺโถ. อปุฺาภิสงฺขาเรกเทโส สราโค. อฺโ วิราโค. ราคสฺส วา อปฺปฏิปกฺขภาวโต ราคปฺปวฑฺฒโก, ราคุปฺปตฺติปจฺจโย จ สพฺโพปิ อปุฺาภิสงฺขาโร สราโค. อิตโร ตพฺพิทูรภาวโต วิราโค. ‘‘ทีฆรตฺตํ เหตํ ภิกฺขเว อสฺสุตวโต ปุถุชฺชนสฺส อชฺโฌสิตํ มมายิตํ ปรามฏฺํ ‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’ติ’’ (สํ. นิ. ๒.๖๑) อตฺตปรามาสสฺส วิฺาณํ วิเสสโต วตฺถุ วุตฺตนฺติ วิฺาณสฺส สุฺตฏฺโ คมฺภีโร. อตฺตา วิชานาติ สํสรตีติ สพฺยาปารตาสงฺกนฺติอภินิเวสพลวตาย อพฺยาปารอสงฺกนฺติปฏิสนฺธิปาตุภาวฏฺา จ คมฺภีรา. นามรูปสฺส ปฏิสนฺธิกฺขเณ เอกโตว อุปฺปาโท เอกุปฺปาโท, ปวตฺติยํ วิสุํ วิสุํ ยถารหํ เอกุปฺปาโท. นามสฺส รูเปน, รูปสฺส จ นาเมน อสมฺปโยคโต วินิพฺโภโค นามสฺส นาเมน, รูปสฺส จ รูเปน เอกจฺจสฺส เอกจฺเจน อวินิพฺโภโค (นามสฺส นาเมน อวินิพฺโภโค วิภ. มูลฏี. ๒๔๒) โยเชตพฺโพ. เอกุปฺปาเทกนิโรเธหิ อวินิพฺโภเค อธิปฺเปเต โส รูปสฺส จ เอกกลาปปวตฺติโน รูเปน ลพฺภตีติ. อถ วา เอกจตุโวการภเวสุ นามรูปานํ อสหวตฺตนโต อฺมฺํ วินิพฺโภโค, ปฺจโวการภเว สหวตฺตนโต อวินิพฺโภโค จ เวทิตพฺโพ.

นามสฺส อารมฺมณาภิมุขํ นมนํ นมนฏฺโ. รูปสฺส วิโรธิปจฺจยสมวาเย วิสทิสุปฺปตฺติ รุปฺปนฏฺโ. อินฺทฺริยปจฺจยภาโว อธิปติยฏฺโ. ‘‘โลโกเปโส, ทฺวาราเปสา, เขตฺตํ เปต’’นฺติ วุตฺตโลกาทิอตฺโถ จกฺขาทีสุ ปฺจสุ โยเชตพฺโพ. มนายตนสฺส ปน ลุชฺชนโต, มโนสมฺผสฺสาทีนํ ทฺวารเขตฺตภาวโต จ เอเต อตฺถา เวทิตพฺพา. อาปาถคตานํ รูปาทีนํ ปกาสนโยคฺยตาลกฺขณํ โอภาสนํ จกฺขาทีนํ วิสยิภาโว, มนายตนสฺส วิชานนํ. สงฺฆฏฺฏนฏฺโ วิเสสโต จกฺขุสมฺผสฺสาทีนํ ปฺจนฺนํ, อิตเร ฉนฺนมฺปิ โยเชตพฺพา. ผุสนฺจ ผสฺสสฺส สภาโว. สงฺฆฏฺฏนํ รโส, อิตเร อุปฏฺานาการา. อารมฺมณรสานุภวนฏฺโ รสวเสน วุตฺโต, เวทยิตฏฺโ ลกฺขณวเสน. สุขทุกฺขม อชฺฌตฺตภาโว ยถากฺกมํ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ สภาววเสน วุตฺโต. ‘‘อตฺตา เวทยตี’’ติ อภินิเวสสฺส พลวภาวโต นิชฺชีวฏฺโ เวทนาย คมฺภีโร. นิชฺชีวาย วา เวทนาย เวทยิตํ นิชฺชีวเวทยิตํ, โส เอว อตฺโถติ นิชฺชีวเวทยิตฏฺโ.

สปฺปีติกตณฺหาย อภินนฺทิตฏฺโ. พลวตรตณฺหาย คิลิตฺวา ปรินิฏฺาปนํ อชฺโฌสานฏฺโ. อิตเร ปน เชฏฺภาวโอสารณสมุทฺททุรติกฺกมอปาริปูริวเสน เวทิตพฺพา. อาทานคฺคหณาภินิเวสฏฺา จตุนฺนมฺปิ อุปาทานานํ สมานา, ปรามาสฏฺโ ทิฏฺุปาทานาทีนเมว, ตถา ทุรติกฺกมฏฺโ. ‘‘ทิฏฺิกนฺตาโร’’ติ (ธ. ส. ๓๙๒) หิ วจนโต ทิฏฺีนํ ทุรติกฺกมตา. ทฬฺหคฺคหณตฺตา วา จตุนฺนมฺปิ ทุรติกฺกมฏฺโ โยเชตพฺโพ. โยนิคติิตินิวาเสสุขิปนนฺติ สมาเส ภุมฺมวจนสฺส อโลโป ทฏฺพฺโพ. เอวฺหิ เตน อายูหนาภิสงฺขรณปทานํ สมาโส โหติ. ยถา ตถา ชายนํ ชาติอตฺโถ. ตสฺสา ปน สนฺนิปาตโต ชายนํ สฺชาติอตฺโถ. มาตุกุจฺฉึ โอกฺกมิตฺวา วิย ชายนํ โอกฺกนฺติอตฺโถ. โส ชาติโต นิพฺพตฺตนํ นิพฺพตฺติอตฺโถ. เกวลํ ปาตุภวนํ ปาตุภาวฏฺโ.

ชรามรณงฺคํ มรณปฺปธานนฺติ ตสฺส มรณฏฺา เอว ขยาทโย คมฺภีราติ ทสฺสิตา. อุปฺปนฺนอุปฺปนฺนานฺหิ นวนวานํ ขเยน กเมน ขณฺฑิจฺจาทิปริปกฺกปวตฺติยํ โลเก ชราโวหาโรติ. ขยฏฺโ วา ชราย วุตฺโตติ ทฏฺพฺโพ. นวภาวาปคโม หิ ‘‘ขโย’’ติ วตฺตุํ ยุตฺโตติ วิปริณามฏฺโ ทฺวินฺนมฺปิ วเสน โยเชตพฺโพ, สนฺตติวเสน วา ชราย ขยวยภาวา, สมฺมุติขณิกวเสน มรณสฺส เภทวิปริณามฏฺา โยเชตพฺพา. อวิชฺชาทีนํ สภาโว ปฏิวิชฺฌียตีติ ปฏิเวโธ. วุตฺตฺเหตํ นิทานกถายํ ‘‘เตสํ เตสํ วา ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตธมฺมานํ ปฏิวิชฺฌิตพฺโพ สลกฺขณสงฺขาโต อวิปรีตสภาโว ปฏิเวโธ’’ติ. (ที. นิ. อฏฺ. ปมมหาสงฺคีติกถา; อภิ. อฏฺ. นิทานกถา) โส หิ อวิชฺชาทีนํ สภาโว มคฺคาเณเนว อสมฺโมหปฏิเวธวเสน ปฏิวิชฺฌิตพฺพโต อฺาณสฺส อลพฺภเนยฺยปติฏฺตาย อคาธฏฺเน คมฺภีโร. สา สพฺพาปีติ สา ยถาวุตฺตา สงฺเขปโต จตุพฺพิธา วิตฺถารโต อเนกปฺปเภทา สพฺพาปิ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส คมฺภีรตา เถรสฺส อุตฺตานกา วิย อุปฏฺาสิ จตูหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตตฺตา. อุทาหุ อฺเสมฺปีติ ‘‘มยฺหํ ตาว เอส ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อุตฺตานโก หุตฺวา อุปฏฺาติ, กึ นุ โข อฺเสมฺปิ เอวํ อุตฺตานโก หุตฺวา อุปฏฺาตี’’ติ มา เอวํ อวจ มยาว ทินฺนนเย จตุสจฺจกมฺมฏฺานวิธิมฺหิ ตฺวา.

อปสาทนาวณฺณนา

โอฬาริกนฺติ วตฺถุวีติกฺกมสมตฺถตาวเสน ถูลํ. กามํ กามราคปฏิฆาเยว อตฺถโต กามราคปฏิฆสํโยชนานิ, กามราคปฏิฆานุสยา จ, ตถาปิ อฺโเยว สํโยชนฏฺโ พนฺธนภาวโต, อฺโ อนุสยนฏฺโ อปฺปหีนภาเวน สนฺตาเน ถามคมนนฺติ กตฺวา, อิติ กิจฺจวิเสสวิสิฏฺเภเท คเหตฺวา ‘‘จตฺตาโร กิเลเส’’ติ จ วุตฺตํ. เอเสว นโย อิตเรสุปิ. อณุสหคเตติ อณุสภาวํ อุปคเต. ตพฺภาวตฺโถ หิ อยํ สหคต-สทฺโท ‘‘นนฺทิราคสหคตา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๔๐๐; ม. นิ. ๑.๙๑, ๑๓๓, ๔๖๐; ๓.๓๗๔; สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๔; วิภ. ๒๐๓; ปฏิ. ม. ๑.๓๔; ๒.๓๐) วิย.

ยถา อุปริมคฺคาธิคมนวเสน สจฺจสมฺปฏิเวโธ ปจฺจยาการปฏิเวธวเสน, เอวํ สาวกโพธิปจฺเจกโพธิสมฺมาสมฺโพธิอธิคมนวเสนปิ สจฺจสมฺปฏิเวโธ ปจฺจยาการปฏิเวธวเสเนวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘กสฺมา จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สพฺพถาวาติ สพฺพปฺปกาเรเนว กิฺจิปิ ปการํ อเสเสตฺวาติ อตฺโถ. เย กตาภินีหารานํ มหาโพธิสตฺตานํ วีริยสฺส อุกฺกฏฺมชฺฌิมมุทุตาวเสน โพธิสมฺภารสมฺภรเณ กาลเภทา อิจฺฉิตา, เต ทสฺเสนฺโต ‘‘จตฺตาริ, อฏฺ, โสฬส วา อสงฺขฺเยยฺยานี’’ติ อาห, สฺวายมตฺโถ จริยาปิฏกวณฺณนาย คเหตพฺโพ. สาวโก ปเทสาเณ ิโตติ สาวโก หุตฺวา เสกฺขภาวโต ตตฺถาปิ ปเทสาเณ ิโต. พุทฺธานํ กถาย ‘‘ตํ ตถาคโต อภิสเมตี’’ติอาทิกาย ปจฺจนีกํ โหติ. อนฺสาธารณสฺส หิ วเสน พุทฺธานํ สีหนาโท, น อฺสาธารณสฺส.

‘‘วายมนฺตสฺเสวา’’ติ อิมินา วิเสสโต าณสมฺภารสมฺภรณํ ปฺาปารมิตาปูรณํ วทติ. ตสฺส จ สพฺพมฺปิ ปุฺํ อุปนิสฺสโย.

‘‘เอส เทวมนุสฺสานํ, สพฺพกามทโท นิธิ;

ยํ ยเทวาภิปตฺเถนฺติ, สพฺพเมเตน ลพฺภตี’’ติ. (ขุ. ปา. ๘.๑๐) –

หิ วุตฺตํ. ตสฺมา มหาโพธิสตฺตานํ สพฺเพสมฺปิ ปุฺสมฺภาโร ยาวเทว าณสมฺภารตฺโถ สมฺมาสมฺโพธิสมธิคมสมตฺถตฺตาติ อาห ‘‘ปจฺจยาการํ …เป… นตฺถี’’ติ. อิทานิ ปจฺจยาการปฏิเวธสฺเสว วา มหานุภาวตาทสฺสนมุเขน ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺเสว ปรมคมฺภีรตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อวิชฺชา’’ติอาทิ วุตฺตํ. นวหิ อากาเรหีติ อุปฺปาทาทีหิ นวหิ อากาเรหิ. อวิชฺชา หิ สงฺขารานํ อุปฺปาโท หุตฺวา ปจฺจโย โหติ, ปวตฺตํ หุตฺวา นิมิตฺตํ, อายูหนํ, สํโยโค, ปลิโพโธ, สมุทโย, เหตุ, ปจฺจโย หุตฺวา ปจฺจโย โหติ. เอวํ สงฺขาราทโย วิฺาณาทีนํ. วุตฺตฺเหตํ ปฏิสมฺภิทามคฺเค ‘‘กถํ ปจฺจยปริคฺคเห ปฺา ธมฺมฏฺิติาณํ? อวิชฺชา สงฺขารานํ อุปฺปาทฏฺิติ จ ปวตฺตฏฺิติ จ นิมิตฺตฏฺิติ จ อายูหนฏฺิติ จ สฺโคฏฺิติ จ ปลิโพธฏฺิติ จ สมุทยฏฺิติ จ เหตุฏฺิติ จ ปจฺจยฏฺิติ จ อิเมหิ นวหากาเรหิ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา ปจฺจยสมุปฺปนฺนา’’ติอาทิ (ปฏิ. ม. ๑.๔๕).

ตตฺถ นวหากาเรหีติ นวหิ ปจฺจยภาวูปคมนากาเรหิ. อุปฺปชฺชติ เอตสฺมา ผลนฺติ อุปฺปาโท, ผลุปฺปตฺติยา การณภาโว. สติ จ อวิชฺชาย สงฺขารา อุปฺปชฺชนฺติ, นาสติ, ตสฺมา อวิชฺชา สงฺขารานํ อุปฺปาโท หุตฺวา ปจฺจโย โหติ. ตถา อวิชฺชาย สติ สงฺขารา ปวตฺตนฺติ, นียนฺติ จ. ยถา จ ภวาทีสุ ขิปนฺติ, เอวํ เตสํ อวิชฺชา ปจฺจโย โหติ. ตถา อายูหนฺติ ผลุปฺปตฺติยา ฆเฏนฺติ, สํยุชฺชนฺติ อตฺตโน ผเลน. ยสฺมึ สนฺตาเน สยํ อุปฺปนฺนา, ตํ ปลิพุนฺธนฺติ. ปจฺจยนฺตรสมวาเย อุทยนฺติ อุปฺปชฺชนฺติ. หิโนติ จ สงฺขารานํ การณภาวํ คจฺฉติ. ปฏิจฺจ อวิชฺชํ สงฺขารา อยนฺติ ปวตฺตนฺตีติ เอวํ อวิชฺชาย สงฺขารานํ การณภาวูปคมนวิเสสา อุปฺปาทาทโย เวทิตพฺพา. ตตฺถ ตถา สงฺขาราทีนํ วิฺาณาทีสุ อุปฺปาทฏฺิติอาทีสุปิ. ติฏฺติ เอเตนาติ ิติ, การณํ. อุปฺปาโท เอว ิติ อุปฺปาทฏฺิติ. เอเสว นโย เสเสสุปิ. ‘‘ปจฺจโย โหตี’’ติ อิทํ อิธ โลกนาเถน ตทา ปจฺจยปริคฺคหสฺส อารทฺธภาวทสฺสนํ. โส จ อารมฺโภ ายารุฬฺโห ‘‘ยถา จ ปุริเมหิ มหาโพธิสตฺเตหิ โพธิมูเล ปวตฺติโต, ตเถว จ ปวตฺติโต’’ติ. อจฺฉริยเวคาภิหตา ทสสหสฺสิโลกธาตุ สงฺกมฺปิ สมฺปกมฺปีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทิฏฺมตฺเตวา’’ติอาทิมาห.

เอตสฺส ธมฺมสฺสาติ เอตสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺิตสฺส ธมฺมสฺส. โส ปน ยสฺมา อตฺถโต เหตุปภวานํ เหตุ. เตนาห ‘‘เอตสฺส ปจฺจยธมฺมสฺสา’’ติ, ชาติอาทีนํ ชรามรณาทิปจฺจยตายาติ อตฺโถ. นามรูปปริจฺเฉโท, ตสฺส จ ปจฺจยปริคฺคโห น ปมาภินิเวสมตฺเตน โหติ, อถ โข ตตฺถ อปราปรํ าณุปฺปตฺติสฺิเตน อนุ อนุ พุชฺฌเนน, ตทุภยาภาวํ ปน ทสฺเสนฺโต ‘‘าตปริฺาวเสน อนนุพุชฺฌนา’’ติ อาห. นิจฺจสฺาทีนํ ปชหนวเสน วตฺตมานา วิปสฺสนา ธมฺเม จ ปฏิวิชฺฌนฺตี เอว นาม โหติ ปฏิปกฺขวิกฺขมฺภเนน ติกฺขวิสทภาวาปตฺติโต, ตทธิฏฺานภูตา จ ตีรณปริฺา, อริยมคฺโค จ ปริฺาปหานาภิสมยวเสน ปวตฺติยา ตีรณปหานปริฺาสงฺคโห จาติ ตทุภยปฏิเวธาภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตีรณ…เป… อปฺปฏิวิชฺฌนา’’ติ อาห. ตนฺตํ วุจฺจติ วตฺถวีนนตฺถํ ตนฺตวาเยหิ ทณฺฑเก อาสฺชิตฺวา ปสาริตสุตฺตปฏฺฏี ตนียตีติ กตฺวา. ตํ ปน สุตฺตสนฺตานากุลตาย นิทสฺสนภาเวน อากุลเมว คหิตนฺติ อาห ‘‘ตนฺตํ วิย อากุลกชาตา’’ติ. สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา นามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สมาเนตุนฺติ ปุพฺเพน ปรํ สมํ กตฺวา อาเนตุํ, อวิสมํ อุชุํ กาตุนฺติ อตฺโถ. ตนฺตเมว วา อากุลํ ตนฺตากุลํ, ตนฺตากุลํ วิย ชาตา ภูตาติ ตนฺตากุลชาตา. มชฺฌิมํ ปฏิปทํ อนุปคนฺตฺวา อนฺตทฺวยปตเนน ปจฺจยากาเร ขลิตา อากุลา พฺยากุลา โหนฺติ. เตเนว อนฺตทฺวยปตเนน ตํตํทิฏฺิคาหวเสน ปริพฺภมนฺตา อุชุกํ ธมฺมฏฺิติ กถํ ปฏิปชฺชิตุํ น ชานนฺติ. เตนาห ‘‘น สกฺโกนฺติ ตํ ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุ’’นฺติ. ทฺเว โพธิสตฺเตติ ปจฺเจกโพธิสตฺตมหาโพธิสตฺเต. อตฺตโน ธมฺมตายาติ อตฺตโน สภาเวน, ปโรปเทเสน วินาติ อตฺโถ. ตตฺถ ตตฺถ คุฬกชาตนฺติ ตสฺมึ ตสฺมึ าเน ชาตคุฬกมฺปิ คณฺีติ สุตฺตคณฺิ. ตโต เอว คณฺิพทฺธํ พทฺธคณฺิกํ. ปจฺจเยสุ ปกฺขลิตฺวาติ อนิจฺจทุกฺขานตฺตาทิสภาเวสุ ปจฺจยธมฺเมสุ นิจฺจาทิคฺคาหวเสน ปกฺขลิตฺวา. ปจฺจเย อุชุํ กาตุํ อสกฺโกนฺตาติ ตสฺเสว นิจฺจาทิคฺคาหสฺส อวิสฺสชฺชนโต ปจฺจยธมฺมนิมิตฺตํ อตฺตโน ทสฺสนํ อุชุํ กาตุํ อสกฺโกนฺตา อิทํสจฺจาภินิเวสกายคนฺถวเสน คณฺิกชาตา โหนฺตีติ อาห ‘‘ทฺวาสฏฺิ…เป… คณฺิพทฺธา’’ติ. เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา สสฺสตทิฏฺิอาทิทิฏฺิโย นิสฺสิตา อลฺลีนา.

วินนโต ‘‘กุลา’’ติ อิตฺถิลิงฺควเสน ลทฺธนามสฺส ตนฺตวายสฺส คณฺิกํ นาม อากุลภาเวน อคฺคโต วา มูลโต วา ทุวิฺเยฺยาเยว ขลิตตนฺตสุตฺตนฺติ อาห ‘‘กุลาคณฺิกํ วุจฺจติ เปสการกฺชิยสุตฺต’’นฺติ. สกุณิกาติ กุลาวกสกุณิกา. สา หิ รุกฺขสาขาสุ โอลมฺพนกุลาวกา โหติ. ตฺหิ สา กุลาวกํ ตโต ตโต ติณหีราทิเก อาเนตฺวา ตถา วินนฺธติ, ยถา เตสํ เปสการกฺชิยสุตฺตํ วิย อคฺเคน วา อคฺคํ มูเลน วา มูลํ สมาเนตุํ วิเวเจตุํ วา น สกฺกา. เตนาห ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ. ตทุภยมฺปีติ ‘‘กุลาคณฺิก’’นฺติ วุตฺตํ กฺชิยสุตฺตํ, กุลาวกฺจ. ปุริมนเยเนวาติ ‘‘เอวเมว สตฺตา’’ติอาทินา ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว.

กามํ มุฺชปพฺพชติณานิ ยถาชาตานิปิ ทีฆภาเวน ปติตฺวา อรฺฏฺาเน อฺมฺํ วินนฺธิตฺวา อากุลพฺยากุลานิ หุตฺวา ติฏฺนฺติ, ตานิ ปน น ตถา ทุพฺพิเวจิยานิ, ยถา รชฺชุภูตานีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา ตานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เสสเมตฺถ เหฏฺา วุตฺตนยเมว.

อปายาติ อวฑฺฒิตา, สุเขน, สุขเหตุนา วา วิรหิตาติ อตฺโถ. ทุกฺขสฺส คติภาวโตติ อาปายิกสฺส ทุกฺขสฺส ปวตฺติฏฺานภาวโต. สุขสมุสฺสยโตติ อพฺภุทยโต. วินิปติตตฺตาติ วิรูปํ นิปติตตฺตา ยถา เตนตฺตภาเวน สุขสมุสฺสโย น โหติ, เอวํ นิปติตตฺตา. อิตโรติ สํสาโร. นนุ ‘‘อปาย’’นฺติอาทินา วุตฺโตปิ สํสาโร เอวาติ? สจฺจเมตํ, นิรยาทีนํ ปน อธิมตฺตทุกฺขภาวทสฺสนตฺถํ อปายาทิคฺคหณํ. โคพลีพทฺทาเยนายมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ขนฺธานฺจ ปฏิปาฏีติ ปฺจนฺนํ ขนฺธานํ เหตุผลภาเวน อปราปรํ ปวตฺติ. อพฺโพจฺฉินฺนํ วตฺตมานาติ อวิจฺเฉเทน ปวตฺตมานา. ตํ สพฺพมฺปีติ ตํ ‘‘อปาย’’นฺติอาทินา วุตฺตํ สพฺพํ อปายทุกฺขฺเจว วฏฺฏทุกฺขฺจ. ‘‘มหาสมุทฺเท วาตุกฺขิตฺตนาวา วิยา’’ติ อิทํ ปริพฺภมฏฺานสฺส มหนฺตทสฺสนตฺถฺเจว ปริพฺภมนสฺส อนวฏฺิตตาทสฺสนตฺถฺจ ‘‘อุปมาย. ยนฺเตสุ ยุตฺตโคโณ วิยา’’ติ อิทํ ปน อวสภาวทสฺสนตฺถฺเจว ทุปฺปโมกฺขภาวทสฺสนตฺถฺจาติ เวทิตพฺพํ.

ปฏิจฺจสมุปฺปาทวณฺณนา

อิมินา ตาวาติ เอตฺถ ตาว-สทฺโท กมตฺโถ, เตน ‘‘ตนฺตากุลกชาตา’’ติ ปทสฺส อนุสนฺธิ ปรโต อาวิภวิสฺสตีติ ทีเปติ. อตฺถิ อิทปฺปจฺจยาติ เอตฺถ อยํ ปจฺจโยติ อิทปฺปจฺจโย, ตสฺมา อิทปฺปจฺจยา, อิมสฺมา ปจฺจยาติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘อิมสฺมา นาม ปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ เอวํ วตฺตพฺโพ อตฺถิ นุ โข ชรามรณสฺส ปจฺจโยติ. เตนาห ‘‘อตฺถิ นุ โข…เป… ภเวยฺยา’’ติ. เอตฺถ หิ ‘‘กึ ปจฺจยา ชรามรณํ? ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ อุปริ ชาติสทฺทปจฺจยสทฺทสมานาธิกรเณน กึ-สทฺเทน อิทํ-สทฺทสฺส สมานาธิกรณตาทสฺสนโต กมฺมธารยสมาสตา อิทปฺปจฺจยสทฺทสฺส ยุชฺชติ. น เหตฺถ ‘‘อิมสฺส ปจฺจยา อิทปฺปจฺจยา’’ติ ชรามรณสฺส, อฺสฺส วา ปจฺจยโต ชรามรณสมฺภวปุจฺฉา สมฺภวติ วิฺาตภาวโต, อสมฺภวโต จ, ชรามรณสฺส ปน ปจฺจยปุจฺฉา สมฺภวติ. ปจฺจยสทฺทสมานาธิกรณตายฺจ อิทํ-สทฺทสฺส ‘‘อิมสฺมา ปจฺจยา’’ติ ปจฺจยปุจฺฉา ยุชฺชติ.

สา ปน สมานาธิกรณตา ยทิปิ อฺปทตฺถสมาเสปิ ลพฺภติ, อฺปทตฺถวจนิจฺฉาภาวโต ปเนตฺถ กมฺมธารยสมาโส เวทิตพฺโพ. สามิวจนสมาสปกฺเข ปน นตฺเถว สมานาธิกรณตาสมฺภโวติ. นนุ จ ‘‘อิทปฺปจฺจยตา ปฏิจฺจสมุปฺปาโท’’ติ เอตฺถ อิทปฺปจฺจย-สทฺโท สามิวจนสมาโส อิจฺฉิโตติ? สจฺจํ อิจฺฉิโต อุชุกเมว ตตฺถ ปฏิจฺจสมุปฺปาทวจนิจฺฉาติ กตฺวา, อิธ ปน เกวลํ ชรามรณสฺส ปจฺจยปริปุจฺฉา อธิปฺเปตา, ตสฺมา ยถา ตตฺถ อิทํ-สทฺทสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาทวิเสสนตา, อิธ จ ‘‘ปุจฺฉิตพฺพปจฺจยตฺถตา สมฺภวติ, ตถา ตตฺถ, อิธ จ สมาสกปฺปนา เวทิตพฺพา. กสฺมา ปน ตตฺถ กมฺมธารยสมาโส น อิจฺฉิโตติ? เหตุปฺปภวานํ เหตุ ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ อิมสฺส อตฺถสฺส กมฺมธารยสมาเส อสมฺภวโตติ อิมสฺส, อตฺตโน ปจฺจยานุรูปสฺส อนุรูโป ปจฺจโย อิทปฺปจฺจโยติ เอตสฺส จ อตฺถสฺส อิจฺฉิตตฺตา. โย ปเนตฺถ อิทํ-สทฺเทน คหิโต อตฺโถ, โส ‘‘อตฺถิ อิทปฺปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ ชรามรณคฺคหเณเนว คหิโตติ อิทํ-สทฺโท ปฏิจฺจสมุปฺปาทโต ปริจฺจชนโต อฺสฺส อสมฺภวโต ปจฺจเย อวติฏฺติ, เตเนตฺถ กมฺมธารยสมาโส. ตตฺถ ปน อิทํ-สทฺทสฺส ตโต ปริจฺจชนการณํ นตฺถีติ สามิวจนสมาโส เอว อิจฺฉิโต. อฏฺกถายํปน ยสฺมา ชรามรณาทีนํ ปจฺจยปุจฺฉามุเขนายํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนา อารทฺธา, ปฏิจฺจสมุปฺปาโท จ นาม อตฺถโต เหตุปฺปภวานํ เหตูติ วุตฺโต วายมตฺโถ, ตสฺมา ‘‘อิมสฺส ชรามรณสฺส ปจฺจโย’’ติ เอวมตฺถวณฺณนา กตา.

ปณฺฑิเตนาติ เอกํสพฺยากรณียาทิปฺหาวิเสสชานนสมตฺถาย ปฺาย สมนฺนาคเตน. ตเมว หิสฺส ปณฺฑิจฺจํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยาทิสสฺส ชีวสฺส ทิฏฺิคติโก สรีรโต อนฺตฺตํ ปุจฺฉติ ‘‘ตํ ชีวํ ตํ สรีร’’นฺติ, โส เอวํ ปรมตฺถโต นุปลพฺภติ, กถํ ตสฺส วฺฌาตนยสฺส วิย ทีฆรสฺสตา สรีรโต อฺตา วา อนฺตา วา พฺยากาตพฺพา สิยา, ตสฺมาสฺส ปฺหสฺส ปนียตา เวทิตพฺพา. ตุณฺหีภาโว นาเมส ปุจฺฉโต อนาทโร วิเหสา วิย โหตีติ ‘‘อพฺยากตเมต’’นฺติ ปการนฺตรมาห. เอวํ อพฺยากรณการณํ าตุกามสฺส กเถตพฺพํ โหติ, กถิเต จ ชานนฺตสฺส ปมาโทปิ เอวํ สิยา, กถนวิธิ ปน ‘‘ยาทิสสฺสา’’ติอาทินา ทสฺสิโต เอว. เอวํ อปฺปฏิปชฺชิตฺวาติ เอวํ ปนียปฺเห วิย ตุณฺหีภาวาทึ อนาปชฺชิตฺวา เอว. ‘‘อปฺปฏิปชฺชิตฺวา’’ติ วจนํ นิทสฺสนมตฺตเมตํ. ‘‘กึ สพฺพํ อนิจฺจ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘กึ สงฺขตํ สนฺธาย ปุจฺฉสิ, อุทาหุ อสงฺขต’’นฺติ ปฏิปุจฺฉิตฺวา พฺยากาตพฺพํ โหติ ‘‘กึ ขนฺธปฺจกํ ปริฺเยฺย’’นฺติ ปุฏฺเ ‘‘อตฺถิ ตตฺถ ปริฺเยฺยํ, อตฺถิ น ปริฺเยฺย’’นฺติ วิภชฺช พฺยากาตพฺพํ โหติ, เอวํ อปฺปฏิปชฺชิตฺวาติ จ อยเมตฺถ อตฺโถ อิจฺฉิโตติ. ปุพฺเพ ยสฺส ปจฺจยสฺส อตฺถิตามตฺตํ โจทิตนฺติ อตฺถิตามตฺตํ วิสฺสชฺชิตํ. ปุจฺฉาสภาเคน หิ วิสฺสชฺชนนฺติ. อิทานิ ตสฺเสว สรูปปุจฺฉา กรียตีติ ‘‘ปุน กิ’’นฺติ วุตฺตํ. อิธาปิ ‘‘ยถา’’ติอาทิ สพฺพํ อาเนตฺวา วตฺตพฺพํ.

‘‘เอส นโย สพฺพปเทสู’’ติ อติเทสวเสน อุสฺสุกฺกํ กตฺวา ‘‘นามรูปปจฺจยา’’ติอาทินา ตตฺถ อปวาโท อารทฺโธ. ยสฺมา ทสฺเสตุกาโม, ตสฺมา อิทํ วุตฺตนฺติ โยชนา. ฉนฺนํ วิปากสมฺผสฺสานํเยว คหณํ โหติ วิฺาณาทิ เวทนาปริโยสานา วิปากวิธีติ กตฺวา อเนเกสุ สุตฺตปเทสุ, (ม. นิ. ๓.๑๒๖; อุทา. ๑) อภิธมฺเม (วิภ. ๒๒๕) จ เยภุยฺเยน เตสํเยว คหณสฺส นิรุฬฺหตฺตา. อิธาติ อิมสฺมึ สุตฺเต. -สทฺโท พฺยติเรกตฺโถ, เตเนตฺถ ‘‘คหิตมฺปี’’ติอาทินา วุจฺจมานํเยว วิเสสํ โชเตติ. ปจฺจยภาโว นาม ปจฺจยุปฺปนฺนาเปกฺโข เตน วินา ตสฺส อสมฺภวโต. ตสฺมา สฬายตนปฺปจฺจยาติ ‘‘สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส’’ติ อิมินา ปเทนาติ โยชนา. อวยเวน วา สมุทาโยปลกฺขณเมตํ ‘‘สฬายตนปจฺจยา’’ติ, ตสฺมา ‘‘สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส’’ติ อิมินา ปเทนาติ วุตฺตํ โหติ. คหิตมฺปีติ ฉพฺพิธํ วิปากผสฺสมฺปิ. อคฺคหิตมฺปีติ อวิปากผสฺสมฺปิ กุสลากุสลกิริยาผสฺสมฺปิ. ปจฺจยุปฺปนฺนวิเสสํ ทสฺเสตุกาโมติ โยชนา. น เจตฺถ ปจฺจยุปฺปนฺโนว อุปาทินฺโน อิจฺฉิโต, อถ โข ปจฺจโยปิ อุปาทินฺโน อิจฺฉิโตติ อชฺฌตฺติกายตนสฺเสว สฬายตนคฺคหเณน คหณนฺติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘สฬายตนโต…เป… ทสฺเสตุกาโม’’ติ. น หิ ผสฺสสฺส จกฺขาทิสฬายตนเมว ปจฺจโย, อถ โข ‘‘จกฺขุฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิฺาณํ, ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส’’ติอาทิ (ม. นิ. ๓.๔๒๑, ๔๒๕, ๔๒๖; สํ. นิ. ๒.๔๔, ๔๕; ๒.๔.๖๐; กถา. ๔๖๕, ๔๖๗) วจนโต รูปายตนาทิรูปฺจ จกฺขุวิฺาณาทินามฺจ ปจฺจโย, ตสฺมา อิมํ จกฺขาทิสฬายตนโต อติริตฺตํ อาวชฺชนาทิ วิย สาธารณํ อหุตฺวา, ตสฺส ตสฺส ผสฺสสฺส สาธารณตาย อฺํ วิเสสปจฺจยํ ปิ-สทฺเทน อวิสิฏฺํ สาธารณปจฺจยํ ปิทสฺเสตุกาโม ภควา, ‘‘นามรูปปจฺจยา ผสฺโส’’ติ อิทํ วุตฺตนฺติ โยชนา. อภิธมฺมภาชนีเยปิ อิมเมว ปจฺจยํ สนฺธาย ‘‘นามรูปปจฺจยา ผสฺโส’’ติ วุตฺตนฺติ ตทฏฺกถายํ (วิภ. อฏฺ. ๒๔๓) ‘‘ปจฺจยวิเสสทสฺสนตฺถฺเจว มหานิทานเทสนาสงฺคหตฺถฺจา’’ติ อตฺถวณฺณนา กตา. ปจฺจยานนฺติ ชาติอาทีนํ ปจฺจยธมฺมานํ. นิทานํ กถิตนฺติ ชรามรณาทิกสฺส นิทานตฺตํ กถิตํ เอกํสิโก ปจฺจยภาโว กถิโต. ตฺหิ เตสํ ปจฺจยภาเว อพฺยภิจารีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อิติ โข ปเนต’’นฺติอาทินา อุปริ เทสนา ปวตฺตา. นิชฺชเฏติ นิชฺชาลเก. นิคฺคุมฺเพติ นิกฺเขเป. ปททฺวเยนาปิ อากุลาภาวเมว ทสฺเสติ, ตสฺมา อนากุลํ อพฺยากุลํ มหนฺตํ ปจฺจยนิทานเมตฺถ กถิตนฺติ มหานิทานํ สุตฺตํ อฺถาภาวสฺส อภาวโต.

๙๘. เตสํ เตสํ ปจฺจยานนฺติ เตสํ เตสํ ชาติอาทีนํ ปจฺจยานํ. ยสฺมา ปจฺจยภาโว นาม เตหิ เตหิ ปจฺจเยหิ อนูนาธิเกเหว ตสฺส ตสฺส ผลสฺส สมฺภวโต ตโถ ตจฺโฉ, ตปฺปกาโร วา สามคฺคิอุปคเตสุ ปจฺจเยสุ มุหุตฺตมฺปิ ตโถ นิพฺพตฺตนธมฺมานํ อสมฺภวาภาวโต. อวิตโถ อวิสํวาทนโก วิสํวาทนาการวิรหิโต อฺธมฺมปจฺจเยหิ อฺธมฺมานุปฺปตฺติโต. ‘‘อนฺถา’’ติ วุจฺจติ อฺถาภาวสฺส อภาวโต. ตสฺมา ‘‘ตถํ อวิตถํ อนฺถํ ปจฺจยภาวํ ทสฺเสตุ’’นฺติ วุตฺตํ. ปริยายติ อตฺตโน ผลํ ปริคฺคเหตฺวา วตฺตตีติ ปริยาโย, เหตูติ อาห ‘‘ปริยาเยนาติ การเณนา’’ติ. สพฺเพน สพฺพนฺติ เทวตฺตาทินา สพฺพภาเวน สพฺพา ชาติ. สพฺพถา สพฺพนฺติ ตตฺถาปิ จาตุมหาราชิกาทิสพฺพากาเรน สพฺพา, นิปาตทฺวยเมตํ, นิปาตฺจ อพฺยยํ, ตฺจ สพฺพลิงฺควิภตฺติวจเนสุ เอกาการเมว โหตีติ ปาฬิยํ ‘‘สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. อตฺถวจเน ปน ตสฺส ตสฺส ชาติสทฺทาเปกฺขาย อิตฺถิอตฺถวุตฺติตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพากาเรน สพฺพา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิมินาว นเยนาติ อิมินา ชาติวาเร วุตฺเตเนว นเยน. เทวาทีสูติ อาทิ-สทฺเทน คนฺธพฺพยกฺขาทิเก ปาฬิยํ (ที. นิ. ๒.๙๘) อาคเต, ตทนฺตรเภเท จ สงฺคณฺหาติ.

อิธ นิกฺขิตฺตอตฺถวิภชนตฺเถติ อิมสฺมึ ‘‘กสฺสจิ กิมฺหิจี’’ติ อนิยมโต อุทฺเทสวเสน วุตฺตตฺถสฺส นิทฺทิสนตฺเถ โชเตตพฺเพ นิปาโต, ตทตฺถโชตนํ นิปาตปทนฺติ อตฺโถ. ตสฺสาติ ตสฺส ปทสฺส. เตติ ธมฺมเทสนาย สมฺปทานภูตํ เถรํ วทติ. เสยฺยถิทนฺติ วา เต กตเมติ เจติ อตฺโถ. เย หิ ‘‘กสฺสจี’’ติ, ‘‘กิมฺหิจี’’ติ จ อนิยมโต วุตฺโต อตฺโถ, เต กตเมติ. กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา เหสา. เทวภาวายาติ เทวภาวตฺถํ. ขนฺธชาตีติ ขนฺธปาตุภาโว, ยถา ขนฺเธสุ อุปฺปนฺเนสุ ‘‘เทวา’’ติ สมฺา โหติ, ตถา เตสํ อุปฺปาโทติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ยายา’’ติ อาห. สพฺพปเทสูติ ‘‘คนฺธพฺพานํ คนฺธพฺพตฺถายา’’ติอาทีสุ สพฺเพสุ ชาตินิทฺเทสปเทสุ, ภวาทิปเทสุ จ. เยน หิ นเยน สเจ หิ ชาตีติ อยมตฺถโยชนา กตา, ชาตินิทฺเทสปเทโสว ‘‘ภโว’’ติอาทินา ภวาทิปเทสุปิ โส กาตพฺโพติ. เทวาติ อุปปตฺติเทวา จาตุมหาราชิกโต ปฏฺาย ยาว ภวคฺคา ทิพฺพนฺติ กามคุณาทีหิ กีฬนฺติ ลฬนฺติ วิหรนฺติ โชตนฺตีติ กตฺวา. คนฺธํ อพฺพนฺติ ปริภุฺชนฺตีติ คนฺธพฺพา, ธตรฏฺสฺส มหาราชสฺส ปริวารภูตา. ยชนฺติ เวสฺสวณสกฺกาทิเก ปูเชนฺตีติ ยกฺขา, เตน เตน วา ปณิธิกมฺมาทินา ยชิตพฺพา ปูเชตพฺพาติ ยกฺขา, เวสฺสวณสฺส มหาราชสฺส ปริวารภูตา. อฏฺกถายํ ปน ‘‘อมนุสฺสา’’ติ อวิเสเสน วุตฺตํ. ภูตาติ กุมฺภณฺฑา, วิรูฬฺหกสฺส มหาราชสฺส ปริวารภูตา. อฏฺกถายํ ปน ‘‘เย เกจิ นิพฺพตฺตสตฺตา’’ติ อวิเสเสน วุตฺตํ. อฏฺิปกฺขา ภมรตุปฺปฬาทโย. จมฺมปกฺขา ชตุสิงฺคาลาทโย. โลมปกฺขา หํสโมราทโย. สรีสปา อหิวิจฺฉิกสตปทิอาทโย.

‘‘เตสํ เตส’’นฺติ อิทํ น เยวาปนกนิทฺเทโส วิย อวุตฺตสงฺคหตฺถํ วจนํ, อถ โข อเยวาปนกนิทฺเทโส วิย วุตฺตสงฺคหตฺถนฺติ. อาทิ-สทฺเทเนว จ อาเมฑิตตฺโถ สงฺคยฺหตีติ อาห ‘‘เตสํ เตสํ เทวคนฺธพฺพาทีน’’นฺติ. ตทตฺตายาติ ตํภาวาย, ยถารูเปสุ ขนฺเธสุ ปวตฺตมาเนสุ ‘‘เทวา คนฺธพฺพา’’ติ โลกสมฺา โหติ, ตถารูปตายาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘เทวคนฺธพฺพาทิภาวายา’’ติ. ‘‘นิโรโธ, วิคโม’’ติ จ ปฏิลทฺธตฺตาลาภสฺส ภาโว วุจฺจติ, อิธ ปน อจฺจนฺตาภาโว อธิปฺเปโต ‘‘สพฺพโส ชาติยา อสตี’’ติ อวตฺวา ‘‘ชาตินิโรธา’’ติ วุตฺตตฺตาติ อาห ‘‘อภาวาติ อตฺโถ’’ติ.

ผลตฺถาย หิโนตีติ ยถา ผลํ ตโต นิพฺพตฺตติ, เอวํ หิโนติ ปวตฺตติ, ตสฺส เหตุภาวํ อุปคจฺฉตีติ อตฺโถ. อิทํ คณฺหถ นนฺติ ‘‘อิทํ เม ผลํ, คณฺหถ น’’นฺติ เอวํ อปฺเปติ วิย นิยฺยาเตติ วิย. ‘‘เอส นโย’’ติ อวิเสสํ อติทิสิตฺวา วิเสสมตฺตสฺส อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. นนุ จายํ ชาติ ปรินิปฺผนฺนา, สงฺขตภาวา จ น โหติ วิการภาวโต, ตถา ชรามรณํ, ตสฺส กถํ สา เหตุ โหตีติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ชรามรณสฺส หี’’ติอาทิ. ตพฺภาเว ภาโว, ตทภาเว จ อภาโว ชรามรณสฺส ชาติยา อุปนิสฺสยตา.

๙๙. โอกาสปริคฺคโหติ ปวตฺติฏฺานปริคฺคโห. อุปปตฺติภเว ยุชฺชติ อุปปตฺติกฺขนฺธานํ ยถาวุตฺตฏฺานโต อฺตฺถ อนุปฺปชฺชนโต. อิธ ปนาติ อิมสฺมึ สุตฺเต ‘‘กามภโว’’ติอาทินา อาคเต อิมสฺมึ าเน. กมฺมภเว ยุชฺชติ กามภวาทิโชตนา วิเสสโต ตสฺส ชาติยา ปจฺจยภาวโตติ. เตนาห ‘‘โส หิ ชาติยา อุปนิสฺสยโกฏิยาว ปจฺจโย’’ติ. นนุ จ อุปปตฺติภโวปิ ชาติยา อุปนิสฺสยวเสน ปจฺจโย โหตีติ? สจฺจํ โหติ, โส ปน น ตถา ปธานภูโต, กมฺมภโว ปน ปธานภูโต ปจฺจโย ชนกภาวโตติ. ‘‘โส หิ ชาติยา’’ติอาทิ วุตฺตํ กามภวูปคํ กมฺมํ กามภโว. เอส นโย รูปารูปภเวสุปิ. โอกาสปริคฺคโหว กโต‘‘กิมฺหิจี’’ติ อิมินา สตฺตปริคฺคหสฺส กตตฺตา.

๑๐๐. ติณฺณมฺปิ กมฺมภวานนฺติ กามกมฺมภวาทีนํ ติณฺณมฺปิ กมฺมภวานํ. ติณฺณฺจ อุปปตฺติภวานนฺติ กามุปปตฺติภวาทีนํ ติณฺณฺจ อุปปตฺติภวานํ. ตถา เสสานิปีติ ทิฏฺุปาทานาทีนิ เสสุปาทานานิปิ ติณฺณมฺปิ กมฺมภวานํ, ติณฺณฺจ อุปปตฺติภวานํ ปจฺจโยติ อตฺโถ. อิตีติ เอวํ วุตฺตนเยน. ทฺวาทส กมฺมภวา ทฺวาทส อุปปตฺติภวาติ จตุวีสติภวา เวทิตพฺพา. ยสฺมา กมฺมภวสฺส ปจฺจยภาวมุเขเนว อุปาทานํ อุปปตฺติภวสฺส ปจฺจโย นาม โหติ, น อฺถา, ตสฺมา อุปาทานํ กมฺมภวสฺส อุชุกเมว ปจฺจยภาโวติ อาห ‘‘นิปฺปริยาเยเนตฺถ ทฺวาทส กมฺมภวา ลพฺภนฺตี’’ติ. เตสนฺติ กมฺมภวานํ. สหชาตโกฏิยาติ อกุสลสฺส กมฺมภวสฺส สหชาตํ อุปาทานํ สหชาตโกฏิยา, อิตรํ อนนฺตรูปนิสฺสยาทิวเสน อุปนิสฺสยโกฏิยา, กุสลสฺส กมฺมภวสฺส ปน อุปนิสฺสยโกฏิยาว ปจฺจโย. เอตฺถ จ ยถา อฺมฺนิสฺสยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตาทิปจฺจยานํ สหชาตปจฺจเยน เอกสงฺคหตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สหชาตโกฏิยา’’ติ วุตฺตํ, เอวํ อารมฺมณูปนิสฺสยอนนฺตรูปนิสฺสยปกตูปนิสฺสยานํ เอกชฺฌํ คหณวเสน ‘‘อุปนิสฺสยโกฏิยา’’ติ วุตฺตนฺติ ทฏฺพฺพํ.

๑๐๑. อุปาทานสฺสาติ เอตฺถ กามุปาทานสฺส ตณฺหา อุปนิสฺสยโกฏิยาว ปจฺจโย, เสสุปาทานานํ สหชาตโกฏิยาปิ อุปนิสฺสยโกฏิยาปิ วิฺาณาทิ จ เวทนาปริโยสานา วิปากวิธีติ กตฺวา.

๑๐๒. ยทิทํ เวทนาติ เอตฺถ วิปากเวทนาติ ตเมว ตาว อุปนิสฺสยโกฏิยา ปจฺจโย อิตรโกฏิยา อสมฺภวโต. อฺาติ กุสลากุสลกิริยเวทนา. อฺถาปีติ สหชาตโกฏิยาปิ.

๑๐๓. เอตฺตาวตาติ ชรามรณาทีนํ ปจฺจยปรมฺปราทสฺสนวเสน ปวตฺตาย เอตฺตกาย เทสนาย. ปุริมตณฺหนฺติ ปุริมภวสิทฺธํ ตณฺหํ. ‘‘เอส ปจฺจโย ตณฺหาย, ยทิทํ เวทนา’’ติ วตฺวา ตทนนฺตรํ ‘‘ผสฺสปจฺจยา เวทนาติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺต’’นฺติอาทินา เวทนาย ปจฺจยภูตสฺส ผสฺสสฺส อุทฺธรณํ อฺเสุ สุตฺเตสุ อาคตนเยน ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส เทสนามคฺโค, ตํ ปน อโนตริตฺวา สมุทาจารตณฺหาทสฺสนมุเขเนว ตณฺหามูลกธมฺเม เทเสนฺโต อาจิณฺณเทสนามคฺคโต โอกฺกมนฺโต วิย, ตฺจ เทสนํ ปสฺสโต อปฺปวตฺตนฺติ ปสยฺห พลกฺกาเรน เทเสนฺโต วิย จ โหตีติ อาห ‘‘อิทานี’’ติอาทิ. ทฺเว ตณฺหาติ อิธาธิปฺเปตตณฺหา เอว ทฺวิธา ภินฺทนฺโต อาห. เอสนตณฺหาติ โภคานํ ปริเยสนวเสน ปวตฺตตณฺหา. เอสิตตณฺหาติ ปริยิฏฺเสุ โภเคสุ อุปฺปชฺชมานตณฺหา. สมุทาจารตณฺหายาติ ปริยุฏฺานวเสน ปวตฺตตณฺหาย. ทุวิธาเปสา เวทนํ ปฏิจฺจ ตณฺหา นาม เวทนาปจฺจยา จ อปฺปฏิลทฺธานํ โภคานํ ปฏิลาภาย ปริเยสนา, ลทฺเธสุ จ เตสุปาตพฺยตาปตฺติอาทิ โหตีติ.

ปริตสฺสนวเสน ปริเยสติ เอตายาติ ปริเยสนา. อาสยโต, ปโยคโต จ ปริเยสนา ตถาปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท. เตนาห ‘‘ตณฺหาย สติ โหตี’’ติ. รูปาทิอารมฺมณปฏิลาโภติ สวตฺถุกานํ รูปาทิอารมฺมณานํ คเวสนวเสน, ปวตฺติยํ ปน อปริยิฏฺํเยว ลพฺภติ, ตมฺปิ อตฺถโต ปริเยสนาย ลทฺธเมว นาม ตถารูปสฺส กมฺมสฺส ปุพฺเพกตตฺตา เอว ลพฺภนโต. เตนาห ‘‘โส หิ ปริเยสนาย สติ โหตี’’ติ. สุขวินิจฺฉยนฺติ สุขํ วิเสสโต นิจฺฉิโนตีติ สุขวินิจฺฉโย, สุขํ สภาวโต, สมุทยโต, อตฺถงฺคมนโต, นิสฺสรณโต จ ยาถาวโต ชานิตฺวา ปวตฺตาณํ, ตํ สุขวินิจฺฉยํ. ชฺาติ ชาเนยฺย. ‘‘สุภสุข’’นฺติอาทิกํ อารมฺมเณ อภูตาการํ วิวิธํ นินฺนภาเวน นิจฺฉิโนติ อาโรเปตีติ วินิจฺฉโย. อสฺสาทานุปสฺสนตณฺหาทิฏฺิยาปิ เอวเมว วินิจฺฉยภาโว เวทิตพฺโพ. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต วิตกฺโกเยว อาคโตติ โยชนา. อิมสฺมึ ปน สุตฺเตติ สกฺกปฺหสุตฺเต. (ที. นิ. ๒.๓๕๘) ตตฺถ หิ ‘‘ฉนฺโท โข, เทวานํ อินฺท, วิตกฺกนิทาโน’’ติ อาคตํ. อิธาติ อิมสฺมึ มหานิทานสุตฺเต. ‘‘วิตกฺเกเนว วินิจฺฉินาตี’’ติ เอเตน ‘‘วินิจฺฉียติ เอเตนาติ วินิจฺฉโย’’ติ วินิจฺฉย-สทฺทสฺส กรณสาธนมาห. ‘‘เอตฺตก’’นฺติอาทิ วินิจฺฉยนาการทสฺสนํ.

ฉนฺทนฏฺเน ฉนฺโท, เอวํ รฺชนฏฺเน ราโค, สฺวายํ อนาเสวนตาย มนฺโท หุตฺวา ปวตฺโต อิธาธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ทุพฺพลราคสฺสาธิวจน’’นฺติ. อชฺโฌสานนฺติ ตณฺหาทิฏฺิวเสน อภินิวิสนํ. ‘‘มยฺหํ อิท’’นฺติ หิ ตณฺหาคาโห เยภุยฺเยน อตฺตคฺคาหสนฺนิสฺสโยว โหติ. เตนาห ‘‘อหํ มม’’นฺติ, ‘‘พลวสนฺนิฏฺาน’’นฺติ จ เตสํ คาหานํ ถิรภาวปฺปตฺติมาห. ตณฺหาทิฏฺิวเสน ปริคฺคหกรณนฺติ ‘‘อหํ มม’’นฺติ พลวสนฺนิฏฺานวเสน อภินิวิฏฺสฺส อตฺตตฺตนิยคฺคาหวตฺถุโน อฺาสาธารณํ วิย กตฺวา ปริคฺคเหตฺวา านํ, ตถาปวตฺโต โลภสหคตจิตฺตุปฺปาโท. อตฺตนา ปริคฺคหิตสฺส วตฺถุโน ยสฺส วเสน ปเรหิ สาธารณภาวสฺส อสหมาโน โหติ ปุคฺคโล, โส ธมฺโม อสหนตา. เอวํ วจนตฺถํ วทนฺติ นิรุตฺตินเยน. สทฺทลกฺขเณ ปน ยสฺส ธมฺมสฺส วเสน มจฺฉริยโยคโต ปุคฺคโล มจฺฉโร, ตสฺส ภาโว, กมฺมํ วา มจฺฉริยํ, มจฺเฉโร ธมฺโม. มจฺฉริยสฺส พลวภาวโต อาทเรน รกฺขณํ อารกฺโขติ อาห ‘‘ทฺวาร…เป… สุฏฺุ รกฺขณ’’นฺติ. อตฺตโน ผลํ กโรตีติ กรณํ, ยํ กิฺจิ การณํ, อธิกํ กรณนฺติ อธิกรณํ, วิเสสการณํ. วิเสสการณฺจ โภคานํ อารกฺขทณฺฑาทานาทิอนตฺถสมฺภวสฺสาติ วุตฺตํ ‘‘อารกฺขาธิกรณ’’นฺติอาทิ. ปรนิเสธนตฺถนฺติ มารณาทินา ปเรสํ วิพาธนตฺถํ. อาทียติ เอเตนาติ อาทานํ, ทณฺฑสฺส อาทานํ ทณฺฑาทานํ, อภิภวิตฺวา ปรวิเหนจิตฺตุปฺปาโท. สตฺถาทาเนปิ เอเสว นโย. หตฺถปรามาสาทิวเสน กาเยน กาตพฺพกลโห กายกลโห. มมฺมฆฏฺฏนาทิวเสน วาจาย กาตพฺพกลโห วาจากลโห. วิรุชฺฌนวเสน วิรูปํ คณฺหาติ เอเตนาติ วิคฺคโห. วิรุทฺธํ วทติ เอเตนาติ วิวาโท. ตุวํ ตุวนฺติ อคารววจนสหจรณโต ตุวํ ตุวํ, สพฺเพเต ตถาปวตฺตา โทสสหคตจิตฺตุปฺปาทา เวทิตพฺพา. เตนาห ภควา ‘‘อเนเก ปาปกา อกุสลา ธมฺมา สมฺภวนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๐๔).

๑๑๒. เทสนํ นิวตฺเตสีติ ‘‘ตณฺหํ ปฏิจฺจ ปริเยสนา’’ติอาทินา อนุโลมนเยน ปวตฺติตํ เทสนํ ปฏิโลมนเยน ปุน ‘‘อารกฺขาธิกรณ’’นฺติ อารภนฺโต นิวตฺเตสิ. ปฺจกามคุณิกราควเสนาติ อารมฺมณภูตา ปฺจ กามคุณา เอตสฺส อตฺถีติ ปฺจกามคุณิโก, ตตฺถ รฺชนวเสน อภิรมณวเสน ปวตฺตราโค, ตสฺส วเสน อุปฺปนฺนา รฺชนวเสน ตณฺหายนวเสน ปวตฺตา รูปาทิตณฺหาว กาเมสุ ตณฺหาติ กามตณฺหา. ภวติ อตฺถิ สพฺพกาลํ ติฏฺตีติ ปวตฺตา ภวทิฏฺิ อุตฺตรปทโลเปน ภโว, ตํสหคตา ตณฺหา ภวตณฺหา. วิภวติ วินสฺสติ อุจฺฉิชฺชตีติ ปวตฺตา วิภวทิฏฺิ วิภโว อุตฺตรปทโลเปน, ตํสหคตา ตณฺหา วิภวตณฺหาติ อาห ‘‘สสฺสตทิฏฺี’’ติอาทิ. อิเม ทฺเว ธมฺมาติ ‘‘เอส ปจฺจโย อุปาทานสฺส, ยทิทํ ตณฺหา’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๐๑) เอวํ วุตฺตา วฏฺฏมูลตณฺหา จ ‘‘ตณฺหํ ปฏิจฺจ ปริเยสนา’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๐๓) เอวํ วุตฺตา สมุทาจารตณฺหา จาติ อิเม ทฺเว ธมฺมา. วฏฺฏมูลสมุทาจารวเสนาติ วฏฺฏมูลวเสน เจว สมุทาจารวเสน จ. ทฺวีหิ โกฏฺาเสหีติ ทฺวีหิ ภาเคหิ. ทฺวีหิ อวยเวหิ สโมสรนฺติ นิพฺพตฺตนวเสน สมํ วตฺตนฺติ อิโตติ สโมสรณํ, ปจฺจโย, เอกํ สโมสรณํ เอตาสนฺติ เอกสโมสรณา. เกน ปน เอกสโมสรณาติ อาห ‘‘เวทนายา’’ติ. ทฺเวปิ หิ ตณฺหา เวทนาปจฺจยา เอวาติ. เตนาห ‘‘เวทนาปจฺจเยน เอกปจฺจยา’’ติ. ตโต ตโต โอสริตฺวา อาคนฺตฺวา สมวสนฏฺานํ โอสรณ สโมสรณํ. เวทนาย สมํ สห เอกสฺมึ อารมฺมเณ โอสรณกปวตฺตนกา เวทนา สโมสรณาติ อาห ‘‘อิทํ สหชาตสโมสรณํ นามา’’ติ.

๑๑๓. สพฺเพติ อุปฺปตฺติทฺวารวเสน ภินฺทิตฺวา วุตฺตา สวิปากผสฺสา เอว วิฺาณาทิ เวทนาปริโยสานา วิปากวิถีติ กตฺวา. ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถา นาม วฏฺฏกถาติ อาห ‘‘เปตฺวา จตฺตาโร โลกุตฺตรวิปากผสฺเส’’ติ. พหุธาติ พหุปฺปกาเรน. อยฺหิ ปฺจทฺวาเร จกฺขุปสาทาทิวตฺถุกานํ ปฺจนฺนํ เวทนานํ จกฺขุสมฺผสฺสาทิโก ผสฺโส สหชาตอฺมฺนิสฺสยวิปากอาหารสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตวเสน อฏฺธา ปจฺจโย โหติ. เสสานํ ปน เอเกกสฺมึ ทฺวาเร สมฺปฏิจฺฉนสนฺตีรณตทารมฺมณวเสน ปวตฺตานํ กามาวจรวิปากเวทนานํ จกฺขุสมฺผสฺสาทิโก ผสฺโส อุปนิสฺสยวเสน เอกธาว ปจฺจโย โหติ. มโนทฺวาเรปิ ตทารมฺมณวเสน ปวตฺตานํ กามาวจรวิปากเวทนานํ สหชาตมโนสมฺผสฺโส ตเถว อฏฺธา ปจฺจโย โหติ, ตถา ปฏิสนฺธิภวงฺคจุติวเสน ปวตฺตานํ เตภูมกวิปากเวทนานํ. ยา ปน ตา มโนทฺวาเร ตทารมฺมณวเสน ปวตฺตา กามาวจรเวทนา, ตาสํ มโนทฺวาราวชฺชนสมฺปยุตฺโต มโนสมฺผสฺโส อุปนิสฺสยวเสน เอกธาว ปจฺจโย โหตีติ เอวํ ผสฺโส พหุธา เวทนาย ปจฺจโย โหตีติ เวทิตพฺพํ.

๑๑๔. เวทนาทีนนฺติ เวทนาสฺาสงฺขารวิฺาณานํ. อสทิสภาวาติ อนุภวนสฺชานนาภิสงฺขรณวิชานนภาวา. เต หิ อฺมฺวิธุเรน เวทยิตาทิรูเปน อากิริยนฺติ ปฺายนฺตีติ อาการาติ วุจฺจนฺติ. เตเยวาติ เวทนาทีนํ เต เอว เวทยิตาทิอาการา. สาธุกํ ทสฺสิยมานาติ สกฺกจฺจํ ปจฺจกฺขโต วิย ปกาสิยมานา. ตํ ตํ ลีนมตฺถํ คเมนฺตีติ ‘‘อรูปฏฺโ อารมฺมณาภิมุขนมนฏฺโ’’ติ เอวมาทิกํ ตํ ตํ ลีนํ อปากฏมตฺถํ คเมนฺติ าเปนฺตีติ ลิงฺคานิ. ตสฺส ตสฺส สฺชานนเหตุโตติ ตสฺส ตสฺส อรูปฏฺาทิกสฺส สลฺลกฺขณสฺส การณตฺตา. นิมียนฺติ อนุมียนฺติ เอเตหีติ นิมิตฺตานิ. ตถา ตถา อรูปภาวาทิปฺปกาเรน, เวทยิตาทิปฺปกาเรน จ อุทฺทิสิตพฺพโต กเถตพฺพโต อุทฺเทสา. ตสฺมาติ ‘‘อสทิสภาวา’’ติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ การณภาเวน ปจฺจามสติ. ยสฺมา เวทนาทีนํ อฺมฺอสทิสภาวา ยถาวุตฺเตนตฺเถน อาการาทโย, ตสฺมา อยํ อิทานิ วุจฺจมาโน เอตฺถ ปาฬิปเท อตฺโถ.

นามสมูหสฺสาติ อารมฺมณาภิมุขํ นมนฏฺเน ‘‘นาม’’นฺติ ลทฺธสมฺสฺส เวทนาทิจตุกฺขนฺธสงฺขาตสฺส อรูปธมฺมปุฺชสฺส. ปฺตฺตีติ ‘‘นามกาโย อรูปกลาโป อรูปิโน ขนฺธา’’ติอาทิกา ปฺาปนา โหติ. เจตนาปธานตฺตา สงฺขารกฺขนฺธธมฺมานํ ‘‘สงฺขารานํ เจตนากาเร’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตถา หิ สุตฺตนฺตภาชนีเย สงฺขารกฺขนฺธวิภชเน ‘‘ยา เจตนา สฺเจตนา สฺเจตยิตตฺต’’นฺติ (วิภ. ๒๔๙ อภิธมฺมภาชนีเย) เจตนาว นิทฺทิฏฺา. อสตีติ อสนฺเตสุ. วจนวิปลฺลาเสน หิ เอวํ วุตฺตํ. จตฺตาโร ขนฺเธ วตฺถุํ กตฺวาติ เวทนา สฺา จิตฺตํ เจตนาทโยติ อิเม จตุกฺขนฺธสฺิเต นิสฺสยปจฺจยภูเต ธมฺเม วตฺถุํ กตฺวา. อยฺจ นโย ปฺจทฺวาเรปิ สมฺภวตีติ ‘‘มโนทฺวาเร’’ติ วิเสสิตํ. อธิวจนสมฺผสฺสเววจโนติ อธิวจนมุเขน ปฺตฺติมุเขน คเหตพฺพตฺตา ‘‘อธิวจนสมฺผสฺโส’’ติ ลทฺธนาโม. โสติ มโนสมฺผสฺโส. ปฺจโวกาเร จ หทยวตฺถุํ นิสฺสาย ลพฺภนโต รูปกาเย ปฺายเตว, อยํ ปน นโย อิธ น อิจฺฉิโต เวทนาทิปฏิกฺเขปวเสน อสมฺภวปริยายสฺส โชติตตฺตาติ ‘‘ปฺจปสาเท วตฺถุํ กตฺวา อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ อตฺโถ วุตฺโต. น หิ เวทนาสนฺนิสฺสเยน วินา ปฺจปสาเท วตฺถุํ กตฺวา มโนสมฺผสฺสสฺส สมฺภโว อตฺถิ. อุปฺปตฺติฏฺาเน อสติ อนุปฺปตฺติฏฺานโต ผลสฺส อุปฺปตฺติ นาม กทาจิปิ นตฺถีติ อิมมตฺถํ ยถาธิคตสฺส อตฺถสฺส นิทสฺสนวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘อมฺพรุกฺเข’’ติอาทิมาห. รูปกายโตติ เกวลํ รูปกายโต. ตสฺสาติ มโนสมฺผสฺสสฺส.

วิโรธิปจฺจยสนฺนิปาเต วิภูตตรา วิสทิสุปฺปตฺติ, ตสฺมึ วา สติ อตฺตโน สนฺตาเน วิชฺชมานสฺเสว วิสทิสุปฺปตฺติเหตุภาโว รุปฺปนากาโร. โส เอว รุปฺปนากาโร วตฺถุสปฺปฏิฆาทิกํ ตํ ตํ ลีนมตฺถํ คเมตีติ ลิงฺคํ. ตสฺส ตสฺส สฺชานนเหตุโต นิมิตฺตํ. ตถา ตถา อุทฺทิสิตพฺพโต อุทฺเทโสติ เอวเมตฺถ อาการาทโย อตฺถโต เวทิตพฺพา. วตฺถารมฺมณานํ อฺมฺปฏิหนนํ ปฏิโฆ, ตโต ปฏิฆโต ชาโต ปฏิฆสมฺผสฺโส. เตนาห ‘‘สปฺปฏิฆ’’นฺติอาทิ. นามกายโตติ เกวลํ นามกายโต. ตสฺสาติ ปฏิฆสมฺผสฺสสฺส. เสสํ ปมปฺเห วุตฺตนยเมว.

อุภยวเสนาติ นามกาโย รูปกาโยติ อุภยสนฺนิสฺสยสฺส อธิวจนสมฺผสฺโส ปฏิฆสมฺผสฺโสติ อุภยสมฺผสฺสสฺส วเสน.

วิสุํ วิสุํ ปจฺจยํ ทสฺเสตฺวาติ พฺยติเรกมุเขน ปจฺเจกํ นามกายรูปกายสฺิตํ ปจฺจยํ ทสฺเสตฺวา. เตสนฺติ ผสฺสานํ. อวิเสสโตติ วิเสสํ อกตฺวา สามฺโต. ทสฺเสตุนฺติ พฺยติเรกมุเขเนว ทสฺเสตุํ. เอเสว เหตูติ เอส ฉสุปิ ทฺวาเรสุ ปวตฺโต นามรูปสงฺขาโต เหตุ ยถารหํ ทฺวินฺนมฺปิ ผสฺสานํ. อิทานิ ตํ ยถารหํ ปวตฺตึ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘จกฺขุทฺวาราทีสุ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

สมฺปยุตฺตกา ขนฺธาติ ผสฺเสน สมฺปยุตฺตา เวทนาทโย ขนฺธา. อาวชฺชนสฺสาปิ สมฺปยุตฺตกฺขนฺธคฺคหเณเนเวตฺถ คหณํ ทฏฺพฺพํ ตทวินาภาวโต. ปรโต มโนสมฺผสฺเสปิ เอเสว นโย. ปฺจวิโธปีติ จกฺขุสมฺผสฺสาทิวเสน ปฺจวิโธปิ. โส ผสฺโสติ ปฏิฆสมฺผสฺโส. พหุธาติ พหุปฺปกาเรน. ตถา หิ วิปากนามํ วิปากสฺส อเนกเภทสฺส มโนสมฺผสฺสสฺส สหชาตอฺมฺนิสฺสยวิปากสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตวเสน สตฺตธา ปจฺจโย โหติ. ยํ ปเนตฺถ อาหารกิจฺจํ, ตํ อาหารปจฺจยวเสน. ยํ อินฺทฺริยกิจฺจํ, ตํ อินฺทฺริยปจฺจยวเสน ปจฺจโย โหติ. อวิปากํ ปน นามํ อวิปากสฺส มโนสมฺผสฺสสฺส เปตฺวา วิปากปจฺจยํ อิตเรสํ วเสน ปจฺจโย โหติ. รูปํ ปน จกฺขายตนาทิเภทํ จกฺขุสมฺผสฺสาทิกสฺส ปฺจวิธสฺส ผสฺสสฺส นิสฺสยปุเรชาตอินฺทฺริยวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตวเสน ฉธา ปจฺจโย โหติ. รูปายตนาทิเภทํ ตสฺส ปฺจวิธสฺส อารมฺมณปุเรชาตอตฺถิอวิคตวเสน จตุธา ปจฺจโย โหติ. มโนสมฺผสฺสสฺส ปน ตานิ รูปายตนาทีนิ, ธมฺมารมฺมณฺจ ตถา จ อารมฺมณปจฺจยมตฺเตเนว ปจฺจโย โหติ. วตฺถุรูปํ ปน มโนสมฺผสฺสสฺส นิสฺสยปุเรชาตวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตวเสน ปฺจธา ปจฺจโย โหติ. เอวํ นามรูปํ อสฺส ผสฺสสฺส พหุธา ปจฺจโย โหตีติ เวทิตพฺพํ.

๑๑๕. ปมุปฺปตฺติยํ วิฺาณํ นามรูปสฺส วิเสสปจฺจโยติ อิมมตฺถํ พฺยติเรกมุเขน ทสฺเสตุํ ปาฬิยํ ‘‘มาตุกุจฺฉิมฺหิ น โอกฺกมิสฺสถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. คพฺภเสยฺยกปฏิสนฺธิ หิ พาหิรโต มาตุกุจฺฉึ โอกฺกมนฺตสฺส วิย โหนฺตีปิ อตฺถโต ยถาปจฺจยํ ขนฺธานํ ตตฺถ ปมุปฺปตฺติเยว. เตนาห ‘‘ปวิสิตฺวา…เป… น วตฺติสฺสถา’’ติ. สุทฺธนฺติ เกวลํ วิฺาเณน อมิสฺสิตํ วิรหิตํ. ‘‘อวเสส’’นฺติ อิทํ นามาเปกฺขํ, ตสฺมา อวเสสํ นามรูปนฺติ อิมํ วิฺาณํ เปตฺวา อวเสสํ นามรูปํ วาติ อตฺโถ. ปฏิสนฺธิวเสน โอกฺกนฺตนฺติ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน, มาตุกุจฺฉึ โอกฺกมนฺตสฺส วา ปมาวยวภาเวน โอติณฺณํ. โวกฺกมิสฺสถาติ สนฺตติวิจฺเฉทํ วินาสํ อุปคมิสฺสถ, ตํ ปน มรณํ นาม โหตีติ อาห ‘‘จุติวเสนา’’ติ. อสฺสาติ วิฺาณสฺส, ตฺจ โข วิฺาณสามฺวเสน วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ตสฺเสว จิตฺตสฺส นิโรเธนา’’ติ, ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺเสว นิโรเธนาติ อตฺโถ. ตโตติ ปฏิสนฺธิจิตฺตโต. ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺส, ตโต ทุติยตติยจิตฺตานํ วา นิโรเธน จุติ น โหตีติ วุตฺตมตฺถํ ยุตฺติโต วิภาเวตุํ ‘‘ปฏิสนฺธิจิตฺเตน หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตสฺมึ อนฺตเรติ เอตสฺมึ โสฬสจิตฺตกฺขเณ กาเล. อนฺตราโย นตฺถีติ เอตฺถ ทารกสฺส ตาว มรณนฺตราโย มา โหตุ ตทา จุติจิตฺตสฺส อสมฺภวโต, มาตุ ปน กถํ ตทา มรณนฺตรายาภาโวติ? ตํ ตํ กาลํ อนติกฺกมิตฺวา ตทนฺตเรเยว จวนธมฺมาย คพฺภคฺคหณสฺเสว อสมฺภวโต. เตนาห ‘‘อยฺหิ อโนกาโส นามา’’ติ, จุติยาติ อธิปฺปาโย.

ปฏิสนฺธิจิตฺเตน สทฺธึ สมุฏฺิตรูปานีติ โอกฺกนฺติกฺขเณ อุปฺปนฺนกมฺมชรูปานิ วทติ. ตานิ หิ นิปฺปริยายโต ปฏิสนฺธิจิตฺเตน สทฺธึ สมุฏฺิตรูปานิ นาม, น อุตุสมุฏฺานานิ ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺส อุปฺปาทโต ปจฺฉา สมุฏฺิตตฺตา. จิตฺตชาหารชานํ ปน ตทา อสมฺภโว เอว. ยานิ ปฏิสนฺธิจิตฺเตน สทฺธึ สมุฏฺิตรูปานิ, ตานิ ติวิธานิ ตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ สมุฏฺิตานิ, ิติกฺขเณ สมุฏฺิตานิ, ภงฺคกฺขเณ สมุฏฺิตานีติ. เตสุ อุปฺปาทกฺขเณ สมุฏฺิตานิ สตฺตรสมสฺส ภวงฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิรุชฺฌนฺติ, ิติกฺขเณ สมุฏฺิตานิ ิติกฺขเณ นิรุชฺฌนฺติ, ภงฺคกฺขเณ สมุฏฺิตานิ ภงฺคกฺขเณ นิรุชฺฌนฺติ. ตตฺถ ‘‘ภฺชมาโน ธมฺโม ภฺชมานสฺส ธมฺมสฺส ปจฺจโย โหตี’’ติ น สกฺกา วตฺตุํ, อุปฺปาเท, ปน ิติยฺจ น น สกฺกาติ ‘‘สตฺตรสมสฺส ภวงฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ, ิติกฺขเณ จ ธรนฺตานํ วเสน ตสฺส ปจฺจยมฺปิ ทาตุํ น สกฺโกนฺตี’’ติ วุตฺตํ. รูปกายูปตฺถมฺภิตสฺเสว หิ นามกายสฺส ปฺจโวกาเร ปวตฺตีติ. เตหิ รูปธมฺเมหิ ตสฺส จิตฺตสฺส พลวตรํ สนฺธายาห ‘‘สตฺตรสมสฺส…เป… ปวตฺติ ปวตฺตตี’’ติ. ปเวณี ฆฏิยตีติ อฏฺจตฺตาลีสกมฺมชสฺส รูปปเวณี สมฺพนฺธา หุตฺวา ปวตฺตติ. ปมฺหิ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ, ตโต ยาว โสฬสมํ ภวงฺคจิตฺตํ, เตสุ เอเกกสฺส อุปฺปาทิติภงฺควเสน ตโย ตโย ขณา. ตตฺถ เอเกกสฺส จิตฺตสฺส ตีสุ ตีสุ ขเณสุ สมตึส สมตึส กมฺมชรูปานิ อุปฺปชฺชนฺติ. อิติ โสฬสติกา อฏฺจตฺตาลีสํ โหนฺติ. เอส นโย ตโต ปเรสุปิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อฏฺจตฺตาลีสกมฺมชสฺส รูปปเวณี สมฺพนฺธา หุตฺวา ปวตฺตตี’’ติ. สเจ ปน น สกฺโกนฺตีติ ปฏิสนฺธิจิตฺเตน สทฺธึ สมุฏฺิตรูปานิ สตฺตรสมสฺส ภวงฺคสฺส ปจฺจยํ ทาตุํ สเจ น สกฺโกนฺติ. ยทิ หิ ปฏิสนฺธิจิตฺตโต สตฺตรสมํ จุติจิตฺตํ สิยา, ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺส ิติภงฺคกฺขเณสุปิ กมฺมชรูปํ น อุปฺปชฺเชยฺย, ปเคว ภวงฺคจิตฺตกฺขเณสุ. ตถา สติ นตฺเถว ตสฺส จิตฺตสฺส ปจฺจยลาโภติ ปวตฺติ นปฺปวตฺตติ, ปเวณี น ฆฏิยเตว, อฺทตฺถุ วิจฺฉิชฺชติ. เตนาห ‘‘โวกฺกมติติ นาม โหตี’’ติอาทิ.

อิตฺถตฺตายาติ อิตฺถํปการตาย. ยาทิโส คพฺภเสยฺยกสฺส อตฺตภาโว, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ตสฺส จ ปฺจกฺขนฺธา อนูนา เอว โหนฺตีติ อาห ‘‘เอวํ ปริปุณฺณปฺจกฺขนฺธภาวายา’’ติ. อุปจฺฉิชฺชิสฺสถาติ สนฺตานวิจฺเฉเทน วิจฺฉินฺเทยฺย. สุทฺธํ นามรูปเมวาติ วิฺาณวิรหิตํ เกวลํ นามรูปเมว. อวยวานํ ปาริปูริ วุฑฺฒิ. ถิรภาวปฺปตฺติ วิรูฬฺหิ. มหลฺลกภาวปฺปตฺติ เวปุลฺลํ. ตานิ จ ยถากฺกมํ ปมาทิวยวเสน โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘ปมวยวเสนา’’ติอาทิ. วา-สทฺโท อนิยมตฺโถ, เตน วสฺสสหสฺสทฺวยาทีนํ สงฺคโห ทฏฺพฺโพ.

วิฺาณเมวาติ นิยมวจนํ, อิโต พาหิรกปฺปิตสฺส อตฺตโน, อิสฺสราทีนฺจ ปฏิกฺเขปปทํ, น อวิชฺชาทิผสฺสาทิปฏิกฺเขปปทํ ปฏิโยคีนิวตฺตนปทตฺตา อวธารณสฺส. เตนาห ‘‘เอเสว เหตู’’ติอาทิ. อยฺจ นโย เหฏฺาปิ สพฺพปเทสุ ยถารหํ วตฺตพฺโพ. อิทานิ วิฺาณเมว นามรูปสฺส ปธานการณนฺติ อิมมตฺถํ โอปมฺมวเสน วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปจฺเจกํ วิย สมุทิตสฺสาปิ นามรูปสฺส วิฺาเณน วินา อตฺตกิจฺจาสมตฺถตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตฺวํ นามรูปํ นามา’’ติ เอกชฺฌํ คหณํ. ปุเรจาริเกติ ปุพฺพงฺคเมว. วิฺาณฺหิ สหชาตธมฺมานํ ปุพฺพงฺคมํ. เตนาห ภควา ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’’ติ. (ธ. ป. ๑; เนตฺติ. ๙๐, ๙๒; เปฏโก. ๑๓, ๘๓) พหุธาติ อเนกปฺปกาเรน ปจฺจโย โหติ.

กถํ? วิปากนามสฺส หิ ปฏิสนฺธิยํ อฺํ วา วิฺาณํ สหชาตอฺมฺนิสฺสยวิปากอาหารอินฺทฺริยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ นวธา ปจฺจโย โหติ. วตฺถุรูปสฺส ปฏิสนฺธิยํ สหชาตอฺมฺนิสฺสยวิปากอาหารอินฺทฺริยวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ นวธา ปจฺจโย โหติ. เปตฺวา ปน วตฺถุรูปํ เสสรูปสฺส อิเมสุ นวสุ อฺมฺปจฺจยํ อปเนตฺวา เสเสหิ อฏฺหิ ปจฺจเยหิ ปจฺจโย โหติ. อภิสงฺขารวิฺาณํ ปน อสฺสตฺตรูปสฺส, ปฺจโวกาเร วา กมฺมชสฺส สุตฺตนฺติกปริยายโต อุปนิสฺสยวเสน เอกธาว ปจฺจโย โหติ. อวเสสฺหิ ปมภวงฺคโต ปภุติ สพฺพมฺปิ วิฺาณํ ตสฺส นามรูปสฺส ยถารหํ ปจฺจโย โหตีติ เวทิตพฺพํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปน ปจฺจยนเย ทสฺสิยมาเน สพฺพาปิ มหาปกรณกถา อาเนตพฺพา โหตีติ น วิตฺถาริตา. กถํ ปเนตํ ปจฺเจตพฺพํ ‘‘ปฏิสนฺธินามรูปํ วิฺาณปจฺจยา โหตี’’ติ? สุตฺตโต, ยุตฺติโต จ. ปาฬิยฺหิ ‘‘จิตฺตานุปริวตฺติโน ธมฺมา’’ติอาทินา (ธ. ส. มาติกา ๖๒) นเยน พหุธา เวทนาทีนํ วิฺาณปจฺจยตา อาคตา. ยุตฺติโต ปน อิธ จิตฺตเชน รูเปน ทิฏฺเน อทิฏฺสฺสาปิ รูปสฺส วิฺาณํ ปจฺจโย โหตีติ วิฺายติ. จิตฺเตหิ ปสนฺเน, อปฺปสนฺเน วา ตทนุรูปานิ รูปานิ อุปฺปชฺชมานานิ ทิฏฺานิ, ทิฏฺเน จ อทิฏฺสฺส อนุมานํ โหตีติ. อิมินา อิธ ‘‘ทิฏฺเน จิตฺตชรูเปน อทิฏฺสฺสาปิ ปฏิสนฺธิรูปสฺส วิฺาณํ ปจฺจโย โหตี’’ติ ปจฺเจตพฺพเมตํ. กมฺมสมุฏฺานสฺสาปิ หิ รูปสฺส จิตฺตสมุฏฺานสฺส วิย วิฺาณปจฺจยตา ปฏฺาเน อาคตาติ.

๑๑๖. อิธ สมุทย-สทฺโท สมุทาย-สทฺโท วิย สมูหปริยาโยติ อาห ‘‘ทุกฺขราสิสมฺภโว’’ติ. เอกโกติ อสหาโย ราชปริสารหิโต. ปสฺเสยฺยาม เต ราชภาวํ อมฺเหหิ วินาติ อธิปฺปาโย. ยถารหํ ปริสํ รฺเชตีติ หิ ราชา. อตฺถโตติ อตฺถสิทฺธิโต อวทนฺตมฺปิ วทติ วิย. ‘‘หทยวตฺถุ’’นฺติ อิมินาว ตนฺนิสฺสโยปิ คหิโต วาติ ทฏฺพฺพํ. อานนฺตริยภาวโต นิสฺสยนิสฺสโยปิ ‘‘นิสฺสโย’’ ตฺเวว วุจฺจตีติ. ปฏิสนฺธิวิฺาณํ นาม ภเวยฺยาสิ, เนตํ านํ วิชฺชตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปสฺเสยฺยามา’’ติอาทิ. พหุธาติ อเนกธา ปจฺจโย โหติ. กถํ? นามํ ตาว ปฏิสนฺธิยํ สหชาตอฺมฺนิสฺสยวิปากสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ สตฺตธา วิฺาณสฺส ปจฺจโย โหตีติ. กิฺจิ ปเนตฺถ เหตุปจฺจเยน, กิฺจิ อาหารปจฺจเยนาติ เอวํ อฺถาปิ ปจฺจโย โหติ. อวิปากํ ปน นามํ ยถาวุตฺเตสุ ปจฺจเยสุ เปตฺวา วิปากปจฺจยํ อิตเรหิ ฉหิ ปจฺจเยหิ ปจฺจโย โหติ. กิฺจิ ปเนตฺถ เหตุปจฺจเยน, กิฺจิ อาหารปจฺจเยนาติ อฺถาปิ ปจฺจโย โหติ, ตฺจ โข ปวตฺติยํเยว, น ปฏิสนฺธิยํ. รูปโต ปน หทยวตฺถุ ปฏิสนฺธิยํ วิฺาณสฺส สหชาตอฺมฺนิสฺสยวิปฺปยุตฺตอตฺถิ อวิคตปจฺจเยหิ ฉธาว ปจฺจโย โหติ. ปวตฺติยํ ปน สหชาตอฺมฺปจฺจยวชฺชิเตหิ ปฺจหิ ปุเรชาตปจฺจเยน สห เตเหว ปจฺจเยหิ ปจฺจโย โหติ. จกฺขายตนาทิเภทํ ปน ปฺจวิธมฺปิ รูปํ ยถากฺกมํ จกฺขุวิฺาณาทิเภทสฺส วิฺาณสฺส นิสฺสยปุเรชาตอินฺทฺริยวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ ปจฺจโย โหตีติ เอวํ นามรูปํ วิฺาณสฺส พหุธา ปจฺจโย โหตีติ เวทิตพฺพํ.

ยฺวายมนุกฺกเมน วิฺาณสฺส นามรูปํ, ปฏิสนฺธินามรูปสฺส, จ วิฺาณํ ปติ ปจฺจยภาโว, โส กทาจิ วิฺาณสฺส สาติสโย, กทาจิ นามรูปสฺส, กทาจิ อุภินฺนํ สทิโสติ ติวิโธปิ โส ‘‘เอตฺตาวตา’’ติ ปเทน เอกชฺฌํ คหิโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิฺาเณ…เป… ปวตฺเตสู’’ติ วตฺวา ปุน ยมิทมฺปิ วิฺาณํ นามรูปสฺิตานํ ปฺจนฺนํ ขนฺธานํ อฺมฺนิสฺสเยน ปวตฺตานํ เอตฺตเกน สพฺพา สํสารวฏฺฏปฺปวตฺตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอตฺตเกน…เป… ปฏิสนฺธิโย’’ติ อาห. ตตฺถ เอตฺตเกนาติ เอตฺตเกเนว, น อิโต อฺเน เกนจิ การกเวทกสภาเวน อตฺตนา, อิสฺสราทินา วาติ อตฺโถ. อนฺโตคธาวธารณฺเหตํ ปทํ.

วจนมตฺตเมว อธิกิจฺจาติ ทาสาทีสุ สิริวฑฺฒกาทิ-สทฺทา วิย อตถตฺตา วจนมตฺตเมว อธิการํ กตฺวา ปวตฺตสฺส. เตนาห ‘‘อตฺถํ อทิสฺวา’’ติ. โวหารสฺสาติ โวหรณมตฺตสฺส. ปโถติ ปวตฺติมคฺโค ปวตฺติยา วิสโย. ยสฺมา สรณกิริยาวเสน ปุคฺคโล ‘‘สโต’’ติ วุจฺจติ, สมฺปชานนกิริยาวเสน ‘‘สมฺปชาโน’’ติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘การณาปเทสวเสนา’’ติ. การณํ นิทฺธาเรตฺวา อุตฺติ นิรุตฺตีติ. เอกเมว อตฺถํ ‘‘ปณฺฑิโต’’ติอาทินา ปการโต าปนโต ‘‘ปฺตฺตี’’ติ วทนฺติ. โส เอว หิ ‘‘ปณฺฑิโต’’ติ จ ‘‘พฺยตฺโต’’ติ จ ‘‘เมธาวี’’ติ จ ปฺาปียตีติ. ปณฺฑิจฺจปฺปการโต ปน ปณฺฑิโต, เวยฺยตฺติยปฺปการโต พฺยตฺโตติ ปฺาปียตีติ เอวํ ปการโต ปฺาปนโต ปฺตฺติ. ยสฺมา อิธ อธิวจนนิรุตฺติปฺตฺติปทานิ สมานตฺถานิ. สพฺพฺจ วจนํ อธิวจนาทิภาวํ ภชติ, ตสฺมา เกสุจิ วจนวิเสเสสุ วิเสเสน ปวตฺเตหิ อธิวจนาทิสทฺเทหิ สพฺพานิ วจนานิ ปฺตฺติอตฺถปฺปกาสนสามฺเน วุตฺตานีติ อิมินา อธิปฺปาเยน อยมตฺถโยชนา กตาติ เวทิตพฺพา.

อถ วา อธิ-สทฺโท อุปริภาเว, อุปริ วจนํ อธิวจนํ. กสฺส อุปริ? ปกาเสตพฺพสฺส อตฺถสฺสาติ ปากโฏ ยมตฺโถ. อธีนํ วา วจนํ อธิวจนํ. เกน อธีนํ? อตฺเถน. ตถา ตํตํอตฺถปฺปกาเสน นิจฺฉิตํ, นิยตํ วา วจนํ นิรุตฺติ. ปถวีธาตุปุริสาทิตํตํปกาเรน าปนโต ปฺตฺตีติ เอวํ อธิวจนาทิปทานํ สพฺพวจเนสุ ปวตฺติ เวทิตพฺพา, อฺถา สิริวฑฺฒกธนวฑฺฒกปฺปการานเมว นิรุตฺติตา, ‘‘ปณฺฑิโต วิยตฺโต’’ติ เอวํ ปการานเมว เอกเมว อตฺถํ เตน เตน ปกาเรน าเปนฺตานํ ปฺตฺติตา จ อาปชฺเชยฺยาติ. เอวํ ตีหิปิ นาเมหิ วุตฺตสฺส โวหารสฺส ปวตฺติมคฺโคปิ สห วิฺาเณน นามรูปนฺติ เอตฺตาวตาว อิจฺฉิตพฺโพ. เตนาห ‘‘อิตี’’ติอาทิ. ปฺาย อวจริตพฺพนฺติ ปฺาย ปวตฺติตพฺพํ, เยฺยนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ชานิตพฺพ’’นฺติ. วฏฺฏนฺติ กิเลสวฏฺฏํ, กมฺมวฏฺฏํ, วิปากวฏฺฏนฺติ ติวิธมฺปิ วฏฺฏํ. วตฺตตีติ ปวตฺตติ. ตยิทํ ‘‘ชาเยถา’’ติอาทินา ปฺจหิ ปเทหิ วุตฺตสฺส อตฺถสฺส นิคมนวเสน วุตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน อิตฺถีติปุริสาติอาทีนมฺปิ สงฺคโห ทฏฺพฺโพ. นามปฺตฺตตฺถายาติ ขนฺธาทิผสฺสาทิสตฺตาทิอิตฺถาทินามสฺส ปฺาปนตฺถาย. วตฺถุปิ เอตฺตาวตาว. เตนาห ‘‘ขนฺธปฺจกมฺปิ เอตฺตาวตาว ปฺายตี’’ติ. เอตฺตาวตา เอตฺตเกน, สห วิฺาเณน นามรูปปฺปวตฺติยาติ อตฺโถ.

อตฺตปฺตฺติวณฺณนา

๑๑๗. อนุสนฺธิยติ เอเตนาติ อนุสนฺธิ, เหฏฺา อาคตเทสนาย อนุสนฺธานวเสน ปวตฺตา อุปริเทสนา, สา ปมปทสฺส ทสฺสิตา, อิทานิ ทุติยปทสฺส ทสฺเสตพฺพาติ ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิติ ภควา’’ติอาทิมาห. รูปินฺติ รูปวนฺตํ. ปริตฺตนฺติ น วิปุลํ, อปฺปกนฺติ อตฺโถ. ยสฺมา อตฺตา นาม โกจิ ปรมตฺถโต นตฺถิ. เกวลํ ปน ทิฏฺิคติกานํ ปริกปฺปิตมตฺตํ, ตสฺมา ยตฺถ เนสํ อตฺตสฺา, ยถา จสฺส รูปิภาวาทิปริกปฺปนา โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โย’’ติอาทิมาห. รูปึ ปริตฺตนฺติ อตฺตโน อุปฏฺิตกสิณรูปวเสน รูปึ, ตสฺส อวฑฺฒิตภาเวน ปริตฺตํ. ปฺเปติ นีลกสิณาทิวเสน นานากสิณลาภี. นฺติ อตฺตานํ. อนนฺตนฺติ กสิณนิมิตฺตสฺส อปฺปมาณตาย ปริจฺเฉทสฺส อนุปฏฺานโต อนฺตรหิตํ. อุคฺฆาเฏตฺวาติ ภาวนาย อปเนตฺวา. นิมิตฺตผุฏฺโกาสนฺติ เตน กสิณนิมิตฺเตน ผุฏฺปฺปเทสํ. เตสูติ จตูสุ อรูปกฺขนฺเธสุ. วิฺาณมตฺตเมวาติ ‘‘วิฺาณมโย อตฺตา’’ติ เอวํวาที.

๑๑๘. ‘‘เอตรหี’’ติ สาวธารณมิทํ ปทนฺติ ตทตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิทาเนวา’’ติ วตฺวา อวธารเณน นิวตฺติตมตฺถํ อาห ‘‘น อิโต ปร’’นฺติ. ตตฺถ ตตฺเถว สตฺตา อุจฺฉิชฺชนฺตีติ อุจฺเฉทวาที, เตนาห ‘‘อุจฺเฉทวเสเนตํ วุตฺต’’นฺติ. ภาวินฺติ สพฺพํ สทา ภาวึ อวินสฺสนกํ. เตนาห ‘‘สสฺสตวเสเนตํ วุตฺต’’นฺติ. อตถาสภาวนฺติ ยถา ปรวาที วทนฺติ, น ตถา สภาวํ. ตถภาวายาติ อุจฺเฉทภาวาย วา สสฺสตภาวาย วา. อนิยมวจนฺเหตํ วุตฺตํ สามฺโชตนาวเสน. สมฺปาเทสฺสามีติ ตถภาวํ อสฺส สมฺปนฺนํ กตฺวา ทสฺสยิสฺสามิ, ปติฏฺาเปสฺสามีติ อตฺโถ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘สสฺสตวาทฺจ ชานาเปตฺวา’’ติอาทิ. (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๑๑๘) อิมินาติ ‘‘อตถํ วา ปนา’’ติอาทิ วจเนน, อนุจฺเฉทสภาวมฺปิ สมานํ สสฺสตวาทิโน มติวเสนาติ อธิปฺปาโย. อุปกปฺเปสฺสามีติ อุเปจฺจ สมตฺถยิสฺสามิ.

เอวํ สมานนฺติ เอวํ ภูตํ สมานํ. รูปกสิณชฺฌานํ รูปํ อุตฺตรปทโลเปน, อธิคมนวเสน ตํ เอตสฺส อตฺถีติ รูปีติ อาห ‘‘รูปินฺติ รูปกสิณลาภิ’’นฺติ. ปริตฺตตฺตานุทิฏฺีติ เอตฺถ รูปี-สทฺโทปิอาวุตฺติอาทินเยน อาเนตฺวา วตฺตพฺโพ, รูปีภาวมฺปิ หิ โส ทิฏฺิคติโก ปริตฺตภาวํ วิย อตฺตโน อภินิวิสฺส ิโตติ. อรูปินฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ‘‘ปตฺตปลาสพหุลคจฺฉสงฺเขเปน ฆนคหนชฏาวิตานา นาติทีฆสนฺตานา วลฺลิ, ตพฺพิปรีตา ลตา’’ติ วทนฺติ. อปฺปหีนฏฺเนาติ มคฺเคน อสมุจฺฉินฺนภาเวน. การณลาเภ สติ อุปฺปชฺชนารหตา อนุสยนฏฺโ.

อรูปกสิณํ นาม กสิณุคฺฆาฏึ อากาสํ, น ปริจฺฉินฺนากาสกสิณํ. ‘‘อุภยมฺปิ อรูปกสิณเมวา’’ติ เกจิ. อรูปกฺขนฺธโคจรํ วาติ เวทนาทโย อรูปกฺขนฺธา ‘‘อตฺตา’’ติ อภินิเวสสฺส โคจโร เอตสฺสาติ อรูปกฺขนฺธโคจโร, ทิฏฺิคติโก, ตํ อรูปกฺขนฺธโคจรํ. วา-สทฺโท วุตฺตวิกปฺปตฺโถ. สทฺทโยชนา ปน อรูปํ อรูปกฺขนฺธา โคจรภูตา เอตสฺส อตฺถีติ อรูปี, ตํ อรูปึ. ลาภิโน จตฺตาโรติ รูปกสิณาทิลาภวเสน ตํ ตํ ทิฏฺิวาทํ สยเมว ปริกปฺเปตฺวา ตํ อาทาย ปคฺคยฺห ปฺาปนกา จตฺตาโร ทิฏฺิคติกา. เตสํ อนฺเตวาสิกาติ เตสํ ลาภีนํ วาทํ ปจฺจกฺขโต, ปรมฺปราย จ อุคฺคเหตฺวา ตเถว นํ ขมิตฺวา โรเจตฺวา ปฺาปนกา จตฺตาโร. ตกฺกิกา จตฺตาโรติ กสิณชฺฌานสฺส อลาภิโน เกวลํ ตกฺกนวเสเนว ยถาวุตฺเต จตฺตาโร ทิฏฺิวาเท สยเมว อภินิวิสฺส ปคฺคยฺห ิตา จตฺตาโร. เตสํ อนฺเตวาสิกา ปุพฺเพ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา.

นอตฺตปฺตฺติวณฺณนา

๑๑๙. อารทฺธวิปสฺสโกปีติ สมฺปรายิกวิปสฺสโกปิ, เตน พลววิปสฺสนาย ิตํ ปุคฺคลํ ทสฺเสติ. น ปฺเปติ เอว อพหุสฺสุโต ปีติ อธิปฺปาโย. ตาทิโส หิ วิปสฺสนาย อานุภาโว. สาสนิโกปิ ฌานาภิฺาลาภี ‘‘น ปฺเปตี’’ติ น วตฺตพฺโพติ โส อิธ น อุทฺธโฏ. อิทานิ เนสํ อปฺาปเน การณํ ทสฺเสติ ‘‘เอเตสฺหี’’ติอาทินา. อิจฺเจว าณํ โหติ, น วิปรีตคฺคาโห ตสฺส การณสฺส ทูรสมุสฺสาริตตฺตา. อรูปกฺขนฺธา อิจฺเจว าณํ โหตีติ โยชนา.

อตฺตสมนุปสฺสนาวณฺณนา

๑๒๑. ทิฏฺิวเสน สมนุปสฺสิตฺวา, น าณวเสน. สา จ สมนุปสฺสนา อตฺถโต ทิฏฺิทสฺสนวเสน.

‘‘เวทนํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ เอวํ อาคตา เวทนากฺขนฺธวตฺถุกา สกฺกายทิฏฺิ. อิฏฺาทิเภทํ อารมฺมณํ น ปฏิสํเวเทตีติ อปฺปฏิสํเวทโนติ เวทกภาวปฏิกฺเขปมุเขน สฺชานนาทิภาโวปิ ปฏิกฺขิตฺโต โหติ ตทวินาภาวโตติ อาห ‘‘อิมินา รูปกฺขนฺธวตฺถุกา สกฺกายทิฏฺิ กถิตา’’ติ. ‘‘อตฺตา เม เวทิยตี’’ติ อิมินา อปฺปฏิสํเวทนตฺตํ ปฏิกฺขิปติ. เตนาห ‘‘โนปิ อปฺปฏิสํเวทโน’’ติ. ‘‘เวทนาธมฺโม’’ติ ปน อิมินา ‘‘เวทนา เม อตฺตา’’ติ อิมํ วาทํ ปฏิกฺขิปติ. เวทนาสงฺขาโต ธมฺโม เอตสฺส อตฺถีติ หิ เวทนาธมฺโมติ เวทนาย สมนฺนาคตภาวํ ตสฺส ปฏิชานาติ. เตนาห ‘‘เอตสฺส จ เวทนาธมฺโม อวิปฺปยุตฺตสภาโว’’ติ. สฺาสงฺขารวิฺาณกฺขนฺธวตฺถุกา สกฺกายทิฏฺิ กถิตาติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. ‘‘เวทนาสมฺปยุตฺตตฺตา เวทิยตี’’ติ ตํสมฺปโยคโต ตํกิจฺจกตมาห ยถา เจตนาโยคโต เจตโน ปุริโสติ. สพฺเพสมฺปิ ตํ สารมฺมณธมฺมานํ อารมฺมณานุภวนํ ลพฺภเตว, ตฺจ โข เอกเทสโต ผุฏฺตามตฺตโต, เวทนาย ปน วิสฺสวิตาย สามิภาเวน อารมฺมณรสานุภวนนฺติ. ตสฺสา วเสน สฺาทโยปิ ตํสมฺปยุตฺตตฺตา ‘‘เวทิยตี’’ติ วุจฺจนฺติ. ตถา หิ วุตฺตํ อฏฺสาลินิยํ ‘‘อารมฺมณรสานุภวนฏฺานํ ปตฺวา เสสสมฺปยุตฺตธมฺมา เอกเทสมตฺตกเมว อนุภวนฺตี’’ติ, (ธ. ส. อฏฺ. ๑ ธมฺมุทฺเทสกถา) ราชสูทนิทสฺสเนน วายมตฺโถ ตตฺถ วิภาวิโต เอว. เอตสฺสาติ สฺาทิกฺขนฺธตฺตยสฺส. ‘‘อวิปฺปยุตฺตสภาโว’’ติ อิมินา อวิสํโยคชนิตํ กฺจิ วิเสสํ านํ ทีเปติ.

๑๒๒. ตตฺถาติ เตสุ วาเรสุ. ตีสุ ทิฏฺิคติเกสูติ ‘‘เวทนา เม อตฺตา’’ติ, ‘‘อปฺปฏิสํเวทโน เม อตฺตา’’ติ, ‘‘เวทนาธมฺโม เม อตฺตา’’ติ จ เอวํวาเทสุ ตีสุ ทิฏฺิคติเกสุ. ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ภินฺนสภาวตฺตา สุขํ เวทนํ ‘‘อตฺตา’’ติ สมนุปสฺสโต ทุกฺขํ, อทุกฺขมสุขํ วา เวทนํ ‘‘อตฺตา’’ติ สมนุปสฺสนา น ยุตฺตา. เอวํ เสสทฺวเย ปีติ อาห ‘‘โย โย ยํ ยํ เวทนํ อตฺตาติ สมนุปสฺสตี’’ติ.

๑๒๓. ‘‘หุตฺวา อภาวโต’’ติ อิมินา อุทยพฺพยวนฺตตาย อนิจฺจาติ ทสฺเสติ, ‘‘เตหิ เตหี’’ติอาทินา อเนกการณสงฺขตตฺตา สงฺขตาติ. ตํ ตํ ปจฺจยนฺติ ‘‘อินฺทฺริยํ, อารมฺมณํ, วิฺาณํ, สุข, เวทนีโย ผสฺโส’’ติ เอวํ อาทิกํ ตํ ตํ อตฺตโน การณํ ปฏิจฺจ นิสฺสาย สมฺมา สสฺสตาทิภาวสฺส, อุจฺเฉทาทิภาวสฺส จ อภาเวน าเยน สมการเณน สทิสการเณน อนุรูปการเณน อุปฺปนฺนา. ขยสภาวาติ ขยธมฺมา, วยสภาวาติ วยธมฺมา วิรชฺชนสภาวาติ วิราคธมฺมา, นิรุชฺฌนสภาวาติ นิโรธธมฺมา, จตูหิปิ ปเทหิ เวทนาย ภงฺคภาวเมว ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ขโยติ…เป… ขยธมฺมาติอาทิ วุตฺต’’นฺติ.

วิคโตติ สภาววิคเมน วิคโต. เอกสฺเสวาติ เอกสฺเสว ทิฏฺิคติกสฺส. ตีสุปิ กาเลสูติ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ปวตฺติกาเลสุ. เอโส เม อตฺตาติ ‘‘เอโส สุขเวทนาสภาโว, ทุกฺขอทุกฺขมสุขเวทนาสภาโว เม อตฺตา’’ติ กึ ปน โหตี, เอกสฺเสว ภินฺนสภาวตํ อนุมฺมตฺตโก กถํ ปจฺเจตีติ อธิปฺปาเยน ปุจฺฉติ. อิตโร เอวมฺปิ ตสฺส น โหติ เยวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘กึ ปน น ภวิสฺสตี’’ติอาทิมาห. วิเสเสนาติ สุขาทิวิภาเคน. สุขฺจ ทุกฺขฺจาติ เอตฺถ -สทฺเทน อทุกฺขมสุขํ สงฺคณฺหาติ, สุขสงฺคหเมว วา เตน กตํ สนฺตสุขุมภาวโต. อวิเสเสนาติ อวิภาเคน เวทนาสามฺเน. โวกิณฺณนฺติ สุขาทิเภเทน โวมิสฺสกํ. ตํ ติวิธมฺปิ เวทนํ เอส ทิฏฺิคติโก เอกชฺฌํ คเหตฺวา อตฺตาติ สมนุปสฺสติ. เอกกฺขเณ จ พหูนํ เวทนานํ อุปฺปาโท อาปชฺชติ อวิเสเสน เวทนาสภาวตฺตา. อตฺตโน หิ ตสฺมึ สติ สทา สพฺพเวทนาปวตฺติปฺปสงฺคโต ทิฏฺิคติโก อคติยา เอกกฺขเณปิ พหูนมฺปิ เวทนานํ อุปฺปตฺตึ ปฏิชาเนยฺยาติ ตสฺส อวสรํ อเทนฺโต ‘‘น เอกกฺขเณ พหูนํ เวทนานํ อุปฺปตฺติ อตฺถี’’ติ อาห, ปจฺจกฺขวิรุทฺธเมตนฺติ อธิปฺปาโย. เอเตน เปตํ นกฺขมตีติ เอเตน วิรุทฺธตฺตสาธเนนปิ สพฺเพน สพฺพํ อตฺตโน อภาเวนปิ ปณฺฑิตานํ น รุจฺจติ, เอตํ ทสฺสนํ ธีรา นกฺขมนฺตีติ อตฺโถ.

๑๒๔. อินฺทฺริยพทฺเธปิ รูปปฺปพนฺเธ วาโยธาตุวิปฺผารวเสน กาจิ กิริยา นาม ลพฺภตีติ สุทฺธรูปกฺขนฺเธปิ ยตฺถ กทาจิ วาโยธาตุวิปฺผาโร ลพฺภติ, ตเมว นิทสฺสนภาเวน คณฺหนฺโต ‘‘ตาลวณฺเฏ วา วาตปาเน วา’’ติ อาห. เวทนาธมฺเมสูติ เวทนาธมฺมวนฺเตสุ. ‘‘อหมสฺมี’’ติ อิมินา ตโยปิ ขนฺเธ เอกชฺฌํ คเหตฺวา อหํการสฺส อุปฺปชฺชนากาโร วุตฺโตติ. ‘‘อยมหมสฺมี’’ติ ปน อิมินา ตตฺถ เอกํ เอกํ คเหตฺวา อหํการสฺส อุปฺปชฺชนากาโร วุตฺโต. เตนาห ‘‘เอกธมฺโมปี’’ติอาทิ. นฺติ ‘‘อหมสฺมี’’ติ อหํการุปฺปตฺตึ. สา หิ จตุกฺขนฺธนิโรเธน อนุปลพฺภมานสนฺนิสฺสยา สสวิสาณติขิณตา วิย น ภเวยฺยาวาติ.

เอตฺตาวตาติ ‘‘กิตฺตาวตา จ อานนฺทา’’ติอาทินา ‘‘ตนฺตากุลกชาตา’’ติ ปทสฺส อนุสนฺธิทสฺสนวเสน ปวตฺเตน เอตฺตเกน เทสนาธมฺเมน. กามํ เหฏฺาปิ วฏฺฏกถาว กถิตา, อิธ ปน ทิฏฺิคติกสฺส วฏฺฏโต สีสุกฺขิปนาสมตฺถตาวิภาวนวเสน มิจฺฉาทิฏฺิยา มหาสาวชฺชภาวทีปนิยกถา ปกาสิตาติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วฏฺฏกถา กถิตา’’ติ อาห. นนุ วฏฺฏมูลํ อวิชฺชา ตณฺหา, ตา อนามสิตฺวา ตโต อฺถา กสฺมา อิธ วฏฺฏกถา กถิตาติ อาห ‘‘ภควา หี’’ติอาทิ. อวิชฺชาสีเสนาติ อวิชฺชํ อุตฺตมงฺคํ กตฺวา, อวิชฺชามุเขนาติ อตฺโถ. โกฏิ น ปฺายตีติ ‘‘อสุกสฺส นาม สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส, จกฺกวตฺติโน วา กาเล อวิชฺชา อุปฺปนฺนา, น ตโต ปุพฺเพ อตฺถี’’ติ อวิชฺชาย อาทิ มริยาทา อปฺปฏิหตสฺส มม สพฺพฺุตฺาณสฺสาปิ น ปฺายติ อวิชฺชมานตฺตา เอวาติ อตฺโถ. อยํ ปจฺจโย อิทปฺปจฺจโย, ตสฺมา อิทปฺปจฺจยา, อิมสฺมา อาสวาทิการณาติ อตฺโถ. ภวตณฺหายาติ ภวสํโยชนภูตาย ตณฺหาย. ภวทิฏฺิยาติ สสฺสตทิฏฺิยา. ‘‘ตตฺถ ตตฺถ อุปปชฺชนฺโต’’ติ อิมินา ‘‘อิโต เอตฺถ เอตฺโต อิธา’’ติ เอวํ อปริยนฺตํ อปราปรุปฺปตฺตึ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘มหาสมุทฺเท’’ติอาทิ.

๑๒๖. ปจฺจยาการมูฬฺหสฺสาติ ภูตกถนเมตํ, น วิเสสนํ. สพฺโพปิ หิ ทิฏฺิคติโก ปจฺจยาการมูฬฺโห เอวาติ. วิวฏฺฏํ กเถนฺโตติ วฏฺฏโต วินิมุตฺตตฺตา วิวฏฺฏํ, วิโมกฺโข, ตํ กเถนฺโต. การกสฺสาติ สตฺถุโอวาทการกสฺส, สมฺมาปฏิปชฺชนฺตสฺสาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘สติปฏฺานวิหาริโน’’ติ. โส หิ เวทนานุปสฺสนาย, ธมฺมานุปสฺสนาย จ สมฺมาปฏิปตฺติยา ‘‘เนว เวทนํ อตฺตานํ สมนุปสฺสตี’’ติอาทินา วตฺตพฺพตํ อรหติ. เตนาห ‘‘เอวรูโป หี’’ติอาทิ. สพฺพธมฺเมสูติ สพฺเพสุ เตภูมกธมฺเมสุ. เต หิ สมฺมสนียา. น อฺนฺติ เวทนาย อฺํ สฺาทิธมฺมํ อตฺตานํ น สมนุปสฺสตีติ. ‘‘ขนฺธโลกาทโย’’ติ รูปาทิธมฺมา เอว วุจฺจนฺติ, เตสํ สมูโหติ ทสฺเสตุํ ‘‘รูปาทีสุ ธมฺเมสู’’ติ วุตฺตํ. น อุปาทิยติ ทิฏฺิตณฺหาคาหวเสน. ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๔.๑๐๘; มหานิ. ๒๑, ๑๗๘; ธ. ส. ๑๑๒๑; วิภ. ๘๓๒, ๘๖๖) ปวตฺตมานมฺนาปิ ตณฺหาทิฏฺิมฺนา วิย ปริตสฺสนรูปา เอวาติ อาห ‘‘ตณฺหาทิฏฺิมานปริตสฺสนายปี’’ติ.

สา เอวํ ทิฏฺีติ สา อรหโต เอวํปการา ทิฏฺีติ โย วเทยฺย, ตทกลฺลํ, ตํ น ยุตฺตนฺติ อตฺโถ. เอวมสฺส ทิฏฺีติ เอตฺถาปิ เอวํปการา อสฺส อรหโต ทิฏฺีติอาทินา โยเชตพฺพํ. เอวฺหิ สตีติ โย วเทยฺย ‘‘โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา อิติสฺส ทิฏฺี’’ติ, ตสฺส เจ วจนํ ตเถวาติ อตฺโถ. ‘‘อรหา น กิฺจิ ชานาตี’’ติ วุตฺตํ ภเวยฺย ชานโต ตถา ทิฏฺิยา อภาวโต. เตเนวาติ ตถา วตฺตุมยุตฺตตฺตา เอว. จตุนฺนมฺปิ นยานนฺติ ‘‘โหติ ตถาคโต’’ติอาทินา อาคตานํ จตุนฺนํ วารานํ. อาทิโต ตีสุ วาเรสุ สงฺขิปิตฺวา ปริโยสานวาเร วิตฺถาริตตฺตา ‘‘อวสาเน ‘ตํ กิสฺส เหตู’ติอาทิมาหา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อาทิโต ตีสุ วาเรสุ ตเถว เทสนา ปวตฺตา, ยถา ปริโยสานวาเร, ปาฬิ ปน สงฺขิตฺตา’’ติ เกจิ.

โวหาโรติ ‘‘สตฺโต อิตฺถี ปุริโส’’ติอาทินา, ‘‘ขนฺธาอายตนานี’’ติอาทินา, ‘‘ผสฺโส เวทนา’’ติอาทินา จ โวหาริตพฺพโวหาโร. ตสฺส ปน โวหารสฺส ปวตฺติฏฺานํ นาม สงฺเขปโต อิเม เอวาติ อาห ‘‘ขนฺธา อายตนานิ ธาตุโย’’ติ. ยสฺมา นิพฺพานํ ปุพฺพภาเค สงฺขารานํ นิโรธภาเวเนว ปฺาปิยติ จ, ตสฺมา ตสฺสาปิ ขนฺธมุเขน อวจริตพฺพตา ลพฺภตีติ ‘‘ปฺาย อวจริตพฺพํ ขนฺธปฺจก’’นฺติ วุตฺตํ. เตนาห ภควา ‘‘อิมสฺมึเยว พฺยามมตฺเต กเฬวเร สสฺิมฺหิ สมนเก โลกฺจ ปฺเปมิ โลกสมุทยฺจ โลกนิโรธฺจ โลกนิโรธคามินิฺจ ปฏิปท’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๑๐๗; อ. นิ. ๔.๔๕) ปฺาวจรนฺติ วา เตภูมกธมฺมานเมตํ คหณนฺติ ‘‘ขนฺธปฺจก’’นฺตฺเวว วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘ยาวตา ปฺา’’ติ เอตฺถาปิ โลกิยปฺาย เอว คหณํ ทฏฺพฺพํ. วฏฺฏกถา เหสาติ. ตถา หิ ‘‘ยาวตา วฏฺฏํ วฏฺฏติ’’ อิจฺเจว วุตฺตํ. เตเนวาห ‘‘ตนฺตากุลกปทสฺเสว อนุสนฺธิ ทสฺสิโต’’ติ. ยสฺมา ภควา ทิฏฺิสีเสเนตฺถ วฏฺฏกถํ กเถตฺวา ยถานุสนฺธินาปิ วฏฺฏกถํ กเถสิ, ตสฺมา ‘‘ตนฺตากุลกปทสฺเสว อนุสนฺธิ ทสฺสิโต’’ติ สาวธารณํ กตฺวา วุตฺตํ. ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถา ปเนตฺถ ยาวเทว ตสฺส คมฺภีรภาววิภาวนตฺถาย วิตฺถาริตา, วิวฏฺฏกถาปิ สมานา อิธ ปจฺจามฏฺาติ ทฏฺพฺพํ.

สตฺตวิฺาณฏฺิติวณฺณนา

๑๒๗. คจฺฉนฺโต คจฺฉนฺโตติ สมถปฏิปตฺติยํ สุปฺปติฏฺิโต หุตฺวา วิปสฺสนาคมเนน, มคฺคคมเนน จ คจฺฉนฺโต คจฺฉนฺโต. อุโภหิ ภาเคหิ มุจฺจนโต อุภโตภาควิมุตฺโต นาม โหติ. โส ‘‘เอวํ อสมนุปสฺสนฺโต’’ติ วุตฺโต วิปสฺสนายานิโกติ กตฺวา ‘‘โย จ น สมนุปสฺสตีติ วุตฺโต โส ยสฺมา คจฺฉนฺโต คจฺฉนฺโต ปฺาวิมุตฺโต นาม โหตี’’ติ วุตฺตํ. เหฏฺา วุตฺตานนฺติ ‘‘กิตฺตาวตา จ, อานนฺท, อตฺตานํ น ปฺเปนฺโต น ปฺาเปตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๑๑๙), ‘‘ยโต โข, อานนฺท, ภิกฺขุ เนว เวทนํ อตฺตานํ สมนุปสฺสตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๑๒๕ อาทโย) จ เหฏฺา ปาฬิยํ อาคตานํ ทฺวินฺนํ ปุถุชฺชนภิกฺขูนํ. นิคมนนฺติ นิสฺสรณํ. นามนฺติ ปฺาวิมุตฺตาทินามํ.

ปฏิสนฺธิวเสน วุตฺตาติ นานตฺตกายนานตฺตสฺิตาวิเสสวิสิฏฺปฏิสนฺธิวเสน วุตฺตา สตฺต วิฺาณฏฺิติโย. ตํตํสตฺตนิกายํ ปติ นิสฺสยโต หิ นานตฺตกายาทิตา ตํปริยาปนฺนปฏิสนฺธิสมุทาคตาติ ทฏฺพฺพา ตทภินิพฺพตฺตกกมฺมภวสฺส ตถา อายูหิตตฺตา. จตสฺโส อาคมิสฺสนฺตีติ รูปเวทนาสฺาสงฺขารกฺขนฺธวเสน จตสฺโส วิฺาณฏฺิติโย อาคมิสฺสนฺติ ‘‘รูปุปายํ วา อาวุโส วิฺาณํ ติฏฺมานํ ติฏฺตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๓.๓๑๑). วิฺาณปติฏฺานสฺสาติ ปฏิสนฺธิวิฺาณสฺส เอตรหิ ปติฏฺานการณสฺส. อตฺถโต วุตฺตวิเสสวิสิฏฺา ปฺจโวกาเร รูปเวทนาสฺาสงฺขารกฺขนฺธา, จตุโวกาเร เวทนาทโย ตโย ขนฺธา เวทิตพฺพา. สตฺตาวาสภาวํ อุปาทาย ‘‘ทฺเว จ อายตนานีติ ทฺเว นิวาสฏฺานานี’’ติ วุตฺตํ. นิวาสฏฺานปริยาโยปิ อายตนสทฺโท โหติ ยถา ‘‘เทวายตนทฺวย’’นฺติ. สพฺพนฺติ วิฺาณฏฺิติ อายตนทฺวยนฺติ สกลํ. ตสฺมา คหิตํ ตตฺถ เอกเมว อคฺคเหตฺวาติ อธิปฺปาโย. ปริยาทานํ อนวเสสคฺคหณํ น คจฺฉติ วฏฺฏํ วิฺาณฏฺิติอายตนทฺวยานํ อฺมฺอนฺโตคธตฺตา.

นิทสฺสนตฺเถ นิปาโต, ตสฺมา เสยฺยถาปิ มนุสฺสาติ ยถา มนุสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. วิเสโส โหติเยว สติปิ พาหิรสฺส การกสฺส อเภเท อชฺฌตฺติกสฺส ภินฺนตฺตา. นานตฺตํ กาเย เอเตสํ, นานตฺโต วา กาโย เอเตสนฺติ นานตฺตกายา, อิมินา นเยน เสสปเทสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เนสนฺติ มนุสฺสานํ. นานตฺตา สฺา เอเตสํ อตฺถีติ นานตฺตสฺิโน. สุขสมุสฺสยโต วินิปาโต เอเตสํ อตฺถีติ วินิปาติกา สติปิ เทวภาเว ทิพฺพสมฺปตฺติยา อภาวโต, อปาเยสุ วา คโต นตฺถิ นิปาโต เอเตสนฺติ วินิปาติกา. เตนาห ‘‘จตุอปายวินิมุตฺตา’’ติ. ธมฺมปทนฺติ สติปฏฺานาทิธมฺมโกฏฺาสํ. วิชานิยาติ สุตมเยน ตาว าเณน วิชานิตฺวา. ตทนุสาเรน โยนิโสมนสิการํ ปริพฺรูหนฺโต สีลวิสุทฺธิอาทิกํ สมฺมาปฏิปตฺตึ อปิ ปฏิปชฺเชม. สา จ ปฏิปตฺติ หิตาย ทิฏฺธมฺมิกาทิสกลหิตาย อมฺหากํ สิยา. อิทานิ ตตฺถ สีลปฏิปตฺตึ ตาว วิภาเคน ทสฺเสนฺโต ‘‘ปาเณสุ จา’’ติ คาถมาห.

พฺรหฺมกาเย ปมชฺฌานนิพฺพตฺเต พฺรหฺมสมูเห, พฺรหฺมนิกาเย วา ภวาติ พฺรหฺมกายิกา. มหาพฺรหฺมุโน ปริสาย ภวาติ พฺรหฺมปาริสชฺชา ตสฺส ปริจารกฏฺาเน ิตตฺตา. มหาพฺรหฺมุโน ปุโรหิตฏฺาเน ิตาติ พฺรหฺมปุโรหิตา. อายุวณฺณาทีหิ มหนฺโต พฺรหฺมาโนติ มหาพฺรหฺมุโน. สติปิ เตสํ ติวิธานมฺปิ ปเมน ฌาเนน อภินิพฺพตฺตภาเว ฌานสฺส ปน ปวตฺติเภเทน อยํ วิเสโสติ ทสฺเสตุํ ‘‘พฺรหฺมปาริสชฺชา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริตฺเตนาติ หีเนน, สา จสฺส หีนตา ฉนฺทาทีนํ หีนตาย เวทิตพฺพา, ปฏิลทฺธมตฺตํ วา หีนํ. กปฺปสฺสาติ อสงฺขฺเยยฺยกปฺปสฺส. หีนปณีตานํ มชฺเฌ ภวตฺตา มชฺฌิเมน, สา จสฺส มชฺฌิมตา ฉนฺทาทีนํ มชฺฌิมตาย เวทิตพฺพา, ปฏิลภิตฺวา นาติสุภาวิตํ วา มชฺฌิมํ. อุปฑฺฒกปฺโปติ อสงฺขฺเยยฺยกปฺปสฺส อุปฑฺฒกปฺโป. วิปฺผาริกตโรติ พฺรหฺมปาริสชฺเชหิ ปมาณโต วิปุลตโร, สภาวโต อุฬารตโร จ โหติ. สภาเวนปิ หิ อุฬารตโรว, ตํ ปเนตฺถ อปฺปมาณํ. ตถา หิ ปริตฺตาภาทีนํ, ปริตฺตสุภาทีนฺจ กาเย สติปิ สภาวเวมตฺเต เอกตฺตวเสเนว ววตฺถาปียตีติ ‘‘เอกตฺตกายา’’ ตฺเวว วุจฺจนฺติ. ปณีเตนาติ อุกฺกฏฺเน, สา จสฺส อุกฺกฏฺตา ฉนฺทาทีนํ อุกฺกฏฺตาย เวทิตพฺพา, สุภาวิตํ วา สมฺมเทว วสิภาวํ ปาปิตํ ปณีตํ ปธานภาวํ นีตนฺติ กตฺวา, อิธาปิ กปฺโป อสงฺขฺเยยฺยกปฺปวเสเนว เวทิตพฺโพ ปริปุณฺณสฺส มหากปฺปสฺส อสมฺภวโต. อิตีติ เอวํ วุตฺตปฺปกาเรน. เตติ ‘‘พฺรหฺมกายิกา’’ติ วุตฺตา ติวิธาปิ พฺรหฺมาโน. สฺาย เอกตฺตาติ ติเหตุกภาเวน สฺาย เอกตฺตสภาวตฺตา. น หิ ตสฺสา สมฺปยุตฺตธมฺมวเสน อฺโปิ โกจิ เภโท อตฺถิ.

เอวนฺติ อิมินา นานตฺตกายเอกตฺตสฺิโนติ ทสฺเสติ.

ทณฺฑอุกฺกายาติ ทณฺฑทีปิกาย. สรตีติ ธาวติ วิย. วิสฺสรตีติ วิปฺปกิณฺณา วิย ธาวติ. ทฺเว กปฺปาติ ทฺเว มหากปฺปา. อิโต ปเรสุปิ เอเสว นโย. อิธาติ อิมสฺมึ สุตฺเต. อุกฺกฏฺปริจฺเฉทวเสน อาภสฺสรคฺคหเณเนว สพฺเพปิ เต ปริตฺตาภา, อปฺปมาณาภาปิ คหิตา.

โสภนา ปภา สุภา, สุภาย กิณฺณา สุภากิณฺณาติ วตฺตพฺเพ อา-การสฺส รสฺสตฺตํ, อนฺติม-ณ-การสฺส ห-การฺจ กตฺวา ‘‘สุภกิณฺหา’’ติ วุตฺตา, อฏฺกถายํปน นิจฺจลาย เอกคฺฆนาย ปภาย สุโภติ ปริยายวจนนฺติ ‘‘สุเภน โอกิณฺณา วิกิณฺณา’’ติ อตฺโถ วุตฺโต, เอตฺถาปิ อนฺติม-ณ-การสฺส ห-การกรณํ อิจฺฉิตพฺพเมว. น ฉิชฺชิตฺวา ฉิชฺชิตฺวา ปภา คจฺฉติ เอกคฺฆนตฺตา. จตุตฺถวิฺาณฏฺิติเมว ภชนฺติ กายสฺส, สฺาย จ เอกรูปตฺตา. วิปุลสนฺตสุขายุวณฺณาทิผลตฺตา เวหปฺผลา. เอตฺถาติ วิฺาณฏฺิติยํ.

วิวฏฺฏปกฺเข ิตา นปุนราวตฺตนโต. ‘‘น สพฺพกาลิกา’’ติ วตฺวา ตเมว อสพฺพกาลิกตฺตํ วิภาเวตุํ ‘‘กปฺปสตสหสฺสมฺปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. โสฬสกปฺปสหสฺสจฺจเยน อุปฺปนฺนานํ สุทฺธาวาสพฺรหฺมานํ ปรินิพฺพายนโต, อฺเสฺจ ตตฺถ อนุปฺปชฺชนโต พุทฺธสุฺเ โลเก สุฺํ ตํ านํ โหติ, ตสฺมา สุทฺธาวาสา น สพฺพกาลิกา, ขนฺธาวารฏฺานสทิสา โหนฺติ สุทฺธาวาสภูมิโย. อิมินา สุตฺเตน สุทฺธาวาสานํ สตฺตาวาสภาวทีปเนเนว วิฺาณฏฺิติภาโว ทีปิโต, ตสฺมา สุทฺธาวาสาปิ สตฺตสุ วิฺาณฏฺิตีสุ จตุตฺถวิฺาณฏฺิตึ นวสุ สตฺตาวาเสสุ จตุตฺถสตฺตาวาสํเยว ภชนฺติ.

สุขุมตฺตาติ สงฺขาราวเสสสุขุมภาวปฺปตฺตตฺตา. ปริพฺยตฺตวิฺาณกิจฺจาภาวโต เนว วิฺาณํ, สพฺพโส อวิฺาณํ น โหตีติ นาวิฺาณํ, ตสฺมา ปริปฺผุฏวิฺาณกิจฺจวนฺตีสุ วิฺาณฏฺิตีสุ อวตฺวา.

๑๒๘. ตฺจ วิฺาณฏฺิตินฺติ ปมํ วิฺาณฏฺิตึ. เหฏฺา วุตฺตนเยน สรูปโต, มนุสฺสาทิวิภาคโต, สงฺเขปโต, ‘‘นามฺจ รูปฺจา’’ติ เภทโต ปชานาติ. ตสฺสา สมุทยฺจาติ ตสฺสา ปมาย วิฺาณฏฺิติยา ปฺจวีสติวิธํ สมุทยฺจ ปชานาติ. อตฺถงฺคเมปิ เอเสว นโย. อสฺสาเทตพฺพโต, อสฺสาทโต จ อสฺสาทํ. อยํ อนิจฺจาทิภาโว อาทีนโว. ฉนฺทราโค วินียติ เอเตน, เอตฺถ วาติ ฉนฺทราควินโย, สห มคฺเคน นิพฺพานํ. ฉนฺทราคปฺปหานนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. มานทิฏฺีนํ วเสนาหนฺติ วา, ตณฺหาวเสน มมนฺติ วา อภินนฺทนาปิ มานสฺส ปริตสฺสนา วิย ทฏฺพฺพา. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ เสเสสุ อฏฺสุปิ วาเรสุ. ตตฺถาติ อุปริ ตีสุ วิฺาณฏฺิตีสุ ทุติยายตเนสุ. ตตฺถ หิ รูปํ นตฺถิ. ปุน ตตฺถาติ ปมายตเน. ตตฺถ หิ เอโก รูปกฺขนฺโธว. เอตฺถาติ จ ตเมว สนฺธาย วุตฺตํ. ตตฺถ หิ รูปสฺส กมฺมสมุฏฺานตฺตา อาหารวเสน โยชนา น สมฺภวติ.

ยโต โขติ เอตฺถ โต-สทฺโท ทา-สทฺโท วิย กาลวจโน ‘‘ยโต โข, สาริปุตฺต, ภิกฺขุสงฺโฆ’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒๑) วิยาติ วุตฺตํ ‘‘ยทา โข’’ติ. อคฺคเหตฺวาติ กฺจิปิ สงฺขารํ ‘‘เอตํ มมา’’ติอาทินา อคฺคเหตฺวา. ปฺาวิมุตฺโตติ อฏฺนฺนํ วิโมกฺขานํ อนธิคตตฺตา สาติสยสฺส สมาธิพลสฺส อภาวโต ปฺาพเลเนว วิมุตฺโต. เตนาห ‘‘อฏฺ วิโมกฺเข อสจฺฉิกตฺวา ปฺาพเลเนวา’’ติอาทิ. อปฺปวตฺตินฺติ อายตึ อปฺปวตฺตึ กตฺวา. ปชานนฺโต วิมุตฺโตติ วา ปฺาวิมุตฺโต, ปมชฺฌานผสฺเสน วินา ปริชานนาทิปฺปกาเรหิ จตฺตาริ สจฺจานิ ชานนฺโต ปฏิวิชฺฌนฺโต เตสํ กิจฺจานํ มตฺถกปฺปตฺติยา นิฏฺิตกิจฺจตาย วิเสเสน มุตฺโตติ วิมุตฺโต. โส ปฺาวิมุตฺโต. สุกฺขวิปสฺสโกติ สมถภาวนาสิเนหาภาเวน สุกฺขา ลูขา, อสินิทฺธา วา วิปสฺสนา เอตสฺสาติ สุกฺขวิปสฺสโก. ตฺวาติ ปาทกกรณวเสน ตฺวา. อฺตรสฺมินฺติ จ อฺตรอฺตรสฺมึ, เอเกกสฺมินฺติ อตฺโถ. เอวฺหิสฺส ปฺจวิธตา สิยา. ‘‘น เหว โข อฏฺ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรตี’’ติ อิมินา สาติสยสฺส สมาธิพลสฺส อภาโว ทีปิโต. ‘‘ปฺาย จสฺส ทิสฺวา’’ติอาทินา สาติสยสฺส ปฺาพลสฺส ภาโว. ปฺาย จสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺตีติ น อาสวา ปฺาย ปสฺสนฺติ, ทสฺสนการณา ปน ปริกฺขีณา ‘‘ทิสฺวา ปริกฺขีณา’’ติ วุตฺตา. ทสฺสนายตฺตปริกฺขยตฺตา เอว หิ ทสฺสนํ อาสวานํ ขยสฺส ปุริมกิริยา โหติ.

อฏฺวิโมกฺขวณฺณนา

๑๒๙. เอกสฺส ภิกฺขุโนติ สตฺตสุ อริยปุคฺคเลสุ เอกสฺส ภิกฺขุโน. วิฺาณฏฺิติอาทินา ปริชานนาทิวสปฺป วตฺตนิคฺคมนฺจ ปฺาวิมุตฺตนามฺจ. อิตรสฺสาติ อุภโตภาควิมุตฺตสฺส. อิเม สนฺธาย หิ ปุพฺเพ ‘‘ทฺวินฺนํ ภิกฺขูน’’นฺติ วุตฺตํ. เกนฏฺเนาติ เกน สภาเวน. สภาโว หิ าเณน ยาถาวโต อรณียโต าตพฺพโต ‘‘อตฺโถ’’ติ วุจฺจติ, โส เอว ตฺถ-การสฺส ฏฺ-การํ กตฺวา ‘‘อฏฺโ’’ติ วุตฺโต. อธิมุจฺจนฏฺเนาติ อธิกํ สวิเสสํ มุจฺจนฏฺเน, เอเตน สติปิ สพฺพสฺสาปิ รูปาวจรชฺฌานสฺส วิกฺขมฺภนวเสน ปฏิปกฺขโต วิมุตฺตภาเว เยน ภาวนาวิเสเสน ตํ ฌานํ สาติสยํ ปฏิปกฺขโต วิมุจฺจิตฺวา ปวตฺตติ, โส ภาวนาวิเสโส ทีปิโต. ภวติ หิ สมานชาติยุตฺโตปิ ภาวนาวิเสเสน ปวตฺติอาการวิเสโส, ยถา ตํ สทฺธาวิมุตฺตตา ทิฏฺิปฺปตฺตสฺส. ตถา ปจฺจนีกธมฺเมหิ สุฏฺุ วิมุตฺตตาย, เอวํ อนิคฺคหิตภาเวน นิราสงฺกตาย อภิรติวเสน สุฏฺุ อธิมุจฺจนฏฺเนปิ วิโมกฺโข. เตนาห ‘‘อารมฺมเณ จา’’ติอาทิ. อยํ ปนตฺโถติ อยํ อธิมุจฺจนฏฺโ ปจฺฉิเม วิโมกฺเข นิโรเธ นตฺถิ, เกวโล วิมุตฺตฏฺโ เอว ตตฺถ ลพฺภติ, ตํ สยเมว ปรโต วกฺขติ.

รูปีติ เยนายํ สสนฺตติปริยาปนฺเนน รูเปน สมนฺนาคโต, ตํ ยสฺส ฌานสฺส เหตุภาเวน วิสิฏฺํ รูปํ โหติ, เยน วิสิฏฺเน รูเปน ‘‘รูปี’’ติ วุจฺเจยฺย รูปี-สทฺทสฺส อติสยตฺถทีปนโต, ตเทว สสนฺตติปริยาปนฺนรูปวเสน ปฏิลทฺธํ ฌานํ อิธ ปรมตฺถโต รูปีภาวสาธกนฺติ ทฏฺพฺพํ. เตนาห ‘‘อชฺฌตฺต’’นฺติอาทิ. รูปชฺฌานํ รูปํ อุตฺตรปทโลเปน. รูปานีติ ปเนตฺถ ปุริมปทโลโป ทฏฺพฺโพ. เตน วุตฺตํ ‘‘นีลกสิณาทิรูปานี’’ติ. รูเป กสิณรูเป สฺา รูปสฺา, สา เอตสฺส อตฺถีติ รูปสฺี, สฺาสีเสน ฌานํ วทติ. ตปฺปฏิกฺเขเปน อรูปสฺี. เตนาห ‘‘อชฺฌตฺตํ น รูปสฺี’’ติอาทิ.

‘‘อนฺโต อปฺปนายํ สุภนฺติ อาโภโค นตฺถี’’ติ อิมินา ปุพฺพาโภควเสน ตถา อธิมุตฺติ สิยาติ ทสฺเสติ. เอวฺเหตฺถ ตถาวตฺตพฺพตาปตฺติโจทนา สมตฺถิตา โหติ. ยสฺมา สุวิสุทฺเธสุ นีลาทีสุ วณฺณกสิเณสุ ตตฺถ กตาธิการานํ อภิรติวเสน สุฏฺุ อธิมุจฺจนฏฺโ สมฺภวติ, ตสฺมา อฏฺกถายํ ตถา ตติโย วิโมกฺโข สํวณฺณิโต, ยสฺมา ปน เมตฺตาวเสน ปวตฺตมานา ภาวนา สตฺเต อปฺปฏิกูลโต ทหนฺติ เตสุ ตโต อธิมุจฺจิตฺวาว ปวตฺตติ, ตสฺมา ปฏิสมฺภิทามคฺเค (ปฏิ. ม. ๒๑๒) ‘‘พฺรหฺมวิหารภาวนา สุภวิโมกฺโข’’ติ วุตฺตา, ตยิทํ อุภยมฺปิ เตน เตน ปริยาเยน วุตฺตตฺตา น วิรุชฺฌตีติ ทฏฺพฺพํ.

สพฺพโสติ อนวเสสโต. น หิ จตุนฺนํ อรูปกฺขนฺธานํ เอกเทโสปิ ตตฺถ อวสฺสิสฺสติ. วิสุทฺธตฺตาติ ยถาปริจฺฉินฺนกาเล นิโรธิตตฺตา. อุตฺตโม วิโมกฺโข นาม อริเยเหว สมาปชฺชิตพฺพโต, อริยผลปริโยสานตฺตา ทิฏฺเว ธมฺเม นิพฺพานปฺปตฺติภาวโต จ.

๑๓๐. อาทิโต ปฏฺายาติ ปมสมาปตฺติโต ปฏฺาย. ยาว ปริโยสานา สมาปตฺติ, ตาว. อฏฺตฺวาติ กตฺถจิ สมาปตฺติยํ อฏฺิโต เอว, นิรนฺตรเมว ปฏิปาฏิยา, อุปฺปฏิปาฏิยา จ สมาปชฺชเตวาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อิโต จิโต จ สฺจรณวเสน วุตฺต’’นฺติ. อิจฺฉติ สมาปชฺชิตุํ. ตตฺถ ‘‘สมาปชฺชติ ปวิสตี’’ติ สมาปตฺติสมงฺคีปุคฺคโล ตํ ตํ ปวิฏฺโ วิย โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ.

ทฺวีหิ ภาเคหิ วิมุตฺโตติ อรูปชฺฌาเนน วิกฺขมฺภนวิโมกฺเขน, มคฺเคน สมุจฺเฉทวิโมกฺเขนาติ ทฺวีหิ วิมุจฺจนภาเคหิ, อรูปสมาปตฺติยา รูปกายโต, มคฺเคน นามกายโตติ ทฺวีหิ วิมุจฺจิตพฺพภาเคหิ จ วิมุตฺโต. เตนาห ‘‘อรูปสมาปตฺติยา’’ติอาทิ. วิมุตฺโตติ หิ กิเลเสหิ วิมุตฺโต, วิมุจฺจนฺโต จ กิเลสานํ วิกฺขมฺภนสมุจฺฉินฺทเนหิ กายทฺวยโต วิมุตฺโตติ อยเมตฺถ อตฺโถ. คาถาย จ อากิฺจฺายตนลาภิโน อุปสิวพฺราหฺมณสฺส ภควตา ‘‘นามกายา วิมุตฺโต’’ติ อุภโตภาควิมุตฺโต มุนิ อกฺขาโต. ตตฺถ อตฺถํ ปเลตีติ อตฺถํ คจฺฉติ. น อุเปติ สงฺขนฺติ ‘‘อสุกํ นาม ทิสํ คโต’’ติ โวหารํ น คจฺฉติ. เอวํ มุนิ นามกายา วิมุตฺโตติ เอวํ อรูปํ อุปปนฺโน เสกฺขมุนิ ปกติยา ปุพฺเพว รูปกายา วิมุตฺโต, ตตฺถ จ จตุตฺถมคฺคํ นิพฺพตฺเตตฺวา นามกายสฺส ปริฺาตตฺตา ปุน นามกายาปิ วิมุตฺโต. อุภโตภาควิมุตฺโต ขีณาสโว หุตฺวา อนุปาทาย ปรินิพฺพานสงฺขาตํ อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขํ, ‘‘ขตฺติโย พฺราหฺมโณ’’ติ เอวํ อาทิกํ สมฺํ น คจฺฉตีติ อตฺโถ.

‘‘อฺตรโต วุฏฺายา’’ติ อิทํ กึ อากาสานฺจายตนาทีสุ อฺตรลาภีวเสน วุตฺตํ, อุทาหุ สพฺพารุปฺปลาภีวเสนาติ ยถิจฺฉสิ, ตถา โหตุ, ยทิ สพฺพารุปฺปลาภีวเสน วุตฺตํ, น โกจิ วิโรโธ. อถ ตตฺถ อฺตรลาภีวเสน วุตฺตํ, ‘‘ยโต โข, อานนฺท, ภิกฺขุ อิเม อฏฺ วิโมกฺเข อนุโลมมฺปิ สมาปชฺชตี’’ติอาทิวจเนน วิรุชฺเฌยฺยาติ? ยสฺมา อรูปาวจรชฺฌาเนสุ เอกสฺสาปิ ลาภี ‘‘อฏฺวิโมกฺขลาภี’’ ตฺเวว วุจฺจติ อฏฺวิโมกฺเข เอกเทสสฺสาปิ ตํนามทานสมตฺถตาสมฺภวโต. อยฺหิ อฏฺวิโมกฺขสมฺา สมุทาเย วิย ตเทกเทเสปิ นิรุฬฺหาปตฺติสมฺา วิยาติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อากาสานฺจายตนาทีสุ อฺตรโต วุฏฺายา’’ติ. ‘‘ปฺจวิโธ โหตี’’ติ วตฺวา ฉพฺพิธตํปิสฺส เกจิ ปริกปฺเปนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ, นิจฺฉิโตวายํ ปฺโห ปุพฺพาจริเยหีติ ทสฺเสตุํ ‘‘เกจิ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เกจีติ อุตฺตรวิหารวาสิโน, สารสมาสาจริยา จ. เต หิ ‘‘อุภโตภาควิมุตฺโตติ อุภยภาควิมุตฺโต สมาธิวิปสฺสนาโต’’ติ วตฺวา รูปาวจรสมาธินาปิ สมาธิปริปนฺถโต วิมุตฺตึ มฺนฺติ. เอวํ รูปชฺฌานภาเคน, อรูปชฺฌานภาเคน จ อุภโต วิมุตฺโตติ ปายสมาโน. ‘‘ตาทิสเมวา’’ติ อิมินา ยาทิสํ อรูปาวจรชฺฌานํ กิเลสวิกฺขมฺภเน, ตาทิสํ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานํ ปีติ อิมมตฺถํ อุลฺลงฺเคติ. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ.

อุภโตภาควิมุตฺตปฺโหติ อุภโตภาควิมุตฺตสฺส ฉพฺพิธตํ นิสฺสาย อุปฺปนฺนปฺโห. วณฺณนํ นิสฺสายาติ ตสฺส ปทสฺส อตฺถวจนํ นิสฺสาย. จิเรนาติ เถรสฺส อปรภาเค จิเรน กาเลน. วินิจฺฉยนฺติ สํสยเฉทกํ สนฺนิฏฺานํ ปตฺโต. ตํ ปฺหนฺติ ตมตฺถํ. าตุํ อิจฺฉิโต หิ อตฺโถ ปฺโห. น เกนจิ สุตปุพฺพนฺติ เกนจิ กิฺจิ น สุตปุพฺพํ, อิทํ อตฺถชาตนฺติ อธิปฺปาโย. กิฺจาปิ อุเปกฺขาสหคตํ, กิฺจาปิ กิเลเส วิกฺขมฺเภตีติ ปจฺเจกํ กิฺจาปิ-สทฺโท โยเชตพฺโพ. สมุทาจรตีติ ปวตฺตติ. ตตฺถ การณมาห ‘‘อิเม หี’’ติอาทินา, เตน รูปาวจรภาวนโต อารุปฺปภาวนา สวิเสสํ กิเลเส วิกฺขมฺเภติ รูปวิราคภาวนาภาวโต, อุปริภาวนาภาวโต จาติ ทสฺเสตีติ. เอวฺจ กตฺวา อฏฺกถายํ อารุปฺปภาวนานิทฺเทเส ยํ วุตฺตํ ‘‘ตสฺเสวํ ตสฺมึ นิมิตฺเต ปุนปฺปุนํ จิตฺตํ จาเรนฺตสฺส นีวรณานิ วิกฺขมฺภนฺติ สติ สนฺติฏฺตี’’ติอาทิ, (วิสุทฺธิ. ๑.๒๘๑) ตํ สมตฺถตํ โหตีติ. อิทํ สุตฺตนฺติ ปุคฺคลปฺตฺติปามาห (ปุ. ป. นิทฺเทส ๒๗). สพฺพฺหิ พุทฺธวจนํ อตฺถสูจนาทิอตฺเถน สุตฺตนฺติ วุตฺโต วายมตฺโถ. ยํ ปน ตตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺา วุตฺตเมว. อฏฺนฺนํ วิโมกฺขานํ อนุโลมาทิโต สมาปชฺชเนน สาติสยํ สนฺตานสฺส อภิสงฺขตตฺตา, อฏฺมฺจ อุตฺตมํ วิโมกฺขํ ปทฏฺานํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อคฺคมคฺคาธิคเมน อุภโตภาควิมุจฺจนโต จ อิมาย อุภโตภาควิมุตฺติยา สพฺพเสฏฺตา เวทิตาติ ทฏฺพฺพา.

มหานิทานสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.

๓. มหาปรินิพฺพานสุตฺตวณฺณนา

๑๓๑. ปูชนียภาวโต, พุทฺธสมฺปทฺจ ปหาย ปวตฺตตา มหนฺตฺจ ตํ ปรินิพฺพานฺจาติ มหาปรินิพฺพานํ; สวาสนปฺปหานโต มหนฺตํ กิเลสกฺขยํ นิสฺสาย ปวตฺตํ ปรินิพฺพานนฺติปิ มหาปรินิพฺพานํ; มหตา กาเลน มหตา วา คุณราสินา สาธิตํ ปรินิพฺพานนฺติปิ มหาปรินิพฺพานํ; มหนฺตภาวาย, ธาตูนํ พหุภาวาย ปรินิพฺพานนฺติปิ มหาปรินิพฺพานํ; มหโต โลกโต นิสฺสฏํ ปรินิพฺพานนฺติปิ มหาปรินิพฺพานํ; สพฺพโลกาสาธารณตฺตา พุทฺธานํ สีลาทิคุเณหิ มหโต พุทฺธสฺส ภควโต ปรินิพฺพานนฺติปิ มหาปรินิพฺพานํ; มหติ สาสเน ปติฏฺิเต ปรินิพฺพานนฺติปิ มหาปรินิพฺพานนฺติ พุทฺธสฺส ภควโต ปรินิพฺพานํ วุจฺจติ, ตปฺปฏิสํยุตฺตํ สุตฺตํ มหาปรินิพฺพานสุตฺตํ. คิชฺฌา เอตฺถ วสนฺตีติ คิชฺฌํ, คิชฺฌํ กูฏํ เอตสฺสาติ คิชฺฌกูโฏ, คิชฺฌํ วิย วา คิชฺฌํ, กูฏํ, ตํ เอตสฺสาติ คิชฺฌกูโฏ, ปพฺพโต, ตสฺมึ คิชฺฌกูเฏ. เตนาห ‘‘คิชฺฌา’’ติอาทิ. อภิยาตุกาโมติ เอตฺถ อภิ-สทฺโท อภิภวนตฺโถ, ‘‘อภิวิชานาตู’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๒๔๔; ๓.๘๕; ม. นิ. ๓.๒๕๖) วิยาติ อาห ‘‘อภิภวนตฺถาย ยาตุกาโม’’ติ. วชฺชิราชาโนติ ‘‘วชฺเชตพฺพา อิเม’’ติอาทิโต ปวตฺตํ วจนํ อุปาทาย ‘‘วชฺชี’’ติ ลทฺธนามา ราชาโน, วชฺชีรฏฺสฺส วา ราชาโน วชฺชิราชาโน. วชฺชิรฏฺสฺส ปน วชฺชิสมฺา ตนฺนิวาสิราชกุมารวเสน เวทิตพฺพา. ราชิทฺธิยาติ ราชภาวานุคเตน สภาเวน. โส ปน สภาโว เนสํ คณราชูนํ มิโถ สามคฺคิยา โลเก ปากโฏ, จิรฏฺายี จ อโหสีติ ‘‘สมคฺคภาวํ กเถสี’’ติ วุตฺตํ. อนุ อนุ ตํสมงฺคิโน ภาเวติ วฑฺเฒตีติ อนุภาโว, อนุภาโว เอว อานุภาโว, ปตาโป, โส ปน เนสํ ปตาโป หตฺถิอสฺสาทิวาหนสมฺปตฺติยา, ตตฺถ จ สุสิกฺขิตภาเวน โลเก ปากโฏ ชาโตติ ‘‘เอเตน…เป… กเถสี’’ติ วุตฺตํ. ตาฬจฺฉิคฺคเลนาติ กุฺจิกาฉิทฺเทน. อสนนฺติ สรํ. อติปาตยิสฺสนฺตีติ อติกฺกาเมนฺติ. โปงฺขานุโปงฺขนฺติ โปงฺขสฺส อนุโปงฺขํ, ปุริมสรสฺส โปงฺขปทานุคตโปงฺขํ อิตรํ สรํ กตฺวาติ อตฺโถ. อวิราธิตนฺติ อวิรชฺฌิตํ. อุจฺฉินฺทิสฺสามีติ อุมฺมูลนวเสน กุลสนฺตตึ ฉินฺทิสฺสามิ. อยนํ วฑฺฒนํ อโย, ตปฺปฏิกฺเขเปน อนโยติ อาห ‘‘อวฑฺฒิยา เอตํ นาม’’นฺติ. วิกฺขิปตีติ วิทูรโต ขิปติ, อปเนตีติ อตฺโถ.

คงฺคายนฺติ คงฺคาสมีเป. ปฏฺฏนคามนฺติ สกฏปฏฺฏนคามํ. อาณาติ อาณา วตฺตติ. อฑฺฒโยชนนฺติ จ ตสฺมึ ปฏฺฏเน อฑฺฒโยชนฏฺานวาสิโน สนฺธาย วุตฺตํ. ตตฺราติ ตสฺมึ ปฏฺฏเน. พลวาฆาตชาโตติ อุปฺปนฺนพลวโกโธ.

เมติ มยฺหํ. คเตนาติ คมเนน.

ราชอปริหานิยธมฺมวณฺณนา

๑๓๔. สีตํ วา อุณฺหํ วา นตฺถิ, ตายํ เวลายํ ปุฺานุภาเวน พุทฺธานํ สพฺพกาลํ สมสีตุณฺหาว อุตุ โหติ, ตํ สนฺธาย ตถา วุตฺตํ. อภิณฺหํ สนฺนิปาตาติ นิจฺจสนฺนิปาตา, ตํ ปน นิจฺจสนฺนิปาตตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ทิวสสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สนฺนิปาตพหุลาติ ปจุรสนฺนิปาตา. โวสานนฺติ สงฺโกจํ. ‘‘ยาวกีว’’นฺติ เอกเมเวตํ ปทํ อนิยมโต ปริมาณวาจี, กาโล เจตฺถ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ยตฺตกํ กาล’’นฺติ. ‘‘วุทฺธิเยวา’’ติอาทินา วุตฺตมตฺถํ พฺยติเรกมุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘อภิณฺหํ อสนฺนิปตนฺตา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อากุลาติ ขุภิตา, น ปสนฺนา. ภิชฺชิตฺวาติ วคฺคพนฺธโต วิภชฺช วิสุํ วิสุํ หุตฺวา.

สนฺนิปาตเภริยาติ สนฺนิปาตาโรจนเภริยา. อฑฺฒภุตฺตา วาติ สามิภุตฺตา จ. โอสีทมาเนติ หายมาเน.

ปุพฺเพ อกตนฺติ ปุพฺเพ อนิพฺพตฺตํ. สุงฺกนฺติ ภณฺฑํ คเหตฺวา คจฺฉนฺเตหิ ปพฺพตขณฺฑ นทีติตฺถคามทฺวาราทีสุ ราชปุริสานํ ทาตพฺพภาคํ. พลินฺติ นิปฺผนฺนสสฺสาทิโต ฉภาคํ, สตฺตภาคนฺติอาทินา ลทฺธกรํ. ทณฺฑนฺติ ทสวีสติกหาปณาทิกํ อปราธานุรูปํ คเหตพฺพธนทณฺฑํ. วชฺชิธมฺมนฺติ วชฺชิราชธมฺมํ. อิทานิ อปฺตฺตปฺาปนาทีสุ ตปฺปฏิกฺเขป อาทีนวานิสํเส วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘เตสํ อปฺตฺต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ปาริจริยกฺขมาติ อุปฏฺานกฺขมา.

กุลโภคอิสฺสริยาทิวเสน มหตี มตฺตา ปมาณํ เอเตสนฺติ มหามตฺตา, นีติสตฺถวิหิเต วินิจฺฉเย ปิตา มหามตฺตา วินิจฺฉยมหามตฺตา, เตสํ. เทนฺตีติ นิยฺยาเตนฺติ. สเจ โจโรติ เอวํสฺิโน สเจ โหนฺติ. ปาปภีรุตาย อตฺตนา กิฺจิ อวตฺวา. ทณฺฑนีติสฺิเต โวหาเร นิยุตฺตาติ โวหาริกา, เย ‘‘ธมฺมฏฺา’’ติ วุจฺจนฺติ. สุตฺตธรา นีติสุตฺตธรา, อีทิเส โวหารวินิจฺฉเย นิยเมตฺวา ปิตา. ปรมฺปราภเตสุ อฏฺสุ กุเลสุ ชาตา อคติคมนวิรตา อฏฺมหลฺลกปุริสา อฏฺกุลิกา.

สกฺการนฺติ อุปการํ. ครุภาวํ ปจฺจุปฏฺเปตฺวาติ ‘‘อิเม อมฺหากํ ครุโน’’ติ ตตฺถ ครุภาวํ ปติ ปติ อุปฏฺเปตฺวา. มาเนนฺตีติ สมฺมาเนนฺติ, ตํ ปน สมฺมานนํ เตสุ เนสํ อตฺตมนตาปุพฺพกนฺติ อาห ‘‘มเนน ปิยายนฺตี’’ติ. นิปจฺจการนฺติ ปณิปาตํ. ทสฺเสนฺตีติ ‘‘อิเม อมฺหากํ ปิตามหา, มาตามหา’’ติอาทินา นีจจิตฺตา หุตฺวา ครุจิตฺตาการํ ทสฺเสนฺติ. สนฺธาเรตุนฺติ สมฺพนฺธํ อวิจฺฉินฺนํ กตฺวา ฆเฏตุํ.

ปสยฺหาการสฺสาติ พลกฺการสฺส. กามํ วุทฺธิยา ปูชนียตาย ‘‘วุทฺธิหานิโย’’ติ วุตฺตํ, อตฺโถ ปน วุตฺตานุกฺกเมเนว โยเชตพฺโพ, ปาฬิยํ วา ยสฺมา ‘‘วุทฺธิเยว ปาฏิกงฺขา, โน ปริหานี’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ตทนุกฺกเมน ‘‘วุทฺธิหานิโย’’ติ วุตฺตํ.

วิปจฺจิตุํ อลทฺโธกาเส ปาปกมฺเม, ตสฺส กมฺมสฺส วิปาเก วา อนวสโรว เทวโตปสคฺโค, ตสฺมึ ปน ลทฺโธกาเส สิยา เทวโตปสคฺคสฺส อวสโรติ อาห ‘‘อนุปฺปนฺนํ…เป… วฑฺเฒนฺตี’’ติ. เอเตเนว อนุปฺปนฺนํ สุขนฺติ เอตฺถาปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ‘‘พลกายสฺส ทิคุณติคุณตาทสฺสนํ, ปฏิภยภาวทสฺสน’’นฺติ เอวํ อาทินา เทวตานํ สงฺคามสีเส สหายตา เวทิตพฺพา.

อนิจฺฉิตนฺติ อนิฏฺํ. อาวรณโตติ นิเสธนโต. ยสฺส ธมฺมโต อนเปตา ธมฺมิยาติ อิธ ‘‘ธมฺมิกา’’ติ วุตฺตา. มิคสูกราทิฆาตาย สุนขาทีนํ กฑฺฒิตฺวา วนจรณํ วาโช, มิควา, ตตฺถ นิยุตฺตา, เต วา วาเชนฺติ เนนฺตีติ วาชิกา, มิควธจาริโน. จิตฺตปฺปวตฺตึ ปุจฺฉติ. กายิกวาจสิกปโยเคน หิ สา โลเก ปากฏา ปกาสภูตาติ.

๑๓๕. เทวายตนภาเวน จิตตฺตา, โลกสฺส จิตฺตีการฏฺานตฺตา จ เจติยํ อโหสิ.

กามํการวเสน กิฺจิปิ น กรณียาติ อกรณียา. กามํกาโร ปน หตฺถคตกรณวเสนาติ อาห ‘‘อคฺคเหตพฺพาติ อตฺโถ’’ติ. อภิมุขยุทฺเธนาติ อภิมุขํ อุชุกเมว สงฺคามกรเณน. อุปลาปนํ สามํ ทานฺจาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. เภโทปิ อิธ อุปาโย เอวาติ วุตฺตํ ‘‘อฺตฺร มิถุเภทายา’’ติ. ยุทฺธสฺส ปน อนุปายตา ปเคว ปกาสิตา. อิทนฺติ ‘‘อฺตฺร อุปลาปนาย, อฺตฺร มิถุเภทา’’ติ จ อิทํ วจนํ. กถาย นยํ ลภิตฺวาติ ‘‘ยาวกีวฺจ…เป… โน ปริหานี’’ติ อิมาย ภควโต กถาย นยํ อุปายํ ลภิตฺวา.

อนุกมฺปายาติ วชฺชิราเชสุ อนุคฺคเหน. อสฺสาติ ภควโต.

กถนฺติ วชฺชีหิ สทฺธึ กาตพฺพยุทฺธกถํ. อุชุํ กริสฺสามีติ ปฏิราชาโน อาเนตฺวา ปาการปริขานํ อฺถาภาวาปาทเนน อุชุภาวํ กริสฺสามิ.

ปติฏฺิตคุโณติ ปติฏฺิตาจริยคุโณ. อิสฺสรา สนฺนิปตนฺตุ, มยํ อนิสฺสรา, ตตฺถ คนฺตฺวา กึ กริสฺสามาติ ลิจฺฉวิโน น สนฺนิปตึสูติ โยชนา. สูรา สนฺนิปตนฺตูติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.

พลเภรินฺติ ยุทฺธาย พลกายสฺส อุฏฺานเภรึ.

ภิกฺขุอปริหานิยธมฺมวณฺณนา

๑๓๖. อปริหานาย หิตาติ อปริหานิยา, น ปริหายนฺติ เอเตหีติ วา อปริหานิยา, เต ปน ยสฺมา อปริหานิยา การกา นาม โหนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อปริหานิกเร’’ติ. ยสฺมา ปน เต ปริหานิกรานํ อุชุปฏิปกฺขภูตา, ตสฺมา อาห ‘‘วุทฺธิเหตุภูเต’’ติ. ยสฺมา ภควโต เทสนา อุปรูปริ าณาโลกํ ปสาเทนฺตี สตฺตานํ หทยนฺธการํ วิธมติ, ปกาเสตพฺเพ จ อตฺเถ หตฺถตเล อามลกํ วิย สุฏฺุตรํ ปากเฏ กตฺวา ทสฺเสติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘จนฺทสหสฺสํ…เป… กถยิสฺสามี’’ติ.

ยสฺมา ภควา ‘‘ตสฺส พฺราหฺมณสฺส สมฺมุขา วชฺชีนํ อภิณฺหสนฺนิปาตาทิปฏิปตฺตึ กเถนฺโตเยว อยํ อปริหานิยกถา อนิยฺยานิกา วฏฺฏนิสฺสิตา, มยฺหํ ปน สาสเน ตถารูปี กถา กเถตพฺพา, สา โหติ นิยฺยานิกา วิวฏฺฏนิสฺสิตา, ยาย สาสนํ มยฺหํ ปรินิพฺพานโต ปรมฺปิ อทฺธนิยํ อสฺส จิรฏฺิติก’’นฺติ จินฺเตสิ, ตสฺมา ภิกฺขู สนฺนิปาตาเปตฺวา เตสํ อปริหานิเย ธมฺเม เทเสนฺโต เตเนว นิยาเมน เทเสสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อิทํ วชฺชิสตฺตเก วุตฺตสทิสเมวา’’ติ. เอวํ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสนฺโต ‘‘อิธาปิ จา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘ตโต’’ติอาทิ ทิสาสุ อาคตสาสเน วุตฺตํ ตํ กถนํ. วิหารสีมา อากุลา ยสฺมา, ตสฺมา อุโปสถปวารณา ิตา.

โอลียมานโกติ ปาฬิโต, อตฺถโต จ วินสฺสมาโน. อุกฺขิปาเปนฺตาติ ปคุณภาวกรเณน, อตฺถสํวณฺณเนน จ ปคฺคณฺหนฺตา.

สาวตฺถิยํ ภิกฺขู วิย ปาจิตฺติยํ เทสาเปตพฺโพติ (ปารา. ๕๖๕ วิตฺถารวตฺถุ). วชฺชิปุตฺตกา วิย ทสวตฺถุทีปเนน (จูฬว. ๔๔๖ วิตฺถารวตฺถุ). ‘‘คิหิคตานีติ คิหิปฏิสํยุตฺตานี’’ติ วทนฺติ. คิหีสุ คตานิ, เตหิ าตานิ คิหิคตานิ. ธูมกาโล เอตสฺสาติ ธูมกาลิกํ จิตกธูมวูปสมโต ปรํ อปฺปวตฺตนโต.

ถิรภาวปฺปตฺตาติ สาสเน ถิรภาวํ อนิวตฺติตภาวํ อุปคตา. เถรการเกหีติ เถรภาวสาธเกหิ สีลาทิคุเณหิ อเสกฺขธมฺเมหิ. พหู รตฺติโยติ ปพฺพชิตา หุตฺวา พหู รตฺติโย ชานนฺติ. สีลาทิคุเณสุ ปติฏฺาปนเมว สาสเน ปริณายกตาติ อาห ‘‘ตีสุ สิกฺขาสุ ปวตฺเตนฺตี’’ติ.

โอวาทํ น เทนฺติ อภาชนภาวโต. ปเวณีกถนฺติ อาจริยปรมฺปราภตํ สมฺมาปฏิปตฺติทีปนํ ธมฺมกถํ. สารภูตํ ธมฺมปริยายนฺติ สมถวิปสฺสนามคฺคผลสมฺปาปเนน สารภูตํ โพชฺฌงฺคโกสลฺลอนุตฺตรสีตีภาวอธิจิตฺตสุตฺตาทิธมฺมตนฺตึ.

ปุนพฺภวทานํ ปุนพฺภโว อุตฺตรปทโลเปน. อิตเรติ เย น ปจฺจยวสิกา น อามิสจกฺขุกา, เต น คจฺฉนฺติ ตณฺหาย วสํ.

อารฺเกสูติ อรฺภาเคสุ อรฺปริยาปนฺเนสุ. นนุ ยตฺถ กตฺถจิปิ ตณฺหา สาวชฺชา เอวาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘คามนฺตเสนาสเนสุ หี’’ติอาทิ, เตน ‘‘อนุตฺตเรสุ วิโมกฺเขสุ ปิหํ อุปฏฺาปยโต’’ติ เอตฺถ วุตฺตสิเนหาทโย วิย อารฺเกสุ เสนาสเนสุ สาลยตา เสวิตพฺพปกฺขิยา เอวาติ ทสฺเสติ.

อตฺตนาวาติ สยเมว, เตน ปเรหิ อนุสฺสาหิตานํ สรเสเนว อนาคตานํ เปสลานํ ภิกฺขูนํ อาคมนํ, อาคตานฺจ ผาสุวิหารํ ปจฺจาสิสนฺตีติ ทสฺเสติ. อิมินา นีหาเรนาติ อิมาย ปฏิปตฺติยา. อคฺคหิตธมฺมคฺคหณนฺติ อคฺคหิตสฺส ปริยตฺติธมฺมสฺส อุคฺคหณํ. คหิตสชฺฌายกรณนฺติ อุคฺคหิตสฺส สุฏฺุ อตฺถจินฺตนํ. จินฺตนตฺโถ หิ สชฺฌายสทฺโท.

เอนฺตีติ อุปคจฺฉนฺติ. นิสีทนฺติ อาสนปฺาปนาทินา.

๑๓๗. อารมิตพฺพฏฺเน กมฺมํ อาราโม. กมฺเม รตา, น คนฺถธุเร, วาสธุเร วาติ กมฺมรตา, อนุยุตฺตาติ ตปฺปรภาเวน ปุนปฺปุนํ ปสุตา. อิติ กาตพฺพกมฺมนฺติ ตํ ตํ ภิกฺขูนํ กาตพฺพํ อุจฺจาวจกมฺมํ จีวรวิจารณาทิ. เตนาห ‘‘เสยฺยถิท’’นฺติอาทิ. อุปตฺถมฺภนนฺติ ทุปฏฺฏติปฏฺฏาทิกรณํ. ตฺหิ ปมปฏลาทีนํ อุปตฺถมฺภนการณตฺตา ตถา วุตฺตํ. ยทิ เอวํ กถํ อยํ กมฺมรามตา ปฏิกฺขิตฺตาติ อาห ‘‘เอกจฺโจ หี’’ติอาทิ.

กโรนฺโต เยวาติ ยถาวุตฺตติรจฺฉานกถํ กเถนฺโตเยว. อติรจฺฉานกถาภาเวปิ ตสฺส ตตฺถ ตปฺปรภาวทสฺสนตฺถํ อวธารณวจนํ. ปริยนฺตการีติ สปริยนฺตํ กตฺวา วตฺตา. ‘‘ปริยนฺตวตึ วาจํ ภาสิตา’’ติ (ที. นิ. ๑.๙, ๑๙๔) หิ วุตฺตํ. อปฺปภสฺโส วาติ ปริมิตกโถเยว เอกนฺเตน กเถตพฺพสฺเสว กถนโต. สมาปตฺติสมาปชฺชนํ อริโย ตุณฺหีภาโว.

นิทฺทายติเยวาติ นิทฺโทกฺกมเน อนาทีนวทสฺสี นิทฺทายติเยว. อิริยาปถปริวตฺตนาทินา น นํ วิโนเทติ.

เอวํ สํสฏฺโ วาติ วุตฺตนเยน คณสงฺคณิกาย สํสฏฺโ เอว วิหรติ.

ทุสฺสีลา ปาปิจฺฉา นามาติ สยํ นิสฺสีลา อสนฺตคุณสมฺภาวนิจฺฉาย สมนฺนาคตตฺตา ปาปา ลามกา อิจฺฉา เอเตสนฺติ ปาปิจฺฉา.

ปาปปุคฺคเลหิ เมตฺติกรณโต ปาปมิตฺตา. เตหิ สทา สห ปวตฺตเนน ปาปสหายา. ตตฺถ นินฺนตาทินา ตทธิมุตฺตตาย ปาปสมฺปวงฺกา.

๑๓๘. สทฺธา เอเตสํ อตฺถีติ สทฺธาติ อาห ‘‘สทฺธาสมฺปนฺนา’’ติ. อาคมนียปฏิปทาย อาคตสทฺธา อาคมนียสทฺธา, สา สาติสยา มหาโพธิสตฺตานํ ปโรปเทเสน วินา สทฺเธยฺยวตฺถุํ อวิปรีตโต โอคาเหตฺวา อธิมุจฺจนโตติ อาห ‘‘สพฺพฺุโพธิสตฺตานํ โหตี’’ติ. สจฺจปฏิเวธโต อาคตสทฺธา อธิคมสทฺธา สุรพนฺธาทีนํ (ที. นิ. อฏฺ. ๓.๑๑๘; ธ. ป. อฏฺ. ๑.สุปฺปพุทฺธกุฏฺิวตฺถุ; อุทา. อฏฺ. ๔๓) วิย. ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา’’ติอาทินา พุทฺธาทีสุ อุปฺปชฺชนกปสาโท ปสาทสทฺธา มหากปฺปินราชาทีนํ (อ. นิ. อฏฺ. ๑.๑.๒๓๑; ธ. ป. อฏฺ. ๑.มหากปฺปินตฺเถรวตฺถุ; เถรคา. อฏฺ. ๒.มหากปฺปินตฺเถรคาถาวณฺณนา, วิตฺถาโร) วิย. ‘‘เอวเมต’’นฺติ โอกฺกนฺติตฺวา ปกฺขนฺทิตฺวา สทฺทหนวเสน กปฺปนํ โอกปฺปนํ. ทุวิธาปีติ ปสาทสทฺธาปิ โอกปฺปนสทฺธาปิ. ตตฺถ ปสาทสทฺธา อปรเนยฺยรูปา โหติ สวนมตฺเตน ปสีทนโต. โอกปฺปนสทฺธา สทฺเธยฺยวตฺถุํ โอคาเหตฺวา อนุปวิสิตฺวา ‘‘เอวเมต’’นฺติ ปจฺจกฺขํ กโรนฺตี วิย ปวตฺตติ. เตนาห ‘‘สทฺธาธิมุตฺโต วกฺกลิตฺเถรสทิโส โหตี’’ติ. ตสฺส หีติ โอกปฺปนสทฺธาย สมนฺนาคตสฺส. หิรี เอตสฺส อตฺถีติ หิริ, หิริ มโน เอเตสนฺติ หิริมนาติ อาห ‘‘ปาป…เป… จิตฺตา’’ติ. ปาปโต โอตฺตปฺเปนฺติ อุพฺพิชฺชนฺติ ภายนฺตีติ โอตฺตปฺปี.

พหุ สุตํ สุตฺตเคยฺยาทิ เอเตนาติ พหุสฺสุโต, สุตคฺคหณํ เจตฺถ นิทสฺสนมตฺตํ ธารณปริจยปริปุจฺฉานุเปกฺขนทิฏฺินิชฺฌานานํ เปตฺถ อิจฺฉิตพฺพตฺตา. สวนมูลกตฺตา วา เตสมฺปิ ตคฺคหเณเนว คหณํ ทฏฺพฺพํ. อตฺถกาเมน ปริยาปุณิตพฺพโต, ทิฏฺธมฺมิกาทิปุริสตฺถสิทฺธิยา ปริยตฺตภาวโต จ ปริยตฺติ, ตีณิ ปิฏกานิ. สจฺจปฺปฏิเวโธ สจฺจานํ ปฏิวิชฺฌนํ. ตทปิ พาหุสจฺจํ ยถาวุตฺตพาหุสจฺจกิจฺจนิปฺผตฺติโต. ปริยตฺติ อธิปฺเปตา สจฺจปฏิเวธาวเหน พาหุสจฺเจน พหุสฺสุตภาวสฺส อิธ อิจฺฉิตตฺตา. โสติ ปริยตฺติพหุสฺสุโต. จตุพฺพิโธ โหติ ปฺจมสฺส ปการสฺส อภาวโต. สพฺพตฺถกพหุสฺสุโตติ นิสฺสยมุจฺจนกพหุสฺสุตาทโย วิย ปเทสิโก อหุตฺวา ปิฏกตฺตเย สพฺพตฺถกเมว พาหุสจฺจสพฺภาวโต สพฺพสฺส อตฺถสฺส กายนโต กถนโต สพฺพตฺถกพหุสฺสุโต. เต อิธ อธิปฺเปตา ปฏิปตฺติปฏิเวธสทฺธมฺมานํ มูลภูเต ปริยตฺติสทฺธมฺเม สุปฺปติฏฺิตภาวโต.

อารทฺธนฺติ ปคฺคหิตํ. ตํ ปน ทุวิธมฺปิ วีริยารมฺภวิภาเคน ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เอกกาติ เอกากิโน, วูปกฏฺวิหาริโนติ อตฺโถ.

ปุจฺฉิตฺวาติ ปรโต ปุจฺฉิตฺวา. สมฺปฏิจฺฉาเปตุนฺติ ‘‘ตฺวํ อสุกนาโม’’ติ วตฺวา เตหิ ‘‘อามา’’ติ ปฏิชานาเปตุนฺติ อตฺโถ. เอวํ จิรกตาทิอนุสฺสรณสมตฺถสติเนปกฺกานํ อปฺปกสิเรเนว สติสมฺโพชฺฌงฺคภาวนาปาริปูรึ คจฺฉตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘เอวรูเป ภิกฺขู สนฺธายา’’ติ วุตฺตํ. เตเนวาห ‘‘อปิจา’’ติอาทิ.

๑๓๙. พุชฺฌติ เอตายาติ ‘‘โพธี’’ติ ลทฺธนามาย สมฺมาทิฏฺิอาทิธมฺมสามคฺคิยา องฺโคติ โพชฺฌงฺโค, ปสตฺโถ, สุนฺทโร วา โพชฺฌงฺโค สมฺโพชฺฌงฺโค. อุปฏฺานลกฺขโณติ กายเวทนาจิตฺตธมฺมานํ อสุภทุกฺขานิจฺจานตฺตภาวสลฺลกฺขณสงฺขาตํ อารมฺมเณ อุปฏฺานํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ อุปฏฺานลกฺขโณ. จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ ปีฬนาทิปฺปการโต วิจโย อุปปริกฺขา ลกฺขณํ เอตสฺสาติ ปวิจยลกฺขโณ. อนุปฺปนฺนา กุสลานุปฺปาทนาทิวเสน จิตฺตสฺส ปคฺคโห ปคฺคณฺหนํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ ปคฺคหลกฺขโณ. ผรณํ วิปฺผาริกตา ลกฺขณํ เอตสฺสาติ ผรณลกฺขโณ. อุปสโม กายจิตฺตปริฬาหานํ วูปสมนํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ อุปสมลกฺขโณ. อวิกฺเขโป วิกฺเขปวิทฺธํสนํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ อวิกฺเขปลกฺขโณ. ลีนุทฺธจฺจรหิเต อธิจิตฺเต ปวตฺตมาเน ปคฺคหนิคฺคหสมฺปหํสเนสุ อพฺยาวฏตฺตา อชฺฌุเปกฺขนํ ปฏิสงฺขานํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ ปฏิสงฺขานลกฺขโณ.

จตูหิ การเณหีติ สติสมฺปชฺํ, มุฏฺสฺสติปุคฺคลปริวชฺชนา, อุปฏฺิตสฺสติปุคฺคลเสวนา, ตทธิมุตฺตตาติ อิเมหิ จตูหิ การเณหิ. ฉหิ การเณหีติ ปริปุจฺฉกตา, วตฺถุวิสทกิริยา, อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนา, ทุปฺปฺปุคฺคลปริวชฺชนา, ปฺวนฺตปุคฺคลเสวนา, ตทธิมุตฺตตาติ อิเมหิ ฉหิ การเณหิ. มหาสติปฏฺานวณฺณนายํ ปน ‘‘สตฺตหิ การเณหี’’ (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๓๘๕; ม. นิ. อฏฺ. ๑.๑๑๘) วกฺขติ, ตํ คมฺภีราณจริยาปจฺจเวกฺขณาติ อิมํ การณํ ปกฺขิปิตฺวา เวทิตพฺพํ. นวหิ การเณหีติ อปายภยปจฺจเวกฺขณา, คมนวีถิปจฺจเวกฺขณา, ปิณฺฑปาตสฺส อปจายนตา, ทายชฺชมหตฺตปจฺจเวกฺขณา, สตฺถุมหตฺตปจฺจเวกฺขณา, สพฺรหฺมจารีมหตฺตปจฺจเวกฺขณา, กุสีตปุคฺคลปริวชฺชนา, อารทฺธวีริยปุคฺคลเสวนา, ตทธิมุตฺตตาติ อิเมหิ นวหิ การเณหิ. มหาสติปฏฺานวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๓๘๕; ม. นิ. อฏฺ. ๑.๑๑๘) ปน อานิสํสทสฺสาวิตา, ชาติมหตฺตปจฺจเวกฺขณาติ อิเมหิ สทฺธึ ‘‘เอกาทสา’’ติ วกฺขติ. ทสหิ การเณหีติ พุทฺธานุสฺสติ, ธมฺมานุสฺสติ, สงฺฆสีลจาคเทวตาอุปสมานุสฺสติ, ลูขปุคฺคลปริวชฺชนา, สินิทฺธปุคฺคลเสวนา, ตทธิมุตฺตตาติ อิเมหิ ทสหิ. มหาสติปฏฺานวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๓๘๕; ม. นิ. อฏฺ. ๑.๑๑๘) ปน ปสาทนิยสุตฺตนฺตปจฺจเวกฺขณาย สทฺธึ ‘‘เอกาทสา’’ติ วกฺขติ. สตฺตหิ การเณหีติ ปณีตโภชนเสวนตา, อุตุสุขเสวนตา, อิริยาปถสุขเสวนตา, มชฺฌตฺตปโยคตา, สารทฺธกายปุคฺคลปริวชฺชนตา, ปสฺสทฺธกายปุคฺคลเสวนตา, ตทธิมุตฺตตาติ อิเมหิ สตฺตหิ. ทสหิ การเณหีติ วตฺถุวิสทกิริยา, อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนา, นิมิตฺตกุสลตา, สมเย จิตฺตสฺส ปคฺคหณํ, สมเย จิตฺตสฺส นิคฺคหณํ, สมเย จิตฺตสฺส สมฺปหํสนํ, สมเย จิตฺตสฺส อชฺฌุเปกฺขนํ, อสมาหิตปุคฺคลปริวชฺชนํ, สมาหิตปุคฺคลเสวนํ, ตทธิมุตฺตตาติ อิเมหิ ทสหิ การเณหิ. มหาสติปฏฺานวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๓๘๕; ม. นิ. อฏฺ. ๑.๑๑๘) ปน ‘‘ฌานวิโมกฺขปจฺจเวกฺขณา’’ติ อิมินา สทฺธึ ‘‘เอกาทสหี’’ติ วกฺขติ. ปฺจหิ การเณหีติ สตฺตมชฺฌตฺตตา, สงฺขารมชฺฌตฺตตา, สตฺตสงฺขารเกลายนปุคฺคลปริวชฺชนา, สตฺตสงฺขารมชฺฌตฺตปุคฺคลเสวนา, ตทธิมุตฺตตาติ อิเมหิ ปฺจหิ การเณหิ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ มหาสติปฏฺานวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๓๘๕; ม. นิ. อฏฺ. ๑.๑๑๘) อาคมิสฺสติ. กามํ โพธิปกฺขิยธมฺมา นาม นิปฺปริยายโต อริยมคฺคสมฺปยุตฺตา เอว นิยฺยานิกภาวโต. สุตฺตนฺตเทสนา นาม ปริยายกถาติ ‘‘อิมินา วิปสฺสนา…เป… กเถสี’’ติ วุตฺตํ.

๑๔๐. เตภูมเก สงฺขาเร ‘‘อนิจฺจา’’ติ อนุปสฺสติ เอตายาติ อนิจฺจานุปสฺสนา, ตถา ปวตฺตา วิปสฺสนา, สา ปน ยสฺมา อตฺตนา สหคตสฺาย ภาวิตาย วิภาวิตา เอว โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อนิจฺจานุปสฺสนาย สทฺธึ อุปฺปนฺนสฺา’’ติ. สฺาสีเสน วายํ วิปสฺสนาย เอว นิทฺเทโส. อนตฺตสฺาทีสุปิ เอเสว นโย. โลกิยวิปสฺสนาปิ โหนฺติ, ยสฺมา ‘‘อนิจฺจ’’นฺติอาทินา ตา ปวตฺตนฺตีติ. โลกิยวิปสฺสนาปีติ ปิ-สทฺเทน มิสฺสกาเปตฺถ สนฺตีติ อตฺถโต อาปนฺนนฺติ อตฺถาปตฺติสิทฺธมตฺถํ นิทฺธาเรตฺวา สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘วิราโค’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อาคตวเสนาติ ตถา อาคตปาฬิวเสน ‘‘วิราโค นิโรโธ’’ติ หิ ตตฺถ นิพฺพานํ วุตฺตนฺติ อิธ ‘‘วิราคสฺา, นิโรธสฺา’’ติ วุตฺตสฺา นิพฺพานารมฺมณาปิ สิยุํ. เตน วุตฺตํ ‘‘ทฺเว โลกุตฺตราปิ โหนฺตี’’ติ.

๑๔๑. เมตฺตา เอตสฺส อตฺถีติ เมตฺตํ, จิตฺตํ. ตํสมุฏฺานํ กายกมฺมํ เมตฺตํ กายกมฺมํ. เอส นโย เสสทฺวเยปิ. อิมานิปิ เมตฺตากายกมฺมาทีนิ ภิกฺขูนํ วเสน อาคตานิ เตสํ เสฏฺปริสภาวโต. ยถา ปน ภิกฺขูสุปิ ลพฺภนฺติ, เอวํ คิหีสุปิ ลพฺภนฺติ จตุปริสสาธารณตฺตาติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภิกฺขูนฺหี’’ติอาทิมาห. กามํ อาทิพฺรหฺมจริยกธมฺมสฺสวเนนปิ เมตฺตากายกมฺมานิ ลพฺภนฺติ, นิปฺปริยายโต ปน จาริตฺตธมฺมสฺสวเนน อยมตฺโถ อิจฺฉิโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อาภิสมาจาริกธมฺมปูรณ’’นฺติ อาห. เตปิฏกมฺปิ พุทฺธวจนํ ปริปุจฺฉนอตฺถกถนวเสน ปวตฺติยมานํ หิตชฺฌาสเยน ปวตฺติตพฺพโต.

อาวีติ ปกาสํ, ปกาสภาโว เจตฺถ ยํ อุทฺทิสฺส ตํ กายกมฺมํ กรียติ, ตสฺส สมฺมุขภาวโตติ อาห ‘‘สมฺมุขา’’ติ. รโหติ อปฺปกาสํ, อปฺปกาสตา จ ยํ อุทฺทิสฺส ตํ กายกมฺมํ กรียติ, ตสฺส ปจฺจกฺขาภาวโตติ อาห ‘‘ปรมฺมุขา’’ติ. สหายภาวคมนํ เตสํ ปุรโต. อุภเยหีติ นวเกหิ, เถเรหิ จ.

ปคฺคยฺหาติ ปคฺคณฺหิตฺวา อุจฺจํ กตฺวา.

กามํ เมตฺตาสิเนหสินิทฺธานํ นยนานํ อุมฺมีลนา, ปสนฺเนน มุเขน โอโลกนฺจ เมตฺตํ กายกมฺมเมว, ยสฺส ปน จิตฺตสฺส วเสน นยนานํ เมตฺตาสิเนหสินิทฺธตา, มุขสฺส จ ปสนฺนตา, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘เมตฺตํ มโนกมฺมํ นามา’’ติ.

ลาภสทฺโท กมฺมสาธโน ‘‘ลาภาวต, ลาโภ ลทฺโธ’’ติอาทีสุ วิย, โส เจตฺถ ‘‘ธมฺมลทฺธา’’ติ วจนโต อตีตกาลิโกติ อาห ‘‘จีวราทโย ลทฺธปจฺจยา’’ติ. ธมฺมโต อาคตาติ ธมฺมิกา. เตนาห ‘‘ธมฺมลทฺธา’’ติ. อิมเมว หิ อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘กุหนาที’’ติอาทิ วุตฺตํ. จิตฺเตน วิภชนปุพฺพกํ กาเยน วิภชนนฺติ มูลเมว ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํ จิตฺเตน วิภชน’’นฺติ วุตฺตํ, เตน จิตฺตุปฺปาทมตฺเตนปิ ปฏิวิภาโค น กาตพฺโพติ ทสฺเสติ. อปฺปฏิวิภตฺตนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส, อปฺปฏิวิภตฺตํ วา ลาภํ ภุฺชตีติ กมฺมนิทฺเทโส เอว.

ตํ ตํ เนว คิหีนํ เทติ อตฺตโน อาชีวโสธนตฺถํ. น อตฺตนา ภุฺชตีติ อตฺตนาว น ปริภุฺชติ ‘‘มยฺหํ อสาธารณโภคิตา มา โหตู’’ติ. ‘‘ปฏิคฺคณฺหนฺโต จ…เป… ปสฺสตี’’ติ อิมินา ตสฺส ลาภสฺส ตีสุปิ กาเลสุ สาธารณโต ปนํ ทสฺสิตํ. ‘‘ปฏิคฺคณฺหนฺโต จ สงฺเฆน สาธารณํ โหตู’’ติ อิมินา ปฏิคฺคหณกาโล ทสฺสิโต, ‘‘คเหตฺวา…เป… ปสฺสตี’’ติ อิมินา ปฏิคฺคหิตกาโล, ตทุภยํ ปน ตาทิเสน ปุพฺพาโภเคน วินา น โหตีติ อตฺถสิทฺโธ ปุริมกาโล. ตยิทํ ปฏิคฺคหณโต ปุพฺเพ วสฺส โหติ ‘‘สงฺเฆน สาธารณํ โหตูติ ปฏิคฺคเหสฺสามี’’ติ. ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส โหติ ‘‘สงฺเฆน สาธารณํ โหตูติ ปฏิคฺคณฺหามี’’ติ. ปฏิคฺคเหตฺวา โหติ ‘‘สงฺเฆน สาธารณํ โหตูติ ปฏิคฺคหิตํ มยา’’ติ เอวํ ติลกฺขณสมฺปนฺนํ กตฺวา ลทฺธลาภํ โอสานลกฺขณํ อวิโกเปตฺวา ปริภุฺชนฺโต สาธารณโภคี, อปฺปฏิวิภตฺตโภคี จ โหติ.

อิมํ ปน สารณียธมฺมนฺติ อิมํ จตุตฺถํ สริตพฺพยุตฺตธมฺมํ. น หิ…เป… คณฺหนฺติ, ตสฺมา สาธารณโภคิตา เอว ทุสฺสีลสฺส นตฺถีติ อารมฺโภปิ ตาว น สมฺภวติ, กุโต ปูรณนฺติ อธิปฺปาโย. ‘‘ปริสุทฺธสีโล’’ติ อิมินา ลาภสฺส ธมฺมิกภาวํ ทสฺเสติ. ‘‘วตฺตํ อขณฺเฑนฺโต’’ติ อิมินา อปฺปฏิวิภตฺตโภคิตํ, สาธารณโภคิตฺจ ทสฺเสติ. สติ ปน ตทุภเย สารณียธมฺโม ปูริโต เอว โหตีติ อาห ‘‘ปูเรตี’’ติ. ‘‘โอทิสฺสกํ กตฺวา’’ติ เอเตน อโนทิสฺสกํ กตฺวา ปิตุโน, อาจริยุปชฺฌายาทีนํ วา เถราสนโต ปฏฺาย เทนฺตสฺส สารณียธมฺโมเยว โหตีติ. สารณียธมฺโม ปนสฺส น โหตีติ ปฏิชคฺคนฏฺาเน โอทิสฺสกํ กตฺวา ทินฺนตฺตา. เตนาห ‘‘ปลิโพธชคฺคนํ นาม โหตี’’ติอาทิ. ยทิ เอวํ สพฺเพน สพฺพํ สารณียธมฺมปูรกสฺส โอทิสฺสกทานํ น วฏฺฏตีติ? โน น วฏฺฏติ ยุตฺตฏฺาเนติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เตน ปนา’’ติอาทิมาห. คิลานาทีนํ โอทิสฺสกํ กตฺวา ทานํ อปฺปฏิวิภาคปกฺขิกํ ‘‘อสุกสฺส น ทสฺสามี’’ติ ปฏิกฺเขปสฺส อภาวโต. พฺยติเรกปฺปธาโน หิ ปฏิวิภาโค. เตนาห ‘‘อวเสส’’นฺติอาทิ. อทาตุมฺปีติ ปิ-สทฺเทน ทาตุมฺปิ วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ, ตฺจ โข กรุณายนวเสน, น วตฺตปูรณวเสน.

สุสิกฺขิตายาติ สารณียธมฺมปูรณวิธิมฺหิ สุฏฺุ สิกฺขิตาย, สุกุสลายาติ อตฺโถ. อิทานิ ตสฺสา โกสลฺลํ ทสฺเสตุํ ‘‘สุสิกฺขิตาย หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ทฺวาทสหิ วสฺเสหิ ปูรติ, น ตโต โอร’’นฺติ อิมินา ตสฺส ทุปฺปูรณํ ทสฺเสติ. ตถา หิ โส มหปฺผโล มหานิสํโส, ทิฏฺธมฺมิเกหิปิ ตาว ครุตเรหิ ผลานิสํเสหิ จ อนุคโต. ตํสมงฺคี จ ปุคฺคโล วิเสสลาภี อริยปุคฺคโล วิย โลเก อจฺฉริยพฺภุตธมฺมสมนฺนาคโต โหติ. ตถา หิ โส ทุปฺปชหํ ทานมยสฺส, สีลมยสฺส จ ปุฺสฺส ปฏิปกฺขธมฺมํ สุทูเร วิกฺขมฺภิตํ กตฺวา สุวิสุทฺเธน เจตสา โลเก ปากโฏ ปฺาโต หุตฺวา วิหรติ, ตสฺสิมมตฺถํ พฺยติเรกโต, อนฺวยโต จ วิภาเวตุํ ‘‘สเจ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตํ สุวิฺเยฺยเมว.

อิทานิ เย สมฺปรายิเก, ทิฏฺธมฺมิเก จ อานิสํเส ทสฺเสตุํ ‘‘เอว’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. เนว อิสฺสา, น มจฺฉริยํ โหติ จิรกาลภาวนาย วิธุตภาวโต. มนุสฺสานํ ปิโย โหติ ปริจฺจาคสีลตาย วิสุทฺธตฺตา. เตนาห ‘‘ททํ ปิโย โหติ ภชนฺติ นํ พหู’’ติอาทิ (อ. นิ. ๕.๓๔). สุลภปจฺจโย โหติ ทานวเสน อุฬารชฺฌาสยานํ ปจฺจยลาภสฺส อิธานิสํสภาวโต ทานสฺส. ปตฺตคตํ อสฺส ทิยฺยมานํ น ขียติ ปตฺตคตวเสน ทฺวาทสวสฺสิกสฺส มหาปตฺตสฺส อวิจฺเฉเทน ปูริตตฺตา. อคฺคภณฺฑํ ลภติ เทวสิกํ ทกฺขิเณยฺยานํ อคฺคโต ปฏฺาย ทานสฺส ทินฺนตฺตา. ภเยวา…เป… อาปชฺชนฺติ เทยฺยปฏิคฺคาหกวิกปฺปํ อกตฺวา อตฺตนิ นิรเปกฺขจิตฺเตน จิรกาลํ ทานปูรตาย ปสาทิตจิตฺตตฺตา.

ตตฺราติ เตสุ อานิสํเสสุ วิภาเวตพฺเพสุ. อิมานิ ตํ ทีปนานิ วตฺถูนิ การณานิ. อลภนฺตาปีติ อมหาปุฺตาย น ลาภิโน สมานาปิ. ภิกฺขาจารมคฺคสภาคนฺติ สภาคํ ตพฺภาคิยํ ภิกฺขาจารมคฺคํ ชานนฺติ.

อนุตฺตริมนุสฺสธมฺมตฺตา, เถรานํ สํสยวิโนทนตฺถฺจ ‘‘สารณียธมฺโม เม ภนฺเต ปูริโต’’ติ อาห. ตถา หิ ทุติยวตฺถุสฺมิมฺปิ เถเรน อตฺตา ปกาสิโต. มนุสฺสานํ ปิยตาย, สุลภปจฺจยตายปิ อิทํ วตฺถุเมว. ปตฺตคตาขียนสฺส ปน วิเสสํ วิภาวนโต ‘‘อิทํ ตาว…เป… เอตฺถ วตฺถุ’’นฺติ วุตฺตํ.

คิริภณฺฑมหาปูชายาติ เจติยคิริมฺหิ สกลลงฺกาทีเป, โยชนปฺปมาเณ สมุทฺเท จ นาวาสงฺฆาฏาทิเก เปตฺวา ทีปปุปฺผคนฺธาทีหิ กริยมานมหาปูชายํ. ปริยาเยนปีติ เลเสนปิ. อนุจฺฉวิกนฺติ สารณียธมฺมปูรณโตปิ อิทํ ยถาภูตปฺปเวทนํ ตุมฺหากํ อนุจฺฉวิกนฺติ อตฺโถ.

อนาโรเจตฺวาว ปลายึสุ โจรภเยน. ‘‘อตฺตโน ทุชฺชีวิกายา’’ติ จ วทนฺติ.

วฏฺฏิสฺสตีติ กปฺปิสฺสติ. เถรี สารณียธมฺมปูริกา อโหสิ, เถรสฺส ปน สีลเตเชเนว เทวตา อุสฺสุกฺกํ อาปชฺชิ.

นตฺถิ เอเตสํ ขณฺฑนฺติ อขณฺฑานิ. ตํ ปน เนสํ ขณฺฑํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุปสมฺปนฺนสีลานํ อุทฺเทสกฺกเมน อาทิ อนฺตา เวทิตพฺพา. เตนาห ‘‘สตฺตสู’’ติอาทิ. อนุปสมฺปนฺนสีลานํ ปน สมาทานกฺกเมนปิ อาทิ อนฺตา ลพฺภนฺติ. ปริยนฺเต ฉินฺนสาฏโก วิยาติ วตฺถนฺเต, ทสนฺเต วา ฉินฺนวตฺถํ วิย, วิสทิสูทาหรณํ เจตํ ‘‘อขณฺฑานี’’ติ อิมสฺส อธิคตตฺตา. เอวํ เสสานิปิ อุทาหรณานิ. ขณฺฑิตภินฺนตา ขณฺฑํ, ตํ เอตสฺส อตฺถีติ ขณฺฑํ, สีลํ. ‘‘ฉิทฺท’’นฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เวมชฺเฌ ภินฺนํ วินิวิชฺฌนวเสน วิสภาควณฺเณน คาวี วิยาติ สมฺพนฺโธ. สพลรหิตานิ อสพลานิ. ตถา อกมฺมาสานิ. สีลสฺส ตณฺหาทาสพฺยโต โมจนํ วิวฏฺฏูปนิสฺสยภาวาปาทนํ. ยสฺมา จ ตํสมงฺคีปุคฺคโล เสรี สยํวสี ภุชิสฺโส นาม โหติ, ตสฺมาปิ ภุชิสฺสานิ. เตเนวาห ‘‘ภุชิสฺสภาวการณโต ภุชิสฺสานี’’ติ. สุปริสุทฺธภาเวน ปาสํสตฺตา วิฺุปสตฺถานิ. อิมินาหํ สีเลน เทโว วา ภเวยฺยํ, เทวฺตโร วา, ตตฺถ ‘‘นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต’’ติ, ‘‘สีเลน สุทฺธี’’ติ จ เอวํ อาทินา ตณฺหาทิฏฺีหิ อปรามฏฺตฺตา. ‘‘อยํ เต สีเลสุ โทโส’’ติ จตูสุปิ วิปตฺตีสุ ยาย กายจิ วิปตฺติยา ทสฺสเนน ปรามฏฺุํ อนุทฺธํเสตุํ. สมาธิสํวตฺตนปฺปโยชนานิ สมาธิสํวตฺตนิกานิ.

สมานภาวูปคตสีลาติ สีลสมฺปตฺติยา สมานภาวํ อุปคตสีลา สภาควุตฺติกา. กามํ ปุถุชฺชนานฺจ จตุปาริสุทฺธิสีเล นานตฺตํ น สิยา, ตํ ปน น เอกนฺติกํ, อิทํ เอกนฺติกํ นิยตภาวโตติ อาห ‘‘นตฺถิ มคฺคสีเล นานตฺต’’นฺติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตนฺติ มคฺคสีลํ สนฺธาย เอตํ ‘‘ยานิ ตานิ สีลานี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ยายนฺติ ยา อยํ มยฺหฺเจว ตุมฺหากฺจ ปจฺจกฺขภูตา. ทิฏฺีติ มคฺคสมฺมาทิฏฺิ. นิทฺโทสาติ นิธุตโทสา, สมุจฺฉินฺนราคาทิปาปธมฺมาติ อตฺโถ. นิยฺยาตีติ วฏฺฏทุกฺขโต นิสฺสรติ นิคจฺฉติ. สยํ นิยฺยนฺตสฺเสว หิ ‘‘ตํสมงฺคีปุคฺคลํ วฏฺฏทุกฺขโต นิยฺยาเปตี’’ติ วุจฺจติ. ยา สตฺถุ อนุสิฏฺิ, ตํ กโรตีติ ตกฺกโร, ตสฺส, ยถานุสิฏฺํ ปฏิปชฺชนกสฺสาติ อตฺโถ. สมานทิฏฺิภาวนฺติ สทิสทิฏฺิภาวํ สจฺจสมฺปฏิเวเธน อภินฺนทิฏฺิภาวํ. วุทฺธิเยวาติ อริยวินเย คุเณหิ วุฑฺฒิเยว, โน ปริหานีติ อยํ อปริหานิยธมฺมเทสนา อตฺตโนปิ สาสนสฺส อทฺธนิยตํ อากงฺขนฺเตน ภควตา อิธ เทสิตา.

๑๔๒. อาสนฺนปรินิพฺพานตฺตาติ กติปยมาสาธิเกน สํวจฺฉรมตฺเตน ปรินิพฺพานํ ภวิสฺสตีติ กตฺวา วุตฺตํ. เอตํเยวาติ ‘‘อิติ สีล’’นฺติอาทิกํเยว อิติ สีลนฺติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท ปการตฺโถ, ปริมาณตฺโถ จ เอกชฺฌํ กตฺวา คหิโตติ อาห ‘‘เอวํ สีลํ เอตฺตกํ สีล’’นฺติ. เอวํ สีลนฺติ เอวํ ปเภทํ สีลํ. เอตฺตกนฺติ เอตํ ปรมํ, น อิโต ภิยฺโย. จตุปาริสุทฺธิสีลนฺติ มคฺคสฺส สมฺภารภูตํ โลกิยจตุปาริสุทฺธิสีลํ. จิตฺเตกคฺคตา สมาธีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ยสฺมึ สีเล ตฺวาติ ยสฺมึ โลกุตฺตรกุสลสฺส ปทฏฺานภูเต ‘‘ปุพฺเพว โข ปนสฺส กายกมฺมํ วจีกมฺมํ อาชีโว สุปริสุทฺโธ โหตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๔๓๑; กถา. ๘๗๔) เอวํ วุตฺตสีเล ปติฏฺาย. เอโสติ มคฺคผลสมาธิ. ปริภาวิโตติ เตน สีเลน สพฺพโส ภาวิโต สมฺภาวิโต. มหปฺผโล โหติ มหานิสํโสติ มคฺคสมาธิ ตาว สามฺผเลหิ มหปฺผโล, วฏฺฏทุกฺขวูปสเมน มหานิสํโส. อิตโร ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหาเนน มหปฺผโล, นิพฺพุติสุขุปฺปตฺติยา มหานิสํโส. ยมฺหิ สมาธิมฺหิ ตฺวาติ ยสฺมึ โลกุตฺตรกุสลสฺส ปทฏฺานภูเต ปาทกชฺฌานสมาธิมฺหิ เจว วุฏฺานคามินิสมาธิมฺหิ จ ตฺวา. สาติ มคฺคผลปฺา. เตน ปริภาวิตาติ เตน ยถาวุตฺตสมาธินา สพฺพโส ภาวิตา ปริภาวิตา. มหปฺผลมหานิสํสตา สมาธิมฺหิ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา. อปิ จ เต โพชฺฌงฺคมคฺคงฺคฌานงฺคปฺปเภทเหตุตาย มหปฺผลา สตฺตทกฺขิเณยฺยปุคฺคลวิภาคเหตุตาย มหานิสํสาติ เวทิตพฺพา. ยาย ปฺาย ตฺวาติ ยายํ วิปสฺสนาปฺายํ, สมาธิวิปสฺสนาปฺายํ วา ตฺวา. สมถยานิกสฺส หิ สมาธิสหคตาปิ ปฺา มคฺคาธิคมาย วิเสสปจฺจโย โหติเยว. สมฺมเทวาติ สุฏฺุเยว ยถา อาสวานํ เลโสปิ นาวสิสฺสติ, เอวํ สพฺพโส อาสเวหิ วิมุจฺจติ. อคฺคมคฺคกฺขณฺหิ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

๑๔๓. โลกิยตฺถสทฺทานํ วิย อภิรนฺต-สทฺทสฺส สิทฺธิ ทฏฺพฺพา. อภิรนฺตํ อภิรตํ อภิรตีติ หิ อตฺถโต เอกํ. อภิรนฺต-สทฺโท จายํ อภิรุจิปริยาโย, น อสฺสาทปริยาโย. อสฺสาทวเสน หิ กตฺถจิ วสนฺตสฺส อสฺสาทวตฺถุวิคเมน สิยา ตสฺส ตตฺถ อนภิรติ, ยทิทํ ขีณาสวานํ นตฺถิ, ปเคว พุทฺธานนฺติ อาห ‘‘พุทฺธานํ…เป… นตฺถี’’ติ. อภิรติวเสน กตฺถจิ วสิตฺวา ตทภาวโต อฺตฺถ คมนํ นาม พุทฺธานํ นตฺถิ. เวเนยฺยวินยนตฺถํ ปน กตฺถจิ วสิตฺวา ตสฺมึ สิทฺเธ เวเนยฺยวินยนตฺถเมว ตโต อฺตฺถ คจฺฉนฺติ, อยเมตฺถ ยถารุจิ. อายามาติ เอตฺถ อา-สทฺโท ‘‘อาคจฺฉา’’ติ อิมินา สมานตฺโถติ อาห ‘‘เอหิ ยามา’’ติ. อยามาติ ปน ปาเ -กาโร นิปาตมตฺตํ. สนฺติกาวจรตฺตา เถรํ อาลปติ, น ปน ตทา สตฺถุ สนฺติเก วสนฺตานํ ภิกฺขูนํ อภาวโต. อปริจฺฉินฺนคณโน หิ ตทา ภควโต สนฺติเก ภิกฺขุสงฺโฆ. เตนาห ‘‘มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธิ’’นฺติ. อมฺพลฏฺิกาคมนนฺติ อมฺพลฏฺิกาคมนปฏิสํยุตฺตปามาห. ปาฏลิคมเนติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อุตฺตานเมว อนนฺตรํ, เหฏฺา จ สํวณฺณิตรูปตฺตา.

สาริปุตฺตสีหนาทวณฺณนา

๑๔๕. ‘‘อายสฺมา สาริปุตฺโต’’ติอาทิ ปาชาตํ. สมฺปสาทนีเยติ สมฺปสาทนียสุตฺเต (ที. นิ. ๓.๑๔๑) วิตฺถาริตํ โปราณฏฺกถายํ, ตสฺมา มยมฺปิ ตตฺเถว นํ อตฺถโต วิตฺถารยิสฺสามาติ อธิปฺปาโย.

ทุสฺสีลอาทีนววณฺณนา

๑๔๘. อาคนฺตฺวา วสนฺติ เอตฺถ อาคนฺตุกาติ อาวสโถ, ตเทว อคารนฺติ อาห ‘‘อาวสถาคารนฺติ อาคนฺตุกานํ อาวสถเคห’’นฺติ. ทฺวินฺนํ ราชูนนฺติ ลิจฺฉวิราชมคธราชูนํ. สหายกาติ เสวกา. กุลานีติ กุฏุมฺพิเก. สนฺถตนฺติ สนฺถริ, สพฺพํ สนฺถริ สพฺพสนฺถริ, ตํ สพฺพสนฺถรึ. ภาวนปุํสกนิทฺเทโส จายํ. เตนาห ‘‘ยถา สพฺพํ สนฺถตํ โหติ, เอว’’นฺติ.

๑๔๙. ทุสฺสีโลติ เอตฺถ ทุ-สทฺโท อภาวตฺโถ ‘‘ทุปฺปฺโ’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๔๔๙; อ. นิ. ๕.๑๐) วิย, น ครหตฺโถติ อาห ‘‘อสีโล นิสฺสีโล’’ติ. ภินฺนสํวโรติ เอตฺถ โย สมาทินฺนสีโล เกนจิ การเณน สีลเภทํ ปตฺโต, โส ตาว ภินฺนสํวโร โหติ. โย ปน สพฺเพน สพฺพํ อสมาทินฺนสีโล อาจารหีโน, โส กถํ ภินฺนสํวโร นาม โหตีติ? โสปิ สาธุสมาจารสฺส ปริหานิยสฺส เภทิตตฺตา ภินฺนสํวโร เอว นาม. วิสฺสฏฺสํวโร สํวรรหิโตติ หิ วุตฺตํ โหติ.

ตํ ตํ สิปฺปฏฺานํ. มาฆาตกาเลติ ‘‘มา ฆาเตถ ปาณิโน’’ติ เอวํ มาฆาตาติ โฆสนํ โฆสิตทิวเส.

อพฺภุคฺคจฺฉติ ปาปโก กิตฺติสทฺโท.

อชฺฌาสเยน มงฺกุ โหติเยว วิปฺปฏิสาริภาวโต.

ตสฺสาติ ทุสฺสีลสฺส. สมาทาย ปวตฺติฏฺานนฺติ อุฏฺาย สมุฏฺาย กตการณํ. อาปาถํ อาคจฺฉตีติ ตํ มนโส อุปฏฺาติ. อุมฺมีเลตฺวา อิธโลกนฺติ อุมฺมีลนกาเล อตฺตโน ปุตฺตทาราทิทสฺสนวเสน อิธ โลกํ ปสฺสติ. นิมีเลตฺวา ปรโลกนฺติ นิมีลนกาเล คตินิมิตฺตุปฏฺานวเสน ปรโลกํ ปสฺสติ. เตนาห ‘‘จตฺตาโร อปายา’’ติอาทิ. ปฺจมปทนฺติ ‘‘กายสฺส เภทา’’ติอาทินา วุตฺโต ปฺจโม อาทีนวโกฏฺาโส.

สีลวนฺตอานิสํสวณฺณนา

๑๕๐. วุตฺตวิปริยาเยนาติ วุตฺตาย อาทีนวกถาย วิปริยาเยน. ‘‘อปฺปมตฺโต ตํ ตํ กสิวาณิชฺชาทึ ยถากาลํ สมฺปาเทตุํ สกฺโกตี’’ติอาทินา ‘‘ปาสํสํ สีลมสฺส อตฺถีติ สีลวา. สีลสมฺปนฺโนติ สีเลน สมนฺนาคโต. สมฺปนฺนสีโล’’ติ เอวมาทิกํ ปน อตฺถวจนํ สุกรนฺติ อนามฏฺํ.

๑๕๑. ปาฬิมุตฺตกายาติ สงฺคีติอนารุฬฺหาย ธมฺมิกถาย. ตตฺเถวาติ อาวสถาคาเร เอว.

ปาฏลิปุตฺตนครมาปนวณฺณนา

๑๕๒. อิสฺสริยมตฺตายาติ อิสฺสริยปฺปมาเณน, อิสฺสริเยน เจว วิตฺตูปกรเณน จาติ เอวํ วา อตฺโถ ทฏฺพฺโพ. อุปโภคูปกรณานิปิ หิ โลเก ‘‘มตฺตา’’ติ วุจฺจนฺติ. ปาฏลิคามํ นครํ กตฺวาติ ปุพฺเพ ‘‘ปาฏลิคาโม’’ติ ลทฺธนามํ านํ อิทานิ นครํ กตฺวา. มาเปนฺตีติ ปติฏฺาเปนฺติ. อายมุขปจฺฉินฺทนตฺถนฺติ อายทฺวารานํ อุปจฺเฉทนาย. ‘‘สหสฺสเสวา’’ติ วา ปาโ, สหสฺสโส เอว. เตนาห ‘‘เอเกกวคฺควเสน สหสฺสํ สหสฺสํ หุตฺวา’’ติ. ฆรวตฺถูนีติ ฆรปติฏฺาปนฏฺานานิ. จิตฺตานิ นมนฺตีติ ตํตํเทวตานุภาเวน ตตฺถ ตตฺเถว จิตฺตานิ นมนฺติ วตฺถุวิชฺชาปากานํ, ยตฺถ ยตฺถ ตาหิ วตฺถูนิ ปริคฺคหิตานิ. สิปฺปานุภาเวนาติ สิปฺปานุคตวิชฺชานุภาเวน. นาคคฺคาโหติ นาคานํ นิวาสปฺปริคฺคโห. เสสทฺวเยสุปิ เอเสว นโย. ปาสาโณติ อปฺปลกฺขณปาสาโณ. ขาณุโกติ โย โกจิ ขาณุโก. สิปฺปํ ชปฺปิตฺวา ตาทิสํ สารมฺภฏฺานํ ปริหริตฺวา อนารมฺเภ าเน ตาหิ วตฺถุปริคฺคาหิกาหิ เทวตาหิ สทฺธึ มนฺตยมานา วิย ตํตํเคหานิ มาเปนฺติ อุปเทสทานวเสน. เนสนฺติ วตฺถุวิชฺชาปากานํ, สพฺพาสํ เทวตานํ. มงฺคลํ วฑฺฒาเปสฺสนฺตีติ มงฺคลํ พฺรูเหสฺสนฺติ. ปณฺฑิตทสฺสนาทีนิ หิ อุตฺตมมงฺคลานิ. เตนาห ‘‘อถ มย’’นฺติอาทิ.

สทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ อวยวธมฺเมน สมุทายสฺส อปทิสิตพฺพโต ยถา ‘‘อลงฺกโต เทวทตฺโต’’ติ.

อริยกมนุสฺสานนฺติ อริยเทสวาสิมนุสฺสานํ. ราสิวเสเนวาติ ‘‘สหสฺสํ สตสหสฺส’’นฺติอาทินา ราสิวเสเนว, อปฺปกสฺส ปน ภณฺฑสฺส กยวิกฺกโย อฺตฺถาปิ ลพฺภเตวาติ ‘‘ราสิวเสเนวา’’ติ วุตฺตํ. วาณิชาย ปโถ ปวตฺติฏฺานนฺติ วณิปฺปโถติ ปุริมวิกปฺเป อตฺโถ ทุติยวิกปฺเป ปน วาณิชานํ ปโถ ปวตฺติฏฺานนฺติ, วณิปฺปโถติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วาณิชานํ วสนฏฺาน’’นฺติ อาห. ภณฺฑปุเฏ ภินฺทนฺติ โมเจนฺติ เอตฺถาติ ปุฏเภทนนฺติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘ภณฺฑปุเฏ…เป… วุตฺตํ โหตี’’ติ.

จ-การตฺโถ สมุจฺจยตฺโถ วา-สทฺโท.

๑๕๓. กาฬกณฺณี สตฺตาติ อตฺตนา กณฺหธมฺมพหุลตาย ปเรสฺจ กณฺหวิปากานตฺถนิพฺพตฺตินิมิตฺตตาย ‘‘กาฬกณฺณี’’ติ ลทฺธนามา ปรูปทฺทวกรา อปฺเปสกฺขสตฺตา. นฺติ ภควนฺตํ. ปุพฺพณฺหสมยนฺติ ปุพฺพณฺเห เอกํ สมยํ. คามปฺปวิสนนีหาเรนาติ คามปฺปเวสน นิวสนากาเรน. กายปฏิพทฺธํ กตฺวาติ จีวรํ ปารุปิตฺวา, ปตฺตํ หตฺเถน คเหตฺวาติ อตฺโถ.

เอตฺถาติ เอตสฺมึ วา สกปฺปิตปฺปเทเส. สฺเตติ สมฺมเทว สฺเต สุสํวุตกายวาจาจิตฺเต.

ปตฺตึ ทเทยฺยาติ อตฺตนา ปสุตํ ปุฺํ ตาสํ เทวตานํ อนุปฺปทชฺเชยฺย. ‘‘ปูชิตา’’ติอาทีสุ ตเทว ปตฺติทานํ ปูชา, อนาคเต เอว อุปทฺทเว อารกฺขสํวิธานํ ปฏิปูชา. ‘‘เยภุยฺเยน าติมนุสฺสา าติเปตานํ ปตฺติทานาทินา ปูชนมานนาทีนิ กโรนฺติ อิเม ปน อฺาตกาปิ สมานา ตถา กโรนฺติ, ตสฺมา เนสํ สกฺกจฺจํ อารกฺขา สํวิธาตพฺพา’’ติ อฺมฺํ สมฺปวาเรตฺวา เทวตา ตตฺถ อุสฺสุกฺกํ อาปชฺชนฺตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิเม’’ติอาทิมาห. พลิกมฺมกรณํ มานนํ, สมฺปติ อุปฺปนฺนปริสฺสยหรณํ ปฏิมานนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอเต’’ติอาทิ วุตฺตํ.

สุนฺทรานิ ปสฺสตีติ สุนฺทรานิ อิฏฺานิ เอว ปสฺสติ, น อนิฏฺานิ.

๑๕๔. อาณิโย โกฏฺเฏตฺวาติ ลหุเก ทารุทณฺเฑ คเหตฺวา กวาฏผลเก วิย อฺมฺํ สมฺพนฺเธ กาตุํ อาณิโย โกฏฺเฏตฺวา. นาวาสงฺเขเปน กตํ อุฬุมฺปํ, เวฬุนฬาทิเก สงฺฆริตฺวา วลฺลิอาทีหิ กลาปวเสน พนฺธิตฺวา กตฺตพฺพํ กุลฺลํ.

อุทกฏฺานสฺเสตํ อธิวจนนฺติ ยถาวุตฺตสฺส ยสฺส กสฺสจิ อุทกฏฺานสฺส เอตํ ‘‘อณฺณว’’นฺติ อธิวจนํ, สมุทฺทสฺเสวาติ อธิปฺปาโย. สรนฺติ อิธ นที อธิปฺเปตา สรติ สนฺทตีติ กตฺวา. คมฺภีรวิตฺถตนฺติ อคาธฏฺเน คมฺภีรํ, สกลโลกตฺตยพฺยาปิตาย วิตฺถตํ. วิสชฺชาติ อนาสชฺช อปฺปตฺวา. ปลฺลลานิ เตสํ อตรณโต. วินาเยว กุลฺเลนาติ อีทิสํ อุทกํ กุลฺเลน อีทิเสน วินา เอว ติณฺณา เมธาวิโน ชนา, ตณฺหาสรํ ปน อริยมคฺคสงฺขาตํ เสตุํ กตฺวา นิตฺติณฺณาติ โยชนา.

ปมภาณวารวณฺณนา นิฏฺิตา.

อริยสจฺจกถาวณฺณนา

๑๕๕. มหาปนาทสฺส รฺโ. ปาสาทโกฏิยํ กตคาโมติ ปาสาทสฺส ปติตถุปิกาย ปติฏฺิตฏฺาเน นิวิฏฺคาโม. อริยภาวกรานนฺติ เย ปฏิวิชฺฌนฺติ, เตสํ อริยภาวกรานํ นิมิตฺตสฺส กตฺตุภาวูปจารวเสเนว วุตฺตํ. ตจฺฉาวิปลฺลาสภูตภาเวน สจฺจานํ. อนุโพโธ ปุพฺพภาคิยํ าณํ, ปฏิเวโธ มคฺคาเณน อภิสมโย, ตตฺถ ยสฺมา อนุโพธปุพฺพโก ปฏิเวโธ อนุโพเธน วินา น โหติ, อนุโพโธปิ เอกจฺโจ ปฏิเวเธน สมฺพนฺโธ, ตทุภยาภาวเหตุกฺจ วฏฺเฏว สํสรณํ, ตสฺมา วุตฺตํ ปาฬิยํ ‘‘อนนุโพธา…เป… ตุมฺหากฺจา’’ติ. ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน ภวโต ภวนฺตรูปคมนํ สนฺธาวนํ, อปราปรํ จวนุปปชฺชนวเสน สฺจรณํ สํสรณนฺติ อาห ‘‘ภวโต’’ติอาทิ. สนฺธาวิตสํสริตปทานํ กมฺมสาธนตํ สนฺธายาห ‘‘มยา จ ตุมฺเหหิ จา’’ติ ปมวิกปฺเป. ทุติยวิกปฺเป ปน ภาวสาธนตํ หทเย กตฺวา ‘‘มมฺเจว ตุมฺหากฺจา’’ติ ยถารุตวเสเนว วุตฺตํ. นยนสมตฺถาติ ปาปนสมตฺถา, ทีฆรชฺชุนา พทฺธสกุณํ วิย รชฺชุหตฺโถ ปุริโส เทสนฺตรํ ตณฺหารชฺชุนา พทฺธํ สตฺตสนฺตานํ อภิสงฺขาโร ภวนฺตรํ เนติ เอตายาติ ภวเนตฺติ, ตณฺหา, สา อริยมคฺคสตฺเถน สุฏฺุ หตา ฉินฺนาติ ภวเนตฺติสมูหตา.

อนาวตฺติธมฺมสมฺโพธิปรายณวณฺณนา

๑๕๖. ทฺเว คามา ‘‘นาติกา’’ติ เอวํ ลทฺธนาโม, -การสฺส จายํ น-การาเทเสน นิทฺเทโส ‘‘อนิมิตฺตา น นายเร’’ติอาทีสุ (วิสุทฺธิ. ๑.๑๗๔; ชา. อฏฺ. ๒.๒.๓๔) วิย. เตนาห ‘‘าติคามเก’’ติ. คิฺชกา วุจฺจนฺติ อิฏฺกา, คิฺชกาหิ เอว กโต อาวสโถติ คิฺชกาวสโถ. โส กิร อาวาโส ยถา สุธาปริกมฺเมน สมฺปโยชนํ นตฺถิ, เอวํ อิฏฺกาหิ เอว จินิตฺวา ฉาเทตฺวา กโต. เตน วุตฺตํ ‘‘อิฏฺกามเย อาวสเถ’’ติ. ตุลาทณฺฑกวาฏผลกานิ ปน ทารุมยาเนว.

๑๕๗. โอรํ วุจฺจติ กามธาตุ, ปจฺจยภาเวน ตํ โอรํ ภชนฺตีติ โอรมฺภาคิยานิ, โอรมฺภาคสฺส วา หิตานิ โอรมฺภาคิยานิ. เตนาห ‘‘เหฏฺาภาคิยาน’’นฺติอาทิ. ตีหิ มคฺเคหีติ เหฏฺิเมหิ ตีหิ มคฺเคหิ. เตหิ ปหาตพฺพตาย หิ เนสํ สํโยชนานํ โอรมฺภาคิยตา. โอรมฺภฺชิยานิ วา โอรมฺภาคิยานิ วุตฺตานิ นิรุตฺตินเยน. อิทานิ พฺยติเรกมุเขน เนสํ โอรมฺภาคิยภาวํ วิภาเวตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิกฺขมฺภิตานิ สมตฺถตาวิฆาเตน ปุถุชฺชนานํ, สมุจฺฉินฺนานิ สพฺพโส อภาเวน อริยานํ รูปารูปภวูปปตฺติยา วิพนฺธาย น โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘อวิกฺขมฺภิตานิ อสมุจฺฉินฺนานี’’ติ. นิพฺพตฺตวเสนาติ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน. คนฺตุํ น เทนฺติ มหคฺคตคามิกมฺมายูหนสฺส วินิพนฺธนโต. สกฺกายทิฏฺิอาทีนิ ตีณิ สํโยชนานิ กามจฺฉนฺทพฺยาปาทา วิย มหคฺคตูปปตฺติยา อวินิพนฺธภูตานิปิ กามภวูปปตฺติยา วิเสสปจฺจยตฺตา ตตฺถ มหคฺคตภเว นิพฺพตฺตมฺปิ ตนฺนิพฺพตฺติเหตุกมฺมปริกฺขเย กามภวูปปตฺติปจฺจยตาย มหคฺคตภวโต อาเนตฺวา ปุน อิเธว กามภเว เอว นิพฺพตฺตาเปนฺติ, ตสฺมา สพฺพานิปิ ปฺจปิ สํโยชนานิ โอรมฺภาคิยานิ เอว. ปฏิสนฺธิวเสน อนาคมนสภาวาติ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน ตสฺมา โลกา อิธ น อาคมนสภาวา. พุทฺธทสฺสนเถรทสฺสนธมฺมสฺสวนานํ ปนตฺถายสฺส อาคมนํ อนิวาริตํ.

กทาจิ กรหจิ อุปฺปตฺติยา สวิรฬาการตา ปริยุฏฺานมนฺทตาย อพหลตาติ ทฺเวธาปิ ตนุภาโว. อภิณฺหนฺติ พหุโส. พหลพหลาติ ติพฺพติพฺพา. ยตฺถ อุปฺปชฺชนฺติ, ตํ สนฺตานํ มทฺทนฺตา, ผรนฺตา, สาเธนฺตา, อนฺธการํ กโรนฺตา อุปฺปชฺชนฺติ, ทฺวีหิ ปน มคฺเคหิ ปหีนตฺตา ตนุกตนุกา มนฺทมนฺทา อุปฺปชฺชนฺติ. ‘‘ปุตฺตธีตโร โหนฺตี’’ติ อิทํ อการณํ. ตถา หิ องฺคปจฺจงฺคปรามสนมตฺเตนปิ เต โหนฺติ. อิทนฺติ ‘‘ราคโทสโมหานํ ตนุตฺตา’’ติ อิทํ วจนํ. ภวตนุกวเสนาติ อปฺปกภววเสน. นฺติ มหาสิวตฺเถรสฺส วจนํ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. เย ภวา อริยานํ ลพฺภนฺติ, เต ปริปุณฺณลกฺขณภวา เอว. เย น ลพฺภนฺติ, ตตฺถ กีทิสํ ตํ ภวตนุกํ, ตสฺมา อุภยถาปิ ภวตนุกสฺส อสมฺภโว เอวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘โสตาปนฺนสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อฏฺเม ภเว ภวตนุกํ นตฺถิ อฏฺมสฺเสว ภวสฺส สพฺพสฺเสว อภาวโต. เสเสสุปิ เอเสว นโย.

กามาวจรโลกํ สนฺธาย วุตฺตํ อิตรสฺส โลกสฺส วเสน ตถา วตฺตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา. โย หิ สกทาคามี เทวมนุสฺสโลเกสุ โวมิสฺสกวเสน นิพฺพตฺตติ, โสปิ กามภววเสเนว ปริจฺฉินฺทิตพฺโพ. ภควตา จ กามโลเก ตฺวา ‘‘สกิเทว อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวา’’ติ วุตฺตํ, ‘‘อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวา’’ติ จ อิมินา ปฺจสุ สกทาคามีสุ จตฺตาโร วชฺเชตฺวา เอโกว คหิโต. เอกจฺโจ หิ อิธ สกทาคามิผลํ ปตฺวา อิเธว ปรินิพฺพายติ, เอกจฺโจ อิธ ปตฺวา เทวโลเก ปรินิพฺพายติ, เอกจฺโจ เทวโลเก ปตฺวา ตตฺเถว ปรินิพฺพายติ, เอกจฺโจ เทวโลเก ปตฺวา อิธูปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายติ, อิเม จตฺตาโร อิธ น ลพฺภนฺติ. โย ปน อิธ ปตฺวา เทวโลเก ยาวตายุกํ วสิตฺวา ปุน อิธูปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายติ, อยํ อิธ อธิปฺเปโต. อฏฺกถายํ ปน อิมํ โลกนฺติ กามภโว อธิปฺเปโตติ อิมมตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘สเจ หี’’ติอาทินา อฺํเยว จตุกฺกํ ทสฺสิตํ.

จตูสุ …เป… สภาโวติ อตฺโถ อปายคมนียานํ ปาปธมฺมานํ สพฺพโส ปหีนตฺตา. ธมฺมนิยาเมนาติ มคฺคธมฺมนิยาเมน. นิยโต อุปริมคฺคาธิคมสฺส อวสฺสํภาวิภาวโต. เตนาห ‘‘สมฺโพธิปรายโณ’’ติ.

ธมฺมาทาสธมฺมปริยายวณฺณนา

๑๕๘. เตสํ เตสํ าณคตินฺติ เตสํ เตสํ สตฺตานํ ‘‘อสุโก โสตาปนฺโน, อสุโก สกทาคามี’’ติอาทินา ตํตําณาธิคมนํ. าณูปปตฺตึ าณาภิสมฺปรายนฺติ ตโต ปรมฺปิ ‘‘นิยโต สมฺโพธิปรายโณ, สกิเทว อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสตี’’ติอาทินา จ าณสหิตํ อุปฺปตฺติปจฺจยภาวํ. โอโลเกนฺตสฺส าณจกฺขุนา เปกฺขนฺตสฺส กายกิลมโถว, น เตน กาจิ เวเนยฺยานํ อตฺถสิทฺธีติ อธิปฺปาโย. จิตฺตวิเหสาติ จิตฺตเขโท, สา กิเลสูปสํหิตตฺตา พุทฺธานํ นตฺถิ. อาทียติ อาโลกียติ อตฺตา เอเตนาติ อาทาสํ, ธมฺมภูตํ อาทาสํ ธมฺมาทาสํ, อริยมคฺคาณสฺเสตํ อธิวจนํ, เตน อริยสาวกา จตูสุ อริยสจฺเจสุ วิทฺธสฺตสมฺโมหตฺตา อตฺตานมฺปิ ยาถาวโต ตฺวา ยาถาวโต พฺยากเรยฺย, ตปฺปกาสนโต ปน ธมฺมปริยายสฺส สุตฺตสฺส ธมฺมาทาสตา เวทิตพฺพา. เยน ธมฺมาทาเสนาติ อิธ ปน มคฺคธมฺมเมว วทติ.

อเวจฺจ ยาถาวโต ชานิตฺวา ตนฺนิมิตฺตอุปฺปนฺนปสาโท อเวจฺจปสาโท, มคฺคาธิคเมน อุปฺปนฺนปสาโท, โส ปน ยสฺมา ปาสาณปพฺพโต วิย นิจฺจโล, น จ เกนจิ การเณน วิคจฺฉติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อจเลน อจฺจุเตนา’’ติ.

‘‘ปฺจสีลานี’’ติ คหฏฺวเสเนตํ วุตฺตํ เตหิ เอกนฺตปริหรณียโต. อริยานํ ปน สพฺพานิ สีลานิ กนฺตาเนว. เตนาห ‘‘สพฺโพปิ ปเนตฺถ สํวโร ลพฺภติเยวา’’ติ.

สพฺเพสนฺติ สพฺเพสํ อริยานํ. สิกฺขาปทาวิโรเธนาติ ยถา ภูตโรจนาปตฺติ น โหติ, เอวํ. ยุตฺตฏฺาเนติ กาตุํ ยุตฺตฏฺาเน.

อมฺพปาลีคณิกาวตฺถุวณฺณนา

๑๖๑. ตทา กิร เวสาลี อิทฺธา ผีตา สพฺพงฺคสมฺปนฺนา อโหสิ เวปุลฺลปฺปตฺตา, ตํ สนฺธายาห ‘‘ขนฺธเก วุตฺตนเยน เวสาลิยา สมฺปนฺนภาโว เวทิตพฺโพ’’ติ. ตสฺมึ กิร ภิกฺขุสงฺเฆ ปฺจสตมตฺตา ภิกฺขู นวา อจิรปพฺพชิตา อเหสุํ โอสนฺนวีริยา จ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘ตตฺถ กิร เอกจฺเจ ภิกฺขู โอสนฺนวีริยา’’ติอาทิ (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๑๖๕). สติปจฺจุปฏฺานตฺถนฺติ เตสํ สติปจฺจุปฏฺาปนตฺถํ. สรตีติ กายาทิเก ยถาสภาวโต าณสมฺปยุตฺตาย สติยา อนุสฺสรติ อุปธาเรติ. สมฺปชานาตีติ สมํ ปกาเรหิ ชานาติ อวพุชฺฌติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน ปรโต สติปฏฺานวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๓๗๓; ม. นิ. อฏฺ. ๑.๑๐๖) อาคมิสฺสติ.

สพฺพสงฺคาหกนฺติ สรีรคตสฺส เจว วตฺถาลงฺการคตสฺส จาติ สพฺพสฺส นีลภาวสฺส สงฺคาหกํ วจนํ. ตสฺเสวาติ นีลาติ สพฺพสงฺคาหกวเสน วุตฺตอตฺถสฺเสว. วิภาคทสฺสนนฺติ ปเภททสฺสนํ. ยถา เต ลิจฺฉวิราชาโน อปีตาทิวณฺณา เอว เกจิ วิเลปนวเสน ปีตาทิวณฺณา ขายึสุ, เอวํ อนีลาทิวณฺณา เอว เกจิ วิเลปนวเสน นีลาทิวณฺณา ขายึสูติ วุตฺตํ ‘‘น เตสํ ปกติวณฺโณ นีโล’’ติอาทิ. นีโล มณิ เอเตสูติ นีลมณิ, อินฺทนีลมหานีลาทินีลรตนวินทฺธา อลงฺการา. เต กิร สุวณฺณวิรจิเต หิ มณิโอภาเสหิ เอกนีลา วิย ขายนฺติ. นีลมณิขจิตาติ นีลรตนปริกฺขิตฺตา. นีลวตฺถปริกฺขิตฺตาติ นีลวตฺถนีลกมฺปลปริกฺเขปา. นีลวมฺมิเกหีติ นีลกฆฏปริกฺขิตฺเตหิ. สพฺพปเทสูติ ‘‘ปีตา โหนฺตี’’ติอาทิสพฺพปเทสุ. ปริวฏฺเฏสีติ ปฏิฆฏฺเฏสิ. อาหรนฺติ อิมสฺมา ราชปุริสา พลินฺติ อาหาโร, ตปฺปตฺตชนปโทติ อาห ‘‘สาหารนฺติ สชนปท’’นฺติ. องฺคุลิโผโฏปิ องฺคุลิยา จาลนวเสเนว โหตีติ วุตฺตํ ‘‘องฺคุลึ จาเลสุ’’นฺติ. อมฺพกายาติ มาตุคาเมน. อุปจารวจนํ เหตํ อิตฺถีสุ, ยทิทํ ‘‘อมฺพกา มาตุคาโม ชนนิกา’’ติ.

อวโลเกถาติ อปวตฺติตฺวา โอโลกนํ โอโลเกถ. ตํ ปน อปวตฺติตฺวา โอโลกนํ อนุ อนุ ทสฺสนํ โหตีติ อาห ‘‘ปุนปฺปุนํ ปสฺสถา’’ติ. อุปเนถาติ ‘‘ยถายํ ลิจฺฉวิราชปริสา โสภาติสเยน ยุตฺตา, เอวํ ตาวตึสปริสา’’ติ อุปนยํ กโรถ. เตนาห ‘‘ตาวตึเสหิ สมเก กตฺวา ปสฺสถา’’ติ.

‘‘อุปสํหรถ ภิกฺขเว ลิจฺฉวิปริสํ ตาวตึสสทิส’’นฺติ นยิทํ นิมิตฺตคฺคาเห นิโยชนํ, เกวลํ ปน ทิพฺพสมฺปตฺติสทิสา เอเตสํ ราชูนํ อิสฺสริยสมฺปตฺตีติ อนุปุพฺพิกถาย สคฺคสมฺปตฺติกถนํ วิย ทฏฺพฺพํ. เตสุ ปน ภิกฺขูสุ เอกจฺจานํ ตตฺถ นิมิตฺตคฺคาโหปิ สิยา, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘นิมิตฺตคฺคาเห อุยฺโยเชตี’’ติ. หิตกามตาย เตสํ ภิกฺขูนํ ยถา อายสฺมโต นนฺทสฺส หิตกามตาย สคฺคสมฺปตฺติทสฺสนํ. เตนาห ‘‘ตตฺร กิรา’’ติอาทิ. โอสนฺนวีริยาติ สมฺมาปฏิปตฺติยํ อวสนฺนวีริยา, โอสฺสฏฺวีริยา วาติ อตฺโถ. อนิจฺจลกฺขณวิภาวนตฺถนฺติ เตสํ ราชูนํ วเสน ภิกฺขูนํ อนิจฺจลกฺขณวิภูตภาวตฺถํ.

เวฬุวคามวสฺสูปคมนวณฺณนา

๑๖๓. สมีเป เวฬุวคาโมติ ปุพฺพณฺหํ วา สายนฺหํ วา คนฺตฺวา นิวตฺตนโยคฺเย อาสนฺนฏฺาเน นิวิฏฺา ปริวารคาโม. สงฺคมฺมาติ สมฺมา คนฺตฺวา. อสฺสาติ ภควโต.

๑๖๔. ผรุโสติ กกฺขโฬ, ครุตโรติ อตฺโถ. วิสภาคโรโคติ ธาตุวิสภาคตาย สมุฏฺิโต พหลตรโรโค, น อาพาธมตฺตํ. าเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวาติ เวทนานํ ขณิกตํ, ทุกฺขตํ, อตฺตสุฺตฺจ ยาถาวโต าเณน ปริจฺฉิชฺช ปริตุเลตฺวา. อธิวาเสสีติ ตา อภิภวนฺโต ยถาปริมทฺทิตาการสลฺลกฺขเณน อตฺตนิ อาโรเปตฺวา วาเสสิ, น ตาหิ อภิภุยฺยมาโน. เตนาห ‘‘อวิหฺมาโน’’ติอาทิ. อทุกฺขิยมาโนติ เจโตทุกฺขวเสน อทุกฺขิยมาโน, กายทุกฺขํ ปน ‘‘นตฺถี’’ติ น สกฺกา วตฺตุํ. อสติ หิ ตสฺมึ อธิวาสนาย เอว อสมฺภโวติ. อนามนฺเตตฺวาติ อนาลปิตฺวา. อนปโลเกตฺวาติ อวิสฺสชฺชิตฺวา. เตนาห ‘‘โอวาทานุสาสนึ อทตฺวาติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. ปุพฺพภาควีริเยนาติ ผลสมาปตฺติยา ปริกมฺมวีริเยน. ผลสมาปตฺติวีริเยนาติ ผลสมาปตฺติสมฺปยุตฺตวีริเยน. วิกฺขมฺเภตฺวาติ วิโนเทตฺวา. ยถา นาม ปุปฺผนสมเย จมฺปกาทิรุกฺเข เวเข ทินฺเน ยาว โส เวโข นาปนียติ, ตาวสฺส ปุปฺผนสมตฺถตา วิกฺขมฺภิตา วิโนทิตา โหติ, เอวเมว ยถาวุตฺตวีริยเวขทาเนน ตา เวทนา สตฺถุ สรีเร ยถาปริจฺฉินฺนํ กาลํ วิกฺขมฺภิตา วิโนทิตา อเหสุํ. เตน วุตฺตํ ‘‘วิกฺขมฺเภตฺวาติ วิโนเทตฺวา’’ติ. ชีวิตมฺปิ ชีวิตสงฺขาโร กมฺมุนา สงฺขรียตีติ กตฺวา. ฉิชฺชมานํ วิโรธิปจฺจยสมาโยเคน ปโยคสมฺปตฺติยา ฆเฏตฺวา ปียติ. อธิฏฺายาติ อธิฏฺานํ กตฺวา. เตนาห ‘‘ทสมาเส มา อุปฺปชฺชิตฺถาติ สมาปตฺตึ สมาปชฺชี’’ติ. ตํ ปน ‘‘อธิฏฺานํ, ปวตฺตน’’นฺติ จ วตฺตพฺพตํ อรหตีติ วุตฺตํ ‘‘อธิฏฺหิตฺวา ปวตฺเตตฺวา’’ติ.

ขณิกสมาปตฺตีติ ตาทิสํ ปุพฺพาภิสงฺขารํ อกตฺวา านโส สมาปชฺชิตพฺพสมาปตฺติ. ปุน สรีรํ เวทนา อชฺโฌตฺถรติ สวิเสสปุพฺพาภิสงฺขารสฺส อกตตฺตา. รูปสตฺตกอรูปสตฺตกานิ วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนาสุ (วิสุทฺธิ. ฏี. ๒.๗๐๖, ๗๑๗) วิตฺถาริตนเยน เวทิตพฺพานิ. สุฏฺุ วิกฺขมฺเภติ ปุพฺพาภิสงฺขารสฺส สาติสยตฺตา. อิทานิ ตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยถา นามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อปพฺยูฬฺโหติ อปนีโต. จุทฺทสหากาเรหิ สนฺเนตฺวาติ เตสํเยว รูปสตฺตกอรูปสตฺตกานํ วเสน จุทฺทสหิ ปกาเรหิ วิปสฺสนาจิตฺตํ, สกลเมว วา อตฺตภาวํ วิสภาคโรคสฺชนิตลูขภาวนิโรคกรณาย สิเนเหตฺวา น อุปฺปชฺชิเยว สมฺมาสมฺพุทฺเธน สาติสยสมาปตฺติเวเคน สุวิกฺขมฺภิตตฺตา.

คิลาโน หุตฺวา ปุน วุฏฺิโตติ ปุพฺเพ คิลาโน หุตฺวา ปุน ตโต คิลานภาวโต วุฏฺิโต. มธุรกภาโว นาม สรีรสฺส ถมฺภิตตฺตํ, ตํ ปน ครุภาวปุพฺพกนฺติ อาห ‘‘สฺชาตครุภาโว สฺชาตถทฺธภาโว’’ติ. ‘‘นานาการโต น อุปฏฺหนฺตี’’ติ อิมินา ทิสาสมฺโมโหปิ เม อโหสิ โสกพเลนาติ ทสฺเสติ. สติปฏฺานาทิธมฺมาติ กายานุปสฺสนาทโย อนุปสฺสนาธมฺมา ปุพฺเพ วิภูตา หุตฺวา อุปฏฺหนฺตาปิ อิทานิ มยฺหํ ปากฏา น โหนฺติ.

๑๖๕. อพฺภนฺตรํ กโรติ นาม อตฺตนิเยว ปนโต. ปุคฺคลํ อพฺภนฺตรํ กโรติ นาม สมานตฺตตาวเสน ธมฺเมน ปุพฺเพ ตสฺส สงฺคณฺหโต. ทหรกาเลติ อตฺตโน ทหรกาเล. กสฺสจิ อกเถตฺวาติ กสฺสจิ อตฺตโน อนฺเตวาสิกสฺส อุปนิคูหภูตํ คนฺถํ อกเถตฺวา. มุฏฺึ กตฺวาติ มุฏฺิคตํ วิย รหสิภูตํ กตฺวา. ยสฺมึ วา นฏฺเ สพฺโพ ตํมูลโก ธมฺโม วินสฺสติ, โส อาทิโต มูลภูโต ธมฺโม, มุสฺสติ วินสฺสติ ธมฺโม เอเตน นฏฺเนาติ มุฏฺิ, ตํ ตถารูปํ มุฏฺึ กตฺวา ปริหริตฺวา ปิตํ กิฺจิ นตฺถีติ ทสฺเสติ.

อหเมวาติ อวธารณํ ภิกฺขุสงฺฆปริหรณสฺส อฺสาธารณิจฺฉาทสฺสนตฺถํ, อวธารเณน ปน วินา ‘‘อหํ ภิกฺขุสงฺฆ’’นฺติอาทิ ภิกฺขุสงฺฆปริหรเณ อหํการมมํการาภาวทสฺสนนฺติ ทฏฺพฺพํ. อุทฺทิสิตพฺพฏฺเนาติ ‘‘สตฺถา’’ติ อุทฺทิสิตพฺพฏฺเน. มา วา อเหสุํ ภิกฺขูติ อธิปฺปาโย. ‘‘มา วา อโหสี’’ติ วา ปาโ. เอวํ น โหตีติ ‘‘อหํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหริสฺสามี’’ติอาทิ อากาเรน จิตฺตปฺปวตฺติ น โหติ. ‘‘ปจฺฉิมวยอนุปฺปตฺตภาวทีปนตฺถํ วุตฺต’’นฺติ อิมินา วโย วิย พุทฺธกิจฺจมฺปิ ปริโยสิตกมฺมนฺติ ทีเปติ. สกฏสฺส พาหปฺปเทเส ทฬฺหีภาวาย เวทานํ พาหพนฺโธ. จกฺกเนมิสนฺธีนํ ทฬฺหีภาวาย เวทานํ จกฺกพนฺโธ.

ตมตฺถนฺติ เวมิสฺสเกน มฺเติ วุตฺตมตฺถํ. รูปาทโย เอว ธมฺมา สวิคฺคโห วิย อุปฏฺานโต รูปนิมิตฺตาทโย, เตสํ รูปนิมิตฺตาทีนํ. โลกิยานํ เวทนานนฺติ ยาสํ นิโรธเนน ผลสมาปตฺติ สมาปชฺชิตพฺพา, ตาสํ นิโรธา ผาสุ โหติ, ตถา พาฬฺหเวทนาภิตุนฺนสรีรสฺสาปิ. ตทตฺถายาติ ผลสมาปตฺติวิหารตฺถาย. ทฺวีหิ ภาเคหิ อาโป คโต เอตฺถาติ ทีโป, โอเฆน ปริคโต หุตฺวา อนชฺโฌตฺถโฏ ภูมิภาโค, อิธ ปน จตูหิปิ โอเฆหิ, สํสารมโหเฆเนว วา อนชฺโฌตฺถโฏ อตฺตา ‘‘ทีโป’’ติ อธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘มหาสมุทฺทคตา’’ติอาทิ. อตฺตสฺสรณาติ อตฺตปฺปฏิสรณา. อตฺตคติกา วาติ อตฺตปรายณาว. มา อฺคติกาติ อฺํ กิฺจิ คตึ ปฏิสรณํ ปรายณํ มา จินฺตยิตฺถ. กสฺมา? อตฺตา นาเมตฺถ ปรมตฺถโต ธมฺโม อพฺภนฺตรฏฺเน, โส เอวํ สมฺปาทิโต ตุมฺหากํ ทีปํ ตาณํ คติ ปรายณนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ธมฺมทีปา’’ติอาทิ. ตถา จาห ‘‘อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ, โก หิ นาโถ ปโร สิยา’’ติ (ธ. ป. ๑๖๐, ๓๘๐) อุปเทสมตฺตเมว หิ ปรสฺมึ ปฏิพทฺธํ, อฺา สพฺพา สมฺปตฺติ ปุริสสฺส อตฺตาธีนา เอว. เตนาห ภควา ‘‘ตุมฺเหหิ กิจฺจํ อาตปฺปํ, อกฺขาตาโร ตถาคตา’’ติ (ธ. ป. ๒๗๖). ตมคฺเคติ ตมโยคสฺส อคฺเค ตสฺส อติกฺกนฺตาภาวโต. เตเนวาห ‘‘อิเม อคฺคตมา’’ติอาทิ. มมาติ มม สาสเน. สพฺเพปิ เต จตุสติปฏฺานโคจรา วาติ จตุพฺพิธํ สติปฏฺานํ ภาเวตฺวา พฺรูเหตฺวา ตเทว โคจรํ อตฺตโน ปวตฺติฏฺานํ กตฺวา ิตา เอว ภิกฺขู อคฺเค ภวิสฺสนฺติ.

ทุติยภาณวารวณฺณนา นิฏฺิตา.

นิมิตฺโตภาสกถาวณฺณนา

๑๖๖. อเนกวารํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ, ตสฺมา อิมํ เวสาลิปฺปเวสนํ นิยเมตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘กทา ปาวิสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา อาคมนโต ปฏฺาย ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภควา กิรา’’ติอาทิมาห. อาคตมคฺเคเนวาติ ปุพฺเพ ยาว เวฬุวคามกา อาคตมคฺเคเนว ปฏินิวตฺเตนฺโต. ยถาปริจฺเฉเทนาติ ยถาปริจฺฉินฺนกาเลน. ตโตติ ผลสมาปตฺติโต. อยนฺติ อิทานิ วุจฺจมานากาโร. ทิวาฏฺาโนโลกนาทิ ปรินิพฺพานสฺส เอกนฺติกภาวทสฺสนํ. โอสฺสฏฺโติ วิสฺสฏฺโ อายุสงฺขาโร ‘‘สตฺตาหเมว มยา ชีวิตพฺพ’’นฺติ.

เชฏฺกนิฏฺภาติกานนฺติ สพฺเพว สพฺรหฺมจาริโน สนฺธาย วทติ.

ปฏิปาเทสฺสามีติ มคฺคปฏิปตฺติยา นิโยเชสฺสามิ. มณิผลเกติ มณิขจิเต ปมุเข อตฺถตผลเก. ตํ ปมํ ทสฺสนนฺติ ยํ เวฬุวเน ปริพฺพาชกรูเปน อาคตสฺส สิทฺธํ ทสฺสนํ, ตํ ปมทสฺสนํ. ยํ วา อโนมทสฺสิสฺส ภควโต วจนํ สทฺทหนฺเตน ตทา อภินีหารกาเล ปจฺจกฺขโต วิย ตุมฺหากํ ทสฺสนํ สิทฺธํ, ตํ ปมทสฺสนํ. ปจฺจาคมนจาริกนฺติ ปจฺจาคมนตฺถํ จาริกํ.

สตฺตาหนฺติ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ. เถรสฺส ชาโตวรกเคหํ กิร อิตรเคหโต วิเวกฏฺํ, วิวฏงฺคณฺจ, ตสฺมา เทวพฺรหฺมานํ อุปสงฺกมนโยคฺยนฺติ ‘‘ชาโตวรกํ ปฏิชคฺคถา’’ติ วุตฺตํ. โสติ อุปเรวโต. ตํ ปวตฺตินฺติ ตตฺถ วสิตุกามตาย วุตฺตํ ตํ.

‘‘ชานนฺตาปิ ตถาคตา ปุจฺฉนฺตี’’ติ (ปารา. ๑๖, ๑๖๕) อิมินา นีหาเรน เถโร ‘‘เก ตุมฺเห’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ตฺวํ จตูหิ มหาราเชหิ มหนฺตตโร’’ติ ปุฏฺโ อตฺตโน มหตฺตํ สตฺถุ อุปริ ปกฺขิปนฺโต ‘‘อารามิกสทิสา เอเต อุปาสิเก อมฺหากํ สตฺถุโน’’ติ อาห. สาวกสมฺปตฺติกิตฺตนมฺปิ หิ อตฺถโต สตฺถุ สมฺปตฺตึเยว วิภาเวติ.

โสตาปตฺติผเล ปติฏฺายาติ เถรสฺส เทสนานุภาเวน, อตฺตโน จ อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา าณสฺส ปริปกฺกตฺตา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺหิตฺวา.

อยนฺติ ยถาวุตฺตา. เอตฺถาติ ‘‘เวสาลึ ปิณฺฑาย ปาวิสี’’ติ เอตสฺมึ เวสาลีปเวเส. อนุปุพฺพีกถาติ อนุปุพฺพทีปนี กถา.

๑๖๗. อุเทนยกฺขสฺส เจติยฏฺาเนติ อุเทนสฺส นาม ยกฺขสฺส อายตนภาเวน อิฏฺกาหิ จิเต มหาชนสฺส จิตฺตีกตฏฺาเน. กตวิหาโรติ ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส กตวิหาโร. วุจฺจตีติ ปุริมโวหาเรน ‘‘อุเทนเจติย’’นฺติ วุจฺจติ. โคตมกาทีสุปีติ ‘‘โคตมกเจติย’’นฺติ เอวํ อาทีสุปิ. เอเสว นโยติ เจติยฏฺาเน กตวิหารภาวํ อติทิสติ. วฑฺฒิตาติ ภาวนาปาริปูริวเสน ปริพฺรูหิตา. ปุนปฺปุนํ กตาติ ภาวนาย พหุลีกรเณน อปราปรํ ปวตฺติตา. ยุตฺตยานํ วิย กตาติ ยถา ยุตฺตํ อาชฺยานํ เฉเกน สารถินา อธิฏฺิตํ ยถารุจิ ปวตฺตติ, เอวํ ยถารุจิปวตฺติรหตํ คมิตา. ปติฏฺานฏฺเนาติ อธิฏฺานฏฺเน. วตฺถุ วิย กตาติ สพฺพโส อุปกฺกิเลสวิโสธเนน อิทฺธิวิสยตาย ปวตฺติฏฺานภาวโต สุวิโสธิตปริสฺสยวตฺถุ วิย กตา. อธิฏฺิตาติ ปฏิปกฺขทูรีภาวโต สุภาวิตภาเวน ตํตํอธิฏฺานโยคฺยตาย ปิตา. สมนฺตโต จิตาติ สพฺพภาเคน ภาวนุปจยํ คมิตา. เตนาห ‘‘สุวฑฺฒิตา’’ติ. สุฏฺุ สมารทฺธาติ อิทฺธิภาวนาย สิขาปฺปตฺติยา สมฺมเทว สํเสวิตา.

อนิยเมนาติ ‘‘ยสฺส กสฺสจี’’ติ อนิยมวจเนน. นิยเมตฺวาติ ‘‘ตถาคตสฺสา’’ติ สรูปทสฺสเนน นิยเมตฺวา. อายุปฺปมาณนฺติ ปรมายุปฺปมาณํ วทติ, ตสฺเสว คหเณ การณํ พฺรหฺมชาลสุตฺตวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺ. ๑.๔๐; ที. นิ. ฏี. ๑.๔๐) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. มหาสิวตฺเถโร ปน ‘‘มหาโพธิสตฺตานํ จริมภเว ปฏิสนฺธิทายิโน กมฺมสฺส อสงฺขฺเยยฺยายุกตาสํวตฺตนสมตฺถตํ หทเย เปตฺวา พุทฺธานํ อายุสงฺขารสฺส ปริสฺสยวิกฺขมฺภนสมตฺถตา ปาฬิยํ อาคตา เอวาติ อิมํ ภทฺทกปฺปเมว ติฏฺเยฺยา’’ติ อโวจ. ‘‘ขณฺฑิจฺจาทีหิ อภิภุยฺยตี’’ติ เอเตน ยถา อิทฺธิพเลน ชราย น ปฏิฆาโต, เอวํ เตน มรณสฺสปิ น ปฏิฆาโตติ อตฺถโต อาปนฺนเมวาติ. ‘‘กฺว สโร ขิตฺโต, กฺว จ นิปติโต’’ติ อฺถา วุฏฺิเตนาปิ เถรวาเทน อฏฺกถาวจนเมว สมตฺถิตนฺติ ทฏฺพฺพํ. เตนาห ‘‘โส น รุจฺจติ…เป… นิยมิต’’นฺติ.

ปริยุฏฺิตจิตฺโตติ ยถา กิฺจิ อตฺถานตฺถํ สลฺลกฺเขตุํ น สกฺกา, เอวํ อภิภูตจิตฺโต. โส ปน อภิภโว มหตา อุทโกเฆน อปฺปกสฺส อุทกสฺส อชฺโฌตฺถรณํ วิย อโหสีติ วุตฺตํ ‘‘อชฺโฌตฺถฏจิตฺโต’’ติ. อฺโปีติ เถรโต, อริเยหิ วา อฺโปิ โย โกจิ ปุถุชฺชโน. ปุถุชฺชนคฺคหณฺเจตฺถ ยถา สพฺเพน สพฺพํ อปฺปหีนวิปลฺลาโส มาเรน ปริยุฏฺิตจิตฺโต กิฺจิ อตฺถํ สลฺลกฺเขตุํ น สกฺโกติ, เอวํ เถโร ภควตา กตํ นิมิตฺโตภาสํ สพฺพโส น สลฺลกฺเขสีติ ทสฺสนตฺถํ. เตนาห ‘‘มาโร หี’’ติอาทิ. จตฺตาโร วิปลฺลาสาติ อสุเภ ‘‘สุภ’’นฺติ สฺาวิปลฺลาโส, จิตฺตวิปลฺลาโส, ทุกฺเข ‘‘สุข’’นฺติ สฺาวิปลฺลาโส, จิตฺตวิปลฺลาโสติ อิเม จตฺตาโร วิปลฺลาสา. เตนาติ ยทิปิ อิตเร อฏฺ วิปลฺลาสา ปหีนา, ตถาปิ ยถาวุตฺตานํ จตุนฺนํ วิปลฺลาสานํ อปฺปหีนภาเวน. อสฺสาติ เถรสฺส. มทฺทตีติ ผุสนมตฺเตน มทฺทนฺโต วิย โหติ, อฺถา เตน มทฺทิเต สตฺตานํ มรณเมว สิยา. กึ สกฺขิสฺสติ, น สกฺขิสฺสตีติ อธิปฺปาโย. กสฺมา น สกฺขิสฺสติ, นนุ เอส อคฺคสาวกสฺส กุจฺฉึ ปวิฏฺโติ? สจฺจํ ปวิฏฺโ, ตฺจ โข อตฺตโน อานุภาวทสฺสนตฺถํ, น วิพาธนาธิปฺปาเยน. วิพาธนาธิปฺปาเยน ปน อิธ ‘‘กึ สกฺขิสฺสตี’’ติ วุตฺตํ หทยมทฺทนสฺส อธิคตตฺตา. นิมิตฺโตภาสนฺติ เอตฺถ ‘‘ติฏฺตุ ภควา กปฺป’’นฺติ สกลกปฺปํ อวฏฺานยาจนาย ‘‘ยสฺส กสฺสจิ อานนฺท จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ภาวิตา’’ติอาทินา อฺาปเทเสน อตฺตโน จตุริทฺธิปาทภาวนานุภาเวน กปฺปํ อวฏฺานสมตฺถตาวเสน สฺุปฺปาทนํ นิมิตฺตํ, ตถา ปน ปริยายํ มุฺจิตฺวา อุชุกํเยว อตฺตโน อธิปฺปายวิภาวนํ โอภาโส. ชานนฺโตเยว วาติ มาเรน ปริยุฏฺิตภาวํ ชานนฺโต เอว. อตฺตโน อปราธเหตุโต สตฺตานํ โสโก ตนุโก โหติ, น พลวาติ อาห ‘‘โทสาโรปเนน โสกตนุกรณตฺถ’’นฺติ. กึ ปน เถโร มาเรน ปริยุฏฺิตจิตฺตกาเล ปวตฺตึ ปจฺฉา ชานาตีติ? น ชานาติ สภาเวน, พุทฺธานุภาเวน ปน อนุชานาติ.

มารยาจนกถาวณฺณนา

๑๖๘. อนตฺเถ นิโยเชนฺโต คุณมารเณน มาเรติ, วิราควิพนฺธเนน วา ชาตินิมิตฺตตาย ตตฺถ ตตฺถ ชาตํ ชาตํ มาเรนฺโต วิย โหตีติ ‘‘มาเรตีติ มาโร’’ติ วุตฺตํ. อติวิย ปาปตาย ปาปิมา. กณฺหธมฺเมหิ สมนฺนาคโต กณฺโห. วิราคาทิคุณานํ อนฺตกรณโต อนฺตโก. สตฺตานํ อนตฺถาวหปฏิปตฺตึ น มุจฺจตีติ นมุจิ. อตฺตโน มารปาเสน ปมตฺเต พนฺธติ, ปมตฺตา วา พนฺธู เอตสฺสาติ ปมตฺตพนฺธุ. สตฺตมสตฺตาหโต ปรํ สตฺต อหานิ สนฺธายาห ‘‘อฏฺเม สตฺตาเห’’ติ น ปน ปลฺลงฺกสตฺตาหาทิ วิย นิยตกิจฺจสฺส อฏฺมสตฺตาหสฺส นาม ลพฺภนโต. สตฺตมสตฺตาหสฺส หิ ปรโต อชปาลนิคฺโรธมูเล มหาพฺรหฺมุโน, สกฺกสฺส จ เทวรฺโ ปฏิฺาตธมฺมเทสนํ ภควนฺตํ ตฺวา ‘‘อิทานิ สตฺเต ธมฺมเทสนาย มม วิสยํ อติกฺกมาเปสฺสตี’’ติ สฺชาตโทมนสฺโส หุตฺวา ิโต จินฺเตสิ ‘‘หนฺท ทานาหํ นํ อุปาเยน ปรินิพฺพาเปสฺสามิ, เอวมสฺส มโนรโถ อฺถตฺตํ คมิสฺสติ, มม จ มโนรโถ อิชฺฌิสฺสตี’’ติ. เอวํ ปน จินฺเตตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํ อนฺตํ ิโต ‘‘ปรินิพฺพาตุ ทานิ ภนฺเต ภควา’’ติอาทินา ปรินิพฺพานํ ยาจิ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อฏฺเม สตฺตาเห’’ติอาทิ. ตตฺถ อชฺชาติ อายุสงฺขาโรสฺสชฺชนทิวสํ สนฺธายาห. ภควา จสฺส อภิสนฺธึ ชานนฺโตปิ ตํ อนาวิกตฺวา ปรินิพฺพานสฺส อกาลภาวเมว ปกาเสนฺโต ยาจนํ ปฏิกฺขิปิ. เตนาห ‘‘น ตาวาห’’นฺติอาทิ.

มคฺควเสน วิยตฺตาติ สจฺจสมฺปฏิเวธเวยฺยตฺติเยน พฺยตฺตา. ตเถว วินีตาติ มคฺควเสน กิเลสานํ สมุจฺเฉทวินยเนน วินีตา. ตถา วิสารทาติ อริยมคฺคาธิคเมเนว สตฺถุสาสเน เวสารชฺชปฺปตฺติยา วิสารทา, สารชฺชกรานํ ทิฏฺิวิจิกิจฺฉาทิปาปธมฺมานํ วิคเมน วิสารทภาวํ ปตฺตาติ อตฺโถ. ยสฺส สุตสฺส วเสน วฏฺฏทุกฺขโต นิสฺสรณํ สมฺภวติ, ตํ อิธ อุกฺกฏฺนิทฺเทเสน ‘‘สุต’’นฺติ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘เตปิฏกวเสนา’’ติ. ติณฺณํ ปิฏกานํ สมูโห เตปิฏกํ, ตีณิ วา ปิฏกานิ ติปิฏกํ, ติปิฏกเมว เตปิฏกํ, ตสฺส วเสน. ตเมวาติ ยํ ตํ เตปิฏกํ โสตพฺพภาเวน ‘‘สุต’’นฺติ วุตฺตํ, ตเมว. ธมฺมนฺติ ปริยตฺติธมฺมํ. ธาเรนฺตีติ สุวณฺณภาชเน ปกฺขิตฺตสีหวสํ วิย อวินสฺสนฺตํ กตฺวา สุปฺปคุณสุปฺปวตฺติภาเวน ธาเรนฺติ หทเย เปนฺติ. อิติ ปริยตฺติธมฺมวเสน พหุสฺสุตธมฺมธรภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปฏิเวธธมฺมวเสนปิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อริยธมฺมสฺสาติ มคฺคผลธมฺมสฺส, นววิธสฺสาปิ วา โลกุตฺตรธมฺมสฺส. อนุธมฺมภูตนฺติ อธิคมาย อนุรูปธมฺมภูตํ. อนุจฺฉวิกปฏิปทนฺติ จ ตเมว วิปสฺสนาธมฺมมาห, ฉพฺพิธา วิสุทฺธิโย วา. อนุธมฺมนฺติ ตสฺสา ยถาวุตฺตปฏิปทาย อนุรูปํ อภิสลฺเลขิตํ อปฺปิจฺฉตาทิธมฺมํ. จรณสีลาติ สมาทาย ปวตฺตนสีลา. อนุ มคฺคผลธมฺโม เอติสฺสาติ วา อนุธมฺมา, วุฏฺานคามินิวิปสฺสนา, ตสฺสา จรณสีลา. อตฺตโน อาจริยวาทนฺติ อตฺตโน อาจริยสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส วาทํ. สเทวกสฺส โลกสฺส อาจารสิกฺขาปเนน อาจริโย, ภควา. ตสฺส วาโท, จตุสจฺจเทสนา.

อาจิกฺขิสฺสนฺตีติ อาทิโต กเถสฺสนฺติ, อตฺตนา อุคฺคหิตนิยาเมน ปเร อุคฺคณฺหาเปสฺสนฺตีติ อตฺโถ. เทเสสฺสนฺตีติ วาเจสฺสนฺติ, ปาฬึ สมฺมา ปโพเธสฺสนฺตีติ อตฺโถ. ปฺาเปสฺสนฺตีติ ปชานาเปสฺสนฺติ, สงฺกาเปสฺสนฺตีติ อตฺโถ. ปฏฺเปสฺสนฺตีติ ปกาเรหิ เปสฺสนฺติ, ปกาเสสฺสนฺตีติ อตฺโถ. วิวริสฺสนฺตีติ วิวฏํ กริสฺสนฺติ. วิภชิสฺสนฺตีติ วิภตฺตํ กริสฺสนฺติ. อุตฺตานึ กริสฺสนฺตีติ อนุตฺตานํ คมฺภีรํ อุตฺตานํ ปากฏํ กริสฺสนฺติ. สห ธมฺเมนาติ เอตฺถ ธมฺม-สทฺโท การณปริยาโย ‘‘เหตุมฺหิ าณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติอาทีสุ (วิภ. ๒๗๐) วิยาติ อาห ‘‘สเหตุเกน สการเณน วจเนนา’’ติ. สปฺปาฏิหาริยนฺติ สนิสฺสรณํ, ยถา ปรวาทํ ภฺชิตฺวา สกวาโท ปติฏฺหติ, เอวํ เหตุทาหรเณหิ ยถาธิคตมตฺถํ สมฺปาเทตฺวา ธมฺมํ กเถสฺสนฺติ. เตนาห ‘‘นิยฺยานิกํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสสฺสนฺตี’’ติ, นววิธํ โลกุตฺตรธมฺมํ ปโพเธสฺสนฺตีติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ‘‘ปฺาเปสฺสนฺตี’’ติอาทีหิ ฉหิ ปเทหิ ฉ อตฺถปทานิ ทสฺสิตานิ, อาทิโต ปน ทฺวีหิ ปเทหิ ฉ พฺยฺชนปทานิ. เอตฺตาวตา เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ สํวณฺณนานเยน สงฺคเหตฺวา ทสฺสิตํ โหติ. วุตฺตฺเหตํ เนตฺติยํ ‘‘ทฺวาทสปทานิ สุตฺตํ, ตํ สพฺพํ พฺยฺชนฺจ อตฺโถ จา’’ติ (เนตฺติ. สงฺขาเร).

สิกฺขตฺตยสงฺคหิตนฺติ อธิสีลสิกฺขาทิสิกฺขตฺตยสงฺคหณํ. สกลํ สาสนพฺรหฺมจริยนฺติ อนวเสสํ สตฺถุสาสนภูตํ เสฏฺจริยํ. สมิทฺธนฺติ สมฺมเทว วฑฺฒิตํ. ฌานสฺสาทวเสนาติ เตหิ เตหิ ภิกฺขูหิ สมธิคตฌานสุขวเสน. วุทฺธิปฺปตฺตนฺติ อุฬารปณีตภาวคมเนน สพฺพโส ปริวุทฺธึ อุปคตํ. สพฺพปาลิผุลฺลํ วิย อภิฺาสมฺปตฺติวเสน อภิฺาสมฺปทาหิ สาสนาภิวุทฺธิยา มตฺถกปฺปตฺติโต. ปติฏฺิตวเสนาติ ปติฏฺานวเสน, ปติฏฺปฺปตฺติยาติ อตฺโถ. ปฏิเวธวเสน พหุโน ชนสฺส หิตนฺติ พาหุชฺํ. เตนาห ‘‘พหุชนาภิสมยวเสนา’’ติ. ปุถุ ปุถุลํ ภูตํ ชาตํ, ปุถุ วา ปุถุตฺตํ ภูตํ ปตฺตนฺติ ปุถุภูตํ. เตนาห ‘‘สพฺพาการ…เป… ปตฺต’’นฺติ. สุฏฺุ ปกาสิตนฺติ สุฏฺุ สมฺมเทว อาทิกลฺยาณาทิภาเวน ปเวทิตํ.

อายุสงฺขารโอสฺสชฺชนวณฺณนา

๑๖๙. สตึ สูปฏฺิตํ กตฺวาติ อยํ กายาทิวิภาโค อตฺตภาวสฺิโต ทุกฺขภาโร มยา เอตฺตกํ กาลํ วหิโต, อิทานิ ปน น วหิตพฺโพ, เอตสฺส อวหนตฺถํ จิรตรํ กาลํ อริยมคฺคสมฺภาโร สมฺภโต, สฺวายํ อริยมคฺโค ปฏิวิทฺโธ, ยโต อิเม กายาทโย อสุภาทิโต สมฺมเทว ปริฺาตา, จตุพฺพิธมฺปิ สมฺมาสตึ ยถาตถํ วิสเย สุฏฺุ อุปฏฺิตํ กตฺวา. าเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวาติ ยสฺมา อิมสฺส อตฺตภาวสฺิตสฺส ทุกฺขภารสฺส วหเน ปโยชนภูตํ อตฺตหิตํ ตาว มหาโพธิมูเล เอว ปริสมาปิตํ, ปรหิตํ ปน พุทฺธเวเนยฺยวินยนํ ปริสมาปิตพฺพํ, ตํ อิทานิ มาสตฺตเยเนว ปริสมาปนํ ปาปุณิสฺสติ, ตสฺมา อภาสิ ‘‘วิสาขปุณฺณมายํ ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ, เอวํ พุทฺธาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา สพฺพภาเคน นิจฺฉยํ กตฺวา. อายุสงฺขารํ วิสฺสชฺชีติ อายุโน ชีวิตสฺส อภิสงฺขารกํ ผลสมาปตฺติธมฺมํ ‘‘น สมาปชฺชิสฺสามี’’ติ วิสฺสชฺชิ ตํวิสฺสชฺชเนเนว เตน อภิสงฺขริยมานํ ชีวิตสงฺขารํ ‘‘นปฺปวตฺเตสฺสามี’’ติ วิสฺสชฺชิ. เตนาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. านมหนฺตตายปิ ปวตฺติอาการมหนฺตตายปิ มหนฺโต ปถวีกมฺโป. ตตฺถ านมหนฺตตาย ภูมิจาลสฺส มหตฺตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตทา กิร…เป… กมฺปิตฺถา’’ติ วุตฺตํ. สา ปน ชาติกฺเขตฺตภูตา ทสสหสฺสี โลกธาตุ เอว, น ยา กาจิ, ยา มหาภินีหารมหาชาติอาทีสุปิ กมฺปิตฺถ. ตทาปิ ตตฺติกาย เอว กมฺปเน กึ การณํ? ชาติกฺเขตฺตภาเวน ตสฺเสว อาทิโต ปริคฺคหสฺส กตตฺตา. ปริคฺคหกรณํ จสฺส ธมฺมตาวเสน เวทิตพฺพํ. ตถา หิ ปุริมพุทฺธานมฺปิ ตาวตกเมว ชาติกฺเขตฺตํ อโหสิ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ทสสหสฺสี โลกธาตู, นิสฺสทฺทา โหนฺติ นิรากุลา…เป… มหาสมุทฺโท อาภุชติ, ทสสหสฺสี ปกมฺปตี’’ติ จ อาทิ (พุ. วํ. ๘๔-๙๑). อุทกปริยนฺตํ กตฺวา ฉปฺปการปเวธเนน อวีตราเค ภึเสตีติ ภึสโน, โส เอว ภึสนโกติ อาห ‘‘ภยชนโก’’ติ. เทวเภริโยติ เทวทุนฺทุภิสทฺทสฺส ปริยายวจนมตฺตํ. น เจตฺถ กาจิ เภรี ‘‘เทวทุนฺทุภี’’ติ อธิปฺเปตา, อถ โข อุปฺปาตภาเวน ลพฺภมาโน อากาสคโต นิคฺโฆสสทฺโท. เตนาห ‘‘เทโว’’ติอาทิ. เทโวติ เมโฆ. ตสฺส หิ อจฺฉภาเวน อากาสสฺส วสฺสาภาเวน สุกฺขคชฺชิตสฺิเต สทฺเท นิจฺฉรนฺเต เทวทุนฺทุภิสมฺา. เตนาห ‘‘เทโว สุกฺขคชฺชิตํ คชฺชี’’ติ.

ปีติเวควิสฺสฏฺนฺติ ‘‘เอวํ จิรตรํ กาลํ วหิโต อยํ อตฺตภาวสฺิโต ทุกฺขภาโร, อิทานิ น จิรสฺเสว นิกฺขิปิสฺสตี’’ติ สฺชาตโสมนสฺโส ภควา สภาเวเนว ปีติเวควิสฺสฏฺํ อุทานํ อุทาเนสิ. เอวํ ปน อุทาเนนฺเตน อยมฺปิ อตฺโถ สาธิโต โหตีติ ทสฺสนตฺถํ อฏฺกถายํ ‘‘กสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ตุลียตีติ ตุลนฺติ ตุล-สทฺโท กมฺมสาธโนติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตุลิต’’นฺติ วุตฺตํ. อปฺปานุภาวตาย ปริจฺฉินฺนํ. ตถา หิ ตํ ปริโต ขณฺฑิตภาเวน ‘‘ปริตฺต’’นฺติ วุจฺจติ. ปฏิปกฺขวิกฺขมฺภนโต ทีฆสนฺตานตาย, วิปุลผลตาย น ตุลํ น ปริจฺฉินฺนํ. เยหิ การเณหิ ปุพฺเพ อวิเสสโต มหคฺคตํ ‘‘อตุล’’นฺติ วุตฺตํ, ตานิ การณานิ รูปาวจรโต อารุปฺปสฺส สาติสยานิ วิชฺชนฺตีติ ‘‘อรูปาวจรํ อตุล’’นฺติ วุตฺตํ, อิตรฺจ ‘‘ตุล’’นฺติ, อปฺปวิปากํ ตีสุปิ กมฺเมสุ ยํ ตนุวิปากํ หีนํ, ตํ ตุลํ. พหุวิปากนฺติ ยํ มหาวิปากํ ปณีตํ, ตํ อตุลํ. ยํ ปเนตฺถ มชฺฌิมํ, ตํ หีนํ, อุกฺกฏฺนฺติ ทฺวิธา ภินฺทิตฺวา ทฺวีสุ ภาเคสุ ปกฺขิปิตพฺพํ. หีนตฺติกวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว อปฺปพหุวิปากตํ นิทฺธาเรตฺวา ตสฺส วเสน ตุลาตุลภาโว เวทิตพฺโพ. สมฺภวติ เอตสฺมาติ สมฺภโวติ อาห ‘‘สมฺภวสฺส เหตุภูต’’นฺติ. นิยกชฺฌตฺตรโตติ สสนฺตานธมฺเมสุ วิปสฺสนาวเสน, โคจราเสวนาย จ นิรโต. สวิปากํ สมานํ ปวตฺติวิปากมตฺตทายิกมฺมํ สวิปากฏฺเน สมฺภวํ. น จ ตํ กามาทิภวาภิสงฺขารกนฺติ ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘สมฺภว’’นฺติ วตฺวา ‘‘ภวสงฺขาร’’นฺติ วุตฺตํ. โอสฺสชฺชีติ อริยมคฺเคน อวสฺสชฺชิ. กวจํ วิย อตฺตภาวํ ปริโยนนฺธิตฺวา ิตํ อตฺตนิ สมฺภูตตฺตา อตฺตสมฺภวํ กิเลสฺจ อภินฺทีติ กิเลสเภทสหภาวิกมฺโมสฺสชฺชนํ ทสฺเสนฺโต ตทุภยสฺส การณํ อโวจ ‘‘อชฺฌตฺตรโต สมาหิโต’’ติ.

ตีเรนฺโตติ ‘‘อุปฺปาโท ภยํ, อนุปฺปาโท เขม’’นฺติอาทินา วีมํสนฺโต. ‘‘ตุเลนฺโต ตีเรนฺโต’’ติอาทินา สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘ปฺจกฺขนฺธา’’ติ อาทึ วตฺวา ภวสงฺขารสฺส อวสฺสชฺชนาการํ สรูปโต ทสฺเสสิ. ‘‘เอว’’นฺติอาทินา ปน อุทานวณฺณนายํ อาทิโต วุตฺตมตฺถํ นิคมนวเสน ทสฺเสสิ.

มหาภูมิจาลวณฺณนา

๑๗๑. ยนฺติ กรเณ วา อธิกรเณ วา ปจฺจตฺตวจนนฺติ อธิปฺปาเยน อาห ‘‘เยน สมเยน, ยสฺมึ วา สมเย’’ติ. อุกฺเขปกวาตาติ อุทกสนฺธารกวาตํ อุปจฺฉินฺทิตฺวา ิตฏฺานโต เขปกวาตา. ‘‘สฏฺิ…เป… พหล’’นฺติ อิทํ ตสฺส วาตสฺส อุพฺเพธปฺปมาณเมว คเหตฺวา วุตฺตํ, อายามวิตฺถารโต ปน ทสสหสฺสจกฺกวาฬปฺปมาณมฺปิ อุทกสนฺธารกวาตํ อุปจฺฉินฺทติเยว. อากาเสติ ปุพฺเพ วาเตน ปติฏฺิโตกาเส. ปุน วาโตติ อุกฺเขปกวาเต ตถากตฺวา วิคเต อุทกสนฺธารกวาโต ปุน อาพนฺธิตฺวา คณฺหาติ ยถา ตํ อุทกํ น ภสฺสติ, เอวํ อุตฺถมฺเภนฺตํ อาพนฺธนวิตานวเสน พนฺธิตฺวา คณฺหาติ. ตโต อุทกํ อุคฺคจฺฉตีติ ตโต อาพนฺธิตฺวา คหณโต เตน วาเตน อุตฺถมฺภิตํ อุทกํ อุคฺคจฺฉติ อุปริ คจฺฉติ. โหติเยวาติ อนฺตรนฺตรา โหติเยว. พหลภาเวนาติ มหาปถวิยา มหนฺตภาเวน. สกลา หิ มหาปถวี ตทา โอคฺคจฺฉติ, อุคฺคจฺฉติ จ, ตสฺมา กมฺปนํ น ปฺายติ.

อิชฺฌนสฺสาติ อิจฺฉิตตฺถสิชฺฌนสฺส. อนุภวิตพฺพสฺสอิสฺสริยสมฺปตฺติอาทิกสฺส. ปริตฺตาติ ปฏิลทฺธมตฺตา นาติสุภาวิตา. ตถา จ ภาวนา พลวตี น โหตีติ อาห ‘‘ทุพฺพลา’’ติ. สฺาสีเสน หิ ภาวนา วุตฺตา. อปฺปมาณาติ ปคุณา สุภาวิตา. สา หิ ถิรา ทฬฺหตรา โหตีติ อาห ‘‘พลวา’’ติ. ‘‘ปริตฺตา ปถวีสฺา, อปฺปมาณา อาโปสฺา’’ติ เทสนามตฺตเมว, อาโปสฺาย ปน สุภาวิตาย ปถวีกมฺโป สุเขเนว อิชฺฌตีติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. สํเวเชนฺโต ทิพฺพสมฺปตฺติยา ปมตฺตํ สกฺกํ เทวราชานํ. วีมํสนฺโต วา ตาวเทว สมธิคตํ อตฺตโน อิทฺธิพลํ. มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส ปาสาทกมฺปนํ ปากฏนฺติ ตํ อนามสิตฺวา สงฺฆรกฺขิตสามเณรสฺส ปาสาทกมฺปนํ ทสฺเสตุํ ‘‘โส กิรายสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปูติมิสฺโส คนฺโธ เอตสฺสาติ ปูติคนฺโธ, เตน ปูติคนฺเธเนว อธิคตมาตุกุจฺฉิสมฺภวํ วิย คนฺเธเนว สีเสน, อติวิย ทารโก เอวาติ อตฺโถ.

อาจริยนฺติ อาจริยูปเทสํ. อิทฺธาภิสงฺขาโร นาม อิทฺธิวิธปฺปฏิปกฺขาทีภาเวน อิจฺฉิตพฺโพ, โส จ อุปาเย โกสลฺลสฺส อตฺตนา น สมฺมา อุคฺคหิตตฺตา น ตาว สิกฺขิโตติ อาห ‘‘อสิกฺขิตฺวาว ยุทฺธํ ปวิฏฺโสี’’ติ. ‘‘ปิลวนฺต’’นฺติ อิมินา สกลเมว ปาสาทวตฺถุํ อุทกํ กตฺวา อธิฏฺาตพฺพปาสาโทว ตตฺถ ปิลวตีติ ทสฺเสติ. อธิฏฺานกฺกมํ ปน อุปมาย ทสฺเสนฺโต ‘‘ตาต…เป… ชานาหี’’ติ อาห. ตตฺถ กปลฺลกปูวนฺติ อาสิตฺตกปูวํ, ตํ ปจนฺตา กปาเล ปมํ กิฺจิ ปิฏฺํ เปตฺวา อนุกฺกเมน วฑฺเฒตฺวา อนฺตนฺเตน ปริจฺฉินฺทนฺติ ปูวํ สมนฺตโต ปริจฺฉินฺนํ กตฺวา เปนฺติ, เอวํ ‘‘อาโปกสิณวเสน ‘ปาสาเทน ปติฏฺิตฏฺานํ อุทกํ โหตู’ติ อธิฏฺหนฺโต สมนฺตโต ปาสาทสฺส ยาว ปริยนฺตา ยถา อุทกํ โหติ, ตถา อธิฏฺาตพฺพ’’นฺติ อุปมาย อุปทิสติ.

มหาปทาเน วุตฺตเมวาติ ‘‘ธมฺมตา เอสา, ภิกฺขเว, ยทา โพธิสตฺโต ตุสิตา กายา จวิตฺวา มาตุกุจฺฉึ โอกฺกมตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๘) วตฺวา ‘‘อยฺจ ทสสหสฺสี โลกธาตุ สงฺกมฺปติ สมฺปกมฺปติ สมฺปเวธตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๘), ตถา ‘‘ธมฺมตา เอสา, ภิกฺขเว, ยทา โพธิสตฺโต มาตุกุจฺฉิมฺหา นิกฺขมตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๐) วตฺวา ‘‘อยฺจ ทสสหสฺสี โลกธาตุ สงฺกมฺปติ สมฺปกมฺปติ สมฺปเวธตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๒) จ มหาโพธิสตฺตสฺส คพฺโภกฺกนฺติยํ, อภิชาติยฺจ ธมฺมตาวเสน มหาปทาเนปถวีกมฺปสฺส วุตฺตตฺตา อิตเรสุปิ จตูสุ าเนสุ ปถวีกมฺโป ธมฺมตาวเสเนวาติ มหาปทาเนอตฺถโต วุตฺตํ เอวาติ อธิปฺปาโย.

อิทานิ เนสํ ปถวีกมฺปนํ การณโต, ปวตฺติอาการโต จ วิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิติ อิเมสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ธาตุโกเปนาติ อุกฺเขปกธาตุสงฺขาตาย วาโยธาตุยา ปโกเปน. อิทฺธานุภาเวนาติ าณิทฺธิยา วา กมฺมวิปากชิทฺธิยา วา ปภาเวน, เตเชนาติ อตฺโถ. ปุฺเตเชนาติ ปุฺานุภาเวน, มหาโพธิสตฺตสฺส ปุฺพเลนาติ อตฺโถ. าณเตเชนาติ ปฏิเวธาณานุภาเวน. สาธุการทานวเสนาติ ยถา อนฺสาธารเณน ปฏิเวธาณานุภาเวน อภิหตา มหาปถวี อภิสมฺโพธิยํ อกมฺปิตฺถ, เอวํ อนฺสาธารเณน เทสนาาณานุภาเวน อภิหตา มหาปถวี อกมฺปิตฺถ, ตํ ปนสฺสา สาธุการทานํ วิย โหตีติ ‘‘สาธุการทานวเสนา’’ติ วุตฺตํ.

เยน ปน ภควา อสีติอนุพฺยฺชนปฏิมณฺฑิตทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณ- (ที. นิ. ๒.๓๓; ๓.๑๙๘; ม. นิ. ๒.๓๘๕) วิจิตฺรรูปกาโย สพฺพาการปริสุทฺธสีลกฺขนฺธาทิคุณรตนสมิทฺธิธมฺมกาโย ปุฺมหตฺตถามมหตฺตยสมหอาอิทฺธิมหตฺตปฺามหตฺตานํ ปรมุกฺกํสคโต อสโม อสมสโม อปฺปฏิปุคฺคโล อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อตฺตโน อตฺตภาวสฺิตํ ขนฺธปฺจกํ กปฺปํ วา กปฺปาวเสสํ วา เปตุํ สมตฺโถปิ สงฺขตธมฺมํ ปฏิชิคุจฺฉนาการปฺปวตฺเตน าณวิเสเสน ติณายปิ อมฺมาโน อายุสงฺขาโรสฺสชฺชนวิธินา นิรเปกฺโข โอสฺสชฺชิ. ตทนุภาวาภิหตา มหาปถวี อายุสงฺขาโรสฺสชฺชเน อกมฺปิตฺถ, ตํ ปนสฺสา การุฺสภาวสณฺิตา วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘การุฺสภาเวนา’’ติ. ยสฺมา ภควา ปรินิพฺพานสมเย จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสงฺขฺยา สมาปตฺติโย สมาปชฺชิ อนฺตรนฺตรา ผลสมาปตฺติสมาปชฺชเนน, ตสฺส ปุพฺพภาเค สาติสยํ ติกฺขํ สูรํ วิปสฺสนาาณฺจ ปวตฺเตสิ, ‘‘ยทตฺถฺจ มยา เอวํ สุจิรกาลํ อนฺสาธารโณ ปรมุกฺกํสคโต าณสมฺภาโร สมฺภโต, อนุตฺตโร จ วิโมกฺโข สมธิคโต, ตสฺส วต เม สิขาปฺปตฺตผลภูตา อจฺจนฺตนิฏฺา อนุปาทิเสสนิพฺพานธาตุ อชฺช สมิชฺฌตี’’ติ ภิยฺโย อติวิย โสมนสฺสปฺปตฺตสฺส ภควโต ปีติวิปฺผาราทิคุณวิปุลตรานุภาโว ปเรหิ อสาธารณาณาติสโย อุทปาทิ, ยสฺส สมาปตฺติพลสมุปพฺรูหิตสฺส าณาติสยสฺส อานุภาวํ สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ ‘‘ทฺเวเม ปิณฺฑปาตา สมสมผลา สมสมวิปากา’’ติอาทิ (อุทา. ๗๕), ตสฺมา ตสฺส อานุภาเวน สมภิหตา มหาปถวี อกมฺปิตฺถ. ตํ ปนสฺสา ตสฺสํ เวลายํ อาโรทนาการปฺปตฺติ วิย โหตีติ ‘‘อฏฺโม อาโรทเนนา’’ติ วุตฺตํ.

อิทานิ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘มาตุกุจฺฉึ โอกฺกมนฺเต’’ติอาทิมาห. อยํ ปนตฺโถติ ‘‘สาธุการทานวเสนา’’ติอาทินา วุตฺโต อตฺโถ. ปถวีเทวตาย วเสนาติ เอตฺถ สมุทฺทเทวตา วิย มหาปถวิยา อธิเทวตา กิร นาม อตฺถิ. ตาทิเส การเณ สติ ตสฺสา จิตฺตวเสน อยํ มหาปถวี สงฺกมฺปติ สมฺปกมฺปติ สมฺปเวธติ, ยถา วาตวลาหกเทวตานํ จิตฺตวเสน วาตา วายนฺติ, สีตุณฺหอพฺภวสฺสวลาหกเทวตานํ จิตฺตวเสน สีตาทโย ภวนฺติ. ตถา หิ วิสาขปุณฺณมายํ อภิสมฺโพธิอตฺถํ โพธิรุกฺขมูเล นิสินฺนสฺส โลกนาถสฺส อนฺตรายกรณตฺถํ อุปฏฺิตํ มารพลํ วิธมิตุํ –

‘‘อเจตนายํ ปถวี, อวิฺาย สุขํ ทุขํ;

สาปิ ทานพลา มยฺหํ, สตฺตกฺขตฺตุํ ปกมฺปถา’’ติ. (จริยา. ๑.๑๒๔) –

วจนสมนนฺตรํ มหาปถวี ภิชฺชิตฺวา สปริสํ มารํ ปริวตฺเตสิ. เอตนฺติ สาธุการทานาทิ. ยทิปิ นตฺถิ อเจตนตฺตา, ธมฺมตาวเสน ปน วุตฺตนเยน สิยาติ สกฺกา วตฺตุํ. ธมฺมตา ปน อตฺถโต ธมฺมสภาโว, โส ปุฺธมฺมสฺส วา าณธมฺมสฺส วา อานุภาวสภาโวติ. ตยิทํ สพฺพํ วิจาริตเมว, เอวฺจ กตฺวา –

‘‘อิเม ธมฺเม สมฺมสโต, สภาวสรสลกฺขเณ;

ธมฺมเตเชน วสุธา, ทสสหสฺสี ปกมฺปถา’’ติ. (พุ. วํ. ๑.๑๖๖);

อาทิ วจนฺจ สมตฺถิตํ โหติ.

นิทฺทิฏฺนิทสฺสนนฺติ นิทฺทิฏฺสฺส อตฺถสฺส นิยฺยาตนํ, นิคมนนฺติ อตฺโถ. เอตฺตาวตาติ ปถวีกมฺปาทิอุปฺปาทชนเนน เจว ปถวีกมฺปสฺส ภควโต เหตุนิทสฺสเนน จ. ‘‘อทฺธา อชฺช ภควตา อายุสงฺขาโร โอสฺสฏฺโ’’ติ สลฺลกฺเขสิ ปาริเสสาเยน. เอวฺหิ ตทา เถโร ตมตฺถํ วีมํเสยฺย นายํ ภูมิกมฺโป ธาตุปฺปโกปเหตุโก ตสฺส อปฺายมานรูปตฺตา, พาหิรโกปิ อิสิ เอวํ มหานุภาโว พุทฺธกาเล นตฺถิ, สาสนิโกปิ สตฺถุ อนาโรเจตฺวา เอวํ กโรนฺโต นาม นตฺถิ, เสสานํ ปฺจนฺนํ อิทานิ อสมฺภโว, เอวํ ภูมิกมฺโป จายํ มหาภึสนโก สโลมหํโส อโหสิ, ตสฺมา ปาริเสสโต อาห ‘‘อชฺช ภควตา อายุสงฺขาโร โอสฺสฏฺโติ สลฺลกฺเขสี’’ติ.

อฏฺปริสวณฺณนา

๑๗๒. โอกาสํ อทตฺวาติ ‘‘ติฏฺตุ ภนฺเต ภควา กปฺป’’นฺติอาทิ (ที. นิ. ๒.๑๗๘) นยปฺปวตฺตาย เถรสฺส อายาจนาย อวสรํ อทตฺวา. อฺานิปิ อฏฺกานิ สมฺปิณฺเฑนฺโต เหตุอฏฺกโต อฺานิ ปริสาภิภายตนวิโมกฺขวเสน ตีณิ อฏฺกานิ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘อฏฺ โข อิมา’’ติอาทิมาห. ‘‘อายสฺมโต อานนฺทสฺส โสกุปฺปตฺตึ ปริหรนฺโต วิกฺเขปํ กโรนฺโต’’ติ เกจิ สหสา ภณิเต พลวโสโก อุปฺปชฺเชยฺยาติ.

สมาคนฺตพฺพโต, สมาคจฺฉตีติ วา สมาคโม, ปริสา. พิมฺพิสารปมุโข สมาคโม พิมฺพิสารสมาคโม. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. พิมฺพิสาร…เป… สมาคมาทิสทิสํ ขตฺติยปริสนฺติ โยชนา. อฺเสุ จกฺกวาเฬสุปิ ลพฺภเตเยว สตฺถุ ขตฺติยปริสาทิอุปสงฺกมนํ. อาทิโต เตหิ สทฺธึ สตฺถุ ภาสนํ อาลาโป. กถนปฏิกถนํ สลฺลาโป. ธมฺมุปสฺหิตา ปุจฺฉา ปฏิปุจฺฉา ธมฺมสากจฺฉา. สณฺานํ ปฏิจฺจ กถนํ สณฺานปริยายตฺตา วณฺณ-สทฺทสฺส ‘‘มหนฺตํ หตฺถิราชวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๓๘) วิย. ‘‘เตส’’นฺติ ปทํ อุภยปทาเปกฺขํ ‘‘เตสมฺปิ ลกฺขณสณฺานํ วิย สตฺถุ สรีรสณฺานํ, เตสํ เกวลํ ปฺายติ เอวา’’ติ. นาปิ อามุกฺกมณิกุณฺฑโล ภควา โหตีติ โยชนา. ฉินฺนสฺสราติ ทฺวิธาภูตสฺสรา. คคฺครสฺสราติ ชชฺชริตสฺสรา. ภาสนฺตรนฺติ เตสํ สตฺตานํ ภาสโต อฺํ ภาสํ. วีมํสาติ จินฺตนา. ‘‘กิมตฺถํ…เป… เทเสตี’’ติ อิทํ นนุ อตฺตานํ ชานาเปตฺวา ธมฺเม กถิเต เตสํ สาติสโย ปสาโท โหตีติ อิมินา อธิปฺปาเยน วุตฺตํ? เยสํ อตฺตานํ อชานาเปตฺวาว ธมฺเม กถิเต ปสาโท โหติ, น ชานาเปตฺวา, ตาทิเส สนฺธาย สตฺถา ตถา กโรติ. ตตฺถ ปโยชนมาห ‘‘วาสนตฺถายา’’ติ. เอวํ สุโตปีติ เอวํ อวิฺาตเทสโก อวิฺาตาคมโนปิ สุโต ธมฺโม อตฺตโน ธมฺมสุธมฺมตาเยว อนาคเต ปจฺจโย โหติ สุณนฺตสฺส.

‘‘อานนฺทา’’ติอาทิโก สงฺคีติอนารุฬฺโห ปาฬิธมฺโม เอว ตถา ทสฺสิโต. เอส นโย อิโต ปเรสุปิ เอวรูเปสุ าเนสุ.

อฏฺอภิภายตนวณฺณนา

๑๗๓. อภิภวตีติ อภิภุ, ปริกมฺมํ, าณํ วา. อภิภุ อายตนํ เอตสฺสาติ อภิภายตนํ, ฌานํ. อภิภวิตพฺพํ วา อารมฺมณสงฺขาตํ อายตนํ เอตสฺสาติ อภิภายตนํ. อารมฺมณาภิภวนโต อภิภุ จ ตํ อายตนฺจ โยคิโน สุขวิเสสานํ อธิฏฺานภาวโต, มนายตนธมฺมายตนภาวโต วาติปิ สสมฺปยุตฺตํ ฌานํ อภิภายตนํ. เตนาห ‘‘อภิภวนการณานี’’ติอาทิ. ตานิ หีติ อภิภายตนสฺิตานิ ฌานานิ. ‘‘ปุคฺคลสฺส าณุตฺตริยตายา’’ติ อิทํ อุภยตฺถาปิ โยเชตพฺพํ. กถํ? ปฏิปกฺขภาเวน ปจฺจนีกธมฺเม อภิภวนฺติ ปุคฺคลสฺส าณุตฺตริยตาย อารมฺมณานิ อภิภวนฺติ. าณพเลเนว หิ อารมฺมณาภิภวนํ วิย ปฏิปกฺขาภิภโว ปีติ.

ปริกมฺมวเสน อชฺฌตฺตํ รูปสฺี, น อปฺปนาวเสน. น หิ ปฏิภาคนิมิตฺตารมฺมณา อปฺปนา อชฺฌตฺตวิสยา สมฺภวติ, ตํ ปน อชฺฌตฺตปริกมฺมวเสน ลทฺธํ กสิณนิมิตฺตํ อวิสุทฺธเมว โหติ, น พหิทฺธาปริกมฺมวเสน ลทฺธํ วิย วิสุทฺธํ.

ปริตฺตานีติ ยถาลทฺธานิ สุปฺปสราวมตฺตานิ. เตนาห ‘‘อวฑฺฒิตานี’’ติ. ปริตฺตวเสเนวาติ วณฺณวเสน อาโภเค วิชฺชมาเนปิ ปริตฺตวเสเนว อิทํ อภิภายตนํ วุตฺตํ. ปริตฺตตา เหตฺถ อภิภวนสฺส การณํ. วณฺณาโภเค สติปิ อสติปิ อภิภายตนภาวนา นาม ติกฺขปฺสฺเสว สมฺภวติ, น อิตรสฺสาติ อาห ‘‘าณุตฺตริโก ปุคฺคโล’’ติ. อภิภวิตฺวา สมาปชฺชตีติ เอตฺถ อภิภวนํ, สมาปชฺชนฺจ อุปจารชฺฌานาธิคมสมนนฺตรเมว อปฺปนาฌานุปฺปาทนนฺติ อาห ‘‘สห นิมิตฺตุปฺปาเทเนเวตฺถ อปฺปนํ ปาเปตี’’ติ. สห นิมิตฺตุปฺปาเทนาติ จ อปฺปนาปริวาสาภาวสฺส ลกฺขณํ วจนเมตํ. โย ‘‘ขิปฺปาภิฺโ’’ติ วุจฺจติ, ตโตปิ าณุตฺตรสฺเสว อภิภายตนภาวนา. เอตฺถาติ เอตสฺมึ นิมิตฺเต. อปฺปนํ ปาเปตีติ ภาวนํ อปฺปนํ เนติ.

เอตฺถ จ เกจิ ‘‘อุปฺปนฺเน อุปจารชฺฌาเน ตํ อารพฺภ เย เหฏฺิมนฺเตน ทฺเว ตโย ชวนวารา ปวตฺตนฺติ, เต อุปจารชฺฌานปกฺขิกา เอว, ตทนนฺตรฺจ ภวงฺคปริวาเสน, อุปจาราเสวนาย จ วินา อปฺปนา โหติ, สห นิมิตฺตุปฺปาเทเนว อปฺปนํ ปาเปตี’’ติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ. น หิ ปริวาสิตปริกมฺเมน อปฺปนาวาโร อิจฺฉิโต, นาปิ มหคฺคตปฺปมาณชฺฌาเนสุ วิย อุปจารชฺฌาเน เอกนฺตโต ปจฺจเวกฺขณา อิจฺฉิตพฺพา, ตสฺมา อุปจารชฺฌานาธิคมนโต ปรํ กติปยภวงฺคจิตฺตาวสาเน อปฺปนํ ปาปุณนฺโต ‘‘สห นิมิตฺตุปฺปาเทเนเวตฺถ อปฺปนํ ปาเปตี’’ติ วุตฺโต. สห นิมิตฺตุปฺปาเทเนวาติ จ อธิปฺปายิกมิทํ วจนํ, น นีตตฺถํ, อธิปฺปาโย วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ, น อนฺโตสมาปตฺติยํ ตทา ตถารูปสฺส อาโภคสฺส อสมฺภวโต. สมาปตฺติโต วุฏฺิตสฺส อาโภโค ปุพฺพภาคภาวนายวเสน ฌานกฺขเณ ปวตฺตํ อภิภวนาการํ คเหตฺวา ปวตฺโตติ ทฏฺพฺพํ. อภิธมฺมฏฺกถายํ ปน ‘‘อิมินา ตสฺส ปุพฺพาโภโค กถิโต’’ติ (ธ. ส. อฏฺ. ๒๐๔) วุตฺตํ. อนฺโตสมาปตฺติยํ ตถา อาโภคาภาเว กสฺมา ‘‘ฌานสฺายปี’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อภิภวน…เป… อตฺถี’’ติ.

วฑฺฒิตปฺปมาณานีติ วิปุลปฺปมาณานีติ อตฺโถ, น เอกงฺคุลทฺวงฺคุลาทิวเสน วฑฺฒึ ปาปิตานีติ ตถา วฑฺฒนสฺเสเวตฺถ อสมฺภวโต. เตนาห ‘‘มหนฺตานี’’ติ. ภตฺตวฑฺฒิตกนฺติ ภุฺชนภาชนํ วฑฺเฒตฺวา ทินฺนภตฺตํ, เอกาสเน ปุริเสน ภุฺชิตพฺพภตฺตโต อุปฑฺฒภตฺตนฺติ อตฺโถ.

รูเป สฺา รูปสฺา, สา อสฺส อตฺถีติ รูปสฺี, น รูปสฺี อรูปสฺี, สฺาสีเสน ฌานํ วทติ. รูปสฺาย อนุปฺปาทนํ เอเวตฺถ อลาภิตา.

พหิทฺธาว อุปฺปนฺนนฺติ พหิทฺธา วตฺถุสฺมึเยว อุปฺปนฺนํ. อภิธมฺเม ปน ‘‘อชฺฌตฺตํ อรูปสฺี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ปริตฺตานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ…เป… อปฺปมาณานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานี’’ติ (ธ. ส. ๒๒๐) เอวํ จตุนฺนํ อภิภายตนานํ อาคตตฺตา อภิธมฺมฏฺกถายํ (ธ. ส. อฏฺ. ๒๐๔) ‘‘กสฺมา ปน ‘ยถา สุตฺตนฺเต อชฺฌตฺตํ รูปสฺี เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ปริตฺตานีติอาทิ วุตฺตํ, เอวํ อวตฺวา อิธ จตูสุปิ อภิภายตเนสุ อชฺฌตฺตํ อรูปสฺิตาว วุตฺตา’ติ โจทนํ กตฺวา ‘อชฺฌตฺตรูปานํ อนภิภวนียโต’ติ การณํ วตฺวา, ตตฺถ วา หิ อิธ วา พหิทฺธา รูปาเนว อภิภวิตพฺพานิ, ตสฺมา ตานิ นิยมโต วตฺตพฺพานีติ ตตฺราปิ อิธาปิ วุตฺตานิ. ‘อชฺฌตฺตํ รูปสฺี’ติ อิทํ ปน สตฺถุ เทสนาวิลาสมตฺตเมวา’’ติ วุตฺตํ. เอตฺถ จ วณฺณาโภครหิตานิ, สหิตานิ จ สพฺพานิ ปริตฺตานิ ‘‘ปริตฺตานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานี’’ติ วุตฺตานิ, ตถา อปฺปมาณานิ ‘‘อปฺปมาณานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานี’’ติ. อตฺถิ หิ โส ปริยาโย ปริตฺตานิ อภิภุยฺย ตานิ เจ กทาจิ วณฺณวเสน อาภุชิตานิ โหนฺติ, สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ อภิภุยฺยาติ. ปริยายกถา หิ สุตฺตนฺตเทสนาติ. อภิธมฺเม (ธ. ส. ๒๒๒) ปน นิปฺปริยายเทสนตฺตา วณฺณาโภครหิตานิ วิสุํ วุตฺตานิ, ตถา สหิตานิ. อตฺถิ หิ อุภยตฺถ อภิภวนวิเสโสติ. ตถา อิธ ปริยายเทสนตฺตา วิโมกฺขานมฺปิ อภิภวนปริยาโย อตฺถีติ ‘‘อชฺฌตฺตํ รูปสฺี’’ติอาทินา ปมทุติยอภิภายตเนสุ ปมวิโมกฺโข, ตติยจตุตฺถอภิภายตเนสุ ทุติยวิโมกฺโข, วณฺณาภิภายตเนสุ ตติยวิโมกฺโข จ อภิภวนปฺปวตฺติโต สงฺคหิโต. อภิธมฺเม ปน นิปฺปริยายเทสนตฺตา วิโมกฺขาภิภายตนานิ อสงฺกรโต ทสฺเสตุํ วิโมกฺเข วชฺเชตฺวา อภิภายตนานิ กถิตานิ; สพฺพานิ จ วิโมกฺขกิจฺจานิ ฌานานิ วิโมกฺขเทสนายํ วุตฺตานิ. ตเทตํ ‘‘อชฺฌตฺตํ รูปสฺี’’ติ อาคตสฺส อภิภายตนทฺวยสฺส อภิธมฺเม อภิภายตเนสุ อวจนโต ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทีนฺจ สพฺพวิโมกฺขกิจฺจสาธารณวจนภาวโต ววตฺถานํ กตนฺติ วิฺายติ. ‘‘อชฺฌตฺตรูปานํ อนภิภวนียโต’’ติ อิทํ กตฺถจิปิ ‘‘อชฺฌตฺตํ รูปานิ ปสฺสตี’’ติ อวตฺวา สพฺพตฺถ ยํ วุตฺตํ ‘‘พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสตี’’ติ, ตสฺส การณวจนํ, เตน ยํ อฺเหตุกํ, ตํ เตน เหตุนา วุตฺตํ. ยํ ปน เทสนาวิลาสเหตุกํ อชฺฌตฺตํ อรูปสฺิตาย เอว อภิธมฺเม (ธ. ส. ๒๒๓) วจนํ, น ตสฺส อฺํ การณํ มคฺคิตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. อชฺฌตฺตรูปานํ อนภิภวนียตา จ เตสํ พหิทฺธา รูปานํ วิย อภูตตฺตา. เทสนาวิลาโส จ ยถาวุตฺตววตฺถานวเสน เวทิตพฺโพ เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน วิชฺชมานปริยายกถาภาวโต. ‘‘สุวณฺณทุพฺพณฺณานี’’ติ เอเตเนว สิทฺธตฺตา น นีลาทิ อภิภายตนานิ วตฺตพฺพานีติ เจ? ตํ น, นีลาทีสุ กตาธิการานํ นีลาทิภาวสฺเสว อภิภวนการณตฺตา. น หิ เตสํ ปริสุทฺธาปริสุทฺธวณฺณานํ ปริตฺตตา, อปฺปมาณตา วา อภิภวนการณํ, อถ โข นีลาทิภาโว เอวาติ. เอเตสุ จ ปริตฺตาทิกสิณรูเปสุ ยํ ยํ จริตสฺส อิมานิ อภิภายตนานิ อิชฺฌนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิเมสุ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

สพฺพสงฺคาหกวเสนาติ สกลนีลวณฺณนีลนิทสฺสนนีลนิภาสานํ สาธารณวเสน. วณฺณวเสนาติ สภาววณฺณวเสน. นิทสฺสนวเสนาติ ปสฺสิตพฺพตาวเสน จกฺขุวิฺาณาทิวิฺาณวีถิยา คเหตพฺพตาวเสน. โอภาสวเสนาติ สปฺปภาสตาย อวภาสนวเสน. อุมาปุปฺผนฺติ อตสิปุปฺผํ. นีลเมว โหติ วณฺณสงฺกราภาวโต. พาราณสิสมฺภวนฺติ พาราณสิยํ สมุฏฺิตํ.

เอกจฺจสฺส อิโต พาหิรกสฺส อปฺปมาณํ อติวิตฺถาริตํ กสิณนิมิตฺตํ โอโลเกนฺตสฺส ภยํ อุปฺปชฺเชยฺย ‘‘กึ นุ โข อิทํ สกลํ โลกํ อภิภวิตฺวา อชฺโฌตฺถริตฺวา คณฺหาตี’’ติ, ตถาคตสฺส ปน ตาทิสํ ภยํ วา สารชฺชํ วา นตฺถีติ อภีตภาวทสฺสนตฺถเมว อานีตานิ.

อฏฺวิโมกฺขวณฺณนา

๑๗๔. อุตฺตานตฺถาเยว เหฏฺา อตฺถโต วิภตฺตตฺตา. เอกจฺจสฺส วิโมกฺโขติ โฆโสปิ ภยาวโห วฏฺฏาภิรตภาวโต, ตถาคตสฺส ปน วิโมกฺเข อุปสมฺปชฺช วิหรโตปิ ตํ นตฺถีติ อภีตภาวทสฺสนตฺถเมว อานีตานิ.

อานนฺทยาจนกถาวณฺณนา

๑๗๘. โพธีติ สพฺพฺุตฺาณํ. ตฺหิ ‘‘จตุมคฺคาณปฏิเวธ’’นฺตฺเวว วุตฺตํ สพฺพฺุตฺาณปฺปฏิเวธสฺส ตํมูลกตฺตา. เอวํ วุตฺตภาวนฺติ ‘‘อากงฺขมาโน อานนฺท ตถาคโต กปฺปํ วา ติฏฺเยฺยา’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๖๖) เอวํ วุตฺตภาวํ.

๑๗๙. ตมฺปิ โอฬาริกนิมิตฺตํ กตํ ตสฺส มาเรน ปริยุฏฺิตเจตโส น ปฏิวิทฺธํ น สลฺลกฺขิตํ.

๑๘๓. อาทิเกหีติ เอวมาทีหิ มิตฺตามจฺจสุหชฺชาหิ. ปิยายิตพฺพโต ปิเยหิ. มนวฑฺฒนโต มนาเปหิ. ชาติยาติ ชาติอนุรูปคมเนน. นานาภาโว วิสุํภาโว อสมฺพทฺธภาโว. มรเณน วินาภาโวติ จุติยา เตนตฺตภาเวน อปุนราวตฺตนโต วิปฺปโยโค. ภเวน อฺถาภาโวติ ภวนฺตรคฺคหเณน ปุริมาการโต อฺาการตา ‘‘กามาวจรสตฺโต รูปาวจโร โหตี’’ติอาทินา, ตตฺถาปิ ‘‘มนุสฺโส เทโว โหตี’’ติอาทินาปิ โยเชตพฺโพ. กุเตตฺถ ลพฺภาติ กุโต กุหึ กิสฺมึ นาม าเน เอตฺถ เอตสฺมึ ขนฺธปฺปวตฺเต ‘‘ยํ ตํ ชาตํ…เป… มา ปลุชฺชี’’ติ ลทฺธุํ สกฺกา. น สกฺกา เอว ตาทิสสฺส การณสฺส อภาวโตติ อาห ‘‘เนตํ านํ วิชฺชตี’’ติ. เอวํ อจฺฉริยพฺภุตธมฺมํ ตถาคตสฺสาปิ สรีรํ, กิมงฺคํ ปน อฺเสนฺติ อธิปฺปาโย. ‘‘ปจฺจาวมิสฺสตี’’ติ เนตํ านํ วิชฺชติ สตึ สูปฏฺิตํ กตฺวา าเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา อายุสงฺขารานํ โอสฺสฏฺตฺตา, พุทฺธกิจฺจสฺส จ ปริโยสาปิตตฺตา. น เหตฺถ มาสตฺตยโต ปรํ พุทฺธเวเนยฺยา ลพฺภนฺตีติ.

๑๘๔. สาสนสฺส จิรฏฺิติ นาม สสมฺภาเรหิ อริยมคฺคธมฺเมหิ เกวเลหีติ อาห ‘‘สพฺพํ โลกิยโลกุตฺตรวเสเนว กถิต’’นฺติ โลกิยาหิ สีลสมาธิปฺาหิ วินา โลกุตฺตรธมฺมสมธิคมสฺส อสมฺภวโต.

ตติยภาณวารวณฺณนา นิฏฺิตา.

นาคาปโลกิตวณฺณนา

๑๘๖. นาคาปโลกิตนฺติ นาคสฺส วิย อปโลกิตํ, หตฺถินาคสฺส อปโลกนสทิสํ อปโลกนนฺติ อตฺโถ. อาหจฺจาติ ผุสิตฺวา. องฺกุสกลคฺคานิ วิยาติ องฺกุสกานิ วิย อฺมฺสฺมึ ลคฺคานิ อาสตฺตานิ หุตฺวา ิตานิ. เอกาพทฺธานีติ อฺมฺํ เอกโต อาพทฺธานิ. ตสฺมาติ คีวฏฺีนํ เอกคฺฆนานํ วิย เอกาพทฺธภาเวน, น เกวลํ คีวฏฺีนํเยว, อถ โข สพฺพานิปิ ตานิ พุทฺธานํ เปตฺวา พาหุสนฺธิอาทิกา ทฺวาทส มหาสนฺธิโย, องฺคุลิสนฺธิโย จ อิตรสนฺธีสุ เอกาพทฺธานิ หุตฺวา ิตานิ, ยโต เนสํ ปกติหตฺถีนํ โกฏิสหสฺสพลปฺปมาณํ กายพลํ โหติ. เวสาลินคราภิมุขํ อกาสิ กณฺฏกปริวตฺตเน วิย กปิลนคราภิมุขํ. ยทิ เอวํ กถํ ตํ นาคาปโลกิตํ นาม ชาตํ? ตทชฺฌาสยํ อุปาทาย. ภควา หิ นาคาปโลกิตวเสเนว อปโลเกตุกาโม ชาโต, ปุฺานุภาเวน ปนสฺส ปติฏฺิตฏฺานํ ปริวตฺติ, เตน ตํ ‘‘นาคาปโลกิตํ’’ ตฺเวว วุจฺจติ.

‘‘อิทํ ปจฺฉิมกํ อานนฺท ตถาคตสฺส เวสาลิยา ทสฺสน’’นฺติ นยิทํ เวสาลิยา อปโลกนสฺส การณวจนํ อเนกนฺติกตฺตา, ภูตกถนมตฺตํ ปเนตํ. มคฺคโสธนวเสน ตํ ทสฺเสตฺวา อฺเทเวตฺถ อปโลกนการณํ ทสฺเสตุกาโม ‘‘นนุ จา’’ติอาทิมาห. ตํ ตํ สพฺพํ ปจฺฉิมทสฺสนเมว อนุกฺกเมน กุสินารํ คนฺตฺวา ปรินิพฺพาตุกามตาย ตโต ตโต นิกฺขนฺตตฺตา. ‘‘อนจฺฉริยตฺตา’’ติ อิมินา ยถาวุตฺตํ อเนกนฺติกตฺตํ ปริหรติ, ตยิทํ โสธนมตฺตํ. อิทํ ปเนตฺถ อวิปรีตํ การณนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. น หิ ภควา สาเปกฺโข เวสาลึ อปโลเกสิ, ‘‘อิทํ ปน เม คมนํ อปุนราคมน’’นฺติ ทสฺสนมุเขน พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อปโลเกสิ. เตนาห ‘‘อปิจ เวสาลิราชาโน’’ติอาทิ.

อนฺตกโรติ สกลวฏฺฏทุกฺขสฺส สกสนฺตาเน, ปรสนฺตาเน จ วินาสกโร อภาวกโร. พุทฺธจกฺขุธมฺมจกฺขุทิพฺพจกฺขุมํสจกฺขุสมนฺตจกฺขุสงฺขาเตหิ ปฺจหิ จกฺขูหิ จกฺขุมา. สวาสนานํ กิเลสานํ สมุจฺฉินฺนตฺตา สาติสยํ กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต.

จตุมหาปเทสวณฺณนา

๑๘๗. มหาโอกาเสติ มหนฺเต โอกาเส. มหนฺตานิ ธมฺมสฺส ปติฏฺาปนฏฺานานิ. เยสุ ปติฏฺาปิโต ธมฺโม นิจฺฉียติ อสนฺเทหโต, กานิ ปน ตานิ? อาคมนวิสิฏฺานิ สุตฺโตตรณาทีนิ. ทุติยวิกปฺเป อปทิสนฺตีติ อปเทสา, ‘‘สมฺมุขา เมตํ อาวุโส ภควโต สุต’’นฺติอาทินา เกนจิ อาภตสฺส ‘‘ธมฺโม’’ติ วินิจฺฉินเน การณํ. กึ ปน ตนฺติ? ตสฺส ยถาภตสฺส สุตฺโตตรณาทิ เอว. ยทิ เอวํ กถํ จตฺตาโรติ? ยสฺมา ธมฺมสฺส ทฺเว สมฺปรายา สตฺถา, สาวกา จ, เตสุ จ สาวกา สงฺฆคณปุคฺคลวเสน ติวิธา, เอวํ ‘‘ตุมฺหากํ มยา ยํ ธมฺโม ปฏิคฺคหิโต’’ติ อปทิสิตพฺพานํ เภเทน จตฺตาโร. เตนาห ‘‘สมฺมุขา เม ตํ อาวุโส ภควโต สุต’’นฺติอาทิ. ตถา จ วุตฺตํ เนตฺติยํ ‘‘จตฺตาโร มหาปเทสา พุทฺธาปเทโส สงฺฆาปเทโส สมฺพหุลตฺเถราปเทโส เอกตฺเถราปเทโส. อิเม จตฺตาโร มหาปเทสา’’ติ (เนตฺติ. ๑๘) พุทฺโธ อปเทโส เอตสฺสาติ พุทฺธาปเทโส. เอส นโย เสเสสุปิ. เตนาห ‘‘พุทฺธาทโย…เป… มหาการณานี’’ติ.

๑๘๘. เนว อภินนฺทิตพฺพนฺติ น สมฺปฏิจฺฉิตพฺพํ. คนฺถสฺส สมฺปฏิจฺฉนํ นาม สวนนฺติ อาห ‘‘น โสตพฺพ’’นฺติ. ปทพฺยฺชนานีติ ปทานิ จ พฺยฺชนานิ จ, อตฺถปทานิ, พฺยฺชนปทานิ จาติ อตฺโถ. ปชฺชติ อตฺโถ เอเตหีติ ปทานิ, อกฺขราทีนิ พฺยฺชนปทานิ. ปชฺชิตพฺพโต ปทานิ, สงฺกาสนาทีนิ อตฺถปทานิ. อฏฺกถายํปน ‘‘‘ปทสงฺขาตานิ พฺยฺชนานี’ติ พฺยฺชนปทาเนว วุตฺตานี’’ติ เกจิ, ตํ น, อตฺถํ พฺยฺเชนฺตีติ พฺยฺชนานิ, พฺยฺชนปทานิ, เตหิ พฺยฺชิตพฺพโต พฺยฺชนานิ, อตฺถปทานีติ อุภยสงฺคหโต. อิมสฺมึ าเนติ เตนาภตสุตฺตสฺส อิมสฺมึ ปเทเส. ปาฬิ วุตฺตาติ เกวโล ปาฬิธมฺโม ปวตฺโต. อตฺโถ วุตฺโตติ ปาฬิยา อตฺโถ ปวตฺโต นิทฺทิฏฺโ. อนุสนฺธิ กถิโตติ ยถารทฺธเทสนาย, อุปริ เทสนาย จ อนุสนฺธานํ กถิตํ สมฺพนฺโธ กถิโต. ปุพฺพาปรํ กถิตนฺติ ปุพฺเพนาปรํ อวิรุชฺฌนฺเจว วิเสสาธานฺจ กถิตํ ปกาสิตํ. เอวํ ปาฬิธมฺมาทีนิ สมฺมเทว สลฺลกฺเขตฺวา คหณํ สาธุกํ อุคฺคหณนฺติ อาห ‘‘สุฏฺุ คเหตฺวา’’ติ. สุตฺเต โอตาเรตพฺพานีติ าเณน สุตฺเต โอคาเหตฺวา ตาเรตพฺพานิ, ตํ ปน โอคาเหตฺวา ตรณํ ตตฺถ โอตรณํ อนุปฺปเวสนํ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘สุตฺเต โอตาเรตพฺพานี’’ติ. สํสนฺเทตฺวา ทสฺสนํ สนฺทสฺสนนฺติ อาห ‘‘วินเย สํสนฺเทตพฺพานี’’ติ.

กึ ปน ตํ สุตฺตํ, โก วา วินโยติ วิจารณาย อาจริยานํ มติเภทมุเขน ตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วินโยติ วิภงฺคปามาห. โส หิ มาติกาสฺิตสฺส สุตฺตสฺส อตฺถสูจนโต ‘‘สุตฺต’’นฺติ วตฺตพฺพตํ อรหติ. วิวิธนยตฺตา, วิสิฏฺนยตฺตา จ วินโย, ขนฺธกปาโ. เอวนฺติ เอวํ สุตฺตวินเยสุ ปริคฺคยฺหมาเนสุ วินยปิฏกมฺปิ น ปริยาทียติ ปริวารปาฬิยา อสงฺคหิตตฺตา. สุตฺตนฺตาภิธมฺมปิฏกานิ วา สุตฺตํ อตฺถสูจนาทิอตฺถสมฺภวโต. เอวมฺปีติ ‘‘สุตฺตนฺตาภิธมฺมปิฏกานิ สุตฺตํ, วินยปิฏกํ วินโย’’ติ เอวํ สุตฺตวินยวิภาเค วุจฺจมาเนปิ. น ตาว ปริยาทียนฺตีติ น ตาว อนวเสสโต ปริคฺคยฺหนฺติ, กสฺมาติ อาห ‘‘อสุตฺตนามกฺหี’’ติอาทิ. ยสฺมา ‘‘สุตฺต’’นฺติ อิมํ นามํ อนาโรเปตฺวา สงฺคีตมฺปิ ชาตกาทิพุทฺธวจนํ อตฺถิ, ตสฺมา วุตฺตนเยน ตีณิ ปิฏกานิ น ปริยาทิณฺณานีติ. สุตฺตนิปาตอุทานอิติวุตฺตกาทีนิ ทีฆนิกายาทโย วิย สุตฺตนามํ อาโรเปตฺวา อสงฺคีตานีติ อธิปฺปาเย ปเนตฺถ ชาตกาทีหิ สทฺธึ ตานิปิ คหิตานิ. พุทฺธวํสจริยาปิฏกานํ ปเนตฺถ อคฺคหเณ การณํ มคฺคิตพฺพํ, กึ วา เตน มคฺคเนน? สพฺโพปายํ วณฺณนานโย เถรวาทํ ทสฺสนมุเขน ปฏิกฺขิตฺโต เอวาติ.

อตฺถีติ กึ อตฺถิ, อสุตฺตนามกํ พุทฺธวจนํ นตฺถิ เอวาติ ทสฺเสติ. ตถา หิ นิทานวณฺณนายํ (ที. นิ. ฏี. ๑.ปมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา; สารตฺถ. ฏี. ๑.ปมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา) อมฺเหหิ วุตฺตํ ‘‘สุตฺตนฺติ สามฺวิธิ, วิเสสวิธโย ปเร’’ติ. ตํ สพฺพํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘สุตฺตนฺติ วินโย’’ติอาทินา วุตฺตํ สํวณฺณนานยํ ‘‘นายมตฺโถ อิธาธิปฺเปโต’’ติ ปฏิโสเธตฺวา. วิเนติ เอเตน กิเลเสติ วินโย, กิเลสวินยนูปาโย, โส เอว จ นํ กโรตีติ การณนฺติ อาห ‘‘วินโย ปน การณ’’นฺติ.

ธมฺเมติ ปริยตฺติธมฺเม. สราคายาติ สราคภาวาย กามราคภวราคปริพฺรูหนาย. สฺโคายาติ ภวสํโยชนาย. อาจยายาติ วฏฺฏสฺส วฑฺฒนตฺถาย. มหิจฺฉตายาติ มหิจฺฉภาวาย. อสนฺตุฏฺิยาติ อสนฺตุฏฺิภาวาย. สงฺคณิกายาติ กิเลสสงฺคณคณสงฺคณวิหาราย. โกสชฺชายาติ กุสีตภาวาย. ทุพฺภรตายาติ ทุปฺโปสตาย. วิราคายาติ สกลวฏฺฏโต วิรชฺชนตฺถาย. วิสฺโคายาติ กามภวาทีหิ วิสํยุชฺชนตฺถาย. อปจยายาติ สพฺพสฺสาปิ วฏฺฏสฺส อปจยนาย, นิพฺพานายาติ อตฺโถ. อปฺปิจฺฉตายาติ ปจฺจยปฺปิจฺฉตาทิวเสน สพฺพโส อิจฺฉาปคมาย. สนฺตุฏฺิยาติ ทฺวาทสวิธสนฺตุฏฺิภาวาย. ปวิเวกายาติ ปวิวิตฺตภาวาย, กายวิเวกาทิตทงฺควิเวกาทิวิเวกสิทฺธิยา. วีริยารมฺภายาติ กายิกสฺส เจว, เจตสิกสฺส จ วีริยสฺส ปคฺคหณตฺถาย. สุภรตายาติ สุขโปสนตฺถาย. เอวํ โย ปริยตฺติธมฺโม อุคฺคหณธารณปริปุจฺฉามนสิการวเสน โยนิโส ปฏิปชฺชนฺตสฺส สราคาทิภาวปริวชฺชนสฺส การณํ หุตฺวา วิราคาทิภาวาย สํวตฺตติ, เอกํสโต เอโส ธมฺโม. เอโส วินโย, สมฺมเทว อปายาทีสุ อปตนวเสน ธารณโต, กิเลสานํ วินยนโต, สตฺถุ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส โอวาทานุสิฏฺิภาวโต เอตํ สตฺถุสาสนนฺติ ธาเรยฺยาสิ ชาเนยฺยาสิ, อวพุชฺเฌยฺยาสีติ อตฺโถ. จตุสจฺจสฺส สูจนํ สุตฺตนฺติ อาห ‘‘สุตฺเตติ เตปิฏเก พุทฺธวจเน’’ติ. เตปิฏกฺหิ พุทฺธวจนํ สจฺจวินิมุตฺตํ นตฺถิ. ราคาทิวินยนการณํ ตถาคเตน สุตฺตปเทน ปกาสิตนฺติ อาห ‘‘วินเยติ เอตสฺมึ ราคาทิวินยการเณ’’ติ.

สุตฺเต โอสรณฺเจตฺถ เตปิฏเก พุทฺธวจเน ปริยาปนฺนตาวเสเนว เวทิตพฺพํ, น อฺถาติ อาห ‘‘สุตฺตปฏิปาฏิยา กตฺถจิ อนาคนฺตฺวา’’ติ. ฉลฺลึ อุฏฺเปตฺวาติ อโรคสฺส มหโต รุกฺขสฺส ติฏฺโต อุปกฺกเมน ฉลฺลิยา สกลิกาย, ปปฏิกาย วา อุฏฺปนํ วิย อโรคสฺส สาสนธมฺมสฺส ติฏฺโต พฺยฺชนมตฺเตน ตปฺปริยาปนฺนํ วิย หุตฺวา ฉลฺลิสทิสํ ปุพฺพาปรวิรุทฺธตาทิโทสํ อุฏฺเปตฺวา ปริทีเปตฺวา, ตาทิสานิ ปน เอกํสโต คุฬฺหเวสฺสนฺตราทิปริยาปนฺนานิ โหนฺตีติ อาห ‘‘คุฬฺหเวสฺสนฺตร…เป…ปฺายนฺตีติ อตฺโถ’’ติ. ราคาทิวินเยติ ราคาทีนํ วินยนตฺเถ. ตทาการตาย น ปฺายมานานิ น ทิสฺสมานานิ ฉฑฺเฑตพฺพานิ วชฺชิตพฺพานิ น คเหตพฺพานิ. สพฺพตฺถาติ สพฺพวาเรสุ.

อิมสฺมึ ปน าเนติ อิมสฺมึ มหาปเทสนิทฺเทสฏฺาเน. ‘‘สุตฺเต จตฺตาโร มหาปเทสา’’ติอาทินา วุตฺตมฺปิ อวุตฺเตน สทฺธึ คเหตฺวา ปกิณฺณกกถาย มาติกํ อุทฺทิสติ. าตุํ อิจฺฉิโต อตฺโถ ปฺโห, ตสฺส วิสฺสชฺชนานิ ปฺหาพฺยากรณานิ, อตฺถสูจนาทิอตฺเถน สุตฺตํ, ปาฬิ, ตํ สุตฺตํ อนุโลเมติ อนุกูเลตีติ สุตฺตานุโลมํ, มหาปเทโส. อาจริยา วทนฺติ สํวณฺเณนฺติ ปาฬึ เอเตนาติ อาจริยวาโท อฏฺกถา. ตสฺส ตสฺส เถรสฺส อตฺตโน เอว มติ อธิปฺปาโยติ อตฺตโนมติ. ธมฺมวินิจฺฉเย ปตฺเตติ ธมฺเม วินิจฺฉินิตพฺเพ อุปฏฺิเต. อิเมติ อนนฺตรํ วุตฺตา จตฺตาโร มหาปเทสา. ปมียติ ธมฺโม ปริจฺฉิชฺชติ วินิจฺฉียติ เอเตนาติ ปมาณํ. เตนาห ‘‘ยํ เอตฺถ สเมตี’’ติอาทิ. อิตรนฺติ มหาปเทเสสุ อสเมนฺตํ. ปุน อิตรนฺติ อกปฺปิยํ อนุโลเมนฺตํ กปฺปิยํ ปฏิพาหนฺตํ สนฺธายาห.

เอกํเสเนว พฺยากาตพฺโพ วิสฺสชฺเชตพฺโพติ เอกํสพฺยากรณีโย. วิภชฺชาติ ปุจฺฉิตมตฺถํ อวธารณาทิเภเทน วิภชิตฺวา. ปฏิปุจฺฉาติ ปุจฺฉนฺตํ ปุคฺคลํ ปฏิปุจฺฉิตฺวา. ปนีโยติ ติธาปิ อวิสฺสชฺชนียตฺตา ปนีโย พฺยากรณํ อกตฺวา เปตพฺโพ. ‘‘จกฺขุํ อนิจฺจ’’นฺติ ปฺเห อุตฺตรปทาวธารณํ สนฺธาย ‘‘เอกํเสเนว พฺยากาตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ นิจฺจตาย เลสสฺสาปิ ตตฺถ อภาวโต. ปุริมปทาวธารเณ ปน วิภชฺชพฺยากรณียตา จกฺขุโสเตสุ วิเสสตฺถสามฺตฺถานํ อสาธารณภาวโต. ทฺวินฺนํ เตสํ สทิสตาโจทนา ปฏิปุจฺฉนมุเขเนว พฺยากรณียา ปฏิกฺเขปวเสน, อนุฺาตวเสน จ วิสฺสชฺชิตพฺพโตติ อาห ‘‘ยถา จกฺขุ, ตถา โสตํ…เป… อยํ ปฏิปุจฺฉาพฺยากรณีโย ปฺโห’’ติ. ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ ชีวสรีรานํ อนฺตาปฺโห. ยสฺส เยน อนฺตาโจทิตา, โส เอว ปรมตฺถโต นุปลพฺภตีติ วฺฌาตนยสฺส มตฺเตยฺยตากิตฺตนสทิโสติ อพฺยากาตพฺพตาย ปนีโย วุตฺโตติ. อิมานิ จตฺตาริ ปฺหพฺยากรณานิ ปมาณํ เตเนว นเยน เตสํ ปฺหานํ พฺยากาตพฺพโต.

วินยมหาปเทโส กปฺปิยานุโลมวิธานโต นิปฺปริยายโต อนุโลมกปฺปิยํ นาม, มหาปเทสภาเวน ปน ตํสทิสตาย สุตฺตนฺตมหาปเทเสสุปิ ‘‘อนุโลมกปฺปิย’’นฺติ อยํ อฏฺกถาโวหาโร. ยทิปิ ตตฺถ ตตฺถ ภควตา ปวตฺติตปกิณฺณกเทสนาว อฏฺกถา, สา ปน ธมฺมสงฺคาหเกหิ ปมํ ตีณิ ปิฏกานิ สงฺคายิตฺวา ตสฺส อตฺถวณฺณนานุรูเปเนว วาจนามคฺคํ อาโรปิตตฺตา ‘‘อาจริยวาโท’’ติ วุจฺจติ อาจริยา วทนฺติ สํวณฺเณนฺติ ปาฬึ เอเตนาติ. เตนาห ‘‘อาจริยวาโท นาม อฏฺกถา’’ติ. ติสฺโส สงฺคีติโย อารุฬฺโห เอว จ พุทฺธวจนสฺส อตฺถสํวณฺณนาภูโต กถามคฺโค มหินฺทตฺเถเรน ตมฺพปณฺณิทีปํ อาภโต ปจฺฉา ตมฺพปณฺณิเยหิ มหาเถเรหิ สีหฬภาสาย ปิโต นิกายนฺตรลทฺธิสงฺกรปริหรณตฺถํ. อตฺตโนมติ นาม เถรวาโท. นยคฺคาเหนาติ สุตฺตาทิโต ลพฺภมานนยคฺคหเณน. อนุพุทฺธิยาติ สุตฺตาทีนิเยว อนุคตพุทฺธิยา. อตฺตโน ปฏิภานนฺติ อตฺตโน เอว ตสฺส อตฺถสฺส วุตฺตนเยน อุปฏฺานํ, ยถาอุปฏฺิตา อตฺถา เอว ตถา วุตฺตา. สเมนฺตเมว คเหตพฺพนฺติ ยถา สุตฺเตน สํสนฺทติ, เอวํ มหาปเทสโต อตฺถา อุทฺธริตพฺพาติ ทสฺเสติ. ปมาทปาวเสน อาจริยวาทสฺส กทาจิ ปาฬิยา อสํสนฺทนาปิ สิยา, โส น คเหตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อาจริยวาโทปิ สุตฺเตน สเมนฺโตเยว คเหตพฺโพ’’ติ. สพฺพทุพฺพลา ปุคฺคลสฺส สยํ ปฏิภานภาวโต. ตถา จ สาปิ คเหตพฺพา, กีทิสี? สุตฺเตน สเมนฺตา เยวาติ โยชนา. ตาสูติ ตีสุ สงฺคีตีสุ. ‘‘อาคตเมว ปมาณ’’นฺติ อิมินา มหากสฺสปาทีหิ สงฺคีตเมว ‘‘สุตฺต’’นฺติ อิธาธิปฺเปตนฺติ ตทฺสฺส สุตฺตภาวเมว ปฏิกฺขิปติ. ตทตฺถา เอว หิ ติสฺโส สงฺคีติโย. ตตฺถาติ คารยฺหสุตฺเต. น เจว สุตฺเต โอสรนฺติ, น จ วินเย สนฺทิสฺสนฺตีติ เวทิตพฺพานิ ตสฺส อสุตฺตภาวโต เตน ‘‘อนุโลมกปฺปิยํ สุตฺเตน สเมนฺตเมว คเหตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ เอวตฺถํ นิคมนวเสน นิทสฺเสติ. สพฺพตฺถ ‘‘น อิตร’’นฺติ วจนํ ตตฺถ ตตฺถ คหิตาวธารณผลทสฺสนํ ทฏฺพฺพํ.

กมฺมารปุตฺตจุนฺทวตฺถุวณฺณนา

๑๘๙. สูกรมทฺทวนฺติ วนวราหสฺส มุทุมํสํ. ยสฺมา จุนฺโท อริยสาวโก โสตาปนฺโน, อฺเ จ ภควโต, ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ อาหารํ ปฏิยาเทนฺตา อนวชฺชเมว ปฏิยาเทนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปวตฺตมํส’’นฺติ. ตํ กิราติ ‘‘นาติตรุณสฺสา’’ติอาทินา วุตฺตวิเสสํ. ตถา หิ ตํ ‘‘มุทุ เจว สินิทฺธฺจา’’ติ วุตฺตํ. มุทุมํสภาวโต หิ อภิสงฺขรณวิเสเสน จ ‘‘มทฺทว’’นฺติ วุตฺตํ. โอชํ ปกฺขิปึสุ ‘‘อยํ ภควโต ปจฺฉิมโก อาหาโร’’ติ ปุฺวิเสสาเปกฺขาย, ตํ ปน ตถาปกฺขิตฺตทิพฺโพชตาย ครุตรํ ชาตํ.

อฺเ ยํ ทุชฺชีรํ, ตํ อชานนฺตา ‘‘กสฺสจิ อทตฺวา วินาสิต’’นฺติ อุปวเทยฺยุนฺติ ปรูปวาทโมจนตฺถํ ภควา ‘‘นาหํ ต’’นฺติอาทินา สีหนาทํ นทติ.

๑๙๐. กถํ ปนายํ สีหนาโท นนุ ตํ ภควโตปิ สมฺมาปริณามํ น คตนฺติ? นยิทํ เอวํ ทฏฺพฺพํ, ยสฺมา ‘‘สมฺมเทว ตํ ภควโต ปริณามํ คต’’นฺติ วตฺตุํ อรหติ ตปฺปจฺจยา อุปฺปนฺนสฺส วิการสฺส อภาวโต, อฺปจฺจยสฺส จ วิการสฺส มุทุภาวํ อาปาทิตตฺตา. เตนาห ‘‘น ปน ภุตฺตปฺปจฺจยา’’ติอาทิ. น หิ ภควา, อฺเ วา ปน ขีณาสวา นวเวทนุปฺปาทนวเสน อาหารํ ปริภุฺชนฺติ อฏฺงฺคสมนฺนาคตเมว กตฺวา อาหารสฺส อุปภุฺชนโต. ยทิ เอวํ กสฺมา ปาฬิยํ ‘‘ภตฺตํ ภุตฺตาวิสฺส ขโร อาพาโธ อุปฺปชฺชี’’ติอาทิ วุตฺตํ? ตํ โภชนุตฺตรกาลํ อุปฺปนฺนตฺตา วุตฺตํ. ‘‘น ปน ภุตฺตปจฺจยา’’ติ วุตฺโต วายมตฺโถ อฏฺกถายํ. กตุปจิตสฺส ลทฺโธกาสสฺส กมฺมสฺส วเสน พลวติปิ โรเค อุปฺปนฺเน ครุสินิทฺธโภชนปฺปจฺจยา เวทนานิคฺคโห ชาโต, เตนาห ‘‘ยทิ หี’’ติอาทิ. ปตฺถิตฏฺาเนติ อิจฺฉิตฏฺาเน, อิจฺฉา จสฺส ตตฺถ คนฺตฺวา วิเนตพฺพเวเนยฺยาเปกฺขา ทฏฺพฺพา. คาถายมฺปิ ‘‘สุต’’นฺติ อิมินา สุตมตฺตํ, ปเรสํ วจนมตฺตเมตํ, น ปน โภชนปฺปจฺจยา อาพาธํ ผุสิ ธีโรติ ทสฺเสติ.

ปานียาหรณวณฺณนา

๑๙๑. ปสนฺนภาเวน อุทกสฺส อจฺฉภาโว เวทิตพฺโพติ อาห ‘‘อจฺโฉทกาติ ปสนฺโนทกา’’ติ. สาทุรสตฺตา สาตตาติ อาห ‘‘มธุโรทกา’’ติ. ตนุกเมว สลิลํ วิเสสโต สีตลํ, น พหลนฺติ อาห ‘‘ตนุสีตลสลิลา’’ติ. นิกฺกทฺทมาติ เสตภาวสฺส การณมาห. ปงฺกจิกฺขลฺลาทิวเสน หิ อุทกสฺส วิวณฺณตา, สภาวโต ปน ตํ เสตวณฺณํ เอวาติ.

ปุกฺกุสมลฺลปุตฺตวตฺถุวณฺณนา

๑๙๒. ธุรวาเตติ ปฏิมุขวาเต. ทีฆปิงฺคโลติ ทีโฆ หุตฺวา ปิงฺคลจกฺขุโก. ปิงฺคลกฺขิโก หิ โส ‘‘อาฬาโร’’ติ ปฺายิตฺถ. เอวรูปนฺติ ทกฺขติ กริสฺสติ ภวิสฺสตีติ อีทิสํ. อีทิเสสูติ ยตฺร ยํจาติ เอวรูปนิปาตสทฺทยุตฺตฏฺาเนสุ.

๑๙๓. วิจรนฺติโย เมฆคพฺภโต นิจฺฉรนฺติโย วิย โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘นิจฺฉรนฺตีสูติ วิจรนฺตีสู’’ติ. นววิธายาติ นวปฺปการาย. นวสุ หิ ปกาเรสุ เอกวิธาปิ อสนิ ตปฺปริยาปนฺนตาย ‘‘นววิธา’’ ตฺเวว วุจฺจติ. อีทิสี หิ เอสา รุฬฺหิ อฏฺวิโมกฺขปตฺติปิ สมฺา วิย. อสฺํ กโรติ, โย ตสฺสา สทฺเทน, เตชสา จ อชฺโฌตฺถโฏ. เอกํ จกฺกนฺติ เอกํ มณฺฑลํ. สงฺการํ ตีเรนฺตี ปริจฺฉิชฺชนฺตี วิย ทสฺเสตีติ สเตรา. คคฺครายมานาติ คคฺคราติสทฺทํ กโรนฺตี, อนุรวทสฺสนฺเหตํ. กปิสีสาติ กปิสีสาการวตี. มจฺฉวิโลลิกาติ อุทเก ปริปฺผนฺทมานมจฺโฉ วิย วิลุฬิตาการา. กุกฺกุฏสทิสาติ ปสาริตปกฺขกุกฺกุฏาการา. นงฺคลสฺส กสฺสนกาเล กสฺสกานํ หตฺเถน คเหตพฺพฏฺาเน มณิกา โหติ, ตํ อุปาทาย นงฺคลํ ‘‘ทณฺฑมณิกา’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมา ทณฺฑมณิกาการา ทณฺฑมณิกา. เตนาห ‘‘นงฺคลสทิสา’’ติ. เทเว วสฺสนฺเตปิ สโชติภูตตาย อุทเกน อเตเมตพฺพโต มหาสนิ ‘‘สุกฺขาสนี’’ติ วุตฺตา. เตนาห ‘‘ปติตฏฺานํ สมุคฺฆาเฏตี’’ติ.

ภุสาคารเกติ ภุสมเย อคารเก. ตตฺถ กิร มหนฺตํ ปลาลปุฺชํ อพฺภนฺตรโต ปลาลํ นิกฺกฑฺฒิตฺวา สาลาสทิสํ ปพฺพชิตานํ วสนโยคฺคฏฺานํ กตํ, ตทา ภควา ตตฺถ วสิ, ตํ ปน ขลมณฺฑลํ สาลาสทิสนฺติ อาห ‘‘ขลสาลาย’’นฺติ. เอตฺถาติ เหตุมฺหิ ภุมฺมวจนนฺติ อาห ‘‘เอตสฺมึ การเณ’’ติ, อสนิปาเตน ฉนฺนํ ชนานํ หตการเณติ อตฺโถ. โส ตฺวํ ภนฺเตติ อยเมว วา ปาโ.

๑๙๔. สิงฺคี นาม กิร อุตฺตมํ อติวิย ปภสฺสรํ พุทฺธานํ ฉวิวณฺโณภาสํ เทวโลกโต อาคตสุวณฺณํ. เตเนวาห ‘‘สิงฺคีสุวณฺณวณฺณ’’นฺติ. ‘‘กึ ปน เถโร ตํ คณฺหี’’ติ สยเมว ปุจฺฉํ สมุฏฺาเปตฺวา ตตฺถ การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘กิฺจาปี’’ติอาทิมาห. เตเนว การเณนาติ อุปฏฺากฏฺานสฺส มตฺถกปฺปตฺติ, ปเรสํ วจโนกาสปจฺเฉทนํ, เตน วตฺเถน สตฺถุ ปูชนํ, สตฺถุ อชฺฌาสยานุวตฺตนนฺติ อิมินา เตเนว ยถาวุตฺเตน จตุพฺพิเธน การเณน.

๑๙๕. เถโร จ ตาวเทว ตํ สิงฺคีวณฺณํ มฏฺทุสฺสํ ภควโต อุปนาเมสิ ‘‘ปฏิคฺคณฺหตุ เม ภนฺเต ภควา อิมํ มฏฺทุสฺสํ, ตํ มมสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ. ปฏิคฺคเหสิ ภควา, ปฏิคฺคเหตฺวาว นํ ปริภุฺชิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ภควาปิ ตโต เอกํ นิวาเสสิ, เอกํ ปารุปี’’ติ. ตาวเทว กิร ตํ ภิกฺขู โอวฏฺฏิกรณมตฺเตน ตุนฺนกมฺมํ นิฏฺาเปตฺวา เถรสฺส อุปเนสุํ, เถโร ภควโต อุปนาเมสิ. หตจฺจิกํ วิยาติ ปฏิหตปฺปภํ, วิย-สทฺโท นิปาตมตฺตํ. ภควโต หิ สรีรปฺปภาหิ อภิภุยฺยมานา ตสฺส วตฺถยุคสฺส ปภสฺสรตา นาโหสิ. อนฺตนฺเตเนวาติ อนฺโต อนฺโต เอว, อพฺภนฺตรโต เอวาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘พหิปนสฺส ปภา นตฺถี’’ติ.

‘‘ปสนฺนรูปํ สมุฏฺาเปตี’’ติ เอเตเนตสฺส อาหารสฺส ภุตฺตปฺปจฺจยา น โส โรโคติ อยมตฺโถ ทีปิโต. ทฺวีสุ กาเลสุ เอวํ โหติ ทฺวินฺนํ นิพฺพานธาตูนํ สมธิคมสมยภาวโต. อุปวตฺตเน อนฺตเรน ยมกสาลานนฺติ เอตฺถ วตฺตพฺพํ ปรโต อาคมิสฺสติ.

๑๙๖. สพฺพํ สุวณฺณวณฺณเมว อโหสิ อติวิย ปริสุทฺธาย ปภสฺสราย เอกคฺฆนาย ภควโต สรีรปฺปภาย นิรนฺตรํ อภิภูตตฺตา.

ธมฺเมติ ปริยตฺติธมฺเม. ปวตฺตาติ ปาวจนภาเวน เทเสตา. ปุรโตว นิสีทิ โอวาทปฺปฏิกรณภาวโต.

๑๙๗. ทานานิสํสสงฺขาตา ลาภาติ วณฺณทานพลทานาทิเภทา ทานสฺส อานิสํสสฺิตา ทิฏฺธมฺมิกา, สมฺปรายิกา จ ลาภา อิจฺฉิตพฺพา. เต อลาภาติ เต สพฺเพ ตุยฺหํ อลาภา, ลาภา เอว น โหนฺติ. ทิฏฺเว ธมฺเม ปจฺจกฺขภูเต อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว ภวา ทิฏฺธมฺมิกา. สมฺปเรตพฺพโต เปจฺจ คนฺตพฺพโต ‘‘สมฺปราโย’’ติ ลทฺธนาเม ปรโลเก ภวา สมฺปรายิกา. ทิฏฺธมฺมิกา จ สมฺปรายิกา จ ทิฏฺธมฺมิกสมฺปรายิกา. ทานานิสํสสงฺขาตา ลาภาติ ทานานิสํสภูตา ลาภา. สพฺพถา สมเมว หุตฺวา สมํ ผลํ เอเตสํ น เอกเทเสนาติ สมสมผลา. ปิณฺฑปาตาติ ตพฺพิสยํ ทานมยํ ปุฺมาห.

ยทิ เขตฺตวเสน เนสํ สมผลตา อธิปฺเปตา, สติปิ เอกสนฺตานภาเว ปุถุชฺชนอรหนฺตภาวสิทฺธํ นนุ เตสํ เขตฺตํ วิสิฏฺนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘นนุ จา’’ติอาทิมาห. ปรินิพฺพานสมตายาติ กิเลสปรินิพฺพานขนฺธปรินิพฺพานภาเวน ปรินิพฺพานสมตาย. ‘‘ปริภุฺชิตฺวา ปรินิพฺพุโต’’ติ เอเตน ยถา ปณีตปิณฺฑปาตปริโภคูปตฺถมฺภิตรูปกายสนฺนิสฺสโย ธมฺมกาโย สุเขเนว กิเลเส ปริจฺจชิ, โภชนสปฺปายสํสิทฺธิยา เอวํ สุเขเนว ขนฺเธ ปริจฺจชีติ เอวํ กิเลสปริจฺจาคสฺส, ขนฺธปริจฺจาคสฺส จ สุขสิทฺธินิมิตฺตตาย อุภินฺนํ ปิณฺฑปาตานํ สมผลตา โชติตา. ‘‘ปิณฺฑปาตสีเสน จ ปิณฺฑปาตทานํ โชติต’’นฺติ วุตฺโต วายมตฺโถ. ยถา หิ สุชาตาย ‘‘อิมํ อาหารํ นิสฺสาย มยฺหํ เทวตาย วณฺณสุขพลาทิคุณา สมฺมเทว สมฺปชฺเชยฺยุ’’นฺติ อุฬาโร อชฺฌาสโย ตทา อโหสิ, เอวํ จุนฺทสฺสปิ กมฺมารปุตฺตสฺส ‘‘อิมํ อาหารํ นิสฺสาย ภควโต วณฺณสุขพลาทิคุณา สมฺมเทว สมฺปชฺเชยฺยุ’’นฺติ อุฬาโร อชฺฌาสโยติ เอวมฺปิ เนสํ อุภินฺนํ สมผลตา เวทิตพฺพา. สติปิ จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสมาปตฺตีนํ เทวสิกํ วฬฺชนสมาปตฺติภาเว ยถา ปน อภิสมฺพุชฺฌนทิวเส อภินววิปสฺสนํ ปฏฺเปนฺโต รูปสตฺตกาทิ (วิสุทฺธิ. ฏี. ๒.๗๐๗ วิตฺถาโร) วเสน จุทฺทสหากาเรหิ สนฺเนตฺวา มหาวิปสฺสนามุเขน ตา สมาปตฺติโย สมาปชฺชิ, เอวํ ปรินิพฺพานทิวเสปิ สพฺพา ตา สมาปชฺชีติ เอวํ สมาปตฺติสมตายปิ เตสํ สมผลตา. จุนฺทสฺส ตาว อนุสฺสรณํ อุฬารตรํ โหตุ ภควโต ทินฺนภาเวน อฺถตฺตาภาวโต, สุชาตาย ปน กถํ เทวตาย ทินฺนนฺติ? เอวํสฺิภาวโตติ อาห ‘‘สุชาตา จา’’ติอาทิ. อปรภาเคติ อภิสมฺโพธิโต อปรภาเค. ปุน อปรภาเคติ ปรินิพฺพานโต ปรโต. ธมฺมสีสนฺติ ธมฺมานํ มตฺถกภูตํ นิพฺพานํ. เม คหิตนฺติ มม วเสน คหิตํ. เตนาห ‘‘มยฺหํ กิรา’’ติอาทิ.

อธิปติภาโว อาธิปเตยฺยนฺติ อาห ‘‘เชฏฺภาวสํวตฺตนิยก’’นฺติ.

สํวเรติ สีลสํวเร. เวรนฺติ ปาณาติปาตาทิปฺจวิธํ เวรํ. ตฺหิ เวริธมฺมภาวโต, เวรเหตุตาย จ ‘‘เวร’’นฺติ วุจฺจติ. โกสลฺลํ วุจฺจติ าณํ, เตน ยุตฺโต กุสโลติ อาห ‘‘กุสโล ปน าณสมฺปนฺโน’’ติ. าณสมฺปทา นาม าณปาริปูรี, สา จ อคฺคมคฺควเสน เวทิตพฺพา, อคฺคมคฺโค จ นิรวเสสโต กิเลเส ปชหตีติ อาห ‘‘อริยมคฺเคน…เป… ชหาตี’’ติ. อิมํ ปาปกํ ชหิตฺวาติ ทาเนน ตาว โลภมจฺฉริยาทิปาปกํ, สีเลน ปาณาติปาตาทิปาปกํ ชหิตฺวา ตทงฺควเสน ปหาย ตโต สมถวิปสฺสนาธมฺเมหิ วิกฺขมฺภนวเสน, ตโต มคฺคปฏิปาฏิยา สมุจฺเฉทวเสน อนวเสสํ ปาปกํ ปหาย. ตถา ปหีนตฺตา เอว ราคาทีนํ ขยา กิเลสนิพฺพาเนน สพฺพโส กิเลสวูปสเมน นิพฺพุโต ปรินิพฺพุโตติ สอุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา เทสนาย กูฏํ คณฺหนฺโต ‘‘อิติ จุนฺทสฺส…เป… สมฺปสฺสมาโน อุทานํ อุทาเนสี’’ติ.

จตุตฺถภาณวารวณฺณนา นิฏฺิตา.

ยมกสาลวณฺณนา

๑๙๘. เอวํ ตํ กุสินารายํ โหตีติ ยถา อนุราธปุรสฺส ถูปาราโม ทกฺขิณปจฺฉิมทิสายํ, เอวํ ตํ อุยฺยานํ กุสินาราย ทกฺขิณปจฺฉิมทิสายํ โหติ. ตสฺมาติ ยสฺมา นครํ ปวิสิตุกามา อุยฺยานโต อุเปจฺจ วตฺตนฺติ คจฺฉนฺติ เอเตนาติ ‘‘อุปวตฺตน’’นฺติ วุจฺจติ, ตํ สาลปนฺติภาเวน ิตํ สาลวนํ. อนฺตเรนาติ เวมชฺเฌ. ตสฺส กิร มฺจกสฺสาติ ตตฺถ ปฺปิยมานสฺส ตสฺส มฺจกสฺส. ตตฺราปิ…เป… เอโก ปาทภาคสฺส, ตสฺมา ‘‘อนฺตเรน ยมกสาลาน’’นฺติ วุตฺตํ. สํสิพฺพิตฺวาติ อฺมฺอาสตฺตวิฏปสาขตาย สํสิพฺพิตฺวา วิย. ‘‘ิตสาขา’’ติปิ วุตฺตํ อฏฺกถายํ. ยํ ปน ปาฬิยํ ‘‘อุตฺตรสีสกํ มฺจกํ ปฺเปหี’’ติ วุตฺตํ, ตํ ปจฺฉิมทสฺสนํ ทฏฺุํ อาคตานํ เทวตานํ ทฏฺุํ โยคฺยตาวเสน วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘อุตฺตรทิสาวิโลกนมุขํ ปุพฺพทิสาสีสกํ กตฺวา มฺจกํ ปฺเปหีติ อตฺโถ’’ติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ.

เอเต นาคานมุตฺตมาติ เอเต โคตฺตโต โคจริอาทินามกา หตฺถินาเคสุ พเลน เสฏฺตมา. มชฺฌิมฏฺกถายํ (ม. นิ. อฏฺ. ๑.๑๔๘) ปน เกจิ หตฺถิโน อิโต อฺถา อาคตา, โส ปน เนสํ นามมตฺตกโต เภโท ทฏฺพฺโพ.

ปริภุตฺตกาลโต ปฏฺาย…เป… ปริกฺขยํ คตํ, ‘‘น ปน ปริภุตฺตปฺปจฺจยา’’ติ เหฏฺา วุตฺตนเยเนว อตฺโถ ทฏฺพฺโพ. จงฺควาเรติ อูมิยํ. กโตกาสสฺส กมฺมสฺส วเสน ยถาสมุฏฺิโต โรโค อาโรคฺยํ อภิมทฺทตีติ กตฺวา เอตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิยา’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา ภควา เหฏฺา วุตฺตนเยน กปฺปํ, กปฺปาวเสสํ วา าตุํ สมตฺโถ เอว, ตตฺตกํ กาลํ าเน ปโยชนาภาวโต อายุสงฺขาเร โอสฺสชฺชิตฺวา ตาทิสสฺส กมฺมสฺส โอกาสํ อทาสิ, ตสฺมา เอตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิยา’’ติปิ วตฺตุํ ยุชฺชติเยว.

กุสลํ กาตพฺพํ มฺิสฺสนฺติ ‘‘เอวํ มหปฺผลํ, เอวํ มหานิสํสํ, มหานุภาวฺจ ตํ กุสล’’นฺติ.

เอกสฺสาปิ สตฺตสฺส วฏฺฏทุกฺขวูปสโม พุทฺธานํ ครุตโร หุตฺวา อุปฏฺาติ อติทุลฺลภภาวโต, ตสฺมา ‘‘อปรมฺปิ ปสฺสตี’’ติอาทิ วุตฺตํ, สฺวายมตฺโถ มาคณฺฑิยสุตฺเตน (สุ. นิ. ๘๔๑) ทีเปตพฺโพ.

ตติยํ ปน การณํ สตฺตานํ อุปฺปชฺชนกอนตฺถปริหรณนฺติ ตํ ทสฺเสนฺโต ปุน ‘‘อปรมฺปิ ปสฺสตี’’ติอาทิมาห.

สีหเสยฺยนฺติ. เอตฺถ สยนํ เสยฺยา, สีหสฺส วิย เสยฺยา สีหเสยฺยา, ตํ สีหเสยฺยํ. อถ วา สีหเสยฺยนฺติ เสฏฺเสยฺยํ, ยทิทํ อตฺถทฺวยํ ปรโต อาคมิสฺสติ.

‘‘วาเมน ปสฺเสน เสนฺตี’’ติ เอวํ วุตฺตา กามโภคิเสยฺยา, ทกฺขิณปสฺเสน สยาโน นาม นตฺถิ ทกฺขิณหตฺถสฺส สรีรคฺคหณาทิโยคกฺขมโต, ปุริสวเสน เจตํ วุตฺตํ.

เอเกน ปสฺเสน สยิตุํ น สกฺโกนฺติ ทุกฺขุปฺปตฺติโต.

อยํ สีหเสยฺยาติ อยํ เอวํ วุตฺตา สีหเสยฺยา. ‘‘เตชุสฺสทตฺตา’’ติ อิมินา สีหสฺส อภีรุภาวํ ทสฺเสติ. ภีรุกา หิ เสสมิคา อตฺตโน อาสยํ ปวิสิตฺวา สนฺตาสปุพฺพกํ ยถา ตถา สยนฺติ, สีโห ปน อภีรุภาวโต สโตการี ภิกฺขุ วิย สตึ อุปฏฺาเปตฺวาว สยติ. เตนาห ‘‘ปุริมปาเท’’ติอาทิ. ทกฺขิเณ ปุริมปาเท วามสฺส ปุริมปาทสฺส ปนวเสน ทฺเว ปุริมปาเท เอกสฺมึ าเน เปตฺวา. ปจฺฉิมปาเทติ ทฺเว ปจฺฉิมปาเท. วุตฺตนเยเนว อิธาปิ เอกสฺมึ าเน ปาทฏฺปนํ เวทิตพฺพํ, ิโตกาสสลฺลกฺขณํ อภีรุภาเวเนว. ‘‘สีสํ ปน อุกฺขิปิตฺวา’’ติอาทินา วุตฺตา สีหกิริยา อนุตฺราสปพุชฺฌนํ วิย อภีรุภาวสิทฺธา ธมฺมตาวเสเนวาติ เวทิตพฺพา. สีหวิชมฺภิตวิชมฺภนํ อติเวลํ เอกากาเรน ปิตานํ สรีราวยวานํ คมนาทิกิริยาสุ โยคฺยภาวาปาทนตฺถํ. ติกฺขตฺตุํ สีหนาทนทนํ อปฺเปสกฺขมิคชาตปริหรณตฺถํ.

เสติ อพฺยาวฏภาเวน ปวตฺตติ เอตฺถาติ เสยฺยา, จตุตฺถชฺฌานเมว เสยฺยา จตุตฺถชฺฌานเสยฺยา. กึ ปน ตํ จตุตฺถชฺฌานนฺติ? อานาปานจตุตฺถชฺฌานํ, ตโต หิ วุฏฺหิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ภควา อนุกฺกเมน อคฺคมคฺคํ อธิคนฺตฺวา ตถาคโต ชาโตติ. ‘‘ตยิทํ ปทฏฺานํ นาม, น เสยฺยา, ตถาปิ ยสฺมา ‘จตุตฺถชฺฌานา วุฏฺหิตฺวา สมนนฺตรา ภควา ปรินิพฺพายี’ติ (ที. นิ. ๒.๒๑๙) วกฺขติ, ตสฺมา โลกิยจตุตฺถชฺฌานสมาปตฺติ เอว ตถาคตเสยฺยา’’ติ เกจิ, เอวํ สติ ปรินิพฺพานกาลิกาว ตถาคตเสยฺยาติ อาปชฺชติ, น จ ภควา โลกิยจตุตฺถชฺฌานสมาปชฺชนพหุโล วิหาสิ. อคฺคผลวเสน ปวตฺตํ ปเนตฺถ จตุตฺถชฺฌานํ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ยถา สตฺตานํ นิทฺทุปคมนลกฺขณา เสยฺยา ภวงฺคจิตฺตวเสน โหติ, สา จ เนสํ ปมชาติสมนฺวยา เยภุยฺยวุตฺติกา, เอวํ ภควโต อริยชาติสมนฺวยํ เยภุยฺยวุตฺติกํ อคฺคผลภูตํ จตุตฺถชฺฌานํ ‘‘ตถาคตเสยฺยา’’ติ เวทิตพฺพํ. สีหเสยฺยา นาม เสฏฺเสยฺยาติ อาห ‘‘อุตฺตมเสยฺยา’’ติ.

นตฺถิ เอติสฺสา อุฏฺานนฺติ อนุฏฺานา, เสยฺยา, ตํ อนุฏฺานเสยฺยํ. ‘‘อิโต อุฏฺหิสฺสามี’’ติ มนสิการสฺส อภาวโต ‘‘อุฏฺานสฺํ มนสิ กริตฺวา’’ติ น วุตฺตํ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ อนุฏฺานเสยฺยุปคมเน. กายวเสน อนุฏฺานํ, น จิตฺตวเสน, จิตฺตวเสน จ อนุฏฺานํ นาม นิทฺทุปคมนนฺติ ตทภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘นิทฺทาวเสนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ภวงฺคสฺสาติ นิทฺทุปคมนลกฺขณสฺส ภวงฺคสฺส.

สพฺพปาลิผุลฺลาติ สพฺพตฺถกเมว วิกสนวเสน ผุลฺลา, น เอกเทสวิกสนวเสน. เตนาห ‘‘สพฺเพ สมนฺตโต ปุปฺผิตา’’ติ. เอกจฺฉนฺนาติ สมฺผุลฺลปุปฺเผหิ เอกากาเรน สพฺพตฺเถว ฉาทิตา. อุลฺโลกปทุมานีติ เหฏฺา โอโลเกนฺตานิ วิย ติฏฺนปทุมานิ. โมรปิฺฉกลาโป วิย ปฺจวณฺณปุปฺผสฺฉาทิตตฺตา.

นนฺทโปกฺขรณีสมฺภวานีติ นนฺทโปกฺขรณีตีรสมฺภวานิ. มหาตุมฺพมตฺตนฺติ อาฬฺหกมตฺตํ. ปวิฏฺานีติ ขิตฺตานิ. สรีรเมว โอกิรนฺตีติ สรีรเมว อชฺโฌกิรนฺติ.

เทวตานํ อุปกปฺปนจนฺทนจุณฺณานีติ สฏฺิปิ ปฺาสมฺปิ โยชนานิ วายนกเสตวณฺณจนฺทนจุณฺณานิ. ทิพฺพคนฺธชาลจุณฺณานีติ ทิพฺพคนฺธทิพฺพจุณฺณานิ. หริตาลอฺชนจุณฺณาทีนิปิ ทิพฺพานิ ปรมสุคนฺธานิ เอวาติ เวทิตพฺพานิ. เตเนวาห ‘‘สพฺพทิพฺพคนฺธวาสวิกติโย’’ติ.

เอกจกฺกวาเฬ สนฺนิปติตฺวา อนฺตลิกฺเข วชฺชนฺติ มหาภินิกฺขมนกาเล วิย.

ตาติ เทวตา. คนฺถมานา วาติ มาลํ รจนฺติโย เอว. อปรินิฏฺิตา วาติ ยถาธิปฺปายํ ปริโยสิตา เอว. หตฺเถน หตฺถนฺติ อตฺตโน หตฺเถน ปรสฺส หตฺถํ. คีวาย คีวนฺติ กณฺคาหวเสน อตฺตโน คีวาย ปรสฺส คีวํ. คเหตฺวาติ อามสิตฺวา. มหายโส มหายโสติ อาเมฑิตวเสน อฺมฺํ อาลาปวจนํ.

๑๙๙. มหนฺตํ อุสฺสาหนฺติ ตถาคตสฺส ปูชาสกฺการวเสน ปวตฺติยมานํ มหนฺตํ อุสฺสาหํ ทิสฺวา.

สาเยว ปน ปฏิปทาติ ปุพฺพภาคปฏิปทา เอว. อนุจฺฉวิกตฺตาติ อธิคนฺตพฺพสฺส นววิธโลกุตฺตรธมฺมสฺส อนุรูปตฺตา.

สีลนฺติ จาริตฺตสีลมาห. อาจารปฺตฺตีติ จาริตฺตสีลํ. ยาว โคตฺรภุโตติ ยาว โคตฺรภุาณํ, ตาว ปวตฺเตตพฺพา สมถวิปสฺสนา สมฺมาปฏิปทา. อิทานิ ตํ สมฺมาปฏิปทํ พฺยติเรกโต, อนฺวยโต จ วิภาเวตุํ ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ชินกาฬสุตฺตนฺติ ชินมหาวฑฺฒกินา ปิตํ วชฺเชตพฺพคเหตพฺพธมฺมสนฺทสฺสนกาฬสุตฺตํ สิกฺขาปทมริยาทํ, อุปาสโกปาสิกาวาเรสุ ‘‘คนฺธปูชํ มาลาปูชํ กโรตี’’ติ วจนํ จาริตฺตสีลปกฺเข เปตฺวา กรณํ สนฺธาย วุตฺตํ, เตน ภิกฺขุภิกฺขุนีนมฺปิ ตถากรณํ อนุฺาตเมวาติ ทฏฺพฺพํ.

อยฺหีติ ธมฺมานุธมฺมปฏิปทํ สนฺธาย วทติ.

อุปวาณตฺเถรวณฺณนา

๒๐๐. อปเนสีติ ิตปฺปเทสโต ยถา อปคจฺฉติ, เอวมกาสิ, น ปน นิพฺภจฺฉิ. เตนาห ‘‘อานนฺโท’’ติอาทิ. วุตฺตสทิสา วาติ สมจิตฺตปริยายเทสนายํ (อ. นิ. ๒.๓๗) วุตฺตสทิสา เอว. อาวาเรนฺโตติ ฉาเทนฺโต.

ยสฺมา กสฺสปสฺสพุทฺธสฺส เจติเย อารกฺขเทวตา อโหสิ, ตสฺมา เถโรว เตชุสฺสโท, น อฺเ อรหนฺโตติ อาเนตฺวา โยชนา.

อิทานิ อาคมนโต ปฏฺาย ตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘วิปสฺสิมฺหิ กิร สมฺมาสมฺพุทฺเธ’’ติอาทิ อารทฺธํ. ‘‘จาตุมหาราชิกา เทวตา’’ติ อิทํ โคพลีพทฺทาเยน คเหตพฺพํ ภุมฺมเทวตาทีนมฺปิ ตปฺปริยาปนฺนตฺตา. เตสํ มนุสฺสานํ.

ตตฺถาติ กสฺสปสฺส ภควโต เจติเย.

๒๐๑. อธิวาเสนฺตีติ โรเจนฺติ.

ฉินฺนปาโต วิย ฉินฺนปาโต, ตํ ฉินฺนปาตํ, ภาวนปุํสกนิทฺเทโส ยํ. อาวฏฺฏนฺตีติ อภิมุขภาเวน วฏฺฏนฺติ. ยตฺถ ปติตา, ตโต กติปยรตนฏฺานํ วฏฺฏนวเสเนว คนฺตฺวา ปุน ยถาปติตเมว านํ วฏฺฏนวเสน อาคจฺฉนฺติ. เตนาห ‘‘อาวฏฺฏนฺติโย ปติตฏฺานเมว อาคจฺฉนฺตี’’ติ. วิวฏฺฏนฺตีติ ยตฺถ ปติตา, ตโต วินิวฏฺฏนฺติ. เตนาห ‘‘ปติตฏฺานโต ปรภาคํ วฏฺฏมานา คจฺฉนฺตี’’ติ. ปุรโต วฏฺฏนํ อาวฏฺฏนํ, อิตรํ ติวิธมฺปิ วิวฏฺฏนนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เทวตา ธาเรตุํ น สกฺโกติ อุทกํ วิย โอสีทนโต. เตนาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถาติ ปกติปถวิยํ. เทวตา โอสีทนฺติ ธาตูนํ สณฺหสุขุมาลภาวโต. ปถวิยํ ปถวึ มาเปสุนฺติ ปกติปถวิยํ อตฺตโน สรีรํ ธาเรตุํ สมตฺถํ อิทฺธานุภาเวน ปถวึ มาเปสุํ.

กามํ โทมนสฺเส อสติปิ เอกจฺโจ ราโค โหติเยว, ราเค ปน อสติ โทมนสฺสสฺส อสมฺภโว เอวาติ ตเทกฏฺภาวโตติ อาห ‘‘วีตราคาติ ปหีนโทมนสฺสา’’ติ. สิลาถมฺภสทิสา อิฏฺานิฏฺเสุ นิพฺพิการตาย.

จตุสํเวชนียฏฺานวณฺณนา

๒๐๒. อปารคงฺคายาติ คงฺคาย โอรมฺภาเค. ‘‘สงฺการฉฑฺฑกสมฺมชฺชนิโย คเหตฺวา’’ติอาทิ อตฺตโน อตฺตโน วสนฏฺาเน วตฺตกรณาการทสฺสนํ. ‘‘เอวํ ทฺวีสุ กาเลสู’’ติอาทิ นิทสฺสนตฺถํ ปจฺจามสนํ, ตํ เหฏฺา อธิคตํ.

กมฺมสาธโน สมฺภาวนตฺโถ ภาวนีย-สทฺโทติ อาห ‘‘มนสา ภาวิเต สมฺภาวิเต’’ติ. ทุติยวิกปฺเป ปน ภาวนํ, วฑฺฒนฺจ ปฏิปกฺขปหานโตติ อาห ‘‘เย วา’’ติอาทิ.

พุทฺธาทีสุ ตีสุ วตฺถูสุ ปสนฺนจิตฺตสฺส, น กมฺมผลสทฺธามตฺเตน. สา จสฺส สทฺธาสมฺปทา เอวํ เวทิตพฺพาติ ผเลน เหตุํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วตฺตสมฺปนฺนสฺสา’’ติ อาห. สํเวโค นาม สโหตฺตปฺปาณํ, อภิชาติฏฺานาทีนิปิ ตสฺส อุปฺปตฺติเหตูนิ ภวนฺตีติ อาห ‘‘สํเวคชนกานี’’ติ.

เจติยปูชนตฺถํ จาริกา เจติยจาริกา. สคฺเค ปติฏฺหิสฺสนฺติเยว พุทฺธคุณารมฺมณาย กุสลเจตนาย สคฺคสํวตฺตนิยภาวโต.

อานนฺทปุจฺฉากถาวณฺณนา

๒๐๓. เอตฺถาติ มาตุคาเม. อยํ อุตฺตมา ปฏิปตฺติ, ยทิทํ อทสฺสนํ, ทสฺสนมูลกตฺตา ตปฺปจฺจยานํ สพฺพานตฺถานํ. โลโภติ กามราโค. จิตฺตจลนา ปฏิปตฺติอนฺตรายกโร จิตฺตกฺโขโภ. มุรุมุราเปตฺวาติ สอฏฺิกํ กตฺวา ขาทเน อนุรวทสฺสนํ. อปริมิตํ กาลํ ทุกฺขานุภวนํ อปริจฺฉินฺนทุกฺขานุภวนํ. วิสฺสาโสติ วิสงฺโค ฆฏฺฏนาภาโว. โอตาโรติ ตตฺถ จิตฺตสฺส อนุปฺปเวโส. อสิหตฺเถน เวรีปุริเสน, ปิสาเจนาปิ ขาทิตุกาเมน. อาสีเทติ อกฺกมนาทิวเสน พาเธยฺย. อสฺสาติ มาตุคามสฺส. ปพฺพชิเตหิ กตฺตพฺพกมฺมนฺติ อามิสปฏิคฺคหณาทิ ปพฺพชิเตหิ กาตพฺพํ กมฺมํ. สตีติ วา กายคตาสติ อุปฏฺาเปตพฺพา.

๒๐๔. อตนฺติพทฺธาติ อภารวหา. เปสิตจิตฺตาติ นิพฺพานํ ปติ เปสิตจิตฺตา.

๒๐๕. วิหเตนาติ กปฺปาสวิหนนธนุนา ปพฺพชฏานํ วิชฏนวเสน หเตน. เตนาห ‘‘สุโปถิเตนา’’ติ, อสงฺกรณวเสน สุฏฺุ โปถิเตนาติ อตฺโถ, ทสฺสนียสํเวชนียฏฺานกิตฺตเนน จ วสนฏฺานํ กถิตํ.

อานนฺทอจฺฉริยธมฺมวณฺณนา

๒๐๗. เถรํ อทิสฺวา อามนฺเตสีติ ตตฺถ อทิสฺวา อาวชฺชนฺโต เถรสฺส ิตฏฺานํ, ปวตฺติฺจ ตฺวา อามนฺเตสิ.

กายกมฺมสฺส หิตภาโว หิตชฺฌาสเยน ปวตฺติตตฺตาติ อาห ‘‘หิตวุทฺธิยา กเตนา’’ติ. สุขภาโว กายิกทุกฺขาภาโว, เจตสิกสุขภาโว เจตสิกสุขสมุฏฺิตตฺตา จาติ วุตฺตํ ‘‘สุขโสมนสฺเสเนว กเตนา’’ติ. อาวิรโหวิภาคโต อทฺวยภาวโต อทฺวเยนาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สตฺถุ เขตฺตภาวสมฺปตฺติยา, เถรสฺส อชฺฌาสยสมฺปตฺติยา จ ‘‘เอตฺตกมิท’’นฺติ ปมาณํ คเหตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย ปมาณวิรหิตตฺตา ตสฺส กมฺมสฺสาติ อาห ‘‘จกฺกวาฬมฺปี’’ติอาทิ.

เอวํ ปวตฺติเตนาติ เอวํ โอทิสฺสกเมตฺตาภาวนาย วเสน ปวตฺติเตน. วิวฏฺฏูปนิสฺสยภูตํ กตํ อุปจิตํ ปุฺํ เอเตนาติ กตปุฺโ, อรหตฺตาธิคมาย กตาธิกาโรติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อภินีหารสมฺปนฺโนสีติ ทสฺเสตี’’ติ.

๒๐๘. กตฺถจิ สงฺกุจิตํ หุตฺวา ิตํ มหาปถวึ ปตฺถรนฺโต วิย, ปฏิสํหฏํ หุตฺวา ิตํ อากาสํ วิตฺถาเรนฺโต วิย, จตุสฏฺาธิกโยชนสตสหสฺสุพฺเพธํ จกฺกวาฬคิรึ อโธ โอสาเรนฺโต วิย, อฏฺสฏฺาธิกสหสฺสโยชนสตสหสฺสุพฺเพธํ สิเนรุํ อุกฺขิเปนฺโต วิย, สตโยชนายามวิตฺถารํ มหาชมฺพุํ ขนฺเธ คเหตฺวา จาเลนฺโต วิยาติ ปฺจ หิ อุปมา หิ เถรสฺส คุณกถา มหนฺตภาวทสฺสนตฺถฺเจว อฺเสํ ทุกฺกฏภาวทสฺสนตฺถฺจ อาคตาว. เอเตเนว จาติ -สทฺเทน ‘‘อหํ เอตรหิ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ (ที. นิ. ๒.๔), ‘‘สเทวกสฺมึ โลกสฺมึ นตฺถิ เม ปฏิปุคฺคโล’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๘๕; ๒.๓๔๑; มหาว. ๑๑; กถา. ๔๐๕; มิ. ป. ๕.๑๑) จ เอวํ อาทีนํ สงฺคโห ทฏฺพฺโพ. พฺยตฺโตติ ขนฺธโกสลฺลาทิสงฺขาเตน เวยฺยตฺติเยน สมนฺนาคโต. เมธาวีติ เมธาสงฺขาตาย สมฺมาภาวิตาย ปฺาย สมนฺนาคโต.

๒๐๙. ปฏิสนฺถารธมฺมนฺติ ปกติจาริตฺตวเสน วุตฺตํ, อุปคตานํ ปน ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนฺจ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนวเสน เจว จิตฺตรุจิวเสน จ ยถากาลํ ธมฺมํ เทเสติเยว, อุปาสโกปาสิกานํ ปน อุปนิสินฺนกถาวเสน.

มหาสุทสฺสนสุตฺตเทสนาวณฺณนา

๒๑๐. ขุทฺทก-สทฺโท ปติรูปวาจี, -สทฺโท อปฺปตฺโถติ อาห ‘‘ขุทฺทกนครเกติ นครปติรูปเก สมฺพาเธ ขุทฺทกนครเก’’ติ. ธุปรวิสาลสณฺานตาย ตํ ‘‘อุชฺชงฺคลนครก’’นฺติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘วิสมนครเก’’ติ. อฺเสํ มหานครานํ เอกเทสปฺปมาณตาย สาขาสทิเส. เอตฺถ จ ‘‘ขุทฺทกนครเก’’ติ อิมินา ตสฺส นครสฺส อปฺปกภาโว วุตฺโต, ‘‘อุชฺชงฺคลนครเก’’ติ อิมินา ภูมิวิปตฺติยา นิหีนภาโว, ‘‘สาขานครเก’’ติ อิมินา อปฺปธานภาโว. สารปฺปตฺตาติ วิภวสาราทินา สารมหตฺตํ ปตฺตา.

กหาปณสกฏนฺติ เอตฺถ ‘‘ทฺวิกุมฺภํ สกฏํ. กุมฺโภ ปน ทสมฺพโณ’’ติ วทนฺติ. ทฺเว ปวิสนฺตีติ ทฺเว กหาปณสกฏานิ ทฺเว อายวเสน ปวิสนฺติ.

สุภิกฺขาติ สุลภาหารา, สุนฺทราหารา จ. เตนาห ‘‘ขชฺชโภชฺชสมฺปนฺนา’’ติ. สทฺทํ กโรนฺเตติ รวสารินา ตุฏฺภาเวน โกฺจนาทํ กโรนฺเต. อวิวิตฺตาติ อสุฺา, กทาจิ รโถ ปมํ คจฺฉติ, ตํ อฺโ อนุพนฺธนฺโต คจฺฉติ, กทาจิ ทุติยํ วุตฺตรโถ ปมํ คจฺฉติ, อิตโร ตํ อนุพนฺธติ เอวํ อฺมฺํ อนุพนฺธมานา. เอตฺถาติ กุสาวตีนคเร. ตสฺส มหนฺตภาวโต เจว อิทฺธาทิภาวโต จ นิจฺจํ ปโยชิตาเนว เภริอาทีนิ ตูริยานิ, สมฺม สมฺมาติ วา อฺมฺํ ปิยาลาปสทฺโท สมฺม-สทฺโท. กํสตาฬาทิสพฺพตาฬาวจรสทฺโท ตาฬ-สทฺโท, กูฏเภริ-สทฺโท กุมฺภถูณสทฺโท.

เอวรูปา สทฺทา โหนฺติ กจวรากิณฺณวีถิตาย, อรฺเ กนฺทมูลปณฺณาทิคฺคหณาย, ตตฺถ ทุกฺขชีวิกตาย จาติ ยถากฺกมํ โยเชตพฺพํ. อิธ น เอวํ อโหสิ เทวโลเก วิย สพฺพโส ปริปุณฺณสมฺปตฺติกตาย.

มหนฺตํ โกลาหลนฺติ สทฺธาสมฺปนฺนานํ เทวตานํ, อุปาสกานฺจ วเสน ปุรโต ปุรโต มหตี อุคฺโฆสนา โหติ. ตตฺถ ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส กตสฺส วิหารสฺส อภาวโต, ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ มหนฺตภาวโต เต อาคนฺตฺวา…เป… เปเสสิ. เปเสนฺโต จ ‘‘กถฺหิ นาม ภควา ปจฺฉิเม กาเล อตฺตโน ปวตฺตึ อมฺหากํ นาโรเจสิ, เนสํ โทมนสฺสํ มา อโหสี’’ติ ‘‘อชฺช โข วาเสฏฺา’’ติอาทินา สาสนํ เปเสสิ.

มลฺลานํ วนฺทนาวณฺณนา

๒๑๑. อฆํ ทุกฺขํ อาเวนฺติ ปกาเสนฺตีติ อฆาวิโน, ปากฏีภูตทุกฺขาติ อาห ‘‘อุปฺปนฺนทุกฺขา’’ติ. าติสาโลหิตภาเวน กุลํ ปริวตฺตติ เอตฺถาติ กุลปริวตฺตํ. ตํ ตํกุลีนภาเคน ิโต สตฺตนิกาโย ‘‘กุลปริวตฺตโส’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘กุลปริวตฺต’’นฺติ. เต ปน ตํตํกุลปริวตฺตปริจฺฉินฺนา มลฺลราชาโน ตสฺมึ นคเร วีถิอาทิสภาเคน วสนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘วีถิสภาเคน เจว รจฺฉาสภาเคน จา’’ติ.

สุภทฺทปริพฺพาชกวตฺถุวณฺณนา

๒๑๒. กงฺขา เอว กงฺขาธมฺโม. เอกโต วาติ ภูมึ อวิภชิตฺวา สาธารณโตว. พีชโต จ อคฺคํ คเหตฺวา อาหารํ สมฺปาเทตฺวา ทานํ พีชคฺคํ. คพฺภกาเลติ คพฺภธารณโต ปรํ ขีรคฺคหณกาเล. เตนาห ‘‘คพฺภํ ผาเลตฺวา ขีรํ นิหริตฺวา’’ติอาทิ. ปุถุกกาเลติ สสฺสานํ นาติปกฺเก ปุถุกโยคฺยผลกาเล. ลายนคฺคนฺติ ปกฺกสฺส สสฺสสฺส ลวเน ลวนารมฺเภ ทานํ อทาสิ. ลุนสฺส สสฺสสฺส เวณิวเสน พนฺธิตฺวา ปนํ เวณิกรณํ. ตสฺส อารมฺเภ ทานํ เวณคฺคํ. เวณิโย ปน เอกโต กตฺวา ราสิกรณํ กลาโป. ตตฺถ อคฺคทานํ กลาปคฺคํ. กลาปโต นีหริตฺวา มทฺทเน อคฺคทานํ ขลคฺคํ. มทฺทิตํ โอผุณิตฺวา ธฺสฺส ราสิกรเณ อคฺคทานํ ขลภณฺฑคฺคํ. ธฺสฺส ขลโต โกฏฺเ ปกฺขิปเน อคฺคทานํ โกฏฺคฺคํ. อุทฺธริตฺวาติ โกฏฺโต อุทฺธริตฺวา.

‘‘นว อคฺคทานานิ อทาสี’’ติ อิมินา ‘‘กถํ นุ โข อหํ สตฺถุ สนฺติเก อคฺคโตว มุจฺเจยฺย’’นฺติ อคฺคคฺคทานวเสน วิวฏฺฏูปนิสฺสยสฺส กุสลสฺส กตูปจิตตฺตา, าณสฺส จ ตถา ปริปากํ คตตฺตา อคฺคธมฺมเทสนาย ตสฺส ภาชนภาวํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘อิมํ อคฺคธมฺมํ ตสฺส เทเสสฺสามี’’ติอาทิ. โอหียิตฺวา สงฺโกจํ อาปชฺชิตฺวา.

๒๑๓. อฺาตุกาโมว น สนฺทิฏฺึ ปรามาสี. อพฺภฺึสูติ สนฺเทหชาตสฺส ปุจฺฉาวจนนฺติ กตฺวา ชานึสูติ อตฺถมาห. เตนาห ปาฬิยํ ‘‘สพฺเพว น อพฺภฺึสู’’ติ. เนสนฺติ ปูรณาทีนํ. สา ปฏิฺาติ ‘‘กโรโต โข มหาราช การยโต’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๖๖) ปฏิฺาตา, สพฺพฺุปฏิฺา เอว วา. นิยฺยานิกาติ สปฺปาฏิหาริยา, เตสํ วา สิทฺธนฺตสงฺขาตา ปฏิฺา วฏฺฏโต นิสฺสรณฏฺเน นิยฺยานิกาติ. สาสนสฺส สมฺปตฺติยา เตสํ สพฺพฺุตํ, ตพฺพิปริยายโต จ อสพฺพฺุตํ คจฺฉตีติ ทฏฺพฺพํ. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. อตฺถาภาวโตติ สุภทฺทสฺส สาเธตพฺพอตฺถาภาวโต. โอกาสาภาวโตติ ตถา วิตฺถาริตํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสตุํ อวสราภาวโต. อิทานิ ตเมว โอกาสาภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปมยามสฺมิ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

๒๑๔. เยสํ สมณภาวกรานํ ธมฺมานํ สมฺปาทเนน สมโณ, เต ปน อุกฺกฏฺนิทฺเทเสน อริยมคฺคธมฺมาติ จตุมคฺคสํสิทฺธิยา ปาฬิยํ จตฺตาโร สมณา วุตฺตาติ เต พาหิรสมเย สพฺเพน สพฺพํ นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปโม โสตาปนฺนสมโณ’’ติอาทิมาห. ปุริมเทสนายาติ ‘‘ยสฺมิฺจ โข, สุภทฺท, ธมฺมวินเย’’ติอาทินา วุตฺตาย เทสนาย. พฺยติเรกโต, อนฺวยโต จ อธิปฺเปโต อตฺโถ วิภาวียตีติ ปมนโยเปตฺถ ‘‘ปุริมเทสนายา’’ติ ปเทน สงฺคหิโต วาติ ทฏฺพฺโพ. อตฺตโน สาสนํ นิยเมนฺโต อาห ‘‘อิมสฺมึ โข’’ติ โยชนา. อารทฺธวิปสฺสเกหีติ สมาธิกมฺมิกวิปสฺสเกหิ, สิขาปฺปตฺตวิปสฺสเก สนฺธาย วุตฺตํ, น ปฏฺปิตวิปสฺสเน. อปเร ปน ‘‘พาหิรกสมเย วิปสฺสนารมฺภสฺส คนฺโถปิ นตฺเถวาติ อวิเสสวจนเมต’’นฺติ วทนฺติ. อธิคตฏฺานนฺติ อธิคตสฺส การณํ, ตทตฺถํ ปุพฺพภาคปฏิปทนฺติ อตฺโถ, เยน โสตาปตฺติมคฺโค อธิคโต, น อุปริมคฺโค, โส โสตาปตฺติมคฺเค ิโต อกุปฺปธมฺมตาย ตสฺส, ตตฺถ วา สิทฺธิโต ิตปุพฺโพ ภูตปุพฺพคติยาติ โสตาปตฺติมคฺคฏฺโ โสตาปนฺโน, น เสสอริยา ภูมนฺตรุปฺปตฺติโต. โสตาปนฺโน หิ อตฺตนา อธิคตฏฺานํ โสตาปตฺติมคฺคํ อฺสฺส กเถตฺวา โสตาปตฺติมคฺคฏฺํ กเรยฺย, น อฏฺมโก อสมฺภวโต. เอส นโย เสสมคฺคฏฺเสูติ เอตฺถาปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปคุณํ กมฺมฏฺานนฺติ อตฺตโน ปคุณํ วิปสฺสนากมฺมฏฺานํ, เอเตเนว ‘‘อวิเสสวจน’’นฺติ วาโท ปฏิกฺขิตฺโตติ ทฏฺพฺโพ.

สพฺพฺุตฺาณํ อธิปฺเปตํ. ตฺหิ สพฺพเยฺยธมฺมาวโพธเน ‘‘กุสลํ เฉกํ นิปุณ’’นฺติ วุจฺจติ ตตฺถ อสงฺคอปฺปฏิหตํ ปวตฺตตีติ กตฺวา. สมธิกานิ เอเกน วสฺเสน. ายนฺติ เอเตน จตุสจฺจธมฺมํ ยาถาวโต ปฏิวิชฺฌนฺตีติ าโย, โลกุตฺตรมคฺโคติ อาห ‘‘อริยมคฺคธมฺมสฺสา’’ติ. ปทิสฺสติ เอเตน อริยมคฺโค ปจฺจกฺขโต ทิสฺสตีติ ปเทโส, วิปสฺสนาติ วุตฺตํ ‘‘ปเทเส วิปสฺสนามคฺเค’’ติ. สมโณปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺโท ‘‘ปเทสวตฺตี’’ติ เอตฺถาปิ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺโพติ อาห ‘‘ปเทสวตฺติ…เป… นตฺถีติ วุตฺตํ โหตี’’ติ.

๒๑๕. โสติ ตถาวุตฺโต อนฺเตวาสี. เตนาติ อาจริเยน. อตฺตโน าเน ปิโต โหติ ปรปพฺพาชนาทีสุ นิยุตฺตตฺตา.

สกฺขิสาวโกติ ปจฺจกฺขสาวโก, สมฺมุขสาวโกติ อตฺโถ. ภควติ ธรมาเนติ ธรมานสฺส ภควโต สนฺติเก. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. สพฺโพปิ โสติ สพฺโพ โส ติวิโธปิ. อยํ ปน อรหตฺตํ ปตฺโต, ตสฺมา ปริปุณฺณคตาย มตฺถกปฺปตฺโต ปจฺฉิโม สกฺขิสาวโกติ.

ปฺจมภาณวารวณฺณนา นิฏฺิตา.

ตถาคตปจฺฉิมวาจาวณฺณนา

๒๑๖. นฺติ ภิกฺขุสงฺฆสฺส โอวาทกงฺคํ ทสฺเสตุํ…เป… วุตฺตํ ธมฺมสงฺคาหเกหีติ อธิปฺปาโย. สุตฺตาภิธมฺมสงฺคหิตสฺส ธมฺมสฺส อติสชฺชนํ สมฺโพธนํ เทสนา, ตสฺเสว ปการโต าปนํ เวเนยฺยสนฺตาเน ปนํ ปฺาปนนฺติ ‘‘ธมฺโมปิ เทสิโต เจว ปฺตฺโต จา’’ติ วุตฺตํ. ตถา วินยตนฺติสงฺคหิตสฺส กายวาจานํ วินยนโต ‘‘วินโย’’ติ ลทฺธาธิวจนสฺส อตฺถสฺส อติสชฺชนํ สมฺโพธนํ เทสนา, ตสฺเสว ปการโต าปนํ อสงฺกรโต ปนํ ปฺาปนนฺติ ‘‘วินโยปิ เทสิโต เจว ปฺตฺโต จา’’ติ วุตฺตํ. อธิสีลสิกฺขานิทฺเทสภาเวน สาสนสฺส มูลภูตตฺตา วินโย ปมํ สิกฺขิตพฺโพติ ตํ ตาว อยมุทฺเทสํ สรูปโต ทสฺเสนฺโต ‘‘มยา หิ โว’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สตฺตาปตฺติกฺขนฺธวเสนาติ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ อวีติกฺกมนียตาวเสน. สตฺถุกิจฺจํ สาเธสฺสติ ‘‘อิทํ โว กตฺตพฺพํ, อิทํ โว น กตฺตพฺพ’’นฺติ กตฺตพฺพากตฺตพฺพสฺส วิภาเคน อนุสาสนโต.

เตน เตนากาเรนาติ เตน เตน เวเนยฺยานํ อชฺฌาสยานุรูเปน ปกาเรน. อิเม ธมฺเมติ อิเม สตฺตตึสโพธิปกฺขิยธมฺเม. ตปฺปธานตฺตา สุตฺตนฺตเทสนาย ‘‘สุตฺตนฺตปิฏกํ เทสิต’’นฺติ วุตฺตํ. สตฺถุกิจฺจํ สาเธสฺสติ ตํตํจริยานุรูปํ สมฺมาปฏิปตฺติยา อนุสาสนโต. กุสลากุสลาพฺยากตวเสน นว เหตู. ‘‘สตฺต ผสฺสา’’ติอาทิ สตฺตวิฺาณธาตุสมฺปโยควเสน วุตฺตํ. ธมฺมานุโลเม ติกปฏฺานาทโย ฉ, ตถา ธมฺมปจฺจนีเย, ธมฺมานุโลมปจฺจนีเย, ธมฺมปจฺจนียานุโลเมติ จตุวีสติ สมนฺตปฏฺานานิ เอตสฺสาติ จตุวีสติสมนฺตปฏฺานํ, ตํ ปน ปจฺจยานุโลมาทิวเสน วิภชิยมานํ อปริมาณนยํ เอวาติ อาห ‘‘อนนฺตนยมหาปฏฺานปฏิมณฺฑิต’’นฺติ. สตฺถุกิจฺจํ สาเธสฺสตีติ ขนฺธาทิวิภาเคน ายมานํ จตุสจฺจสมฺโพธาวหตฺตา สตฺถารา สมฺมาสมฺพุทฺเธน กาตพฺพกิจฺจํ นิปฺผาเทสฺสติ.

โอวทิสฺสนฺติ อนุสาสิสฺสนฺติ โอวาทานุสาสนีกิจฺจนิปฺผาทนโต.

จาริตฺตนฺติ สมุทาจารา, นเวสุ ปิยาลาปํ วุฑฺเฒสุ คารวาลาปนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ภนฺเตติ วา อายสฺมาติ วา’’ติ. คารววจนํ เหตํ ยทิทํ ภนฺเตติ วา อายสฺมาติ วา, โลเก ปน ‘‘ตตฺร ภว’’นฺติ, ‘‘เทวานํ ปิยา’’ติ จ คารววจนเมว.

‘‘อากงฺขมาโน สมูหนตู’’ติ วุตฺเต ‘‘น อากงฺขมาโน น สมูหนตู’’ติปิ วุตฺตเมว โหตีติ อาห ‘‘วิกปฺปวจเนเนว เปสี’’ติ. พลนฺติ าณพลํ. ยทิ อสมูหนนํ ทิฏฺํ, ตเทว จ อิจฺฉิตํ, อถ กสฺมา ภควา ‘‘อากงฺขมาโน สมูหนตู’’ติ อโวจาติ? ตถารูปปุคฺคลชฺฌาสยวเสน. สนฺติ หิ เกจิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมาทาย สํวตฺติตุํ อนิจฺฉนฺตา, เตสํ ตถา อวุจฺจมาเน ภควติ วิฆาโต อุปฺปชฺเชยฺย, ตํ เตสํ ภวิสฺสติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย, ตถา ปน วุตฺเต เตสํ วิฆาโต น อุปฺปชฺเชยฺย ‘‘อมฺหากํ เอวายํ โทโส, ยโต อมฺเหสุ เอว เกจิ สมูหนนํ น อิจฺฉนฺตี’’ติ. เกจิ ‘‘สกลสฺส ปน สาสนสฺส สงฺฆายตฺตภาวกรณตฺถํ ตถา วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. ยฺจ กิฺจิ สตฺถารา สิกฺขาปทํ ปฺตฺตํ, ตํ สมณา สกฺยปุตฺติยา สิรสา สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ชีวิตํ วิย รกฺขนฺติ. ตถา หิ เต ‘‘ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ อากงฺขมาโน สงฺโฆ สมูหนตู’’ติ วุตฺเตปิ น สมูหนึสุ, อฺทตฺถุ ‘‘ปุรโต วิย ตสฺส อจฺจเยปิ รกฺขึสุ เอวา’’ติ สตฺถุสาสนสฺส, สงฺฆสฺส จ มหนฺตภาวทสฺสนตฺถมฺปิ ตถา วุตฺตนฺติ ทฏฺพฺพํ. ตถา หิ อายสฺมา อานนฺโท, อฺเปิ วา ภิกฺขู ‘‘กตมํ ปน ภนฺเต ขุทฺทกํ, กตมํ อนุขุทฺทก’’นฺติ น ปุจฺฉึสุ สมูหนชฺฌาสยสฺเสว อภาวโต.

น ตํ เอวํ คเหตพฺพนฺติ ‘‘นาคเสนตฺเถโร ขุทฺทานุขุทฺทกํ ชานาตี’’ติอาทินา วุตฺตํ ตํ เนสํ วจนํ อิมินา วุตฺตากาเรน น คเหตพฺพํ อธิปฺปายสฺส อวิทิตตฺตา. อิทานิ ตํ อธิปฺปายํ วิภาเวตุํ ‘‘นาคเสนตฺเถโร หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยสฺมา นาคเสนตฺเถโร (มิลินฺทปฺเห อเภชฺชวคฺเค วิตฺถาโร) ปเรสํ วาทปโถปจฺเฉทนตฺถํ สงฺคีติกาเล ธมฺมสงฺคาหกมหาเถเรหิ คหิตโกฏฺาเสสุ จ อนฺติมโกฏฺาสเมว คเหตฺวา มิลินฺทราชานํ ปฺาเปสิ. มหากสฺสปตฺเถโร ปน เอกสิกฺขาปทมฺปิ อสมูหนิตุกามตาย ตถา กมฺมวาจํ สาเวติ, ตสฺมา ตํ เตสํ วจนํ ตถา น คเหตพฺพํ.

๒๑๗. ทฺเวฬฺหกนฺติ ทฺวิธาคาโห, อเนกํสคฺคาโหติ อตฺโถ. วิมตีติ สํสยาปตฺติ. เตนาห ‘‘วินิจฺฉิตุํ อสมตฺถตา’’ติ. ตํ โว วทามีติ ตํ สํสยวนฺตํ ภิกฺขุํ สนฺธาย โว ตุมฺเห วทามิ.

นิกฺกงฺขภาวปจฺจกฺขกรณาณํ เยวาติ พุทฺธาทีสุ เตสํ ภิกฺขูนํ นิกฺกงฺขภาวสฺส ปจฺจกฺขการิยาภาวโต ตมตฺถํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ิตํ สพฺพฺุตฺาณเมว. เอตฺถ เอตสฺมึ อตฺเถ.

๒๑๘. อปฺปมชฺชนํ อปฺปมาโท, โส ปน อตฺถโต าณูปสฺหิตา สติ. ยสฺมา ตตฺถ สติยา พฺยาปาโร สาติสโย, ตสฺมา ‘‘สติอวิปฺปวาเสนา’’ติ วุตฺตํ. อปฺปมาทปเทเยว ปกฺขิปิตฺวา อทาสิ ตํ อตฺถโต, ตสฺส สกลสฺส พุทฺธวจนสฺส สงฺคณฺหนโต จ.

ปรินิพฺพุตกถาวณฺณนา

๒๑๙. ฌานาทีสุ, จิตฺเต จ ปรมุกฺกํสคตวสีภาวตาย ‘‘เอตฺตเก กาเล เอตฺตกา สมาปตฺติโย สมาปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ กาลปริจฺเฉทํ กตฺวา สมาปตฺติ สมาปชฺชนํ ‘‘ปรินิพฺพานปริกมฺม’’นฺติ อธิปฺเปตํ. เถโรติ อนุรุทฺธตฺเถโร.

อยมฺปิ จาติ ยถาวุตฺตปฺจสฏฺิยา ฌานานํ สมาปนฺนภาวกถาปิ สงฺเขปกถา เอว, กสฺมา? ยสฺมา ภควา ตทาปิ เทวสิกํ วฬฺชนสมาปตฺติโย สพฺพาปิ อปริหาเปตฺวา สมาปชฺชิ เอวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘นิพฺพานปุรํ ปวิสนฺโต’’ติอาทิมาห.

อิมานิ ทฺเวปิ สมนนฺตราเนว ปจฺจเวกฺขณายปิ เยภุยฺเยนานนฺตริยกตาย ฌานปกฺขิกภาวโต, ยสฺมา ภวงฺคจิตฺตํ สพฺพปจฺฉิมํ, ตโต ภวโต จวนโต ‘‘จุตี’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมา น เกวลํ อยเมว ภควา, อถ โข สพฺเพปิ สตฺตา ภวงฺคจิตฺเตเนว จวนฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘เย หิ เกจี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

๒๒๐. ปฏิภาคปุคฺคลวิรหิโตติ สีลาทิคุเณหิ อสทิสตาย สทิสปุคฺคลรหิโต.

๒๒๑. สงฺขารา วูปสมนฺติ เอตฺถาติ วูปสโมติ เอวํสงฺขาตํ าตํ กถิตํ นิพฺพานํ.

๒๒๒. นฺติ ปจฺจตฺเต อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘โย กาลํ อกรี’’ติ.

สุวิกสิเตเนวาติ ปีติโสมนสฺสโยคโต สุฏฺุ วิกสิเตน มุทิเตน. เวทนํ อธิวาเสสิ อภาวสมุทโย กโต สุฏฺุ ปริฺาตตฺตา. อนาวรณวิโมกฺโข สพฺพโส นิพฺพุตภาวโต.

๒๒๓. อากโรนฺติ อตฺตโน ผลานิ สมานากาเร กโรนฺตีติ อาการา, การณานิ. สพฺพาการวรูเปเตติ สพฺเพหิ อาการวเรหิ อุตฺตมการเณหิ สีลาทิคุเณหิ สมนฺนาคเตติ อตฺโถ.

๒๒๕. กถํภูตาติ กีทิสาภูตา.

จุลฺลกทฺธานนฺติ ปริตฺตํ กาลํ ทฺวตฺตินาฑิกามตฺตํ เวลํ.

พุทฺธสรีรปูชาวณฺณนา

๒๒๗. กํสตาฬาทิ ตาฬํ อวจรติ เอตฺถาติ ‘‘ตาฬาวจร’’นฺติ วุจฺจติ อาตตาทิตูริยภณฺฑํ. เตนาห ‘‘สพฺพํ ตูริยภณฺฑ’’นฺติ.

ทกฺขิณทิสาภาเคเนวาติ อฺเน ทิสาภาเคน อนาหริตฺวา ยมกสาลานํ านโต ทกฺขิณทิสาภาเคเนว, ตโตปิ ทกฺขิณทิสาภาคํ หริตฺวา เนตฺวา.

เชตวนสทิเสติ สาวตฺถิยา เชตวนสทิเส าเน, ‘‘เชตวนสทิเส าเน’’ติปิ ปาโ.

๒๒๘. ปสาธนมงฺคลสาลายาติ อภิเสกกาเล อลงฺกรณมงฺคลสาลาย.

๒๒๙. เทวทานิโยติ ตสฺส โจรสฺส นามํ.

มหากสฺสปตฺเถรวตฺถุวณฺณนา

๒๓๑. ปาวายาติ ปาวา นครโต. อาวชฺชนปฏิพทฺธตฺตา ชานนสฺส อนาวชฺชิตตฺตา สตฺถุ ปรินิพฺพานํ อชานนฺโต ‘‘ทสพลํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ เถโร จินฺเตสิ, สตฺถุ สรีเร วา สตฺถุสฺํ อุปฺปาเทนฺโต ตถา จินฺเตสิ. เตเนวาห ‘‘อถ ภควนฺตํ อุกฺขิปิตฺวา’’ติ. ‘‘ธุวํ ปรินิพฺพุโต ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตสิ ปาริเสสาเยน. ชานนฺโตปิ เถโร อาชีวกํ ปุจฺฉิเยว, ปุจฺฉเน ปน การณํ สยเมว ปกาเสตุํ ‘‘กึ ปนา’’ติอาทิ อารทฺธํ.

อชฺช สตฺตาหปรินิพฺพุโตติ อชฺช ทิวสโต ปฏิโลมโต สตฺตเม อหนิ ปรินิพฺพุโต.

๒๓๒. นาฬิยา วาปเกนาติ นาฬิยา เจว ถวิกาย จ.

มฺชุเกติ มฺชุภาณิเน มธุรสฺสเร. ปฏิภาเนยฺยเกติ ปฏิภานวนฺเต. ภุฺชิตฺวา ปาตพฺพยาคูติ ปมํ ภุฺชิตฺวา ปิวิตพฺพยาคุ.

ตสฺสาติ สุภทฺทสฺส วุฑฺฒปพฺพชิตสฺส.

อาราธิตสาสเนติ สมาหิตสาสเน. อลนฺติ สมตฺโถ. ปาโปติ ปาปปุคฺคโล. โอสกฺกาเปตุนฺติ หาเปตุํ อนฺตรธาเปตุํ.

ปฺหวาราติ ปฺหา วิย วิสฺสชฺชนานิ ‘‘ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหตี’’ติอาทินา, (ธ. ส. ๑.๑) ‘‘ยสฺมึ สมเย รูปูปปตฺติยา มคฺคํ ภาเวตี’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑.๒๕๑) จ ปวตฺตานิ เอกํ ทฺเว ภูมนฺตรานิ. มูเล นฏฺเ ปิสาจสทิสา ภวิสฺสามาติ ยถา รุกฺเข อธิวตฺโถ ปิสาโจ ตสฺส สาขาปริวาเร นฏฺเ ขนฺธํ นิสฺสาย วสติ, ขนฺเธ นฏฺเ มูลํ นิสฺสาย วสติ, มูเล ปน นฏฺเ อนิสฺสโยว โหติ, ตถา ภวิสฺสามาติ อตฺโถ. อถ วา มูเล นฏฺเติ ปิสาเจน กิร รุกฺขคจฺฉาทีนํ กฺจิเทว มูลํ ฉินฺทิตฺวา อตฺตโน ปุตฺตสฺส ทินฺนํ, ยาว ตํ ตสฺส หตฺถโต น วิคจฺฉติ, ตาว โส ตํ ปเทสํ อทิสฺสมานรูโป วิจรติ. ยทา ปน ตสฺมึ เกนจิ อจฺฉินฺนภาเวน วา สติวิปฺปวาสวเสน วา นฏฺเ มนุสฺสานมฺปิ ทิสฺสมานรูโป วิจรติ, ตํ สนฺธายาห ‘‘มูเล นฏฺเ ปิสาจสทิสา ภวิสฺสามา’’ติ.

มํ กายสกฺขึ กตฺวาติ ตํ ปฏิปทํ กาเยน สจฺฉิกตวนฺตํ ตสฺมา ตสฺสา เทสนาย สกฺขิภูตํ มํ กตฺวา. ปฏิจฺฉาเปสิ ตํ ปฏิจฺฉาปนํ กสฺสปสุตฺเตน ทีเปตพฺพํ.

๒๓๓. จนฺทนฆฏิกาพาหุลฺลโต จนฺทนจิตกา.

ตํ สุตฺวาติ ตํ อายสฺมตา อนุรุทฺธตฺเถเรน วุตฺตํ เทวตานํ อธิปฺปายํ สุตฺวา.

๒๓๔. ทสิกตนฺตํ วาติ ปลิเวิตอหตกาสิกวตฺถานํ ทสาเนน ตนฺตุมตฺตมฺปิ วา. ทารุกฺขนฺธํ วาติ จนฺทนาทิจิตกทารุกฺขนฺธํ วา.

๒๓๕. สมุทาเยสุ ปวตฺตโวหารานํ อวยเวสุ ทิสฺสนโต สรีรสฺส อวยวภูตานิ อฏฺีนิ ‘‘สรีรานี’’ติ วุตฺตานิ.

น วิปฺปกิรึสูติ สรูเปเนว ิตาติ อตฺโถ. ‘‘เสสา วิปฺปกิรึสู’’ติ วตฺวา ยถา ปน ตา วิปฺปกิณฺณา อเหสุํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

อุทกธารา นิกฺขมิตฺวา นิพฺพาเปสุนฺติ เทวตานุภาเวน. เอวํ มหติโย พหู อุทกธารา กิมตฺถายาติ อาห ‘‘ภควโต จิตโก มหนฺโต’’ติ. มหา หิ โส วีสรตนสติโก. อฏฺทนฺตเกหีติ นงฺคเลหิ อฏฺเว หิ เนสํ ทนฺตสทิสานิ โปตฺถานิ โหนฺติ, ตสฺมา ‘‘อฏฺทนฺตกานี’’ติ วุจฺจติ.

ธมฺมกถาว ปมาณนฺติ อติวิย อจฺฉริยพฺภุตภาวโต ปสฺสนฺตานํ, สุณนฺตานฺจ สาติสยํ ปสาทาวหภาวโต, สวิเสสํ พุทฺธานุภาวทีปนโต. ปรินิพฺพุตสฺส หิ พุทฺธสฺส ภควโต เอวรูโป อานุภาโวติ ตํ ปวตฺตึ กเถนฺตานํ ธมฺมกถิกานํ อตฺตโน าณพลานุรูปํ ปวตฺติยมานา ธมฺมกถา เอเวตฺถ ปมาณํ วณฺเณตพฺพสฺส อตฺถสฺส มหาวิสยตฺตา, ตสฺมา วณฺณนาภูมิ นาเมสาติ อธิปฺปาโย. จตุชฺชาติยคนฺธปริภณฺฑํ กาเรตฺวาติ ตครกุงฺกุมยวนปุปฺผตมาลปตฺตานิ ปิสิตฺวา กตคนฺเธน ปริภณฺฑํ กาเรตฺวา. ขจิตฺวาติ ตตฺถ ตตฺถ โอลมฺพนวเสน รเจตฺวา, คนฺธวตฺถูนิ คเหตฺวา คนฺถิตมาลา คนฺธทามานิ รตนาวฬิโย รตนทามานิ. พหิกิลฺชปริกฺเขปสฺส, อนฺโตสาณิปริกฺเขปสฺส กรเณน สาณิกิลฺชปริกฺเขปํ กาเรตฺวา. วาตคฺคาหินิโย ปฏากา วาตปฏากา. สรภรูปปาทโก ปลฺลงฺโก สรภมยปลฺลงฺโก, ตสฺมึ สรภมยปลฺลงฺเก.

สตฺติหตฺถา ปุริสา สตฺติโย ตํสหจรณโต ยถา ‘‘กุนฺตา ปจรนฺตี’’ติ, เตหิ สมนฺตโต รกฺขาปนํ ปฺจกรณนฺติ อาห ‘‘สตฺติหตฺเถหิ ปุริเสหิ ปริกฺขิปาเปตฺวา’’ติ. ธนูหีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สนฺนาหควจฺฉิกํ วิย กตฺวา นิรนฺตราวฏฺิตอารกฺขสนฺนาเหน ควจฺฉิชาลํ วิย กตฺวา.

สาธุกีฬิตนฺติ สปรหิตํ สาธนฏฺเน สาธู, เตสํ กีฬิตํ อุฬารปุฺปสวนโต, สมฺปรายิกตฺถาวิโรธิกํ กีฬาวิหารนฺติ อตฺโถ.

สรีรธาตุวิภชนวณฺณนา

๒๓๖. อิมินาว นิยาเมนาติ เยน นีหาเรน มหาตเล นิสินฺโน กฺจิ ปริหารํ อกตฺวา เกวลํ อิมินา นิยาเมเนว. สุปินโกติ ทุสฺสุปินโก. ทุกูลทุปฏฺฏํ นิวาเสตฺวาติ ทฺเว ทุกูลวตฺถานิ เอกชฺฌํ กตฺวา นิวาเสตฺวา. เอวฺหิ ตานิ โสกสมปฺปิตสฺสาปิ อภสฺสิตฺวา ติฏฺนฺติ.

อภิเสกสิฺจโกติ รชฺชาภิเสเก อภิเสกมงฺคลสิฺจโก อุตฺตมมงฺคลภาวโต. วิสฺี ชาโต ยถา ตํ ภควโต คุณวิเสสามตรสฺุตาย อวฏฺิตเปโม โปถุชฺชนิกสทฺธาย ปติฏฺิตปสาโท กตูปการตาย สฺชนิตจิตฺตมทฺทโว.

สุวณฺณพิมฺพิสกวณฺณนฺติ สุวิรจิต อปสฺเสนสทิสํ.

กสฺมา ปเนตฺถ ปาเวยฺยกา ปาฬิยํ สพฺพปจฺฉโต คหิตา, กึ เต กุสินาราย อาสนฺนตราปิ สพฺพปจฺฉโต อุฏฺิตา? อาม, สพฺพปจฺฉโต อุฏฺิตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ปาเวยฺยกา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ธาตุปาสนตฺถนฺติ สตฺถุ ธาตูนํ ปยิรุปาสนาย. เนสํ ปกฺขา อเหสุํ ‘‘าเยน เตสํ สนฺตกา ธาตุโย’’ติ.

๒๓๗. โทณคชฺชิตํ นาม อโวจ สตฺถุ อวตฺถตฺตยูปสํหิตํ. เอตทตฺถเมว หิ ภควา มคฺคํ คจฺฉนฺโต ‘‘ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺโต โทโณ พฺราหฺมโณ ยาว เม ปทวฬฺชํ ปสฺสติ, ตาว มา วิคจฺฉตู’’ติ อธิฏฺาย อฺตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ. โทโณปิ โข พฺราหฺมโณ ‘‘อิมานิ สเทวเก โลเก อคฺคปุคฺคลสฺส ปทานี’’ติ สลฺลกฺเขนฺโต ปทานุสาเรน สตฺถุ สนฺติกํ อุปคจฺฉิ, สตฺถาปิสฺส ธมฺมํ เทเสสิ, เตนปิ โส ภควติ นิวิฏฺสทฺโธ อโหสิ. เอตทโวจ, กึ อโวจาติ อาห ‘‘สุณนฺตุ…เป… อโวจา’’ติ.

กาเยน เอกสนฺนิปาตา วาจาย เอกวจนา อภินฺนวจนา เอวํ สมคฺคา โหถ. ตสฺส ปนิทํ การณนฺติ อาห ‘‘สมฺโมทมานา’’ติ. เตนาห ‘‘จิตฺเตนาปิ อฺมฺํ สมฺโมทมานา โหถา’’ติ.

๒๓๘. ตโต ตโต สมาคตสงฺฆานนฺติ ตโต ตโต อตฺตโน วสนฏฺานโต สมาคนฺตฺวา สนฺนิปติตภาเวน สมาคตสงฺฆานํ. ตถา สมาปติตสมูหภาเวน สมาคตคณานํ. วจนสมฺปฏิจฺฉเนน ปฏิสฺสุณิตฺวา.

ธาตุถูปปูชาวณฺณนา

๒๓๙. ยกฺขคฺคาโห เทวตาเวโส. ขิปิตกํ ธาตุกฺโขภํ อุปฺปาเทตฺวา ขิปิตกโรโค. อโรจโก อาหารสฺส อรุจฺจนโรโค.

สตฺตมทิวเสติ สตฺตวสฺสสตฺตมาสโต ปรโต สตฺตเม ทิวเส. พลานุรูเปนาติ วิภวพลานุรูเปน.

ปจฺฉา สงฺคีติการกาติ ทุติยํ ตติยํ สงฺคีติการกา. ธาตูนํ อนฺตรายํ ทิสฺวาติ ตตฺถ ตตฺถ เจติเย ยถาปติฏฺาปิตภาเวเนว ิตานํ ธาตูนํ มิจฺฉาทิฏฺิกานํ วเสน อนฺตรายํ ทิสฺวา, มหาธาตุนิธาเนน สมฺมเทว รกฺขิตานํ อนาคเต อโสเกน ธมฺมรฺา ตโต อุทฺธริตฺวา วิตฺถาริตภาเว กเต สเทวกสฺส โลกสฺส หิตสุขาวหภาวฺจ ทิสฺวาติ อธิปฺปาโย. ปริจรณมตฺตเมวาติ คเหตฺวา ปริจริตพฺพธาตุมตฺตเมว. ราชูนํ หตฺเถ เปตฺวา, น เจติเยสุ. ตถา หิ ปจฺฉา อโสกมหาราชา เจติเยสุ ธาตูนํ น ลภติ.

ปุริมํ ปุริมํ กตสฺส คณฺหนโยคฺยํ ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ กาเรนฺโต อฏฺ อฏฺ หริจนฺทนาทิมเย กรณฺเฑ จ ถูเป จ กาเรสิ. โลหิตจนฺทนมยาทีสุปิ เอเสว นโย. มณิกรณฺเฑสูติ โลหิตงฺกมสารคลฺลผลิกมเย เปตฺวา อวเสสมณิวิจิตฺตเกสุ กรณฺเฑสุ.

ถูปารามเจติยปฺปมาณนฺติ เทวานํปิยติสฺสมหาราเชน การิตเจติยปฺปมาณํ.

มาลา มา มิลายนฺตูติ ‘‘ยาว อโสโก ธมฺมราชา พหิ เจติยานิ กาเรตุํ อิโต ธาตุโย อุทฺธริสฺสติ, ตาว มาลา มา มิลายนฺตู’’ติ อธิฏฺหิตฺวา. อาวิฺฉนรชฺชุยนฺติ อคฺคฬาวิฺฉนรชฺชุยํ. กุฺจิกมุทฺทิกนฺติ ทฺวารวิวรณตฺถํ กุฺจิกฺเจว มุทฺทิกฺจ.

วาฬสงฺฆาตยนฺตนฺติ กุกฺกุลํ ปฏิภยทสฺสนํ อฺมฺปฏิพทฺธคมนาทิตาย สงฺฆาฏิตรูปกยนฺตํ โยเชสิ. เตนาห ‘‘กฏฺรูปกานี’’ติอาทิ. อาณิยา พนฺธิตฺวาติ อเนกกฏฺรูปวิจิตฺตยนฺตํ อตฺตโน เทวานุภาเวน เอกาย เอว อาณิยา พนฺธิตฺวา วิสฺสกมฺโม เทวโลกเมว คโต. ‘‘สมนฺตโต’’ติอาทิ ปน ตสฺมึ ธาตุนิทาเน อชาตสตฺตุโน กิจฺจวิเสสานุฏฺานทสฺสนํ.

‘‘อสุกฏฺาเน นาม ธาตุนิธาน’’นฺติ รฺา ปุจฺฉิเต ‘‘ตสฺมึ สนฺนิปาเต วิเสสลาภิโน นาเหสุ’’นฺติ เกจิ. ‘‘อตฺตานํ นิคูหิตฺวา ตสฺส วุฑฺฒตรสฺส วจนํ นิสฺสาย วีมํสนฺโต ชานิสฺสตีติ น กเถสุ’’นฺติ อปเร. ยกฺขทาสเกติ อุปหาราทิวิธินา เทวตาเวสนเก ภูตาวิคฺคาหเก.

อิมํ ปทนฺติ ‘‘เอวเมตํ ภูตปุพฺพ’’นฺติ ทุติยสงฺคีติกาเรหิ ปิตํ อิมํ ปทํ. มหาธาตุนิธานมฺปิ ตสฺส อตฺถํ กตฺวา ตติยสงฺคีติการาปิ ปยึสุ.

มหาปรินิพฺพานสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.

๔. มหาสุทสฺสนสุตฺตวณฺณนา

กุสาวตีราชธานีวณฺณนา

๒๔๒. โสวณฺณมยาติ สุวณฺณมยา. อยํ ปากาโรติ สพฺพรตนมโย ปากาโร. ตโย ตโยติ อนฺโต จ ตโย, พหิ จ ตโยติ ตโย ตโย.

เอสิกตฺถมฺโภ อินฺทขีโล นครโสภโน อลงฺการตฺถมฺโภ. องฺคียติ ายติ ปุถุลภาโว เอเตนาติ องฺคํ, ปริกฺเขโป. ติโปริสํ องฺคํ เอติสฺสาติ ติโปริสงฺคา. เตนาห ‘‘เตนา’’ติอาทิ. เตน ปฺจหตฺถปฺปมาเณน ติโปริเสน. ปณฺณผเลสุปีติ สพฺพรตนมยานํ ตาลานํ ปณฺณผเลสุปิ. เอเสว นโยติ ‘‘ปณฺเณสุ เอกํ ปตฺตกํ โสวณฺณมยํ, เอกํ รูปิยมยํ. ผเลสุปิ เอโก เลขาภาโว โสวณฺณมโย, เอโก รูปิยมโย’’ติอาทิโก อยมตฺโถ อติทิฏฺโ. ปาการนฺตเรติ ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ ปาการานํ อนฺตเร. เอเกกา หุตฺวา ิตา ตาลปนฺติ.

เฉโกติ ปฏุ สุวิสโท, โส จสฺส ปฏุภาโว มโนสาโรติ อาห ‘‘สุนฺทโร’’ติ. รฺเชตุนฺติ ราคํ อุปฺปาเทตุํ. ขมเตวาติ โรจเตว. น พีภจฺเฉตีติ น ตชฺเชติ, โสตสุขภาวโต ปิยายิตพฺโพ จ โหติ. กุมฺภถุณททฺทริกาทิ เอกตลํ ตูริยํ. อุภยตลํ ปากฏเมว. สพฺพโต ปริโยนทฺธํ จตุรสฺสอมฺพณกํ, ปณวาทิ จ. วํสาทีติ อาทิ-สทฺเทน สงฺขาทิกํ สงฺคณฺหาติ. สุมุจฺฉิตสฺสาติ สุฏฺุ ปริยตฺตสฺส. ปมาเณติ นาติทฬฺหนาติสิถิลตาสงฺขาเต มชฺฌิเม มุจฺฉนปฺปมาเณ. หตฺถํ วา ปาทํ วา จาเลตฺวาติ หตฺถลยปาทลเย สชฺเชตฺวา. นจฺจนฺตาติ สาขานจฺจํ นจฺจนฺตา.

จกฺกรตนวณฺณนา

๒๔๓. อุโปสถํ วุจฺจติ อฏฺงฺคสมนฺนาคตํ สพฺพทิวเสสุ คหฏฺเหิ รกฺขิตพฺพสีลํ, สมาทานวเสน ตํ ตสฺส อตฺถีติ อุโปสถิโก, ตสฺส อุโปสถิกสฺส. เตนาห ‘‘สมาทินฺนอุโปสถงฺคสฺสา’’ติ. ตทาติ ตสฺมึ กาเล. กสฺมึ ปน กาเลติ? ยสฺมึ กาเล จกฺกวตฺติภาวสํวตฺตนิยทานสีลาทิปุฺสมฺภารสมุทาคมสมฺปนฺโน ปูริตจกฺกวตฺติวตฺโต กาลทีปเทสวิเสสปจฺจาชาติยา เจว กุลรูปโภคาธิปเตยฺยาทิคุณวิเสสสมฺปตฺติยา จ ตทนุรูเป อตฺตภาเว ิโต โหติ, ตสฺมึ กาเล. ตาทิเส หิ กาเล จกฺกวตฺติภาวี ปุริสวิเสโส ยถาวุตฺตคุณสมนฺนาคโต ราชา ขตฺติโย มุทฺธาวสิตฺโต วิสุทฺธสีโล อนุโปสถํ สตสหสฺสวิสฺสชฺชนาทินา สมฺมาปฏิปตฺตึ ปฏิปชฺชติ, น ยทา จกฺกรตนํ อุปฺปชฺชติ, ตทา เอว. อิเม จ วิเสสา สพฺพจกฺกวตฺตีนํ สาธารณวเสน วุตฺตา. เตนาห ‘‘ปาโตว…เป… ธมฺมตา’’ติ. โพธิสตฺตานํ ปน จกฺกวตฺติภาวาวหคุณาปิ จกฺกวตฺติคุณาปิ สาติสยาว โหนฺติ.

วุตฺตปฺปการปุฺกมฺมปจฺจยนฺติ จกฺกวตฺติภาวาวหทานทมสํยมาทิปุฺกมฺมเหตุกํ. นีลมณิสงฺฆาตสทิสนฺติ อินฺทนีลมณิสฺจยสมานํ. ทิพฺพานุภาวยุตฺตตฺตาติ ทสฺสเนยฺยตา, มนุฺโฆสตา, อากาสคามิตา, โอภาสวิสฺสชฺชนา, อปฺปฏิฆาตตา, รฺโ อิจฺฉิตตฺถนิปฺผตฺติการณตาติ เอวมาทีหิ ทิพฺพสทิเสหิ อานุภาเวหิ สมนฺนาคตตฺตา, เอเตน ทิพฺพํ วิยาติ ทิพฺพนฺติ ทสฺเสติ. น หิ ตํ เทวโลกปริยาปนฺนํ. สหสฺสํ อรา เอตสฺสาติ วา สหสฺสารํ. สพฺเพหิ อากาเรหีติ สพฺเพหิ สุนฺทเรหิ ปริปุณฺณาวยเว ลกฺขณสมฺปนฺเน จกฺเก อิจฺฉิตพฺเพหิ อากาเรหิ. ปริปูรนฺติ ปริปุณฺณํ, สา จสฺสา ปาริปูรึ อิทาเนว วิตฺถาเรสฺสติ.

ปนาฬีติ ฉิทฺทํ. สุทฺธสินิทฺธทนฺตปนฺติยา นิพฺพิวรายาติ อธิปฺปาโย. ตสฺสา ปน ปนาฬิยา สมนฺตโต ปสฺสสฺส รชตมยตฺตา สารรชตมยา วุตฺตา. ยสฺมา จสฺส จกฺกสฺส รถจกฺกสฺส วิย อนฺโตภาโว นาม นตฺถิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อุโภสุปิ พาหิรนฺเตสู’’ติ. กตปริกฺเขปา โหติ ปนาฬีติ โยชนา. นาภิปนาฬิปริกฺเขปปฏฺเฏสูติ นาภิปริกฺเขปปฏฺเฏ เจว นาภิยา ปนาฬิปริกฺเขปปฏฺเฏ จ.

เตสนฺติ อรานํ. ฆฏกา นาม อลงฺการภูตา ขุทฺทกปุณฺณฆฏา. ตถา มณิกา นาม มุตฺตาวฬิกา. ปริจฺเฉทเลขา ตสฺส ตสฺส ปริจฺเฉททสฺสนวเสน ิตา ปริจฺฉินฺนเลขา. อาทิ-สทฺเทน มาลากมฺมาทึ สงฺคณฺหาติ. สุวิภตฺตาเนวาติ อฺมฺํ อสํกิณฺณตฺตา สุฏฺุ วิภตฺตานิ.

‘‘สุรตฺตา’’ติอาทีสุ สุรตฺตคฺคหเณน มหานามวณฺณตํ ปฏิกฺขิปติ, สุทฺธคฺคหเณน สํงฺกิลิฏฺตํ, สินิทฺธคฺคหเณน ลูขตํ. กามํ ตสฺส จกฺกรตนสฺส เนมิมณฺฑลํ อสนฺธิกเมว นิพฺพตฺตํ, สพฺพตฺถกเมว ปน เกวลํ ปวาฬวณฺเณน จ โสภตีติ ปกติจกฺกสฺส สนฺธิยุตฺตฏฺาเน สุรตฺตสุวณฺณปฏฺฏาทิมยาหิ วฏฺฏปริจฺเฉทเลขาหิ ปฺายมานาหิ สสนฺธิกา วิย ทิสฺสนฺตีติ อาห ‘‘สนฺธีสุ ปนสฺสา’’ติอาทิ.

เนมิมณฺฑลปิฏฺิยนฺติ เนมิมณฺฑลสฺส ปิฏฺิปเทเส. อากาสจาริภาวโต หิสฺส ตตฺถ วาตคฺคาหี ปวาฬทณฺโฑ โหติ. ทสนฺนํ ทสนฺนํ อรานํ อนฺตเรติ ทสนฺนํ ทสนฺนํ อรานํ อนฺตเร สมีเป ปเทเส. ฉิทฺทมณฺฑลขจิโตติ มณฺฑลสณฺานฉิทฺทวิจิตฺโต. สุกุสลสมนฺนาหตสฺสาติ สุฏฺุ กุสเลน สิปฺปินา ปหตสฺส, วาทิตสฺสาติ อตฺโถ. วคฺคูติ มโนรโม. รชนีโยติ สุณนฺตานํ ราคุปฺปาทโก. กมนีโยติ กนฺโต. สโมสริตกุสุมทามาติ โอลมฺพิตสุคนฺธกุสุมทามา. เนมิปริกฺเขปสฺสาติ เนมิปริยนฺตปริกฺเขปสฺส. นาภิปนาฬิยา ทฺวินฺนํ ปสฺสานํ วเสน ‘‘ทฺวินฺนมฺปิ นาภิปนาฬีน’’นฺติ วุตฺตํ. เอกา เอว หิ สา ปนาฬิ. เยหีติ เยหิ ทฺวีหิ มุเขหิ. ปุน เยหีติ เยหิ มุตฺตกลาเปหิ.

โอธาปยมานนฺติ โสตุํ อวหิตานิ กุรุมานํ.

จนฺโท ปุรโต จกฺกรตนํ ปจฺฉาติ เอวํ ปุพฺพาปริเยน ปุพฺพาปรภาเวน.

อนฺเตปุรสฺสาติ อนุราธปุเร รฺโ อนฺเตปุรสฺส. อุตฺตรสีหปฺชรสทิเสติ ตทา รฺโ ปาสาเท ตาทิสสฺส อุตฺตรทิสาย สีหปฺชรสฺส ลพฺภมานตฺตา วุตฺตํ. สุเขน สกฺกาติ กิฺจิ อนารุหิตฺวา, สรีรฺจ อนุลฺลงฺฆิตฺวา ยถาิเตเนว หตฺเถน ปุปฺผมุฏฺิโย ขิปิตฺวา สุเขน สกฺกา โหติ ปูเชตุํ.

นานาวิราครตนปฺปภาสมุชฺชลนฺติ นานาวิธวิจิตฺตวณฺณรตโนภาสปภสฺสรํ. อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปวตฺเตติ อาคนฺตฺวา ิตฏฺานโต อุปริ อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปวตฺเต.

๒๔๔. ราชายุตฺตาติ รฺโ กิจฺเจ อายุตฺตกปุริสา.

สิเนรุํ วามปสฺเสน กตฺวา ตสฺส ธุรตรํ คจฺฉนฺโต ‘‘วามปสฺเสน สิเนรุํ ปหายา’’ติ วุตฺตํ.

วินิพฺเพเธนาติ ติริยํ วินิวิชฺฌนวเสน. สนฺนิเวสกฺขโมติ ขนฺธาวารสนฺนิเวสโยคฺโย. สุลภาหารุปกรโณติ สุเขเนว ลทฺธพฺพธฺโครสทารุติณาทิโภชนสาธโน.

ปรจกฺกนฺติ ปรสฺส รฺโ เสนา, อาณา วา.

อาคมนนนฺทโนติ อาคมเนน นนฺทิชนโน. คมเนน โสเจตีติ คมนโสจโน. อุปกปฺเปถาติ อุปรูปริ กปฺเปถ, สํวิทหถ อุปเนถาติ อตฺโถ. อุปปริกฺขิตฺวาติ เหตุโตปิ สภาวโตปิ ผลโตปิ ทิฏฺธมฺมิกสมฺปรายิกาทิอาทีนวโตปิ วีมํสิตฺวา. วิภาเวนฺติ ปฺาย อตฺถํ วิภูตํ กโรนฺตีติ วิภาวิโน, ปฺวนฺโต. อนุยนฺตาติ อนุวตฺตกา, อนุวตฺตกภาเวเนว, ปน รฺโ จ มหานุภาเวน เต ชิคุจฺฉนวเสน ปาปโต อโนรมนฺตาปิ เอกจฺเจ โอตฺตปฺปวเสน โอรมนฺตีติ เวทิตพฺพํ.

โอคจฺฉมานนฺติ โอสีทนฺตํ. โยชนมตฺตนฺติ วิตฺถารโต โยชนมตฺตํ ปเทสํ. คมฺภีรภาเวน ปน ยถา ภูมิ ทิสฺสติ, เอวํ โอคจฺฉติ. เตนาห ‘‘มหาสมุทฺทตล’’นฺติอาทิ. อนฺเต จกฺกรตนํ อุทเกน เสนาย อนชฺโฌตฺถรณตฺถํ. ปุรตฺถิโม มหาสมุทฺโท ปริยนฺโต เอตสฺสาติ ปุรตฺถิมมหาสมุทฺทปริยนฺโต, ตํ ปุรตฺถิมมหาสมุทฺทปริยนฺตํ, ปุรตฺถิมมหาสมุทฺทํ ปริยนฺตํ กตฺวาติ อตฺโถ.

จาตุรนฺตายาติ จตุสมุทฺทนฺตาย, ปุรตฺถิมทิสาทิจตุโกฏฺาสนฺตาย วา. โสภยมานํ วิยาติ วิย-สทฺโท นิปาตมตฺตํ. อตฺตโน อจฺฉริยคุเณหิ โสภนฺตเมว หิ ตํ ติฏฺติ. ปาฬิยมฺปิ หิ ‘‘อุปโสภยมานํ’’ ตฺเวว วุตฺตํ.

หตฺถิรตนวณฺณนา

๒๔๖. หริจนฺทนาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน จตุชฺชาติยคนฺธาทึ สงฺคณฺหาติ. อาคมนํ จินฺเตถาติ วทนฺติ จกฺกวตฺติวตฺตสฺส ปูริตตาย ปริจิตตฺตา. กาฬติลกาทีนํ อภาเวน วิสุทฺธเสตสรีโร. สตฺตปติฏฺโติ ภูมิผุสนเกหิ วาลธิ, วรงฺคํ, หตฺโถติ อิเมหิ จ ตีหิ, จตูหิ ปาเทหิ จาติ สตฺตหิ อวยเวหิ ปติฏฺิตตฺตา สตฺตปติฏฺโ. สพฺพกนิฏฺโติ สพฺเพหิ ฉทฺทนฺตกุลหตฺถีหิ หีโน. อุโปสถกุลา สพฺพเชฏฺโติ อุโปสถกุลโต อาคจฺฉนฺโต ตตฺถ สพฺพปฺปธาโน อาคจฺฉตีติ โยชนา. วุตฺตนเยนาติ ‘‘มหาทานํ ทตฺวา’’ติอาทินา วุตฺเตน นเยน. จกฺกวตฺตีนํ, จกฺกวตฺติปุตฺตานฺจ จกฺกวตฺตึ อุทฺทิสฺส จินฺตยนฺตานํ อาคจฺฉติ. อปเนตฺวาติ อตฺตโน อานุภาเวน อปเนตฺวา. คนฺธเมว หิ ตสฺส อิตเร หตฺถี น สหนฺติ.

ฆรเธนุวจฺฉโก วิยาติ ฆเร ปริจิตเธนุยา ตตฺเถว ชาตสํวทฺธวจฺฉโก วิย. สกลปถวินฺติ สกลํ ชมฺพุทีปสฺิตํ ปถวึ.

อสฺสรตนวณฺณนา

๒๔๗. สินฺธวกุลโตติ สินฺธวสฺสาชานียกุลโต.

มณิรตนวณฺณนา

๒๔๘. สกฏนาภิสมปริณาหนฺติ ปริณาหโต มหาสกฏสฺส นาภิยา สมปฺปมาณํ. อุโภสุ อนฺเตสูติ เหฏฺา, อุปริ จาติ ทฺวีสุ อนฺเตสุ. กณฺณิกปริยนฺตโตติ ทฺวินฺนํ กฺจนปทุมานํ กณฺณิกาย ปริยนฺตโต. มุตฺตาชาลเก เปตฺวาติ สุวิสุทฺเธ มุตฺตมเย ชาลเก ปติฏฺาเปตฺวา. อรุณุคฺคมนเวลา วิยาติ อรุณุคฺคมนสีเสน สูริยอุทยกฺขณํ อุปลกฺเขติ.

อิตฺถิรตนวณฺณนา

๒๔๙. ‘‘อิตฺถิรตนํ ปาตุภวตี’’ติ วตฺวา กุตสฺสา ปาตุภาโวติ ทสฺเสตุํ ‘‘มทฺทราชกุลโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. มทฺทรฏฺํ กิร ชมฺพุทีเป อภิรูปานํ อิตฺถีนํ อุปฺปตฺติฏฺานํ. ตถา หิ ‘‘สิฺจยมหาราชสฺส เทวี, เวสฺสนฺตรมหาราชสฺส เทวี, ภทฺทกาปิลานี’’ติ เอวมาทิ อิตฺถิรตนํ มทฺทรฏฺเ เอว อุปฺปนฺนํ. ปุฺานุภาเวนาติ จกฺกวตฺติรฺโ ปุฺเตเชน.

สณฺานปาริปูริยาติ หตฺถปาทาทิสรีราวยวานํ สุสณฺิตาย. อวยวปาริปูริยา หิ สมุทายปาริปูริสิทฺธิ. รูปนฺติ สรีรํ ‘‘รูปํ ตฺเวว สงฺขํ คจฺฉตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๐๖) วิย. ทสฺสนียาติ สุรูปภาเวน ปสฺสิตพฺพยุตฺตา. เตนาห ‘‘ทิสฺสมานาวา’’ติอาทิ. โสมนสฺสวเสน จิตฺตํ ปสาเทติ โยนิโส จินฺเตนฺตานํ กมฺมผลสทฺธาย วเสน. ปสาทาวหตฺตาติ การณวจเนน ยถา ปาสาทิกตาย วณฺณโปกฺขรตาสิทฺธิ วุตฺตา, เอวํ ทสฺสนียตาย ปาสาทิกตาสิทฺธิ, อภิรูปตาย จ ทสฺสนียตาสิทฺธิ วตฺตพฺพาติ นยํ ทสฺเสติ. ปฏิโลมโต วา วณฺณโปกฺขรตาย ปาสาทิกตาสิทฺธิ, ปาสาทิกตาย ทสฺสนียตาสิทฺธิ, ทสฺสนียตาย อภิรูปตาสิทฺธิ โยเชตพฺพา. เอวํ สรีรสมฺปตฺติวเสน อภิรูปตาทิเก ทสฺเสตฺวา อิทานิ สรีเร โทสาภาววเสนปิ เต ทสฺเสตุํ ‘‘อภิรูปา วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยถา ปมาณยุตฺตา, เอวํ อาโรหปริณาหโยคโต จ ปาสาทิกา นาติทีฆตาทโย, เอวํ มนุสฺสานํ ทิพฺพรูปตาสมฺปตฺติปีติ ‘‘อปฺปตฺตา ทิพฺพวณฺณ’’นฺติ วุตฺตํ.

อาโรหสมฺปตฺติ วุตฺตา อุพฺเพเธน ปาสาทิกภาวโต. ปริณาหสมฺปตฺติ วุตฺตา กิสถูลโทสาภาวโต. วณฺณสมฺปตฺติ วุตฺตา วิวณฺณตาภาวโต. กายวิปตฺติยาติ สรีรโทสสฺส. สตวารวิหตสฺสาติ สตฺตกฺขตฺตุํ วิหตสฺส, ‘‘สตวารวิหตสฺสา’’ติ จ อิทํ กปฺปาสปิจุวเสน วุตฺตํ, ตูลปิจุโน ปน วิหนนเมว นตฺถิ. กุงฺกุมตครตุรุกฺขยวนปุปฺผานิ จตุชฺชาติ. ‘‘ตมาลตครตุรุกฺขยวนปุปฺผานี’’ติ อปเร.

อคฺคิทฑฺฒา วิยาติ อาสนคเตน อคฺคินา ทฑฺฒา วิย. ปมเมวาติ ราชานํ ทิสฺวาปิ กิจฺจนฺตรปฺปสุตา อหุตฺวา กิจฺจนฺตรโต ปมเมว, ทสฺสนสมกาลํ เอวาติ อตฺโถ. รฺโ นิสชฺชาย ปจฺฉา นิปาตนํ นิสีทนํ สีลํ เอติสฺสาติ ปจฺฉานิปาตินี. ตํ ตํ อตฺตนา รฺโ กาตพฺพกิจฺจํ ‘‘กึ กโรมี’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตาย กึ กรณํ ปฏิสาเวตีติ กึการปฏิสฺสาวินี.

มาตุคาโม นาม เยภุยฺเยน สชาติโก, อิตฺถิรตนสฺส ปน ตํ นตฺถีติ ทสฺเสตุํ ‘‘สฺวาสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

คุณาติ รูปคุณา เจว อาจารคุณา จ. ปุริมกมฺมานุภาเวนาติ กตสฺส ปุริมกมฺมสฺสานุภาเวน อิตฺถิรตนสฺส ตพฺภาวสํวตฺตนิยสฺส ปุริมกมฺมสฺส อานุภาเวน. จกฺกวตฺติโนปิ ปริวารสมฺปตฺติสํวตฺตนิยํ ปุฺกมฺมํ ตาทิสสฺส ผลวิเสสสฺส อุปนิสฺสโย โหติเยว. เตนาห ‘‘จกฺกวตฺติโน ปุฺํ อุปนิสฺสายา’’ติ, เอเตน เสเสสุปิ สวิฺาณกรตเนสุ อตฺตโน กมฺมวเสน นิพฺพตฺเตสุปิ เตสํ เตสํ วิเสสานํ ตทุปนิสฺสยตา วิภาวิตา เอวาติ ทฏฺพฺพา. ปุพฺเพ เอกเทสวเสน ลพฺภมานา ปาริปูรี รฺโ จกฺกวตฺติภาวูปคมนโต ปฏฺาย สพฺพาการปริปูรา ชาตา.

คหปติรตนวณฺณนา

๒๕๐. ปกติยา วาติ สภาเวเนว จกฺกรตนปาตุภาวโต ปุพฺเพปิ. ยาทิสํ รฺโ จกฺกวตฺติสฺส ปุฺพลํ นิสฺสาย ยถาวุตฺตา จกฺกรตนานุภาวนิพฺพตฺติ, ตาทิสํ เอตสฺส ปุฺพลํ นิสฺสาย คหปติรตนสฺส กมฺมวิปากชํ ทิพฺพจกฺขุํ นิพฺพตฺเตตีติ อาห ‘‘จกฺกรตนานุภาวสหิต’’นฺติ. การณสฺส หิ เอกสนฺตติปติตตาย, ผลสฺส จ สมานกาลิกตาย ตถาวจนํ.

ปริณายกรตนวณฺณนา

๒๕๑. ‘‘อยํ ธมฺโม, อยํ อธมฺโม’’ติอาทินา กมฺมสฺสกตาวโพธนสงฺขาตสฺส ปณฺฑิตภาวสฺส อตฺถิตาย ปณฺฑิโต. พาหุสจฺจพฺยตฺติยา พฺยตฺโต. สภาวสิทฺธาย เมธาสงฺขาตาย ปกติปฺาย อตฺถิตาย เมธาวี. อตฺตโน ยาถาวพุทฺธมตฺถํ ปเรสํ วิภาเวตุํ ปกาเสตุํ สมตฺถตาย วิภาวี. ววตฺถเปตุนฺติ นิจฺฉิตุํ.

จตุอิทฺธิสมนฺนาคตวณฺณนา

๒๕๒. วิปจฺจนํ วิปาโก, วิปาโก เอว เวปาโก ยถา ‘‘วิกตเมว เวกต’’นฺติ. สมํ นาติสีตนาจฺจุณฺหตาย อวิสมํ ภุตฺตสฺส เวปาโก เอติสฺสา อตฺถีติ สมเวปากินี, ตาย สมเวปากินิยา.

ธมฺมปาสาทโปกฺขรณิวณฺณนา

๒๕๓. ชนราสึ กาเรตฺวา เตน ชนราสินา ขณิตฺวา น มาเปสิ. กิฺจรหีติ อาห ‘‘รฺโ ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ การณํ ปรโต อาคมิสฺสติ. เอกาย เวทิกาย ปริกฺขิตฺตา โปกฺขรณิโย. ปริเวณปริจฺเฉทปริยนฺเตติ เอตฺถ ปริเวณํ นาม สมนฺตโต วิวฏงฺคณภูตํ โปกฺขรณิยา ตีรํ, ตสฺส ปริจฺเฉทภูเต ปริยนฺเต เอกาย เวทิกาย ปริกฺขิตฺตา โปกฺขรณิโย. เอตทโหสีติ เอตํ ‘‘ยํนูนาหํ อิมาสุ โปกฺขรณีสู’’ติอาทิกํ อโหสีติ. สพฺโพตุกนฺติ สพฺเพสุ อุตูสุ ปุปฺผนกํ. นานาวณฺณอุปฺปลพีชาทีนีติ รตฺตนีลาทินานาวณฺณปุปฺเผน ปุปฺผนกอุปฺปลพีชาทีนิ. ชลชถลชมาลนฺติ ชลชถลชปุปฺผมาลํ.

๒๕๔. ปริจารวเสนาติ ตงฺขณิกปริจารวเสน, อิทฺจ ปมํ ปฏฺปิตนิยาเมเนว วุตฺตํ, ปจฺฉา ปน ยานสยนาทีนิ วิย อิตฺถิโยปิ อตฺถิกานํ ปริจฺจตฺตา เอว. เตนาห ‘‘อิตฺถีหิปี’’ติอาทิ. ปริจฺจาควเสนาติ นิรเปกฺขปริจฺจาควเสน. ทียตีติ ทานํ, เทยฺยวตฺถุ. ตํ อคฺคียติ นิสฺสชฺชียติ เอตฺถาติ ทานคฺคํ, ปริเวสนฏฺานํ. ตาทิสานิ อตฺถีติ ยาทิสานิ รฺโ ทานคฺเค โขมสุขุมาทีนิ วตฺถานิ, ตาทิสานิ เยสํ อตฺตโน สนฺตกานิ สนฺติ. โอหายาติ ปหาย ตตฺเถว เปตฺวา. อตฺโถ อตฺถิ เยสํ เตติ อตฺถิกา. เอวํ อนตฺถิกาปิ ทฏฺพฺพา.

๒๕๕. กลหสทฺโทปีติ ปิ-สทฺเทน ทานาธิปฺปาเยน เคหโต นีหตํ ปุน เคหํ ปเวเสตุํ น ยุตฺตนฺติ อิมมตฺถํ สมุจฺเจติ. เตนาห ‘‘น โข เอตํ อมฺหากํ ปติรูป’’นฺติอาทิ (ที. นิ. ๒.๒๕๕).

๒๕๗. อุณฺหีสมตฺถเกติ สิขาปริยนฺตมตฺถเก. ปริจฺเฉทมตฺถเกติ ปาสาทงฺคณปริจฺเฉทสฺส มตฺถเก.

๒๕๘. หรตีติ อติวิย ปภสฺสรภาเวน จกฺขูนิ ปฏิหรนฺตํ ทุทฺทิกฺขตาย ทิฏฺิโย หรติ อปเนนฺตํ วิย โหติ. ตํ ปน หรณํ เนสํ ปริปฺผนฺทเนนาติ อาห ‘‘ผนฺทาเปตี’’ติ.

ปมภาณวารวณฺณนา นิฏฺิตา.

ฌานสมฺปตฺติวณฺณนา

๒๖๐. มหติยา อิทฺธิยาติ มหนฺเตน อิจฺฉิตตฺถสมิชฺฌเนน. เตสํเยว อิจฺฉิติจฺฉิตตฺถานํ. ‘‘อนุภวิตพฺพาน’’นฺติ อิมินา อานุภาว-สทฺทสฺส กมฺมสาธนตํ ทสฺเสติ. ปุพฺเพ สมฺปนฺนํ กตฺวา เทยฺยธมฺมปริจฺจาคสฺส กตภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สมฺปตฺติปริจฺจาคสฺสา’’ติ อาห. อตฺตานํ ทเมติ เอเตนาติ ทโม.

โพธิสตฺตปุพฺพโยควณฺณนา

อสฺสาติ มหาสุทสฺสนรฺโ. เอโก เถโรติ อปฺปฺาโต นามโคตฺตโต อฺตโร ปุถุชฺชโน เถโร. เถรํ ทิสฺวาติ อฺตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺนํ ทิสฺวา. กฏฺตฺถรณนฺติ กฏฺมยํ อตฺถรณํ, ทารุผลกนฺติ อตฺโถ.

ปริโภคภาชนนฺติ ปานียปริโภชนียาทิปริโภคโยคฺยํ ภาชนํ. อารกณฺฏกนฺติ สูจิวิชฺฌนกกณฺฏกํ. ปิปฺผลิกนฺติ ขุทฺทกสตฺถกํ. อุทกตุมฺพกนฺติ กุณฺฑิกํ.

กูฏาคารทฺวาเรเยว นิวตฺเตสีติ กูฏาคารํ ปวิฏฺกาลโต ปฏฺาย เตสํ มิจฺฉาวิตกฺกานํ ปวตฺติยา โอกาสํ นาทาสิ.

๒๖๑. กสิณเมว ปฺายติ มหาปุริสสฺส ตตฺถ ตตฺถ กตาธิการตฺตา, เตสฺจ ปเทสานํ สุปริกมฺมกตกสิณสทิสตฺตา.

๒๖๒. จตฺตาริ ฌานานีติ จตฺตาริ กสิณชฺฌานานิ. กสิณชฺฌานปฺปมฺานํเยว วจนํ ตาสํ ตทา อาทรคารววเสน นิพฺพตฺติตตฺตา. มหาโพธิสตฺตานฺหิ อรูปชฺฌาเนสุ อาทโร นตฺถิ, อภิฺาปทฏฺานตํ ปน สนฺธาย ตานิปิ นิพฺพตฺเตนฺติ, ตสฺมา มหาสตฺโต ตาปสปริพฺพาชกกาเล ยตฺตเก โลกิยคุเณ นิพฺพตฺเตติ, เต สพฺเพปิ ตทา นิพฺพตฺเตสิเยว. เตนาห ‘‘มหาปุริโส ปนา’’ติอาทิ.

จตุราสีตินครสหสฺสาทิวณฺณนา

๒๖๓. อภิหริตพฺพภตฺตนฺติ อุปเนตพฺพภตฺตํ.

๒๖๔. นิพทฺธวตฺตนฺติ ปุพฺเพ อุปนิพทฺธํ ปากวตฺตํ.

สุภทฺทาเทวิอุปสงฺกมนวณฺณนา

๒๖๕. อาวฏฺเฏตฺวาติ อติวิสิตฺวา. ยํ ยํ รฺโ อิจฺฉิตํ ทานูปกรณฺเจว โภคูปกรณฺจ, ตสฺส ตสฺส ตเถว สมิทฺธภาวํ วิตฺถวติ.

๒๖๖. สเจ ปน ราชา ชีวิเต ฉนฺทํ ชเนยฺย, อิโต ปรมฺปิ จิรํ กาลํ ติฏฺเยฺย มหิทฺธิโก มหานุภาโวติ เอวํ มหชฺฌาสยา เทวี โภเคสุ, ชีวิเต จ ราชานํ สาเปกฺขํ กาตุํ วายมิ. เตน วุตฺตํ ‘‘มา เหว โข ราชา’’ติอาทิ. เตเนวาห ‘‘ตสฺส กาลงฺกิริยํ อนิจฺฉมานา’’ติอาทิ. ฉนฺทํ ชเนหีติ เอตฺถ ฉนฺท-สทฺโท ตณฺหาปริยาโยติ อาห ‘‘เปมํ อุปฺปาเทหี’’ติ. อเปกฺขติ อารมฺมณํ เอตาย น วิสฺสชฺเชตีติ อเปกฺขา, ตณฺหา.

๒๖๗. ครหิตาติ เอตฺถ เกหิ ครหิตา, กสฺมา จ ครหิตาติ อนฺโตลีนํ โจทนํ วิสฺสชฺเชนฺโต ‘‘พุทฺเธหี’’ติอาทิมาห, เตน วิฺุครหิตตฺตา, ทุคฺคติสํวตฺตนิยโต จ สาเปกฺขกาลกิริยา ปริวชฺเชตพฺพาติ ทสฺเสติ.

๒๖๘. เอกมนฺตํ คนฺตฺวาติ รฺโ จกฺขุปถํ วิชหิตฺวา.

พฺรหฺมโลกูปคมนวณฺณนา

๒๖๙. โสณสฺสาติ โกฬิวีสสฺส โสณสฺส. เอกา ภตฺตปาตีติ เอกํ ภตฺตวฑฺฒิตกํ. ตาทิสํ ภตฺตนฺติ ตถารูปํ ครุํ มธุรํ สินิทฺธํ ภตฺตํ. ภุตฺตานนฺติ ภุตฺตวนฺตานํ.

๒๗๑. ทาสมนุสฺสาติ ทาสา เจว อายุตฺตกมนุสฺสา จ.

อิทานิ ยถาวุตฺตาย รฺโ มหาสุทสฺสนสฺส โภคสมฺปตฺติยา กมฺมสริกฺขตํ อุทฺธรนฺโต ‘‘เอตานิ ปนา’’ติอาทิมาห, ตํ สุวิฺเยฺยเมว.

๒๗๒. อาทิโต ปฏฺายาติ สมุทาคมนโต ปฏฺาย. ยตฺถ ตํ ปุฺํ อายูหิตํ, ยโต สา สมฺปตฺติ นิพฺพตฺตา, ตโต ตติยตฺตภาวโต ปภุติ. มหาสุทสฺสนสฺส ชาตกเทสนา หิ ตทา สมุทาคมนโต ปฏฺาย ภควตา เทสิตาติ. ปํสฺวาคารกีฬํ วิยาติ ยถา นาม ทารกา ปํสูหิ วาปิเคหโภชนาทีนิ ทสฺเสนฺตา ยถารุจิ กีฬิตฺวา คมนกาเล สพฺพํ ตํ วิธํเสนฺตา คจฺฉนฺติ, เอวเมว ภควา มหาสุทสฺสนกาเล อตฺตนา อนุภูตํ ทิพฺพสมฺปตฺติสทิสํ อจินฺเตยฺยานุภาวสมฺปตฺตึ วิตฺถารโต ทสฺเสตฺวา ปุน อตฺตโน เทสนํ อาทีนวนิสฺสรณทสฺสนวเสน วิวฏฺฏาภิมุขํ วิปริวตฺเตนฺโต ‘‘สพฺพา สา สมฺปตฺติ อนิจฺจตาย วิปริณตา วิธํสิตา’’ติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปสฺสานนฺทา’’ติอาทิมาห. วิปริณตาติ วิปริณามํ สภาววิคมํ คตา. เตนาห ‘‘ปกติวิชหเนนา’’ติอาทิ. ปกตีติ สภาวธมฺมานํ อุทยวยปริจฺฉินฺโน กกฺขฬผุสนาทิสภาโว, โส ภงฺคกฺขณโต ปฏฺาย ชหิโต, ปริจฺจชนฺโต สพฺพโส นตฺเถว. เตนาห ‘‘นิพฺพุตปทีโป วิย อปฺตฺติกภาวํ คตา’’ติ.

เอตฺตาวตาติ อาทิโต ปฏฺาย ปวตฺเตน เอตฺตเกน เทสนามคฺเคน. อเนกานิ วสฺสโกฏิสตสหสฺสานิเยว อุพฺเพโธ เอติสฺสาติ อเนกวสฺสโกฏิสตสหสฺสุพฺเพธา. อนิจฺจลกฺขณํ อาทายาติ ตํ สมฺปตฺติคตํ อนิจฺจลกฺขณํ เทสนาย คเหตฺวา วิภาเวตฺวา. ยถา นิสฺเสณิมุจฺจเน ตาทิสํ สตหตฺถุพฺเพธํ รุกฺขํ ปกติปุริเสน อาโรหิตุํ น สกฺกา, เอวํ อนิจฺจตาวิภาวเนน ตสฺสา สมฺปตฺติยา อเปกฺขานิสฺเสณิมุจฺจเน เกนจิ อาโรหิตุํ น สกฺกาติ อาห ‘‘อนิจฺจลกฺขณํ อาทาย นิสฺเสณึ มุฺจนฺโต วิยา’’ติ. เตเนวาติ ยถาวุตฺตการเณเนว, อาทิโต สาติสยํ กาเมสุ อสฺสาทํ ทสฺเสตฺวาปิ อุปริ เนสํ ‘‘ปสฺสานนฺทา’’ติอาทินา อาทีนวํ, โอการํ, สํกิเลสํ, เนกฺขมฺเม อานิสํสฺจ วิภาเวตฺวา เทสนาย นิฏฺาปิตตฺตา. ปุพฺเพติ อตีตกาเล. วสภราชาติ วสภนามโก สีหฬมหาราชา.

อุทกปุปฺผุฬาทโยติ อาทิ-สทฺเทน ติณคฺเค อุสฺสาวพินฺทุอาทิเก สงฺคณฺหาติ.

มหาสุทสฺสนสฺส ปนาติ ปน-สทฺโท วิเสสตฺถโชตโน, เตน มหาสุทสฺสนมหาราชา ฌานาภิฺาสมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตสิ, ตทคฺเคน ปริสุทฺเธ จ สมณภาเว ปติฏฺิโต, ยโต วิธุย เอว กามวิตกฺกาทิสมณภาวสํกิเลสํ สุฺาคารํ ปาวิสิ, เอวํภูตสฺสาปิ ตสฺส กาลํ กิริยโต สตฺตเม ทิวเส สพฺพา จกฺกวตฺติสมฺปตฺติ อนฺตรหิตา, น ตโต ปรํ, อโห อจฺฉริยมนุสฺโส อนฺสาธารณคุณวิเสโสติ อิมํ วิเสสํ ทสฺเสติ.

อนารุฬฺหนฺติ ‘‘ราชา กิร ปุพฺเพ คหปติกุเล นิพฺพตฺตี’’ติอาทินา, (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๒๖๐) ‘‘ปุน เถรํ อามนฺเตสี’’ติอาทินา (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๒๗๒) จ วุตฺตมตฺถํ สนฺธายาห. โส หิ อิมสฺมึ สุตฺเต สงฺคีตึ อนารุฬฺโห, อฺตฺถ ปน อาคโต อิมิสฺสา เทสนาย ปิฏฺิวตฺตกภาเวน. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต น วิภตฺตํ, ตํ สุวิฺเยฺยํ เอวาติ.

มหาสุทสฺสนสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.

๕. ชนวสภสุตฺตวณฺณนา

นาติกิยาทิพฺยากรณวณฺณนา

๒๗๓-๒๗๕. ‘‘ปริโต’’ติ ปทํ ยถา สมนฺตตฺถวาจโก, เอวํ สมีปตฺถวาจโกปิ โหตีติ สมนฺตา สามนฺตาติ อตฺโถ วุตฺโต. อาเมฑิเตน ปน สมนฺตตฺโถ โชติโต. ยสฺส ปน สามนฺตา ชนปเทสุ ‘‘นาติเก วิหรตี’’ติ วุตฺตตฺตา นาติกสฺสาติ วิฺาโต ยมตฺโถ. ยสฺส ปริโต ชนปเทสุ พฺยากโรติ, ตตฺถ ปริจารการกานํ พฺยากรณํ อวุตฺตสิทฺธํ, นิทสฺสนวเสน วา ตสฺส วกฺขมานตฺตา ‘‘ปริโต ปริโต ชนปเทสุ’’ อิจฺเจว วุตฺตํ. ปริจารเกติ อุปาสเก. เตนาห ‘‘พุทฺธธมฺมสงฺฆานํ ปริจารเก’’ติ. อุปปตฺตีสูติ นิพฺพตฺตีสุ. าณคติปุฺานํ อุปปตฺตีสูติ เอตฺถ าณคตูปปตฺติ นาม ตสฺส ตสฺส มคฺคาณคมนสฺส นิพฺพตฺติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ปฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ ปริกฺขยา’’ติอาทิ. ปุฺูปปตฺติ นาม ตํตํเทวนิกายูปปตฺติ. สพฺพตฺถาติ ‘‘วชฺชิมลฺเลสู’’ติอาทิเก สพฺพตฺถ จตูสุปิ ปเทสุ. ปุริเมสูติ ปาฬิยํ วุตฺเต สนฺธายาห. ทสสุเยวาติ เตสุ เอว ทสสุ ชนปเทสุ. ปริจารเก พฺยากโรติ พฺยกาตพฺพานํ พหูนํ ตตฺถ ลพฺภนโต. นาติเก ภวา นาติกิยา.

นิฏฺงฺคตาติ นิฏฺํ นิจฺฉยํ อุปคตา.

อานนฺทปริกถาวณฺณนา

๒๗๖. ยสฺมา สงฺฆสุปฺปฏิปตฺติ นาม ธมฺมสุธมฺมตาย, ธมฺมสุธมฺมตา จ พุทฺธสุพุทฺธตาย, ตสฺมา ‘‘อโห ธมฺโม, อโห สงฺโฆ’’ติ ธมฺมสงฺฆคุณกิตฺตนาปิ อตฺถโต พุทฺธคุณกิตฺตนา เอว โหตีติ ‘‘ภควนฺตํ กิตฺตยมานรูปา’’ติ ปทสฺส ‘‘อโห ธมฺโม’’ติอาทินาปิ อตฺโถ วุตฺโต.

๒๗๘. าณคตีติ ‘‘ปฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา’’ติอาทินา อาคตํ ปหาตพฺพปหานวเสน ปวตฺตํ มคฺคาณคมนํ. ยสฺมา ตสฺสา เอว าณคติยา วเสน ตสฺส ตสฺส อริยปุคฺคลสฺส โอปปาติกตาทิวิเสโส, ตสฺมา ตํ ตาทิสํ ตสฺส อภิสมฺปรายํ สนฺธายาห ‘‘าณาภิสมฺปรายเมวา’’ติ.

๒๗๙. อุปสนฺตํ ปติ สมฺมติ อาโลกียตีติ อุปสนฺตปติโส. อุปสนฺตทสฺสโน อุปสนฺตอุสฺสนฺโน. ภาติริวาติ เอตฺถ -กาโร ปทสนฺธิกโร, อิว-สทฺโท ภุสตฺโถติ อาห ‘‘อติวิย ภาตี’’ติ.

ชนวสภยกฺขวณฺณนา

๒๘๐. เชฏฺกภาเวน ชเน วสภสทิโสติ ชนวสโภติ อสฺส เทวปุตฺตสฺส นามํ อโหสิ.

อิโต เทวโลกา จวิตฺวา สตฺตกฺขตฺตุํ มนุสฺสโลเก ราชภูตสฺส. มนุสฺสโลกา จวิตฺวา สตฺตกฺขตฺตุํ เทวภูตสฺส. เอตฺเถวาติ เอตสฺมึเยว จาตุมหาราชิกภเว, เอตฺถาปิ เวสฺสวณสฺส สหพฺยตาวเสน.

๒๘๑. อาสิสนํ อาสา, ปตฺถนา. อาสาสีเสน เจตฺถ กตฺตุกมฺยตากุสลจฺฉนฺทํ วทติ. เตเนวาห ‘‘สกทาคามิมคฺคตฺถายา’’ติอาทิ. ยทคฺเคติ เอตฺถ อคฺค-สทฺโท อาทิปริยาโยติ อาห ‘‘ตํ ทิวสํ อาทึ กตฺวา’’ติ. ‘‘ปุริมํ…เป… อวินิปาโต’’ติ อิทํ ยถา ตตฺตกํ กาลํ สุคติโต สุคตูปปตฺติเยว อโหสิ, ตถา กตูปจิตกุสลกมฺมตฺตา. ผุสฺสสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส กาลโต ปภุติ หิ สมฺภตวิวฏฺฏูปนิสฺสยกุสลสมฺภาโร เอส เทวปุตฺโต. อนจฺฉริยนฺติ อนุ อนุ อจฺฉริยํ. เตนาห ‘‘ปุนปฺปุนํ อจฺฉริยเมวา’’ติ. สยํปริสายาติ สกาย ปริสาย. ภควโต ทิฏฺสทิสเมวาติ อาวชฺชนสมนนฺตรํ ยถา เต ภควโต จตุวีสติสตสหสฺสมตฺตา สตฺตา าณคติโต ทิฏฺา, เอวํ ตุมฺเหหิ ทิฏฺสทิสเมว. เวสฺสวณสฺส สมฺมุขา สุตํ มยาติ วทติ.

เทวสภาวณฺณนา

๒๘๒. วสฺสูปนายิกสงฺคหตฺถนฺติ วสฺสูปนายิกาย อารกฺขาสํวิธานวเสน ภิกฺขูนํ สงฺคหณตฺถํ ‘‘วสฺสูปคตา ภิกฺขู เอวํ สุเขน สมณธมฺมํ กโรนฺตี’’ติ, ปวารณสงฺคโห ปนสฺส ปวาเรตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คจฺฉนฺตานํ ภิกฺขูนํ อนฺตรามคฺเค ปริสฺสยปริหรณตฺถํ. ธมฺมสฺสวนตฺถํ ทูรฏฺานํ คจฺฉนฺเตสุปิ เอเสว นโย. อตฺตนาปิ อาคนฺตฺวา ธมฺมสฺสวนตฺถํ สนฺนิปติเยว. เอตฺเถตฺถาติ เอตฺถ เอตฺถ อยฺยานํ วสนฏฺาเน.

ตทาปีติ ‘‘ปุริมานิ ภนฺเต ทิวสานี’’ติ วุตฺตกาเลปิ. เอเตเนว การเณนาติ วสฺสูปนายิกนิมิตฺตเมว. เตนาห ปาฬิยํ ‘‘ตทหุโปสเถ ปนฺนรเส วสฺสูปนายิกายา’’ติอาทิ. อาสเนปิ นิสชฺชาย สุธมฺมาย เทวสภาย ปมํ เทเวสุ ตาวตึเสสุ นิสินฺเนสุ ตสฺสา จตูสุ ทฺวาเรสุ จตฺตาโร มหาราชาโน นิสีทนฺติ, อิทํ เนสํ อาสเน นิสชฺชาย จาริตฺตํ โหติ.

เยนตฺเถนาติ เยน กิจฺเจน เยน ปโยชเนน. อารกฺขตฺถนฺติ อารกฺขภูตมตฺถํ. วุตฺตํ วจนํ เอเตสนฺติ วุตฺตวจนา, มหาราชาโน.

๒๘๓. อติกฺกมิตฺวาติ อภิภวิตฺวา.

สนงฺกุมารกถาวณฺณนา

๒๘๔. อภิสมฺภวิตุํ อธิคนฺตุํ อสกฺกุเณยฺโย อนภิสมฺภวนีโย. เตนาห ‘‘อปฺปตฺตพฺโพ’’ติอาทิ. จกฺขุเยว ปโถ รูปทสฺสนสฺส มคฺโค อุปาโยติ จกฺขุปโถ, ตสฺมึ จกฺขุปถสฺมินฺติ อาห ‘‘จกฺขุปสาเท’’ติ, จกฺขุสฺส โคจรโยคฺโค วา จกฺขุปโถติ อาห ‘‘อาปาเถ วา’’ติ. นาภิภวตีติ น อภิภวติ, โคจรภาวํ น คจฺฉตีติ อตฺโถ. เหฏฺา เหฏฺาติ ตาวตึสโต ปฏฺาย เหฏฺา เหฏฺา, น จาตุมหาราชิกโต ปฏฺาย, นาปิ พฺรหฺมปาริสชฺชโต ปฏฺาย. ‘‘จาตุมหาราชิกา หิ ตาวตึสานํ ยถา ชาติรูปานิ ปสฺสิตุํ สกฺโกนฺติ, ตถา พฺรหฺมาโน เหฏฺิมา อุปริมาน’’นฺติ เกจิ, ตํ น ยุตฺตํ. น หิ เหฏฺิมา พฺรหฺมาโน อุปริมานํ มูลปฏิสนฺธิรูปํ ปสฺสิตุํ สกฺโกนฺติ, มาปิตเมว ปสฺสิตุํ สกฺโกนฺตีติ ทฏฺพฺพํ.

สุณนฺโตว นิทฺทํ โอกฺกมีติ คติโย อุปธาเรนฺโต พหิ วิสฏวิตกฺกวิจฺเฉเทน สงฺโกจํ อาปนฺนจิตฺตตาย. มยฺหํ อยฺยกสฺสาติ ภควนฺตํ สนฺธาย วทติ.

ปฺจ สิขา เอตสฺสาติ ปฺจสิโข, ปฺจสิโข วิย ปฺจสิโขติ อาห ‘‘ปฺจสิขคนฺธพฺพสทิโส’’ติ. มมายนฺตีติ ปิยายนฺติ.

๒๘๕. สุมุตฺโตติ สรโทเสหิ สุฏฺุ มุตฺโต. เยหิ ปิตฺตเสมฺหาทีหิ ปลิพุทฺธตฺตา สโร อวิสฺสฏฺโ สิยา, ตทภาวโต วิสฺสฏฺโติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อปลิพุทฺโธ’’ติ. วิฺาเปตีติ วิฺเยฺโย, อนฺโตคธเหตุอตฺโถ กตฺตุสาธโน เอส วิฺเยฺยสทฺโทติ อาห ‘‘อตฺถวิฺาปโน’’ติ. สรสฺส มธุรตา นาม มทฺทวนฺติ อาห ‘‘มธุโร มุทู’’ติ. สวนํ อรหตีติ สวนีโย. สวนารหตาย จ อาปาถสุขตายาติ อาห ‘‘กณฺณสุโข’’ติ. พินฺทูติ ปิณฺฑิโต. อาโกฏิตภินฺนกํสสทฺโท วิย อเนกาวยโว อหุตฺวา นิรวยโว, เอกภาโวติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘เอกคฺฆโน’’ติ, เอเตเนวสฺส อวิสาริตา สํวณฺณิตา ทฏฺพฺพา. คมฺภีรุปฺปตฺติฏฺานตาย จสฺส คมฺภีรตาติ อาห ‘‘นาภิมูลโต’’ติอาทิ. เอวํ สมุฏฺิโตติ ชีวฺหาทิปฺปหารมตฺตสมุฏฺิโต. อมธุโร จ โหติ อุปฺปตฺติฏฺานานํ ปริลหุภาวโต. น จ ทูรํ สาเวติ วีรภาวาภาวโต. นินฺนาที สุวิปุลภาวโต สวิเสสํ นินฺนาโท, ปาสํสนินฺนาโท วา. เตนาห ‘‘มหาเมฆ…เป… ยุตฺโต’’ติ.

ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมนฺติ ทุติยํ, จตุตฺถํ, ฉฏฺํ, อฏฺมฺจ ปทํ. ปุริมสฺส ปุริมสฺสาติ ยถากฺกมํ ปมสฺส, ตติยสฺส, ปฺจมสฺส, สตฺตมสฺส จ. อตฺโถเยวาติ อตฺถนิทฺเทโส เอว. วิสฺสฏฺตา หิสฺส วิฺเยฺยตาย เวทิตพฺพา, มฺชุภาโว สวนียตาย, พินฺทุภาโว อวิสาริตาย, คมฺภีรภาโว นินฺนาทิตายาติ. ยถาปริสนฺติ เอตฺถ ยถา-สทฺโท ปริมาณวาจี, น ปการาทิวาจีติ อาห ‘‘ยตฺตกา ปริสา’’ติ, เตน ปริสปฺปมาณํ เอวสฺส สโร นิจฺฉรติ, อยมสฺส ธมฺมตาติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ตตฺตกเมวา’’ติอาทิ.

‘‘เย หิ เกจี’’ติอาทิ ‘‘ยาวฺจ โส ภควา’’ติอาทินา วุตฺตสฺส อตฺถสฺส เหตุกิตฺตนวเสน สมตฺถนํ สรเณสุ เนสํ นิจฺจเสวเนน, สีเลสุ จ ปติฏฺาปเนน ฉกามสคฺคสมฺปตฺติอนุปฺปาทนโต. เตนาห ‘‘เย หิ เกจิ…เป… วทตี’’ติ. นิพฺเพมติกคหิตสรเณติ มคฺเคนาคตสรณคมเน. เต หิ สพฺพโส สมุคฺฆาติตวิจิกิจฺฉตาย รตนตฺตเย อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคตาเยว, โปถุชฺชนิกสทฺธาย วเสน พุทฺธาทีนํ คุเณ โอคาเหตฺวา ชานนฺติ, อปรเนยฺยพุทฺธิโน เต ปริยายโต นิพฺเพมติกคหิตสรณา เวทิตพฺพา. คนฺธพฺพเทวคณนฺติ คนฺธพฺพเทวสมูหํ. ตุกา วุจฺจติ ขีริณี ยา ตุกาติปิ วุจฺจติ. ตสฺสา จุณฺณํ ตุกาปิฏฺํ. ตํ โกฏฺเฏตฺวา ปกฺขิตฺตํ ฆนํ นิรนฺตรจิตํ หุตฺวา ติฏฺติ.

ภาวิตอิทฺธิปาทวณฺณนา

๒๘๗. สุปฺตฺตาติ สุฏฺุ ปกาเรหิ าปิตา โพธิตา, อสงฺกรโต วา ปิตา, ตํ ปน โพธนํ, อสงฺกรโต ปนฺจ อตฺถโต เทสนา เอวาติ อาห ‘‘สุกถิตา’’ติ. อิชฺฌนฏฺเนาติ สมิชฺฌนฏฺเน, นิปฺปชฺชนสฺส การณภาเวนาติ อตฺโถ. ปติฏฺานฏฺเนาติ อธิฏฺานฏฺเน. อิทฺธิยา ปาโทติ อิทฺธิปาโท, อิทฺธิยา อธิคมุปาโยติ อตฺโถ. เตน หิ ยสฺมา อุปรูปริ วิเสสสงฺขาตํ อิทฺธึ ปชฺชนฺติ ปาปุณนฺติ, ตสฺมา ‘‘ปาโท’’ติ วุจฺจติ. อิชฺฌตีติ อิทฺธิ, สมิชฺฌติ นิปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. อิทฺธิ เอว ปาโท อิทฺธิปาโท, อิทฺธิโกฏฺาโสติ อตฺโถ. เอวํ ตาว ‘‘จตฺตาโร อิทฺธิปาทา’’ติ เอตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิทฺธิปโหนกตายาติ อิทฺธิยา นิปฺผาทเน สมตฺถภาวาย. อิทฺธิวิสวิตายาติ อิทฺธิยา นิปฺผาทเน โยคฺยภาวาย. อเนกตฺถตฺตา หิ ธาตูนํ โยคฺยตฺโถ วิ-ปุพฺโพ สุ-สทฺโท, วิสวนํ วา ปชฺชนํ วิสวิตา, ตตฺถ กามการิตา วิสวิตา. เตนาห ‘‘ปุนปฺปุน’’นฺติอาทิ. อิทฺธิวิกุพฺพนตายาติ วิกุพฺพนิทฺธิยา วิวิธรูปกรณาย. เตนาห ‘‘นานปฺปการโต กตฺวา ทสฺสนตฺถายา’’ติ.

‘‘ฉนฺทฺจ ภิกฺขุ อธิปตึ กริตฺวา ลภติ สมาธึ, ลภติ จิตฺตสฺเสกคฺคตํ, อยํ วุจฺจติ ฉนฺทสมาธี’’ติ (วิภ. ๔๓๒) อิมาย ปาฬิยา ฉนฺทาธิปติ สมาธิ ฉนฺทสมาธีติ อธิปติสทฺทโลปํ กตฺวา สมาโส วุตฺโตติ วิฺายติ, อธิปติสทฺทตฺถทสฺสนวเสน ปน ‘‘ฉนฺทเหตุโก, ฉนฺทาธิโก วา สมาธิ ฉนฺทสสมาธี’’ติ อฏฺกถายํวุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘ปธานภูตาติ วีริยภูตา’’ติ เกจิ วทนฺติ. สงฺขตสงฺขาราทินิวตฺตนตฺถฺหิ ปธานคฺคหณนฺติ. อถ วา ตํ ตํ วิเสสํ สงฺขโรตีติ สงฺขาโร, สพฺพมฺปิ วีริยํ. ตตฺถ จตุกิจฺจสาธกโต อฺสฺส นิวตฺตนตฺถํ ปธานคฺคหณนฺติ ปธานภูตา เสฏฺภูตาติ อตฺโถ. จตุพฺพิธสฺส ปน วีริยสฺส อธิปฺเปตตฺตา พหุวจนนิทฺเทโส กโต. วิสุํ สมาสโยชนวเสน โย ปุพฺเพ อิทฺธิปาทตฺโถ ปาทสฺส อุปายตฺถตํ, โกฏฺาสตฺถตฺจ คเหตฺวา ยถาโยควเสน อิธ วุตฺโต, โส วกฺขมานานํ ปฏิลาภปุพฺพภาคานํ กตฺตุกรณิทฺธิภาวํ, อุตฺตรจูฬภาชนีเย วา วุตฺเตหิ ฉนฺทาทีหิ อิทฺธิปาเทหิ สาเธตพฺพาย อิทฺธิยา กตฺติทฺธิภาวํ, ฉนฺทาทีนฺจ กรณิทฺธิภาวํ สนฺธาย วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ, ตสฺมา ‘‘อิชฺฌนฏฺเน อิทฺธี’’ติ เอตฺถ กตฺตุอตฺโถ, กรณตฺโถ จ เอกชฺฌํ คเหตฺวา วุตฺโตติ กตฺตุอตฺถํ ตาว ทสฺเสตุํ ‘‘นิปฺผตฺติปริยาเยน อิชฺฌนฏฺเน วา’’ติ วตฺวา อิตรํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิชฺฌนฺติ เอตายา’’ติอาทิมาห. วุตฺตนฺติ กตฺถ วุตฺตํ? อิทฺธิปาทวิภงฺคปาเ. (วิภ. ๔๓๔) ตถาภูตสฺสาติ เตนากาเรน ภูตสฺส, เต ฉนฺทาทิธมฺเม ปฏิลภิตฺวา ิตสฺสาติ อตฺโถ. ‘‘เวทนากฺขนฺโธ’’ติอาทีหิ ฉนฺทาทโย อนฺโตกตฺวา จตฺตาโรปิ ขนฺธา กถิตา. เสเสสูติ เสสิทฺธิปาเทสุ.

วีริยิทฺธิปาทนิทฺเทเส ‘‘วีริยสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคต’’นฺติ ทฺวิกฺขตฺตุํ วีริยํ อาคตํ. ตตฺถ ปุริมํ สมาธิวิเสสนํ ‘‘วีริยาธิปติ สมาธิ วีริยสมาธี’’ติ, ทุติยํ สมนฺนาคมงฺคทสฺสนํ. ทฺเวเยว หิ สพฺพตฺถ สมนฺนาคมงฺคานิ, สมาธิ, ปธานสงฺขาโร จ. ฉนฺทาทโย หิ สมาธิวิเสสนานิ, ปธานสงฺขาโร ปน ปธานวจเนเนว วิเสสิโต, น ฉนฺทาทีหีติ น อิธ วีริยาธิปติตา ปธานสงฺขารสฺส วุตฺตา โหติ. วีริยฺจ สมาธึ วิเสเสตฺวา ิตเมว, สมนฺนาคมงฺควเสน ปน ปธานสงฺขารวจเนน วุตฺตนฺติ นาปิ ทฺวีหิ วีริเยหิ สมนฺนาคโม วุตฺโต โหติ. ยสฺมา ปน ฉนฺทาทีหิ วิสิฏฺโ สมาธิ, ตถาวิสิฏฺเเนว จ เตน สมฺปยุตฺโต ปธานสงฺขาโร, เสสธมฺมา จ, ตสฺมา สมาธิวิเสสนานํ วเสน จตฺตาโร อิทฺธิปาทา วุตฺตา, วิเสสนภาโว จ ฉนฺทาทีนํ ตํตํอวสฺสยทสฺสนวเสน โหตีติ ‘‘ฉนฺทสมาธิ…เป… อิทฺธิปาท’’นฺติ เอตฺถ นิสฺสยตฺเถปิ ปาท-สทฺเท อุปายตฺเถน ฉนฺทาทีนํ อิทฺธิปาทตา วุตฺตา โหติ. เตเนว หิ อภิธมฺเม อุตฺตรจูฬภาชนีเย (วิภ. ๔๕๖) ‘‘จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ฉนฺทิทฺธิปาโท’’ติอาทินา ฉนฺทาทีนเมว อิทฺธิปาทตา วุตฺตา. ปฺหปุจฺฉเก (วิภ. ๔๕๗ อาทโย) ‘‘จตฺตาโร อิทฺธิปาทา อิธ ภิกฺขุ ฉนฺทสมาธี’’ติอาทินา จ อุทฺเทสํ กตฺวาปิ ปุน ฉนฺทาทีนํเยว กุสลาทิภาโว วิภตฺโต. อุปายิทฺธิปาททสฺสนตฺถเมว หิ นิสฺสยิทฺธิปาททสฺสนํ กตํ, อฺถา จตุพฺพิธตา น สิยาติ. อยเมตฺถ ปาฬิวเสน อตฺถวินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. อิทานิ ปฏิลาภปุพฺพภาคานํ วเสน อิทฺธิปาเท วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตํ สุวิฺเยฺยเมว. อิธ อิทฺธิปาทกถา สงฺเขเปเนว วุตฺตาติ อาห ‘‘วิตฺถาเรน ปน…เป… วุตฺตา’’ติ.

เกจีติ อภยคิริวาสิโน. เตสุ หิ เอกจฺเจ ‘‘อิทฺธิ นาม อนิปฺผนฺนา’’ติ วทนฺติ, เอกจฺเจ ‘‘อิทฺธิปาโท ปน อนิปฺผนฺโน’’ติ วทนฺติ, อนิปฺผนฺโนติ จ ปรมตฺถโต อสิทฺโธ, นตฺถีติ อตฺโถ. อาภโตติ อภิธมฺมปาโต (วิภ. ๔๕๘) ทีฆนิกายฏฺกถายํ (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๒๘๗) อานีโต ปุริมนยโต อฺเนากาเรน เทสนาย ปวตฺตตฺตา. ฉนฺโท เอว อิทฺธิปาโท ฉนฺทิทฺธิปาโท. เอเสว นโย เสเสสุปิ. อิเม ปนาติ อิมสฺมึ สุตฺเต อาคตา อิทฺธิปาทา. รฏฺปาลตฺเถโร (ม. นิ. ๒.๒๙๓; อ. นิ. อฏฺ. ๑.๑.๒๑๐; อป. อฏฺ. ๒.รฏฺปาลตฺเถรอปทานวณฺณนาย วิตฺถาโร) ‘‘ฉนฺเท สติ กถํ นานุชานิสฺสนฺตี’’ติ สตฺตาหํ ภตฺตานิ อภุฺชิตฺวา มาตาปิตโร อนุชานาเปตฺวา ปพฺพชิตฺวา ฉนฺทเมว อวสฺสาย โลกุตฺตรํ ธมฺมํ นิพฺพตฺเตสีติ อาห ‘‘รฏฺปาลตฺเถโร…เป… นิพฺพตฺเตสี’’ติ. โสณตฺเถโร (มหาว. ๒๔๓; อ. นิ. ๖.๕๕; เถรคา. อฏฺ. เตรสนิปาต; อป. อฏฺ. ๒.โสณโกฏิวีสตฺเถรอปทานวณฺณนาย วิตฺถาโร) ภาวนมนุยุตฺโต อารทฺธวีริโย ปรมสุขุมาโล ปาเทสุ โผเฏสุ ชาเตสุปิ วีริยํ นปฺปฏิปสฺสมฺเภสีติ อาห ‘‘โสณตฺเถโร วีริยํ ธุรํ กตฺวา’’ติ. สมฺภูตตฺเถโร (เถรคา. อฏฺ. ๒.สมฺมูตตฺเถรคาถาวณฺณนาย วิตฺถาโร) ‘‘จิตฺตวโต กึ นาม น สิชฺฌตี’’ติ จิตฺตํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา ภาวนํ อาราเธสีติ อาห ‘‘สมฺภูตตฺเถโร จิตฺตํ ธุรํ กตฺวา’’ติ. โมฆตฺเถโร วีมํสํ อวสฺสยิ, ตสฺมา ตสฺส ภควา ‘‘สุฺโต โลกํ อเวกฺขสฺสู’’ติ (สุ. นิ. ๑๑๒๕; พุ. วํ. ๕๔.๓๕๓; มหา. นิ. ๑๘๖; จูฬนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉา ๑๔๔; โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทเส ๘๘; เนตฺติ. ๕; เปฏโก. ๒๒, ๓๑) สุฺตากถํ กเถสิ, ปฺานิสฺสิตมานนิคฺคหตฺถํ, ปฺาย ปริคฺคหตฺถฺจ ทฺวิกฺขตฺตุํ ปุจฺฉิโต สมาโน ปฺหํ กเถสิ. เตนาห ‘‘อายสฺมา โมฆราชา วีมํสํ ธุรํ กตฺวา’’ติ.

ปุนปฺปุนํ ฉนฺทุปฺปาทนํ เปสนํ วิย โหตีติ ฉนฺทสฺส อุปฏฺานสทิสตา วุตฺตา.

ปรกฺกเมนาติ ปรกฺกมสีเสน สูรภาวํ วทติ. ถามภาวโต จ วีริยสฺส สูรภาวสทิสตา ทฏฺพฺพา.

จินฺตนปฺปธานตฺตา จิตฺตสฺส มนฺตสํวิธานสทิสตา วุตฺตา.

ชาติสมฺปตฺติ นาม วิสิฏฺชาติตา. ‘‘สพฺพธมฺเมสุ จ ปฺา เสฏฺา’’ติ วีมํสาย ชาติสมฺปตฺติสทิสตา วุตฺตา. สมฺโมหวิโนทนิยํ (วิภ. อฏฺ. ๔๓๓) ปน จิตฺติทฺธิปาทสฺส ชาติสมฺปตฺติสทิสตา, วีมํสิทฺธิปาทสฺส มนฺตพลสทิสตา จ โยชิตา.

อเนกํ วิหิตํ วิธํ เอตสฺสาติ อเนกวิหิตนฺติ อาห ‘‘อเนกวิธ’’นฺติ. วิธ-สทฺโท โกฏฺาสปริยาโย ‘‘เอกวิเธน าณวตฺถู’’ติอาทีสุ (วิภ. ๗๕๑) วิยาติ อาห ‘‘อิทฺธิวิธนฺติ อิทฺธิโกฏฺาส’’นฺติ.

ติวิธโอกาสาธิคมวณฺณนา

๒๘๘. ‘‘สุขสฺสา’’ติ อิทํ ติณฺณมฺปิ สุขานํ สาธารณวจนนฺติ อาห ‘‘ฌานสุขสฺส มคฺคสุขสฺส ผลสุขสฺสา’’ติ. นานปฺปนาปตฺตตาย ปน อปฺปธานตฺตา อุปจารชฺฌานสุขสฺส, วิปสฺสนาสุขสฺส เจตฺถ อคฺคหณํ. ปุริเมสุ ตาว ทฺวีสุ โอกาสาธิคเมสุ ตีณิปิ สุขานิ ลพฺภนฺติ, ตติเย ปน กถนฺติ? ตตฺถ กามํ ตีณิ น ลพฺภนฺติ, ทฺเว ปน ลพฺภนฺติเยว. ยถาลาภวเสน เหตํ วุตฺตํ. ‘‘สกฺขรกถลมฺปิ มจฺฉคุมฺพมฺปิ จรนฺตมฺปิ ติฏฺนฺตมฺปี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๔๙; ม. นิ. ๑.๔๓๓; ๒.๒๕๙; อ. นิ. ๑.๔๕, ๔๖) วิย. สํสฏฺโติ สํสคฺคํ อุปคโต สมงฺคีภูโต, โส ปน เตหิ สมนฺนาคตจิตฺโตปิ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘สมฺปยุตฺตจิตฺโต’’ติ. อริยธมฺมนฺติ อริยภาวกรํ ธมฺมํ. อุปายโตติ วิธิโต. ปถโตติ มคฺคโต. การณโตติ เหตุโต. เยน หิ วิธินา ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติ โหติ, โส อุเปติ เอเตนาติ อุปาโย, โส ตทธิคมสฺส มคฺคภาวโต ปโถ, ตสฺส กรณโต การณนฺติ จ วุจฺจติ.

‘‘อนิจฺจนฺติอาทิวเสน มนสิ กโรตี’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘โยนิโส มนสิกาโร นามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุปายมนสิกาโรติ กุสลธมฺมปฺปวตฺติยา การณภูโต มนสิกาโร. ปถมนสิกาโรติ ตสฺส เอว มคฺคภูโต มนสิกาโร. อนิจฺเจติ อาทิอนฺตวนฺตตาย, อนจฺจนฺติกตาย จ อนิจฺเจ เตภูมเก สงฺขาเร ‘‘อนิจฺจ’’นฺติ มนสิกาโรติ โยชนา. เอเสว นโย เสเสสุปิ. อยํ ปน วิเสโส ตสฺมึเยว อุทยพฺพยปฏิปีฬนตาย ทุกฺขนโต, ทุกฺขมโต จ ทุกฺเข, อวสวตฺตนตฺเถน, อนตฺตสภาวตาย จ อนตฺตนิ, อสุจิสภาวตาย อสุเภ. สพฺพมฺปิ หิ เตภูมกํ สงฺขตํ กิเลสาสุจิปคฺฆรณโต ‘‘อสุภ’’นฺตฺเวว วตฺตุํ อรหติ. สจฺจานุโลมิเกน วาติ สจฺจาภิสมยสฺส อนุโลมนวเสน. ‘‘จิตฺตสฺส อาวฏฺฏนา’’ติอาทินา อาวชฺชนาย ปจฺจยภูตา ตโต ปุริมุปฺปนฺนา มโนทฺวาริกา กุสลชวนปฺปวตฺติ ผลโวหาเรเนว ตถา วุตฺตา. ตสฺสา หิ วเสน สา กุสลุปฺปตฺติยา อุปนิสฺสโย โหตีติ. อาวชฺชนา หิ ภวงฺคจิตฺตํ อาวฏฺเฏตีติ จิตฺตสฺส อาวฏฺฏนา, อนุ อนุ อาวฏฺเฏตีติ อนฺวาวฏฺฏนา. ภวงฺคารมฺมณโต อฺํ อาภุชตีติ อาโภโค. สมนฺนาหรตีติ สมนฺนาหาโร. ตเทวารมฺมณํ อตฺตานํ อนุพนฺธิตฺวา อนุพนฺธิตฺวา อุปฺปชฺชมาเน มนสิ กโรติ เปตีติ มนสิกาโร. อยํ วุจฺจตีติ อยํ อุปายมนสิการลกฺขโณ โยนิโสมนสิกาโร นาม วุจฺจติ, ยสฺส วเสน ปุคฺคโล ทุกฺขาทีนิ สจฺจานิ อาวชฺชิตุํ สกฺโกติ.

อสํสฏฺโติ น สํสฏฺโ กามาทีหิ วิวิตฺโต วินาภูโต. กามาทิวิสํสคฺคเหตุ อุปฺปชฺชนกสุขํ นาม วิเวกชํ ปีติสุขนฺติ อาห ‘‘ปมชฺฌานสุข’’นฺติ. กามํ ปมชฺฌานสุขมฺปิ โสมนสฺสเมว, สุตฺเตสุ ปน ตํ กายิกสุขสฺสาปิ ปจฺจยภาวโต วิเสสโต ‘‘สุข’’นฺตฺเวว วุจฺจตีติ อิธาปิ ฌานภูตํ โสมนสฺสํ สุขนฺติ, อิตรํ โสมนสฺสํ. เตน วุตฺตํ ‘‘สุขา’’ติ. เหตุมฺหิ นิสฺสกฺกวจนนฺติ อาห ‘‘ฌานสุขปจฺจยา’’ติ. อปราปรํ โสมนสฺสนฺติ ฌานาธิคมเหตุ ปจฺจเวกฺขณาทิวเสน ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนกโสมนสฺสํ.

ปโมทนํ ปมุโท, ตรุณปีติ, ตโต ปมุทา. ‘‘ปาโมชฺชํ ปีตตฺถายา’’ติอาทีสุ ตรุณปีติ ‘‘ปาโมชฺช’’นฺติ วุจฺจติ, อิธ ปน ปกฏฺโ มุโท ปมุโท ปาโมชฺชนฺติ อธิปฺเปตํ, ตฺจ โสมนสฺสรหิตํ นตฺถีติ อวินาภาวิตาย ‘‘พลวตรํ ปีติโสมนสฺส’’นฺติ วุตฺตํ. ฌานสฺส อุชุวิปจฺจนีกตํ สนฺธาย ‘‘ปฺจ นีวรณานิ วิกฺขมฺเภตฺวา’’ติ วุตฺตํ. ฌานํ ปน ตเทกฏฺเ สพฺเพปิ กิเลเส, สพฺเพปิ อกุสเล ธมฺเม วิกฺขมฺเภติเยว, อตฺตโน โอกาสํ คเหตฺวา ติฏฺติ ปฏิปกฺขธมฺเมหิ อนภิภวนียโต. ตสฺมาติ โอกาสคฺคหณโต, ลทฺโธกาสตายาติ อตฺโถ. มคฺคผลสุขาธิคมาย โอกาสภาวโต วา โอกาโส, อสฺส อธิคโม โอกาสาธิคโม. ปุริมปกฺเข ปน โอกาสํ อวสรํ อธิคจฺฉติ เอเตนาติ โอกาสาธิคโม.

รูปสภาวตาย, เอกนฺตรูปาธีนวุตฺติตาย, สวิปฺผาริกตาย จ อานาปานวิตกฺกวิจารานํ ถูลภาวํ อนุชานนฺโต ‘‘กายวจีสงฺขารา ตาว โอฬาริกา โหนฺตู’’ติ อาห. ตพฺพิธุรตาย ปน เอกจฺจานํ เวทนาสฺานํ ถูลตํ อนนุชานนฺโต ‘‘จิตฺตสงฺขารา กถํ โอฬาริกา’’ติ อาห. อิตโร ‘‘อปฺปหีนตฺตา’’ติ การณํ วตฺวา ‘‘กายสงฺขารา หี’’ติอาทินา ตมตฺถํ วิวรติ. เตติ จิตฺตสงฺขารา. อปฺปหีนา สงฺขารา ลพฺภมานสงฺขารนิมิตฺตตาย ‘‘โอฬาริกา’’ติ วตฺตุํ อรหนฺติ, ปหีนา ปน ตทภาวโต ‘‘สุขุมา’’ติ อาห ‘‘ปหีเน อุปาทาย อปฺปหีนตฺตา โอฬาริกา นาม ชาตา’’ติ. ปาฬิยํ ‘‘กายสงฺขารานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘สุขนฺติ จตุตฺถชฺฌานิกผลสมาปตฺติสุข’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘จิตฺตสงฺขารานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา’’ติ ปน วุตฺตตฺตา ‘‘นิโรธา วุฏฺหนฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ. วจีสงฺขารปฏิปฺปสฺสทฺธิ กายสงฺขารปฏิปฺปสฺสทฺธิยาว สิทฺธาติ เวทิตพฺพา. เตเนวาห ‘‘ทุติย…เป… วิสุํ น วุตฺตานี’’ติ. ปาฬิยํ ปน อตฺถโต สิทฺธาปิ สุปากฏภาเวน วิภาเวตุํ สรูปโต คณฺหาติ. น หิ อริยวินเย อตฺถาปตฺติวิภาวนา อภิธมฺมเทสนาย ปกตีติ. ยถา นีวรณวิกฺขมฺภนฺจ ปมสฺส ฌานสฺส อธิคมาย อุปาโย, เอวํ สุขทุกฺขวิกฺขมฺภนํ จตุตฺถสฺส ฌานสฺส อธิคมาย อุปาโยติ ‘‘จตุตฺถชฺฌานํ สุขํ ทุกฺขํ วิกฺขมฺเภตฺวา’’ติ วุตฺตํ. เสสํ เหฏฺา วุตฺตนยเมว.

อวิชฺชาราคาทีหิ สห วชฺเชหีติ สาวชฺชํ, อกุสลํ, ตทภาวโต อนวชฺชํ กุสลํ. อตฺตโน หิตสุขํ อากงฺขนฺเตน เสวนียโต เสวิตพฺพํ, กุสลํ, ตพฺพิปริยายโต น เสวิตพฺพํ, อกุสลํ. ลามกภาเวน หีนํ, อกุสลํ, เสฏฺภาเวน ปณีตํ, กุสลนฺติ สาวชฺชทุกาทโย ตโยปิ ทุกา ยถารหํ เอเตสํ กุสลากุสลกมฺมปถานํ วเสเนว เวทิตพฺพา. สพฺพนฺติ ยถาวุตฺตํ สพฺพํ จตูหิ ทุเกหิ สงฺคหิตํ ธมฺมชาตํ. ยถารหํ กณฺหฺจ สุกฺกฺจ ปฏิทฺวนฺทิภาวโต, สปฺปฏิภาคฺจ อปฺปฏิภาคฺจ อทฺวยภาวโต. วฏฺฏปฏิจฺฉาทิกา อวิชฺชา ปหียติ จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ สมฺมเทว ปฏิวิชฺฌนโต. ตโต เอว อรหตฺตมคฺควิชฺชา อุปฺปชฺชติ. สุขนฺติ เอวํ กมฺมปถมุเขน เตภูมกธมฺเม สมฺมสิตฺวา วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยา อรหตฺเต ปติฏฺหนฺตสฺส ยํ อรหตฺตมคฺคสุขฺเจว อรหตฺตผลสุขฺจ, ตํ อิธ ‘‘สุข’’นฺติ อธิปฺเปตํ. อนฺโตคธา เอว นานนฺตริยภาวโต.

อฏฺตึสารมฺมณวเสนาติ ปาฬิยํ อาคตานํ อฏฺตึสาย กมฺมฏฺานานํ วเสน. วิตฺถาเรตฺวา กเถตพฺพา ปมชฺฌานาทิวเสน อาคตตฺตาติ อธิปฺปาโย. ‘‘กถ’’นฺติอาทินา ตเมว วิตฺถาเรตฺวา กถนํ นยโต ทสฺเสติ. ‘‘จตุวีสติยา าเนสู’’ติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ มหาปรินิพฺพานวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๒๑๙) วุตฺตเมว. ‘‘นิโรธสมาปตฺตึ ปาเปตฺวา’’ติ อิมินา อรูปชฺฌานานิปิ คหิตานิ โหนฺติ เตหิ วินา นิโรธสมาปตฺติสมาปชฺชนสฺส อสมฺภวโต, จตุตฺถชฺฌานสภาวตฺตา จ เตสํ. ทส อุปจารชฺฌานานีติ เปตฺวา กายคตาสตึ อานาปานฺจ อฏฺ อนุสฺสติโย, สฺาววตฺถานฺจาติ ทส อุปจารชฺฌานานิ. อธิสีลํ นาม สมาธิสํวตฺตนิยนฺติ ตสฺส เหฏฺิมนฺเตน ปมชฺฌานํ ปริโยสานนฺติ วุตฺตํ ‘‘อธิสีลสิกฺขา ปมํ โอกาสาธิคมํ ภชตี’’ติ. อธิจิตฺตํ นาม จตุตฺถชฺฌานนิฏฺํ ตทนฺโตคธตฺตา อรูปชฺฌานานํ, ตปฺปริโยสานตฺตา ผลชฺฌานานนฺติ วุตฺตํ ‘‘อธิจิตฺตสิกฺขา ทุติย’’นฺติ. มตฺถกปฺปตฺตา อธิปฺาสิกฺขา นาม อคฺคมคฺควิชฺชาติ อาห ‘‘อธิปฺาสิกฺขา ตติย’’นฺติ. สิกฺขตฺตยวเสน ตโย โอกาสาธิคเม นีหรนฺเตน ยถารหํ ตํตํสุตฺตวเสนปิ นีหริตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สามฺผเลปี’’ติอาทิมาห.

ยทคฺเคน จ ติสฺโส สิกฺขา ยถากฺกมํ ตโย โอกาสาธิคเม ภชนฺติ, ตทคฺเคน ตปฺปธานตฺตา ยถากฺกมํ ตีณิ ปิฏกานิ เต ภชนฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตีสุ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตีณิ ปิฏกานิ วิภชิตฺวาติ ติณฺณํ โอกาสาธิคมานํ วเสน ยถานุปุพฺพํ ตีณิ ปิฏกานิ วิตฺถาเรตฺวา กเถตุํ ลภิสฺสามาติ. สโมธาเนตฺวาติ สมาโยเชตฺวา ตตฺถ วุตฺตมตฺถํ อิมสฺส สุตฺตสฺส อตฺถภาเวน สมาเนตฺวา. ทุกฺกถิตนฺติ อสมฺพนฺธกถเนน, อติปปฺจกถเนน วา ทุฏฺุ กถิตนฺติ น สกฺกา วตฺตุํ ตถากถนสฺเสว สุกถนภาวโตติ อาห ‘‘เตปิฏกํ…เป… สุกถิตํ โหตี’’ติ.

จตุสติปฏฺานวณฺณนา

๒๘๙. น เกวลํ อภิธมฺมปริยาเยเนว กุสลฏฺโ คเหตพฺโพ, อถ โข พาหิติกปริยาเยน ปีติ อาห ‘‘ผลกุสลสฺส จา’’ติ. เขมฏฺเนาติ จตูหิปิ โยเคหิ อนุปทฺทวภาเวน. สมฺมา สมาหิโตติ สมถวเสน เจว วิปสฺสนาวเสน จ สุฏฺุ สมาหิโต. เอกคฺคจิตฺโตติ วิกฺเขปสฺส ทูรสมุสฺสาริตตฺตา เอกคฺคตํ อวิกฺเขปํ ปตฺตจิตฺโต. อตฺตโน กายโตติ อชฺฌตฺตํ กาเย กายานุปสฺสนาวเสน สมฺมา สมาหิตจิตฺโต สมาโน ‘‘สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาติ ปสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๕; ๕.๑๐๗๑, ๑๐๗๒; เนตฺติ. ๔๐; มิ. ป. ๑.๑๔) วจนโต. ตตฺถ าณทสฺสนํ นิพฺพตฺเตนฺโต ตโต พหิทฺธา ปรสฺส กาเยปิ าณทสฺสนํ นิพฺพตฺเตติ. เตนาห ‘‘ปรสฺส กายาภิมุขํ าณํ เปเสตี’’ติ. สมฺมา วิปฺปสีทตีติ สมฺมา สมาธานปจฺจเยน อภิปฺปสาเทน าณูปสฺหิเตน อชฺฌตฺตํ กายํ โอกปฺเปติ. สพฺพตฺถาติ สพฺพฏฺาเนสุ. สติ กถิตาติ โยชนา. โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา กถิตา อนุปสฺสนาาณทสฺสนานํ ตทุภยสาธารณภาวโต.

สตฺตสมาธิปริกฺขารวณฺณนา

๒๙๐. เอตฺถาติ อิมิสฺสา กถาย. ฌานกฺขสฺส วีริยจกฺกสฺส อริยมคฺครถสฺส สีลํ วิภูสนภาเวน วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อลงฺกาโร ปริกฺขาโร นามา’’ติ. สตฺตหิ นครปริกฺขาเรหีติ นครํ ปริวาเรตฺวา รกฺขณเกหิ กตปริกฺเขโป, ปริขา, อุทฺทาโป, ปากาโร, เอสิกา, ปลิฆา, ปาการปกฺขณฺฑิลนฺติ อิเมหิ สตฺตหิ นครปริกฺขาเรหิ. สมฺภรียติ ผลํ เอเตนาติ สมฺภาโร, การณํ. เภสชฺชฺหิ พฺยาธิวูปสมเนน ชีวิตสฺส การณํ. ปริวารปริกฺขารวเสนาติ ปริวารสงฺขาตปริกฺขารวเสน. ปริกฺขาโร หิ สมฺมาทิฏฺิยาทโย มคฺคธมฺมา สมฺมาสมาธิสฺส สหชาตาทิปจฺจยภาเวน ปริกรณโต อภิสงฺขรณโต. อุเปจฺจ นิสฺสียตีติ อุปนิสา, สห อุปนิสายาติ สอุปนิโสติ อาห ‘‘สอุปนิสฺสโย’’ติ, สหการีการณภูโต ธมฺมสมูโห อิธ ‘‘อุปนิสฺสโย’’ติ อธิปฺเปโต. สมฺมา ปสตฺถา สุนฺทรา ทิฏฺิ เอตสฺสาติ สมฺมาทิฏฺิ, ปุคฺคโล, ตสฺส สมฺมาทิฏฺิสฺส. โส ปน ยสฺมา ปติฏฺิตสมฺมาทิฏฺิโก, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สมฺมาทิฏฺิยํ ิตสฺสา’’ติ. สมฺมาสงฺกปฺโป ปโหตีติ มคฺคสมฺมาทิฏฺิยา ทุกฺขาทีสุ ปริชานนาทิกิจฺจํ สาเธนฺติยา กามวิตกฺกาทิเก สมุคฺฆาเฏนฺโต สมฺมาสงฺกปฺโป ยถา อตฺตโน กิจฺจสาธเน ปโหติ, ตถา ปวตฺตึ ปนสฺส ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สมฺมาสงฺกปฺโป ปวตฺตตี’’ติ. เอส นโย สพฺพปเทสูติ ‘‘สมฺมาสงฺกปฺปสฺส สมฺมาวาจา ปโหตี’’ติอาทีสุ เสสปเทสุ ยถาวุตฺตมตฺถํ อติทิสติ.

เอตฺถ จ ยสฺมา นิพฺพานาธิคมาย ปฏิปนฺนสฺส โยคิโน พหูปการา สมฺมาทิฏฺิ. ตถา หิ สา ‘‘ปฺาปชฺโชโต, ปฺาสตฺถ’’นฺติ จ วุตฺตา. ตาย หิ โส อวิชฺชนฺธการํ วิธมิตฺวา กิเลสโจเร ฆาเตนฺโต เขเมน นิพฺพานํ ปาปุณาติ, ตสฺมา อริยมคฺคกถายํ สมฺมาทิฏฺิ อาทิโต คยฺหติ, อิธ ปน ปุคฺคลาธิฏฺานเทสนาย ‘‘สมฺมาทิฏฺิสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา ปน สมฺมาทิฏฺิปุคฺคโล เนกฺขมฺมสงฺกปฺปาทิวเสน สมฺมเทว สงฺกปฺเปติ, น มิจฺฉากามสงฺกปฺปาทิวเสน, ตสฺมา สมฺมาทิฏฺิสฺส สมฺมาสงฺกปฺโป ปโหติ. ยสฺมา จ สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวาจาย อุปการโก. ยถาห ‘‘ปุพฺเพ โข คหปติ วิตกฺเกตฺวา วิจาเรตฺวา ปจฺฉา วาจํ ภินฺทตี’’ติ, (สํ. นิ. ๒.๓๔๘) ตสฺมา สมฺมาสงฺกปฺปสฺส สมฺมาวาจา ปโหติ. ยสฺมา ปน ‘‘อิทฺจิทฺจ กริสฺสามา’’ติ หิ ปมํ วาจาย สํวิทหิตฺวา เยภุยฺเยน เต เต กมฺมนฺตา สมฺมา ปโยชียนฺติ, ตสฺมา วาจา กายกมฺมสฺส อุปการิกาติ สมฺมาวาจสฺส สมฺมากมฺมนฺโต ปโหติ. ยสฺมา ปน จตุพฺพิธํ วจีทุจฺจริตํ, ติวิธฺจ กายทุจฺจริตํ ปหาย อุภยํ สุจริตํ ปูเรนฺตสฺเสว อาชีวฏฺมกสีลํ ปูรติ, น อิตรสฺส, ตสฺมา สมฺมาวาจสฺส สมฺมากมฺมนฺตสฺส จ สมฺมาอาชีโว ปโหติ. วิสุทฺธิทิฏฺิสมุทาคตสมฺมาอาชีวสฺส โยนิโส ปธานสฺส สมฺภวโต สมฺมาอาชีวสฺส สมฺมาวายาโม ปโหติ. โยนิโส ปทหนฺตสฺส กายาทีสุ จตูสุ วตฺถูสุ สติ สูปฏฺิตา โหตีติ สมฺมาวายามสฺส สมฺมาสติ ปโหติ. ยสฺมา เอวํ สูปฏฺิตา สติ สมาธิสฺส อุปการานุปการานํ ธมฺมานํ คติโย สมนฺเนสิตฺวา ปโหติ เอกตฺตารมฺมเณ จิตฺตํ สมาธาตุํ, ตสฺมา สมฺมาสติสฺส สมฺมาสมาธิ ปโหตีติ. อยฺจ นโย ปุพฺพภาเค นานากฺขณิกานํ สมฺมาทิฏฺิอาทีนํ วเสน วุตฺโต, มคฺคกฺขเณ ปน สมฺมาทิฏฺิอาทีนํ ตสฺส ตสฺส สหชาตาทิวเสน วุตฺโต ‘‘สมฺมาทิฏฺิสฺส สมฺมาสงฺกปฺโป ปโหตี’’ติอาทีนํ ปทานมตฺโถ ยุตฺโต, อยเมว จ อิธาธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘อยํ ปนตฺโถ’’ติอาทิ.

มคฺคาเณติ มคฺคปริยาปนฺนาเณ ิตสฺส ตํสมงฺคิโน. มคฺคปฺา หิ จตุนฺนํ สจฺจานํ สมฺมาทสฺสนฏฺเน ‘‘มคฺคสมฺมาทิฏฺี’’ติ วุตฺตา, สา เอว เนสํ ยาถาวโต ชานนโต ปฏิวิชฺฌนโต อิธ ‘‘มคฺคาณ’’นฺติปิ วุตฺตา. มคฺควิมุตฺตีติ มคฺเคน กิเลสานํ วิมุจฺจนํ สมุจฺเฉทปฺปหานเมว. ผลสมฺมาทิฏฺิ เอว ‘‘ผลสมฺมาาณ’’นฺติ ปริยาเยน วุตฺตํ, ปริยายวจนฺจ วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพํ. ผลวิมุตฺติ ปน ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานํ ทฏฺพฺพํ.

อมตสฺส ทฺวาราติ อริยมคฺคมาห. โส ปน วินา จ อาจริยมุฏฺินา อนนฺตรํ อพาหิรํ กริตฺวา ยาวเทว มนุสฺเสหิ สุปฺปกาสิตตฺตา วิวโฏ. ธมฺมวินีตาติ อริยธมฺเม วินีตา. โส ปเนตฺถ กิเลสานํ สมุจฺเฉทวินยวเสน เวทิตพฺโพติ อาห ‘‘สมฺมานิยฺยาเนน นิยฺยาตา’’ติ.

อตฺถีติ ปุถุตฺถวิสยํ นิปาตปทํ ‘‘อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย เกสา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๗๗; ม. นิ. ๑.๑๑๐; ๓.๑๕๔; สํ. นิ. ๔.๑๒๗; อ. นิ. ๖.๒๙; ๑๐.๖๐; วิภ. ๓๕๖; ขุ. ปา. ๒.๑.ทฺวตฺตึสอาการ; เนตฺติ. ๔๗) วิยาติ อาห ‘‘อนาคามิโน จ อตฺถี’’ติ. เตเนวาห ‘‘อตฺถิ เจเวตฺถ สกทาคามิโน’’ติ. พหิทฺธา สํโยชนปจฺจโย นิพฺพตฺติเหตุภูโต ปุฺภาโค เอติสฺสา อตฺถีติ ปุฺภาคา, อติสยวิสิฏฺโ เจตฺถ อตฺถิอตฺโถ เวทิตพฺโพ. โอตฺตปฺปมาโนติ อุตฺตสนฺโต ภายนฺโต. น ปน นตฺถิ, อตฺถิ เอวาติ ทีเปติ.

๒๙๑. อสฺสาติ เวสฺสวณสฺส. ลทฺธิ ปน น อตฺถิ ปฏิวิทฺธสจฺจตฺตา. ‘‘อภิสมเย วิเสโส นตฺถี’’ติ เอเตน สพฺเพปิ สพฺพฺุคุณา สพฺพพุทฺธานํ สทิสา เอวาติ ทสฺเสติ.

๒๙๒. การณสฺส เอกรูปตฺตา อิมานิ ปน ปทานีติ น เกวลํ ‘‘ตยิทํ พฺรหฺมจริย’’นฺติอาทีนิ ปทานิ, อถ โข ‘‘อิมมตฺถํ ชนวสโภ ยกฺโข’’ติอาทีนิ ปทานิ ปีติ.

ชนวสภสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.

๖. มหาโควินฺทสุตฺตวณฺณนา

๒๙๓. ปฺจกุณฺฑลิโกติ วิสฺสฏฺปฺจเวณิโก. จตุมคฺคฏฺาเนสูติ จตุนฺนํ มคฺคานํ วินิวิชฺฌิตฺวา คตฏฺาเนสุ. ตตฺถ หิ กตา สาลาทโย จตูหิ ทิสาหิ อาคตมนุสฺสานํ อุปโภคกฺขมา โหนฺติ. ‘‘เอวรูปานี’’ติ อิมินา รุกฺขมูลโสธนาทีนิ เจว ยถาสตฺติ อนฺนทานาทีนิ จ ปุฺานิ สงฺคณฺหาติ. ‘‘สุวณฺณกฺขนฺธสทิโส อตฺตภาโว อิฏฺโ กนฺโต มนาโป อโหสี’’ติ ปาโ. สกฏสหสฺสมตฺตนฺติ วาหสหสฺสมตฺตํ, วาโห ปน วีสติ ขารี, ขารี โสฬสโทณมตฺตา, โทณํ โสฬส นาฬิโย เวทิตพฺพา. กุมฺภํ ทสมฺพณานิ. ‘‘สหสฺสนาฬิโย’’ติ เกจิ. รตฺตสุวณฺณกณฺณิกนฺติ รตฺตสุวณฺณมยํ วฏํสกํ.

ยสฺมา มชฺฌิมยาเม เอว เทวตา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตุํ อวสรํ ลภนฺติ, ตสฺมา ‘‘เอกโกฏฺาสํ อตีตายา’’ติ วุตฺตํ. อติกฺกนฺตวณฺโณติ อติวิย กมนียรูโป, เกวลกปฺปนฺติ วา มนํ อูนํ อวเสสํ, อีสกํ อสมตฺตนฺติ อตฺโถ ภควโต หิ สมีปฏฺานํ มุฺจิตฺวา สพฺโพ คิชฺฌกูฏวิหาโร เตน โอภาสิโต. เตนาห ‘‘จนฺทิมา วิยา’’ติอาทิ.

เทวสภาวณฺณนา

๒๙๔. รตนมตฺตกณฺณิกรุกฺขนิสฺสนฺเทนาติ รตนปฺปมาณรุกฺขมยกูฏทานปุฺนิสฺสนฺเทน, ตสฺส วา ปุฺสฺส นิสฺสนฺทผลภาเวน. นิพฺพตฺตสภายนฺติ สมุฏฺิตอุปฏฺานสาลายํ. มณิมยาติ ปทุมราคาทิมณิมยา. อาณิโยติ ถมฺภตุลาสงฺฆาฏกาทีสุ วาฬรูปาทิสงฺฆาฏนกอาณิโย.

คนฺธพฺพราชาติ คนฺธพฺพกายิกานํ เทวตานํ ราชา. เย ตาวตึสานํ อาสนฺนวาสิโน จาตุมหาราชิกา เทวา, เต ปุรโต กโรนฺโต ‘‘ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวตา ปุรโต กตฺวา นิสินฺโน’’ติ วุตฺโต. เสเสสุปิ ตีสุ าเนสุ เอเสว นโย.

นาคราชาติ นาคานํ อธิปติ, น ปน สยํ นาคชาติโก.

อาสติ นิสีทติ เอตฺถาติ อาสนํ, นิสชฺชฏฺานนฺติ อาห ‘‘นิสีทิตุํ โอกาโส’’ติ. ‘‘เอตฺถา’’ติ ปทํ นิปาตมตฺตํ, เอตฺถาติ วา เอตสฺมึ ปาเ. อตฺถุทฺธารนเยน วตฺตพฺพํ ปุพฺเพ วุตฺตํ จตุพฺพิธเมว. ตาวตึสา, เอกจฺเจ จ จาตุมหาราชิกา ยถาลทฺธาย สมฺปตฺติยา ถาวรภาวาย, อายตึ โสธนาย จ ปฺจ สีลานิ รกฺขนฺติ, เต ตสฺส วิโสธนตฺถํ ปวารณาสงฺคหํ กโรนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘มหาปวารณายา’’ติอาทิ.

วสฺสสหสฺสนฺติ มนุสฺสคณนาย วสฺสสหสฺสํ.

ปนฺนปลาโสติ ปติตปตฺโต. ขารกชาโตติ ชาตขุทฺทกมกุโฬ. เย หิ นีลปตฺตกา อติวิย ขุทฺทกา มกุฬา, เต ‘‘ขารกา’’ติ วุจฺจนฺติ. ชาลกชาโตติ เตหิเยว ขุทฺทกมกุเฬหิ ชาตชาลโก สพฺพโส ชาโล วิย ชาโต. เกจิ ปน ‘‘ชาลกชาโตติ เอกชาโล วิย ชาโต’’ติ อตฺถํ วทนฺติ. ปาริฉตฺตโก กิร ขารกคฺคหณกาเล สพฺพตฺถกเมว ปลฺลวิโก โหติ, เต จสฺส ปลฺลวา ปภสฺสรปวาฬวณฺณสมุชฺชลา โหนฺติ, เตน โส สพฺพโส สมุชฺชลนฺโต ติฏฺติ. กุฏุมลกชาโตติ สฺชาตมหามกุโฬ. โกรกชาโตติ สฺชาตสูจิเภโท สมฺปติ วิกสมานาวตฺโถ. สพฺพปาลิผุลฺโลติ สพฺพโส ผุลฺลิตวิกสิโต.

กนฺตนกวาโตติ เทวานํ ปุฺกมฺมปจฺจยา ปุปฺผานํ ฉินฺทนกวาโต. กนฺตตีติ ฉินฺทติ. สมฺปฏิจฺฉนกวาโตติ ฉินฺนานํ ฉินฺนานํ ปุปฺผานํ สมฺปฏิคฺคณฺหนกวาโต. นจฺจนฺโตติ นานาวิธภตฺตึ สนฺนิเวสวเสน นจฺจนํ กโรนฺโต. อฺตรเทวตานนฺติ นามโคตฺตวเสน อปฺปฺาตเทวตานํ.

เรณุวฏฺฏีติ เรณุสงฺฆาโต. กณฺณิกํ อาหจฺจาติ สุธมฺมาย กูฏํ อาหนฺตฺวา.

อฏฺ ทิวเสติ ปฺจมิยา สทฺธึ ปกฺเข จตฺตาโร ทิวเส สนฺธาย วุตฺตํ. ยถาวุตฺเตสุ อฏฺสุ ทิวเสสุ ธมฺมสฺสวนํ นิพทฺธํ ตทา ปวตฺตตีติ ตโต อฺทา การิตํ สนฺธายาห ‘‘อกาลธมฺมสฺสวนํ การิต’’นฺติ. เจติเย ฉตฺตสฺส เหฏฺา กาตพฺพเวทิกา ฉตฺตเวทิกา. เจติยํ ปริกฺขิปิตฺวา ปทกฺขิณกรณฏฺานํ อนฺโตกตฺวา กาตพฺพเวทิกา ปุฏเวทิกา. เจติยสฺส กุจฺฉึ ปริกฺขิปิตฺวา ตํ สมฺพนฺธเมว กตฺวา กาตพฺพเวทิกา กุจฺฉิเวทิกา. สีหรูปปาทกํ อาสนํ สีหาสนํ. อุโภสุ ปสฺเสสุ สีหรูปยุตฺตํ โสปานํ สีหโสปานํ.

อตฺตมนา โหนฺติ อนิยามนกภาวโต. เตเนวาห ‘‘มหาปุฺเ ปุรกฺขตฺวา’’ติอาทิ. ปวารณาสงฺคหตฺถาย สนฺนิปติตาติ เวทิตพฺพา ‘‘ตทหุโปสเถ ปนฺนรเส ปวารณาย ปุณฺณาย ปุณฺณมาย รตฺติยา’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๙๔) วจนโต.

๒๙๕. นวหิ การเณหีติ ‘‘อิติปิ โส ภควา อรห’’นฺติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๕๗, ๒๕๕) วุตฺเตหิ อรหตฺตาทีหิ นวหิ พุทฺธานุภาวทีปเนหิ การเณหิ. ธมฺมสฺส จาติ เอตฺถ -สทฺโท อวุตฺตสมุจฺจยตฺโถติ เตน สมฺปิณฺฑิตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อุชุปฺปฏิปนฺนตาทิเภทํ สงฺฆสฺส จ สุปฺปฏิปตฺติ’’นฺติ อาห.

อฏฺยถาภุจฺจวณฺณนา

๒๙๖. ยถา อนนฺตเมว อานฺจํ, ภิสกฺกเมว เภสชฺชํ, เอวํ ยถาภูตา เอว ยถาภุจฺจาติ ปาฬิยํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ยถาภุจฺเจติ ยถาภูเต’’ติ. วณฺเณตพฺพโต กิตฺเตตพฺพโต วณฺณา, คุณา. กถํ ปฏิปนฺโนติ เหตุอวตฺถายํ, ผลอวตฺถายํ, สตฺตานํ อุปการา วตฺถายนฺติ ตีสุปิ อวตฺถาสุ โลกนาถสฺส พหุชนหิตาย ปฏิปตฺติยา กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. ตถา หิ นํ อาทิโต ปฏฺาย ยาว ปริโยสานา สงฺเขเปเนว ทสฺเสนฺโต ‘‘ทีปงฺกรปาทมูเล’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อภินีหรมาโนติ อภินีหารํ กโรนฺโต. ยํ ปเนตฺถ มหาภินีหาเร, ปารมีสุ จ วตฺตพฺพํ, ตํ พฺรหฺมชาลฏีกายํ (ที. นิ. ฏี. ๑.๗) วุตฺตํ เอวาติ ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

‘‘ขนฺติวาทิตาปสกาเล’’ติอาทิ (ชา. ๑.ขนฺตีวาทีชาตก) เหตุอวตฺถายเมว อนฺสาธารณาย สุทุกฺกราย พหุชนหิตาย ปฏิปตฺติยา วิภาวนํ. ยถาธิปฺเปตํ หิตสุขํ ยาย กิริยาย วินา น อิชฺฌติ, สาปิ ตทตฺถา เอวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตุสิตปุเร ยาวตายุกํ ติฏฺนฺโตปี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนาทิ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๓; ปฏิ. ม. ๓.๓๐) ปน นิพฺพตฺติตา พหุชนหิตาย ปฏิปตฺติ. อายุสงฺขาโรสฺสชฺชนมฺปิ ‘‘เอตฺตกํ กาลํ ติฏฺามี’’ติ ปวตฺติยา พหุชนหิตาย ปฏิปตฺติ. อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพานวเสน พหุชนหิตาย ปฏิปตฺติ. เตนาห ‘‘ยาวสฺสา’’ติอาทิ. เสสปทานีติ ‘‘พหุชนสุขายา’’ติอาทีนิ ปทานิ. ปจฺฉิมนฺติ ‘‘อตฺถาย หิตาย สุขายา’’ติ ปทตฺตยํ. ปุริมสฺสาติ ตโต ปุริมสฺส ปทตฺตยสฺส. อตฺโถติ อตฺถนิทฺเทโส.

ยทิปิ อตีเตนงฺเคน สมนฺนาคตา สตฺถาโร อเหสุํ, เตปิ ปน พุทฺธา เอวาติ อตฺถโต อมฺหากํ สตฺถา อนฺโติ อาห ‘‘อตีเตปิ พุทฺธโต อฺํ น สมนุปสฺสามา’’ติ. ยถา จ อตีเต, เอวํ อนาคเต จาติ อยมตฺโถ นยโต ลพฺภตีติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘อนาคเตปิ น สมนุปสฺสามา’’ติ. สกฺโก ปน เทวราชา ตมตฺถํ อตฺถาปนฺนเมว กตฺวา ‘‘น ปเนตรหิ’’ อิจฺเจวาห. กึ สกฺโก กเถตีติ วิจาเรตฺวาติ ‘‘เนว อตีตํเส สมนุปสฺสมา’ติ วทนฺโต สกฺโก กึ กเถตี’’ติ วิจารณํ สมุฏฺเปตฺวา. ยสฺมา อตีเต พุทฺธา อเหสุํ, อนาคเต ภวิสฺสนฺตีติ นายมตฺโถ สกฺเกน เทวราเชน ปริฺาโต, เต ปน พุทฺธสามฺเน อมฺหากํ ภควตา สทฺธึ คเหตฺวา เอตรหิ อฺสฺส สพฺเพน สพฺพํ อภาวโต ตถา วุตฺตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอตรหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สฺวากฺขาตาทีนีติ สฺวากฺขาตปทาทีนิ. กุสลาทีนีติ ‘‘อิทํ กุสล’’นฺติอาทีนิ ปทานิ.

คงฺคายมุนานํ อสมาคมฏฺาเน อุทกํ ภินฺนวณฺณํ โหนฺตมฺปิ สมาคมฏฺาเน อภินฺนวณฺณํ เอวาติ อาห ‘‘วณฺเณนปิ สํสนฺทติ สเมตี’’ติ. ตตฺถ กิร คงฺโคทกสทิสเมว ยมุโนทกํ. ยถา นิพฺพานํ เกนจิ กิเลเสน อนุปกฺกิลิฏฺตาย ปริสุทฺธํ, เอวํ นิพฺพานคามินิปฏิปทาปิ เกนจิ กิเลเสน อนุปกฺกิลิฏฺตาย ปริสุทฺธาว อิจฺฉิตพฺพา. เตนาห ‘‘น หี’’ติอาทิ. เยน ปริสุทฺธตฺเถน นิพฺพานสฺส, นิพฺพานคามินิยา ปฏิปทาย จ อากาสูปมตา, โส เกนจิ อนุปเลโป, อนุปกฺกิเลโส จาติ อาห ‘‘อากาสมฺปิ อลคฺคํ ปริสุทฺธ’’นฺติ. อิทานิ ตมตฺถํ นิทสฺสเนน วิภูตํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘จนฺทิมสูริยาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สํสนฺทติ ยุชฺชติ ปฏิปชฺชิตพฺพตาปฏิปชฺชเนหิ อฺมฺานุจฺฉวิกตาย.

ปฏิปทาย ิตานนฺติ ปฏิปทํ มคฺคปฏิปตฺตึ ปฏิปชฺชมานานํ. วุสิตวตนฺติ พฺรหฺมจริยวาสํ วุสิตวนฺตานํ เอเตสํ. ลทฺธสหาโยติ เอตาสํ ปฏิปทานํ วเสน ลทฺธสหาโย. ตตฺถ ตตฺถ สาวเกหิ สตฺถุ กาตพฺพกิจฺเจ. อิทํ ปน ‘‘อทุติโย’’ติอาทิ สุตฺตนฺตเร อาคตวจนํ อฺเหิ อสทิสฏฺเน วุตฺตํ, น ยถาวุตฺตสหายาภาวโต. อปนุชฺชาติ อปนีย วิวชฺเชตฺวา. ‘‘อปนุชฺชา’’ติ จ อนฺโตคธาวธารณํ อิทํ วจนํ เอกนฺติกตฺตา ตสฺส อปโนทสฺสาติ วุตฺตํ ‘‘อปนุชฺเชวา’’ติ.

ลพฺภตีติ ลาโภ, โส ปน อุกฺกํสคติวิชานเนน สาติสโย, วิปุโล เอว จ อิธาธิปฺเปโตติ อาห ‘‘มหาลาโภ อุปฺปนฺโน’’ติ. อุสฺสนฺนปุฺนิสฺสนฺทสมุปฺปนฺโนติ ยถาวุตฺตกาลํ สมฺภตสุวิปุลอุฬารตรปุฺาภิสนฺทโต นิพฺพตฺโต.‘‘อิเม นิพฺพตฺตา, อิโต ปรํ มยฺหํ โอกาโส นตฺถี’’ติ อุสฺสาหชาโต วิย อุปรูปริ วฑฺฒมาโน อุทปาทิ. สพฺพทิสาสุ หิ ยมกมหาเมโฆ อุฏฺหิตฺวา มหาเมฆํ วิย สพฺพปารมิโย ‘‘เอกสฺมึ อตฺตภาเว วิปากํ ทสฺสามา’’ติ สมฺปิณฺฑิตา วิย ภควโต อิทํ ลาภสกฺการสิโลกํ นิพฺพตฺตยึสุ, ตโต อนฺนปานวตฺถยานมาลาคนฺธวิเลปนาทิหตฺถา ขตฺติยพฺราหฺมณาทโย อุปคนฺตฺวา ‘‘กหํ พุทฺโธ, กหํ ภควา, กหํ เทวเทโว, กหํ นราสโภ, กหํ ปุริสสีโห’’ติ ภควนฺตํ ปริเยสนฺติ, สกฏสเตหิปิ ปจฺจเย อาหริตฺวา โอกาสํ อลภมานา สมนฺตา คาวุตปฺปมาณมฺปิ สกฏธุเรน สกฏธุรํ อาหจฺจ ติฏฺนฺติ เจว อนุพนฺธนฺติ จ อนฺธกวินฺทพฺราหฺมณาทโย วิย. สพฺพํ ขนฺธเก, เตสุ เตสุ จ สุตฺเตสุ อาคตนเยน เวทิตพฺพํ. เตนาห ‘‘ลาภสกฺกาโร มโหโฆ วิยา’’ติอาทิ.

ปฏิปาฏิภตฺตนฺติ พหูสุ ‘‘ทานํ ทสฺสามา’’ติ อาหฏปฏิปาฏิกาย อุฏฺิเตสุ อนุปฏิปาฏิยา ทาตพฺพ ภตฺตํ.

มตฺถกํ ปตฺโต อนฺสาธารณตฺตา ตสฺส ทานสฺส. อุปายํ อาจิกฺขิ นาครานํ อสกฺกุเณยฺยรูเปน ทานํ ทาเปตุํ. สาลกลฺยาณิรุกฺขา ราชปริคฺคหา อฺเหิ อสาธารณา, ตสฺมา เตสํ ปทเรหิ มณฺฑโป การิโต, หตฺถิโน จ ราชภณฺฑภูตา นาคเรหิ น สกฺกา ลทฺธุนฺติ เตหิ ฉตฺตํ ธาราปิตํ, ตถา ขตฺติยธีตาหิ เวยฺยาวจฺจํ การิตํ. ‘‘ปฺจ อาสนสตานี’’ติ อิทํ สาลกลฺยาณิมณฺฑเป ปฺตฺเต สนฺธาย วุตฺตํ, ตโต พหิ ปน พหูนิ ปฺตฺตานิ อเหสุํ. จตุชฺชาติยคนฺธํ ปิสติ พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ปูชนตฺถฺเจว ปตฺตสฺส อุพฺพฏนตฺถฺจ. อุทกนฺติ ปตฺตโธวนอุทกํ. อนคฺฆานิ อเหสุํ อนคฺฆรตนาภิสงฺขตตฺตา.

สตฺตธา มุทฺธา ผลิสฺสติ อนาทรการณาทินา. กาฬํ โอโลเกสฺสามีติ กาฬํ เอวํ อนุเปกฺขิสฺสามิ, ตสฺส อุปฺปชฺชนกํ อนตฺถํ ปริหริสฺสามีติ อตฺโถ.

กทริยาติ ถทฺธมจฺฉริโน ปุฺกมฺมวิมุขา. เทวโลกํ น วชนฺติ ปุฺสฺส อกตตฺตา, มจฺฉริภาเวน จ ปาปสฺส ปสุตตฺตา. พาลาติ ทุจฺจินฺติตจินฺตนาทินา พาลลกฺขณยุตฺตา. นปฺปสํสนฺติ ทานํ ปสํสิตุมฺปิ น วิสหนฺติ. ธีโรติ ธีติสมฺปนฺโน อุฬารปฺโ ปเรหิ กตํ ทานํ อนุโมทมาโนปิ, เตเนว ทานานุโมทเนเนว. สุขี ปรตฺถาติ ปรโลเก กายิกเจตสิกสุขสมงฺคี โหติ.

วรโรโช นาม ตสฺมึ กาเล เอโก ขตฺติโย, ตสฺส วรโรชสฺส. อนวชฺช…เป… ผเลยฺย อภูตวาทิภาวโตติ อธิปฺปาโย. อติเรกปทสหสฺเสน ตึสาธิเกน อฑฺฒเตยฺยคาถาสเตน วณฺณเมว กเถสิ รูปปฺปสนฺนตาย จ.

ยาว มฺเ ขตฺติยาติ เอตฺถ ยาวาติ อวธิปริจฺเฉทวจนํ, อฺเติ นิปาตมตฺตํ, ยาว ขตฺติยา ขตฺติเย อวธึ กตฺวา สพฺเพ เทวมนุสฺสาติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ขตฺติยา พฺราหฺมณา’’ติอาทิ. มทปมตฺโตติ ลาภสกฺการสิโลกมเทน ปมตฺโต เจว ตทนฺวเยน ปมาเทน ปมตฺโต จ หุตฺวา.

ตทนฺวยเมวาติ ตทนุคตเมว. วาจา…เป… สเมตีติ วจีกมฺมกายกมฺมานิ อฺมฺํ อวิรุทฺธานิ, อฺทตฺถุ สํสนฺทนฺติ. อชา เอว มิคาติ อชามิคา, เต อชามิเค.

ติณฺณวิจิกิจฺโฉ สพฺพโส อติกฺกนฺตวิจิกิจฺฉากนฺตาโร. นนุ จ สพฺเพปิ โสตาปนฺนา ติณฺณวิจิกิจฺฉา, วิคตกถํกถา จ? สจฺจเมตํ, อิทํ ปน น ตาทิสํ ติณฺณวิจิกิจฺฉตํ สนฺธาย วุตฺตํ, อถ โข สพฺพสฺมึ เยฺยธมฺเม สพฺพาการาวโพธสงฺขาตสนฺนิฏฺานวเสน สพฺพโส นิรากตํ สนฺธายาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา หี’’ติ อาทิมาห. อุสฺสนฺนุสฺสนฺนตฺตาติ ปโรปรภาวโต, อยฺจ อตฺโถ ภควโต อเนกธาตุนานาธาตุาณพเลนปิ อิชฺฌติ. สพฺพตฺถ วิคตกถํกโถ สพฺพทสฺสาวิภาวโต. สพฺเพสํ ปรมตฺถธมฺมานํ สจฺจาภิสมยวเสน ปฏิวิทฺธตฺตา วุตฺตํ ‘‘โวหารวเสนา’’ติ วา นามโคตฺตาทิวเสนาติ อตฺโถ.

ปริโยสิตสงฺกปฺโปติ สพฺพโส นิฏฺิตมโนรโถ. นนุ จ อริยมคฺเคน ปริโยสิตสงฺกปฺปตา นาม โสฬสกิจฺจสิทฺธิยา กตกรณียภาเวน, น สพฺพเยฺยธมฺมาวโพเธนาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสู’’ติอาทิ. สาวกานํ สาวกปารมิาณํ วิย, หิ ปจฺเจกพุทฺธานํ ปจฺเจกโพธิาณํ วิย จ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ สพฺพฺุตฺาณํ จตุสจฺจาภิสมฺโพธปุพฺพกเมวาติ. อนนุสฺสุเตสูติ น อนุสฺสุเตสุ. สามนฺติ สยเมว. ปททฺวเยนาปิ ปรโต โฆเสน วินาติ ทสฺเสติ. ตตฺถาติ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมํ, สจฺจาภิสมฺโพธนิมิตฺตนฺติ อตฺโถ. สจฺจาภิสมฺโพโธ จ อคฺคมคฺควเสนาติ ทฏฺพฺพํ. พเลสุ จ วสีภาวนฺติ ทสนฺนํ พลาณานํ ยถารุจิ ปวตฺติ. ชาตตฺตา ชาตาติ สมฺมาสมฺพุทฺเธ วทติ.

๒๙๗. ตตฺถ ตตฺถ ราชธานิอาทิเก นิพทฺธวาสํ วสนฺโต. ตีสุ มณฺฑเลสุ ยถากาลํ จาริกํ จรนฺโต.

๒๙๘. อสฺสาติ ผลสฺส. นฺติ การณํ. ทฺวินฺนมฺปิ เอกโต อุปฺปตฺติยา การณํ นตฺถิ, ปเคว ติณฺณํ, จตุนฺนํ วาติ. ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ ‘‘เอกิสฺสา โลกธาตุยา’’ติ วุตฺตโลกธาตุยา ปมาณปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ อารทฺธํ.

ยาวตาติ ยตฺตเกน าเนน. ปริหรนฺตีติ สิเนรุํ ปริกฺขิปนฺตา ปริวตฺตนฺติ. ทิสาติ ทิสาสุ, ภุมฺมตฺเถ เอตํ ปจฺจตฺตวจนํ. ภนฺติ ทิพฺพนฺติ. วิโรจนาติ โอภาสนฺตา, วิโรจนา วา โสภมานา จนฺทิมสูริยา ภนฺติ, ตโต เอว ทิสาภนฺติ. ตาว สหสฺสธาติ ตตฺตโก สหสฺสโลโก.

เอตฺตกนฺติ อิมํ จกฺกวาฬํ มชฺเฌ กตฺวา อิมินาว สทฺธึ จกฺกวาฬํ ทสสหสฺสํ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ มหาปทานวณฺณนายํ วุตฺตเมว. น ปฺายตีติ ตีสุ ปิฏเกสุ อนาคตตฺตา.

สนงฺกุมารกถาวณฺณนา

๓๐๐. วณฺเณนาติ รูปสมฺปตฺติยา. สุวิฺเยฺยตฺตา ตํ อนามสิตฺวา ยสสทฺทสฺเสว อตฺถมาห. อลงฺการปริวาเรนาติ อลงฺกาเรน จ ปริวาเรน จ. ปุฺสิริยาติ ปุฺิทฺธิยา.

๓๐๑. สมฺปสาทเนติ สมฺปสาทชนเน. สํปุพฺโพ ขา-สทฺโท ชานนตฺโถ ‘‘สงฺขาเยตํ ปฏิเสวตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๖๘) วิยาติ อาห ‘‘ชานิตฺวา โมทามา’’ติ.

โควินฺทพฺราหฺมณวตฺถุวณฺณนา

๓๐๔. ยาว ทีฆรตฺตนฺติ ยาว ปริมาณโต, อปริมิตกาลปริทีปนเมตนฺติ อาห ‘‘เอตฺตกนฺติ…เป… อติจิรรตฺต’’นฺติ. มหาปฺโว โส ภควาติ เตน พฺรหฺมุนา อนุมติปุจฺฉาวเสน เทวานํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘มหาปฺโว โส ภควา. โนติ กถํ ตุมฺเห มฺถา’’ติ อาห. สยเมเวตํ ปฺหํ พฺยากาตุกาโม ‘‘ภูตปุพฺพํ โภ’’ติ อาทึ อาหาติ สมฺพนฺโธ. เอวํ ปน พฺยากโรนฺเตน อตฺถโต อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต นาม โหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนจฺฉริยเมต’’นฺติ อาทิมาห. ติณฺณํ มารานนฺติ กิเลสาภิสงฺขารเทวปุตฺตมารานํ. ‘‘อนจฺฉริยเมต’’นฺติ วุตฺตเมวตฺถํ นิคมนวเสน ‘‘กิเมตฺถ อจฺฉริย’’นฺติ ปุนปิ วุตฺตํ.

รฺโ ทิฏฺธมฺมิกสมฺปรายิกอตฺถานํ ปุโร ธานโต ปุเร ปุเร สํวิธานโต ปุโรหิโตติ อาห ‘‘สพฺพกิจฺจานิ อนุสาสนปุโรหิโต’’ติ. โควินฺทิยาภิเสเกนาติ โควินฺทสฺส าเน ปนาภิเสเกน. ตํ กิร ตสฺส พฺราหฺมณสฺส กุลปรมฺปราคตํ านนฺตรํ. โชติตตฺตาติ อาวุธานํ โชติตตฺตา. ปาลนสมตฺถตายาติ รฺโ, อปริมิตสฺส จ สตฺตกายสฺส อนตฺถโต ปริปาลนสมตฺถตาย.

สมฺมา โวสฺสชฺชิตฺวาติ สุฏฺุ ตสฺเสวาคารวภาเวน วิสฺสชฺชิตฺวา นิยฺยาเตตฺวา. ตํ ตมตฺถํ กิจฺจํ ปสฺสตีติ อตฺถทโส.

๓๐๕. ภวนํ วฑฺฒนํ ภโว, ภวติ เอเตนาติ วา ภโว, วฑฺฒิการณํ สนฺธิวเสน ม-การาคโม, โอ-การสฺส จ อ-การาเทสํ กตฺวา ‘‘ภวมตฺถู’’ติ วุตฺตํ. ภวนฺตํ โชติปาลนฺติ ปน สามิอตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘โภโต’’ติ. มา ปจฺจพฺยาหาสีติ มา ปฏิกฺขิปีติ อตฺโถ. โส ปน ปฏิกฺเขโป ปฏิวจนํ โหตีติ อาห ‘‘มา ปฏิพฺยาหาสี’’ติ. อภิสมฺโภสีติ กมฺมนฺตานํ สํวิธาเน สมตฺโถ โหตีติ อาห ‘‘สํวิทหิตฺวา’’ติ. ภวาภวํ, ปฺฺจ วินฺทิ ปฏิลภีติ โควินฺโท, มหนฺโต โควินฺโท มหาโควินฺโท. ‘‘โค’’ติ หิ ปฺาเยตํ อธิวจนํ คจฺฉติ อตฺเถ พุชฺฌตีติ.

รชฺชสํวิภชนวณฺณนา

๓๐๖. เอกปิติกา เวมาตุกา กนิฏฺภาตโร. อยํ อภิสิตฺโตติ อยํ เรณุ ราชกุมาโร ปิตุ อจฺจเยน รชฺเช อภิสิตฺโต. ราชการกาติ ราชปุตฺตํ รชฺเช ปติฏฺาเปตาโร.

๓๐๗. มเทนฺตีติ มทนียาติ กตฺตุสาธนตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘มทกรา’’ติ อาห. มทกรณํ ปน ปมาทสฺส วิเสสการณนฺติ วุตฺตํ ‘‘ปมาทกรา’’ติ.

๓๐๘. เรณุสฺส รชฺชสมีเป ทสคาวุตมตฺตวิตฺถตานิ หุตฺวา อปรภาเค ติโยชนสตํ วิตฺถตตฺตา สพฺพานิ ฉ รชฺชานิ สกฏมุขานิ ปฏฺเปสิ. วิตานสทิสํ จตุรสฺสภาวโต.

๓๑๐. สหาติ คาถาย ปทปริปูรณตฺถํ วุตฺตํ. ตสฺส อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เตเนว สหา’’ติ อาห. สหาติ วา อวินาภาวตฺเถ นิปาโต, โส สห อาสุํ สตฺต ภารธาติ โยเชตพฺโพ, เตน เต เทสนฺตเร วสนฺตา วิจิตฺเตน สหภาวิโน อวินาภาวิโนติ ทีเปติ. รชฺชภารํ ธาเรนฺติ อตฺตนิ อาโรเปนฺติ วหนฺตีติ ภารธา.

ปมภาณวารวณฺณนา นิฏฺิตา.

กิตฺติสทฺทอพฺภุคฺคมนวณฺณนา

๓๑๑. อนุปุโรหิเต เปสีติ อนุปุโรหิเต กตฺวา เปสิ, อนุปุโรหิเต วา าเน เปสิ. ติสวนํ กโรนฺเต สนฺธาย ‘‘ทิวสสฺส ติกฺขตฺตุ’’นฺติ วุตฺตํ. ทฺวีสุ สนฺธีสุ สวนํ กโรนฺเต สนฺธาย ‘‘สายํ, ปาโต วา’’ติ วุตฺตํ. ตโต ปฏฺายาติ วตจริยํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา นฺหาตกาลโต ปภุติ.

๓๑๒. อภิอุคฺคจฺฉีติ อุฏฺหิ อุทปาทิ. อจินฺเตตฺวาติ ‘‘กถํ โข อหํ พฺรหฺมุนา สทฺธึ มนฺเตยฺย’’นฺติ อจินฺเตตฺวา เอวํ จิตฺตมฺปิ อนุปฺปาเทตฺวา. เตน สมาคมนสฺเสว อภาวโต อมนฺเตตฺวา. ตํ ทิสฺวาติ ตํ กรุณาพฺรหฺมวิหารภาวนํ พฺรหฺมทสฺสนูปายํ ทิสฺวา าณจกฺขุนา.

๓๑๓. เอวนฺติ เอวํ รฺโ อาโรเจตฺวา ปฏิสลฺลานํ อุปคเต. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ ฉนฺนํ ขตฺติยานํ, สตฺตนฺนํ พฺราหฺมณมหาสาลานํ, สตฺตนฺนํ นาฏกสตานํ, จตฺตารีสาย จ ภริยานํ อาปุจฺฉนวาเรสุ.

๓๑๖. สาทิสิโยติ ชาติยา สาทิสิโยติ อาห ‘‘สมวณฺณา สมชาติกา’’ติ.

๓๑๗. สนฺถาคารนฺติ ฌานมนสิกาเรน พหิ วิสฏวิตกฺกวูปสมเนน จิตฺตสฺส สนฺถมฺภนํ อคารํ, ฌานสาลนฺติ อตฺโถ. คหิตาวาติ ภาวนานุโยเคน มหาสตฺเตน อตฺตโน จิตฺตสนฺตาเน อุปฺปาทนวเสน คหิตา เอว. นตฺถิ ฌาเนเนว วิกฺขมฺภิตตฺตา. วิเสสโต หิสฺส กรุณาย ภาวิตตฺตา อนภิรติ อุกฺกณฺนา นตฺถิ, เมตฺตาย ภาวิตตฺตา ภยปริตสฺสนา นตฺถิ. อุกฺกณฺนาติ ปน พฺรหฺมทสฺสเน อุสฺสุกฺกํ, ปริตสฺสนาติ ตทภิปตฺถนาติ อาห ‘‘พฺรหฺมุโน ปนา’’ติอาทิ.

พฺรหฺมุนาสากจฺฉาวณฺณนา

๓๑๘. จิตฺตุตฺราโสติ จิตฺตสฺส อุตฺราสนมตฺตํ. กถนฺติ สตฺตนิกายนิวาสฏฺานนามโคตฺตาทีนํ วเสน เกน ปกาเรน. เตนาห ‘‘กิ’’นฺติอาทิ.

โสติ เย เต ปนกนสนนฺตพนฺธสตนสนงฺกุมารกาลนามกา โลเก ปากฏา ปฺาตา พฺรหฺมาโน, เตสุ สนงฺกุมาโร นามาหนฺติ ทสฺเสติ.

อคฺฆนฺติ ครุฏฺานิยานํ ทาตพฺพํอาหารํ. มธุสากนฺติ มธุราหารํ, ยํ กิฺจิ อติถิโน ทาตพฺพํ อาหารํ อุปจารวเสน เอวํ วทติ. เตนาห ‘‘มธุสากํ ปนา’’ติอาทิ. ปุจฺฉามาติ นิมนฺตนวเสน ปุจฺฉาม.

๓๑๙. มหาสตฺโต จตฺตาโร พฺรหฺมวิหาเร ภาเวตฺวา ิโตปิ เตสุ ‘‘พฺรหฺมสหพฺยตาย มคฺโค’’ติ อนิพฺเพมติกตาย ‘‘กงฺขี’’ติ อโวจ. เกจิ ปน ‘‘ตโปกมฺเมน ปริกฺขีณสรีรตาย, พฺรหฺมสมาคเมน ภยาทิสมุปฺปตฺติยา จ ปฏิลทฺธมตฺเตหิ พฺรหฺมวิหาเรหิ ปริหีโน อโหสิ, ตสฺมา อวิกฺขมฺภิตวิจิกิจฺฉตาย ‘กงฺขี’ติ อโวจา’’ติ วทนฺติ. ปรสฺส เวทิยา วิทิตา ปรเวทิยา, เต ปน ตสฺส ปากฏา วิภูตาติ อาห ‘‘ปรสฺส ปากเฏสุ ปรเวทิเยสู’’ติ. ตตฺถ การณมาห ‘‘ปเรน สยํ อภิสงฺขตตฺตา’’ติ. มมาติ กมฺมํ มมํกาโร, มมตฺตนฺติ อาห ‘‘อิทํ มม…เป… ตณฺห’’นฺติ. ‘‘มม’’นฺติ กโรติ เอเตนาติ หิ มมํกาโร, ตถาปวตฺตา ตณฺหา. มนุเชสูติ นิทฺธารเณ ภุมฺมํ, น วิสเยติ อาห ‘‘มนุเชสุ โย โกจี’’ติ. ‘‘เอโกทิภูโต’’ติ ปทสฺส ภาวตฺถํ ตาว ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกีภูโต’’ติ วตฺวา ปุน ตํ วิวรนฺโต ‘‘เอโก ติฏฺนฺโต เอโก นิสีทนฺโต’’ติ อาห. ตาทิโสติ เอโก หุตฺวา ปวตฺตนโก. ภูโตติ ชาโต. ฌาเน อธิมุตฺติ นาม ตสฺมึ นิพฺพตฺติเต, อนิพฺพตฺติเต กุโต อธิมุตฺตีติ อาห ‘‘ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวาติ อตฺโถ’’ติ. วิสฺสคนฺโธ นาม โกธาทิกิเลสปริภาวนาติ เตสํ วิกฺขมฺภเนน วิสฺสคนฺธวิรหิโต. เอเตสุ ธมฺเมสูติ ปพฺพชฺชานํ วิเวกวาสกรุณาพฺรหฺมวิหาราทิธมฺเมสุ.

๓๒๐. อวิทฺวาติ น วิทิตวา. อาวริตาติ กุสลานํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมานํ อุปฺปตฺตินิวารเณน อาวริตา. ปูติกาติ พฺยาปนฺนจิตฺตตาทินา ปูติภูตา. กิเลสวเสน ทุคฺคนฺธํ วิสฺสคนฺธํ วายติ. นิรยาทิอปาเยสุ นิพฺพตฺตนสีลตาย อาปายิกาติ อาห ‘‘อปายูปคา’’ติ. โจราทีหิ อุปทฺทุตสฺส ปวิสิตุกามสฺส ปาการกวาฏปริขาทีหิ วิย นครํ โกธาทีหิ นิวุโต ปิหิโต พฺรหฺมโลโก อสฺสาติ นิวุตพฺรหฺมโลโก. ปุจฺฉติ ‘‘เกนาวฏา’’ติ วทนฺโต.

มุสาวาโทว โมสวชฺชํ ยถา ภิสกฺกเมว เภสชฺชํ. กุชฺฌนํ ทุสฺสนํ. ทิฏฺาทีสุ อทิฏฺาทิวาทิตาวเสน ปเรสํ วิสํวาทนํ ปรวิสํวาทนํ. สทิสํ ปติรูปํ ทสฺเสตฺวา ปโลภนํ สทิสํ ทสฺเสตฺวา วฺจนํ. มิตฺตานํ วิหึสนํ เมตฺติเภโท มิตฺตทุพฺภนํ. ทฬฺหมจฺฉริตา ถทฺธมจฺฉริยํ. อตฺตนิ วิชฺชมานํ นิหีนตํ, สทิสตํ วา อติกฺกมิตฺวา มฺนํ. ปเรสํ สมฺปตฺติยา อสหนํ ขียนํ. อตฺตสมฺปตฺติยา นิคูหนวเสน, ปเรหิ สาธารณภาวาสหนวเสน จ วิวิธา อิจฺฉา รุจิ เอตสฺสาติ วิวิจฺฉา. กทริยตาย มุทุกํ มจฺฉริยํ. ยตฺถ กตฺถจีติ สกสนฺตเก, ปรสนฺตเก, หีนาติเก จาติ ยตฺถ กตฺถจิ อารมฺมเณ. ลุพฺภนํ อารมฺมณสฺส คหณํ อภิคิชฺฌนํ. มชฺชนํ เสยฺยาทิวเสน มทนํ สมฺปคฺคโห. มุยฺหนํ อารมฺมณสฺส อนวโพโธ. เอเตสูติ เอเตสุ ยถาวุตฺเตสุ โกธาทีสุ สตฺตสนฺตานสฺส กิลิสฺสนโต วิพาธนโต, อุปตาปนโต จ กิเลสสฺิเตสุ ปาปธมฺเมสุ. ยุตฺตา ปยุตฺตา สมฺปยุตฺตา อวิรหิตา.

เอตฺถ จายํ พฺรหฺมา มหาสตฺเตน อามคนฺเธ สุปุฏฺโ อตฺตโน ยถาอุปฏฺิเต ปาปธมฺเม จุทฺทสหิ ปเทหิ วิภชิตฺวา กเถสิ, เต ปน ตาทิสํ ปวตฺติวิเสสํ อุปาทาย วุตฺตาปิ เกจิ ปุน วุตฺตา, อามคนฺธสุตฺเต (สุ. นิ. ๒๔๒) ปน วุตฺตาปิ เกจิ อิธ สพฺพโส น วุตฺตา, เอวํ สนฺเตปิ ลกฺขณหารนเยน, ตเทกฏฺตาย วา เตสํ เปตฺถ สงฺคโห ทฏฺพฺโพ. เตนาห ‘‘อิทํ ปน สุตฺต’’นฺติอาทิ. ตตฺถ อามคนฺธสุตฺเตน ทีเปตฺวาติ อิธ สรูปโต อวุตฺเต อามคนฺเธปิ วุตฺเตหิ เอกลกฺขณตาทินา อามคนฺธสุตฺเตน ปกาเสตฺวา กเถตพฺพํ ตตฺถ เนสํ สรูปโต กถิตตฺตา. อามคนฺธสุตฺตมฺปิ อิมินา ทีเปตพฺพํ อิธ วุตฺตานมฺปิ เกสฺจิ อามคนฺธานํ ตตฺถ อวุตฺตภาวโต. ยสฺมา อามคนฺธสุตฺเต วุตฺตาปิ อามคนฺธา อตฺถโต อิธ สงฺคหํ สโมสรณํ คจฺฉนฺติ, ตสฺมา อิธ วุตฺเต ปริหรณวเสน ทสฺเสนฺเตน ยสฺมา เจตฺถ เกจิ อภิธมฺมนเยน อกิเลสสภาวาปิ สตฺตสนฺตานสฺส วิพาธนฏฺเน ‘‘กิเลสา’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหนฺติ, ตสฺมา ‘‘จุทฺทสสุ กิเลเสสู’’ติ วุตฺตํ.

นิมฺมาทํ มิลาปนํ เขปนนฺติ อาห ‘‘นิมฺมาเทตพฺพา ปหาตพฺพา’’ติ. พุทฺธตนฺตีติ พุทฺธภาวีนํ ปเวณี, พุทฺธภาวิโนปิ ‘‘พุทฺธา’’ติ วุจฺจนฺติ ยถา ‘‘อคมา ราชคหํ พุทฺโธ’’ติ. มหาปุริสสฺส ทฬฺหีกมฺมํ กตฺวาติ มหาปุริสสฺส ‘‘ปพฺพชิสฺสามห’’นฺติ ปวตฺตจิตฺตุปฺปาทสฺส ทฬฺหีกมฺมํ กตฺวา.

เรณุราชอามนฺตนาวณฺณนา

๓๒๑. มม มนํ หริตฺวาติ มม จิตฺตํ อปเนตฺวา ตสฺส วเสน อวตฺติตฺวา.

เอกีภาวํ อุปคนฺตฺวา วุตฺถสฺสาติ กายวิเวกปริพฺรูหเนน เอกีภาวํ อุปคนฺตฺวา ตโปกมฺมวเสน วุตฺถสฺส. กุสปตฺเตหิ ปริตฺถโตติ พริหิเสหิ เวทิยา สมนฺตโต สนฺถริโต. อกาโจติ วโณ วณสทิสขณฺฑิจฺจวิรหิโต. เตนาห ‘‘อกกฺกโส’’ติ.

ฉขตฺติยอามนฺตนาวณฺณนา

๓๒๒. สิกฺเขยฺยามาติ สิกฺขาเปยฺยาม, สิกฺขาปนฺเจตฺถ อตฺถิภาวาปาทนนฺติ อาห ‘‘อุปลาเปยฺยามา’’ติ.

๓๒๓. ยสฺส วีริยารมฺภสฺส, ขนฺติพลสฺส จ อภาเวน ปพฺพชิตานํ สมณธมฺโม ปริปุณฺโณ, ปริสุทฺโธ จ น โหติ, เตสุ วีริยารมฺภขนฺติพเลสุ เต เต นิโยเชตุํ ‘‘อารมฺภวฺโห’’ติอาทิ วุตฺตํ.

กรุณาฌานมคฺโคติ กรุณาฌานสงฺขาโต มคฺโค. อุชุมคฺโคติ พฺรหฺมโลกคมเน อุชุภูโต มคฺโค. อนุตฺตโรติ เสฏฺโ พฺรหฺมวิหารสภาวโต. เตนาห ‘‘อุตฺตมมคฺโค นามา’’ติ. สพฺภิ รกฺขิโต สาธูหิ ยถา ปริหานิ น โหติ, เอวํ ปฏิปกฺขทูรีกรเณน รกฺขิโต โคปิโต. ‘‘สทฺธมฺโม สพฺภิ วกฺขิโต’’ติ เกจิ ปนฺติ, เตสํ สปรหิตสาธเนน สาธูหิ พุทฺธาทีหิ กถิโต ปเวทิโตติ อตฺโถ.

ตงฺขณวิทฺธํสนธมฺมนฺติ ยสฺมึ ขเณ วิโรธิธมฺมสมาโยโค, ตสฺมึเยว ขเณ วินสฺสนสภาวํ, โย วา โส คมนสฺสาทานํ เทวปุตฺตานํ เหฏฺุปริเยน ปฏิมุขํ ธาวนฺตานํ สิรสิ, ปาเท จ พทฺธขุรธาราสมาคมนโตปิ สีฆตรตาย อติอิตฺตโร ปวตฺติกฺขโณ, เตเนว วินสฺสนสภาวํ. ตสฺส ชีวิตสฺส. คตินฺติ นิฏฺํ. มนฺตายนฺติ มนฺเตยฺยนฺติ วุตฺตํ โหตีติ อาห ‘‘มนฺเตตพฺพ’’นฺติ. กรณตฺเถ วา ภุมฺมนฺติ ‘‘มนฺตาย’’นฺติ อิทํ ภุมฺมํ กรณตฺเถ ทฏฺพฺพํ ยถา ‘‘าตาย’’นฺติ. สพฺพปลิโพเธติ สพฺเพปิ กุสลกิริยาย วิพนฺเธ อุปโรเธ.

พฺราหฺมณมหาสาลาทีนํ อามนฺตนาวณฺณนา

๓๒๔. อปฺเปสกฺขาติ อปฺปานุภาวาติ อาห ‘‘ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺายา’’ติอาทิ.

จกฺกวตฺติ ราชา วิย สมฺภาวิโต.

มหาโควินฺทปพฺพชฺชาวณฺณนา

๓๒๘. สมาปตฺตีนํ อาชานนํ นาม อตฺตปจฺจกฺขตา, สจฺฉิกิริยาติ อาห ‘‘น สกฺขึสุ นิพฺพตฺเตตุ’’นฺติ.

๓๒๙. อิมินาติ ‘‘สรามห’’นฺติ อิมินา ปเทน. ‘‘สรามห’’นฺติ หิ วทนฺเตน ภควโต มหาพฺรหฺมุนา กถิตํ ‘‘ตเถว ต’’นฺติ ภควตา ปฏิฺาตเมว ชาตนฺติ. น วฏฺเฏ นิพฺพินฺทนตฺถาย จตุสจฺจกมฺมฏฺานกถาย อภาวโต. อสติ ปน วฏฺเฏ นิพฺพิทาย วิราคานํ อสมฺภโว เอวาติ อาห ‘‘น วิราคายา’’ติอาทิ. เอกนฺตเมว วฏฺเฏ นิพฺพินฺทนตฺถาย อเนกาการโวการวฏฺเฏ อาทีนววิภาวนโต.

‘‘นิพฺพิทายา’’ติ อิมินา ปเทน วิปสฺสนา วุตฺตา. เอส นโย เสเสสุปิ. ววตฺถานกถาติ วิปสฺสนามคฺคนิพฺพานานํ ตํตํปเทหิ ววตฺถเปตฺวา กถา. อยเมตฺถ นิปฺปริยายกถาติ อาห ‘‘ปริยาเยน ปนา’’ติอาทิ.

๓๓๐. ปริปูเรตุนฺติ ภาวนาปาริปูริวเสน ปริปุณฺเณ กาตุํ, นิพฺพตฺเตตุนฺติ อตฺโถ. พฺรหฺมจริยจิณฺณกุลปุตฺตานนฺติ จิณฺณมคฺคพฺรหฺมจริยานํ กุลปุตฺตานนฺติ อุกฺกฏฺนิทฺเทเสน อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺเปสิ.

อภินนฺทนํ นาม สมฺปฏิจฺฉนํ ‘‘อภินนฺทนฺติ อาคต’’นฺติอาทีสุ วิย, ตฺเจตฺถ อตฺถโต จิตฺตสฺส อตฺตมนตาติ อาห ‘‘จิตฺเตน สมฺปฏิจฺฉนฺโต อภินนฺทิตฺวา’’ติ. ‘‘สาธุ สาธู’’ติ วาจาย สมฺปหํสนา อนุโมทนาติ อาห ‘‘วาจาย สมฺปหํสมาโน อนุโมทิตฺวา’’ติ.

มหาโควินฺทสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.

๗. มหาสมยสุตฺตวณฺณนา

นิทานวณฺณนา

๓๓๑. อุทานนฺติ รฺา โอกฺกาเกน ชาติสมฺเภทปริหารนิมิตฺตํ ปวตฺติตํ อุทานํ ปฏิจฺจ. เอโกปิ ชนปโท รุฬฺหิสทฺเทน ‘‘สกฺกา’’ติ วุจฺจตีติ เอตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ มหานิทานวณฺณนายํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. อโรปิเตติ เกนจิ อโรปิเต.

อาวรเณนาติ เสตุนา. พนฺธาเปตฺวาติ ปํสุปลาสปาสาณมตฺติกาขณฺฑาทีหิ อาฬึ ถิรํ การาเปตฺวา.

‘‘ชาตึ ฆฏฺเฏตฺวา กลหํ วฑฺฒยึสู’’ติ สงฺเขเปน วุตฺตมตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘โกลิยกมฺมกรา วทนฺตี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ตีณิ ชาตกานีติ ผนฺทนชาตกปถวีอุนฺทฺริยชาตกลฏุกิกชาตกานิ ทฺเว ชาตกานีติ รุกฺขธมฺม วฏฺฏกชาตกานิ.

เตนาติ ภควตา. กลหการณภาโวติ กลหการณสฺส อตฺถิภาโว.

อฏฺาเนติ อการเณ. เวรํ กตฺวาติ วิโรธํ อุปฺปาเทตฺวา. ‘‘กุาริหตฺโถ ปุริโส’’ติอาทินา ผนฺทนชาตกํ กเถสิ. ‘‘ทุทฺทุภายติ ภทฺทนฺเต’’ติอาทินา ปถวีอุนฺทฺริยชาตกํ กเถสิ. ‘‘วนฺทามิ ตํ กุฺชรา’’ติอาทินา ลฏุกิกชาตกํ กเถสิ.

‘‘สาธู สมฺพหุลา าตี; อปิ รุกฺขา อรฺชา;

วาโต วหติ เอกฏฺํ, พฺรหนฺตมฺปิ วนปฺปติ’’นฺติ. –

อาทินา รุกฺขธมฺมชาตกํ กเถสิ.

‘‘สมฺโมทมานา คจฺฉนฺติ, ชาลํ อาทาย ปกฺขิโน;

ยทา เต วิวทิสฺสนฺติ, ตทา เอหินฺติ เม วส’’นฺติ. –

อาทินา วฏฺฏกชาตกํ กเถสิ.

‘‘อตฺตทณฺฑา ภยํ ชาตํ, ชนํ ปสฺสถ เมธคํ;

สํเวคํ กิตฺตยิสฺสามิ, ยถา สํวิชิตํ มยา’’ติ. (สุ. นิ. ๑.๙๔๑);

อาทินา อตฺตทณฺฑสุตฺตํ กเถสิ.

ตํตํปโลภนกิริยา กายวาจาหิ ปรกฺกมนฺติโย ‘‘อุกฺกณฺนฺตู’’ติ สาสนํ เปเสนฺติ.

กุณาลทเหติ กุณาลทหตีเร ปติฏฺาย. ปุจฺฉิตปุจฺฉิตํ กเถสิ (ชา. ๒.กุณาลชาตก) ‘‘อนุกฺกเมน กุณาลสกุณราชสฺส ปุจฺฉนปฺปสงฺเคน กุณาลชาตกํ กเถสฺสามี’’ติ. อนภิรตึ วิโนเทสิ อิตฺถีนํ โทสทสฺสนมุเขน กามานํ อาทีนโวการสํกิเลสวิภาวเนน.

โกสชฺชํ วิธมิตฺวา ปุริสถามปริพฺรูหเนน ‘‘อุตฺตมปุริสสทิเสหิ โน ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ อุปฺปนฺนจิตฺตา.

อวิสฺสฏฺกมฺมนฺตาติ อรติวิโนทนโต ปฏฺาย อวิสฺสฏฺสมณกมฺมนฺตา, อปริจตฺตกมฺมฏฺานาติ อตฺโถ. นิสีทิตุํ วฏฺฏตีติ ภควา จินฺเตสีติ โยชนา.

ปทุมินิยนฺติ ปทุมสฺสเร. วิกสึสุ คุณคณวิโพเธน. ‘‘อยํ อิมสฺส…เป… น กเถสี’’ติ อิมินา สพฺเพปิ เต ภิกฺขู ตาวเทว ปฏิปาฏิยา อาคตตฺตา อฺมฺสฺส ลชฺชมานา อตฺตนา ปฏิวิทฺธวิเสสํ ภควโต นาโรเจสุนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘ขีณาสวาน’’นฺติอาทินา ตตฺถ การณมาห.

โอสีทมตฺเตติ ภควโต สนฺติกํ อุปคตมตฺเต. อริยมณฺฑเลติ อริยสมูเห. ปาจีนยุคนฺธรปริกฺเขปโตติ ยุคนฺธรปพฺพตสฺส ปาจีนปริกฺเขปโต, น พาหิรเกหิ อุจฺจมานอุทยปพฺพตโต. รามเณยฺยกทสฺสนตฺถนฺติ พุทฺธุปฺปาทปฏิมณฺฑิตตฺตา วิเสสโต รมณียสฺส โลกสฺส รมณียภาวทสฺสนตฺถํ. อุลฺลงฺฆิตฺวาติ อุฏฺหิตฺวา. เอวรูเป ขเณ ลเย มุหุตฺเตติ ยถาวุตฺเต จนฺทมณฺฑลสฺส อุฏฺิตกฺขเณ อุฏฺิตเวลายํ อุฏฺิตมุหุตฺเตติ อุปรูปริ กาลสฺส วฑฺฒิตภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ.

ตถา เตสํ ภิกฺขูนํ ชาติอาทิวเสน ภควโต อนุรูปปริวาริตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถา’’ติ อาทิมาห.

สมาปนฺนเทวตาติ อาสนฺนฏฺาเน ฌานสมาปตฺติ สมาปนฺนเทวตา. จลึสูติ อุฏฺหึสุ. โกสมตฺตํ านํ สทฺทนฺตรํ. ชมฺพุทีเป กิร อาทิโต เตสฏฺิมตฺตานิ นครสหสฺสานิ อุปฺปนฺนานิ, ตถา ทุติยํ, ตถา ตติยํ, ตํ สนฺธายาห ‘‘ติกฺขตฺตุํ เตสฏฺิยา นครสหสฺเสสู’’ติ. เต ปน สมฺปิณฺเฑตฺวา สตสหสฺสโต ปรํ อสีติสหสฺสานิ, นวสหสฺสานิ จ โหนฺติ. นวนวุติยา โทณมุขสตสหสฺเสสูติ นวสตสหสฺสาธิเกสุ นวุติสตสหสฺเสสุ โทณมุเขสุ. โทณมุขนฺติ จ มหานครสฺส อายุปฺปตฺติฏฺานภูตํ ปาทนครํ วุจฺจติ. ฉนฺนวุติยา ปฏฺฏนโกฏิสตสหสฺเสสูติ ฉโกฏิอธิกนวุติโกฏิสตสหสฺสปฏฺฏเนสุ. ตมฺพปณฺณิทีปาทีสุ ฉปณฺณาสาย รตนากเรสุ. เอวํ ปน นครโทณิมุขปฏฺฏนรตนากราทิวิภาเคน กถนํ ตํตํอธิวตฺถาย วสนฺตีนํ เทวตานํ พหุภาวทสฺสนตฺถํ. ยทิ ทสสหสฺสจกฺกวาเฬสุ เทวตา สนฺนิปติตา, อถ กสฺมา ปาฬิยํ ‘‘ทสหิ จ โลกธาตูหี’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ทสสหสฺส…เป… อธิปฺเปตา’’ติ, เตน สหสฺสิโลกธาตุ อิธ ‘‘เอกา โลกธาตู’’ติ วุตฺตาติ เวทิตพฺพํ.

โลหปาสาเทติ อาทิโต กเต โลหปาสาเท. พฺรหฺมโลเกติ เหฏฺิเม พฺรหฺมโลเก. ยทิ ตา เทวตา เอวํ นิรนฺตรา, ปจฺฉา อาคตานํ โอกาโส เอว น ภเวยฺยาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ยถา โข ปนา’’ติอาทิ. สุทฺธาวาสกายํ อุปปนฺนา สุทฺธาวาสกายิกา, ตาสํ ปน ยสฺมา สุทฺธาวาสภูมิ นิวาสฏฺานํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สุทฺธาวาสวาสีน’’นฺติ. อาวาสาติ อาวาสนฏฺานภูตา, เทวตา ปน โอรมฺภาคิยานํ, อิตเรสฺจ สํโยชนานํ สมุจฺฉินฺทเนน สุทฺโธ อาวาโส เอเตสนฺติ สุทฺธาวาสา.

๓๓๒. ปุรตฺถิมจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ โอตริ อฺตฺถ โอกาสํ อลภมาโน. เอวํ เสสาปิ. พุทฺธานํ อภิมุขมคฺโค พุทฺธวีถิ. ยาว จกฺกวาฬา โอตฺถริตุํ โอวริตุํ น สกฺกา. ปหฏพุทฺธวีถิยาวาติ พุทฺธานํ สนฺติกํ อุปสงฺกมนฺเตหิ เตหิ เทวพฺรหฺเมหิ วฬฺชิตวีถิยาว. สมิติ สงฺคติ สนฺนิปาโต สมโย, มหนฺโต สมโย มหาสมโยติ อาห ‘‘มหาสมูโห’’ติ. ปวทฺธํ วนํ ปวนนฺติ อาห ‘‘วนสณฺโฑ’’ติ. เทวฆฏาติ เทวสมูหา.

สมาทหํสูติ สมาทหิตํ โลกุตฺตรสมาธินา สุฏฺุ อปฺปิตํ อกํสุ, ยถาสมาหิตํ ปน สมาธินา โยชิตํ นาม โหตีติ วุตฺตํ ‘‘สมาธินา โยเชสุ’’นฺติ. สพฺเพสํ โคมุตฺตวงฺกาทีนํ ทูรสมูหนิตตฺตา สพฺเพ…เป… อกรึสุ. นยติ อสฺเส เอเตหีติ เนตฺตานิ, โยตฺตานิ. อวีถิปฏิปนฺนานํ อสฺสานํ วีถิปฏิปาทนํ รสฺมิคฺคหเณน ปโหตีติ ‘‘สพฺพโยตฺตานิ คเหตฺวา อโจเทนฺโต’’ติ วตฺวา ตํ ปน อโจทนํ อวารณํ เอวาติ อาห ‘‘อโจเทนฺโต อวาเรนฺโต’’ติ.

ยถา ขีลํ ภิตฺติยํ วา ภูมิยํ วา อาโกฏิตํ ทุนฺนีหรณํ, ยถา จ ปลิฆํ นครปฺปเวสนิวารณํ, ยถา จ อินฺทขีลํ คมฺภีรเนมิ สุนิขาตํ ทุนฺนีหรณํ, เอวํ ราคาทโย สตฺตสนฺตานโต ทุนฺนีหรณา, นิพฺพานนครปฺปเวสนิวารณา จาติ เต ‘‘ขีลํ, ปลิฆํ, อินฺทขีล’’นฺติ จ วุตฺตา. ตณฺหาเอชาย อภาเวน อเนชา ปรมสนฺตุฏฺภาเวน จาตุทฺทิสตฺตา อปฺปฏิหตจาริกํ จรนฺติ.

คตาเสติ คตา เอว, น ปน คมิสฺสนฺติ ปรินิฏฺิตสรณคมนตฺตาติ. โลกุตฺตรสรณคมนํ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘นิพฺเพมติกสรณคมเนน คตา’’ติ. เต หิ นิยเมน อปายภูมึ น คมิสฺสนฺติ, เทวกายฺจ ปริปูเรสฺสนฺติ. เย ปน โลกิเยน สรณคมเนน พุทฺธํ สรณํ คตาเส, น เต คมิสฺสนฺติ อปายภูมึ, สติ จ ปจฺจยนฺตรสมวาเย ปหาย มานุสํ เทหํ, เทวกายํ ปริปูเรสฺสนฺตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ.

เทวตาสนฺนิปาตวณฺณนา

๓๓๓. เอเตสนฺติ เทวตาสนฺนิปาตานํ. อิทานีติ อิมสฺมึ กาเล. พุทฺธานนฺติ อฺเสํ พุทฺธานํ อภาวา. จิตฺตกลฺลตา จิตฺตมทฺทวํ.

กึ ปน ภควตาว มหนฺเต เทวตาสมาคเม เตสํ นามโคตฺตํ กเถตุํ สกฺกาติ? อาม สกฺกาติ ทสฺเสตุํ ‘‘พุทฺธา นาม มหนฺตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ทิฏฺนฺติ รูปายตนมาห, สุตนฺติ สทฺทายตนํ, มุตนฺติ สมฺปตฺตคฺคาหิอินฺทฺริยวิสยํ คนฺธรสโผฏฺพฺพายตนํ, วิฺาตนฺติ วุตฺตาวเสสํ สพฺพํ เยฺยํ, ปตฺตนฺติ ปริเยสิตฺวา, อปริเยสิตฺวา วา สมฺปตฺตํ, ปริเยสิตนฺติ ปตฺตํ, อปฺปตฺตํ วา ปริยิฏฺํ. อนุวิจริตํ มนสาติ เกวลํ มนสา อาโลจิตํ. กตฺถจิ นีลาทิวเสน วิภตฺตรูปารมฺมเณติ อภิธมฺเม (ธ. ส. ๖๑๕) ‘‘นีลํ ปีตก’’นฺติอาทินา วิภตฺเต ยตฺถ กตฺถจิ รูปารมฺมเณ กิฺจิ รูปารมฺมณํ วา น อตฺถีติ โยชนา. เภริสทฺทาทิวเสนาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. นฺติ ยํ อารมฺมณํ. เอเตสนฺติ พุทฺธานํ.

อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ ปาฬิยา สมตฺเถตุํ ‘‘ยถาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตทา ชานนกิริยาย อปริโยสิตภาวทสฺสนตฺถํ ‘‘ชานามี’’ติ วตฺวา ยสฺมา ยํ กิฺจิ เนยฺยํ นาม, สพฺพํ ตํ ภควตา อฺาตํ นาม นตฺถิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ตมหํ อพฺภฺาสิ’’นฺติ.

น โอโลเกนฺติ ปโยชนาภาวโต. วิปรีตา ‘‘น กมฺมาวรเณน สมนฺนาคตา’’ติอาทินา นเยน วุตฺตา. ‘‘ยสฺส มงฺคลา สมูหตา’’ติ (สุ. นิ. ๓๖๒) อารภิตฺวา ‘‘ราคํ วินเยถ มานุเสสุ ทิพฺเพสุ กาเมสุ จา’’ติอาทินา (สุ. นิ. ๓๖๓) จ ราคนิคฺคหกถาพาหุลฺลโต สมฺมาปริพฺพาชนียสุตฺตํ ราคจริตานํ สปฺปายํ, ‘‘ปิยมปฺปิยภูตา กลห วิวาทา ปริเทวโสกา สหมจฺฉรา จา’’ติอาทินา (สุ. นิ. ๘๖๙; มหานิ. ๙๘) กลหาทโย ยโต โทสโต สมุฏฺหนฺติ, โส จ โทโส ยโต ปิยภาวโต, โส จ ปิยภาโว ยโต ฉนฺทโต สมุฏฺหนฺติ, อิติ ผลโต, การณปรมฺปรโต จ โทเส อาทีนววิภาวนพาหุลฺลโต กลหวิวาทสุตฺตํ (สุ. นิ. ๘๖๙; มหานิ. ๙๘) โทสจริตานํ สปฺปายํ –

‘‘อปฺปฺหิ เอตํ น อลํ สมาย,

ทุเว วิวาทสฺส ผลานิ พฺรูมิ;

เอตมฺปิ ทิสฺวา น วิวาทเยถ,

เขมาภิปสฺสํ อวิวาทภูมิ’’นฺติ. (สุ. นิ. ๙๐๒; มหานิ. ๑๓๑) –

อาทินา นเยน สมฺโมหวิธมนโต, ปฺาปริพฺรูหนโต จ มหาพฺยูหสุตฺตํ โมหจริตานํ สปฺปายํ –

‘‘ปรสฺส เจ ธมฺมํ อนานุชานํ,

พาโล, มโค โหติ นิหีนปฺโ;

สพฺเพว พาลา สุนิหีนปฺา,

สพฺเพวิเม ทิฏฺิปริพฺพสานา’’ติ. (สุ. นิ. ๘๘๖; มหานิ. ๑๑๕) –

อาทินา นเยน สนฺทิฏฺิปรามาสิตาปนยนมุเขน สวิสเยสุ ทิฏฺิคฺคหเณสุ วิสฏวิตกฺกวิจฺฉินฺทนวเสน ปวตฺตตฺตา จูฬพฺยูหสุตฺตํ วิตกฺกจริตานํ สปฺปายํ –

‘‘มูลํ ปปฺจสงฺขาย (อิติ ภควา),

มนฺตา อสฺมีติ สพฺพํ อุปรุนฺเธ;

ยา กาจิ ตณฺหา อชฺฌตฺตํ,

ตาสํ วินยา สทา สโต สิกฺเข’’ติ. (สุ. นิ. ๙๒๒; มหานิ. ๑๕๑) –

ปปฺจสงฺขาย มูลํ อวิชฺชาทิกิเลสชาตํ อสฺมีติ ปวตฺตมานฺจาติ สพฺพํ มนฺตา ปฺาย อุปรุนฺเธยฺย. ยา กาจิ อชฺฌตฺตํ รูปตณฺหาทิเภทา ตณฺหา อุปฺปชฺเชยฺย, ตาสํ วินยา วูปสมาย สทา สโต อุปฏฺิตสฺสติ หุตฺวา สิกฺเขยฺยาติ เอวมาทิ อุปเทสสฺส สทฺโธว ภาชนํ. ตสฺส หิ โส อตฺถาวโหติ ตุวฏฺฏกสุตฺตํ สทฺธาจริตานํ สปฺปายํ –

‘‘วีตตณฺโห ปุรา เภทา (อิติ ภควา),

ปุพฺพมนฺตมนิสฺสิโต;

เวมชฺเฌ นุปสงฺเขยฺโย,

ตสฺส นตฺถิ ปุรกฺขต’’นฺติ. (สุ. นิ. ๘๕๕; มหานิ. ๘๔) –

โย สรีรเภทโต ปุพฺเพว ปหีนตณฺโห, ตโต เอว อตีตทฺธสฺิตํ ปุริมโกฏฺาสํ ตณฺหานิสฺสเยน อนิสฺสิโต, เวมชฺเฌ ปจฺจุปฺปนฺเนปิ อทฺธนิ ‘‘รตฺโต’’ติอาทินา อุปสงฺขาตพฺโพ, ตสฺส อรหโต ตณฺหาทิฏฺิปุรกฺขารานํ อภาวา อนาคเต อทฺธนิ กิฺจิ ปุรกฺขตํ นตฺถีติ อาทินา เอวํ คมฺภีรกถาพาหุลฺลโต ปูราเภทสุตฺตํ (สุ. นิ. ๘๕๕; มหานิ. ๘๔) พุทฺธิจริตานํ สปฺปายนฺติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘อถ เนสํ สปฺปายํ …เป… ววตฺถเปตฺวา’’ติ. มนสากาสีติ เอวํ จริยาย วเสน มนสิ กตฺวา ปุน ตํ สทิสํ อตฺตโน เทสนานิกฺเขปโยคฺยตาวเสน มนสิ อกาสิ. อตฺตชฺฌาสเยน นุ โข ชาเนยฺยาติ ปรชฺฌาสยาทึ อนเปกฺขิตฺวา มยฺหํเยว อชฺฌาสเยน อารทฺธ เทสนํ ชาเนยฺย นุ โข. ปรชฺฌาสเยนาติ สนฺนิปติตาย ปริสาย กสฺสจิ อชฺฌาสเยน. อฏฺุปฺปตฺติเกนาติ อิธ สมุฏฺิตอฏฺุปฺปตฺติยา. ปุจฺฉาวเสนาติ กสฺสจิ ปุจฺฉนฺตสฺส ปุจฺฉาวเสน. อารทฺธเทสนํ ชาเนยฺยาติ. ‘‘สเจ ปจฺเจกพุทฺโธ ภเวยฺยา’’ติ อิทํ อิเมสํ สุตฺตานํ เทสนาย ปุจฺฉา ปจฺเจกพุทฺธานํ ภาริยา, อวิสยา จาติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘โสปิ น สกฺกุเณยฺยา’’ติ.

เอตฺถ จ ยสฺมา น อนุมติปุจฺฉา, กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา วา ยุตฺตา, อถ โข ทิฏฺสํสนฺทนปุจฺฉาสทิสี วา วิมติจฺเฉทนปุจฺฉาสทิสี วา ปุจฺฉา ยุตฺตา, ตาว ปุคฺคลชฺฌาสยวเสน ปวตฺติตา นาม โหนฺติ, น ยถาธมฺมวเสน, ตตฺถ ยทิ ภควา ตถา สยเมว ปุจฺฉิตฺวา สยเมว วิสฺสชฺเชยฺย, สุณนฺตีนํ เทวตานํ สมฺโมโห ภเวยฺย ‘‘กึ นาเมตํ ภควา ปมํ เอวมาห, ปุนปิ เอวมาหา’’ติ, อนฺธการํ ปวิฏฺา วิย โหนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เอวํ เปตา เทวตา น สกฺขิสฺสนฺติ ปฏิวิชฺฌิตุ’’นฺติ. ยถาธมฺมเทสนายํ ปน กเถตุกมฺยตาวเสน ปุจฺฉเนน สมฺโมโห โหตีติ. สูริโย อุคฺคโตติ อาห เทวสงฺโฆ อาสนฺนตรภาเวน โอภาสสฺส วิปุลอุฬารภาวโต. เอกิสฺสา โลกธาตุยาติ สุตฺเต (ที. นิ. ๓.๑๖๑; ม. นิ. ๓.๑๒๙; อ. นิ. ๑.๒๗๗; วิภ. ๘๐๙; เนตฺติ. ๕๗; มิ. ป. ๕.๑.๑) อาคตนเยน สพฺพตฺเถว ปน อปุพฺพํ อจริมํ ทฺเว พุทฺธา น โหนฺเตว. เตเนวาห – ‘‘อนนฺตาสุ…เป… อทฺทสา’’ติ.

คาถายํ ปุจฺฉามีติ นิมฺมิตพุทฺโธ ภควนฺตํ ปุจฺฉิตุํ โอกาสํ การาเปสิ. มุนินฺติ พุทฺธมุนึ. ปหูตปฺนฺติ มหาปฺํ. ติณฺณนฺติ จตุโรฆติณฺณํ. ปารงฺคตนฺติ นิพฺพานปฺปตฺตํ, สพฺพสฺส วา เยฺยสฺส ปารํ ปริยนฺตํ คตํ. ปรินิพฺพุตํ สอุปาทิเสสนิพฺพานวเสน. ิตตฺตนฺติ อวฏฺิตจิตฺตํ โลกธมฺเมหิ อกมฺปเนยฺยตาย. นิกฺขมฺม ฆรา ปนุชฺช กาเมติ วตฺถุกาเม ปนูทิตฺวา ฆราวาสา นิกฺขมฺม. กถํ ภิกฺขุ สมฺมา โส โลเก ปริพฺพเชยฺยาติ โส ภิกฺขุ กถํ สมฺมา ปริพฺพเชยฺย คจฺเฉยฺย วิหเรยฺย, อนุปลิตฺโต หุตฺวา โลกํ อติกฺกเมยฺยาติ อตฺโถ.

๓๓๔. สิโลกํ อนุกสฺสามีติ เอตฺถ สิโลโก นาม ปาทสมุทโย, อิสีหิ วุจฺจมานา คาถาติปิ วุจฺจติ. ปาโทว นิยตวณฺณานุปุพฺพิกานํ ปทานํ สมูโห, ตํ สิโลกํ อนุกสฺสามิ ปวตฺตยิสฺสามีติ อตฺโถติ อาห ‘‘อกฺขร…เป… ปวตฺตยิสฺสามี’’ติ. ยตฺถาติ อธิกรเณ ภุมฺมํ. อาเมฑิตโลเปนายํ นิทฺเทโสติ อาห ‘‘เยสุ เยสุ าเนสู’’ติ. ภุมฺมาติ ภูมิปฏิพทฺธนิวาสา. ตํ ตํ นิสฺสิตา ตํ ตํ านํ นิสฺสิตวนฺโต นิสฺสาย วสมานา, เตหิ สทฺธึ สิโลกํ อนุกสฺสามีติ อธิปฺปาโย. ‘‘เย สิตา คิริคพฺภร’’นฺติ อิมินา เตสํ วิเวกวาสํ ทสฺเสติ, ‘‘ปหิตตฺตา สมาหิตา’’ติ อิมินา ภาวนาภิโยคํ.

พหุชนา ปฺจสตสงฺขฺยตฺตา. ปฏิปกฺขาภิภวนโต, เตชุสฺสทตาย จ สีหา วิย ปวิวิตฺตตาย นิลีนา. เอกตฺตนฺติ เอกีภาวํ. โอทาตจิตฺตา หุตฺวา สุทฺธาติ อรหตฺตมคฺคาธิคเมน ปริโยทาตจิตฺตา หุตฺวา สุทฺธา, น เกวลํ สรีรสุทฺธิยาว. วิปฺปสนฺนาติ อริยมคฺคปฺปสาเทน วิเสสโต ปสนฺนา. จิตฺตสฺส อาวิลภาวกรานํ กิเลสานํ อภาเวน อนาวิลา.

ภิกฺขู ชานิตฺวาติ ภินฺนกิเลเส ภิกฺขู ‘‘อิเม ทิพฺพจกฺขุนา เอเต เทวกาเย ปสฺสนฺตีติ ชานิตฺวา. สวนนฺเต ชาตตฺตาติ ธมฺมสฺสวนปริโยสาเน อริยชาติยา ชาตตฺตา. อิทํ สพฺพนฺติ อิทํ ‘‘ภิยฺโย ปฺจสเต’’ติอาทิกํ สพฺพํ.

ตทตฺถาย วีริยํ กรึสูติ ทิพฺพจกฺขุาณาภินีหารวเสน วีริยํ อุสฺสาหํ อกํสุ. เตนาห ‘‘น ตํ เตหี’’ติอาทิ. สตฺตรินฺติ ต-การสฺส ร-การาเทสํ กตฺวา วุตฺตํ, สตฺตตินฺติ อตฺโถ. ‘‘สหสฺส’’นฺติ ปน อนุวตฺตติ, สตฺตติโยเคน พหุวจนํ. เตนาห ‘‘เอเก สหสฺสํ. เอเก สตฺตติสหสฺสานี’’ติ.

อนนฺตนฺติ อนฺตรหิตํ, ตํ ปน อติวิย มหนฺตํ นาม โหตีติ อาห ‘‘วิปุล’’นฺติ.

อเวกฺขิตฺวาติ าณจกฺขุนา วิสุํ วิสุํ อเวกฺขิตฺวา ‘‘ววตฺถิตฺวานา’’ติปิ ปนฺติ, โส เอวตฺโถ. ตํ อเวกฺขนํ นิจฺฉยกรณํ โหตีติ อาห ‘‘ววตฺถเปตฺวา’’ติ. ปุพฺเพ วุตฺตคาถาสุ ตติยคาถาย ปจฺฉิมทฺธํ, จตุตฺถคาถาย ปุริมทฺธฺจ สนฺธายาห ‘‘ปุพฺเพ วุตฺตคาถเมวา’’ติ.

วิชานนมฺปิ ทสฺสนํ เอวาติ อาห ‘‘ปสฺสถ โอโลเกถา’’ติ. วาจายตปวตฺติตภาวโต ‘‘อนุปฏิปาฏิยาว กิตฺตยิสฺสามี’’ติ วทติ.

๓๓๕. สตฺต สหสฺสานิ สงฺขายาติ สตฺต สหสฺสา. ยกฺขาเยวาติ ยกฺขชาติกา เอว. อานุภาวสมฺปนฺนาติ มเหสกฺขา. อิทฺธิมนฺโตติ วา มหานุภาวา. ชุติมนฺโตติ มหปฺปภา. วณฺณวนฺโตติ อติกฺกนฺตวณฺณา. ยสสฺสิโนติ มหาปริวารา เจว ปตฺถฏกิตฺติสทฺทา จ. สมิติ-สทฺโท สมีปตฺโถติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘ภิกฺขูนํ สนฺติก’’นฺติ.

เหมวตปพฺพเตติ หิมวโต สมีเป ิตปพฺพเต.

เอเต สพฺเพปีติ เอเต สตฺตสหสฺสา กาปิลวตฺถวา, ฉสหสฺสา เหมวตา, ติสหสฺสา สาตาคิราติ ยถาวุตฺตา สพฺเพปิ โสฬสสหสฺสา.

ราชคหนคเรติ ราชคหนครสฺส สมีเป. นฺติ กุมฺภีรํ.

๓๓๖. กามํ ปาจีนทิสํ ปสาสติ, ตถาปิ จตูสุปิ ทิสาสุ สปริวารทีเปสุ จตูสุปิ มหาทีเปสุ คนฺธพฺพานํ เชฏฺโก, กถํ? สพฺเพ เต ตสฺส วเส วตฺตนฺติ. กุมฺภณฺฑานํ อธิปตีติอาทีสุปิ เอเสว นโย.

ตสฺสาปิ วิรุฬฺหสฺส. ตาทิสาเยวาติ ธตรฏฺสฺส ปุตฺตสทิสา เอว ปุถุตฺถโต, นามโต, พลโต, อิทฺธิอาทิวิเสสโต จ.

สพฺพสงฺคาหิกวเสนาติ ทสสหสฺสิโลกธาตุยา ปจฺเจกํ จตฺตาโร จตฺตาโร มหาราชาโนติ เตสํ สพฺเพสํ สงฺคณฺหนวเสน. เตนาห ‘‘อยฺเจตฺถา’’ติอาทิ.

จตุโร ทิสาติ จตูสุ ทิสาสุ. จตุโร ทิสา ชลมานา สมุชฺชลนฺตา โอภาเสนฺตา. ยทิ เอวํ มหติยา ปริสาย อาคตานํ กถํ กาปิลวตฺถเว วเน ิตาติ อาห ‘‘เต ปนา’’ติอาทิ.

๓๓๗. เตสํ มหาราชานํ ทาสาติ โยชนา. มายาย ยุตฺตา, ตสฺมา มายาวิโน. วฺจนํ เอเตสุ อตฺถิ, วฺจเน วา นิยุตฺตาติ วฺจนิกา. เกราฏิยสาเยฺเยนาติ นิหีนสเน กมฺเมน. มายา เอเตสํ อตฺถีติ มายา, เต จ ปเรสํ วฺจนตฺถํ เยน มายากรเณน ‘‘มายา’’ติ วุตฺตา, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘มายาการกา’’ติ อาห.

เอตฺตกา ทาสาติ เอตฺตกา กุเฏณฺฑุอาทิกา นิฆณฺฑุปริโยสานา อฏฺมหาราชานํ ทาสา.

เทวราชาโนติ เทวา หุตฺวา ตํตํเทวกายสฺส ราชาโน. จิตฺโต จ เสโน จ จิตฺตเสโน จาติ ตโย เอเต เทวปุตฺตา ปาฬิยํ เอกเสสนเยน วุตฺตาติ อาห ‘‘จิตฺโต จา’’ติอาทิ.

ภิกฺขุสงฺโฆ สมิโต สนฺนิปติโต เอตฺถาติ ภิกฺขุสงฺฆสมิติ, อิมํ วนํ.

๓๓๘. นาคสทหวาสิกาติ นาคสทหนิวาสิโน. ตตฺเถโก กิร นาคราชา, จิรกาลํ วสโต ตสฺส ปริสา มหตี ปรมฺปราคตา อตฺถิ, ตํ สนฺธายาห ‘‘ตจฺฉกนาคปริสายา’’ติ.

ยมุนวาสิโนติ ยมุนายํ วสนกนาคา. นาคโวหาเรนาติ หตฺถินาคโวหาเรน.

วุตฺตปฺปกาเรติ กมฺพลสฺสตเร เปตฺวา อิตเร วุตฺตปฺปการนาคา. โลภาภิภูตาติ อาหารโลเภน อภิภูตา. ทิพฺพานุภาวตาติ ทิพฺพานุภาวโต, ทิพฺพานุภาวเหตุ วา ทิพฺพา. ‘‘จิตฺรสุปณฺณา’’ติ นามํ วิจิตฺรสุนฺทรปตฺตวนฺตตาย.

อุปวฺหยนฺตาติ อุเปจฺจ กเถนฺตา. กาโกลูกอหินกุลาทโย วิย อฺมฺํ ชาติสมุทาคตเวราปิ สมานา มิตฺตา วิย…เป… หฏฺตุฏฺจิตฺตา อฺมฺสฺมินฺติ อธิปฺปาโย. พุทฺธํเยว เต สรณํ คตา ‘‘พุทฺธานุภาเวเนว มยํ อฺมฺสฺมึ เมตฺตึ ปฏิลภิมฺหา’’ติ.

๓๓๙. ภาตโรติ เมถุนภาตโร. เตนาห ‘‘สุชาย อสุรกฺาย การณา’’ติ.

เตสูติ อสุเรสุ. กาลกฺจาติ เอวํ นามา. มหาภิสฺมาติ ภึสนกมหาสรีรา. อภพฺพาติ สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมิตุํ น ภพฺพา อจฺฉนฺทิกตฺตา ตาทิสสฺส ฉนฺทสฺเสว อภาวโต.

พลิโน มหาอสุรสฺส อพฺภตีตตฺตา ตสฺส ปุตฺเต เอว กิตฺเตนฺโต ภควา ‘‘สตฺจ พลิปุตฺตาน’’นฺติ อาทิมาห. โส กิร สุขุมํ อตฺตภาวํ มาเปตฺวา อุปคจฺฉิ.

๓๔๐. กมฺมํ กตฺวาติ ปริกมฺมํ กตฺวา. นิพฺพตฺตาติ อุปจารชฺฌาเนน นิพฺพตฺตา. อปฺปนาฌาเนน ปน นิพฺพตฺตา พฺรหฺมาโน โหนฺติ, เต ปรโต วกฺขติ ‘‘สุพฺรหฺมา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๓๔๑), อยฺจ กามาวจรเทวตา วุจฺจติ. เตเนวาห – ‘‘เมตฺตากรุณากายิกาติ เมตฺตาฌาเน จ กรุณาฌาเน จ ปริกมฺมํ กตฺวา นิพฺพตฺตเทวา’’ติ. เมตฺตาฌาเน กรุณาฌาเนติ เมตฺตาฌานนิมิตฺตํ กรุณาฌานนิมิตฺตํ, ตทตฺถนฺติ อตฺโถ.

เต อาโปเทวาทโย ยถาสกํ วคฺควเสน ิตตฺตา ทสธา ิตา. ยาว กรุณากายิกา ทส เทวกายา. นานตฺตวณฺณาติ นานาสภาววณฺณวนฺโต.

เวณฺฑุเทวตาติ เวณฺฑุ นาม เทวตา, เอวํ สหลิ เทวตา. อสมเทวตา, ยมกเทวตาติ ‘‘ทฺเว อยนิโย’’ติ วทนฺติ, ตปฺปมุขา ทฺเว เทวนิกายาติ. จนฺทสฺสูปนิสา เทวา จนฺทสฺส อุปนิสฺสยโต วตฺตมานา ตสฺส ปุรโต จ ปจฺฉโต จ ปสฺสโต จ ธาวนกเทวา. เตนาห ‘‘จนฺทนิสฺสิตกา เทวา’’ติ. สูริยสฺสูปนิสา, นกฺขตฺตนิสฺสิตาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. เกวลํ วาตวายนเหตโว เทวตา วาตวลาหกา. ตถา เกวลํ อพฺภปฏลสฺจรณเหตโว อพฺภวลาหกา. อุณฺหปฺปวตฺติเหตโว อุณฺหวลาหกา. วสฺสวลาหกา ปน ปชฺชุนฺนสทิสาติ. เต อิธ น วุตฺตา. วสุเทวตา นาม เอโก เทวนิกาโย, เตสํ ปุพฺพงฺคมตฺตา วาสโว, สกฺโก.

ทเสเตติ เอเต เวณฺฑุเทวตาทโย วาสวปริโยสานา ทส เทวกายา.

อิมานีติ ‘‘ชลมคฺคี’’ติ จ ‘‘สิขาริวา’’ติ จ อิมานิ เตสํ นามานิ. เกจิ ปน ม-กาโร ปทสนฺธิกโร ‘‘ชลา’’ติ จ ‘‘อคฺคี’’ติ จ ‘‘สิขาริวา’’ติ จ อิมานิ เตสํ นามานีติ วทนฺติ. เอเตติ เตสุ เอว ‘‘อริฏฺกา, โรชา’’ติ จ วุตฺตเทเวสุ เอกจฺเจ,อุมาปุปฺผนิภาสิโน วณฺณโต อุมาปุปฺผสทิสาติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพ, อฺถา เอกาทส เทวกายา สิยุํ.

ทเสเตติ เอเต ทส สหภูเทวาทโย วาสวเนสิปริโยสานา ทส เทวกายา. เตเนว นิกายเภทวเสน ทสธาว อาคตา.

‘‘สมานา’’ติอาทิ เตสํ เทวานํ นิกายสมุทายคตํ นามํ. เอวํ เสสานมฺปิ.

ทเสเตติ เอเต สมานาทิกา มหาปารคปริโยสานา ทส เทวกายา. เตเนว นิกายเภเทน ทสธา อาคตา.

สุกฺกาทโย ตโย เทวกายา. ปาโมกฺขเทวาติ ปมุขา ปธานภูตา เทวา.

ทิสาติ ทิสาสุ. เทโวติ เมโฆ. ทเสเตติ เอเต สุกฺกาทโย ปชฺชุนฺนปริโยสานา ทส เทวกายา, เต เทวนิกายเภเทน ทสธา อาคตา.

ทเสเตติ เอเต เขมิยาทโย ปรนิมฺมิตปริโยสานา ทส เทวกายา, เต เทวนิกายเภเทน ทสธาว อาคตา. ตตฺถ ‘‘เขมิยา, กฏฺกาทโย จ ปฺจาปิ สเทวกายา ตาวตึสกายิกา’’ติ วทนฺติ. นามนฺวเยนาติ นามานุคเมน ‘‘อาโปเทวตา’’ติอาทินามสภาเคน. เตเนวาห ‘‘นามภาเคน นามโกฏฺาเสนา’’ติ. สพฺพา เทวตาติ ทสสหสฺสิโลกธาตูสุ สพฺพาปิ เทวตา. นิทฺทิสติ ตํตํนามสภาเคน เอกชฺฌํ กตฺวา.

ปวุตฺถาติ ปวาสํ คตา วิย อเปตาติ อาห ‘‘วิคตา’’ติ. ปวุตฺถา วา ปการโต วุตฺถา วุสิตา, เตน ชาติ วุสิตพฺพา อสฺสาติ ปวุฏฺชาติ. กาฬกภาวา สํกิเลสธมฺมา, สพฺพโส ตทภาวโต กาฬกภาวาตีตํ ทสพลํ. ลฺจนาภาเวน วา อสิตาติโค กาฬกภาวาตีตาย สิริยา จนฺโท, ตาทิสํ จนฺทํ วิย สิริยา วิโรจมานํ.

๓๔๑. เอโก พฺรหฺมาติ สคาถกวคฺเค (สํ. นิ. ๑.๙๘) อาคโต สุพฺรหฺมเทวปุตฺโต. พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติตฺวา เหฏฺิเมสุ ปติฏฺิตา อริยพฺรหฺมาโน, สุทฺธาวาสพฺรหฺมาโน. ติสฺสมหาพฺรหฺมา ปุถุชฺชโน, โย อปรภาเค มนุสฺเสสุ นิพฺพตฺติตฺวา โมคฺคลิปุตฺตติสฺสตฺเถโร ชาโต.

สหสฺสํ พฺรหฺมโลกานนฺติ พฺรหฺมโลโก เอเตสนฺติ พฺรหฺมโลกา, พฺรหฺมาโน, เตสํ พฺรหฺมโลกานํ สหสฺสํ สตฺตโลกปริยาโย จายํ โลกสทฺโทติ อาห ‘‘มหาพฺรหฺมานํ สหสฺสํ อาคต’’นฺติ. อนนฺตรคาถายํ ‘‘อาคตา’’ติ วุตฺตปทเมว อตฺถวเสน วทติ. ยตฺถาติ ยสฺมึ พฺรหฺมสหสฺเส. อฺเ พฺรหฺเมติ ตทฺเ พฺรหฺมาโน. อภิภวิตฺวา ติฏฺติ วณฺเณน, ยสสา อายุนา จ.

อิสฺสราติ เตเนว วสปวตฺตเนน เสสพฺรหฺมานํ อธิปติโน.

๓๔๒. กาฬกธมฺมสมนฺนาคโต กาฬกสฺส ปาปิมสฺส มารสฺส พาลภาวํ ปสฺสถ, โย อตฺตโน อวิสเย นิรตฺถกํ ปรกฺกมิตุํ วายมติ.

วีตราคภาวาวหสฺส ธมฺมสฺสวนสฺส อนฺตรายกรเณน อวีตราคา ราเคน พทฺธา เอว นาม โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘ราเคน พทฺธํ โหตู’’ติ.

ภยานกํ สรฺจ กตฺวาติ เภรวํ มหนฺตํ สทฺทํ สมุฏฺเปตฺวา.

อิทานิ ตํ สทฺทํ อุปมาย ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา’’ติ อาทิมาห. กฺจีติ ตสฺมึ สมาคเม กฺจิ เทวตํ, มานุสกํ วา อตฺตโน วเส วตฺเตตุํ อสกฺโกนฺโต อสยํวเส สยฺจ น อตฺตโน วเส ิโต. เตนาห ‘‘อสยํวสี’’ติอาทิ.

๓๔๓. ‘‘วีตราเคหี’’ติ เทสนาสีสเมตํ. สพฺพายปิ หิ ตตฺถ สมาคตปริสาย มารเสนา อปกฺกนฺตาว. เนสํ โลมมฺปิ อิฺชยุํ เตสํ โลมมตฺตมฺปิ น จาเลสุํ, กุโต อนฺตรายกรณํ. อิติ ยตฺตกา ตตฺถ วิเสสํ อธิคจฺฉึสุ, เตสํ สพฺเพสมฺปิ อนฺตรายากรณวเสน อตฺโถ วิภาเวตพฺโพ, วีตราคคฺคหเณน วา สราควีตราควิภาวิโน จ ตตฺถ สงฺคหิตาติ เวทิตพฺพํ. มาโร อิมํ คาถํ อภาสิ อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาโต. กถฺหิ นาม ตาว โฆรตรํ มหตึ วิภึสกํ มยิ กโรนฺเตปิ สพฺเพ ปิเม นิพฺพิการา สมาหิตา เอว. กสฺมา? วิชิตาวิโน อิเม อุตฺตมปุริสาติ. เตนาห ‘‘สพฺเพ’’ติอาทิ. ยาทิโส อริยานํ ธมฺมนิสฺสิโต ปโมโท, น กทาจิ ตาทิโส อนริยานํ โหตีติ ‘‘สาสเน ภูเตหิ อริเยหิ’’ อิจฺเจตํ วุตฺตํ. วิ-สทฺเทน วินา เกวโลปิ สุต-สทฺโท วิขฺยาตตฺถวจโน โหติ ‘‘สุตธมฺมสฺสา’’ติอาทีสุ (มหาว. ๕; อุทา. ๑๑) วิยาติ อาห ‘‘ชเน วิสฺสุตา’’ติ.

ทูเรติ ทูเร ปเทเส. ทหรสฺส อนฺตรายํ ปริหรนฺตี ‘‘น สกฺกา ภนฺเต สกลํ กายํ ทสฺเสตุ’’นฺติ อโวจาติ.

มหาสมยสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.

๘. สกฺกปฺหสุตฺตวณฺณนา

นิทานวณฺณนา

๓๔๔. อมฺพสณฺฑานํ อทูรภวตฺตา เอโกปิ โส พฺราหฺมณคาโม ‘‘อมฺพสณฺฑา’’ตฺเวว พหุวจนวเสน วุจฺจติ, ยถา ‘‘วรณา นคร’’นฺติ. เวทิ เอว เวทิโก, เวทิโก เอว เวทิโย ก-การสฺส ย-การํ กตฺวา, ตสฺมึ เวทิยเก. เตนาห ‘‘มณิเวทิกาสทิเสนา’’ติอาทิ, อินฺทนีลาทิมณิมยเวทิกาสทิเสนาติ อตฺโถ. ปุพฺเพปีติ เลณกรณโต ปุพฺเพ, คุหารูเปน ิตา, ทฺวาเร อินฺทสาลรุกฺขวตี จ, ตสฺมา ‘‘อินฺทสาลคุหา’’ติ วุตฺตา ปุริมโวหาเรน.

อุสฺสุกฺกํ วุจฺจติ อภิรุจิ, ตํ ปน พุทฺธทสฺสนกามตาวเสน, ตถา อุสฺสาหนวเสน จ ปวตฺติยา ‘‘ธมฺมิโก อุสฺสาโห’’ติ วุตฺตํ. สกฺเกน สทิโส…เป… นตฺถีติ. ยถาห ‘‘อปฺปมาเทน มฆวา, เทวานํ เสฏฺตํ คโต’’ติ (ธ. ป. ๓๐). ปริตฺตเกนาติ อปราปรํ พหุํ ปุฺกมฺมํ อกตฺวา อปฺปมตฺตเกเนว ปุฺกมฺเมน.

สกฺโกปิ กามํ มหาปุฺกตภีรุตฺตาโน โหติ, สาติสยาย ปน ทิพฺพสมฺปตฺติยา วิโยคเหตุเกน โสเกน ทิคุณิเตน มรณภเยน สํตชฺชิโต ชาโต. เตนาห ‘‘สกฺโก ปน มรณภยาภิภูโต อโหสี’’ติ.

ทิพฺพจกฺขุนา เทวตานํ ทสฺสนํ นาม ปฏิวิชฺฌนสทิสนฺติ อาห ‘‘ปฏิวิชฺฌี’’ติ. ปาฏิเยกฺโก โวหาโรติ อาเวณิโก ปิยสมุทาหาโร. มริสนิยสมฺปตฺติกาติ มาริสา. เตสฺหิ สมฺปตฺติโย มหานุภาวตาย สหนฺติ อุปฏฺหนฺติ, อฺเ อโยนิโสมนสิการตาย เจว อปฺปหุกาย จ น สหนฺติเยว, สา ปน เนสํ มริสนิยสมฺปตฺติกตา ทุกฺขวิรหิตายาติ วุตฺตํ ‘‘นิทฺทุกฺขาติปิ วุตฺตํ โหตี’’ติ. เอกโก วาติ เทวปริสาย วินา อาคตตฺตา วุตฺตํ, มาตลิอาทโย ปน ตาทิสา สหายา ตทาปิ อเหสุํเยว. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘อปิ จายํ อายสฺมโต จกฺกเนมิสทฺเทน ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺิโต’’ติ (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๓๕๒). โอกาสํ นากาสิ สกฺกสฺส าณปริปากํ อาคเมนฺโต, อฺเสฺจ พหูนํ เทวานํ ธมฺมาภิสมยํ อุปปริกฺขมาโน. โสติ สกฺโก.

เอวนฺติ วจนสมฺปฏิจฺฉเน นิปาโตติ อาห ‘‘เอวํ โหตู’’ติอาทิ. ภทฺทํตวาติ ปน สกฺกํ อุทฺทิสฺส เนสํ อาสิ วาโท.

๓๔๕. วลฺลโภ…เป… ธมฺมํ สุณาตีติ อยมตฺโถ โควินฺทสุตฺตาทีหิ (ที. นิ. ๒.๒๙๔) ทีเปตพฺโพ. อิมินา กโตกาเสติ อิมินา ปฺจสิเขน กโตกาเส ภควติ.

อนุจริยนฺติ อนุจรณภาวํ, ตํ ปนสฺส อนุจรณํ นาม สทฺธึ คมนเมวาติ อาห ‘‘สหจรณํ เอกโต คมน’’นฺติ.

โสวณฺณมยนฺติ สุวณฺณมยํ. โปกฺขรนฺติ วีณาย โทณิมาห. ทณฺโฑติ วีณทณฺโฑ. เวกาติ ตนฺตีนํ พนฺธนาย เจว อุปฺปีฬนาย จ ธเมตพฺพา เวกา. ปตฺตกนฺติ โปกฺขรํ. สมปฺาสมุจฺฉนา มุจฺเฉตฺวาติ ยถา สมปฺาสมุจฺฉนา กมโต ตตฺถ สํมุจฺฉนํ กาตุํ สกฺกา, เอวํ ตํ สชฺเชตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘สมปฺาสมุจฺฉนา สํมุจฺเฉตฺวา’’ติ จ อิทํ เทวโลเก นิยตํ วีณาวาทนวิธึ สนฺธาย วุตฺตํ. มนุสฺสโลเก ปน เอกวีสติ มุจฺฉนา. เตเนวาห วีโณปมสุตฺตวณฺณนายํ –

‘‘สตฺต สรา ตโย คามา, มุจฺฉนา เอกวีสติ;

ตานา เจกูนปฺาส, อิจฺเจเต สรมณฺฑลา’’ติ. (อ. นิ. อฏฺ. ๓.๕๕; สารตฺถ. ฏี. ๓.๒๔๓);

ตตฺถ ฉชฺโช, อุสโภ, คนฺธาโร, มชฺฌิโม, ปฺจโม, เธวโต, นิสาโทติ เอเต สตฺต สรา. ฉชฺชคาโม, มชฺฌิมคาโม, สาธารณคาโมติ ตโย คามา, สรสมูหาติ อตฺโถ. มนุสฺสโลเก วาทนวิธินา เอเกกสฺเสว จ สรสฺส วเสน ตโย ตโย มุจฺฉนา กตฺวา เอกวีสติ มุจฺฉนา. เอเกกสฺเสว จ สรสฺส สตฺต สตฺต ตานเภทา, ยโต สรสฺส มนฺทตรววตฺถานํ โหติ, เต เอกูนปฺาส ตานวิเสสาติ, ติสฺโส ทุเว จตสฺโส, จตสฺโส ติสฺโส ทุเว จตสฺโสติ ทฺวาวีสติ สุติเภทา อิจฺฉิตา, อยํ ปน เอเกกสฺส สรสฺส วเสน สตฺต สตฺต มุจฺฉนา, อนฺตรสรสฺส จ เอกาติ สมปฺาสาย มุจฺฉนานํ โยคฺยภาเวน วีณํ วชฺเชสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘สมปฺาส มุจฺฉนา สํมุจฺเฉตฺวา’’ติ. เสสเทเว ชานาเปนฺโต สกฺกสฺส คมนกาลนฺติ โยชนา.

๓๔๖. อติริวาติ ร-กาโร ปทสนฺธิกโร, อตีว อติวิยาติ วุตฺตํ โหติ. ปกติ …เป… อคมาสิ มรณภยสํตชฺชิตตฺตา ตรมานรูโป. เตเนวาห ‘‘นนุ จา’’ติอาทิ.

๓๔๗. พุทฺธา นาม มหาการุณิกา, สเทวกสฺส โลกสฺส หิตสุขตฺถาย เอว อุปฺปนฺนา, เต กถํ อตฺถิเกหิ ทุรุปสงฺกมาติ อาห ‘‘อหํ สราโค’’ติอาทิ. ตทนฺตรํ ปฏิสลฺลีนาติ เยน อนฺตเรน เยน ขเณน อุปสงฺกเมยฺย, ตทนฺตรํ ปฏิสลฺลีนา ฌานํ สมาปนฺนา. ตทนฺตร-สทฺโท วา ‘‘เอตรหี’’ติ อิมินา สมานตฺโถติ อาห ‘‘สมฺปติ ปฏิสลฺลีนา วา’’ติ.

ปฺจสิขคีตคาถาวณฺณนา

๓๔๘. สาเวสีติ ยถาธิปฺเปตมุจฺฉนํ ปฏฺเปตฺวา วีณํ วาเทนฺโต ตํตํานุปฺปตฺติยา ปากฏีภูตมนฺทตาววตฺถํ ทสฺเสนฺโต สุมธุรโกมลมธุปานมตฺตมธุการวิรุตาปหาสินิลกฺขโณ ปสนฺนภานี สมรวํ ตนฺติสฺสรํ สาเวสิ.

‘‘สกฺยปุตฺโตว ฌาเนน, เอโกทิ นิปโก สโต;

อมตํ มุนิ ชิคีสาโน….

ยถาปิ มุนิ นนฺเทยฺย, ปตฺวา สมฺโพธึ อุตฺตม’’นฺติ. (ที. นิ. ๒.๓๔๘);

จ เอวํ พุทฺธูปสฺหิตา. พุทฺธูปสฺหิตา ปน พุทฺธานํ ธมฺมสรีรํ อารพฺภ นิสฺสยํ กตฺวา ปวตฺติตาติ อาห ‘‘ธมฺโม อรหตาํ อิวา’’ติ. ธมฺมูปสฺหิตา, อรหตฺตูปสฺหิตา จ เวทิตพฺพา.

สูริยสมานสรีราติ สูริยสมานปฺปภาสรีรา. เตนาห ‘‘ตสฺสา กิรา’’ติอาทิ. ยสฺมา ติมฺพรุโน คนฺธพฺพเทวราชสฺส สูริยวจฺฉ สา องฺเก ชาตา, ตสฺมา อาห ‘‘ยํ ติมฺพรุํ เทวราชานํ นิสฺสาย ตฺวํ ชาตา’’ติ. กลฺยาณงฺคตาย ‘‘กลฺยาณี’’ติ วุตฺตาติ อาห ‘‘สพฺพงฺคโสภนา’’ติ.

ราคาเวสวเสน ปุพฺเพ วุตฺตา คาถา อิทานิปิ ตเมว อารพฺภ ปุรโต ิตํ วิย อาลปนฺโต วทติ.

ถนุทรนฺติ ปโยธรฺจ อุทรฺจ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘ถนเวมชฺฌํ อุทรฺจา’’ติ.

กิฺจิ การณนฺติ กิฺจิ ปีฬํ.

ปกตึ ชหิตฺวา ิตํ อภิรตฺตภาเวน.

วามูรูติ รุจิรอูรู. เตนาห ‘‘วามากาเรนา’’ติอาทิ. วามวิกสิตรุจิรสุนฺทราภิรูปจารุสทฺทา หิ เอกตฺถา ทฏฺพฺพา. น ติขิณนฺติ น ติกฺขํ น ลูขํ น กกฺขฬํ. มนฺทนฺติ มุทุ สินิทฺธํ.

อเนกภาโวติ อเนกสภาโว, โส ปน พหุวิโธ นาม โหตีติ อาห ‘‘อเนกวิโธ ชาโต’’ติ. อเนกภาโคติ อเนกโกฏฺาโส.

ตยา สทฺธึ วิปจฺจตนฺติ ตยา สหิตํเยว เม ตํ กมฺมํ วิปจฺจตุ, ตยา สเหว ตสฺส กมฺมสฺส ผลํ อนุภเวยฺยนฺติ อธิปฺปาโย. ตยา สทฺธิเมวาติ ยถา จกฺกวตฺติสํวตฺตนิยกมฺมํ ตสฺส นิสฺสนฺทผลภูเตน อิตฺถิรตเนน สทฺธึเยว วิปากํ เทติ, เอวํ ตํ เม กมฺมํ ตยา สทฺธึเยว มยฺหํ วิปากํ เทตุ.

เอโกทีติ เอโกทิภาวํ คโต, สมาหิโตติ อตฺโถ. ชิคีสาโนติ ชิคีสมาโน โหติ. ตถาภูโตว ชิคีสติ นามาติ ตถา ปมวิกปฺโป วุตฺโต. ทุติยวิกปฺเป ปน ‘‘วิจรตี’’ติ กิริยาปทํ อาหริตฺวา อตฺโถ วุตฺโต.

นนฺเทยฺยนฺติ สมาคมํ ปตฺเถนฺโต วทติ อติสสฺสิริกรูปโสภาย.

๓๔๙. สํสนฺทตีติ สเมติ, ยาย มุจฺฉนาย, เยน จ อากาเรน ตนฺติสฺสโร ปวตฺโต, ตํ มุจฺฉนํ อนติวตฺเตนฺโต, เตเนว จ อากาเรน คีตสฺสโรปิ ปวตฺโตติ อตฺโถ. เยน อชฺฌาสเยน ภควา ปฺจสิขสฺส คนฺธพฺเพ วณฺณํ กเถสิ, ยทตฺถฺจ กเถสิ, ตํ สพฺพํ วิภาเวตุํ ‘‘กสฺมา’’ติอาทิมาห. นตฺถิ โพธิมูเล เอว สมุจฺฉินฺนตฺตา. อุเปกฺขโก ภควา อนุปลิตฺตภาวโต. สุวิมุตฺตจิตฺโต ภควา ฉนฺทราคโต, สพฺพสฺมา จ กิเลสา. ยทิ เอวํ กสฺมา ปฺจสิขสฺส คนฺธพฺเพ วณฺณํ กเถสีติ อาห ‘‘สเจ ปนา’’ติอาทิ.

คนฺถิตาติ สนฺทหิตา, ตา ปน นิรนฺตรํ กถิยมานา ราสิกตา วิย โหนฺตีติ อาห ‘‘ปิณฺฑิตา’’ติ. โวหารวจนนฺติ ภควโต, ภิกฺขูนฺจ ปุรโต วตฺตพฺพํ อุปจารวจนํ.

อุปนจฺจนฺติยาติ อุปคนฺตฺวา นจฺจนฺติยา.

สกฺกูปสงฺกมนวณฺณนา

๓๕๐. ‘‘กทา สํยูฬฺหา’’ติอาทีนิ วทนฺโต ปฏิสมฺโมทติ. วิปฺปการมฺปิ ทสฺเสยฺยาติ อฑฺฒกตาภินยวเสน นจฺจมฺปิ ทสฺเสยฺย.

๓๕๑. ‘‘อภิวทิโต สกฺโก เทวานมินฺโท’’ติอาทีนํ ‘‘เตน โข ปน สมเยนา’’ติอาทีนํ (ปารา. ๑๖, ๒๔) วิย สงฺคีติการวจนภาเว สํสโย นตฺถิ, ‘‘เอวฺจ ปน ตถาคตา’’ติ อิธ ปน สิยา สํสโยติ ‘‘ธมฺมสงฺคาหกตฺเถเรหิ ปิตวจน’’นฺติ วตฺวา อิตรสฺสาปิ ตถาภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพเมต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. วุฑฺฒิวจเนน วุตฺโตติ ‘‘สุขี โหตุ ปฺจสิข สกฺโก เทวานํ อินฺโท’’ติ อาสีสวาทํ วุตฺโต. ‘‘ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตี’’ติ วทนฺโต อภิวาเทติ นาม ‘‘สุขี โหตู’’ติ อาสีสวาทสฺส วทาปนโต. ตถา ปน อาสีสวาทํ วทนฺโต อภิวทติ นาม สพฺพกาลํ ตเถว ติฏฺนโต.

อุรุํ เวปุลฺลํ ทสฺสติ ทกฺขตีติ อุรุนฺทา วิภตฺติอโลเปน. วิวฏา องฺคณฏฺานํ. โย ปกติยา คุหายํ อนฺธกาโร, โส อนฺตรหิโตติ โย ตสฺสํ คุหายํ สตฺถุ สมนฺตโต อสีติหตฺถโต อยํ ปากติโก อนฺธกาโร, โส เทวานํ วตฺถาภรณสรีโรภาเสหิ อนฺตรหิโต, อาโลโก สมฺปชฺชิ. อสีติหตฺเถ ปน พุทฺธาโลเกเนว อนฺธกาโร อนฺตรหิโต, น จ สมตฺโถ เทวานํ โอภาโส พุทฺธานํ อภิภวิตุํ.

๓๕๒. จิรปฺปฏิกาหนฺติ จิรปฺปภุติโก อหํ. อฑฺฑกรณํ นาม นตฺถิ อวิวาทาธิกรณฏฺาเน นิพฺพตฺตตฺตา. กีฬาทีนิปีติ อาทิ-สทฺเทน ธมฺมสฺสวนาทึ สงฺคณฺหาติ.

สลฬมยคนฺธกุฏิยนฺติ สลฬรุกฺเขหิ รฺา ปเสนทินา การิตคนฺธกุฏิยํ. เตนสฺสาติ เตน ผลทฺวยาธิคเมน ปหีนโอฬาริกกามราคตาย อสฺสา ภูชติยา เทวโลเก อภิรติเยว นตฺถิ. จกฺกเนมิสทฺเทน ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺิโตติ เอตฺถ อธิปฺปายํ อชานนฺตา ‘‘อารมฺมณสฺส อธิมตฺตตาย สมาปตฺติโต วุฏฺานํ ชาต’’นฺติ มฺเยฺยุนฺติ ตํ ปฏิกฺขิปนฺโต ‘‘สมาปนฺโน สทฺทํ สุณาตีติ โน วต เร วตฺตพฺเพ’’ติ อาห. สติ จ อารมฺมณสงฺฆฏฺฏนายํ คหเณนปิ ภวิตพฺพนฺติ อธิปฺปาเยน ‘‘สุณาตี’’ติ วุตฺตํ, อิตโร ‘‘ปมํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส สทฺโท กณฺฏโก’’ติ วจนมตฺตํ นิสฺสาย สพฺพสฺสาปิ ฌานสฺส สทฺโท กณฺฏโกติ อธิปฺปาเยน ปฏิกฺเขปํ อสหนฺโต ‘‘นนุ ภควา…เป… ภณตี’’ติ อิมเมว สุตฺตปทํ อุทฺธริ. ตตฺถ ยถา โทสทสฺสนปฏิปกฺขภาวนาวเสน ปฏิฆสฺานํ สุปฺปหีนตฺตา มหตาปิ สทฺเทน อรูปสมาปตฺติโต น วุฏฺานํ, เอวํ ‘‘อุปฺปาโท ภยํ, อนุปฺปาโท เขม’’นฺติอาทินา สมฺมเทว โทสทสฺสนปฏิปกฺขภาวนาวเสน สพฺพาสมฺปิ โลกิยสฺานํ อคฺคมคฺเคน สมติกฺกนฺตตฺตา อารมฺมณาธิคมตาย น กทาจิ ผลสมาปตฺติโต วุฏฺานํ โหตีติ. ตถา ปน น สุปฺปหีนตฺตา ปฏิฆสฺานํ สพฺพรูปสมาปตฺติโต วุฏฺานํ โหติ, ปมชฺฌานํ ปน อปฺปกมฺปิ สทฺทํ น สหตีติ ตํสมาปนฺนสฺส ‘‘สทฺโท กณฺฏโก’’ติ วุตฺตํ. ยทิ ปน ปฏิฆสฺานํ วิกฺขมฺภิตตฺตา มหตาปิ สทฺเทน อรูปสมาปตฺติโต น วุฏฺานํ โหติ, ปเคว มคฺคผลสมาปตฺติโต. เตนาห ‘‘จกฺกเนมิสทฺเทนา’’ติอาทิ. จกฺกเนมิสทฺเทนาติ จ นยิทํ กรณวจนํ เหตุมฺหิ, กรเณ วา อถ โข สหโยเค. อิมเมว หิ อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ภควา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

โคปกวตฺถุวณฺณนา

๓๕๓. ปริปูรการินีติ ปริปุณฺณานิ, ปริสุทฺธานิ จ กตฺวา รกฺขิตวตี. ‘‘อิตฺถิตฺต’’นฺติอาทิ ตตฺถ วิรชฺชนาการทสฺสนํ. ธิตฺถิภาวํอิตฺถิภาวสฺส ธิกฺกาโร เหตูติ อตฺโถ. อลนฺติ ปฏิกฺเขปวจนํ, ปโยชนํ นตฺถีติ อตฺโถ. วิราเชตีติ ชิคุจฺฉติ. เอตา สมฺปตฺติโยติ จกฺกวตฺติสิริอาทิกา เอตา ยถาวุตฺตสมฺปตฺติโย. ตสฺมา ปุพฺพปริจเยน อุปฏฺิตนิกนฺติวเสน. อุปฏฺานสาลนฺติ สุธมฺมเทวสภํ.

โสติ โคปกเทวปุตฺโต. วฏฺเฏตฺวา วฏฺเฏตฺวาติ โตมราทึ วตฺเตนฺเตน วิย โจทนวจนํ ปริวฏฺเฏตฺวา ปริวฏฺเฏตฺวา. คาฬฺหํ วิชฺฌิตพฺพาติ คาฬฺหตรํ ฆฏฺเฏตพฺพา.

กุโต มุขาติ กุโต ปวตฺตาณมุขา. เตนาห ‘‘อฺวิหิตกา’’ติ. กตปุฺเติ สมฺมา กตปุฺเ ธมฺเม.

ทาโยติ ลาโภ. โส หิ ทียติ เตหิ ทาตพฺพตฺตา ทาโย, เยสํ ทียติ, เตหิ ลทฺธตฺตา ลาโภติ จ วุจฺจติ. สงฺขาเร…เป… ปติฏฺหึสุ กตาธิการตฺตา. ตตฺถ ตาวตึสภวเน ิตานํเยว นิพฺพตฺโต ยถา สกฺกสฺส อินฺทสาลคุหายํ ิตสฺเสว สกฺกตฺตภาโว.

นิกนฺตึ ตสฺมึ คนฺธพฺพกาเย อาลยํ สมุจฺฉินฺทิตุํ น สกฺโกนฺโต.

๓๕๔. อตฺตนาว เวทิตพฺโพติ อตฺตนาว อธิคนฺตฺวา เวทิตพฺโพ, น ปรปฺปจฺจยิเกน. ตุมฺเหหิ วุจฺจมานานีติ เกวลํ ตุมฺเหหิ วุจฺจมานานิ.

วิยายามาติ วิสฺสฏฺํ วีริยํ สนฺตาเน ปวตฺเตม. ปกติยาติ รูปาวจรภาเวน, ‘‘อนุสฺสร’’นฺติ วา ปาโ.

กามราโค เอว ‘‘ฉนฺโท ราโค ฉนฺทราโค’’ติอาทิ ปวตฺติเภเทน สํโยชนฏฺเน ‘‘กามราคสํโยชนานี’’ติ, โยคคนฺถาทิปวตฺติอาการเภเทน ‘‘กามพนฺธนานี’’ติ จ วุตฺโต. ปาปิมโยคานีติ เอตฺถ ปน เสสโยคคนฺถานมฺปิ วเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ทุวิธานนฺติ วตฺถุกามกิเลสกามวเสน ทุวิธานํ.

‘‘เอตฺถ กึ, ตตฺถ กิ’’นฺติ จ ปททฺวเย กินฺติ นิปาตมตฺตํ. จาตุทฺทิสภาเวติ เตสํ พุทฺธาทีนํ ติณฺณํ รตนานํ จตุทฺทิสโยคฺยภาเว อปฺปฏิหฏภาเว. พุทฺธรตนฺหิ มหาการุณิกตาย, อนาวรณาณตาย, ปรมสนฺตุฏฺตาย จ จาตุทฺทิสํ, ธมฺมรตนํ สฺวากฺขาตตาย, สงฺฆรตนํ สุปฺปฏิปนฺนตาย. เตนาห ‘‘สพฺพทิสาสุ อสชฺชมาโน’’ติ.

มชฺฌิมสฺส ปมชฺฌานสฺส อธิคตตฺตา ตาวเทว กายํ พฺรหฺมปุโรหิตํ อธิคนฺตฺวา ตาวเทว ปุริมํ ฌานสตึ ปฏิลภิตฺวา ตํ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา โอรมฺภาคิยสํโยชนสมุจฺฉินฺทเนน มคฺคผลวิเสสํ อนาคามิผลสงฺขาตํ วิเสสํ อชฺฌคํสุ อธิคจฺฉึสุ. เกจิ ปน ‘‘กามาวจรตฺตภาเวน มคฺคผลานิ อธิคจฺฉึสูติ อธิปฺปาเยน ปฺจมสฺส ฌานสฺส อนธิคตตฺตา สุทฺธาวาเสสุ น อุปฺปชฺชึสุ, ปมชฺฌานลาภิตาย ปน พฺรหฺมปุโรหิเตสุ นิพฺพตฺตึสู’’ติ วทนฺติ.

มฆมาณววตฺถุวณฺณนา

๓๕๕. วิสุทฺโธติ วิสุทฺธอชฺฌาสโย, อุปนิสฺสยสมฺปนฺโนติ อธิปฺปาโย. คามกมฺมกรณฏฺานนฺติ คามิกานํ อุปฏฺานฏฺานํ วทติ. ตาวตเกเนวาติ อตฺตนา โสธิตฏฺาเนว อฺสฺส อาคนฺตฺวา อวฏฺาเนเนว. สตึ ปฏิลภิตฺวาติ ‘‘อโห มยา กตกมฺมํ สผลํ ชาต’’นฺติ โยนิโส จิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา.

ปาสาเณติ มคฺคมชฺเฌ อุจฺจตรภาเวน ิตปาสาเณ. อุจฺจาเลตฺวาติ อุทฺธริตฺวา. เอตสฺส สคฺคสฺส คมนมคฺคนฺติ เอตสฺส จนฺทาทีนํ อุปฺปตฺติฏฺานภูตสฺส สคฺคสฺส คมนมคฺคํ ปุฺกมฺมํ.

สุคติวเสน ลทฺธพฺพํ, กหาปณฺจาติ กหาปณํ, ทณฺฑวเสน ลทฺธพฺพํ พลิ ทณฺฑพลิ. คหปติกา กึ กริสฺสนฺตีติ คหปติกา นาม อฏวิกา วิย วิสมนิสฺสิตา, เต น กฺจิ อนตฺถํ กริสฺสนฺติ, เอวํ ตยา ชานมาเนน กสฺมา มยฺหํ น กถิตนฺติ ยทิปิ ปุพฺเพ น กถิตํ, เอตรหิ ปน ภเยน กถิตํ, มา มยฺหํ โทสํ กเรยฺยาถ, อาโรจิตกาลโต ปฏฺาย น มยฺหํ โทโสติ วทติ.

นิพทฺธนฺติ เอกนฺติกํ.

ปิสุเณสีติ ปิสุณกมฺมมกาสิ, ตุมฺหากํ อนฺตเร มยฺหํ เปสุฺํ อุปสํหรตีติ อตฺโถ. ปุน อหรณียํ พฺรหฺมเทยฺยํ กตฺวา. มยฺหมฺปีติ มยฺหมฺปิ อตฺถาย มํ อุทฺทิสฺส ปุฺกมฺมํ กโรถ. นีลุปฺปลํ นาม วิกสมานํ อุทกโต อุคฺคนฺตฺวาว วิกสติ, เอวํ อหุตฺวา อนฺโตอุทเก ปุปฺผิตํ นีลุปฺปลํ วิย. อมฺหากํ ปนิทํ ปุฺกมฺมํ ภวนฺตรูปปตฺติยา วินา อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว วิปากํ เทตีติ โยชนา. จินฺตามตฺตกมฺปีติ โทมนสฺสวเสน จินฺตามตฺตกมฺปิ.

ปเควาติ กาลสฺเสว, อติวิย ปาโตติ อตฺโถ. กณฺณิกูปคนฺติ กณฺณิกโยคฺยํ. ตจฺเฉตฺวา มฏฺํ กตฺวา กณฺณิกาย กตฺตพฺพํ สพฺพํ นิฏฺเปตฺวา. ตถา หิ สา วตฺเถน เวเตฺวา ปิตา.

จยพนฺธนํ สาลาย อธิฏฺานสชฺชนํ. กณฺณิกมฺจพนฺธนํ กณฺณิกาโรหนกาเล อารุหิตฺวา อวฏฺานอฏฺฏกรณํ.

ยสฺส อตฺถเต ผลเก ยสฺส ผลเก อตฺถเตติ โยชนา.

อวิทูเรติ สาลาย, โกวิฬารรุกฺขสฺส จ อวิทูเร. สพฺพเชฏฺิกาติ สพฺพาสํ ตสฺส ภริยานํ เชฏฺิกา สุชาตา.

ตสฺเสวาติ สกฺกสฺเสว. สนฺติเกติ สมีเป สนฺติกาวจรา หุตฺวา นิพฺพตฺตา. ธเชน สทฺธึ สหสฺสโยชนิโก ปาสาโท.

กกฺกฏกวิชฺฌนสูลสทิสนฺติ กกฺกฏเก คณฺหิตุํ ตสฺส พิลปริยนฺตสฺส วิชฺฌนสูจิสทิสํ.

มจฺฉรูเปนาติ มตมจฺฉรูเปน. โอสรตีติ ปิลวนฺโต คจฺฉติ. ตสฺสาปิ พกสกุณิกาย ปฺจ วสฺสสตานิ อายุ อโหสิ เทวเนรยิกานํ วิย มนุสฺสเปตติรจฺฉานานํ อายุโน อปริจฺฉินฺนตฺตา.

อุกฺกุฏฺิมกาสีติ อุจฺจาสทฺทมกาสิ.

ปุพฺพสนฺนิวาเสนาติ ปุริมชาตีสุ จิรสนฺนิวาเสน. เอวฺหิ เอกจฺจานํ ทิฏฺมตฺเตนปิ สิเนโห อุปฺปชฺชติ. เตนาห ภควา –

‘‘ปุพฺเพว สนฺนิวาเสน, ปจฺจุปฺปนฺนหิเตน วา;

เอวํ ตํ ชายเต เปมํ, อุปฺปลํว ยโถทเก’’ติ. (ชา. ๑.๒.๑๗๔);

อวเสเสสูติ อสุเร, สกฺกํ เปตฺวา ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทเวว สนฺธาย วทติ.

อตฺถนิสฺสิตนฺติ อตฺตโน, ปเรสฺจ อตฺถเมว หิตเมว นิสฺสิตํ, ตํ ปน หิตํ สุขสฺส นิทานนฺติ อาห ‘‘การณนิสฺสิต’’นฺติ.

ปฺหเวยฺยากรณวณฺณนา

๓๕๗. กึสํโยชนาติ กีทิสสํโยชนา. สตฺเต อนตฺเถ สํโยเชนฺติ พนฺธนฺตีติ สํโยชนานีติ อาห ‘‘กึพนฺธนา, เกน พนฺธเนน พทฺธา’’ติ. ปุถุกายาติ พหู สตฺตกายาติ อาห ‘‘พหู ชนา’’ติ. เวรํ วุจฺจติ โทโสติ อาห ‘‘อเวราติ อปฺปฏิฆา’’ติ. อาวุเธน สรีเร ทณฺโฑ อาวุธทณฺโฑ, ธนสฺส ทาปนตฺเถน ทณฺโฑ ธนทณฺโฑ, ตทุภยากรเณน ตโต วินิมุตฺโต อทณฺโฑ, สมฺปตฺติหรณโต, สห อนตฺถุปฺปตฺติโต จ สปตฺโต, ปฏิสตฺตูติ อาห ‘‘อสปตฺตาติ อปจฺจตฺถิกา’’ติ. พฺยาปชฺฌํ วุจฺจติ จิตฺตทุกฺขํ, ตพฺพิรหิตา อพฺยาปชฺฌาติ อาห ‘‘วิคตโทมนสฺสา’’ติ. ปุพฺเพ ‘‘อเวรา’’ติ ปเทน สมฺพทฺธาฆาตกาภาโว วุตฺโต. เตนาห ‘‘อปฺปฏิฆา’’ติ. ‘‘อเวริโน’’ติ ปน อิมินาปิ โกปมตฺตสฺสปิ อนุปฺปาทนํ. เตนาห ‘‘กตฺถจิ โกปํ น อุปฺปาเทตฺวา’’ติ. ‘‘วิหเรมู’’ติ จ ปทํ ปุริมปเทหิปิ โยเชตพฺพํ ‘‘อเวรา วิหเรมู’’ติอาทินา. อยฺจ อเวราทิภาโว สํวิภาเคน ปากโฏ โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อจฺฉรายา’’ติ อาทึ วตฺวา ‘‘อิติ เจ เนสํ โหตี’’ติ วุตฺตํ. จิตฺตุปฺปตฺติ ทฬฺหตราปิ หุตฺวา ปวตฺตตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ทานํ ทตฺวา, ปูชํ กตฺวา จ ปตฺถยนฺตี’’ติ วุตฺตํ. อิติ เจติ เจ-สทฺโท อนฺวยสํสคฺเคน ปริกปฺเปตีติ อาห ‘‘เอวฺจ เนส’’นฺติ.

ยาย กายจิ ปเรสํ สมฺปตฺติยา ขียนํ อุสูยนํ อสหนํ ลกฺขณํ เอติสฺสาติ ปรสมฺปตฺติขียนลกฺขณา, ยทคฺเคน อตฺตสมฺปตฺติยา ปเรหิ สาธารณภาวํ อสหนลกฺขณํ, ตทคฺเคนสฺส ‘‘นิคูหนลกฺขณ’’นฺติปิ วตฺตพฺพํ. ตถา หิสฺส โปราณา ‘‘มา อิทํ อจฺฉริยํ อฺเสํ โหตุ, มยฺหเมว โหตูติ มจฺฉริย’’นฺติ นิพฺพจนํ วทนฺติ. อภิธมฺเม ‘‘ยา ปรลาภสกฺการครุการมานนวนฺทนปูชนาสุ อิสฺสา อิสฺสายนา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๑๒๖) นิกฺเขปกณฺเฑ, ‘‘ยา เอเตสุ ปเรสํ ลาภาทีสุ กึ อิมินา อิเมส’’นฺติอาทินา ตํสํวณฺณนายฺจ วุตฺตาเนว, ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานีติ อธิปฺปาโย.

ยสฺมา ปน อิสฺสามจฺฉริยานิ พหฺวาทีนวานิ, เตสํ วิภาวนา โลกสฺส พหุการา, ตสฺมา อภิธมฺมฏฺกถายํ (ธ. ส. อฏฺ. ๑๑๒๕) วิภาวิตานมฺปิ เตสํ ทิฏฺธมฺมิเกปิ สมฺปรายิเก ปิอาทีนเว ทสฺเสนฺโต ‘‘อาวาสมจฺฉริเยน ปนา’’ติอาทิมาห. เอตฺถาติ เอเตสุ อิสฺสามจฺฉริเยสุ, เอเตสุ วา อาวาสมจฺฉริยาทีสุ ปฺจสุ มจฺฉริเยสุ. สงฺการํ สีเสน อุกฺขิปิตฺวาว วิจรติ ตตฺถ ลคฺคจิตฺตตาย, นิหีนชฺฌาสยตาย จ. มมาติ มยา, อยเมว วา ปาโ. โลหิตมฺปิ มุขโต อุคฺคจฺฉติ จิตฺตวิฆาเตน สํตตฺตหทยตาย. กุจฺฉิวิเรจนมฺปิ โหติ อติชลคฺคิโน. อฺโ วิภวปฏิเวธธมฺโม อริยานํเยว โหติ, เต จ ตํ น มจฺฉรายนฺติ มจฺฉริยสฺส สพฺพโส ปหีนตฺตา. ปฏิเวธธมฺเม มจฺฉริยสฺส อสมฺภโว เอวาติ อาห ‘‘ปริยตฺติธมฺมมจฺฉริเยน จา’’ติ. วณฺณมจฺฉริเยน ทุพฺพณฺโณ, ธมฺมมจฺฉริเยน เอฬมูโค ทุปฺปฺโ โหติ.

‘‘อปิจา’’ติอาทิ ปฺจนฺนํ มจฺฉริยานํ วเสน กมฺมสริกฺขกวิปากทสฺสนํ. อาวาสมจฺฉริเยน โลหเคเห ปจฺจติ ปเรสํ อาวาสปจฺจยหิตสุขนิเสธนโต. กุลมจฺฉริเยน อปฺปลาโภ โหติ ปเรหิ กุเลสุ ลทฺธพฺพลาภนิเสธนโต, อปฺปลาโภติ จ อลาโภติ อตฺโถ. ลาภมจฺฉริเยน คูถนิรเย นิพฺพตฺตติ ลาภเหตุ ปเรหิ ลทฺธพฺพสฺส อสฺสาทนิเสธนโต. สพฺพถาปิ นิรสฺสาโท หิ คูถนิรโย. วณฺโณ นาม น โหตีติ สรีรวณฺโณ, คุณวณฺโณติ ทุวิโธปิ วณฺโณ นามมตฺเตนปิ น โหติ, ตตฺถ ตตฺถ นิพฺพตฺตมาโน วิรูโป เอว โหติ. สมฺปตฺตินิคูหนสภาเวน มจฺฉริเยน วิรูปิเต สนฺตาเน เยภุยฺเยน คุณา ปติฏฺเมว น ลภนฺติ, เย จ ปติฏฺเหยฺยุํ, เตสมฺปิ วเสนสฺส วณฺโณ น ภเวยฺย. เต หิ ตสฺส โลเก รตฺตึ ขิตฺตา สรา วิย น ปฺายนฺติ. ธมฺมมจฺฉริเยน กุกฺกุฬนิรเย. โสตาปตฺติมคฺเคน ปหียติ อปายคมนียภาวโต. เวราทีหิ น ปริมุจฺจนฺติเยว ตปฺปริมุจฺจนาย อิจฺฉาย อปฺปตฺตพฺพตฺตา ชาติอาทิธมฺมานํ สตฺตานํ ชาติอาทีหิ วิย.

ติณฺณา เมตฺถ กงฺขาติ ม-กาโร ปทสนฺธิกโร. เอตสฺมึ ปฺเหติ เอตสฺมึ ‘‘กึสํโยชนา นุ โข’’ติ เอวํ าตุํ อิจฺฉิเต อตฺเถ. ตุมฺหากํ วจนํ สุตฺวาติ ‘‘อิสฺสามจฺฉริยสํโยชนา’’ติ เอวํ ปวตฺตํ ตุมฺหากํ วิสฺสชฺชนวจนํ สุตฺวา. กงฺขา ติณฺณาติ ยถาปุจฺฉิเต อตฺเถ สํสโย ตริโต วิคโต เทสนานุสฺสรณมตฺเตน, น สมุจฺเฉทวเสนาติ อาห ‘‘น มคฺควเสนา’’ติอาทิ. อยมฺปิ กถํกถา วิคตาติ กงฺขาย วิคตตฺตา เอว ตสฺสา ปวตฺติอาการวิเสสภูตา ‘‘อิทํ กถ อิทํ กถ’’นฺติ อยมฺปิ กถํกถา วิคตา อปคตา.

๓๕๘. นิทานาทีนิ มหานิทานสุตฺตวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๙๕) วุตฺตตฺถาเนว. ปิยานํ อตฺตโน ปริคฺคหภูตานํ สตฺตสงฺขารานํ ปเรหิ สาธารณภาวาสหนวเสน, นิคูหนวเสน จ ปวตฺตนโต ปิยสตฺตสงฺขารนิทานํ มจฺฉริยํ, อปฺปิยานํ ปริคฺคหภูตานํ สตฺตานํ, สงฺขารานฺจ อสหนวเสน ปวตฺติยา อปฺปิยสตฺตสงฺขารนิทานา อิสฺสา. ยฺหิ กิฺจิ อปฺปิยสมฺพนฺธํ ภทฺทกมฺปิ ตํ โกธนสฺส อปฺปิยเมวาติ. อุภยนฺติ มจฺฉริยํ, อิสฺสา จาติ อุภยํ. อุภยนิทานนฺติ ปิยนิทานฺเจว อปฺปิยนิทานฺจ. ปิยาติ อิฏฺา. เกฬายิตาติ ธนายิตา. มมายิตาติ มมตฺตํ กตฺวา ปริคฺคหิตา. อิสฺสํ กโรตีติ ‘‘กึ อิมสฺส อิมินา’’ติ ตสฺส ปิยสตฺตลาภาสหนวเสน อุสฺสูยติ, ตเมว ปิยสตฺตํ ยาจิโต. อโห วตสฺสาติ สาธุ วต อสฺส. ‘‘อิมสฺส ปุคฺคลสฺส เอวรูปํ ปิยวตฺถุ น ภเวยฺยา’’ติ อิสฺสํ กโรติ อุสูยํ อุปฺปาเทติ. มมายนฺตาติ เกฬายนฺตา. อปฺปิเยติ อปฺปิเย สตฺเต เตสํ สตาปโต. อสฺสาติ ปุคฺคลสฺส, เยน เต ลทฺธา. เตติ สตฺตสงฺขารา, สเจปิ อมนาปา โหนฺติ อปฺปิเยหิ สมุทาคตตฺตา. วิปรีตวุตฺติตายาติ อยาถาวคาหิตาย. โก อฺโ เอวรูปสฺส ลาภีติ เตน อตฺตานํ สมฺภาเวนฺโต อิสฺสํ วา กโรติ. อฺสฺส ตาทิสํ อุปฺปชฺชมานมฺปิ ‘‘อโห วตสฺส เอวรูปํ น ภเวยฺยา’’ติ อิสฺสํ วา กโรติ, อยฺจ นโย เหฏฺา วุตฺตนยตฺตา น คหิโต.

วตฺถุกามานํ ปริเยสนวเสน ปวตฺโต ฉนฺโท ปริเยสนฉนฺโท. ปฏิลาภปจฺจโย ฉนฺโท ปฏิลาภฉนฺโท. ปริภุฺชนวเสน ปวตฺโต ฉนฺโท ปริโภคฉนฺโท. ปฏิลทฺธานํ สนฺนิธาปนวเสน, สงฺโคปนวเสน จ ปวตฺโต ฉนฺโท สนฺนิธิฉนฺโท. ทิฏฺธมฺมิกเมว ปโยชนํ จินฺเตตฺวา วิสฺสชฺชนวเสน ปวตฺโต ฉนฺโท วิสฺสชฺชนฉนฺโท. เตนาห ‘‘กตโม’’ติอาทิ.

อยํ ปฺจวิโธปิ อตฺถโต ตณฺหายนเมวาติ อาห ‘‘ตณฺหามตฺตเมวา’’ติ.

เอวํ วุตฺโต ‘‘ลาภํ ปฏิจฺจ วินิจฺฉโย’’ติ เอวํ มหานิทานสุตฺเต (ที. นิ. ๒.๑๐๓) วุตฺโต วินิจฺฉยวิตกฺโก วิตกฺโก นาม, น โย โกจิ วิตกฺโก. อิทานิ ยถาวุตฺตํ วินิจฺฉยวิตกฺกํ อตฺถุทฺธารนเยน นีหริตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘วินิจฺฉโย’’ติอาทิ วุตฺตํ. อฏฺสตนฺติ อฏฺาธิกํ สตํ, ตฺจ โข ตณฺหาวิจริตานํ สตํ, น ยสฺส กสฺสจีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตณฺหาวิจริต’’นฺติ วุตฺตํ. ตณฺหาวินิจฺฉโย นาม ตณฺหาย วเสน วกฺขมานนเยน อารมฺมณสฺส วินิจฺฉินนโต. ทิฏฺิทสฺสนวเสน ‘‘อิทเมว สจฺจํ, โมฆํ อฺ’’นฺติ วินิจฺฉินนโต ทิฏฺิวินิจฺฉโย นาม. อิฏฺํ ปณีตํ, อนิฏฺํ อปฺปณีตํ, ปิยายิตพฺพํ ปิยํ, อปฺปิยายิตพฺพํ อปฺปิยํ, เตสํ ววตฺถานํ ตณฺหาวเสน น โหติ. ตณฺหาวเสน หิ เอกจฺโจ กิฺจิ วตฺถุํ ปณีตํ มฺติ, เอกจฺโจ หีนํ, เอกจฺโจ ปิยายติ, เอกจฺโจ นปฺปิยายติ. เตนาห ‘‘ตเทว หี’’ติอาทิ. ‘‘ทสฺสามี’’ติ อิทํ วิสฺสชฺชนฉนฺเท วุตฺตนเยน เจว วฏฺฏูปนิสฺสยทานวเสน จ เวทิตพฺพํ. ตมฺปิ หิ ตณฺหาฉนฺทเหตุกนฺติ.

ยตฺถ สยํ อุปฺปชฺชนฺติ, ตํ สนฺตานํ สํสาเร ปปฺเจนฺติ วิตฺถารยนฺตีติ ปปฺจา. ยสฺส จ อุปฺปนฺนา, ตํ ‘‘รตฺโต’’ติ วา ‘‘สตฺโต’’ติ วา ‘‘มิจฺฉาภินิวิฏฺโ’’ติ วา ปปฺเจนฺติ พฺยฺเชนฺตีติ ปปฺจา. ยสฺมา ตณฺหาทิฏฺิโย อธิมตฺตา หุตฺวา ปวตฺตมานา ตํสมงฺคีปุคฺคลํ ปมตฺตาการํ ปาเปนฺติ, มาโน ปน ชาติมทาทิ วเสน มตฺตาการมฺปิ, ตสฺมา ‘‘มตฺตปมตฺตาการปาปนฏฺเนา’’ติ วุตฺตํ. สงฺขา วุจฺจติ โกฏฺาโส ภาคโส สงฺขายติ อุปฏฺาตีติ. ยสฺมา ปปฺจสฺา ตํตํทฺวารวเสน, อารมฺมณวเสน จ ภาคโส วิตกฺกสฺส ปจฺจยา โหนฺติ, น เกวลา, ตสฺมา ปปฺจสฺาสงฺขานิทาโน วิตกฺโก วุตฺโต, ปปฺจสฺานํ วา อเนกเภทภินฺนตฺตา ตํสมุทาโย ‘‘ปปฺจสฺาสงฺขา’’ติ วุตฺโต. ปปฺจสฺาสงฺขาคฺคหเณน จ อนวเสโส ทุกฺขสมุทโย วุตฺโต ตํตํ นิมิตฺตตฺตา วฏฺฏทุกฺขสฺสาติ.

โย นิโรโธ วูปสโมติ นิโรธสจฺจมาห. ตสฺส สารุปฺปนฺติ ตสฺส ปปฺจสฺาสงฺขาย นิโรธสฺส วูปสมสฺส อธิคมุปายตาย สารุปฺปํ อนุจฺฉวิกํ, เอเตน วิปสฺสนํ วทติ. ตตฺถ ยถาวุตฺตนิโรเธ อารมฺมณกรณวเสน คจฺฉติ ปวตฺตตีติ ตตฺถคามินี, เอเตน มคฺคํ. เตนาห ‘‘สห วิปสฺสนาย มคฺคํ ปุจฺฉตี’’ติ.

เวทนากมฺมฏฺานวณฺณนา

๓๕๙. ปุจฺฉิตเมว กถิตํ. ยสฺมา สกฺเกน เทวานํ อินฺเทน ปปฺจสฺาสงฺขานิโรธคามินิปฏิปทา ปุจฺฉิตาว, ภควา จ ตทธิคมุปายํ อรูปกมฺมฏฺานํ ตสฺส อชฺฌาสยวเสน เวทนามุเขน กเถนฺโต ติสฺโส เวทนา อารภิ, อิติ ปุจฺฉิตเมว กเถนฺเตน ปุจฺฉานุสนฺธิวเสน สานุสนฺธิเมว จ กถิตํ. น หิ พุทฺธานํ อนนุสนฺธิกา กถา นาม อตฺถิ. อิทานิสฺส เวทนามุเขน อรูปกมฺมฏฺานสฺเสว กถเน การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘เทวตานฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. กรชกายสฺส สุขุมตาวจเนเนว อจฺจนฺตมุทุสุขุมาลภาวาปิ วุตฺตา เอวาติ ทฏฺพฺพํ. กมฺมชนฺติ กมฺมชเตชํ. ตสฺส พลวภาโว อุฬารปุฺกมฺมนิพฺพตฺตตฺตา, อติวิย ครุมธุรสินิทฺธสุทฺธาหารชีรณโต จ. เอกาหารมฺปีติ เอกาหารวารมฺปิ. ‘‘วิลียนฺตี’’ติ เอเตน กรชกายสฺส มนฺทตาย กมฺมชเตชสฺส พลวภาเวน อาหารเวลาติกฺกเมน เนสํ พลวตี ทุกฺขเวทนา อุปฺปชฺชมานา สุปากฏา โหตีติ ทสฺเสติ. นิทสฺสนมตฺตฺเจตํ, สุขเวทนาปิ ปน เนสํ อุฬารปณีเตสุ อารมฺมเณสุ อุปรูปริ อนิคฺคหณวเสน ปวตฺตมานา สุปากฏา หุตฺวา อุปฏฺาติเยว. อุเปกฺขาปิ เตสํ กทาจิ อุปฺปชฺชมานา สนฺตปณีตรูปา เอว อิฏฺมชฺฌตฺเต เอว อารมฺมเณ ปวตฺตนโต. เตเนวาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ.

รูปกมฺมฏฺานนฺติ รูปปริคฺคหํ, รูปมุเขน วิปสฺสนาภินิเวสนฺติ อตฺโถ. อรูปกมฺมฏฺานนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตตฺถ รูปกมฺมฏฺาเนน สมถาภินิเวโสปิ สงฺคยฺหติ, วิปสฺสนาภินิเวโส ปน อิธาธิปฺเปโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘รูปปริคฺคโห อรูปปริคฺคโหติปิ เอตเทว วุจฺจตี’’ติ อาห. จตุธาตุววตฺถานนฺติ เอตฺถ เยภุยฺเยน จตุธาตุววตฺถานํ วิตฺถาเรนฺโต รูปกมฺมฏฺานํ กเถตีติ อธิปฺปาโย. รูปกมฺมฏฺานํ ทสฺเสตฺวาว กเถติ ‘‘เอวํ รูปกมฺมฏฺานํ วุจฺจมานํ สุฏฺุ วิภูตํ ปากฏํ หุตฺวา อุปฏฺาตี’’ติ. ‘‘เอเตน อิธาปิ รูปกมฺมฏฺานํ เอกเทเสน วิภาวิตเมวา’’ติ วทนฺติ.

กามฺเจตฺถ เวทนาวเสน อรูปกมฺมฏฺานํ อาคตํ, ตทฺธมฺมวเสนปิ อรูปกมฺมฏฺานํ ลพฺภตีติ ตํ วิภาเคน ทสฺเสตุํ ‘‘ติวิโธ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อภินิเวโสติ อนุปฺปเวโส, อารมฺโภติ อตฺโถ. อารมฺเภ เอว หิ อยํ วิภาโค, สมฺมสนํ ปน อนวเสสโตว ธมฺเม ปริคฺคเหตฺวา ปวตฺตตีติ. ‘‘ปริคฺคหิเต รูปกมฺมฏฺาเน’’ติ อิทํ รูปมุเขน วิปสฺสนาภินิเวสํ สนฺธาย วุตฺตํ, อรูปมุเขน ปน วิปสฺสนาภินิเวโส เยภุยฺเยน สมถยานิกสฺส อิจฺฉิตพฺโพ, โส จ ปมํ ฌานงฺคานิ ปริคฺคเหตฺวา ตโต ปรํ เสสธมฺเม ปริคฺคณฺหาติ. ปมาภินิปาโตติ สพฺเพ เจตสิกา จิตฺตายตฺตา จิตฺตกิริยาภาเวน วุจฺจนฺตีติ ผสฺโส จิตฺตสฺส ปมาภินิปาโต วุตฺโต. ตํ อารมฺมณนฺติ ยถาปริคฺคหิตํ รูปกมฺมฏฺานสฺิตํ อารมฺมณํ. อุปฺปนฺนผสฺโส ปุคฺคโล, จิตฺตเจตสิกราสิ วา อารมฺมเณน ผุฏฺโ ผสฺสสหชาตาย เวทนาย ตํสมกาลเมว เวเทติ, ผสฺโส ปน โอภาสสฺส วิย ปทีโป เวทนาทีนํ ปจฺจยวิเสโส โหตีติ ปุริมกาโล วิย วุจฺจติ, ยา ตสฺส อารมฺมณาภินิโรปนลกฺขณตา วุจฺจติ. ผุสนฺโตติ อารมฺมณสฺส ผุสนากาเรน. อยฺหิ อรูปธมฺมตฺตา เอกเทเสน อนลฺลียมาโนปิ รูปํ วิย จกฺขุํ, สทฺโท วิย จ โสตํ, จิตฺตํ, อารมฺมณฺจ ผุสนฺโต วิย, สงฺฆฏฺเฏนฺโต วิย จ ปวตฺตตีติ. ตถา เหส ‘‘สงฺฆฏฺฏนรโส’’ติ วุจฺจติ.

อารมฺมณํ อนุภวนฺตีติ อิสฺสรวตาย วิสวิตาย สามิภาเวน อารมฺมณรสํ สํเวเทนฺตี. ผสฺสาทีนฺหิ สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อารมฺมเณ เอกเทเสเนว ปวตฺติ ผุสนาทิมตฺตภาวโต, เวทนาย ปน อิฏฺาการสมฺโภคาทิวเสน ปวตฺตนโต อารมฺมเณ นิปฺปเทสโต ปวตฺติ. ผุสนาทิภาเวน หิ อารมฺมณคฺคหณํ เอกเทสานุภวนํ, เวทยิตภาเวน คหณํ ยถากามํ สพฺพานุภวนํ, เอวํสภาวาเนว ตานิ คหณานีติ น เวทนาย วิย ผสฺสาทีนมฺปิ ยถา สกกิจฺจกรเณน สามิภาวานุภวนํ โจเทตพฺพํ. วิชานนฺตนฺติ ปริจฺฉินฺทนวเสน วิเสสโต ชานนฺตํ. วิฺาณฺหิ มินิตพฺพวตฺถุํ นาฬิยา มินนฺโต ปุริโส วิย อารมฺมณํ ปริจฺฉิชฺช วิภาเวนฺตํ ปวตฺตติ, น สฺา วิย สฺชานนมตฺตํ หุตฺวา. ตถา หิ อเนน กทาจิ ลกฺขณตฺตยวิภาวนาปิ โหติ, อิเมสํ ปน ผสฺสาทีนํ ตสฺส ตสฺส ปากฏภาโว ปจฺจยวิเสสสิทฺธสฺส ปุพฺพภาคสฺส วเสน เวทิตพฺโพ.

เอวํ ตสฺส ตสฺเสว ปากฏภาเวปิ ‘‘สพฺพํ, ภิกฺขเว, อภิฺเยฺย’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๔๖; ปฏิ. ม. ๑.๓), ‘‘สพฺพฺจ โข, ภิกฺขเว, อภิชาน’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๒๗) จ เอวมาทิ วจนโต สพฺเพ สมฺมสนุปคา ธมฺมา ปริคฺคเหตพฺพาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ ยสฺสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ผสฺสปฺจมเกเยวาติ อวธารณํ ตทนฺโตคธตฺตา ตคฺคหเณเนว คหิตตฺตา จตุนฺนํ อรูปกฺขนฺธานํ. ผสฺสปฺจมกคฺคหณฺหิ ตสฺส สพฺพสฺส สพฺพจิตฺตุปฺปาทสาธารณภาวโต. ตตฺถ จ ผสฺสเจตนาคฺคหเณน สพฺพสงฺขารกฺขนฺธธมฺมสงฺคโห เจตนปฺปธานตฺตา เตสํ. ตถา หิ สุตฺตนฺตภาชนีเย สงฺขารกฺขนฺธวิภงฺเค ‘‘จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา’’ติอาทินา (วิภ. ๒๑) เจตนาว วิภตฺตา, อิตเร ปน ขนฺธา สรูเปเนว คหิตา.

วตฺถุนิสฺสิตาติ เอตฺถ วตฺถุ-สทฺโท กรชกายวิสโย, น ฉพฺพตฺถุวิสโยติ. กถมิทํ วิฺายตีติ อาห ‘‘ยํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ. กตฺถ ปน วุตฺตํ? สามฺผลสุตฺเต. โสติ กรชกาโย. ‘‘ปฺจกฺขนฺธวินิมุตฺตํ นามรูปํ นตฺถี’’ติ อิทํ อธิการวเสน วุตฺตํ. อฺถา หิ ขนฺธวินิมุตฺตมฺปิ นามํ อตฺเถวาติ. อวิชฺชาทิเหตุกาติ อวิชฺชาตณฺหุปาทานาทิเหตุกา. ‘‘วิปสฺสนาปฏิปาฏิยา อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ สมฺมสนฺโต วิจรตี’’ติ อิมินา พลววิปสฺสนํ วตฺวา ปุน ตสฺส อุสฺสุกฺกาปนํ, วิเสสาธิคมฺจ ทสฺเสนฺโต ‘‘โส’’ติอาทิมาห.

อิธาติ อิมสฺมึ สกฺกปฺหสุตฺเต. เวทนาวเสน เจตฺถ อรูปกมฺมฏฺานกถเน การณํ เหฏฺา วุตฺตนยเมว. ยถาวุตฺเตสุ จ ตีสุ กมฺมฏฺานาภินิเวเสสุ เวทนาวเสน กมฺมฏฺานาภินิเวโส สุกโร เวทนานํ วิภูตภาวโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘ผสฺสวเสน หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘น ปากฏํ โหตี’’ติ อิทํ สกฺกปมุขานํ เตสํ เทวานํ ยถา เวทนา วิภูตา หุตฺวา อุปฏฺาติ, น เอวํ อิตรทฺวยนฺติ กตฺวา วุตฺตํ. เวทนาย เอว จ เนสํ วิภูตภาโว เวทนามุเขเนเวตฺถ ภควตา เทสนาย อารทฺธตฺตา. ‘‘เวทนานํ อุปฺปตฺติยา ปากฏตายา’’ติ อิทํ สุขทุกฺขเวทนานํ วเสน วุตฺตํ. ตาสฺหิ ปวตฺติ โอฬาริกา, น อิตราย. ตทุภยคฺคหณมุเขน วา คเหตพฺพตฺตา อิตรายปิ ปวตฺติ วิฺูนํ ปากฏา เอวาติ สุขทุกฺขเวทนานฺหี’’ติ วิเสสคฺคหณํ ทฏฺพฺพํ. ‘‘ยทา สุขํ อุปฺปชฺชตี’’ติอาทิ สุขเวทนาย ปากฏภาววิภาวนํ, ตยิทํ อสมาหิตภูมิวเสน เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ‘‘สกลํ สรีรํ โข ภนฺเต’’นฺติอาทินา กามํ ปวตฺติโอฬาริกตาย อวูปสนฺตสภาวเมตํ สุขํ, สาตลกฺขณตาย ปน สมฺปยุตฺตธมฺเม, นิสฺสยฺจ อนุคฺคณฺหนฺตเมว ปวตฺตตีติ ทสฺเสติ. ‘‘ยทา ทุกฺขํ อุปฺปชฺชตี’’ติอาทีสุ วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ทุทฺทีปนาติ าเณน ทีเปตุํ อสกฺกุเณยฺยา, ทุพฺพิฺเยฺยาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อนฺธการา อภิภูตา’’ติ. อนฺธการาติ อนฺธการคตสทิสี, ชานิตุกาเม จ อนฺธการินี. ปุพฺพาปรํ สมํ สุกเร สุปลกฺขิตมคฺควเสน ปาสาณตเล มิคคตมคฺโค วิย อิฏฺานิฏฺารมฺมเณสุ สุขทุกฺขานุภวเนหิ มชฺฌตฺตารมฺมเณสุ อนุมินิตพฺพตาย วุตฺตํ ‘‘สา สุขทุกฺขานํ…เป… ปากฏา โหตี’’ติ. เตนาห ‘‘ยถา’’ติอาทิ. นยโต คณฺหนฺตสฺสาติ เอตฺถายํ นโย – ยสฺมา อิฏฺานิฏฺวิสยาย อารมฺมณูปลทฺธิยา อนุภวนโต นิฏฺามชฺฌตฺตวิสยา จ อุปลทฺธิ, ตสฺมา น ตาย นิรนุภวนาย ภวิตพฺพํ, ยํ ตตฺถานุภวนํ, สา อทุกฺขมสุขา. ตถา อนุปลพฺภมานํ รูปาทิอนุภุยฺยมานํ ทิฏฺํ อุปลพฺภติ, โย ปน มชฺฌตฺตารมฺมณํ ตพฺพิสยสฺส วิฺาณปฺปวตฺติยํ, ตสฺมา อนนุภุยฺยมาเนน เตน น ภวิตพฺพํ. สกฺกา หิ วตฺตุํ อนุภวมานา มชฺฌตฺตวิสยุปลทฺธิ อุปลทฺธิภาวโต. อิฏฺานิฏฺวิสยุปลทฺธิวิสยํ ปน นิรนุภวนํ ตํ อนุปลทฺธิสภาวเมว ทิฏฺํ, ตํ ยถารูปนฺติ. นิวตฺเตตฺวาติ นีหริตฺวา, ‘‘โสมนสฺสํปาห’’นฺติอาทินา สมานชาติยมฺปิ ภินฺทนฺโต อฺเหิ อรูปธมฺเมหิ วิเวเจตฺวา อสํสฏฺํ กตฺวาติ อตฺโถ.

อยฺจ รูปกมฺมฏฺานํ กเถตฺวา อรูปกมฺมฏฺานํ เวทนาวเสน นิวตฺเตตฺวา เทสนา ตถาวิเนตพฺพปุคฺคลาเปกฺขาย สุตฺตนฺตเรสุปิ (ที. นิ. ๒.๓๗๓; ม. นิ. ๑.๑๐๖, ๓๙๐, ๔๑๓, ๔๕๐, ๔๖๕, ๔๖๗; ม. นิ. ๒.๓๐๖, ๒๐๙; ๓.๖๗, ๓๔๒; สํ. นิ. ๔.๒๔๘) อาคตา เอวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น เกวล’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ มหาสติปฏฺาเน (ที. นิ. ๒.๒๗๓) ตถา เทสนาย อาคตภาโว อนนฺตรเมว อาวิ ภวิสฺสติ, มชฺฌิมนิกาเย สติปฏฺานเทสนาปิ (ม. นิ. ๑.๑๐๖) ตาทิสี เอว. จูฬตณฺหาสงฺขเย ‘‘เอวํ เจตํ, เทวานํ อินฺท, ภิกฺขุโน สุตํ โหติ ‘สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสายา’ติ, โส สพฺพํ ธมฺมํ อภิชานาติ, สพฺพํ ธมฺมํ อภิฺาย สพฺพํ ธมฺมํ ปริชานาติ, สพฺพํ ธมฺมํ ปริฺาย ยํ กิฺจิ เวทนํ เวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา, โส ตาสุ เวทนาสุ อนิจฺจานุปสฺสี วิหรติ, วิราคานุปสฺสี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๓๙๐) อาคตํ. เตน วุตฺตํ ‘‘อรูปกมฺมฏฺานํ เวทนาวเสน นิวตฺเตตฺวา ทสฺเสสี’’ติ. มหาตณฺหาสงฺขเย ปน ‘‘โส เอวํ อนุโรธวิโรธวิปฺปหีโน ยํ กิฺจิ เวทนํ เวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา, โส ตํ เวทนํ นาภินนฺทติ นาภิวทติ นาชฺโฌสาย ติฏฺติ. ตสฺส ตํ เวทนํ อนภินนฺทโต อนภิวทโต อนชฺโฌสาย ติฏฺโต ยา เวทนาสุ นนฺที สา นิรุชฺฌตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๔๑๔) อาคตํ. จูฬเวทลฺเล ‘‘กติ ปนายฺเยเวทนา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๔๖๕) อาคตํ. มหาเวทลฺเล ‘‘เวทนาติ, อาวุโส, วุจฺจติ, กิตฺตาวตา นุ โข, อาวุโส, ‘เวทนา’ติ วุจฺจตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๔๕๐) อาคตํ. เอวํ รฏฺปาลสุตฺตาทีสุปิ (ม. นิ. ๒.๓๐๕) เวทนากมฺมฏฺานสฺส อาคตฏฺานํ อุทฺธริตฺวา วตฺตพฺพํ.

‘‘ปมํ รูปกมฺมฏฺานํ กเถตฺวา’’ติ วุตฺตํ, กถํ ตเมตฺถ กถิตนฺติ อาห ‘‘รูปกมฺมฏฺาน’’นฺติอาทิ. สงฺขิตฺตํ, กถํ สงฺขิตฺตํ? เวทนาย อารมฺมณมตฺตกํเยว, เยภุยฺเยน เวทนา รูปธมฺมารมฺมณา ปฺจทฺวารวเสน ปวตฺตนโต. เตน จสฺสา ปุริมสิทฺธา เอว อารมฺมณนฺติ เวทนํ วทนฺเตน ตสฺสารมฺมณธมฺมา อตฺถโต ปมตรํ คหิตา เอว นาม โหนฺตีติ อิมาย อตฺถาปตฺติยา รูปกมฺมฏฺานสฺเสเวตฺถ ปมํ คหิตตา โชติตา, น สรูเปเนว คหิตตฺตา. เตนาห ‘‘ตสฺมา ปาฬิยํ นารุฬฺหํ ภวิสฺสตี’’ติ.

๓๖๐. ทฺวีหิ โกฏฺาเสหีติ เสวิตพฺพาเสวิตพฺพภาเคหิ. เอวรูปนฺติ ยํ อกุสลานํ อภิพุทฺธิยา, กุสลานฺจ ปริหานาย สํวตฺตติ, เอวรูปํ, ตํ ปน กามูปสฺหิตตาย ‘‘เคหนิสฺสิต’’นฺติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘เคหสิตโสมนสฺส’’นฺติ. อิฏฺานนฺติ ปิยานํ. กนฺตานนฺติ กมนียานํ. มนาปานนฺติ มนวฑฺฒนกานํ. ตโต เอว มโน รเมนฺตีติ มโนรมานํ. โลกามิสปฏิสํยุตฺตานนฺติ ตณฺหาสนฺนิสฺสิตานํ กามูปสฺหิตานํ. ปฏิลาภโต สมนุปสฺสโตติ ‘‘อโห มยา อิมานิ ลทฺธานี’’ติ ยถาลทฺธานิ รูปารมฺมณาทีนิ อสฺสาทยโต. อตีตนฺติ อติกฺกนฺตํ. นิรุทฺธนฺติ นิโรธปฺปตฺตํ. วิปริณตนฺติ สภาววิคเมน วิคตํ. สมนุสฺสรโตติ อสฺสาทนวเสน อนุจินฺตยโต. เคหสิตนฺติ กามคุณนิสฺสิตํ. กามคุณา หิ กามราคสฺส เคหสทิสตฺตา อิธ ‘‘เคห’’นฺติ อธิปฺเปตา.

เอวรูปนฺติ ยํ อกุสลานํ ปริหานาย, กุสลานฺจ อภิพุทฺธิยา สํวตฺตติ, เอวรูปํ, ตํ ปน ปพฺพชฺชาทิวเสน ปวตฺติยา เนกฺขมฺมูปสฺหิตนฺติ อาห ‘‘เนกฺขมฺมสิตํ โสมนสฺส’’นฺติ. อิทานิ ตํ ปาฬิวเสเนว ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ กตมานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ วิปสฺสนาลกฺขเณ เนกฺขมฺเม ทสฺสิเต อิตรานิ ตสฺส การณโต, ผลโต, อตฺถโต จ ทสฺสิตาเนว โหนฺตีติ วิปสฺสนาลกฺขณเมว ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘รูปานนฺตฺเววา’’ติอาทิมาห. วิปริณามวิราคนิโรธนฺติ ชราย วิปริณาเมตพฺพตฺเจว ชรามรเณหิ ปลุชฺชนํ นิรุชฺฌนฺจ วิทิตฺวาติ โยชนา. อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสนฺติ วิปสฺสนาย วีถิปฏิปตฺติยา กเมน อุปฺปนฺนานํ ปาโมชฺชปีติปสฺสทฺธีนํ อุปริ อนปฺปกํ โสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –

‘‘สุฺาคารํ ปวิฏฺสฺส, สนฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน;

อมานุสี รติ โหติ, สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโต.

ยโต ยโต สมฺมสติ, ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ;

ลภตี ปีติปาโมชฺชํ, อมตํ ตํ วิชานต’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๗๔) จ –

เนกฺขมฺมวเสนาติ ปพฺพชฺชาทิวเสน. ‘‘วฏฺฏทุกฺขโต นิตฺถริสฺสามี’’ติ ปพฺพชิตุํ ภิกฺขูนํ สนฺติกํ คจฺฉนฺตสฺส, ปพฺพชนฺตสฺส, จตุปาริสุทฺธิสีลํ อนุติฏฺนฺตสฺส, ตํ โสเธนฺตสฺส, ธุตคุเณ สมาทาย วตฺตนฺตสฺส, กสิณปริกมฺมาทีนิ กโรนฺตสฺส จ ยา ปฏิปตฺติ, สพฺพา สา อิธ ‘‘เนกฺขมฺม’’นฺติ อธิปฺเปตา. เยภุยฺเยน อนุสฺสติยา อุปจารชฺฌานํ นิฏฺาตีติ กตฺวา ‘‘อนุสฺสติวเสนา’’ติ วตฺวา ‘‘ปมชฺฌานาทิวเสนา’’ติ วุตฺตํ. เอตฺถ จ ยถา ปพฺพชฺชา ฆรพนฺธนโต นิกฺขมนฏฺเน เนกฺขมฺมํ, เอวํ วิปสฺสนาทโยปิ ตํปฏิปกฺขโต. เตนาห –

‘‘ปพฺพชฺชา ปมํ ฌานํ, นิพฺพานฺจ วิปสฺสนา;

สพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา, เนกฺขมฺมนฺติ ปวุจฺจเร’’ติ. (อิติวุ. อฏฺ. ๑๐๙);

ยํ เจติ เอตฺถ เจติ นิปาตมตฺตํ โสมนสฺสสฺส อธิปฺเปตตฺตา. จตุกฺกนยวเสเนว จ สุตฺตนฺเตสุ ฌานกถาติ วุตฺตํ ‘‘ทุติยตติยชฺฌานวเสนา’’ติ. ทฺวีสูติ ‘‘สวิตกฺกํ สวิจารํ อวิตกฺกํ อวิจาร’’นฺติ วุตฺเตสุ ทฺวีสุ โสมนสฺเสสุ.

สวิตกฺกสวิจาเร โสมนสฺเสติ ปริตฺตภูมิเก, ปมชฺฌาเน วา โสมนสฺเส. อภินิวิฏฺโสมนสฺเสสูติ วิปสฺสนํ ปฏฺปิตโสมนสฺเสสุ. ปิ-สทฺเทน สมฺมฏฺโสมนสฺเสสุ ปีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ. โสมนสฺสวิปสฺสนาโตปีติ สวิตกฺกสวิจารโสมนสฺสปวตฺติวิปสฺสนาโตปิ. อวิตกฺกอวิจาร วิปสฺสนา ปณีตตรา สมฺมสิตธมฺมวเสนปิ วิปสฺสนาย วิเสสสิทฺธิโต, ยโต มคฺเคปิ ตถารูปา วิเสสา อิชฺฌนฺติ. อยํ ปนตฺโถ ‘‘อริยมคฺค โพชฺฌงฺคาทิวิเสสํ วิปสฺสนาย อารมฺมณภูตา ขนฺธา นิยเมนฺตี’’ติ เอวํ ปวตฺเตน โมรวาปีวาสิมหาทตฺตตฺเถรวาเทน ทีเปตพฺโพ.

๓๖๑. เคหสิตโทมนสฺสํ นาม กามคุณานํ อปฺปฏิลาภนิมิตฺตํ, วิคตนิมิตฺตฺจ อุปฺปชฺชนกโทมนสฺสํ. อปฺปฏิลาภโต สมนุปสฺสโตติ อปฺปฏิลาเภน ‘‘อหเมว น ลภามี’’ติ ปริตสฺสนโต. สมนุสฺสรโตติ ‘‘อหุ วต เม ตํ วต นตฺถี’’ติอาทินา อนุสฺสรณวเสน จินฺตยโต. เตนาห ‘‘เอวํ ฉสุ ทฺวาเรสู’’ติอาทิ.

อนุตฺตเรสุ วิโมกฺเขสูติ สุฺตผลาทิอริยผลวิโมกฺเขสุ. ปิหนฺติ อเปกฺขํ, อาสนฺติ อตฺโถ. กถํ ปน โลกุตฺตรธมฺเม อารพฺภ อาสา อุปฺปชฺชตีติ? น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺพฺพํ ‘‘ยํ อารมฺมณกรณวเสน ตตฺถ ปิหา ปวตฺตตี’’ติ อวิสยตฺตา, ปุคฺคลสฺส จ อนธิคตภาวโต. อนุสฺสวูปลทฺเธ ปน อนุตฺตรวิโมกฺเข อุทฺทิสฺส ปิหํ อุปฏฺเปนฺโต ‘‘ตตฺถ ปิหํ อุปฏฺเปตี’’ติ วุตฺโต. เตนาห ‘‘กุทาสฺสุ นามาห’’นฺติอาทิ. ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺารมฺมเณ อาปาถคเต อนิจฺจาทิวเสน วิปสฺสนํ ปฏฺเปตฺวาติ โยชนา. ‘‘อิฏฺารมฺมเณ’’ติ จ อิมินา นยิทํ โทมนสฺสํ สภาวโต อนิฏฺธมฺเมเยว อารพฺภ อุปฺปชฺชนกํ, อถ โข อิจฺฉิตาลาภเหตุกํ อิจฺฉาภิฆาตวเสน ยตฺถ กตฺถจิ อารมฺมเณ อุปฺปชฺชนกนฺติ ทสฺเสติ. เอวํ ‘‘กุทาสฺสุ นามาห’’นฺติ วุตฺตากาเรน ปิหํ อุปฏฺเปตฺวา เอวํ อิมมฺปิ ปกฺขํ…เป… นาสกฺขินฺติ อนุโสจโตติ โยชนา. ‘‘อิมสฺมึ ปกฺเข, อิมสฺมึ มาเส, อิมสฺมึ สํวจฺฉเร ปพฺพชิตุํ นาลทฺธํ, กสิณปริกมฺมํ กาตุํ นาลทฺธ’’นฺติอาทิวเสน ปวตฺตึ สนฺธาย ‘‘เนกฺขมฺมวเสนา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘วิปสฺสนาวเสนา’’ติอาทีสุปิ อิมินา นเยน โยชนา เวทิตพฺพา.

ยโต เอว-กาโร, ตโต อฺตฺถ นิยโมติ กตฺวา ‘‘ตสฺมิมฺปิ…เป… เคหสิตโทมนสฺสเมวา’’ติ วุตฺตํ. น เหตฺถ เคหสิตโทมนสฺสตา สวิตกฺกสวิจาเร นิยตา, อถ โข เคหสิตโทมนสฺเส สวิตกฺกสวิจารตา นิยตา ปฏิโยคินิวตฺตนตฺถตฺตา เอว-การสฺส. ‘‘เคหสิตโทมนสฺสํ สวิตกฺกสวิจารเมว, น อวิตกฺกอวิจาร’’นฺติ. เนกฺขมฺมสิตโทมนสฺสํ ปน สิยา สวิตกฺกสวิจารํ, สิยา อวิตกฺกอวิจารํ. สวิตกฺกสวิจารสฺเสว การณภูตํ โทมนสฺสํ สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺสํ. กึ ตํ? เคหสิตโทมนสฺสํ, ยํ ปน เนกฺขมฺมาทิวเสน อุปฺปนฺนํ, ตํ อวิตกฺกอวิจารสฺส การณภูตํ อวิตกฺกอวิจารโทมนสฺสนฺติ. อยฺจ นโย ปริยายวเสน วุตฺโตติ อาห ‘‘นิปฺปริยาเยน ปนา’’ติอาทิ. ยทิ เอวํ กสฺมา ‘‘ยํ เจ อวิตกฺกํ อวิจาร’’นฺติ ปาฬิยํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘เอตสฺส ปนา’’ติอาทิ. มฺนวเสนาติ ปริกปฺปนวเสน. วุตฺตํ ปาฬิยํ.

ตตฺราติ ตสฺมึ มฺเน. อยํ อิทานิ วุจฺจมาโน นโย. โทมนสฺสปจฺจยภูเตติ โทมนสฺสสฺส ปจฺจยภูเต. อุปจารชฺฌานฺหิ ปมชฺฌานาทีนิ วา ปาทกานิ กตฺวา มคฺคผลานิ นิพฺพตฺเตตุกามสฺส เตสํ อลาเภ โทมนสฺสสฺส อุปฺปชฺชเน ตานิ ตสฺส ปจฺจยา นาม โหนฺติ อิติ เต ธมฺมา ผลูปจาเรน ‘‘โทมนสฺส’’นฺติ วุตฺตา. โย ปน ตถา อุปฺปนฺนโทมนสฺโส ธุรนิกฺเขปํ อกตฺวา อนุกฺกเมน วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา มคฺคผลธมฺเม นิพฺพตฺเตติ, เต การณูปจาเรน ‘‘โทมนสฺส’’นฺติ วุตฺตาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิธ ภิกฺขู’’ติอาทิมาห. นนุ เอตสฺส ตทา โทมนสฺสเมว อุปฺปนฺนํ, น โทมนสฺสเหตุกา วิปสฺสนามคฺคผลธมฺมา อุปฺปนฺนา, ตตฺถ กถํ โทมนสฺสสมฺํ อาโรเปตฺวา โวหรตีติ อาห ‘‘อฺเสํ ปฏิปตฺติทสฺสนวเสน โทมนสฺสนฺติ คเหตฺวา’’ติอาทิ. สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺเสติ สวิตกฺกสวิจารนิมิตฺเต โทมนสฺเส. ตีหิ มาเสหิ นิพฺพตฺเตตพฺพา เตมาสิกา, ตํ เตมาสิกํ. อิมา จ เตมาสิกาทโย ปฏิปทา ตถาปวตฺตอุกฺกฏฺมชฺฌิมมุทินฺทฺริยวเสน เวทิตพฺพา, อธิกมชฺฌิมมุทุสฺสาหวเสน วา. ชคฺคตีติ ชาคริกํ อนุยุฺชติ.

มหาสิวตฺเถรวตฺถุวณฺณนา

สหสฺสทฺวิสหสฺสสงฺขฺยตฺตา มหาคเณ.

อฏฺกถาเถราติ อฏฺกถาย อตฺถปฏิปุจฺฉนกเถรา. อนฺตรามคฺเคติ ภิกฺขํ คเหตฺวา คามโต วิหารํ ปฏิคมนมคฺเค. ตโย…เป… คาหาเปตฺวาติ ตีณิ จตฺตาริ อุณฺหาปนานิ.

เกนจิ ปปฺเจนาติ เกนจิ สรีรกิจฺจภูเตน ปปฺเจน. สฺํ อกาสิ รตฺติยํ ปจฺฉโต คจฺฉนฺตํ อสลฺลกฺเขนฺโต.

กสฺมา ปน เถโร อนฺเตวาสิกานํ อนาโรเจตฺวาว คโตติ อาห ‘‘เถโร กิรา’’ติอาทิ. อรหตฺตํ นาม กินฺติ ตทธิคมสฺส อทุกฺกรภาวํ สนฺธาย วทติ. จตูหิ อิริยาปเถหีติ จตูหิปิ อิริยาปเถหิ ปวตฺตมานสฺส, ตสฺมา ยาว อรหตฺตาธิคมา สยนํ ปฏิกฺขิปามีติ อธิปฺปาโย.

‘‘อนุจฺฉวิกํ นุ โข เต เอต’’นฺติ สํเวคชาโต วีริยํ สมุตฺเตเชนฺโต อรหตฺตํ อคฺคเหสิ เอตฺตกํ กาลํ วิปสฺสนาย สุจิณฺณภาวโต าณสฺส ปริปากํ คตตฺตา.

ปริมชฺชีติ ปริมสิ. เกจิ ปน ‘‘ปริมชฺชีติ ปริวตฺเตตฺวา เถเรน โธวิยมานํ ปริคฺคเหตฺวา โธวี’’ติ อตฺถํ วทนฺติ.

วิปสฺสนาย อารมฺมณํ นาม อุปจารชฺฌานปมชฺฌานาทิ.

‘‘สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺเส’’ติอาทีสุ วตฺตพฺพํ โสมนสฺเสสุ วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพํ.

๓๖๒. เอวรูปาติ ยา อกุสลานํ อภิพุทฺธิยา, กุสลานํ ปริหานาย จ สํวตฺตติ, เอวรูปา, สา ปน กามูปสฺหิตตาย ‘‘เคหสิตา’’ติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘เคหสิตอุเปกฺขา’’ติ. ‘‘พาลสฺสา’’ติอาทีสุ พาลกรธมฺมโยคโต พาลสฺส อตฺตหิตปรหิตพฺยามูฬฺหตาย มูฬฺหสฺส ปุถูนํ กิเลสาทีนํ ชนนาทีหิ การเณหิ ปุถุชฺชนสฺส กิเลโสธีนํ มคฺโคธีหิ อชิตตฺตา อโนธิชินสฺส, โอธิชิโน วายเปกฺขา, โอธิโส จ กิเลสานํ ชิตตฺตา, เตนสฺส เสกฺขภาวํ ปฏิกฺขิปติ. สตฺตมภวาทิโต อุทฺธํ ปวตฺตนวิปากสฺส อชิตตฺตา อวิปากชินสฺส, วิปากชินา วา อรหนฺโต อปฺปฏิสนฺธิกตฺตา, เตนสฺส อเสกฺขตฺตํ ปฏิกฺขิปติ. อเนกาทีนเว สพฺเพสมฺปิ ปาปธมฺมานํ มูลภูเต สมฺโมเห อาทีนวานํ อทสฺสนสีลตาย อนาทีนวทสฺสาวิโน. อาคมาธิคมาภาวา อสฺสุตวโต. เอทิโส เอกํเสน อนฺธปุถุชฺชโน นาม โหตีติ ตสฺส อนฺธปุถุชฺชนภาวํ ทสฺเสตุํ ปุนปิ ‘‘ปุถุชฺชนสฺสา’’ติ วุตฺตํ. เอวรูปาติ วุตฺตปฺปการา สมฺโมหปุพฺพิกา. รูปํ สา นาติวตฺตตีติ รูปานํ สมติกฺกมนาย การณํ น โหติ, รูปารมฺมเณ กิเลเส นาติกฺกมตีติ อธิปฺปาโย. อฺาณาวิภูตตาย อารมฺมเณ อชฺฌุเปกฺขนวเสน ปวตฺตมานา โลภสมฺปยุตฺตอุเปกฺขา อิธาธิปฺเปตาติ ตสฺส โลภสฺส อนุจฺฉวิกเมว อารมฺมณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิฏฺารมฺมเณ’’ติ อาห. อนติวตฺตมานา อนาทีนวทสฺสิตาย. ตโต เอว อสฺสาทานุปสฺสนโต ตตฺเถว ลคฺคา. อภิสงฺคสฺส โลภสฺส วเสน, ทุมฺโมจนียตาย จ เตน ลคฺคิตา วิย หุตฺวา อุปฺปนฺนา.

เอวรูปาติ ยา อกุสลานํ ปหานาย, กุสลานฺจ อภิพุทฺธิยา สํวตฺตติ, เอวรูปา, สา ปน ปพฺพชฺชาทิวเสน ปวตฺติยา เนกฺขมฺมูปสฺหิตาติ อาห ‘‘เนกฺขมฺมสิตา’’ติ. อิทานิ ตํ ปาฬิวเสน ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ กตมา’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตสฺสตฺโถ เหฏฺา วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺโพ. รูปํ สา อติวตฺตตีติ รูปสฺมึ สมฺมเทว อาทีนวทสฺสนโต. รูปนิยาตาติ กิเลเสหิ อนภิภวนียโต. อิฏฺเติ สภาวโต, สงฺกปฺปโต จ อิฏฺเ อารมฺมเณ. อรชฺชนฺตสฺสาติ น รชฺชนฺตสฺส ราคํ อนุปฺปาเทนฺตสฺส. อนิฏฺเ อทุสฺสนฺตสฺสาติ เอตฺถ วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สมํ สมฺมา โยนิโส น เปกฺขนํ อสมเปกฺขนํ, ตํ ปน อิฏฺานิฏฺมชฺฌตฺเต วิย อิฏฺานิฏฺเสุปิ พาลสฺส โหตีติ ‘‘อิฏฺานิฏฺมชฺฌตฺเต’’ติ อวตฺวา ‘‘อสมเปกฺขเนน อสมฺมุยฺหนฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ, ติวิเธปิ อารมฺมเณ อสมเปกฺขนวเสน มุยฺหนฺตสฺสาติ อตฺโถ. วิปสฺสนาาณสมฺปยุตฺตา อุเปกฺขา. เนกฺขมฺมสิตา อุเปกฺขา เวทนาสภาคาติ อุทาสินากาเรน ปวตฺติยา, อุเปกฺขา เวทนาย จ สภาคา. เอตฺถ อุเปกฺขา วาติ เอตฺถ เอตสฺมึ อุเปกฺขานิทฺเทเส ‘‘อุเปกฺขา’’ติ คหิตา เอว. ตสฺมาติ ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขายปิ อิธ อุเปกฺขาคฺคหเณน คหิตตฺตา. ตฺหิ สนฺธาย ‘‘ปมทุติยตติยจตุตฺถชฺฌานวเสน อุปฺปชฺชนกอุเปกฺขา’’ติ วุตฺตํ.

ตายปิ เนกฺขมฺมสิตอุเปกฺขายาติ นิทฺธารเณ ภุมฺมํ. ‘‘ยํ เนกฺขมฺมวเสนา’’ติอาทิ เหฏฺา วุตฺตนยตฺตา อุตฺตา นตฺถเมว.

๓๖๓. ยทิ สกฺกสฺส ตทา โสตาปตฺติผลปตฺติยาว อุปนิสฺสโย, อถ กสฺมา ภควา ยาว อรหตฺตํ เทสนํ วฑฺเฒสีติ อาห ‘‘พุทฺธานฺหี’’ติอาทิ. ตรุณสกฺโกติ อภินโว อธุนา ปาตุภูโต สกฺโก. สมฺปติ ปาตุภาวฺหิ สนฺธาย ‘‘ตรุณสกฺโก’’ติ วุตฺตํ, น ตสฺส กุมารตา, วุทฺธตา วา อตฺถิ. คตาคตฏฺานนฺติ คมนาคมนการณํ. น ปฺายติ น อุปลพฺภติ. คพฺภเสยฺยกานฺหิ จวนฺตานํ กมฺมชรูปํ วิคจฺฉติ อนุเทว จิตฺตชํ, อาหารชฺจ ปจฺจยาภาวโต, อุตุชํ ปน สุจิรมฺปิ กาลํ ปเวณึ ฆฏฺเฏนฺตํ ภสฺสนฺตํ วา โสสนฺตํ วา กิเลสนฺตํ วา วิฏฺตํ วา โหติ, น เอวํ เทวานํ. เตสฺหิ โอปปาติกตฺตา กมฺมชรูเป อนฺตรธายนฺเต เสสติสนฺตติรูปมฺปิ เตน สทฺธึ อนฺตรธายติ. เตนาห ‘‘ทีปสิขาคมนํ วิย โหตี’’ติ. เสสเทวตา น ชานึสุ ปุนปิ สกฺกตฺตภาเวน ตสฺมึเยว าเน นิพฺพตฺตตฺตา. ตีสุ าเนสูติ โสมนสฺสโทมนสฺสอุเปกฺขาวิสฺสชฺชนาวสานฏฺาเนสุ. นิพฺพตฺติตผลเมวาติ สปฺปิมฺหา สปฺปิมณฺโฑ วิย อาคมนียปฏิปทาย นิพฺพตฺติตผลภูตํ โลกุตฺตรมคฺคผลเมว กถิตํ. สกุณิกาย วิย กิฺจิ คยฺหูปคํ อุปฺปติตฺวา อุฑฺเฑตฺวา อุลฺลงฺฆิตฺวา. อสฺสาติ มคฺคผลสฺิตสฺส อริยสฺส ธมฺมสฺส.

ปาติโมกฺขสํวรวณฺณนา

๓๖๔. ปาติโมกฺขสํวรายาติ ปาติโมกฺขภูตสีลสํวรายาติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘อุตฺตมเชฏฺกสีลสํวรายา’’ติ. ‘‘ปาติโมกฺขสีลฺหิ สพฺพสีลโต เชฏฺกสีล’’นฺติ ทีฆวาปีวิหารวาสิ สุมตฺเถโร วทติ, อนฺเตวาสิโก ปนสฺส เตปิฏกจูฬนาคตฺเถโร ‘‘ปาติโมกฺขสํวโร เอว สีลํ, อิตรานิ ปน ‘สีลนฺติ วุตฺตฏฺานํ นาม อตฺถี’ติ อนนุชานนฺโต อินฺทฺริยสํวโร นาม ฉทฺวารรกฺขามตฺตกํ, อาชีวปาริสุทฺธิ ธมฺเมน สเมน ปจฺจยุปฺปาทนมตฺตกํ, ปจฺจยสนฺนิสฺสิตํ ปฏิลทฺธปจฺจเย ‘อิท มตฺถ’นฺติ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุฺชนมตฺตกํ, นิปฺปริยาเยน ปาติโมกฺขสํวโรว สีลํ. ตถา หิ ยสฺส โส ภินฺโน, โส อิตรานิ รกฺขิตุํ อภพฺพตฺตา อสีโล โหติ. ยสฺส ปน สพฺพโส อโรโค เสสานํ รกฺขิตุํ ภพฺพตฺตา สมฺปนฺนสีโล’’ติ วทติ, ตสฺมา อิตเรสํ ตสฺส ปริวารภาวโต, สพฺพโส เอกเทเสน จ ตทนฺโตคธภาวโต ตเทว ปธานสีลํ นามาติ อาห ‘‘อุตฺตมเชฏฺกสีลสํวรายา’’ติ. ตตฺถ ยถา เหฏฺา ปปฺจสฺาสงฺขานิโรธสารุปฺปคามินึ ปฏิปทํ ปุจฺฉิเตน ภควตา ปปฺจสฺานํ, ปฏิปทาย จ มูลภูตํ เวทนํ วิภชิตฺวา ปฏิปทา เทสิตา สกฺกสฺส อชฺฌาสยวเสน สํกิเลสธมฺมปฺปหานมุเขน โวทานธมฺมปาริปูรีติ, เอวํ ตสฺสา เอว ปฏิปทาย มูลภูตมฺปิ สีลสํวรํ ปุจฺฉิเตน ภควตา ยโต โส วิสุชฺฌติ, ยถา จ วิสุชฺฌติ, ตทุภยํ สกฺกสฺส อชฺฌาสยวเสน วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘กายสมาจารมฺปี’’ติอาทิ วุตฺตํ สํกิเลสธมฺมปฺปหานมุเขน โวทานธมฺมปาริปูรีติ กตฺวา. สีลกถายํ อเสวิตพฺพกายสมาจาราทิกถเน การณํ วุตฺตเมว, ตสฺมา กมฺมปถวเสนาติ กุสลากุสลกมฺมปถวเสน.

กมฺมปถวเสนาติ จ กมฺมปถวิจารวเสน. กมฺมปถภาวํ อปตฺตานมฺปิ หิ กายทุจฺจริตาทีนํ อเสวิตพฺพกาทีนํ อเสวิตพฺพกายสมาจาราทิภาโว อิธ วุจฺจตีติ. ปณฺณตฺติวเสนาติ สิกฺขาปทปณฺณตฺติวเสน. ยโต ยโต หิ ยา ยา เวรมณี, ตทุภเยปิ วิภาเวนฺโต ปณฺณตฺติวเสน กเถติ นาม. เตนาห ‘‘กายทฺวาเร’’ติอาทิ. สิกฺขาปทํ วีติกฺกมติ เอเตนาติ สิกฺขาปทวีติกฺกโม, สิกฺขาปทสฺส วีติกฺกมนากาเรน ปวตฺโต อกุสลธมฺโม ยํ, ตสฺส อเสวิตพฺพกายสมาจาราทิตา. วีติกฺกมปฏิปกฺโข อวีติกฺกโม, น วีติกฺกมติ เอเตนาติ อวีติกฺกโม, สีลํ.

มิจฺฉา สมฺมา จ ปริเยสติ เอตายาติ ปริเยสนา, อาชีโว, อตฺถโต ปจฺจยคเวสนพฺยาปาโร กายวจีทฺวาริโก. ยทิ เอวํ กสฺมา วิสุํ คหณนฺติ อาห ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิ. อริยา นิทฺโทสา ปริเยสนา คเวสนาติ อริยปริเยสนา, อริเยหิ สาธูหิ ปริเยสิตพฺพาติปิ อริยปริเยสนาติ. วุตฺตวิปริยายโต อนริยปริเยสนา เวทิตพฺพา.

ชาติธมฺโมติ ชายนสภาโว ชายนปกติโก. ชราธมฺโมติ ชีรณสภาโว. พฺยาธิธมฺโมติ พฺยาธิสภาโว. มรณธมฺโมติ มียนสภาโว. โสกธมฺโมติ โสจนกสภาโว. สํกิเลสธมฺโมติ สํกิลิสฺสนสภาโว.

ปุตฺตภริยนฺติ ปุตฺตา จ ภริยา จ. เอส นโย สพฺพตฺถ. ทฺวนฺเทกตฺตวเสน เตสํ นิทฺเทโส. ชาตรูปรชตนฺติ เอตฺถ ปน ยโต วิการํ อนาปชฺชิตฺวา สพฺพํ ชาตรูปเมว โหตีติ ชาตรูปํ นาม สุวณฺณํ. ธวลสภาวตาย รชตีติ รชตํ, รูปิยํ. อิธ ปน สุวณฺณํ เปตฺวา ยํ กิฺจิ อุปโภคปริโภคารหํ ‘‘รชต’’นฺตฺเวว คหิตํ โวหารูปคมาสกาทิ. ชาติธมฺมา เหเต, ภิกฺขเว, อุปธโยติ เอเต กามคุณูปธโย นาม โหนฺติ, เต สพฺเพปิ ชาติธมฺมาติ ทสฺเสติ.

พฺยาธิธมฺมวาราทีสุ ชาตรูปรชตํ น คหิตํ. น เหตสฺส สีสโรคาทโย พฺยาธโย นาม สนฺติ, น สตฺตานํ วิย จุติสงฺขาตํ มรณํ, น โสเก อุปฺปชฺชติ, จุติสงฺขาตํ มรณนฺติ จ เอกภวปริยาปนฺนขนฺธนิโรโธ, โส ตสฺส นตฺถิ, ขณิกนิโรโธ ปน ขเณ ขเณ ลพฺภเตว. ราคาทีหิ ปน สํกิเลเสหิ สํกิลิสฺสตีติ สํกิเลสธมฺมวาเร คหิตํ ชาตรูปํ, ตถา อุตุสมุฏฺานตฺตา ชาติธมฺมวาเร, มลํ คเหตฺวา ชีรณโต ชราธมฺมวาเร จ. อริเยหิ น อรณียา, ปริเยสนาติปิ อนริยปริเยสนา.

อิทานิ อเนสนาวเสนาปิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิมินา นเยน สุกฺกปกฺเขปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

สมฺภารปริเยสนํ ปหรณวิสาทิคเวสนํ, ปโยควเสน ปโยคกรณํ ตชฺชาวายามชนนํ ตาทิสํ อุปกฺกมนิพฺพตฺตนํ, ปาณาติปาตาทิอตฺถํ คมนํ, ปจฺเจกํ กาล-สทฺโท โยเชตพฺโพ ‘‘สมฺภารปริเยสนกาลโต ปฏฺาย, ปโยคกรณกาลโต ปฏฺาย, คมนกาลโต ปฏฺายา’’ติ. อิตโรติ ‘‘เสวิตพฺโพ’’ติ วุตฺตกายสมาจาราทิโก. จิตฺตมฺปิ อุปฺปาเทตพฺพํ. ตถา อุปฺปาทิตจิตฺโต หิ สติ ปจฺจยสมวาเย ตาทิสํ ปโยคํ ปรกฺกมํ กโรนฺโต ปฏิปตฺติยา มตฺถกํ คณฺหาติ. เตนาห ‘‘จิตฺตุปฺปาทมฺปิ โข อหํ, ภิกฺขเว, กุสเลสุ ธมฺเมสุ พหุปการํ วทามี’’ติ (ม. นิ. ๑.๘๔).

อิทานิ ตํ มตฺถกปฺปตฺตํ อเสวิตพฺพํ, เสวิตพฺพฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สงฺฆเภทาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน โลหิตุปฺปาทนาทึ สงฺคณฺหาติ. พุทฺธรตนสงฺฆรตนุปฏฺาเนเหว ธมฺมรตนุปฏฺานสิทฺธีติ อาห ‘‘ทิวสสฺส ทฺวตฺติกฺขตฺตุํ ติณฺณํ รตนานํ อุปฏฺานคมนาทิวเสนา’’ติ. ธนุคฺคหเปสนํ ธนุคฺคหปุริสานํ อุยฺโยชนํ. อาทิ-สทฺเทน ปฺจวรยาจนาทึ สงฺคณฺหาติ. ‘‘อชาตสตฺตุํ ปสาเทตฺวา ลาภุปฺปาทวเสน ปริหีนลาภสกฺการสฺส กุเลสุ วิฺาปน’’นฺติ เอวมาทึ อนริยปริเยสนํ ปริเยสนฺตานํ.

ปาริปูริยาติ ปาริปูริอตฺถํ. อคฺคมคฺคผลวเสเนว หิ เสวิตพฺพานํ ปาริปูรีติ ตทตฺถํ สพฺพา ปุพฺพภาคปฏิปทา, ปาติโมกฺขสํวโรปิ อคฺคมคฺเคเนว ปริปุณฺโณ โหตีติ ตทตฺถํ ปุพฺพภาคปฏิปทํ วตฺวา นิคเมนฺโต ‘‘ปาติโมกฺโข…เป… โหตี’’ติ อาห.

อินฺทฺริยสํวรวณฺณนา

๓๖๕. อินฺทฺริยานํ ปิธานายาติ อินฺทฺริยานํ ปิทหนตฺถาย. อินฺทฺริยานิ จ จกฺขาทีนิ ทฺวารานิ, เตสํ ปิธานํ สํวรณํ อกุสลุปฺปตฺติโต โคปนาติ อาห ‘‘คุตฺตทฺวารตายา’’ติ. อเสวิตพฺพรูปาทิวเสน อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตา อสํวโร, สํกิเลสธมฺมวิปฺปหานวเสน โวทานธมฺมปาริสุทฺธีติ. กามํ ปาฬิยํ อเสวิตพฺพมฺปิ รูปาทิ ทสฺสิตํ, สกฺเกน ปน อินฺทฺริยสํวราย ปฏิปตฺติ ปุจฺฉิตาติ ตเมว นิวตฺเตตฺวา ทสฺเสตุํ อฏฺกถายํวุตฺตํ ‘‘จกฺขุวิฺเยฺยํ รูปมฺปีติอาทิ เสวิตพฺพรูปาทิวเสน อินฺทฺริยสํวรทสฺสนตฺถํ วุตฺต’’นฺติ. ‘‘ตุณฺหี อโหสี’’ติ วตฺวา ตุณฺหีภาวสฺส การณํ พฺยติเรกมุเขน วิภาเวตุํ ‘‘กเถตุกาโมปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อยนฺติ สกฺโก เทวานํ อินฺโท.

รูปนฺติ รูปายตนํ, ตสฺส อเสวนํ นาม อทสฺสนํ เอวาติ อาห ‘‘น เสวิตพฺพํ น ทฏฺพฺพ’’นฺติ. ยํ ปน สตฺตสนฺตานคตํ รูปํ ปสฺสโต ปฏิกูลมนสิการวเสน, อสุภสฺา วา สณฺาติ ทสฺสนานุตฺตริยวเสน. อถ วา กมฺมผลสทฺทหนวเสน ปสาโท วา อุปฺปชฺชติ. หุตฺวา อภาวาการสลฺลกฺขเณน อนิจฺจสฺาปฏิลาโภ วา โหติ.

ปริยายกฺขรณโต อกฺขรํ, วณฺโณ, โส เอว นิรนฺตรุปฺปตฺติยา สมุทฺทิโต ปทวากฺยสฺิโต, อธิปฺเปตมตฺถํ พฺยฺเชตีติ พฺยฺชนํ, ตยิทํ กาพฺยนาฏกาทิคตเววจนวเสน, อุจฺจารณวเสน จ วิจิตฺตสนฺนิเวสตาย ตถาปวตฺตวิกปฺปนวเสน จิตฺตวิจิตฺตภาเวน อุปติฏฺนกํ สนฺธายาห ‘‘ยํ จิตฺตกฺขรํ จิตฺตพฺยฺชนมฺปิ สทฺทํ สุณโต ราคาทโย อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ. อตฺถนิสฺสิตนฺติ สมฺปรายิกตฺถนิสฺสิตํ. ธมฺมนิสฺสิตนฺติ วิวฏฺฏธมฺมนิสฺสิตํ, โลกุตฺตรรตนตฺตยธมฺมนิสฺสิตํ วา. ปสาโทติ รตนตฺตยสทฺธา, กมฺมผลสทฺธาปิ. นิพฺพิทา วาติ อนิจฺจสฺาทิวเสน วฏฺฏโต อุกฺกณฺา วา.

คนฺธรสาวิปโรธาทิวเสน เสวิยมานํ อโยนิโส ปฏิปนฺนตฺตา อเสวิตพฺพํ นาม. โยนิโส ปจฺจเวกฺขิตฺวา เสวิยมานํ สมฺปชฺวเสน คหณโต เสวิตพฺพํ นาม. เตน วุตฺตํ ‘‘ยํ คนฺธํ ฆายโต’’ติอาทิ.

ยํ ปน ผุสโตติ ยํ ปน เสวิตพฺพํ โผฏฺพฺพํ อนิปฺผนฺนสฺเสว ผุสโต. อาสวกฺขโย เจว โหติ ชาคริยานุโยคสฺส มตฺถกปฺปตฺติโต. วีริยฺจ สุปคฺคหิตํ โหติ จตุตฺถสฺส อริยวํสสฺส อุกฺกํสนโต. ปจฺฉิมา จ…เป… อนุคฺคหิตา โหติ สมฺมาปฏิปตฺติยํ นิโยชนโต.

เย มโนวิฺเยฺเย ธมฺเม อิฏฺาทิเภเท สมนฺนาหรนฺตสฺส อาวชฺชนฺตสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ. ‘‘มโนวิฺเยฺยา ธมฺมา’’ติ วิภตฺติ วิปริณาเมตพฺพา, เมตฺตาทิวเสน สมนฺนาหรนฺตสฺส เย มโนวิฺเยฺยา ธมฺมา อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ, เอวรูปา เสวิตพฺพาติ โยชนา. อาทิ-สทฺเทน กรุณาทีนฺเจว อนิจฺจาทีนฺจ สงฺคโห ทฏฺพฺโพ. ติณฺณํ เถรานํ ธมฺมาติ อิทานิ วุจฺจมานปฏิปตฺตีนํ ติณฺณํ เถรานํ มโนวิฺเยฺยา ธมฺมา. พหิ ธาวิตุํ น อทาสินฺติ อนฺโตปริเวณํ อาคตเมว รูปาทึ อารพฺภ อิมสฺมึ เตมาเส กมฺมฏฺานวินิมุตฺตํ จิตฺตํ กทาจิ อุปฺปนฺนปุพฺพํ, อนฺโตปริเวเณ จ วิสภาครูปาทีนํ อสมฺภโว เอว, ตสฺมา วิสฏวิตกฺกวเสน จิตฺตํ พหิ ธาวิตุํ น อทาสินฺติ ทสฺเสติ. นิวาสเคหโต นิวาสนคพฺภโต. นิยกชฺฌตฺตขนฺธปฺจกโต วิปสฺสนาโคจรโต. เถโร กิร สพฺพมฺปิ อตฺตนา กาตพฺพกิริยํ กมฺมฏฺานสีเสเนว ปฏิปชฺชติ.

๓๖๖. อสมฺโมหสมฺปชฺวเสน อทฺเวชฺฌาภาวโต เอโก อนฺโต เอตสฺสาติ เอกนฺโต, เอกนฺโต วาโท เอเตสนฺติ เอกนฺตวาทา. เตนาห ‘‘เอกํเยว วทนฺตี’’ติ, อภินฺนวาทาติ อตฺโถ. เอกาจาราติ สมานาจารา. เอกลทฺธิกาติ สมานลทฺธิกา. เอกปริโยสานาติ สมานนิฏฺานา.

อิติ สกฺโก ปุพฺเพ อตฺตนา สุตํ ปุถุสมณพฺราหฺมณานํ นานาวาทา จารลทฺธินิฏฺานํ อิทานิ สจฺจปฏิเวเธน อสารโต ตฺวา ิโต, ตสฺส การณํ าตุกาโม ตเมว ตาว พฺยติเรกมุเขน ปุจฺฉติ ‘‘สพฺเพว ธมฺมา นุ โข’’ติอาทินา.

ธาตูติ อชฺฌาสยธาตุ อุตฺตรปทโลเปน วุตฺตา, อชฺฌาสยธาตูติ จ อตฺถโต อชฺฌาสโย เอวาติ อาห ‘‘อเนกชฺฌาสโย นานชฺฌาสโย’’ติ. ‘‘เอกสฺมึ คนฺตุกาเม เอโก าตุกาโม โหตี’’ติ อิทํ นิทสฺสนวเสน วุตฺตํ อิริยาปเถปิ นาม สตฺตา เอกชฺฌาสยา ทุลฺลภา, ปเคว ลทฺธีสูติ ทสฺสนตฺถํ. ยํ ยเทว อชฺฌาสยนฺติ ยํ ยเมว สสฺสตาทิอชฺฌาสยํ. อภินิวิสนฺตีติ ตํ ตํ ลทฺธึ ทิฏฺาภินิเวสวเสน อภิมุขา หุตฺวา ทุปฺปฏินิสฺสคฺคิภาเวน นิวิสนฺติ, อาทานคฺคาหํ คณฺหนฺติ. ถาเมน จ ปรามาเสน จาติ ทิฏฺิถาเมน จ ทิฏฺิปรามาเสน จ. สุฏฺุ คณฺหิตฺวาติ อติวิย ทฬฺหคฺคาหํ คณฺหิตฺวา. โวหรนฺตีติ ยถาภินิวิฏฺํ ทิฏฺิวาทํ ปฺาเปนฺติ ปเร หิ คาเหนฺติ ปติฏฺเปนฺติ. เตนาห ‘‘กเถนฺติ ทีเปนฺติ กิตฺเตนฺตี’’ติ, อุคฺโฆเสนฺตีติ อตฺโถ.

อนฺตํ อตีตา อจฺจนฺตา, อจฺจนฺตา นิฏฺา เอเตสนฺติ อจฺจนฺตนิฏฺา. สพฺเพสนฺติ สพฺเพสํ สมณพฺราหฺมณานํ. โยคกฺเขโมติปิ นิพฺพานํ จตูหิปิ โยเคหิ อนุปฺปทุฏฺตฺตา. ‘‘อจฺจนฺตโยคกฺเขมา’’ติ วตฺตพฺเพ อิ-กาเรน นิทฺเทเสน ‘‘อจฺจนฺตโยคกฺเขมี’’ติ วุตฺตํ, อจฺจนฺตโยคกฺเขโม วา เอเตสํ อตฺถีติ อจฺจนฺตโยคกฺเขมีติ. จรนฺติ อุปคจฺฉนฺติ, อธิคจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. ปริยสฺสติ ปริกฺขิสฺสติ วฏฺฏทุกฺขนฺตํ อาคมฺมาติ ปริโยสานนฺติปิ นิพฺพานสฺส นามํ.

สงฺขิณาตีติ สมุจฺฉินฺทเนน เขเปติ. วินาเสตีติ ตโต เอว สพฺพโส อทสฺสนํ ปาเปติ. วิมุตฺตาติ วฏฺฏทุกฺขโต อจฺจนฺตนิคฺคเมน วิเสเสน มุตฺตา.

‘‘อิสฺสามจฺฉริยํ เอโก ปฺโห’’ติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ อิสฺสามจฺฉริยํ วิสฺสชฺชนนฺติ? สจฺจเมตํ, โย ปน าตุํ อิจฺฉิโต อตฺโถ, โส ปฺโห. โส เอว จ วิสฺสชฺชียตีติ นายํ โทโส, อฺถา อมฺพํ ปุฏฺสฺส ลพุชํ พฺยากรณํ วิย สิยา, เอวํ ปฺหสีเสน ปฺหพฺยากรณํ วทติ. ตถา หิ ‘‘ปิยาปฺปิย’’นฺติอาทินา วิสฺสชฺชนปทาเนว คหิตานิ, ‘‘ปิยาปฺปิยํ เอโก’’ติอาทีสุปิ เอเสว นโย. ปปฺจสฺาติ สฺาสีเสน ปปฺจา เอว วุตฺตาติ อาห ‘‘ปปฺโจ เอโก’’ติ. เอตฺถ จ ยถา ปาติโมกฺขสํวรปุจฺฉา กายสมาจาราทิวิภาเคน วิสฺสชฺชิตตฺตา ตโย ปฺหา ชาตา, เอวํ อินฺทฺริยสํวรปุจฺฉา รูปาทิวิภาเคน วิสฺสชฺชิตตฺตา ฉ ปฺหา สิยุํ. ตถา สติ เอกูนวีสติ ปุจฺฉา สิยุํ, อถ อินฺทฺริยสํวรตาสามฺเน เอโกว ปฺโห กโต, เอวํ สติ ปาติโมกฺขสํวรปุจฺฉาภาวสามฺเน เตปิ ตโย เอโกว ปฺโหติ สพฺเพว ทฺวาทเสว ปฺหา ภเวยฺยุนฺติ? นยิทเมวํ. ยสฺมา กายสมาจาราทีสุ วิภชฺช วุจฺจมาเนสุ มหาวิสยตาย อปริมาโณ วิภาโค สมฺภวติ วิสฺสชฺเชตุํ. สกลมฺปิ วินยปิฏกํ ตสฺส นิทฺเทโส. รูปาทีสุ ปน วิภชฺช วุจฺจมาเนสุ อปฺปวิสยตาย น ตาทิโส วิภาโค สมฺภวติ วิสฺสชฺเชตุํ. อิติ มหาวิสยตาย ปาติโมกฺขสํวรปุจฺฉา ตโย ปฺหา กตา, อินฺทฺริยสํวรปุจฺฉา ปน อปฺปวิสยตาย เอโกว ปฺโห กโต. เตน วุตฺตํ ‘‘จุทฺทส มหาปฺหา’’ติ.

๓๖๗. จลนฏฺเนาติ กมฺปนฏฺเน. ตณฺหา หิ กามราครูปราคอรูปราคาทิวเสน ปวตฺติยา อนวฏฺิตตาย สยมฺปิ จลติ, ยตฺถ อุปฺปนฺนา, ตมฺปิ สนฺตานํ ภวาทีสุ ปริกฑฺฒเนน จาเลติ, ตสฺมา จลนฏฺเน ตณฺหา เอชา นาม. ปีฬนฏฺเนาติ วิพาธนฏฺเน ตสฺส ตสฺส ทุกฺขสฺส เหตุภาเวน. ปทุสฺสนฏฺเนาติ อธมฺมราคาทิภาเวน, สมฺมุขปรํมุเขน, กิเลสาสุจิปคฺฆรเณน จ ปการโต ทุสฺสนฏฺเน คณฺโฑ. อนุปฺปวิฏฺฏฺเนาติ อาสยสฺส ทุนฺนีหรณียภาเวน อนุปฺปวิสนฏฺเน. กฑฺฒติ อตฺตโน จ รุจิยา อุปเนติ. อุจฺจาวจนฺติ ปณีตภาวํ, นิหีนภาวฺจ. เยสุ สมณพฺราหฺมเณสุ. ‘‘เยสาห’’นฺติปิ ปาฬิ, ตสฺสา เกจิ ‘‘เยสํ อห’’นฺติ อตฺถํ วทนฺติ. เอวนฺติ สุตานุรูปํ, อุคฺคหานุรูปฺจ. ‘‘อหํ โข ปน ภนฺเต อฺเสํ สมณพฺราหฺมณานํ ธมฺมาจริโย โหนฺโตปิ ภควโต สาวโก…เป… สมฺโพธิปรายโณ’’ติ เอวํ อตฺตโน โสตาปนฺนภาวํ ชานาเปติ.

โสมนสฺสปฏิลาภกถาวณฺณนา

๓๖๘. สมาปนฺโนติ สโมคาฬฺโห ปวตฺตสมฺปหาโร วิยาติพฺยูฬฺโห. ชินึสูติ ยถา อสุรา ปุน สีสํ อุกฺขิปิตุํ นาสกฺขึสุ, เอวํ เทวา วิชินึสุเยวาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เทวา ปุน อปจฺจาคมนาย อสุเร ชินึสู’’ติ. ตาทิโส หิสฺส ชโย สาติสยํ เวทปฏิลาภาย อโหสิ. ทุวิธมฺปิ โอชนฺติ ทิพฺพํ, อสุรํ จาติ ทฺวิปฺปการมฺปิ โอชํ. เทวาเยว ปริภุฺชิสฺสนฺติ อสุรานํ ปเวสาภาวโต. ทณฺฑสฺส อวจรณํ อาวรณํ ทณฺฑาวจโร, สห ทณฺฑาวจเรนาติ สทณฺฑาวจโร, ทณฺเฑน ปหริตฺวา วา อาวริตฺวา วา สาเธตพฺพนฺติ อตฺโถ.

๓๖๙. อิมสฺมึเยว โอกาเสติ อิมิสฺสเมว อินฺทสาลคุหายํ. เทวภูตสฺส เมติ ปุพฺเพปิ เทวภูตสฺส สกฺกสฺเสว เม ภูตสฺส. สโตติ อิทานิปิ สกฺกสฺเสว สโต ปุนรายุ จ เม ลทฺโธ.

ทิวิยา กายาติ ทิพฺพา, ขนฺธปฺจกสงฺขาตา กายาติ อาห ‘‘ทิพฺพา อตฺตภาวา’’ติ. ‘‘อมูฬฺโห คพฺภํ เอสฺสามี’’ติ อิมินา อริยสาวกานํ อนฺธปุถุชฺชนานํ วิย สมฺโมหมรณํ, อสมฺปชานคพฺโภกฺกมนฺจ นตฺถิ, อถ โข อสมฺโมหมรณฺเจว สมฺปชานคพฺโภกฺกมนฺจ โหตีติ ทสฺเสติ. อริยสาวกา นิยตคติกตฺตา สุคตีสุ เอว อุปฺปชฺชนฺติ, ตตฺถาปิ มนุสฺเสสุ อุปฺปชฺชนฺตา อุฬาเรสุ เอว กุเลสุ ปฏิสนฺธึ คณฺหิสฺสนฺติ, สกฺกสฺสาปิ ตาทิโส อชฺฌาสโย. เตน วุตฺตํ ปาฬิยํ ‘‘ยตฺถ เม รมตี มโน’’ติ, ตํ สนฺธายาห ‘‘ยตฺถ เม’’ติอาทิ. สกฺโก ปน อตฺตโน ทิพฺพานุภาเวนาปิ ตาทิสํ ชานิตุํ สกฺโกติเยว.

การเณนาติ ยุตฺเตน อริยสาวกภาวสฺส อนุจฺฉวิเกน. เตนาห ‘‘สเมนา’’ติ.

สกทาคามิมคฺคํ สนฺธาย วทติ ฉฏฺเ อตฺถวเส อนาคามิมคฺคสฺส วกฺขมานตฺตา. อาชานิตุกาโมติ อปฺปตฺตํ วิเสสํ ปฏิวิชฺฌิตุกาโม. มนุสฺสโลเก อนฺโต ภวิสฺสติ ปุน มานุสฺสูปปตฺติยา อภาวโต.

ปุนเทวาติ มนุสฺเสสุ อุปฺปนฺโน ตโต จวิตฺวา ปุนเทว. อิมสฺมึ ตาวตึสเทวโลกสฺมึ. อุตฺตโม, กีทิโสติ อาห ‘‘สกฺโก’’ติอาทิ.

อนฺติเม ภเวติ มม สพฺพภเวสุ อนฺติเม สพฺพปริโยสาเน ภเว. ‘‘อายุนา’’ติ อิมินา จ ตํสหภาวิโน สพฺเพปิ วณฺณาทิเก สงฺคณฺหาติ. ‘‘ปฺายา’’ติ จ อิมินา สพฺเพปิ สทฺธาสติวีริยาทิเก. ตสฺมึ อตฺตภาเวติ ตสฺมึ สพฺพนฺติเม สกฺกตฺตภาเว. อกนิฏฺคามี หุตฺวาติ อนฺตรายปรินิพฺพายิอาทิภาวํ อนุปคนฺตฺวา เอกํสโต อุทฺธํโสโต อกนิฏฺคามี เอว หุตฺวา. ตโต เอว อนุกฺกเมน อวิหาทีสุ นิพฺพตฺตนฺโต. เอวมาหาติ ‘‘โส นิวาโส ภวิสฺสตี’’ติ เอวมาห. ‘‘อวิหาทีสุ…เป… นิพฺพตฺติสฺสตี’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘เอส กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อยฺจ นโย น เกวลํ สกฺกสฺเสว, อถ โข มหาเสฏฺิมหาอุปาสิกานมฺปิ โหติเยวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สกฺโก เทวราชา’’ติอาทิมาห.

๓๗๐. ภวสมฺปตฺตินิพฺพานสมฺปตฺตีนํ วเสน อปริปุณฺณชฺฌาสยตาย อนิฏฺิตมโนรโถ ตํ ตํ ปตฺตุกาโมเยว หุตฺวา ิโต. เย จ สมเณติ เย จ ปพฺพชิเต. ปวิวิตฺตวิหาริโนติ ‘‘อเนกวิเวกตฺตยํ ปริพฺรูเหตฺวา วิหรนฺตี’’ติ มฺามิ.

สมฺปาทนาติ มคฺคสฺส อุปสมฺปาทนํ ตสฺส สมฺปาปนํ สมฺมเทว ปาปนํ. วิราธนาติ อนาราธนา อนุปายปฏิปตฺติ. น สมฺโภนฺตีติ อนภิสมฺภุณนฺติ. ยถาปุจฺฉิเต อตฺเถ อนภิสมฺภุณนํ นาม สมฺมา กเถตุํ อสมตฺถตา เอวาติ อาห ‘‘สมฺปาเทตฺวา กเถตุํ น สกฺโกนฺตี’’ติ.

ตสฺมาติ ยสฺมา อาทิจฺเจน สมานโคตฺตตาย. เตเนวาห ‘‘อาทิจฺจ นาม โคตฺเตนา’’ติ, ตสฺมา. อาทิจฺโจ พนฺธุ เอตสฺสาติ อาทิจฺจพนฺธุ, อถ วา อาทิจฺจสฺส พนฺธูติ อาทิจฺจพนฺธุ, ภควา, ตํ อาทิจฺจพนฺธุนํ. อาทิจฺโจ หิ โสตาปนฺนตาย ภควโต โอรสปุตฺโต. เตเนวาห –

‘‘โย อนฺธกาเร ตมสิ ปภงฺกโร,

เวโรจโน มณฺฑลี อุคฺคเตโช;

มา ราหุ คิลี จรํ อนฺตลิกฺเข,

ปชํ มมํ ราหุ ปมุฺจ สูริย’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๙๑);

สามนฺติ สามํปโยคํ, สตฺถุ ปน สาวกสฺส สามํปโยโค นาม สนิปาโต เอวาติ อาห ‘‘นมกฺการํ กโรมา’’ติ.

๓๗๑. ปรามสิตฺวาติ ‘‘อิมาย นาม ปถวิยํ นิสินฺเนน มยา อยํ อจฺฉริยธมฺโม อธิคโต’’ติ โสมนสฺสชาโต, ‘‘อิมาย นาม ปถวิยํ เอวํ อจฺฉริยพฺภุตํ พุทฺธรตนํ อุปฺปนฺน’’นฺติ อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาโต จ ปถวึ ปรามสิตฺวา. ปตฺถิตปฺหาติ ทีฆรตฺตานุสยิตสํสยสมุคฺฆาตตฺถํ ‘‘กทา นุ โข ภควนฺตํ ปุจฺฉิตุํ ลภามี’’ติ เอวํ อภิปตฺถิตปฺหา. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต น วิภตฺตํ, ตํ สุวิฺเยฺยเมวาติ.

สกฺกปฺหสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.

๙. มหาสติปฏฺานสุตฺตวณฺณนา

อุทฺเทสวารกถาวณฺณนา

๓๗๓. ‘‘กสฺมา ภควา อิทํ สุตฺตมภาสี’’ติ อสาธารณํ สมุฏฺานํ ปุจฺฉติ, สาธารณํ ปน ‘‘ปากฏ’’นฺติ อนามสิตฺวา ‘‘กุรุรฏฺวาสีน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สมุฏฺานนฺติ หิ เทสนานิทานํ, ตํ สาธารณาสาธารณเภทโต ทุวิธํ, สาธารณมฺปิ อชฺฌตฺติกพาหิรเภทโต ทุวิธํ. ตตฺถ สาธารณํ อชฺฌตฺติกํ สมุฏฺานํ นาม ภควโต มหากรุณา. ตาย หิ สมุสฺสาหิตสฺส ภควโต เวเนยฺยานํ ธมฺมเทสนาย จิตฺตํ อุทปาทิ. ยถาห ‘‘สตฺเตสุ จ การุฺตํ ปฏิจฺจ พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกสี’’ติอาทิ. (ที. นิ. ๒.๖๙; ม. นิ. ๑.๒๘๓; ๒.๓๓๙; สํ. นิ. ๑.๑๗๒; มหาว. ๙) พาหิรํ ปน สาธารณํ สมุฏฺานํ นาม ทสสหสฺสมหาพฺรหฺมปริวารสฺส สหมฺปติมหาพฺรหฺมุโน อชฺเฌสนํ. ตถา จาห ‘‘พฺรหฺมุโน จ อชฺเฌสนํ วิทิตฺวา’’ติ. (ที. นิ. ๒.๖๙; ม. นิ. ๑.๒๘๓; ๒.๓๓๙; สํ. นิ. ๑.๑๗๙; มหาว. ๙) ตทชฺเฌสนุตฺตรกาลฺหิ ธมฺมปจฺจเวกฺขณาชนิตํ อปฺโปสฺสุกฺกตํ ปฏิปสฺสมฺเภตฺวา ภควา ธมฺมํ เทเสตุํ อุสฺสาหชาโต อโหสิ. ยถา จ มหากรุณา, เอวํ ทสพลาณาทโย จ เทสนาย อชฺฌตฺตสมุฏฺานภาเว วตฺตพฺพา. สพฺพฺหิ เยฺยธมฺมํ, เตสํ เทเสตพฺพปฺปการํ, สตฺตานฺจ อาสยานุสยาทึ ยาถาวโต ชานิตฺวา ภควา านาฏฺานาทีสุ โกสลฺเลน เวเนยฺยชฺฌาสยานุรูปํ วิจิตฺตนยเทสนํ ปวตฺเตสีติ. อสาธารณมฺปิ อชฺฌตฺติกพาหิรเภทโต ทุวิธเมว. ตตฺถ อชฺฌตฺติกํ ยาย มหากรุณาย, เยน จ เทสนาาเณน อิทํ สุตฺตํ ปวตฺติตํ, ตทุภยํ เวทิตพฺพํ, พาหิรํ ปน ทสฺเสตุํ ‘‘กุรุรฏฺวาสีน’’นฺติอาทิมาห. เตน วุตฺตํ ‘‘อสาธารณํ สมุฏฺานํ ปุจฺฉตี’’ติ, เตน ‘‘อตฺตชฺฌาสยาทีสุ จตูสุ สุตฺตนิกฺเขเปสุ กตโรย’’นฺติ สุตฺตนิกฺเขโป ปุจฺฉิโต โหตีติ อิตโร ‘‘กุรุรฏฺวาสีน’’นฺติอาทินา ‘‘ปรชฺฌาสโยยํ สุตฺตนิกฺเขโป’’ติ ทสฺเสติ.

กุรุรฏฺํ กิร ตทา ตํนิวาสิสตฺตานํ โยนิโสมนสิการวนฺตตาทินา เยภุยฺเยน สุปฺปฏิปนฺนตาย, ปุพฺเพ จ กตปุฺตาพเลน ตทา อุตุอาทิสมฺปตฺติยุตฺตเมว อโหสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุตุปจฺจยาทิสมฺปนฺนตฺตา’’ติ. อาทิ-สทฺเทน โภชนาทิสมฺปตฺตึ สงฺคณฺหาติ. เกจิ ปน ‘‘ปุพฺเพ ปวตฺตกุรุวตฺตธมฺมานุฏฺานวาสนาย อุตฺตรกุรุ วิย เยภุยฺเยน อุตุอาทิสมฺปนฺนเมว โหนฺตํ ภควโต กาเล สาติสยํ อุตุสปฺปายาทิยุตฺตํ ตํ รฏฺํ อโหสี’’ติ วทนฺติ. จิตฺตสรีรกลฺลตายาติ จิตฺตสฺส, สรีรสฺส จ อโรคตาย. อนุคฺคหิตปฺาพลาติ ลทฺธูปการาณานุภาวา, อนุ อนุ วา อาจิณฺณปฺาเตชา. เอกวีสติยา าเนสุติ กายานุปสฺสนาวเสน จุทฺทสสุ าเนสุ, เวทนานุปสฺสนาวเสน เอกสฺมึ าเน, ตถา จิตฺตานุปสฺสนาวเสน, ธมฺมานุปสฺสนาวเสน ปฺจสุ าเนสูติ เอวํ เอกวีสติยา าเนสุ. กมฺมฏฺานํ อรหตฺเต ปกฺขิปิตฺวาติ จตุสจฺจกมฺมฏฺานํ ยถา อรหตฺตํ ปาเปติ, เอวํ เทสนาวเสน อรหตฺเต ปกฺขิปิตฺวา. สุวณฺณจงฺโกฏกสุวณฺณมฺชูสาสุ ปกฺขิตฺตานิ สุมนจมฺปกาทินานาปุปฺผานิ, มณิมุตฺตาทิสตฺตรตนานิ จ ยถา ภาชนสมฺปตฺติยา สวิเสสํ โสภนฺติ, กิจฺจกรานิ จ โหนฺติ มนุฺภาวโต, เอวํ สีลทสฺสนาทิสมฺปตฺติยา ภาชนวิเสสภูตาย กุรุรฏฺวาสิปริสาย เทสิตา ภควโต อยํ เทสนา ภิยฺโยโส มตฺตาย โสภติ, กิจฺจการี จ โหตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘ยถา หิ ปุริโส’’ติอาทินา. เอตฺถาติ กุรุรฏฺเ.

ปกติยาติ สรสโตปิ, อิมิสฺสา สติปฏฺานสุตฺตเทสนาย ปุพฺเพปีติ อธิปฺปาโย. อนุยุตฺตา วิหรนฺติ สตฺถุ เทสนานุสารโต ภาวนานุโยคํ.

วิสฺสฏฺอตฺตภาเวนาติ อนิจฺจาทิวเสน กิสฺมิฺจิ โยนิโสมนสิกาเร จิตฺตํ อนิโยเชตฺวา รูปาทิอารมฺมเณ อภิรติวเสน วิสฺสฏฺจิตฺเตน ภวิตุํ น วฏฺฏติ, ปมาทวิหารํ ปหาย อปฺปมตฺเตน ภวิตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.

เอกายโนติ เอตฺถ อยน-สทฺโท มคฺคปริยาโย. น เกวลํ อยนเมว, อถ โข อฺเปิ พหู มคฺคปริยายาติ ปทุทฺธารํ กโรนฺโต ‘‘มคฺคสฺส หี’’ติ อาทึ วตฺวา ยทิ มคฺคปริยาโย อยน-สทฺโท, กสฺมา ปุน ‘‘มคฺโค’’ติ วุตฺตนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. ตตฺถ เอกมคฺโคติ เอโก เอว มคฺโค. น หิ นิพฺพานคามิมคฺโค อฺโ อตฺถีติ. นนุ สติปฏฺานํ อิธ มคฺโคติ อธิปฺเปตํ, ตทฺเ จ พหู มคฺคธมฺมา อตฺถีติ? สจฺจํ อตฺถิ, เต ปน สติปฏฺานคฺคหเณเนว คหิตา ตทวินาภาวโต. ตถา หิ าณวีริยาทโย นิทฺเทเส คหิตา, อุทฺเทเส ปน สติยา เอว คหณํ เวเนยฺยชฺฌาสยวเสนาติ ทฏฺพฺพํ. ‘‘น ทฺวิธาปถภูโต’’ติ อิมินา อิมสฺส มคฺคสฺส อเนกมคฺคภาวาภาวํ วิย อนิพฺพานคามิภาวาภาวฺจ ทสฺเสติ. เอเกนาติ อสหาเยน. อสหายตา จ ทุวิธา อตฺตทุติยตาภาเวน วา, ยา ‘‘วูปกฏฺกายตา’’ติ วุจฺจติ, ตณฺหาทุติยตาภาเวน วา, ยา ‘‘ปวิวิตฺตจิตฺตตา’’ติ วุจฺจติ. เตนาห ‘‘วูปกฏฺเน ปวิวิตฺตจิตฺเตนา’’ติ. เสฏฺโปิ โลเก ‘‘เอโก’’ติ วุจฺจติ ‘‘ยาว ปเร เอกาหํ โว กโรมี’’ติอาทีสูติ อาห ‘‘เอกสฺสาติ เสฏฺสฺสา’’ติ. ยทิ สํสารโต นิสฺสรณฏฺโ อยนฏฺโ, อฺเสมฺปิ อุปนิสฺสยสมฺปนฺนานํ สาธารณโต, กถํ ภควโตติ อาห ‘‘กิฺจาปี’’ติอาทิ. อิมสฺมึ โขติ เอตฺถ โข-สทฺโท อวธารเณ, ตสฺมา อิมสฺมึ เยวาติ อตฺโถ. เทสนาเภโทเยว เหโส, ยทิทํ ‘‘มคฺโค’’ติ วา ‘‘อยโน’’ติ วา. อยน-สทฺโท วา กมฺมกรณาทิวิภาโค. เตนาห ‘‘อตฺถโต ปน เอโก วา’’ติ.

นานามุขภาวนานยปฺปวตฺโตติ กายานุปสฺสนาทิมุเขน ตตฺถาปิ อานาปานาทิมุเขน ภาวนานเยน ปวตฺโต. เอกายนนฺติ เอกคามินํ, นิพฺพานคามินนฺติ อตฺโถ. นิพฺพานฺหิ อทุติยภาวโต, เสฏฺภาวโต จ ‘‘เอก’’นฺติ วุจฺจติ. ยถาห ‘‘เอกฺหิ สจฺจํ น ทุตียมตฺถี’’ติ (สุ. นิ. ๘๙๐). ‘‘ยาวตา ภิกฺขเว ธมฺมา สงฺขตา วา อสงฺขตา วา วิราโค เตสํ อคฺคํ อกฺขายตี’’ติ. (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐) ขโย เอว อนฺโตติ ขยนฺโต, ชาติยา ขยนฺตํ ทิฏฺวาติ ชาติขยนฺตทสฺสี. อวิภาเคน สพฺเพปิ สตฺเต หิเตน อนุกมฺปตีติ หิตานุกมฺปี. อตรึสูติ ตรึสุ. ปุพฺเพติ ปุริมกา พุทฺธา, ปุพฺเพ วา อตีตกาเล.

นฺติ เตสํ วจนํ, ตํ วา กิริยาวุตฺติวาจกตฺตํ น ยุชฺชติ. น หิ สงฺเขยฺยปฺปธานตาย สตฺตวาจิโน เอกสทฺทสฺส กิริยาวุตฺติวาจกตา อตฺถิ. ‘‘สกิมฺปิ อุทฺธํ คจฺเฉยฺยา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๗.๗๒) วิย สกึ อยโนติ อิมินา พฺยฺชเนน ภวิตพฺพํ. เอวมตฺถํ โยเชตฺวาติ ‘‘เอกํ อยนํ อสฺสา’’ติ เอวํ สมาสปทตฺถํ โยเชตฺวา. อุภยถาปีติ ปุริมนเยน, ปจฺฉิมนเยน จ. น ยุชฺชติ อิธาธิปฺเปตมคฺคสฺส อเนกวารํ ปวตฺติสพฺภาวโต. เตนาห ‘‘กสฺมา’’ติอาทิ. ‘‘อเนกวารมฺปิ อยตี’’ติ ปุริมนยสฺส อยุตฺตตาทสฺสนํ, ‘‘อเนกฺจสฺส อยนํ โหตี’’ติ ปจฺฉิมนยสฺส.

อิมสฺมึ ปเทติ ‘‘เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค’’ติ อิมสฺมึ วากฺเย, อิมสฺมึ วา ‘‘ปุพฺพภาคมคฺโค, โลกุตฺตรมคฺโค’’ติ วิธานปเท. มิสฺสกมคฺโคติ โลกิเยน มิสฺสโก โลกุตฺตรมคฺโค. วิสุทฺธิอาทีนํ นิปฺปริยายเหตุกํ สงฺคณฺหนฺโต อาจริยตฺเถโร ‘‘มิสฺสกมคฺโค’’ติ อาห. อิตโร ปริยายเหตุ อิธาธิปฺเปโตติ ‘‘ปุพฺพภาคมคฺโค’’ติ อโวจ.

สทฺทํ สุตฺวาติ ‘‘กาโล ภนฺเต ธมฺมสวนายา’’ติ กาลาโรจนสทฺทํ ปจฺจกฺขโต, ปรมฺปราย จ สุตฺวา. เอวํ อุกฺขิปิตฺวาติ เอวํ ‘‘สุนฺทรํ มโนหรํ อิมํ กถํ ฉฑฺเฑมา’’ติ อฉฑฺเฑนฺตา อุจฺฉุภารํ วิย ปคฺคเหตฺวา น วิจรนฺติ. อาลุเฬตีติ วิลุฬิโต อากุโล โหตีติ อตฺโถ. เอกายนมคฺโค วุจฺจติ ปุพฺพภาคสติปฏฺานมคฺโคติ เอตฺตาวตา อิธาธิปฺเปตตฺเถ สิทฺเธ ตสฺเสว อลงฺการตฺถํ โส ปน ยสฺส ปุพฺพภาคมคฺโค, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘มคฺคานฏฺงฺคิโก’’ติอาทิกา คาถาปิ ปฏิสมฺภิทามคฺคโตว อาเนตฺวา ปิตา.

นิพฺพานคมนฏฺเนาติ นิพฺพานํ คจฺฉติ อธิคจฺฉติ เอเตนาติ นิพฺพานคมนํ,โสเยว อวิปรีตสภาวตาย อตฺโถ, เตน นิพฺพานคมนฏฺเน, นิพฺพานาธิคมูปายตายาติ อตฺโถ. มคฺคนียฏฺเนาติ คเวสิตพฺพตาย. ‘‘คมนียฏฺเนา’’ติ วา ปาโ, อุปคนฺตพฺพตายาติ อตฺโถ. ‘‘ราคาทีหี’’ติ อิมินา ราคโทสโมหานํเยว คหณํ ‘‘ราโค มลํ, โทโส มลํ, โมโห มล’’นฺติ (วิภ. ๙๒๔) วจนโต. ‘‘อภิชฺฌาวิสมโลภาทีหี’’ติ ปน อิมินา สพฺเพสมฺปิ อุปกฺกิเลสานํ สงฺคณฺหนตฺถํ เต วิสุํ อุทฺธฏา. ‘‘สตฺตานํ วิสุทฺธิยา’’ติ วุตฺตสฺส อตฺถสฺส เอกนฺติกตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตถา หี’’ติอาทิมาห. กามํ ‘‘วิสุทฺธิยา’’ติ สามฺโชตนา, จิตฺตสฺเสว ปน วิสุทฺธิ อิธาธิปฺเปตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘รูปมลวเสน ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. น เกวลํ อฏฺกถาวจนเมว, อถ โข อิทํ เอตฺถ อาหจฺจ ภาสิตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตถา หี’’ติอาทิมาห.

สา ปนายํ จิตฺตวิสุทฺธิ สิชฺฌมานา ยสฺมา โสกาทีนํ อนุปฺปาทาย สํวตฺตติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘โสกปริเทวานํ สมติกฺกมายา’’ติอาทิ. ตตฺถ โสจนํ าติพฺยสนาทินิมิตฺตํ เจตโส สนฺตาโป อนฺโตนิชฺฌานํ โสโก. าติพฺยสนาทินิมิตฺตเมว โสกาวติณฺณโต ‘‘กหํ เอกปุตฺตก กหํ เอกปุตฺตกา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๒.๓๕๓, ๓๕๔; สํ. นิ. ๒.๖๓) ปริเทวนวเสน วาจาวิปฺปลาโป ปริทวนํ ปริเทโว. อายตึ อนุปฺปชฺชนํ อิธ สมติกฺกโมติ อาห ‘‘ปหานายา’’ติ. ตํ ปนสฺส สมติกฺกมาวหตํ นิทสฺสนวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘อยฺหี’’ติอาทิมาห.

ตตฺถ ยํ ปุพฺเพ, ตํ วิโสเธหีติ อตีเตสุ ขนฺเธสุ ตณฺหาสํกิเลสวิโสธนํ วุตฺตํ. ปจฺฉาติ ปรโต. เตติ ตุยฺหํ. มาหูติ มา อหุ. กิฺจนนฺติ ราคาทิกิฺจนํ, เอเตน อนาคเตสุ ขนฺเธสุ สํกิเลสวิโสธนํ วุตฺตํ. มชฺเฌติ ตทุภยเวมชฺเฌ. โน เจ คเหสฺสสีติ น อุปาทิยิสฺสสิ เจ, เอเตน ปจฺจุปฺปนฺเน ขนฺธปฺปพนฺเธ อุปาทานปฺปวตฺติ วุตฺตา. อุปสนฺโต จริสฺสสีติ เอวํ อทฺธตฺตยคตสํกิเลสวิโสธเน สติ นิพฺพุตสพฺพปริฬาหตาย อุปสนฺโต หุตฺวา วิหริสฺสสีติ อรหตฺตนิกูเฏน คาถํ นิฏฺเปสิ. เตนาห ‘‘อิมํ คาถ’’นฺติอาทิ.

ปุตฺตาติ โอรสา, อฺเปิ วา ทินฺนกกิตฺติมาทโย เย เกจิ. ปิตาติ ชนโก, อฺเปิ วา ปิตุฏฺานิยา. พนฺธวาติ าตกา. อยฺเหตฺถ อตฺโถ – ปุตฺตา วา ปิตา วา พนฺธวา วา อนฺตเกน มจฺจุนา อธิปนฺนสฺส อภิภูตสฺส มรณโต ตาณาย น โหนฺติ. กสฺมา? นตฺถิ าตีสุ ตาณตาติ. น หิ าตีนํ วเสน มรณโต อารกฺขา อตฺถิ, ตสฺมา ปฏาจาเร ‘‘อุโภ ปุตฺตา กาลงฺกตา’’ติอาทินา (อป. เถรี ๑.๔๙๘) มา นิรตฺถกํ ปริเทวิ, ธมฺมํเยว ปน ยาถาวโต ปสฺสาติ อธิปฺปาโย. โสตาปตฺติผเล ปติฏฺิตาติ ยถานุโลมํ ปวตฺติตาย สามุกฺกํสิกาย ธมฺมเทสนาย ปริโยสาเน สหสฺสนยปฏิมณฺฑิเต โสตาปตฺติผเล ปติฏฺหิ. กถํ ปนายํ สติปฏฺานมคฺควเสน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺาสีติ อาห ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ. น หิ จตุสจฺจกมฺมฏฺานกถาย วินา สาวกานํ อริยมคฺคาธิคโม อตฺถิ. ‘‘อิมํ คาถํ สุตฺวา’’ติ ปนิทํ โสกวิโนทนวเสน ปวตฺติตาย คาถาย ปมํ สุตตฺตา วุตฺตํ, สาปิ หิ สจฺจเทสนาย ปริวารพนฺธา เอว อนิจฺจตากถาติ กตฺวา. อิตรคาถายํ ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ภาวนาติ ปฺาภาวนา. สา หิ อิธ อธิปฺเปตา. ตสฺมาติ ยสฺมา รูปาทีนํ อนิจฺจาทิโต อนุปสฺสนาปิ สติปฏฺานภาวนาว, ตสฺมา. เตปีติ สนฺตติมหามตฺตปฏาจาราปิ.

ปฺจสเต โจเรติ สตสตโจรปริวาเร ปฺจโจเร ปฏิปาฏิยา เปเสสิ, เต อรฺํ ปวิสิตฺวา เถรํ ปริเยสนฺตา อนุกฺกเมน เถรสฺส สมีเป สมาคจฺฉึสุ. เตนาห ‘‘เต คนฺตฺวา เถรํ ปริวาเรตฺวา นิสีทึสู’’ติ. เวทนํ วิกฺขมฺเภตฺวาติ อูรุฏฺิเภทปจฺจยํ ทุกฺขเวทนํ อมนสิกาเรน วิโนเทตฺวา. ปีติปาโมชฺชํ อุปฺปชฺชิ วิปฺปฏิสารเลสสฺสปิ อสมฺภวโต. เตนาห ‘‘ปริสุทฺธํ สีลํ นิสฺสายา’’ติ. เถรสฺส หิ สีลํ ปจฺจเวกฺขโต ปริสุทฺธํ สีลํ นิสฺสาย อุฬารํ ปีติปาโมชฺชํ อุปฺปชฺชมานํ อูรุฏฺิเภทชนิตํ ทุกฺขเวทนํ วิกฺขมฺเภสิ. ติยามรตฺตินฺติ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ, เตนสฺส วิปสฺสนายํ อปฺปมาทํ, ปฏิปตฺติอุสฺสุกฺกาปนฺจ ทสฺเสติ. ปาทานีติ ปาเท. สํยเมสฺสามีติ สฺเปสฺสามิ, สฺตฺตึ กริสฺสามีติ อตฺโถ. อฏฺฏิยามีติ ชิคุจฺฉามิ. หรายามีติ ลชฺชามิ. วิปสฺสิสนฺติ สมฺปสฺสึ.

ปจลายนฺตานนฺติ ปจลายิกานํ นิทฺทํ อุปคตานํ. อคตินฺติ อโคจรํ. วตสมฺปนฺโนติ ธุตคุณสมฺปนฺโน. ปมาทนฺติ ปจลายนํ สนฺธายาห. โอรุทฺธมานโสติ อุปรุทฺธอธิจิตฺโต. ปฺชรสฺมินฺติ สรีเร. สรีรฺหิ นฺหารุสมฺพนฺธอฏฺิสงฺฆาฏตาย อิธ ‘‘ปฺชร’’นฺติ วุตฺตํ.

ปีตวณฺณาย ปน ปฏากาย กายํ ปริหรณโต, มลฺลยุทฺธจิตฺตกตาย จ ‘‘ปีตมลฺโล’’ติ ปฺาโต ปพฺพชิตฺวา ปีตมลฺลตฺเถโร นาม ชาโต. ตีสุ รชฺเชสูติ ปณฺฑุโจฬโคฬรชฺเชสุ. ‘‘สพฺพมลฺลา สีหฬทีเป สกฺการสมฺมานํ ลภนฺตี’’ติ ตมฺพปณฺณิทีปํ อาคมฺม. ตํเยว องฺกุสํ กตฺวาติ ‘‘รูปาทโย ‘มมา’ติ น คเหตพฺพา’’ติ นตุมฺหากวคฺเคน ปกาสิตมตฺถํ อตฺตโน จิตฺตมตฺตหตฺถิโน องฺกุสํ กตฺวา. ปาเทสุ อวหนฺเตสูติ อติเวลํ จงฺกมเนน อกฺกมิตุํ อสมตฺเถสุ. ชณฺณุเกหิ จงฺกมติ ‘‘นิสินฺเน นิทฺทาย อวสโร โหตี’’ติ. พฺยากริตฺวาติ อตฺตโน วีริยารมฺภสฺส สผลตาปเวทนมุเขน สพฺรหฺมจารีนํ ตตฺถ อุสฺสาหํ ชเนนฺโต อฺํ พฺยากริตฺวา. ภาสิตนฺติ วจนํ, กสฺส ปน ตนฺติ อาห ‘‘พุทฺธเสฏฺสฺส สพฺพโลกคฺควาทิโน’’ติ. ‘‘น ตุมฺหาก’’นฺติอาทิ ตสฺส ปวตฺติอาการทสฺสนํ. ตยิทํ เม สงฺขารานํ อจฺจนฺตวูปสมการณนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนิจฺจา วตา’’ติ คาถมาหริ, เตน อิทานาหํ สงฺขารานํ ขเณ ขเณ ภงฺคสงฺขาตสฺส โรคสฺส อภาเวน อโรโค ปรินิพฺพุโตติ ทสฺเสติ.

อสฺสาติ สกฺกสฺส. อุปปตฺตีติ เทวูปปตฺติ. ปุน ปากติกาว อโหสิ สกฺกภาเวเนว อุปปนฺนตฺตา.

สุพฺรหฺมาติ เอวํนาโม. อจฺฉรานํ นิรยูปปตฺตึ ทิสฺวา ตโต ปภุติ สตตํ ปวตฺตมานํ อตฺตโน จิตฺตุตฺราสํ สนฺธายาห ‘‘นิจฺจํ อุตฺรสฺตมิทํ จิตฺต’’นฺติอาทิ. ตตฺถ อุตฺรสฺตนฺติ สนฺตสฺตํ ภีตํ. อุพฺพิคฺคนฺติ สํวิคฺคํ. อุตฺรสฺตนฺติ วา สํวิคฺคํ. อุพฺพิคฺคนฺติ ภยวเสน สห นิสฺสเยน สฺจลิตํ. อนุปฺปนฺเนสูติ อนาคเตสุ. กิจฺเจสูติ เตสุ เตสุ อิติกตฺตพฺเพสุ. ‘‘กิจฺเฉสู’’ติ วา ปาโ, ทุกฺเขสูติ อตฺโถ, นิมิตฺตตฺเถ เจตํ ภุมฺมํ, ภาวิทุกฺขนิมิตฺตนฺติ อตฺโถ. อุปฺปติเตสูติ อุปฺปนฺเนสุ กิจฺเจสูติ โยชนา. ตทา อตฺตโน ปริวารสฺส อุปฺปนฺนํ ทุกฺขํ สนฺธาย วทติ.

โพชฺฌาติ โพธิโต, อริยมคฺคโตติ อตฺโถ. ‘‘อฺตฺรา’’ติ จ ปทํ อเปกฺขิตฺวา นิสฺสกฺกวจนํ, โพธึ เปตฺวาติ อตฺโถ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. ตปสาติ ตโปกมฺมโต, เตน มคฺคาธิคมสฺส อุปายภูตํ สลฺเลขปฏิปทํ ทสฺเสติ. อินฺทฺริยสํวราติ มนจฺฉฏฺานํ อินฺทฺริยานํ สํวรณโต, เอเตน สติสํวรสีเสน สพฺพมฺปิ สํวรสีลํ, ลกฺขณหารนเยน วา สพฺพมฺปิ จตุปาริสุทฺธิสีลํ ทสฺเสติ. สพฺพนิสฺสคฺคาติ สพฺพสฺสปิ นิสฺสชฺชนโต สพฺพกิเลสปฺปหานโต. กิเลเสสุ หิ นิสฺสฏฺเสุ กมฺมวฏฺฏํ, วิปากวฏฺฏฺจ นิสฺสฏฺเมว โหตีติ. โสตฺถินฺติ เขมํ อนุปทฺทวตํ.

ายติ นิจฺฉเยน กมติ นิพฺพานํ, ตํ วา ายติ ปฏิวิชฺฌียติ เอเตนาติ าโย, อริยมคฺโคติ อาห ‘‘าโย วุจฺจติ อริโย อฏฺงฺคิโก มคฺโค’’ติ. ตณฺหาวานวิรหิตตฺตาติ ตณฺหาสงฺขาตวานวิวิตฺตตฺตา. ตณฺหา หิ ขนฺเธหิ ขนฺธํ, กมฺมุนา ผลํ, สตฺเตหิ จ ทุกฺขํ วินติ สํสิพฺพตีติ ‘‘วาน’’นฺติ วุจฺจติ, ตยิทํ นตฺถิ เอตฺถ วานํ, น วา เอตสฺมึ อธิคเต ปุคฺคลสฺส วานนฺติ นิพฺพานํ, อสงฺขตา ธาตุ. ปรปฺปจฺจเยน วินา ปจฺจกฺขกรณํ สจฺฉิกิริยาติ อาห ‘‘อตฺตปจฺจกฺขตายา’’ติ.

นนุ ‘‘วิสุทฺธิยา’’ติ จิตฺตวิสุทฺธิยา อธิปฺเปตตฺตา วิสุทฺธิคฺคหเณเนเวตฺถ โสกสมติกฺกมาทโยปิ คหิตา เอว โหนฺติ, เต ปุน กสฺมา คหิตาติ อนุโยคํ สนฺธาย ‘‘ตตฺถ กิฺจาปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สาสนยุตฺติโกวิเทติ สจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทาทิลกฺขณายํ ธมฺมนีติยํ เฉเก. ตํ ตมตฺถํ าเปตีติ เย เย โพธเนยฺยปุคฺคลา สงฺเขปวิตฺถาราทิวเสน ยถา ยถา โพเธตพฺพา, อตฺตโน เทสนาวิลาเสน ภควา เต เต ตถา ตถา โพเธนฺโต ตํ ตมตฺถํ าเปติ. ตํ ตํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสนฺโตติ อตฺถาปตฺตึ อคเณนฺโต ตํ ตมตฺถํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต. น หิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อตฺถาปตฺติาปกาทิสาธนียวจนาติ. สํวตฺตตีติ ชายติ, โหตีติ อตฺโถ. ยสฺมา อนติกฺกนฺตโสกปริเทวสฺส น กทาจิ จิตฺตวิสุทฺธิ อตฺถิ โสกปริเทวสมติกฺกมนมุเขเนว จิตฺตวิสุทฺธิยา อิชฺฌนโต, ตสฺมา อาห ‘‘โสกปริเทวานํ สมติกฺกเมน โหตี’’ติ. ยสฺมา ปน โทมนสฺสปจฺจเยหิ ทุกฺขธมฺเมหิ ผุฏฺํ ปุถุชฺชนํ โสกาทโย อภิภวนฺติ, ปริฺาเตสุ จ เตสุ เต น โหนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘โสกปริเทวานํ สมติกฺกโม ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคเมนา’’ติ. ายสฺสาติ อคฺคมคฺคสฺส, ตติยมคฺคสฺส จ. ตทธิคเมน หิ ยถากฺกมํ ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคโม. สจฺฉิกิริยาภิสมยสหภาวีปิ อิตราภิสมโย ตทวินาภาวโต สจฺฉิกิริยาภิสมยเหตุโก วิย วุตฺโต. ายสฺสาธิคโม นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ผลาเณน วา ปจฺจกฺขกรณํ สนฺธาย วุตฺตํ, ‘‘นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายา’’ติ สมฺปทานวจนฺเจตํ ทฏฺพฺพํ.

วณฺณภณนนฺติ ปสํสาวจนํ. ตยิทํ น อิเธว, อถ โข อฺตฺถาปิ สตฺถุ อาจิณฺณํ เอวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยเถว หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อาทิมฺหิ กลฺยาณมาทิ วา กลฺยาณํ เอตสฺสาติ อาทิกลฺยาณํ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. อตฺถสมฺปตฺติยา สาตฺถํ. พฺยฺชนสมฺปตฺติยา สพฺยฺชนํ. สีลาทิปฺจธมฺมกฺขนฺธปาริปูริโต, อุปเนตพฺพสฺส อภาวโต จ เกวลปริปุณฺณํ. นิรุปกฺกิเลสโต อปเนตพฺพสฺส จ อภาวโต ปริสุทฺธํ. เสฏฺจริยภาวโต สาสนพฺรหฺมจริยํ, มคฺคพฺรหฺมจริยฺจ โว ปกาเสสฺสามีติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๔๗) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. อริยวํสาติ อริยานํ พุทฺธาทีนํ วํสา ปเวณิโย. อคฺคฺาติ อคฺคาติ ชานิตพฺพา สพฺพวํเสหิ เสฏฺภาวโต. รตฺตฺาติ จิรรตฺตาติ ชานิตพฺพา. วํสฺาติ พุทฺธาทีนํ วํสาติ ชานิตพฺพา. โปราณาติ ปุราตนา อนธุนาตนตฺตา. อสงฺกิณฺณาติ อวิกิณฺณา อนปนีตา. อสงฺกิณฺณปุพฺพาติ ‘‘กึ อิเมหี’’ติ อริเยหิ น อปนีตปุพฺพา. น สงฺกียนฺตีติ อิทานิปิ เตหิ น อปนียนฺติ. น สงฺกียิสฺสนฺตีติ อนาคเตปิ เตหิ น อปนียิสฺสนฺติ. อปฺปฏิกุฏฺา…เป… วิฺูหีติ เย โลเก วิฺู สมณพฺราหฺมณา, เตหิ อปฺปจฺจกฺขตา อนินฺทิตา, อครหิตาติ อตฺโถ. ‘‘วิสุทฺธิยา’’ติอาทีหีติ วิสุทฺธิอาทิทีปเนหิ. ปเทหีติ วากฺเยหิ, วิสุทฺธิอตฺถตาทิเภทภินฺเนหิ วา ธมฺมโกฏฺาเสหิ. อุปทฺทเวติ อนตฺเถ. วิสุทฺธินฺติ วิสุชฺฌนํ สํกิเลสปฺปหานํ. วาจุคฺคตกรณํ อุคฺคโห. ปริยาปุณนํ ปริจโย. อตฺถสฺส หทเย ปนํ ธารณํ. ปริวตฺตนํ วาจนํ.

คนฺธารโกติ คนฺธารเทเส อุปฺปนฺโน. ปโหนฺตีติ สกฺโกนฺติ. อนิยฺยานิกมคฺคาติ มิจฺฉามคฺคา, มิจฺฉตฺตนิยตานิยตมคฺคาปิ วา. สุวณฺณนฺติ กูฏสุวณฺณมฺปิ วุจฺจติ. มณีติ กาจมณิปิ, มุตฺตาติ เวฬุชาปิ, ปวาฬนฺติ ปลฺลโวปิ วุจฺจตีติ รตฺตชมฺพุนทาทิปเทหิ เต วิเสสิตา.

น ตโต เหฏฺาติ อิธาธิปฺเปตกายาทีนํ เวทนาทิสภาวตฺตาภาวา, กายเวทนาจิตฺตวิมุตฺตสฺส เตภูมกธมฺมสฺส วิสุํ วิปลฺลาสวตฺถนฺตรภาเวน คหิตตฺตา จ เหฏฺา คหเณสุ วิปลฺลาสวตฺถูนํ อนิฏฺานํ สนฺธาย วุตฺตํ, ปฺจมสฺส ปน วิปลฺลาสวตฺถุโน อภาวา ‘‘น อุทฺธ’’นฺติ อาห. อารมฺมณวิภาเคน เหตฺถ สติปฏฺานวิภาโคติ. ตโย สติปฏฺานาติ สติปฏฺาน-สทฺทสฺส อตฺถุทฺธารทสฺสนํ, น อิธ ปาฬิยํ วุตฺตสฺส สติปฏฺาน-สทฺทสฺส อตฺถทสฺสนนฺติ. อาทีสุ หิ สติโคจโรติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน ‘‘ผสฺสสมุทยา เวทนานํ สมุทโย, นามรูปสมุทยา จิตฺตสฺส สมุทโย, มนสิการสมุทยา ธมฺมานํ สมุทโย’’ติ (สํ. นิ. ๕.๔๐๘) ‘‘สติปฏฺานา’’ติ วุตฺตานํ สภิโคจรานํ ปกาสเก สุตฺตปฺปเทเส สงฺคณฺหาติ. เอวํ ‘‘ปฏิสมฺภิทาปาฬิย’’มฺปิ (ปฏิ. ม. ๒.๓๔) อวเสสปาฬิปฺปเทสทสฺสนตฺโถ อาทิ-สทฺโท ทฏฺพฺโพ. สติยา ปฏฺานนฺติ สติยา ปติฏฺาตพฺพฏฺานํ. ทานาทีนิ กโรนฺตสฺส รูปาทีนิ สติยา านํ โหนฺตีติ ตํนิวารณตฺถมาห ‘‘ปธานํ าน’’นฺติ. -สทฺโท หิ อิธ ‘‘ปณีตา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. สํ. มาติกา ๑๔) วิย ปธานตฺถทีปโกติ อธิปฺปาโย.

อริโยติ อริยํ สพฺพสตฺตเสฏฺํ สมฺมาสมฺพุทฺธมาห. เอตฺถาติ เอตสฺมึ สฬายตนวิภงฺคสุตฺเต.(ม. นิ. ๓.๓๑๐) สุตฺเตกเทเสน หิ สุตฺตํ ทสฺเสติ. ตตฺถ หิ –

‘‘ตโย สติปฏฺานา ยทริโย…เป… อรหตีติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ, กิฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ. อิธ, ภิกฺขเว, สตฺถา สาวกานํ ธมฺมํ เทเสติ อนุกมฺปโก หิเตสี อนุกมฺปํ อุปาทาย ‘อิทํ โว หิตาย อิทํ โว สุขายา’ติ. ตสฺส สาวกา น สุสฺสูสนฺติ. น โสตํ โอทหนฺติ, น อฺา จิตฺตํ อุปฏฺเปนฺติ, โวกฺกมฺม จ สตฺถุ สาสนา วตฺตนฺติ. ตตฺร, ภิกฺขเว, ตถาคโต น เจว อนตฺตมโน โหติ, น จ อนตฺตมนตํ ปฏิสํเวเทติ, อนวสฺสุโต จ วิหรติ สโต สมฺปชาโน. อิทํ, ภิกฺขเว, ปมํ สติปฏฺานํ. ยทริโย เสวติ…เป… อรหติ.

ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, สตฺถา…เป...อิทํ โว สุขายาติ. ตสฺส เอกจฺเจ สาวกา น สุสฺสูสนฺติ…เป… น จ โวกฺกมฺม สตฺถุ สาสนา วตฺตนฺติ. ตตฺร, ภิกฺขเว, ตถาคโต น เจว อนตฺตมโน โหติ, น จ อนตฺตมนตํ ปฏิสํเวเทติ, น จ อตฺตมโน โหติ, น จ อตฺตมนตํ ปฏิสํเวเทติ, อนตฺตมนตา จ อตฺตมนตา จ ตทุภยํ อภินิวชฺเชตฺวา อุเปกฺขโก วิหรติ สโต สมฺปชาโน. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทุติยํ.

ปุน จปรํ, ภิกฺขเว…เป… สุขายาติ, ตสฺส สาวกา สุสฺสูสนฺติ…เป… วตฺตนฺติ. ตตฺร, ภิกฺขเว, ตถาคโต อตฺตมโน เจว โหติ, อตฺตมนตฺจ ปฏิสํเวเทติ, อนวสฺสุโต จ วิหรติ สโต สมฺปชาโน. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ตติย’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๓๑๑).

เอวํ ปฏิฆานุนเยหิ อนวสฺสุตตา, นิจฺจํ อุปฏฺิตสฺสติตาย ตทุภยวีติวตฺตตา ‘‘สติปฏฺาน’’นฺติ วุตฺตา. พุทฺธานํเยว หิ นิจฺจํ อุปฏฺิตสฺสติตา โหติ อาเวณิกธมฺมภาวโต, น ปจฺเจกพุทฺธาทีนํ. -สทฺโท อารมฺภํ โชเตติ, อารมฺโภ จ ปวตฺตีติ กตฺวา อาห ‘‘ปวตฺตยิตพฺพโตติ อตฺโถ’’ติ. สติยา กรณภูตาย ปฏฺานํ ปฏฺเปตพฺพํ สติปฏฺานํ. อน-สทฺโท หิ พหุลํวจเนน กมฺมตฺโถปิ โหตีติ. ตถาสฺส กตฺตุอตฺโถปิ ลพฺภตีติ ‘‘ปฏฺาตีติ ปฏฺาน’’นฺติ วุตฺตํ. ปฏฺาตีติ เอตฺถ -สทฺโท ภุสตฺถวิสิฏฺํ ปกฺขนฺทนํ ทีเปตีติ ‘‘โอกฺกนฺทิตฺวา ปกฺขนฺทิตฺวา ปตฺถริตฺวา ปวตฺตตีติ อตฺโถ’’ติ อาห. ปุน ภาวตฺถํ สติ, สทฺทํ, ปฏฺานสทฺทฺจ วณฺเณนฺโต ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห, เตน ปุริมวิกปฺเป สติ, สทฺโท, ปฏฺาน-สทฺโท จ กตฺตุอตฺโถติ วิฺายติ. สรณฏฺเนาติ จิรกตสฺส, จิรภาสิตสฺส จ อนุสฺสรณฏฺเน. อิทนฺติ ยํ ‘‘สติเยว สติปฏฺาน’’นฺติ วุตฺตํ, อิทํ. อิธ อิมสฺมึ สุตฺตปเทเส อธิปฺเปตํ.

ยทิ เอวนฺติ. ยทิ สติ เอว สติปฏฺานํ, สติ นาม เอโก ธมฺโม, เอวํ สนฺเต กสฺมา ‘‘สติปฏฺานา’’ติ พหุวจนนฺติ อาห ‘‘สติพหุตฺตา’’ติอาทิ. ยทิ พหุกา ตา สติโย, อถ กสฺมา ‘‘มคฺโค’’ติ เอกวจนนฺติ โยชนา. มคฺคฏฺเนาติ นิยฺยานฏฺเน. นิยฺยานิโก หิ มคฺคธมฺโม, เตเนว นิยฺยานิกภาเวน เอกตฺตูปคโต เอกนฺตโต นิพฺพานํ คจฺฉติ, อตฺถิเกหิ จ ตทตฺถํ มคฺคียตีติ อาห ‘‘วุตฺตฺเหต’’นฺติ, อตฺตนาว ปุพฺเพ วุตฺตํ ปจฺจาหรติ. ตตฺถ จตสฺโสปิ เจตาติ กายานุปสฺสนาทิวเสน จตุพฺพิธาปิ จ เอตา สติโย. อปรภาเคติ อริยมคฺคกฺขเณ. กิจฺจํ สาธยมานาติ ปุพฺพภาเค กายาทีสุ สุภสฺาทิวิธมนวเสน วิสุํ วิสุํ ปวตฺติตฺวา มคฺคกฺขเณ สติเยว ตตฺถ จตุพฺพิธสฺสปิ วิปลฺลาสสฺส สมุจฺเฉทวเสน ปหานกิจฺจํ สาธยมานา อารมฺมณกรณวเสน นิพฺพานํ คจฺฉติ. จตุกิจฺจสาธเนเนว เหตฺถ พหุวจนนิทฺเทโส. เอวฺจ สตีติ เอวํ มคฺคฏฺเน เอกตฺตํ อุปาทาย ‘‘มคฺโค’’ติ เอกวจเนน, อารมฺมณเภเทน จตุพฺพิธตํ อุปาทาย ‘‘จตฺตาโร’’ติ จ วตฺตพฺพตาย สติ วิชฺชมานตฺตา. วจนานุสนฺธินา ‘‘เอกายโน อย’’นฺติอาทิกา เทสนา สานุสนฺธิกาว, น อนนุสนฺธิกาติ อธิปฺปาโย. วุตฺตเมวตฺถํ นิทสฺสเนน ปฏิปาเทตุํ ‘‘มารเสนปฺปมทฺทน’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๒๒๔) สุตฺตปทํ อาเนตฺวา ‘‘ยถา’’ติอาทินา นิทสฺสนํ สํสนฺทติ. ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ นิคมนํ.

วิเสสโต กาโย, เวทนา จ อสฺสาทสฺส การณนฺติ ตปฺปหานตฺถํ เตสุ ตณฺหาวตฺถูสุ โอฬาริกสุขุเมสุ อสุภทุกฺขภาวทสฺสนานิ มนฺทติกฺขปฺเหิ ตณฺหาจริเตหิ สุกรานีติ ตานิ เตสํ ‘‘วิสุทฺธิมคฺโค’’ติ วุตฺตานิ. ตถา ‘‘นิจฺจํ อตฺตา’’ติ อภินิเวสวตฺถุตาย ทิฏฺิยา วิเสสการเณสุ จิตฺตธมฺเมสุ อนิจฺจานตฺตตาทสฺสนานิ สราคาทิวเสน, สฺาผสฺสาทิวเสน, นีวรณาทิวเสน จ นาติปฺปเภทาติปฺปเภทคเตสุ เตสุ ตปฺปหานตฺถํ มนฺทติกฺขปฺานํ ทิฏฺิจริตานํ สุกรานีติ เตสํ ตานิ ‘‘วิสุทฺธิมคฺโค’’ติ วุตฺตานิ. เอตฺถ จ ยถา จิตฺตธมฺมานมฺปิ ตณฺหาย วตฺถุภาโว สมฺภวติ, ตถา กายเวทนานมฺปิ ทิฏฺิยาติ สติปิ เนสํ จตุนฺนมฺปิ ตณฺหาทิฏฺิวตฺถุภาเว โย ยสฺสา สาติสยปจฺจโย, ตํ ทสฺสนตฺถํ วิเสสคฺคหณํ กตนฺติ ทฏฺพฺพํ. ติกฺขปฺสมถยานิโก โอฬาริการมฺมณํ ปริคฺคณฺหนฺโต ตตฺถ อฏฺตฺวา ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา อุฏฺาย เวทนํ ปริคฺคณฺหาตีติ วุตฺตํ ‘‘โอฬาริการมฺมเณ อสณฺหนโต’’ติ. วิปสฺสนายานิกสฺส ปน สุขุเม จิตฺเต, ธมฺเมสุ จ จิตฺตํ ปกฺขนฺทตีติ จิตฺตธมฺมานุปสฺสนานํ มนฺทติกฺขปฺวิปสฺสนายานิกานํ วิสุทฺธิมคฺคตา วุตฺตา.

เตสํ ตตฺถาติ เอตฺถ ตตฺถ-สทฺทสฺส ‘‘ปหานตฺถ’’นฺติ เอเตน โยชนา. ปรโต เตสํ ตตฺถาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ปฺจ กามคุณา สวิเสสา กาเย ลพฺภนฺตีติ วิเสเสน กาโย กาโมฆสฺส วตฺถุ, ภเวสุ สุขคฺคหณวเสน ภวสฺสาโท โหตีติ ภโวฆสฺส เวทนา วตฺถุ, สนฺตติฆนคฺคหณวเสน วิเสสโต จิตฺเต อตฺตาภินิเวโส โหตีติ ทิฏฺโฆสฺส จิตฺตํ วตฺถุ, ธมฺเมสุ วินิพฺโภคสฺส ทุกฺกรตฺตา, ธมฺมานํ ธมฺมมตฺตตาย ทุปฺปฏิวิชฺฌตฺตา จ สมฺโมโห โหตีติ อวิชฺโชฆสฺส ธมฺมา วตฺถุ, ตสฺมา เตสุ เตสํ ปหานตฺถํ จตฺตาโรว วุตฺตา.

เอวํ กายาทีนํ กาโมฆาทิวตฺถุภาวกถเนเนว กามโยคกามาสวาทีนมฺปิ วตฺถุภาโว ทีปิโต โหติ โอเฆหิ เตสํ อตฺถโต อนฺตฺตา. ยทคฺเคน จ กาโย กาโมฆาทีนํ วตฺถุ, ตทคฺเคน อภิชฺฌากายคนฺถสฺส วตฺถุ. ‘‘ทุกฺขาย เวทนาย ปฏิฆานุสโย อนุเสตี’’ติ ทุกฺขทุกฺขวิปริณามทุกฺขสงฺขารทุกฺขภูตา เวทนา วิเสเสน พฺยาปาทกายคนฺถสฺส วตฺถุ. จิตฺเต นิจฺจคฺคหณวเสน สสฺสตสฺส อตฺตโน สีเลน สุทฺธีติ อาทิ ปรามสนํ โหตีติ สีลพฺพตปรามาสสฺส จิตฺตํ วตฺถุ. นามรูปปริจฺเฉเทน ภูตํ ภูตโต อปสฺสนฺตสฺส ภววิภวทิฏฺิสงฺขาโต อิทํสจฺจาภินิเวโส โหตีติ ตสฺส ธมฺมา วตฺถุ. กายสฺส กามุปาทานวตฺถุตา วุตฺตนยาว. ยทคฺเคน หิ กาโย กาโมฆสฺส วตฺถุ, ตทคฺเคน กามุปาทานสฺสปิ วตฺถุ อตฺถโต อภินฺนตฺตา. สุขเวทนสฺสาทวเสน ปรโลกนิรเปกฺโข ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทิกํ (ที. นิ. ๑.๑๗๑; ม. นิ. ๑.๔๔๕; ๒.๙๕, ๒๒๕; ๓.๙๑, ๑๑๖; สํ. นิ. ๓.๒๑๐; ธ. ส. ๑๒๒๑; วิภ. ๙๓๘) ปรามาสํ อุปฺปาเทตีติ ทิฏฺุปาทานสฺส เวทนา วตฺถุ. จิตฺตธมฺมานํ อิตรุปาทานวตฺถุตา ตติยจตุตฺถคนฺถโยชนายํ วุตฺตนยา เอว. กายเวทนานํ ฉนฺทโทสาคติวตฺถุตา กาโมฆพฺยาปาทกายคนฺถโยชนายํ วุตฺตนยา เอว. สนฺตติฆนคฺคหณวเสน สราคาทิจิตฺเต สมฺโมโห โหตีติ โมหาคติยา จิตฺตํ วตฺถุ. ธมฺมสภาวานวโพเธ ภยํ โหตีติ ภยาคติยา ธมฺมา วตฺถุ.

อาหารสมุทยา กายสฺส สมุทยา, ผสฺสสมุทยา เวทนานํ สมุทโย, (สํ. นิ. ๕.๔๐๘) สงฺขารปจฺจยา วิฺาณํ, วิฺาณปจฺจยา นามรูปนฺติ (ม. นิ. ๓.๑๒๖; อุทา. ๑; วิภ. ๒๒๕) วจนโต กายาทีนํ สมุทยภูตา กพฬีการผสฺสมโนสฺเจตนาวิฺาณาหารา กายาทิปริชานเนน ปริฺาตา โหนฺตีติ อาห ‘‘จตุพฺพิธาหารปริฺตฺถ’’นฺติ. ปกรณนโยติ เนตฺติปกรณวเสน สุตฺตนฺตสํวณฺณนานโย.

สรณวเสนาติ กายาทีนํ, กุสลาทิธมฺมานฺจ อุปธารณวเสน. สรนฺติ คจฺฉนฺติ นิพฺพานํ เอตายาติ สตีติ อิมสฺมึ อตฺเถ เอกตฺเต เอกสภาเว นิพฺพาเน สโมสรณํ สมาคโม เอกตฺตสโมสรณํ. เอตเทว หิ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

เอกนิพฺพานปเวสเหตุภูโต วา สมานตาย เอโก สติปฏฺานสภาโว เอกตฺตํ, ตตฺถ สโมสรณํ เอกตฺตสโมสรณํ, ตํสภาคตาว, เอกนิพฺพานปเวสเหตุภาวํ ปน ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา’’ติอาทิมาห. เอตสฺมึ อตฺเถ สรเณกตฺตสโมสรณานิ สเหว สติปฏฺาเนกภาวสฺส การณตฺเตน วุตฺตานีติ ทฏฺพฺพานิ, ปุริมสฺมึ วิสุํ. สรณวเสนาติ วา คมนวเสนาติ อตฺเถ สติ ตเทว คมนํ สโมสรณนฺติ, สโมสรเณ วา สติ-สทฺทตฺถวเสน อวุจฺจมาเน ธารณตาว สตีติ สติ-สทฺทตฺถนฺตราภาวา ปุริมํ สติภาวสฺส การณํ, ปจฺฉิมํ เอกภาวสฺสาติ นิพฺพานสโมสรเณปิ สหิตาเนว ตานิ สติปฏฺาเนกภาวสฺส การณานิ วุตฺตานิ โหนฺติ.

‘‘จุทฺทสวิเธน, นววิเธน, โสฬสวิเธน, ปฺจวิเธนา’’ติ อิทํ อุปริ ปาฬิยํ (ที. นิ. ๒.๓๗๔) อาคตานํ อานาปานปพฺพาทีนํ วเสน วุตฺตํ, เตสํ ปน อนนฺตรเภทวเสน, ตทนุคตเภทวเสน จ ภาวนาย อเนกวิธตา ลพฺภติเยว, จตูสุ ทิสาสุ อุฏฺานกภณฺฑสทิสตา กายานุปสฺสนาทิตํตํสติปฏฺานภาวนานุภาวสฺส ทฏฺพฺพา.

กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา อิตราสํ ปุจฺฉานํ อิธ อสมฺภวโต, นิทฺเทสาทิวเสน เทเสตุกมฺยตาย จ ตถา วุตฺตตฺตา. ‘‘อิธา’’ติ วุจฺจมานปฏิปตฺติสมฺปาทกสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิสฺสยทสฺสนํ, โส จสฺส สนฺนิสฺสโย สาสนโต อฺโ นตฺถีติ วุตฺตํ ‘‘อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน’’ติ. ธมฺม…เป… ลปนเมตํ เตสํ อตฺตโน สมฺมุขาภิมุขภาวกรณตฺถํ, ตฺจ ธมฺมสฺส สกฺกจฺจสวนตฺถํ. ‘‘โคจเร ภิกฺขเว จรถ สเก เปตฺติเก วิสเย’’ติอาทิ (ที. นิ. ๓.๘๐; สํ. นิ. ๕.๓๗๒) วจนโต ภิกฺขุโคจรา เอเต ธมฺมา, ยทิทํ กายานุปสฺสนาทโย. ตตฺถ ยสฺมา กายานุปสฺสนาทิปฏิปตฺติยา ภิกฺขุ โหติ, ตสฺมา ‘‘กายานุปสฺสี วิหรตี’’ติอาทินา ภิกฺขุํ ทสฺเสติ ภิกฺขุมฺหิ ตํนิยมโตติ อาห ‘‘ปฏิปตฺติยา ภิกฺขุภาวทสฺสนโต’’ติ. สตฺถุจริยานุวิธายกตฺตา, สกลสาสนสมฺปฏิคฺคาหกตฺตา จ สพฺพปฺปการาย อนุสาสนิยา ภาชนภาโว. ตสฺมึ คหิเตติ ภิกฺขุมฺหิ คหิเต. ภิกฺขุปริสาย เชฏฺภาวโต ราชคมนาเยน อิตรา ปริสาปิ อตฺถโต คหิตาว โหนฺตีติ อาห ‘‘เสสา’’ติอาทิ. เอวํ ปมํ การณํ วิภชิตฺวา อิตรมฺปิ วิภชิตุํ ‘‘โย จ อิม’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

สมํ จเรยฺยาติ กายาทิ วิสมจริยํ ปหาย กายาทีหิ สมํ จเรยฺย. ราคาทิวูปสเมน สนฺโต, อินฺทฺริยทเมน ทนฺโต, จตุมคฺคนิยาเมน นิยโต, เสฏฺจริตาย พฺรหฺมจารี, สพฺพตฺถ กายทณฺฑาทิโอโรปเนน นิธาย ทณฺฑํ. อริยภาเว ิโต โส เอวรูโป พาหิตปาปสมิตปาปภินฺนกิเลสตาหิ ‘‘พฺราหฺมโณ, สมโณ, ภิกฺขู’’ติ จ เวทิตพฺโพ.

‘‘อยฺเจว กาโย, พหิทฺธา จ นามรูป’’นฺติอาทีสุ ขนฺธปฺจกํ, ตถา ‘‘สุขฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๗๑, ๒๘๗; ปารา. ๑๑), ‘‘ยา ตสฺมึ สมเย กายสฺส ปสฺสทฺธิ ปฏิปฺปสฺสทฺธี’’ติอาทีสุ จ เวทนาทโย เจตสิกา ขนฺธา กาโยติ วุจฺจนฺตีติ ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘กาเยติ รูปกาเย’’ติ อาห. เกสาทีนฺจ ธมฺมานนฺติ เกสาทิสฺิตานํ ภูตุปาทาธมฺมานํ. เอวํ ‘‘จยฏฺโ สรีรฏฺโ กายฏฺโ’’ติ สทฺทนเยน กาย-สทฺทํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ นิรุตฺตินเยนปิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อายนฺตีติ อุปฺปชฺชนฺติ.

อสมฺมิสฺสโตติ เวทนาทโยปิ เอตฺถ สิตา, เอตฺถ ปฏิพทฺธาติ กาเย เวทนาทิอนุปสฺสนาปสงฺเคปิ อาปนฺเน ตโต อสมฺมิสฺสโตติ อตฺโถ. สมูหวิสยตาย จสฺส กาย-สทฺทสฺส, สมุทายุปาทานตาย จ อสุภาการสฺส ‘‘กาเย’’ติ เอกวจนํ, ตถา อารมฺมณาทิวิภาเคน อเนกเภทภินฺนมฺปิ จิตฺตํ จิตฺตภาวสามฺเน เอกชฺฌํ คเหตฺวา ‘‘จิตฺเต’’ติ เอกวจนํ, เวทนา ปน สุขาทิเภทภินฺนา วิสุํ วิสุํ อนุปสฺสิตพฺพาติ ทสฺเสนฺเตน ‘‘เวทนาสู’’ติ พหุวจเนน วุตฺตา, ตเถว จ นิทฺเทโส ปวตฺติโต, ธมฺมา จ ปโรปณฺณาสเภทา, อนุปสฺสิตพฺพากาเรน จ อเนกเภทา เอวาติ เตปิ พหุวจนวเสเนว วุตฺตา.

อวยวีคาหสมฺาติธาวนสาราทานาภินิเวสนิเสธนตฺถํ กายํ องฺคปจฺจงฺเคหิ, ตานิ จ เกสาทีหิ, เกสาทิเก จ ภูตุปาทายรูเปหิ วินิพฺภุฺชนฺโต ‘‘ตถา น กาเย’’ติอาทิมาห. ปาสาทาทินคราวยวสมูเห อวยวีวาทิโนปิ อวยวีคาหํ น กโรนฺติ, ‘‘นครํ นาม โกจิ อตฺโถ อตฺถี’’ติ ปน เกสฺจิ สมฺาติธาวนํ สิยาติ อิตฺถิปุริสาทิสมฺาติธาวเน นครนิทสฺสนํ วุตฺตํ. องฺคปจฺจงฺคสมูโห, เกสโลมาทิสมูโห, ภูตุปาทายสมูโห จ ยถาวุตฺตสมูโห, ตพฺพินิมุตฺโต กาโยปิ นาม โกจิ นตฺถิ, ปเคว อิตฺถิอาทโยติ อาห ‘‘กาโย วา อิตฺถี วา ปุริโส วา อฺโ วา โกจิ ธมฺโม ทิสฺสตี’’ติ. ‘‘โกจิ ธมฺโม’’ติ อิมินา สตฺตชีวาทึ ปฏิกฺขิปติ, อวยวี ปน กายปฏิกฺเขเปเนว ปฏิกฺขิตฺโตติ. ยทิ เอวํ กถํ กายาทิสมฺาติธาวนานีติ อาห ‘‘ยถาวุตฺตธมฺม…เป… กโรนฺตี’’ติ. ตถา ตถาติ กายาทิอากาเรน.

ยํ ปสฺสตีติ ยํ อิตฺถึ, ปุริสํ วา ปสฺสติ. นนุ จกฺขุนา อิตฺถิปุริสทสฺสนํ นตฺถีติ? สจฺจเมตํ, ‘‘อิตฺถึ ปสฺสามิ, ปุริสํ ปสฺสามี’’ติ ปน ปวตฺตสฺาย วเสน ‘‘ยํ ปสฺสตี’’ติ วุตฺตํ มิจฺฉาทสฺสเนน วา ทิฏฺิยา ยํ ปสฺสติ, น ตํ ทิฏฺํ ตํ รูปายตนํ น โหตีติ อตฺโถ วิปรีตคฺคาหวเสน มิจฺฉาปริกปฺปิตรูปตฺตา. อถ วา ตํ เกสาทิภูตุปาทายสมูหสงฺขาตํ ทิฏฺํ น โหติ, อจกฺขุวิฺาณวิฺเยฺยตฺตา ทิฏฺํ วา ตํ น โหติ. ยํ ทิฏฺํ, ตํ น ปสฺสตีติ ยํ รูปายตนํ เกสาทิภูตุปาทายสมูหสงฺขาตํ ทิฏฺํ, ตํ ปฺาจกฺขุนา ภูตโต น ปสฺสตีติ อตฺโถ. อปสฺสํ พชฺฌเตติ อิมํ อตฺตภาวํ ยถาภูตํ ปฺาจกฺขุนา อปสฺสนฺโต ‘‘เอตํ มม, เอโส หมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’’ติ กิเลสพนฺธเนน พชฺฌติ.

น อฺธมฺมานุปสฺสีติ น อฺสภาวานุปสฺสี, อสุภาทิโต อฺาการานุปสฺสี น โหตีติ อตฺโถ. ‘‘กึ วุตฺตํ โหตี’’ติอาทินา ตํ เอวตฺถํ ปากฏํ กโรติ. ปถวีกายนฺติ เกสาทิโกฏฺาสํ ปถวึ ธมฺมสมูหตฺตา ‘‘กาโย’’ติ วทติ, ลกฺขณปถวิเมว วา อเนกปฺปเภทํ สกลสรีรคตํ, ปุพฺพาปริยภาเวน จ ปวตฺตมานํ สมูหวเสน คเหตฺวา ‘‘กาโย’’ติ วทติ. ‘‘อาโปกาย’’นฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย.

เอวํ คเหตพฺพสฺสาติ ‘‘อหํ มม’’นฺติ เอวํ อตฺตตฺตนิยภาเวน อนฺธพาเลหิ คเหตพฺพสฺส.

อิทานิ สตฺตนฺนํ อนุปสฺสนาการานมฺปิ วเสน กายานุปสฺสนํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อนิจฺจโต อนุปสฺสตีติ จตุสมุฏฺานิกํ กายํ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติ อนุปสฺสติ, เอวํ ปสฺสนฺโต เอวฺจสฺส อนิจฺจาการมฺปิ ‘‘อนุปสฺสตี’’ติ วุจฺจติ. ตถาภูตสฺส จสฺส นิจฺจคฺคาหสฺส เลโสปิ น โหตีติ วุตฺตํ ‘‘โน นิจฺจโต’’ติ. ตถา เหส ‘‘นิจฺจสฺํ ปชหตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๓.๓๕) วุตฺโต. เอตฺถ จ ‘‘อนิจฺจโต เอว อนุปสฺสตี’’ติ เอว-กาโร ลุตฺตนิทฺทิฏฺโติ เตน นิวตฺติตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘โน นิจฺจโต’’ติ วุตฺตํ. น เจตฺถ ทุกฺขโต อนุปสฺสนาทินิวตฺตนํ อาสงฺกิตพฺพํ ปฏิโยคีนิวตฺตนปรตฺตา เอว-การสฺส, อุปริ เทสนารุฬฺหตฺตา จ ตาสํ. ‘‘ทุกฺขโต อนุปสฺสตี’’ติอาทีสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปน วิเสโส – อนิจฺจสฺส ทุกฺขตฺตา ตเมว จ กายํ ทุกฺขโต อนุปสฺสติ, ทุกฺขสฺส อนตฺตตฺตา อนตฺตโต อนุปสฺสติ. ยสฺมา ปน ยํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา, น ตํ อภินนฺทิตพฺพํ, ยฺจ น อภินนฺทิตพฺพํ, น ตตฺถ รฺชิตพฺพํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘นิพฺพินฺทติ, โน นนฺทติ. วิรชฺชติ, โน รชฺชตี’’ติ. โส เอวํ อรชฺชนฺโต ราคํ นิโรเธติ, โน สมุเทติ สมุทยํ น กโรตีติ อตฺโถ. เอวํ ปฏิปนฺโน จ ปฏินิสฺสชฺชติ, โน อาทิยติ. อยฺหิ อนิจฺจาทิอนุปสฺสนา ตทงฺควเสน สทฺธึ กายํ ตนฺนิสฺสยขนฺธาภิสงฺขาเรหิ กิเลสานํ ปริจฺจชนโต, สงฺขตโทสทสฺสเนน ตพฺพิปรีเต นิพฺพาเน ตนฺนินฺนตาย ปกฺขนฺทนโต ‘‘ปริจฺจาคปฏินิสฺสคฺโค เจว ปกฺขนฺทนปฏินิสฺสคฺโค จา’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมา ตาย สมนฺนาคโต ภิกฺขุ วุตฺตนเยน กิเลเส ปริจฺจชติ, นิพฺพาเน จ ปกฺขนฺทติ, ตถาภูโต จ นิพฺพตฺตนวเสน กิเลเส น อาทิยติ, นาปิ อโทสทสฺสิตาวเสน สงฺขตารมฺมณํ, เตน วุตฺตํ ‘‘ปฏินิสฺสชฺชติ, โน อาทิยตี’’ติ. อิทานิสฺส ตาหิ อนุปสฺสนาหิ เยสํ ธมฺมานํ ปหานํ โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อนิจฺจโต อนุปสฺสนฺโต นิจฺจสฺํ ปชหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ นิจฺจสฺนฺติ ‘‘สงฺขารา นิจฺจา’’ติ เอวํ ปวตฺตํ วิปรีตสฺํ. ทิฏฺิจิตฺตวิปลฺลาสปฺปหานมุเขเนว สฺาวิปลฺลาสปฺปหานนฺติ สฺาคฺคหณํ, สฺาสีเสน วา เตสมฺปิ คหณํ ทฏฺพฺพํ. นนฺทินฺติ สปฺปีติกตณฺหํ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

‘‘วิหรตี’’ติ อิมินา กายานุปสฺสนาสมงฺคิโน อิริยาปถวิหาโร วุตฺโตติ อาห ‘‘อิริยตี’’ติ, อิริยาปถํ ปวตฺเตตีติ อตฺโถ. อารมฺมณกรณวเสน อภิพฺยาปนโต ‘‘ตีสุ ภเวสู’’ติ วุตฺตํ, อุปฺปชฺชนวเสน ปน กิเลสา ปริตฺตภูมกา เอวาติ. ยทิปิ กิเลสานํ ปหานํ อาตาปนนฺติ ตํ สมฺมาทิฏฺิอาทีนมฺปิ อตฺเถว, อาตปฺป-สทฺโท วิย ปน อาตาปสทฺโท วีริเยเยว นิรุฬฺโหติ วุตฺตํ ‘‘วีริยสฺเสตํ นาม’’นฺติ. อถ วา ปฏิปกฺขปฺปหาเน สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อพฺภุสฺสหนวเสน ปวตฺตมานสฺส วีริยสฺส สาติสยํ ตทาตาปนนฺติ วีริยเมว ตถา วุจฺจติ, น อฺเ ธมฺมา. อาตาปีติ จายมีกาโร ปสํสาย, อติสยสฺส วา ทีปโกติ อาตาปีคหเณน สมฺมปฺปธานสมงฺคิตํ ทสฺเสติ. สมฺมา, สมนฺตโต, สามฺจ ปชานนฺโต สมฺปชาโน, อสมฺมิสฺสโต ววตฺถาเน อฺธมฺมานุปสฺสิตาภาเวน สมฺมา อวิปรีตํ, สพฺพาการปชานเนน สมนฺตโต, อุปรูปริ วิเสสาวหภาเวน ปวตฺติยา สามํ ปชานนฺโตติ อตฺโถ. ยทิ ปฺาย อนุปสฺสติ, กถํ สติปฏฺานตาติ อาห ‘‘น หี’’ติอาทิ. สพฺพตฺถิกนฺติ สพฺพตฺถ ภวํ สพฺพตฺถ ลีเน, อุทฺธเต จ จิตฺเต อิจฺฉิตพฺพตฺตา. สพฺเพ วา ลีเน, อุทฺธเต จ ภาเวตพฺพา โพชฺฌงฺคา อตฺถิกา เอตายาติ สพฺพตฺถิกา. สติยา ลทฺธุปการาย เอว ปฺาย เอตฺถ ยถาวุตฺเต กาเย กมฺมฏฺานิโก ภิกฺขุ กายานุปสฺสี วิหรติ. อนฺโต สงฺเขโป อนฺโตโอลียโน, โกสชฺชนฺติ อตฺโถ. อุปายปริคฺคเหติ เอตฺถ สีลวิโสธนาทิ, คณนาทิ, อุคฺคหโกสลฺลาทิ จ อุปาโย, ตพฺพิปริยายโต อนุปาโย เวทิตพฺโพ. ยสฺมา จ อุปฏฺิตสฺสติ ยถาวุตฺตํ อุปายํ น ปริจฺจชติ, อนุปายฺจ น อุปาทิยติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘มุฏฺสฺสตี …เป… อสมตฺโถ โหตี’’ติ. เตนาติ อุปายานุปายานํ ปริคฺคหปริวชฺชเนสุ, ปริจฺจาคาปริคฺคเหสุ จ อสมตฺถภาเวน. อสฺส โยคิโน.

ยสฺมา สติเยเวตฺถ สติปฏฺานํ วุตฺตํ, ตสฺมาสฺส สมฺปยุตฺตธมฺมา วีริยาทโย องฺคนฺติ อาห ‘‘สมฺปโยคงฺคฺจสฺส ทสฺเสตฺวา’’ติ. องฺค-สทฺโท เจตฺถ การณปริยาโย ทฏฺพฺโพ. สติคฺคหเณเนว เจตฺถ สมาธิสฺสาปิ คหณํ ทฏฺพฺพํ ตสฺสา สมาธิกฺขนฺเธ สงฺคหิตตฺตา. ยสฺมา วา สติสีเสนายํ เทสนา. น หิ เกวลาย สติยา กิเลสปฺปหานํ สมฺภวติ, นิพฺพานาธิคโม วา, นาปิ เกวลา สติ ปวตฺตติ, ตสฺมาสฺส ฌานเทสนายํ สวิตกฺกาทิวจนสฺส วิย สมฺปโยคงฺคทสฺสนตาติ องฺค-สทฺทสฺส อวยวปริยายตา ทฏฺพฺพา. ปหานงฺคนฺติ ‘‘วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๒๖; ม. นิ. ๑.๒๗๑, ๒๘๗, ๒๙๗; สํ. นิ. ๒.๑๕๒; อ. นิ. ๔.๑๒๓; ปารา. ๑๑) วิย ปหาตพฺพงฺคํ ทสฺเสตุํ. ยสฺมา เอตฺถ โลกิยมคฺโค อธิปฺเปโต, น โลกุตฺตรมคฺโค, ตสฺมา ปุพฺพภาคิยเมว วินยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตทงฺควินเยน วา วิกฺขมฺภนวินเยน วา’’ติ อาห. เตสํ ธมฺมานนฺติ เวทนาทิธมฺมานํ. เตสฺหิ ตตฺถ อนธิปฺเปตตฺตา ‘‘อตฺถุทฺธารนเยเนตํ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถาติ วิภงฺเค. เอตฺถาติ ‘‘โลเก’’ติ เอตสฺมึ ปเท.

อวิเสเสน ทฺวีหิปิ นีวรณปฺปหานํ วุตฺตนฺติ กตฺวา ปุน เอเกเกน วุตฺตํ ปหานวิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิเสเสนา’’ติ อาห. อถ วา ‘‘วิเนยฺย นีวรณานี’’ติ อวตฺวา อภิชฺฌาโทมนสฺสวินยวจนสฺส ปโยชนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิเสเสนา’’ติอาทิมาห. กายานุปสฺสนาภาวนาย หิ อุชุวิปจฺจนีกานํ อนุโรธวิโรธาทีนํ ปหานทสฺสนํ เอตสฺส ปโยชนนฺติ. กายสมฺปตฺติมูลกสฺสาติ รูปพลโยพฺพนาโรคฺยาทิสรีรสมฺปทานิมิตฺตสฺส. วุตฺตวิปริยายโต กายวิปตฺติมูลโก วิโรโธ เวทิตพฺโพ. กายภาวนายาติ กายานุปสฺสนาภาวนาย. สา หิ อิธ กายภาวนาติ อธิปฺเปตา. สุภสุขภาวาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน มนุฺนิจฺจตาทิสงฺคโห ทฏฺพฺโพ. อสุภาสุขภาวาทีนนฺติ เอตฺถ ปน อาทิ-สทฺเทน อมนุฺอนิจฺจตาทีนํ. เตนาติ อนุโรธาทิปฺปหานวจเนน. ‘‘โยคานุภาโว หี’’ติอาทิ วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส ปากฏกรณํ. โยคานุภาโว หิ ภาวนานุภาโว. โยคสมตฺโถติ โยคมนุยุฺชิตุํ สมตฺโถ. ปุริเมน หิ ‘‘อนุโรธวิโรธวิปฺปมุตฺโต’’ติอาทิวจเนน ภาวนํ อนุยุตฺตสฺส อานิสํโส วุตฺโต, ทุติเยน ภาวนํ อนุยุฺชนฺตสฺส ปฏิปตฺติ. น หิ อนุโรธวิโรธาทีหิ อุปทฺทุตสฺส ภาวนา อิชฺฌติ.

อนุปสฺสีติ เอตฺถาติ ‘‘อนุปสฺสี’’ติ เอตสฺมึ ปเท ลพฺภมานาย อนุปสฺสนาย อนุปสฺสนาโชตนาย กมฺมฏฺานํ วุตฺตนฺติ เอวมตฺโถ ทฏฺพฺโพ, อฺถา ‘‘อนุปสฺสนายา’’ติ กรณวจนํ น ยุชฺเชยฺย. อนุปสฺสนา เอว หิ กมฺมฏฺานํ, น เอตฺถ อารมฺมณํ อธิปฺเปตํ, ยุชฺชติ วา. กายปริหรณํ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. กมฺมฏฺานปริหรณสฺส เจตฺถ อตฺถสิทฺธตฺตา ‘‘กายปริหรณ’’นฺตฺเวว วุตฺตํ. กมฺมฏฺานิกสฺส หิ กายปริหรณํ ยาวเทว กมฺมฏฺานํ ปริหรณตฺถนฺติ. กมฺมฏฺานปริหรณสฺส วา ‘‘อาตาปี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๓๗๓) วุจฺจมานตฺตา ‘‘กายปริหรณ’’นฺตฺเวว วุตฺตํ. กายคฺคหเณน วา นามกายสฺสาปิ คหณํ, น รูปกายสฺเสว, เตเนว กมฺมฏฺานปริหรณมฺปิ สงฺคหิตํ โหติ, เอวฺจ กตฺวา ‘‘วิหรตีติ เอตฺถ วุตฺตวิหาเรนา’’ติ เอตฺถคฺคหณฺจ สมตฺถิตํ โหติ ‘‘กายานุปสฺสี วิหรตี’’ติ วิหารสฺส วิเสเสตฺวา วุตฺตตฺตา. ‘‘อาตาปี’’ติอาทิ ปน สงฺเขปโต วุตฺตสฺส กมฺมฏฺานปริหรณสฺส สห สาธเนน วิตฺถาเรตฺวา ทสฺสนํ. อาตาเปนาติ อาตาปคฺคหเณน. ‘‘สติสมฺปชฺเนา’’ติอาทีสุปิ เอเสว นโย. สพฺพตฺถกกมฺมฏฺานนฺติ พุทฺธานุสฺสติ, เมตฺตา, มรณสฺสติ, อสุภภาวนา จ. อิทฺหิ จตุกฺกํ โยคินา ปริหริยมานํ ‘‘สพฺพตฺถกกมฺมฏฺาน’’นฺติ วุจฺจติ, สพฺพตฺถ กมฺมฏฺานานุโยคสฺสารกฺขภูตตฺตา สติสมฺปชฺพเลน อวิจฺฉินฺนสฺส ปริหริตพฺพตฺตา สติสมฺปชฺคฺคหเณน ตสฺส วุตฺตตา วุตฺตา. สติยา วา สมโถ วุตฺโต ตสฺสา สมาธิกฺขนฺเธน สงฺคหิตตฺตา.

วิภงฺเค(วิภ. กายานุปสฺสนานิทฺเทเส) ปน อตฺโถ วุตฺโตติ โยชนา. เตนาติ สทฺทตฺถํ อนาทิยิตฺวา ภาวตฺถสฺเสว วิภชนวเสน ปวตฺเตน วิภงฺคปาเน สห. อฏฺกถานโยติ สทฺทตฺถสฺสาปิ วิวรณวเสน ยถารหํ วุตฺโต อตฺถสํวณฺณนานโย. ยถา สํสนฺทตีติ ยถา อตฺถโต, อธิปฺปายโต จ อวิโลเมนฺโต อฺทตฺถุ สํสนฺทติ สเมติ, เอวํ เวทิตพฺโพ.

เวทนาทีนํ ปุน วจเนติ เอตฺถ นิสฺสยปจฺจยภาววเสน จิตฺตธมฺมานํ เวทนาสนฺนิสฺสิตตฺตา, ปฺจโวการภเว อรูปธมฺมานํ รูปปฏิพทฺธวุตฺติโต จ เวทนาย กายาทิอนุปสฺสนาปฺปสงฺเคปิ อาปนฺเน ตโต อสมฺมิสฺสโต ววตฺถานํ ทสฺสนตฺถํ, ฆนวินิพฺโภคาทิทสฺสนตฺถฺจ ทุติยํ เวทนาคฺคหณํ, เตน น เวทนายํ กายานุปสฺสี, จิตฺตธมฺมานุปสฺสี วา, อถ โข เวทนานุปสฺสี เอวาติ เวทนาสงฺขาเต วตฺถุสฺมึ เวทนานุปสฺสนาการสฺเสว ทสฺสเนน อสมฺมิสฺสโต ววตฺถานํ ทสฺสิตํ โหติ. ตถา ‘‘ยสฺมึ สมเย สุขา เวทนา, น ตสฺมึ สมเย ทุกฺขา, อทุกฺขมสุขา วา เวทนา, ยสฺมึ วา ปน สมเย ทุกฺขา, อทุกฺขมสุขา วา เวทนา, น ตสฺมึ สมเย อิตรา เวทนา’’ติ เวทนาภาวสามฺเ อวตฺวา ตํ ตํ เวทนํ วินิพฺภุชฺชิตฺวา ทสฺสเนน ฆนวินิพฺโภโค ธุวภาววิเวโก ทสฺสิโต โหติ, เตน ตาสํ ขณมตฺตาวฏฺานทสฺสเนน อนิจฺจตาย, ตโต เอว ทุกฺขตาย, อนตฺตตาย จ ทสฺสนํ วิภาวิตํ โหติ. ฆนวินิพฺโภคาทีติ อาทิ-สทฺเทน อยมฺปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยฺหิ เวทนายํ เวทนานุปสฺสี เอว, น อฺธมฺมานุปสฺสี. กึ วุตฺตํ โหติ – ยถา นาม พาโล อมณิสภาเวปิ อุทกปุพฺพุฬเก มณิอาการานุปสฺสี โหติ, น เอวํ อยํ ิติรมณีเยปิ เวทยิเต, ปเคว อิตรสฺมึ มนุฺาการานุปสฺสี, อถ โข ขณปภงฺคุรตาย, อวสวตฺติตาย กิเลสาสุจิปคฺฆรณตาย จ อนิจฺจอนตฺตอสุภาการานุปสฺสี, วิปริณามทุกฺขตาย, สงฺขารทุกฺขตาย จ วิเสสโต ทุกฺขานุปสฺสี เยวาติ. เอวํ จิตฺต ธมฺเมสุปิ ยถารหํ ปุนวจเน ปโยชนํ วตฺตพฺพํ. โลกิยา เอว สมฺมสนจารสฺส อธิปฺเปตตฺตา. ‘‘เกวลํ ปนิธา’’ติอาทินา ‘‘อิธ เอตฺตกํ เวทิตพฺพ’’นฺติ เวทิตพฺพปริจฺเฉทํ ทสฺเสติ. ‘‘เอส นโย’’ติ อิมินา ยถา จิตฺตํ, ธมฺมา จ อนุปสฺสิตพฺพา, ตถา ตานิ อนุปสฺสนฺโต จิตฺเต จิตฺตานุปสฺสี, ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสีติ เวทิตพฺโพติ อิมมตฺถํ อติทิสติ. ทุกฺขโตติ ทุกฺขสภาวโต, ทุกฺขนฺติ อนุปสฺสิตพฺพาติ อตฺโถ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย.

โย สุขํ ทุกฺขโต อทฺทาติ โย ภิกฺขุ สุขํ เวทนํ วิปริณามทุกฺขตาย ‘‘ทุกฺขา’’ติ ปฺาจกฺขุนา อทฺทกฺขิ. ทุกฺขํ อทฺทกฺขิ สลฺลโตติ ทุกฺขํ เวทนํ ปีฬาชนนโต, อนฺโตตุทนโต, ทุนฺนีหรณโต จ สลฺลโต อทฺทกฺขิ ปสฺสิ. อทุกฺขมสุขนฺติ อุเปกฺขาเวทนํ. สนฺตนฺติ สุขทุกฺขานิ วิย อโนฬาริกตาย, ปจฺจยวเสน วูปสนฺตสภาวตาย จ สนฺตํ. อนิจฺจโตติ หุตฺวาอภาวโต, อุทยวยวนฺตโต, ตาวกาลิกโต, นิจฺจปฏิปกฺขโต จ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติ โย อทฺทกฺขิ. ส เว สมฺมทฺทโส ภิกฺขุ เอกํเสน, ปริพฺยตฺตํ วา เวทนาย สมฺมาปสฺสนโกติ อตฺโถ.

ทุกฺขาติปีติ สงฺขารทุกฺขตาย ทุกฺขา อิติปิ. ตํ ทุกฺขสฺมินฺติ สพฺพํ ตํ เวทยิตํ ทุกฺขสฺมึ อนฺโตคธํ ปริยาปนฺนํ วทามิ สงฺขารทุกฺขตานติวตฺตนโต. สุขทุกฺขโตปิ จาติ สุขาทีนํ ิติวิปริณามาณสุขตาย, วิปริณามิติอฺาณทุกฺขตาย จ วุตฺตตฺตา ติสฺโสปิ จ สุขโต, ติสฺโสปิ จ ทุกฺขโต อนุปสฺสิตพฺพาติ อตฺโถ. สตฺต อนุปสฺสนา เหฏฺา ปกาสิตา เอว. เสสนฺติ ยถาวุตฺตํ สุขาทิวิภาคโต เสสํ สามิสนิรามิสาทิเภทํ เวทนานุปสฺสนายํ วตฺตพฺพํ.

อารมฺมณ…เป… เภทานนฺติ รูปาทิอารมฺมณนานตฺตสฺส นีลาทิตพฺเภทสฺส, ฉนฺทาทิอธิปตินานตฺตสฺส หีนาทิตพฺเภทสฺส, าณฌานาทิสหชาตนานตฺตสฺส สสงฺขาริกาสงฺขาริกสวิตกฺกาทิตพฺเภทสฺส, กามาวจราทิภูมินานตฺตสฺส อุกฺกฏฺมชฺฌิมาทิตพฺเภทสฺส, กุสลาทิกมฺมนานตฺตสฺส เทวคติสํวตฺตนิยตาทิตพฺเภทสฺส, กณฺหสุกฺกวิปากนานตฺตสฺส ทิฏฺธมฺมเวทนียตาทิตพฺเภทสฺส, ปริตฺตภูมกาทิกิริยานานตฺตสฺส ติเหตุกาทิตพฺเภทสฺส วเสน อนุปสฺสิตพฺพนฺติ โยชนา. อาทิ-สทฺเทน สวตฺถุกาวตฺถุกาทินานตฺตสฺส ปุคฺคลตฺตยสาธารณาทิตพฺเภทสฺส จ สงฺคโห ทฏฺพฺโพ. สลกฺขณสามฺลกฺขณานนฺติ ผุสนาทิตํตํลกฺขณานฺเจว อนิจฺจตาทิสามฺลกฺขณานฺจ วเสนาติ โยชนา. สุฺตธมฺมสฺสาติ อนตฺตตาสงฺขาตสุฺตาสภาวสฺส. ยํ วิภาเวตุํ อภิธมฺเม‘‘ตสฺมึ โข ปน สมเย ธมฺมา โหนฺติ, ขนฺธา โหนฺตี’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๒๑) สุฺตาวารเทสนา ปวตฺตา, ตํ ปหีนเมว ปุพฺเพ ปหีนตฺตา, ตสฺมา ตสฺส ตสฺส ปุน ปหานํ น วตฺตพฺพํ. น หิ กิเลสา ปหียมานา อารมฺมณวิภาเคน ปหียนฺติ อนาคตานํเยว อุปฺปชฺชนารหานํ ปหาตพฺพตฺตา, ตสฺมา อภิชฺฌาทีนํ เอกตฺถ ปหานํ วตฺวา อิตรตฺถ น วตฺตพฺพํ เอวาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘กามฺเจตฺถา’’ติอาทินา. อถ วา มคฺคจิตฺตกฺขเณ เอกตฺถ ปหีนํ สพฺพตฺถ ปหีนเมว โหตีติ วิสุํ วิสุํ ปหานํ น วตฺตพฺพํ. มคฺเคน หิ ปหีนาติ วตฺตพฺพตํ อรหนฺติ. ตตฺถ ปุริมาย โจทนาย นานาปุคฺคลปริหาโร, น หิ เอกสฺส ปหีนํ ตโต อฺสฺส ปหีนํ นาม โหติ. ปจฺฉิมาย นานาจิตฺตกฺขณิกปริหาโร. นานาจิตฺตกฺขเณติ หิ โลกิยมคฺคจิตฺตกฺขเณติ อธิปฺปาโย. ปุพฺพภาคมคฺโค หิ อิธาธิปฺเปโต. โลกิยภาวนาย จ กาเย ปหีนํ น เวทนาทีสุ วิกฺขมฺภิตํ โหติ. ยทิปิ นปฺปวตฺเตยฺย, ปฏิปกฺขภาวนาย สุปฺปหีนตฺตา ตตฺถ สา ‘‘อภิชฺฌาโทมนสฺสสฺส อปฺปวตฺตี’’ติ น วตฺตพฺพา, ตสฺมา ปุนปิ ตปฺปหานํ วตฺตพฺพเมว. เอกตฺถ ปหีนํ เสเสสุปิ ปหีนํ โหตีติ โลกุตฺตรสติปฏฺานภาวนํ, โลกิยภาวนาย วา สพฺพตฺถ อปฺปวตฺติมตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘ปฺจปิ ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธา โลโก’’ติ (วิภ. ๓๖๒, ๓๖๔, ๓๖๖) หิ วิภงฺเคจตูสุปิ าเนสุ วุตฺตนฺติ.

อุทฺเทสวารวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.

กายานุปสฺสนา

อานาปานปพฺพวณฺณนา

๓๗๔. อารมฺมณวเสนาติ อนุปสฺสิตพฺพกายาทิอารมฺมณวเสน. จตุธา ภินฺทิตฺวาติ อุทฺเทสวเสน จตุธา ภินฺทิตฺวา. ตโต จตุพฺพิธสติปฏฺานโต เอเกกํ สติปฏฺานํ คเหตฺวา กายํ วิภชนฺโตติ ปาเสโส.

กถฺจาติ เอตฺถ กถนฺติ ปการปุจฺฉา, เตน นิทฺทิสิยมาเน กายานุปสฺสนาปกาเร ปุจฺฉติ. -สทฺโท พฺยติเรโก, เตน อุทฺเทสวาเรน อปากฏํ นิทฺเทสวาเรน วิภาวิยมานํ วิเสสํ โชเตติ. พาหิรเกสุปิ อิโต เอกเทสสฺส สมฺภวโต สพฺพปฺปการคฺคหณํ กตํ ‘‘สพฺพปฺปการกายานุปสฺสนานิพฺพตฺตกสฺสา’’ติ, เตน เย อิเม อานาปานปพฺพาทิวเสน อาคตา จุทฺทสปฺปการา, ตทนฺโตคธา จ อชฺฌตฺตาทิอนุปสฺสนาปฺปการา, ตถา กายคตาสติสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๑๕๓) วุตฺตา เกสาทิวณฺณสณฺานกสิณารมฺมณจตุกฺกชฺฌานปฺปการา, โลกิยาทิปฺปการา จ, เต สพฺเพปิ อนวเสสโต สงฺคณฺหาติ. อิเม จ ปการา อิมสฺมึเยว สาสเน, น อิโต พหิทฺธาติ วุตฺตํ ‘‘สพฺพปฺปการ…เป… ปฏิเสธโน จา’’ติ. ตตฺถ ตถาภาวปฏิเสธโนติ สพฺพปฺปการกายานุปสฺสนานิพฺพตฺตกสฺส ปุคฺคลสฺส อฺสาสนสฺส นิสฺสยภาวปฏิเสธโน, เอเตน อิธ ภิกฺขเวติ เอตฺถ อิธ-สทฺโท อนฺโตคธเอวสทฺทตฺโถติ ทสฺเสติ. สนฺติ หิ เอกปทานิปิ อวธารณานิ ยถา ‘‘วายุภกฺโข’’ติ. เตนาห ‘‘อิเธว ภิกฺขเว สมโณ’’ติอาทิ. ปริปุณฺณสมณปฺปกรณธมฺโม หิ โส ปุคฺคโล, โย สพฺพปฺปการกายานุปสฺสนานิพฺพตฺตโก. ปรปฺปวาทาติ ปเรสํ อฺติตฺถิยานํ นานปฺปการา วาทา ติตฺถายตนานิ.

อรฺาทิกสฺเสว ภาวนานุรูปเสนาสนตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมสฺสหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทุทฺทโม ทมถํ อนุปคโต โคโณ กูฏโคโณ. โทหนกาเล ยถา ถเนหิ อนวเสสโต ขีรํ น ปคฺฆรติ, เอวํ โทหปฏิพนฺธินี กูฏเธนุ. รูป-สทฺทาทิเก ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชนกอสฺสาโท รูปารมฺมณาทิรโส. ปุพฺเพ อาจิณฺณารมฺมณนฺติ ปพฺพชฺชโต ปุพฺเพ, อนาทิมติ วา สํสาเร ปริจิตารมฺมณํ. นิพนฺเธยฺยาติ พนฺเธยฺย. สติยาติ สมฺมเทว กมฺมฏฺานสฺส สลฺลกฺขณวเสน ปวตฺตาย สติยา. อารมฺมเณติ กมฺมฏฺานารมฺมเณ. ทฬฺหนฺติ ถิรํ, ยถา สโตการิสฺส อุปจารปฺปนาเภโท สมาธิ อิชฺฌติ, ตถา ถามคตํ กตฺวาติ อตฺโถ.

วิเสสาธิคมทิฏฺธมฺมสุขวิหารปทฏฺานนฺติ สพฺเพสํ พุทฺธานํ, เอกจฺจานํ ปจฺเจกพุทฺธานํ, พุทฺธสาวกานฺจ วิเสสาธิคมสฺส อฺเน กมฺมฏฺาเนน อธิคตวิเสสานํ ทิฏฺธมฺมสุขวิหารสฺส ปทฏฺานภูตํ.

วตฺถุวิชฺชาจริโย วิย ภควา โยคีนํ อนุรูปนิวาสฏฺานุปทิสนโต. ภิกฺขุ ทีปิสทิโส อรฺเ เอกโก วิหริตฺวา ปฏิปกฺขนิมฺมถนวเสน อิจฺฉิตตฺถสาธนโต ผลมุตฺตมนฺติ สามฺผลํ สนฺธาย วทติ. ปรกฺกมชวโยคฺคภูมินฺติ ภาวนุสฺสาหชวสฺส โยคฺคกรณภูมิภูตํ.

อทฺธานวเสน ปวตฺตานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ วเสน ทีฆํ วา อสฺสสนฺโต, อิตฺตรวเสน ปวตฺตานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ วเสน รสฺสํ วา อสฺสสนฺโตติ โยชนา. เอวํ สิกฺขโตติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ทีฆรสฺสตาปชานนสพฺพกายปฺปฏิสํเวทนโอฬาริโกฬาริกปฏิปฺปสฺสมฺภนวเสน ภาวนํ สิกฺขโต, ตถาภูโต วา หุตฺวา ติสฺโส สิกฺขา ปวตฺตยโต. อสฺสาสปสฺสาสนิมิตฺเตติ อสฺสาสปสฺสาสสนฺนิสฺสเยน อุปฏฺิตปฏิภาคนิมิตฺเต. อสฺสาสปสฺสาเส ปริคฺคณฺหาติ รูปมุเขน วิปสฺสนํ อภินิวิสนฺโต, โย ‘‘อสฺสาสปสฺสาสกมฺมิโก’’ติ วุตฺโต. ฌานงฺคานิ ปริคฺคณฺหาติ อรูปมุเขน วิปสฺสนํ อภินิวิสนฺโต. วตฺถุ นาม กรชกาโย จิตฺตเจตสิกานํ ปวตฺติฏฺานภาวโต. อฺโ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา นตฺถีติ วิสุทฺธิทิฏฺิ ‘‘ตยิทํ ธมฺมมตฺตํ, น อเหตุกํ, นาปิ อิสฺสราทิวิสมเหตุกํ, อถ โข อวิชฺชาทิเหตุก’’นฺติ อทฺธาตฺตเยปิ กงฺขาวิตรเณน วิติณฺณกงฺโข. ‘‘ยํ กิฺจิ ภิกฺขุ รูป’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๑.๓๖๑; ๒.๑๑๓; ๓.๘๖, ๘๙; ปฏิ. ม. ๑.๕๔) นเยน กลาปสมฺมสนวเสน ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา. อุทยวยานุปสฺสนาทิวเสน วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺโต. อนุกฺกเมน มคฺคปฏิปาฏิยา.

‘‘ปรสฺส วา อสฺสาสปสฺสาสกาเย’’ติ อิทํ สมฺมสนวารวเสนายํ ปาฬิ ปวตฺตาติ กตฺวา วุตฺตํ, สมถวเสน ปน ปรสฺส อสฺสาสปสฺสาสกาเย อปฺปนานิมิตฺตุปฺปตฺติ เอว นตฺถิ. อฏฺเปตฺวาติ อนฺตรนฺตรา น เปตฺวา. อปราปรํ สฺจรณกาโลติ อชฺฌตฺตพหิทฺธาธมฺเมสุปิ นิรนฺตรํ วา ภาวนาย ปวตฺตนกาโล กถิโต. เอกสฺมึ กาเล ปนิทํ อุภยํ น ลพฺภตีติ ‘‘อชฺฌตฺตํ, พหิทฺธา’’ติ จ วุตฺตํ อิทํ ธมฺมทฺวยํ ฆฏิตํ เอกสฺมึ กาเล เอกโต อารมฺมณภาเวน น ลพฺภติ, เอกชฺฌํ อาลมฺพิตุํ น สกฺกาติ อตฺโถ.

สมุเทติ เอตสฺมาติ สมุทโย, โส เอว การณฏฺเน ธมฺโมติ สมุทยธมฺโม. อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปตฺติเหตุ กรชกายาทิ, ตสฺส อนุปสฺสนสีโล สมุทยธมฺมานุปสฺสี, ตํ ปน สมุทยธมฺมํ อุปมาย ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา นามา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ภสฺตนฺติ รุตฺตึ. คคฺครนาฬินฺติ อุกฺกาปนาฬึ. เตติ กรชกายาทิเก. ยถา อสฺสาสปสฺสาสกาโย กรชกายาทิสมฺพนฺธี ตํนิมิตฺตตาย, เอวํ กรชกายาทโยปิ อสฺสาสปสฺสาสกายสมฺพนฺธิโน ตํนิมิตฺตภาเวนาติ ‘‘สมุทยธมฺมา กายสฺมิ’’นฺติ วตฺตพฺพตํ ลภนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘สมุทย…เป… วุจฺจตี’’ติ. ปกติวาจี วา ธมฺม-สทฺโท ‘‘ชาติธมฺมาน’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๓๑; ๓.๓๑๐; ปฏิ. ม. ๑.๓๓) วิยาติ กายสฺส ปจฺจยสมวาเย อุปฺปชฺชนกปกติกายานุปสฺสี วา ‘‘สมุทยธมฺมานุปสฺสี’’ติ วุตฺโต. เตนาห ‘‘กรชกายฺจา’’ติอาทิ. เอวฺจ กตฺวา กายสฺมินฺติ ภุมฺมวจนํ สุฏฺุตรํ ยุชฺชติ.

วยธมฺมานุปสฺสีติ เอตฺถ อเหตุกตฺเตปิ วินาสสฺส เยสํ เหตุธมฺมานํ อภาเว ยํ น โหติ, ตทภาโว ตสฺส อภาวสฺส เหตุ วิย โวหรียตีติ อุปจารโต กรชกายาทิอภาโว อสฺสาสปสฺสาสกายสฺส วยการณํ วุตฺโต. เตนาห ‘‘ยถา ภสฺตายา’’ติอาทิ. อยํ ตาเวตฺถ ปมวิกปฺปวเสน อตฺถวิภาวนา. ทุติยวิกปฺปวเสน อุปจาเรน วินาเยว อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อชฺฌตฺตพหิทฺธานุปสฺสนา วิย ภินฺนวตฺถุวิสยตาย สมุทยวยธมฺมานุปสฺสนาปิ เอกกาเล น ลพฺภตีติ อาห ‘‘กาเลน สมุทยํ กาเลน วยํ อนุปสฺสนฺโต’’ติ. ‘‘อตฺถิ กาโย’’ติ เอว-สทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโติ ‘‘กาโยว อตฺถี’’ติ วตฺวา อวธารเณน นิวตฺติตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘น สตฺโต’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – โย รูปาทีสุ สตฺตวิสตฺตตาย, ปเรสฺจ สชฺชาปนฏฺเน, สตฺวคุณโยคโต วา ‘‘สตฺโต’’ติ ปเรหิ ปริกปฺปิโต, ตสฺส สตฺตนิกายสฺส ปูรณโต จ จวนุปปชฺชนธมฺมตาย คลนโต จ ‘‘ปุคฺคโล’’ติ, ถียติ สํหฺติ เอตฺถ คพฺโภติ ‘‘อิตฺถี’’ติ, ปุริ ปุเร ภาเค เสติ ปวตฺตตีติ ‘‘ปุริโส’’ติ, อาหิโต อหํ มาโน เอตฺถาติ ‘‘อตฺตา’’ติ, อตฺตโน สนฺตกภาเวน ‘‘อตฺตนิย’’นฺติ, ปโร น โหตีติ กตฺวา ‘‘อห’’นฺติ, มม สนฺตกนฺติ กตฺวา ‘‘มมา’’ติ, วุตฺตปฺปการวินิมุตฺโต อฺโติ กตฺวา ‘‘โกจี’’ติ, ตสฺส สนฺตกภาเวน ‘‘กสฺสจี’’ติ, วิกปฺเปตพฺโพ โกจิ นตฺถิ, เกวลํ ‘‘กาโย เอว อตฺถี’’ติ. ทสหิปิ ปเทหิ อตฺตตฺตนิยสุฺตเมว กายสฺส วิภาเวติ. เอวนฺติ ‘‘กาโยว อตฺถี’’ติอาทินา วุตฺตปฺปกาเรน.

าณปมาณตฺถายาติ กายานุปสฺสนาาณํ ปรํ ปมาณํ ปาปนตฺถาย. สติปมาณตฺถายาติ กายปริคฺคาหิกํ สตึ ปวตฺตนสตึ ปรํ ปมาณํ ปาปนตฺถาย. อิมสฺส หิ วุตฺตนเยน ‘‘อตฺถิ กาโย’’ติ อปราปรุปฺปตฺติวเสน ปจฺจุปฏฺิตา สติ ภิยฺโยโส มตฺตาย ตตฺถ าณสฺส, สติยา จ ปริพฺรูหนาย โหติ. เตนาห ‘‘สติสมฺปชฺานํ วุฑฺฒตฺถายา’’ติ. อิมิสฺสา ภาวนาย ตณฺหาทิฏฺิคฺคาหานํ อุชุปฏิปกฺขตฺตา วุตฺตํ ‘‘ตณฺหา…เป… วิหรตี’’ติ. ตถาภูโต จ โลเก กิฺจิปิ ‘‘อห’’นฺติ วา ‘‘มม’’นฺติ วา คเหตพฺพํ น ปสฺสติ, กุโต คณฺเหยฺยาติ อาห ‘‘น จ กิฺจี’’ติอาทิ. เอวมฺปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺโท เหฏฺา นิทฺทิฏฺสฺส ตาทิสสฺส อตฺถสฺส อภาวโต อวุตฺตสมุจฺจยตฺโถติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อุปริ อตฺถํ อุปาทายา’’ติ อาห ยถา ‘‘อนฺตมโส ติรจฺฉานคตายปิ, อยมฺปิ ปาราชิโก โหตี’’ติ. (ปารา. ๔๒) เอวนฺติ ปน นิทฺทิฏฺาการสฺส ปจฺจามสนํ นิคมนวเสน กตนฺติ อาห ‘‘อิมินา ปน…เป… ทสฺเสตี’’ติ.

ปุพฺพภาคสติปฏฺานสฺส อิธ อธิปฺเปตตฺตา วุตฺตํ ‘‘สติ ทุกฺขสจฺจ’’นฺติ. สา ปน สติ ยสฺมึ อตฺตภาเว, ตสฺส สมุฏฺาปิกา ตณฺหา, ตสฺสาปิ สมุฏฺาปิกา เอว นาม โหติ ตทภาเว อภาวโตติ อาห ‘‘ตสฺสา สมุฏฺาปิกา ปุริมตณฺหา’’ติ, ยถา ‘‘สงฺขารปจฺจยา’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๒๖; อุทา. ๑; วิภ. ๔๘๔). ตํวิฺาณพีชตํสนฺตติสมฺภูโต สพฺโพปิ โลกิโย วิฺาณปฺปพนฺโธ ‘‘สงฺขารปจฺจยา วิฺาณํ’’ ตฺเวว วุจฺจติ สุตฺตนฺตนเยน. อปฺปวตฺตีติ อปฺปวตฺตินิมิตฺตํ, อุภินฺนํ อปฺปวตฺติยา นิมิตฺตภูโตติ อตฺโถ. น ปวตฺตติ เอตฺถาติ วา อปฺปวตฺติ. ‘‘ทุกฺขปริชานโน’’ติอาทิ เอกนฺตโต จตุกิจฺจสาธนวเสเนว อริยมคฺคสฺส ปวตฺตีติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. อวุตฺตสิทฺโธ หิ ตสฺส ภาวนาปฏิเวโธ. จตุสจฺจวเสนาติ จตุสจฺจกมฺมฏฺานวเสน. อุสฺสกฺกิตฺวาติ วิสุทฺธิปรมฺปราย อารุหิตฺวา, ภาวนํ อุปริ เนตฺวาติ อตฺโถ. นิยฺยานมุขนฺติ วฏฺฏทุกฺขโต นิสฺสรณูปาโย.

อานาปานปพฺพวณฺณนา นิฏฺิตา.

อิริยาปถปพฺพวณฺณนา

๓๗๕. อิริยาปถวเสนาติ อิริยนํ อิริยา, กิริยา, อิธ ปน กายิกปโยโค เวทิตพฺโพ. อิริยานํ ปโถ ปวตฺติมคฺโคติ อิริยาปโถ, คมนาทิวเสน ปวตฺตา สรีราวตฺถา. คจฺฉนฺโต วา หิ สตฺโต กาเยน กาตพฺพกิริยํ กโรติ ิโต วา นิสินฺโน วา นิปนฺโน วาติ, เตสํ อิริยาปถานํ วเสน, อิริยาปถวิภาเคนาติ อตฺโถ. ปุน จปรนฺติ ปุน จ อปรํ, ยถาวุตฺตอานาปานกมฺมฏฺานโต ภิยฺโยปิ อฺํ กายานุปสฺสนากมฺมฏฺานํ กเถมิ, สุณาถาติ วา อธิปฺปาโย. ‘‘คจฺฉนฺโต วา’’ติอาทิ คมนาทิมตฺตชานนสฺส, คมนาทิคตวิเสสชานนสฺส จ สาธารณวจนํ, ตตฺถ คมนาทิมตฺตชานนํ น อิธ นาธิปฺเปตํ, คมนาทิคตวิเสสชานนํ ปน อธิปฺเปตนฺติ ตํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ กาม’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สตฺตูปลทฺธินฺติ ‘‘สตฺโต อตฺถี’’ติ อุปลทฺธึ สตฺตคฺคาหํ. น ปชหติ น ปริจฺจชติ ‘‘อหํ คจฺฉามิ, มม คมน’’นฺติ คาหสพฺภาวโต. ตโต เอว อตฺตสฺํ ‘‘อตฺถิ อตฺตา การโก เวทโก’’ติ เอวํ ปวตฺตํ วิปรีตสฺํ น อุคฺฆาเฏติ นาปเนติ อปฺปฏิปกฺขภาวโต, อนนุพฺรูหนโต วา. เอวํ ภูตสฺส จสฺส กุโต กมฺมฏฺานาทิภาโวติ อาห ‘‘กมฺมฏฺานํ วา สติปฏฺานภาวนา วา น โหตี’’ติ. ‘‘อิมสฺส ปนา’’ติอาทิ สุกฺกปกฺโข, ตสฺส วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตเมว หิ อตฺถํ วิวริตุํ ‘‘อิทฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ตตฺถ โก คจฺฉตีติ สาธนํ, กิริยฺจ อวินิพฺภุตฺตํ กตฺวา คมนกิริยาย กตฺตุปุจฺฉา, สา กตฺตุภาววิสิฏฺอตฺตปฏิกฺเขปตฺถา ธมฺมมตฺตสฺเสว คมนสิทฺธิทสฺสนโต. กสฺส คมนนฺติ ตเมวตฺถํ ปริยายนฺตเรน วทติ สาธนํ, กิริยฺจ วินิพฺภุตฺตํ กตฺวา คมนกิริยาย อกตฺตุสมฺพนฺธีภาววิภาวนโต. ปฏิกฺเขปตฺถฺหิ อนฺโตนีตํ กตฺวา อุภยตฺถํ กึ-สทฺโท ปวตฺโต. กึ การณาติ ปน ปฏิกฺขิตฺตกตฺตุกาย คมนกิริยาย อวิปรีตการณปุจฺฉา. อิทฺหิ คมนํ นาม อตฺตา มนสา สํยุชฺชติ, มโน อินฺทฺริเยหิ, อินฺทฺริยานิ อตฺเตหีติ เอวมาทิ มิจฺฉาการณวินิมุตฺตอนุรูปปจฺจยเหตุโก ธมฺมานํ ปวตฺติอาการวิเสโส. เตนาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ.

น โกจิ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา คจฺฉติ ธมฺมมตฺตสฺเสว คมนสิทฺธิโต, ตพฺพินิมุตฺตสฺส จ กสฺสจิ อภาวโต. อิทานิ ธมฺมมตฺตสฺเสว คมนสิทฺธึ ทสฺเสตุํ ‘‘จิตฺตกิริยาวาโยธาตุวิปฺผาเรนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ จิตฺตกิริยา จ สา, วาโยธาตุยา วิปฺผาโร วิปฺผนฺทนฺจาติ จิตฺตกิริยาวาโยธาตุวิปฺผาโร, เตน. เอตฺถ จ จิตฺตกิริยคฺคหเณน อนินฺทฺริยพทฺธวาโยธาตุวิปฺผารํ นิวตฺเตติ, วาโยธาตุวิปฺผารคฺคหเณน เจตนาวจีวิฺตฺติเภทํ จิตฺตกิริยํ นิวตฺเตติ, อุภเยน ปน กายวิฺตฺตึ วิภาเวติ. ‘‘คจฺฉตี’’ติ วตฺวา ยถา ปวตฺตมาเน กาเย ‘‘คจฺฉตี’’ติ โวหาโร โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. นฺติ คนฺตุกามตาวเสน ปวตฺตจิตฺตํ. วายํ ชเนตีติ วาโยธาตุอธิกํ รูปกลาปํ อุปฺปาเทติ, อธิกตา เจตฺถ สามตฺถิยโต, น ปมาณโต. คมนจิตฺตสมุฏฺิตํ สหชาตรูปกายสฺส ถมฺภนสนฺธารณจลนานํ ปจฺจยภูเตน อาการวิเสเสน ปวตฺตมานํ วาโยธาตุํ สนฺธายาห ‘‘วาโย วิฺตฺตึ ชเนตี’’ติ. อธิปฺปายสหภาวี หิ วิกาโร วิฺตฺติ. ยถาวุตฺตอธิกภาเวเนว จ วาโยคหณํ, น วาโยธาตุยา เอว ชนกภาวโต, อฺถา วิฺตฺติยา อุปาทายรูปภาโว ทุรุปปาโท สิยา. ปุรโต อภินีหาโร ปุรโตภาเคน กายสฺส ปวตฺตนํ, โย ‘‘อภิกฺกโม’’ติ วุจฺจติ.

‘‘เอเสว นโย’’ติ อติเทเสน สงฺเขปโต วตฺวา ตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘ตตฺราปิ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. โกฏิโต ปฏฺายาติ เหฏฺิมโกฏิโต ปฏฺาย ปาทตลโต ปฏฺาย. อุสฺสิตภาโวติ อุพฺพิทฺธภาโว.

เอวํ ปชานโตติ เอวํ จิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผาเรเนว คมนาทิ โหตีติ ปชานโต. ตสฺส เอวํ ปชานนาย นิจฺฉยคมนตฺถํ ‘‘เอวํ โหตี’’ติ วิจารณา วุจฺจติ โลเก ยถาภูตํ อชานนฺเตหิ มิจฺฉาภินิเวสวเสน, โลกโวหารวเสน วา. อตฺถิ ปนาติ อตฺตโน เอวํ วีมํสนวเสน ปุจฺฉาวจนํ. นตฺถีติ นิจฺฉยวเสน สตฺตสฺส ปฏิกฺเขปวจนํ. ‘‘ยถา ปนา’’ติอาทิ ตสฺเสว อตฺถสฺส อุปมาย วิภาวนํ, ตํ สุวิฺเยฺยเมว.

นาวา มาลุตเวเคนาติ ยถา อเจตนา นาวา วาตเวเคน เทสนฺตรํ ยาติ, ยถา จ อเจตโน เตชนํ กณฺโฑ ชิยาเวเคน เทสนฺตรํ ยาติ, ตถา อเจตโน กาโย วาตาหโต ยถาวุตฺตวายุนา นีโต เทสนฺตรํ ยาตีติ เอวํ อุปมาสํสนฺทนํ เวทิตพฺพํ. สเจ ปน โกจิ วเทยฺย ‘‘ยถา นาวาเตชนานํ เปลฺลกสฺส ปุริสสฺส วเสน เทสนฺตรคมนํ, เอวํ กายสฺสาปี’’ติ, โหตุ, เอวํ อิจฺฉิโต วายมตฺโถ ยถา หิ นาวาเตชนานํ สํหตลกฺขณสฺเสว ปุริสสฺส วเสน คมนํ, น อสํหตลกฺขณสฺส, เอวํ กายสฺสาปีติ. กา โน หานิ, ภิยฺโยปิ ธมฺมมตฺตตาว ปติฏฺํ ลภติ, น ปุริสวาโท. เตนาห ‘‘ยนฺตสุตฺตวเสนา’’ติอาทิ.

ตตฺถ ปยุตฺตนฺติ เหฏฺา วุตฺตนเยน คมนาทิกิริยาวเสน ปจฺจเยหิ ปโยชิตํ. าตีติ ติฏฺติ. เอตฺถาติ อิมสฺมึ โลเก. วินา เหตุปจฺจเยติ คนฺตุกามตาจิตฺตตํสมุฏฺานวาโยธาตุอาทิเหตุปจฺจเยหิ วินา. ติฏฺเติ ติฏฺเยฺย. วเชติ วเชยฺย คจฺเฉยฺย โก นามาติ สมฺพนฺโธ. ปฏิกฺเขปตฺโถ เจตฺถ กึ-สทฺโทติ เหตุปจฺจยวิรเหน านคมนปฏิกฺเขปมุเขน สพฺพายปิ ธมฺมปฺปวตฺติยา ปจฺจยาธีนวุตฺติตาวิภาวเนน อตฺตสุฺตา วิย อนิจฺจทุกฺขตาปิ วิภาวิตาติ ทฏฺพฺพา.

ปณิหิโตติ ยถา ยถา ปจฺจเยหิ ปกาเรหิ นิหิโต ปิโต. สพฺพสงฺคาหิกวจนนฺติ สพฺเพสมฺปิ จตุนฺนํ อิริยาปถานํ เอกชฺฌํ สงฺคณฺหนวจนํ, ปุพฺเพ วิสุํ วิสุํ อิริยาปถานํ วุตฺตตฺตา อิทํ เนสํ เอกชฺฌํ คเหตฺวา วจนนฺติ อตฺโถ. ปุริมนโย วา อิริยาปถปฺปธาโน วุตฺโตติ ตตฺถ กาโย อปฺปธาโน อนุนิปฺผาทีติ อิธ กายํ ปธานํ, อปธานฺจ อิริยาปถํ อนุนิปฺผาทึ กตฺวา ทสฺเสตุํ ทุติยนโย วุตฺโตติ เอวมฺเปตฺถ ทฺวินฺนํ นยานํ วิเสโส เวทิตพฺโพ. ิโตติ ปวตฺโต.

อิริยาปถปริคฺคณฺหนมฺปิ อิริยาปถวโต กายสฺเสว ปริคฺคณฺหนํ ตสฺส อวตฺถาวิเสสภาวโตติ วุตฺตํ ‘‘อิริยาปถปริคฺคณฺหเนน กาเย กายานุปสฺสี วิหรตี’’ติ. เตเนเวตฺถ รูปกฺขนฺธวเสเนว สมุทยาทโย อุทฺธฏา. เอส นโย เสสวาเรสุปิ. อาทินาติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน ยถา ‘‘ตณฺหาสมุทยา กมฺมสมุทยา อาหารสมุทยา’’ติ นิพฺพตฺติลกฺขณํ ปสฺสนฺโตปิ รูปกฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสตีติ อิเม จตฺตาโร อาการา สงฺคยฺหนฺติ, เอวํ ‘‘อวิชฺชานิโรธา’’ติ อาทโยปิ ปฺจ อาการา สงฺคหิตาติ ทฏฺพฺพา. เสสํ วุตฺตนยเมว.

อิริยาปถปพฺพวณฺณนา นิฏฺิตา.

จตุสมฺปชฺปพฺพวณฺณนา

๓๗๖. จตุสมฺปชฺวเสนาติ สมนฺตโต ปกาเรหิ, ปกฏฺํ วา สวิเสสํ ชานาตีติ สมฺปชาโน, สมฺปชานสฺส ภาโว สมฺปชฺํ, ตถาปวตฺตํ าณํ, หตฺถวิการาทิเภทภินฺนตฺตา จตฺตาริ สมฺปชฺานิ สมาหฏานิ จตุสมฺปชฺํ, ตสฺส วเสน. ‘‘อภิกฺกนฺเต’’ติอาทีนิ สามฺผเล (ที. นิ. อฏฺ. ๑.๒๑๔; ที. นิ. ฏี. ๑.๒๑๔ วากฺยขนฺเธปิ) วณฺณิตานิ, น ปุน วณฺเณตพฺพานิ, ตสฺมา ตํตํสํวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนาปิ ตตฺถ วิหิตนเยเนว คเหตพฺพา. ‘‘อภิกฺกนฺเต ปฏิกฺกนฺเต สมฺปชานการี โหตี’’ติอาทิ วจนโต อภิกฺกมาทิคตจตุสมฺปชฺปริคฺคณฺหเนน รูปกายสฺเสเวตฺถ สมุทยธมฺมานุปสฺสิตาทิ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘รูปกฺขนฺธสฺเสว สมุทโย จ วโย จ นีหริตพฺโพ’’ติ. รูปธมฺมานํเยว หิ ปวตฺติอาการวิเสสา อภิกฺกมาทโยติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

จตุสมฺปชฺปพฺพวณฺณนา นิฏฺิตา.

ปฏิกฺกูลมนสิการปพฺพวณฺณนา

๓๗๗. ปฏิกฺกูลมนสิการวเสนาติ ชิคุจฺฉนียตาย ปฏิกูลเมว ปฏิกฺกูลํ, โย ปฏิกฺกูลสภาโว ปฏิกฺกูลากาโร, ตสฺส มนสิ กรณวเสน. อนฺตเรนาปิ หิ ภาววาจินํ สทฺทํ ภาวตฺโถ วิฺายติ ยถา ‘‘ปฏสฺส สุกฺก’’นฺติ. ยสฺมา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๘๒) วุตฺตํ, ตสฺมา ตตฺถ, ตํสํวณฺณนายฺจ (วิสุทฺธิ. ฏี. ๑.๑๘๒ อาทโย) วุตฺตนเยน ‘‘อิมเมว กาย’’นฺติ อาทีนมตฺโถ เวทิตพฺโพ.

วตฺถาทีหิ ปสิพฺพกากาเรน พนฺธิตฺวา กตํ อาวาฏนํ ปุโตฬิ. นานาการา เอกสฺมึ าเน สมฺมิสฺสาติ เอตฺตาวตา นานาวณฺณานํ เกสาทีนฺจ อุปเมยฺยตา. วิภูตกาโลติ ปณฺณตฺตึ สมติกฺกมิตฺวา เกสาทีนํ อสุภาการสฺส อุปฏฺิตกาโล. อิติ-สทฺทสฺส อาการตฺถตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอว’’นฺติ วตฺวา ตํ อาการํ สรูปโต ทสฺเสนฺโต ‘‘เกสาทิปริคฺคณฺหเนนา’’ติอาทิมาห. เกสาทิสฺิตานฺหิ อสุจิภาวานํ ปรมทุคฺคนฺธเชคุจฺฉปฏิกฺกูลาการสฺส สมุทยโต อนุปสฺสนา อิธ กายานุปสฺสนาติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ปฏิกฺกูลมนสิการปพฺพวณฺณนา นิฏฺิตา.

ธาตุมนสิการปพฺพวณฺณนา

๓๗๘. ธาตุมนสิการวเสนาติ ปถวีธาตุอาทิกา จตสฺโส ธาตุโย อารพฺภ ปวตฺตภาวนามนสิการวเสน, จตุธาตุววตฺถานวเสนาติ อตฺโถ. ธาตุมนสิกาโร, ธาตุกมฺมฏฺานํ, จตุธาตุววตฺถานนฺติ หิ อตฺถโต เอกํ. โคฆาตโกติ ชีวิกตฺถาย คุนฺนํ ฆาตโก. อนฺเตวาสิโกติ กมฺมกรณวเสน ตสฺส สมีปวาสี ตํ นิสฺสาย ชีวนโก. วินิวิชฺฌิตฺวาติ เอกสฺมึ าเน อฺมฺํ วินิวิชฺฌิตฺวา. มหาปถานํ เวมชฺฌฏฺานสงฺขาเตติ จตุนฺนํ มหาปถานํ ตาย เอว วินิวิชฺฌนฏฺานตาย เวมชฺฌสงฺขาเต. ยสฺมา เต จตฺตาโร มหาปถา จตูหิ ทิสาหิ อาคนฺตฺวา ตตฺถ สโมหิตา วิย โหนฺติ, ตสฺมา ตํ านํ จตุมหาปถํ, ตสฺมึ จตุมหาปเถ. ิต-สทฺโท ‘‘ิโต วา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๖๓; อ. นิ. ๕.๒๘) านสงฺขาตอิริยาปถสมงฺคิตาย, า-สทฺทสฺส วา คตินิวตฺติอตฺถตาย อฺตฺถ เปตฺวา คมนํ เสสอิริยาปถสมงฺคิตาย โพธโก, อิธ ปน ยถา ตถา รูปกายสฺส ปวตฺติอาการโพธโก อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘จตุนฺนํ อิริยาปถานํ เยน เกนจิ อากาเรน ิตตฺตา ยถา ิต’’นฺติ. ตตฺถ อากาเรนาติ านาทินา รูปกายสฺส ปวตฺติอากาเรน. านาทโย หิ อิริยาปถสงฺขาตาย กิริยาย ปโถ ปวตฺติมคฺโคติ ‘‘อิริยาปโถ’’ติ วุจฺจนฺตีติ วุตฺโต วายมตฺโถ. ยถาิตนฺติ ยถาปวตฺตํ, ยถาวุตฺตํ านเมเวตฺถ ปณิธานนฺติ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘ยถา ิตตฺตา จ ยถาปณิหิต’’นฺติ. ‘‘ิต’’นฺติ วา กายสฺส านสงฺขาตอิริยาปถสมาโยคปริทีปนํ, ‘‘ปณิหิต’’นฺติ ตทฺอิริยาปถสมาโยคปริทีปนํ. ‘‘ิต’’นฺติ วา กายสงฺขาตานํ รูปธมฺมานํ ตสฺมึ ตสฺมึ ขเณ สกิจฺจวเสน อวฏฺานปริทีปนํ, ปณิหิตนฺติ ปจฺจยวเสน เตหิ เตหิ ปจฺจเยหิ ปการโต นิหิตํ ปณิหิตนฺติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปจฺจเวกฺขตีติ ปติ ปติ อเวกฺขติ, าณจกฺขุนา วินิพฺภุชฺชิตฺวา วิสุํ วิสุํ ปสฺสติ.

อิทานิ วุตฺตเมวตฺถํ ภาวตฺถวิภาวนวเสน ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา โคฆาตกสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โปเสนฺตสฺสาติ มํสูปจยปริพฺรูหนาย กุณฺฑกภตฺตกปฺปาสฏฺิอาทีหิ สํวฑฺเฒนฺตสฺส. วธิตํ มตนฺติ หึสิตํ หุตฺวา มตํ. มตนฺติ จ มตมตฺตํ. เตเนวาห ‘‘ตาวเทวา’’ติ. คาวีติ สฺา น อนฺตรธายตีติ ยานิ องฺคปจฺจงฺคานิ ยถาสนฺนิวิฏฺานิ อุปาทาย คาวีสมฺา มตมตฺตายปิ คาวิยา เตสํ ตํสนฺนิเวสสฺส อวินฏฺตฺตา. วิลียนฺติ ภิชฺชนฺติ วิภุชฺชนฺตีติ พีลา, ภาคา ว-การสฺส พ-การํ, อิการสฺส จ อีการํ กตฺวา. พีลโสติ พีลํ พีลํ กตฺวา. วิภชิตฺวาติ อฏฺิสงฺฆาตโต มํสํ วิเวเจตฺวา, ตโต วา วิเวจิตํ มํสํ ภาคโส กตฺวา. เตเนวาห ‘‘มํสสฺา ปวตฺตตี’’ติ. ปพฺพชิตสฺสาปิ อปริคฺคหิตกมฺมฏฺานสฺส. ฆนวินิพฺโภคนฺติ สนฺตติสมูหกิจฺจฆนานํ วินิพฺภุชฺชนํ วิเวจนํ. ธาตุโส ปจฺจเวกฺขโตติ ฆนวินิพฺโภคกรเณน ธาตุํ ธาตุํ ปถวีอาทิธาตุํ วิสุํ วิสุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส. สตฺตสฺาติ อตฺตานุทิฏฺิวเสน ปวตฺตา สตฺตสฺาติ วทนฺติ, โวหารวเสน ปวตฺตสตฺตสฺายปิ ตทา อนฺตรธานํ ยุตฺตเมว ยาถาวโต ฆนวินิพฺโภคสฺส สมฺปาทนโต. เอวฺหิ สติ ยถาวุตฺตโอปมฺมตฺเถน อุปเมยฺยตฺโถ อฺทตฺถุ สํสนฺทติ สเมติ. เตเนวาห ‘‘ธาตุวเสเนว จิตฺตํ สนฺติฏฺตี’’ติ. ทกฺโขติ เฉโก ตํตํสมฺาย กุสโล ‘‘ยถาชาเต สูนสฺมึ นงฺคุฏฺขุรวิสาณาทิวนฺเต อฏฺิมํสาทิอวยวสมุทาเย อวิภตฺเต คาวีสมฺา, น วิภตฺเต. วิภตฺเต ปน อฏฺิมํสาทิอวยวสมฺา’’ติ ชานนโต. จตุมหาปโถ วิย จตุอิริยาปโถติ คาวิยา ิตจตุมหาปโถ วิย กายสฺส ปวตฺติมคฺคภูโต จตุพฺพิโธ อิริยาปโถ ยสฺมา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๓๐๕) วิตฺถาริตา, ตสฺมา ตตฺถ, ตํสํวณฺณนายฺจ (วิสุทฺธิ. ฏี. ๑.๓๐๖) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ธาตุมนสิการปพฺพวณฺณนา นิฏฺิตา.

นวสิวถิกปพฺพวณฺณนา

๓๗๙. สิวถิกาย อปวิทฺธอุทฺธุมาตกาทิปฏิสํยุตฺตานํ โอธิโส ปวตฺตานํ กถานํ, ตทภิเธยฺยานฺจ อุทฺธุมาตกาทิอสุภภาคานํ สิวถิกปพฺพานีติ สงฺคีติกาเรหิ คหิตสมฺา. เตนาห ‘‘สิวถิกปพฺเพหิ วิภชิตุ’’นฺติ. มริตฺวา เอกาหาติกฺกนฺตํ เอกาหมตํ. อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานาติ ชีวิตกฺขยโต อุปริ มรณโต ปรํ. สมุคฺคเตนาติ สมุฏฺิเตน. อุทฺธุมาตตฺตาติ อุทฺธํ อุทฺธํ ธุมาตตฺตา สูนตฺตา. เสตรตฺเตหิ วิปริภินฺนํ วิมิสฺสิตํ นีลํ วินีลํ, ปุริมวณฺณวิปริณามภูตํ วา นีลํ วินีลํ. วินีลเมว วินีลกนฺติ ก-กาเรน ปทวฑฺฒนํ อนตฺถนฺตรโต ยถา ‘‘ปีตกํ โลหิตก’’นฺติ (ธ. ส. ๖๑๖). ปฏิกฺกูลตฺตาติ ชิคุจฺฉนียตฺตา. กุจฺฉิตํ วินีลนฺติ วินีลกนฺติ กุจฺฉนตฺโถ วา อยํ ก-กาโรติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ยถา ‘‘ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉตี’’ติ. (ที. นิ. ๓.๓๑๖; อ. นิ. ๕.๒๑๓; มหาว. ๒๘๕) ปริภินฺนฏฺาเนหิ กากกงฺกาทีหิ. วิสฺสนฺทมานปุพฺพนฺติ วิสฺสวนฺตปุพฺพํ, ตหํ ตหํ ปคฺฆรนฺตปุพฺพนฺติ อตฺโถ. ตถาภาวนฺติ วิสฺสนฺทมานปุพฺพภาวํ.

โส ภิกฺขูติ โย ‘‘ปสฺเสยฺย สรีรํ สิวถิกาย ฉฑฺฑิต’’นฺติ วุตฺโต, โส ภิกฺขุ. อุปสํหรติ สทิสตํ. ‘‘อยมฺปิ โข’’ติอาทิ อุปสํหรณาการทสฺสนํ. อายูติ รูปชีวิตินฺทฺริยํ, อรูปชีวิตินฺทฺริยํ ปเนตฺถ วิฺาณคติกเมว. อุสฺมาติ กมฺมชเตโช. เอวํ ปูติกสภาโวเยวาติ เอวํ อติวิย ทุคฺคนฺธเชคุจฺฉปฏิกฺกูลปูภิกสภาโว เอว, น อายุอาทีนํ อวิคเม วิย มตฺตโสติ อธิปฺปาโย. เอทิโส ภวิสฺสตีติ เอวํภาวีติ อาห ‘‘เอวํ อุทฺธุมาตาทิเภโท ภวิสฺสตี’’ติ.

ลุฺจิตฺวา ลุฺจิตฺวาติ อุปฺปาเฏตฺวา อุปฺปาเฏตฺวา. สาวเสสมํสโลหิตยุตฺตนฺติ สพฺพโส อขาทิตตฺตา ตหํ ตหํ เสเสน อปฺปาวเสเสน มํสโลหิเตน ยุตฺตํ. ‘‘อฺเน หตฺถฏฺิก’’นฺติ อวิเสเสน หตฺถฏฺิกานํ วิปฺปกิณฺณตา โชติตาติ อนวเสสโต เตสํ วิปฺปกิณฺณตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘จตุสฏฺิเภทมฺปี’’ติอาทิมาห.

เตโรวสฺสิกานีติ ติโรวสฺสํ คตานิ, ตานิ ปน สํวจฺฉรํ วีติวตฺตานิ โหนฺตีติ อาห ‘‘อติกฺกนฺตสํวจฺฉรานี’’ติ. ปุราณตาย ฆนภาววิคเมน วิจุณฺณตา อิธ ปูติภาโวติ โส ยถา โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อพฺโภกาเส’’ติอาทิมาห. เตโรวสฺสิกาเนวาติ สํวจฺฉรมตฺตาติกฺกนฺตานิ เอว. ขชฺชมานตาทิวเสน ทุติยสิวถิกปพฺพาทีนํ ววตฺถาปิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘ขชฺชมานตาทีนํ วเสน โยชนา กาตพฺพา’’ติ.

นวสิวถิกปพฺพวณฺณนา นิฏฺิตา.

อิมาเนว ทฺเวติ อวธารเณน อปฺปนากมฺมฏฺานํ ตตฺถ นิยเมติ อฺปพฺเพสุ ตทภาวโต. ยโต หิ เอว-กาโร, ตโต อฺตฺถ นิยเมติ, เตน ปพฺพทฺวยสฺส วิปสฺสนากมฺมฏฺานตาปิ อปฺปฏิสิทฺธา ทฏฺพฺพา อนิจฺจตาทิทสฺสนโต. สงฺขาเรสุ อาทีนววิภาวนานิ สิวถิกปพฺพานีติ อาห ‘‘สิวถิกานํ อาทีนวานุปสฺสนาวเสน วุตฺตตฺตา’’ติ. อิริยาปถปพฺพาทีนํ อปฺปนาวหตา ปากฏา เอวาติ ‘‘เสสานิ ทฺวาทสปี’’ติ วุตฺตํ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ. ตํ สุวิฺเยฺยเมว.

กายานุปสฺสนาวณฺณนา นิฏฺิตา.

เวทนานุปสฺสนาวณฺณนา

๓๘๐. สุขํ เวทนนฺติ เอตฺถ สุขยตีติ สุขา. สมฺปยุตฺตธมฺเม, กายฺจ ลทฺธสฺสาเท กโรตีติ อตฺโถ. สุฏฺุ วา ขาทติ, ขนติ วา กายิกํ, เจตสิกฺจาพาธนฺติ สุขา. ‘‘สุกรํ โอกาสทานํ เอติสฺสาติ สุขา’’ติ อปเร. เวทยติ อารมฺมณรสํ อนุภวตีติ เวทนา. เวทยมาโนติ อนุภวมาโน. ‘‘กาม’’นฺติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ อิริยาปถปพฺเพ วุตฺตนยเมว. สมฺปชานสฺส เวทิยนํ สมฺปชานเวทิยนํ.

วตฺถุอารมฺมณาติ รูปาทิอารมฺมณา. รูปาทิอารมฺมณฺเหตฺถ เวทนาย ปวตฺติฏฺานตาย ‘‘วตฺถู’’ติ อธิปฺเปตํ. อสฺสาติ ภเวยฺย. ธมฺมวินิมุตฺตสฺส กตฺตุ อภาวโต ธมฺมสฺเสว กตฺตุภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เวทนาว เวทยตี’’ติ อาห. ‘‘โวหารมตฺตํ โหตี’’ติ เอเตน ‘‘สุขํ เวทนํ เวทยมาโน สุขํ เวทนํ เวทยามี’’ติ อิทํ โวหารมตฺตนฺติ ทสฺเสติ.

นิตฺถุนนฺโตติ พลวโต เวทนาเวคสฺส นิโรธเน อาทีนวํ ทิสฺวา ตสฺส อวสรทานวเสน นิตฺถุนนฺโต. เวคสนฺธารเณ หิ อติมหนฺตํ ทุกฺขํ อุปฺปชฺชตีติ อฺมฺปิ วิการํ อุปฺปาเทยฺย, เตน เถโร อปราปรํ ปริวตฺตติ. วีริยสมถํ โยเชตฺวาติ อธิวาสนวีริยสฺส อธิมตฺตตฺตา ตสฺส หาปนวเสน สมาธินา สมรสตาปาทเนน วีริยสมถํ โยเชตฺวา. สห ปฏิสมฺภิทาหีติ โลกุตฺตรปฏิสมฺภิทาหิ สห. อริยมคฺคกฺขเณ หิ ปฏิสมฺภิทานํ อสมฺโมหวเสน อธิคโม, อตฺถปฏิสมฺภิทาย ปน อารมฺมณกรณวเสนปิ. โลกิยานมฺปิ วา สติ อุปฺปตฺติกาเล ตตฺถ สมตฺถตํ สนฺธายาห ‘‘สห ปฏิสมฺภิทาหี’’ติ. สมสีสีติ วารสมสีสี หุตฺวา, ปจฺจเวกฺขณวารสฺส อนนฺตรวาเร ปรินิพฺพายีติ อตฺโถ.

ยถา จ สุขํ, เอวํ ทุกฺขนฺติ ยถา ‘‘สุขํ โก เวทยตี’’ติอาทินา สมฺปชานเวทิยนํ สนฺธาย วุตฺตํ, เอวํ ทุกฺขมฺปิ. ตตฺถ ทุกฺขยตีติ ทุกฺขา, สมฺปยุตฺตธมฺเม, กายฺจ ปีเฬติ วิพาธตีติ อตฺโถ. ทุฏฺุํ วา ขาทติ, ขนติ กายิกํ, เจตสิกฺจ สาตนฺติ ทุกฺขา. ‘‘ทุกฺกรํ โอกาสทานํ เอติสฺสาติ ทุกฺขา’’ติ อปเร. อรูปกมฺมฏฺานนฺติ อรูปปริคฺคหํ, อรูปธมฺมมุเขน วิปสฺสนาภินิเวสนนฺติ อตฺโถ. น ปากฏํ โหติ ผสฺสสฺส, จิตฺตสฺส จ อวิภูตาการตฺตา. เตนาห ‘‘อนฺธการํ วิย ขายตี’’ติ. ‘‘น ปากฏํ โหตี’’ติ จ อิทํ ตาทิเส ปุคฺคเล สนฺธาย วุตฺตํ, เตสํ อาทิโต เวทนาว วิภูตตรา หุตฺวา อุปฏฺาติ. เอวฺหิ ยํ วุตฺตํ สกฺกปฺหวณฺณนา ทีสุ ‘‘ผสฺโส ปากโฏ โหติ, วิฺาณํ ปากฏํ โหตี’’ติ, (ที. นิ. อฏฺ. ๒.๓๕๙) ตํ อวิโรธิตํ โหติ. เวทนาวเสน กถิยมานํ กมฺมฏฺานํ ปากฏํ โหตีติ โยชนา. ‘‘เวทนานํ อุปฺปตฺติปากฏตายา’’ติ จ อิทํ สุขทุกฺขเวทนานํ วเสน วุตฺตํ. ตาสฺหิ ปวตฺติ โอฬาริกา, น อิตราย. ตทุภยคฺคหณมุเขน วา คเหตพฺพตฺตา อิตรายปิ ปวตฺติ วิฺูนํ ปากฏา เอวาติ ‘‘เวทนาน’’นฺติ อวิเสสคฺคหณํ ทฏฺพฺพํ. สกฺกปฺเห วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ, ตสฺมา ตตฺถ วตฺตพฺโพ อตฺถวิเสโส ตตฺถ ลีนตฺถปฺปกาสนิยํ วุตฺตนเยเนว คเหตพฺโพ.

ปุพฺเพ ‘‘วตฺถุํ อารมฺมณํ กตฺวา เวทนาว เวทยตี’’ติ เวทนาย อารมฺมณาธีนวุตฺติตาย จ อนตฺตตาย จ ปชานนํ วุตฺตํ, อิทานิ ตสฺสา อนิจฺจตาทิปชานนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อยํ อปโรปิ ปชานนปริยาโย’’ติ อาห. ยถา เอกสฺมึ ขเณ จิตฺตทฺวยสฺส อสมฺภโว เอกชฺฌํ อเนกนฺตปจฺจยาภาวโต, เอวํ เวทนาทฺวยสฺส วิสิฏฺารมฺมณวุตฺติโต จาติ อาห ‘‘สุขเวทนากฺขเณ ทุกฺขาย เวทนาย อภาวโต’’ติ. นิทสฺสนมตฺตฺเจตํ ตทา อุเปกฺขาเวทนายปิ อภาวโต, เตน สุขเวทนากฺขเณ ภูตปุพฺพานํ อิตรเวทนานํ หุตฺวาอภาวปชานเนน สุขเวทนายปิ หุตฺวา อภาโว าโต เอว โหตีติ ตสฺสา ปากฏภาวเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘อิมิสฺสา จ สุขาย เวทนาย อิโต ปมํ อภาวโต’’ติ อาห, เอเตเนว จ ตาสมฺปิ เวทนานํ ปากฏภาโว ทสฺสิโตติ ทฏฺพฺพํ. เตนาห ‘‘เวทนา นาม อนิจฺจา อธุวา วิปริณามธมฺมา’’ติ. อนิจฺจคฺคหเณน หิ เวทนานํ วิทฺธํสนภาโว ทสฺสิโต วิทฺธสฺเต อนิจฺจตาย สุวิฺเยฺยตฺตา. อธุวคฺคหเณน ปากฏภาโว ตสฺส อสทาภาวิตาทิภาวนโต. วิปริณามคฺคหเณน ทุกฺขภาโว ตสฺส อฺถตฺตทีปนโต, เตน สุขาปิ เวทนา ทุกฺขา, ปเคว อิตราติ ติสฺสนฺนมฺปิ เวทนานํ ทุกฺขตา ทสฺสิตา โหติ. อิติ ‘‘ยทนิจฺจํ ทุกฺขํ, ตํ เอกนฺตโต อนตฺตา’’ติ ตีสุปิ เวทนาสุ ลกฺขณตฺตยปชานนา โชติตาติ ทฏฺพฺพํ. เตนาห ‘‘อิติห ตตฺถ สมฺปชาโน โหตี’’ติ.

อิทานิ ตมตฺถํ สุตฺเตน (ม. นิ. ๒.๒๐๕) สาเธตุํ ‘‘วุตฺตมฺปิ เจต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ เนว ตสฺมึ สมเย ทุกฺขํ เวทนํ เวเทตีติ ตสฺมึ สุขเวทนาสมงฺคิสมเย เนว ทุกฺขํ เวทนํ เวเทติ นิรุทฺธตฺตา, อนุปฺปนฺนตฺตา จ ยถากฺกมํ อตีตานาคตานํ. ปจฺจุปฺปนฺนาย ปน อสมฺภโว วุตฺโต เอว. สกิจฺจกฺขณมตฺตาวฏฺานโต อนิจฺจา. สเมจฺจ สมฺภุยฺย ปจฺจเยหิ กตตฺตา สงฺขตา. วตฺถารมฺมณาทิปจฺจยํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนตฺตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา. ขยวยปลุชฺชนนิรุชฺฌนปกติตาย ขยธมฺมา วยธมฺมา วิราคธมฺมา นิโรธธมฺมาติ ทฏฺพฺพา.

กิเลเสหิ อามสิตพฺพโต อามิสํ นาม, ปฺจ กามคุณา, อารมฺมณกรณวเสน สห อามิเสหีติ สามิสํ. เตนาห ‘‘ปฺจกามคุณามิสนิสฺสิตา’’ติ.

อิโต ปรนฺติ ‘‘อตฺถิ เวทนา’’ติ เอวมาทิ ปาฬึ สนฺธายาห ‘‘กายานุปสฺสนายํ วุตฺตนยเมวา’’ติ.

เวทนานุปสฺสนาวณฺณนา นิฏฺิตา.

จิตฺตานุปสฺสนาวณฺณนา

๓๘๑. สมฺปโยควเสน ปวตฺตมาเนน สห ราเคนาติ สราคํ. เตนาห ‘‘โลภสหคต’’นฺติ. วีตราคนฺติ เอตฺถ กามํ สราคปทปฏิโยคินา วีตราคปเทน ภวิตพฺพํ, สมฺมสนจารสฺส ปน อธิปฺเปตตฺตา เตภูมกสฺเสว คหณนฺติ ‘‘โลกิยกุสลาพฺยากต’’นฺติ วตฺวา ‘‘อิทํ ปนา’’ติอาทินา ตเมว อธิปฺปายํ วิวรติ. เสสานิ ทฺเว โทสมูลานิ, ทฺเว โมหมูลานีติ จตฺตาริ อกุสลจิตฺตานิ. เตสฺหิ ราเคน สมฺปโยคาภาวโต นตฺเถว สราคตา, ตํนิมิตฺตกตาย ปน สิยา ตํสหิตกาเล โสติ นตฺเถว วีตราคตาปีติ ทุกฺขวินิมุตฺตตา เอเวตฺถ ลพฺภตีติ อาห ‘‘เนว ปุริมปทํ น ปจฺฉิมปทํ ภชนฺตี’’ติ. ยทิ เอวํ ปเทสิกํ ปชานนํ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ, ทุกนฺตรปริยาปนฺนตฺตา เตสํ. เย ปน ‘‘ปฏิปกฺขภาเว อคยฺหมาเน สมฺปโยคาภาโว เอเวตฺถ ปมาณํ เอกจฺจอพฺยากตานํ วิยา’’ติ อิจฺฉนฺติ, เตสํ มเตน เสสากุสลจิตฺตานมฺปิ ทุติยปทสงฺคโห เวทิตพฺโพ. ทุติยทุเกปิ วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อกุสลมูเลสุ สห โมเหเนว วตฺตตีติ สโมหนฺติ อาห ‘‘วิจิกิจฺฉาสหคตฺเจว อุทฺธจฺจสหคตฺจา’’ติ. ยสฺมา เจตฺถ ‘‘สเหว โมเหนาติ สโมห’’นฺติ ปุริมปทาวธารณมฺปิ ลพฺภติเยว, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ. ยถา ปน อติมูฬฺหตาย ปาฏิปุคฺคลิกนเยน สวิเสสโมหวนฺตตาย ‘‘โมมูหจิตฺต’’นฺติ วตฺตพฺพโต วิจิกิจฺฉาอุทฺธจฺจสหคตทฺวยํ วิเสสโต ‘‘สโมห’’นฺติ วุจฺจติ, น ตถา เสสากุสลจิตฺตานีติ ‘‘วฏฺฏนฺติเยวา’’ติ สาสงฺกํ วทติ. สมฺปโยควเสน ถินมิทฺเธน อนุปติตํ อนุคตนฺติ ถินมิทฺธานุปติตํ, ปฺจวิธํสสงฺขาริกากุสลจิตฺตํ สงฺกุจิตจิตฺตํ, สงฺกุจิตจิตฺตํ นาม อารมฺมเณ สงฺโกจนวเสน ปวตฺตนโต. ปจฺจยวิเสสวเสน ถามชาเตน อุทฺธจฺเจน สหคตํ สํสฏฺนฺติ อุทฺธจฺจสหคตํ, อฺถา สพฺพมฺปิ อกุสลจิตฺตํ อุทฺธจฺจสหคตเมวาติ. ปสฏจิตฺตํ นาม อารมฺมเณ สวิเสสํ วิกฺเขปวเสน วิสฏภาเวน ปวตฺตนโต.

กิเลสวิกฺขมฺภนสมตฺถตาย วิปุลผลตาย จ ทีฆสนฺตานตาย จ มหนฺตภาวํ คตํ, มหนฺเตหิ วา อุฬารจฺฉนฺทาทีหิ คตํ ปฏิปนฺนนฺติ มหคฺคตํ, ตํ ปน รูปารูปภูมิคตํ ตโต มหนฺตสฺส โลเก อภาวโต. เตนาห ‘‘รูปารูปาวจร’’นฺติ. ตสฺส เจตฺถ ปฏิโยคี ปริตฺตํ เอวาติ อาห ‘‘อมหคฺคตนฺติ กามาวจร’’นฺติ. อตฺตานํ อุตฺตริตุํ สมตฺเถหิ สห อุตฺตเรหีติ สอุตฺตรํ. ตปฺปฏิปกฺเขน อนุตฺตรํ. ตทุภยํ อุปาทายุปาทาย เวทิตพฺพนฺติ อาห ‘‘สอุตฺตรนฺติ กามาวจรนฺติอาทิ. ปฏิปกฺขวิกฺขมฺภนสมตฺเถน สมาธินา สมฺมเทว อาหิตํ สมาหิตํ. เตนาห ‘‘ยสฺสา’’ติอาทิ. ยสฺสาติ ยสฺส จิตฺตสฺส. ยถาวุตฺเตน สมาธินา น สมาหิตนฺติ อสมาหิตํ. เตนาห ‘‘อุภยสมาธิรหิต’’นฺติ. ตทงฺควิมุตฺติยา วิมุตฺตํ, กามาวจรกุสลจิตฺตํ, วิกฺขมฺภนวิมุตฺติยา วิมุตฺตํ, มหคฺคตจิตฺตนฺติ ตทุภยํ สนฺธายาห ‘‘ตทงฺควิกฺขมฺภนวิมุตฺตีหิ วิมุตฺต’’นฺติ. ยตฺถ ตทุภยวิมุตฺติ นตฺถิ, ตํ อุภยวิมุตฺติรหิตนฺติ คยฺหมาเน โลกุตฺตรจิตฺเตปิ สิยาสงฺกาติ ตํ นิวตฺตนตฺถํ ‘‘สมุจฺเฉท…เป… โอกาโสว นตฺถี’’ติ อาห. โอกาสภาโว จ สมฺมสนจารสฺส อธิปฺเปตตฺตา เวทิตพฺโพ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ เหฏฺา วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานเมว.

จิตฺตานุปสฺสนาวณฺณนา นิฏฺิตา.

ธมฺมานุปสฺสนา

นีวรณปพฺพวณฺณนา

๓๘๒. ปหาตพฺพาทิธมฺมวิภาคทสฺสนวเสน ปฺจธา ธมฺมานุปสฺสนา นิทฺทิฏฺาติ อยมตฺโถ ปาฬิโต เอว วิฺายตีติ ตมตฺถํ อุลฺลิงฺเคนฺโต ‘‘ปฺจวิเธน ธมฺมานุปสฺสนํ กเถตุ’’นฺติ อาห. ยทิ เอวํ กสฺมา นีวรณาทิวเสเนว นิทฺทิฏฺนฺติ? วิเนยฺยชฺฌาสยโต. เยสฺหิ เวเนยฺยานํ ปหาตพฺพธมฺเมสุ ปมํ นีวรณานิ วิภาเคน วตฺตพฺพานิ, เตสํ วเสเนตฺถ ภควตา ปมํ นีวรเณสุ ธมฺมานุปสฺสนา กถิตา. ตถา หิ กายานุปสฺสนาปิ สมถปุพฺพงฺคมา เทสิตา, ตโต ปริฺเยฺเยสุ ขนฺเธสุ, อายตเนสุ จ ภาเวตพฺเพสุ โพชฺฌงฺเคสุ, ปริฺเยฺยาทิวิภาเคสุ สจฺเจสุ จ อุตฺตรา เทสนา, ตสฺมา เจตฺถ สมถภาวนาปิ ยาวเทว วิปสฺสนตฺถา อิจฺฉิตา. วิปสฺสนาปธานา, วิปสฺสนาพหุลา จ สติปฏฺานเทสนาติ ตสฺสา วิปสฺสนาภินิเวสวิภาเคน เทสิตภาวํ วิภาเวนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ขนฺธายตนทุกฺขสจฺจวเสน มิสฺสกปริคฺคหกถนํ ทฏฺพฺพํ. สฺาสงฺขารกฺขนฺธปริคฺคหมฺปีติ ปิ-สทฺเทน สกลปฺจุปาทานกฺขนฺธปริคฺคหํ สมฺปิณฺเฑติ อิตเรสํ ตทนฺโตคธตฺตา.

‘‘กณฺหสุกฺกธมฺมานํ ยุคนนฺธตา นตฺถี’’ติ ปชานนกาเล อภาวา ‘‘อภิณฺหสมุทาจารวเสนา’’ติ วุตฺตํ. สํวิชฺชมานนฺติ อตฺตโน สนฺตาเน อุปลพฺภมานํ. ยถาติ เยนากาเรน, โส ปน ‘‘กามจฺฉนฺทสฺส อุปฺปาโท โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา กามจฺฉนฺทสฺส การณากาโรว, อตฺถโต การณเมวาติ อาห ‘‘เยน การเณนา’’ติ. -สทฺโท วกฺขมานตฺถสมุจฺจยตฺโถ.

ตตฺถาติ ‘‘ยถา จา’’ติอาทินา วุตฺตปเท. สุภมฺปีติ กามจฺฉนฺโทปิ. โส หิ อตฺตโน คหณากาเรน ‘‘สุภ’’นฺติ วุตฺโต, เตนากาเรน ปวตฺตนกสฺส อฺสฺส กามจฺฉนฺทสฺส นิมิตฺตตฺตา ‘‘นิมิตฺต’’นฺติ จ. อิฏฺํ, อิฏฺากาเรน วา คยฺหมานํ รูปาทิ สุภารมฺมณํ. อากงฺขิตสฺส หิตสุขสฺส ปตฺติยา อนุปายภูโต มนสิกาโร อนุปายมนสิกาโร. ตนฺติ อโยนิโสมนสิการํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ สภาคเหตุภูเต, อารมฺมณภูเต จ ทุวิเธ สุภนิมิตฺเต. อาหาโรติ ปจฺจโย อตฺตโน ผลํ อาหรตีติ กตฺวา.

อสุภนฺติ อสุภชฺฌานํ อุตฺตรปทโลเปน, ตํ ปน ทสสุ อวิฺาณกอสุเภสุ จ เกสาทีสุ สวิฺาณกอสุเภสุ จ ปวตฺตํ ทฏฺพฺพํ. เกสาทีสุ หิ สฺา ‘‘อสุภสฺา’’ติ คิริมานนฺทสุตฺเต (อ. นิ. ๑๐.๖๐) วุตฺตา. เอตฺถ จ จตุพฺพิธสฺส อโยนิโสมนสิการสฺส, โยนิโสมนสิการสฺส จ คหณํ นิรวเสสทสฺสนตฺถํ กตนฺติ ทฏฺพฺพํ, เตสุ ปน อสุเภสุ ‘‘สุภ’’นฺติ, ‘‘อสุภ’’นฺติ จ มนสิกาโร อิธาธิปฺเปโต, ตทนุกูลตฺตา ปน อิตเร ปีติ.

เอกาทสสุ อสุเภสุ ปฏิกฺกูลาการสฺส อุคฺคณฺหนํ, ยถา วา ตตฺถ อุคฺคหนิมิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, ตถา ปฏิปตฺติ อสุภนิมิตฺตสฺส อุคฺคโห. อุปจารปฺปนาวหาย อสุภภาวนาย อนุยุฺชนา อสุภภาวนานุโยโค. ‘‘โภชเน มตฺตฺุโน มิตาหารสฺส ถินมิทฺธาภิภวาภาวา โอตารํ อลภมาโน กามจฺฉนฺโท ปหียตี’’ติ วทนฺติ, อยเมว จ อตฺโถ นิทฺเทเสปิ วุจฺจติ. โย ปน โภชนสฺส ปฏิกฺกูลตํ, ตพฺพิปริณามสฺส ตทาธารสฺส ตสฺส จ อุปนิสฺสยภูตสฺส อติวิย เชคุจฺฉตํ, กายสฺส จ อาหารฏฺิติกตฺตํ สมฺมเทว ชานาติ, โส สพฺพโส โภชเน ปมาณสฺส ชานเนน โภชเนมตฺตฺู นาม. ตาทิสสฺส หิ กามจฺฉนฺโท ปหียเตว.

อสุภกมฺมิกติสฺสตฺเถโร ทนฺตฏฺิทสฺสาวี. ปหีนสฺสาติ วิกฺขมฺภนวเสน ปหีนสฺส. อิโต ปเรสุปิ เอวรูเปสุ าเนสุ เอเสว นโย. อภิธมฺมปริยาเยน (ธ. ส. ๑๑๕๙, ๑๕๐๓) สพฺโพปิ โลโภ กามจฺฉนฺทนีวรณนฺติ อาห ‘‘อรหตฺตมคฺเคนา’’ติ.

ปฏิฆมฺปิ ปุริมุปฺปนฺนํ ปฏิฆนิมิตฺตํ ปรโต อุปฺปชฺชนกสฺส ปฏิฆสฺส การณนฺติ กตฺวา.

เมชฺชติ สินิยฺหตีติ มิตฺโต, หิเตสี ปุคฺคโล, ตสฺมึ มิตฺเต ภวา, มิตฺตสฺส วา เอสาติ เมตฺตา, หิเตสิตา, ตสฺสา เมตฺตาย. อปฺปนาปิ อุปจาโรปิ วฏฺฏติ สาธารณวจนภาวโต. ‘‘เจโตวิมุตฺตี’’ติ วุตฺเต อปฺปนาว วฏฺฏติ อปฺปนํ อปฺปตฺตาย ปฏิปกฺขโต สุฏฺุ มุจฺจนสฺส อภาวโต. นฺติ โยนิโสมนสิการํ. ตตฺถาติ เมตฺตาย. พหุลํ ปวตฺตยโตติ พหุลีการวโต.

สตฺเตสุ เมตฺตายนสฺส หิตูปสํหารสฺส อุปฺปาทนํ ปวตฺตนํ เมตฺตานิมิตฺตสฺส อุคฺคโห, ปมุปฺปนฺโน เมตฺตามนสิกาโร ปรโต อุปฺปชฺชนกสฺส การณภาวโต เมตฺตามนสิกาโรว เมตฺตานิมิตฺตํ. กมฺมเมว สกํ เอเตสนฺติ กมฺมสฺสกา, สตฺตา, ตพฺภาโว กมฺมสฺสกตา, กมฺมทายาทตา. โทสเมตฺตาสุ ยาถาวโต อาทีนวานิสํสานํ ปฏิสงฺขานํ วีมํสา อิธ ปฏิสงฺขานํ. เมตฺตาวิหาริกลฺยาณมิตฺตวนฺตตา อิธ กลฺยาณมิตฺตตา. โอทิสฺสกอโนทิสฺสกทิสาผรณานนฺติ (โอธิสกอโนธิสกทิสาผรณานํ ม. นิ. อฏฺ. ๑.๑๑๕) อตฺตอติปิยสหายมชฺฌตฺตเวริวเสน โอทิสฺสกตา, สีมาสมฺเภเท กเต อโนทิสฺสกตา. เอกาทิทิสาผรณวเสน ทิสาผรณตา เมตฺตาย อุคฺคหเณ เวทิตพฺพา. วิหารรจฺฉาคามาทิวเสน วา โอทิสฺสกทิสาผรณํ. วิหาราทิอุทฺเทสรหิตํ ปุรตฺถิมาทิทิสาวเสน อโนทิสฺสกทิสาผรณนฺติ เอวํ ทฺวิธา อุคฺคหณํ สนฺธาย ‘‘โอทิสฺสกอโนทิสฺสกทิสาผรณาน’’นฺติ วุตฺตํ. อุคฺคโหติ จ ยาว อุปจารา ทฏฺพฺโพ. อุคฺคหิตาย อาเสวนา ภาวนา. ตตฺถ สพฺเพ สตฺตา, ปาณา, ภูตา, ปุคฺคลา, อตฺตภาวปริยาปนฺนาติ เอเตสํ วเสน ปฺจวิธา, เอเกกสฺมึ อเวรา โหนฺตุ, อพฺยาปชฺฌา, อนีฆา, สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตูติ จตุธา ปวตฺติโต วีสติวิธา อโนทิสฺสกผรณา เมตฺตา. สพฺพา อิตฺถิโย, ปุริสา, อริยา, อนริยา, เทวา, มนุสฺสา, วินิปาติกาติ สตฺโตธิกรณวเสน ปวตฺตา สตฺตวิธา, อฏฺวีสติ วิธา วา, ทสหิ ทิสาหิ ทิโสธิกรณวเสน ปวตฺตา ทสวิธา, เอเกกาย วา ทิสาย สตฺตาทิอิตฺถาทิอเวราทิเภเทน อสีตาธิกจตุสตปฺปเภทา จ โอธิโส ผรณา เวทิตพฺพา.

เยน อโยนิโสมนสิกาเรน อรติอาทิกานิ อุปฺปชฺชนฺติ, โส อรติอาทีสุ อโยนิโสมนสิกาโร. เตน นิปฺผาเทตพฺเพ หิ อิทํ ภุมฺมํ. เอส นโย อิโต ปเรสุปิ. อุกฺกณฺิตา ปนฺตเสนาสเนสุ, อธิกุสลธมฺเมสุ จ อุปฺปชฺชนภาวริฺจนา. กายวินมนาติ กรชกายสฺส วิรูเปนากาเรน นมนา. ลีนากาโรติ สงฺโกจาปตฺติ.

กุสลธมฺมปฏิปตฺติยา ปฏฺปนสภาวตาย, ตปฺปฏิปกฺขานํ วิโสสนสภาวตาย จ อารมฺภธาตุอาทิโต ปวตฺตวีริยนฺติ อาห ‘‘ปมารมฺภวีริย’’นฺติ. ยสฺมา ปมารมฺภมตฺตสฺส โกสชฺชวิธมนํ, ถามคมนฺจ นตฺถิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘โกสชฺชโต นิกฺขนฺตตาย ตโต พลวตร’’นฺติ. ยสฺมา ปน อปราปรุปฺปตฺติยา ลทฺธาเสวนํ อุปรูปริ วิเสสํ อาวหนฺตํ อติวิย ถามคตเมว โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปรํ ปรํ านํ อกฺกมนโต ตโตปิ พลวตร’’นฺติ.

อติโภชเน นิมิตฺตคฺคาโหติ อติโภชเน ถินมิทฺธสฺส นิมิตฺตคฺคาโห, เอตฺตเก ภุตฺเต ตํ โภชนํ ถินมิทฺธสฺส การณํ โหติ, เอตฺตเก น โหตีติ ถินมิทฺธสฺส การณาการณคาโห โหตีติ อตฺโถ. พฺยติเรกวเสน เจตํ วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘เอตฺตเก ภุตฺเต ตํ โภชนํ ถินมิทฺธสฺส การณํ น โหตี’’ติ โภชเน มตฺตฺุตา จ อตฺถโต ทสฺสิตาติ ทฏฺพฺพํ. เตนาห ‘‘จตุปฺจ…เป… น โหตี’’ติ. ทิวา สูริยาโลกนฺติ ทิวา คหิตนิมิตฺตํ สูริยาโลกํ รตฺติยํ มนสิ กโรนฺตสฺสาปีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ธุตงฺคานํ วีริยนิสฺสิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘ธุตงฺคนิสฺสิตสปฺปายกถายปี’’ติ.

กุกฺกุจฺจมฺปิ กตากตานุโสจนวเสน ปวตฺตมานํ เจตโส อวูปสมาวหตาย อุทฺธจฺเจน สมานลกฺขณเมวาติ ‘‘อวูปสโม นาม อวูปสนฺตากาโร, อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจเมเวตํ อตฺถโต’’ติ วุตฺตํ.

พหุสฺสุตสฺส คนฺถโต, อตฺถโต จ สุตฺตาทีนิ วิจาเรนฺตสฺส ตพฺพหุลวิหาริโน อตฺถเวทาทิปฏิลาภสพฺภาวโต วิกฺเขโป น โหตีติ, ยถาวิธิปฏิปตฺติยา, ยถานุรูปปติการปฺปวตฺติยา จ กตากตานุโสจนฺจ น โหตีติ ‘‘พาหุสจฺเจนปิ…เป… อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ปหียตี’’ติ อาห. ยทคฺเคน พาหุสจฺเจน อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ปหียติ, ตทคฺเคน ปริปุจฺฉกตาวินยปกตฺุตาหิปิ ตํ ปหียตีติ ทฏฺพฺพํ. วุทฺธเสวิตา จ วุทฺธสีลิตํ อาวหตีติ เจโตวูปสมกรตฺตา อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจปฺปหานการี วุตฺตา. วุทฺธตฺตํ ปน อนเปกฺขิตฺวา กุกฺกุจฺจวิโนทกา วินยธรา กลฺยาณมิตฺตา วุตฺตาติ ทฏฺพฺพา. วิกฺเขโป จ ปพฺพชิตานํ เยภุยฺเยน กุกฺกุจฺจเหตุโก โหตีติ ‘‘กปฺปิยากปฺปิยปริปุจฺฉาพหุลสฺสา’’ติอาทินา วินยนเยเนว ปริปุจฺฉกตาทโย นิทฺทิฏฺา. ปหีเน อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺเจติ นิทฺธารเณ ภุมฺมํ. กุกฺกุจฺจสฺส โทมนสฺสสหคตตฺตา อนาคามิมคฺเคน อายตึ อนุปฺปาโท วุตฺโต.

ติฏฺติ ปวตฺตติ เอตฺถาติ านียา วิจิกิจฺฉาย านียา วิจิกิจฺฉาานียา, วิจิกิจฺฉาย การณภูตา ธมฺมา, ติฏฺตีติ วา านียา, วิจิกิจฺฉา านียา เอติสฺสาติ วิจิกิจฺฉาานียา, อตฺถโต วิจิกิจฺฉา เอว. สา หิ ปุริมุปฺปนฺนา ปรโต อุปฺปชฺชนกวิจิกิจฺฉาย สภาคเหตุตาย อสาธารณํ การณํ.

กุสลากุสลาติ โกสลฺลสมฺภูตฏฺเน กุสลา, ตปฺปฏิปกฺขโต อกุสลา. เย อกุสลา, เต สาวชฺชา, อเสวิตพฺพา, หีนา จ. เย กุสลา, เต อนวชฺชา, เสวิตพฺพา, ปณีตา จ. กุสลา วา หีเนหิ ฉนฺทาทีหิ อารทฺธา หีนา, ปณีเตหิ ปณีตา. กณฺหาติ กาฬกา จิตฺตสฺส อปภสฺสรภาวกรณา. สุกฺกาติ โอทาตา จิตฺตสฺส ปภสฺสรภาวกรณา. กณฺหาภิชาติเหตุโต วา กณฺหา. สุกฺกาภิชาติเหตุโต สุกฺกา. เต เอว สปฺปฏิภาคา. กณฺหา หิ อุชุวิปจฺจนีกตาย สุกฺกสปฺปฏิภาคา, ตถา สุกฺกาปิ อิตเรหิ. อถ วา กณฺหสุกฺกา จ สปฺปฏิภาคา จ กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา. สุขา หิ เวทนา ทุกฺขาย เวทนาย สปฺปฏิภาคา, ทุกฺขา จ เวทนา สุขาย เวทนาย สปฺปฏิภาคาติ.

กามํ พาหุสจฺจปริปุจฺฉกตาหิ สพฺพาปิ อฏฺวตฺถุกา วิจิกิจฺฉา ปหียติ, ตถาปิ รตนตฺตยวิจิกิจฺฉามูลิกา เสสวิจิกิจฺฉาติ กตฺวา อาห ‘‘ตีณิ รตนานิ อารพฺภา’’ติ. รตนตฺตยคุณาวโพเธ ‘‘สตฺถริ กงฺขตี’’ติอาทิ (ธ. ส. ๑๐๐๘, ๑๑๒๓, ๑๑๖๗, ๑๒๔๑, ๑๒๖๓, ๑๒๗๐; วิภ. ๙๑๕) วิจิกิจฺฉาย อสมฺภโวติ. วินเย ปกตฺุตา ‘‘สิกฺขาย กงฺขตี’’ติ วุตฺตาย วิจิกิจฺฉาย ปหานํ กโรตีติ อาห ‘‘วินเย จิณฺณวสีภาวสฺสาปี’’ติ. โอกปฺปนิยสทฺธาสงฺขาตอธิโมกฺขพหุลสฺสาติ สทฺเธยฺยวตฺถุโน อนุปวิสนสทฺธาสงฺขาตอธิโมกฺเขน อธิมุจฺจนพหุลสฺส, อธิมุจฺจนฺจ อธิโมกฺขุปฺปาทนเมวาติ ทฏฺพฺพํ, สทฺธาย วา นินฺนโปณตาอธิมุตฺติ อธิโมกฺโข.

สมุทยวยาติ สมุทยวยธมฺมา. สุภนิมิตฺตอสุภนิมิตฺตาทีสูติ ‘‘สุภนิมิตฺตาทีสุ อสุภนิมิตฺตาทีสู’’ติ อาทิ-สทฺโท ปจฺเจกํ โยเชตพฺโพ. ตตฺถ ปเมน อาทิ-สทฺเทน ปฏิฆนิมิตฺตาทีนํ สงฺคโห, ทุติเยนเมตฺตาเจโตวิมุตฺติอาทีนํ. เสสเมตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ วุตฺตนยเมว.

นีวรณปพฺพวณฺณนา นิฏฺิตา.

ขนฺธปพฺพวณฺณนา

๓๘๓. อุปาทาเนหิ อารมฺมณกรณาทิวเสน อุปาทาตพฺพา วา ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธา.

อิติ รูปนฺติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อิทํ-สทฺเทน สมานตฺโถติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘อิทํ รูป’’นฺติ. ตยิทํ สรูปคฺคหณภาวโต อนวเสสปริยาทานํ โหตีติ อาห ‘‘เอตฺตกํ รูปํ, น อิโต ปรํ รูปํ อตฺถี’’ติ. อิตีติ วา ปการตฺเถ นิปาโต, ตสฺมา ‘‘อิติ รูป’’นฺติ อิมินา ภูตุปาทาทิวเสน ยตฺตโก รูปสฺส ปเภโท, เตน สทฺธึ รูปํ อนวเสสโต ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสติ. สภาวโตติ รุปฺปนสภาวโต, จกฺขาทิวณฺณาทิสภาวโต จ. เวทนาทีสุปีติ เอตฺถ ‘‘อยํ เวทนา, เอตฺตกา เวทนา, น อิโต ปรํ เวทนา อตฺถีติ สภาวโต เวทนํ ปชานาตี’’ติอาทินา, สภาวโตติ จ ‘‘อนุภวนสภาวโต, สาตาทิสภาวโต จา’’ติ เอวมาทินา โยเชตพฺพํ. เสสํ วุตฺตนยตฺตา สุวิฺเยฺยเมว.

ขนฺธปพฺพวณฺณนา นิฏฺิตา.

อายตนปพฺพวณฺณนา

๓๘๔. ฉสุ อชฺฌตฺติกพาหิเรสูติ ‘‘ฉสุ อชฺฌตฺติเกสุ ฉสุ พาหิเรสู’’ติ ‘‘ฉสู’’ติ ปทํ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ. กสฺมา ปเนตานิ อุภยานิ ฉเฬว วุตฺตานิ? ฉวิฺาณกายุปฺปตฺติทฺวารารมฺมณววตฺถานโต. จกฺขุวิฺาณวีถิยา ปริยาปนฺนสฺส หิ วิฺาณกายสฺส จกฺขายตนเมว อุปฺปตฺติทฺวารํ, รูปายตนเมว จ อารมฺมณํ, ตถา อิตรานิ อิตเรสํ, ฉฏฺสฺส ปน ภวงฺคมนสงฺขาโต มนายตเนกเทโส อุปฺปตฺติทฺวารํ, อสาธารณฺจ ธมฺมายตนํ อารมฺมณํ. จกฺขตีติ จกฺขุ, รูปํ อสฺสาเทติ, วิภาเวติ จาติ อตฺโถ. สุณาตีติ โสตํ. ฆายตีติ ฆานํ. ชีวิตนิมิตฺตตาย รโส ชีวิตํ, ตํ ชีวิตํ อวฺหายตีติ ชิวฺหา. กุจฺฉิตานํ สาสวธมฺมานํ อาโย อุปฺปตฺติเทโสติ กาโย. มุนาติ อารมฺมณํ วิชานาตีติ มโน. รูปยติ วณฺณวิการํ อาปชฺชมานํ หทยงฺคตภาวํ ปกาเสตีติ รูปํ. สปฺปติ อตฺตโน ปจฺจเยหิ หรียติ โสตวิฺเยฺยภาวํ คมียตีติ สทฺโท. คนฺธยติ อตฺตโน วตฺถุํ สูเจตีติ คนฺโธ. รสนฺติ ตํ สตฺตา อสฺสาเทนฺตีติ รโส. ผุสียตีติ โผฏฺพฺพํ. อตฺตโน สภาวํ ธาเรนฺตีติ ธมฺมา. สพฺพานิ ปน อายานํ ตนนาทิอตฺเถน อายตนานิ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. ๒.๕๑๐, ๕๑๑, ๕๑๒; วิสุทฺธิ. ฏี. ๒.๕๑๐) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

จกฺขุฺจ ปชานาตีติ (ที. นิ. ๒.๓๘๔; ม. นิ. ๑.๑๑๗) เอตฺถ จกฺขุ นาม ปสาทจกฺขุ, น สสมฺภารจกฺขุ, นาปิ ทิพฺพจกฺขุอาทิกนฺติ อาห จกฺขุปสาทนฺติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ยํ จกฺขุ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท’’ติ. (ธ. ส. ๕๙๖) -สทฺโท วกฺขมานตฺถสมุจฺจยตฺโถ. ยาถาวสรสลกฺขณวเสนาติ อวิปรีตสฺส อตฺตโน รสสฺส เจว ลกฺขณสฺส จ วเสน, รูเปสุ อาวิฺฉนกิจฺจสฺส เจว รูปาภิฆาตารหภูตปสาทลกฺขณสฺส จ ทฏฺุกามตานิทานกมฺมสมุฏฺานภูตปสาทลกฺขณสฺส จ วเสนาติ อตฺโถ. อถ วา ยาถาวสรสลกฺขณวเสนาติ ยาถาวสรสวเสน เจว ลกฺขณวเสน จ, ยาถาวสรโสติ จ อวิปรีตสภาโว เวทิตพฺโพ. โส หิ รสียติ อวิรทฺธปฏิเวธวเสน อสฺสาทียติ รมียตีติ ‘‘รโส’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมา สลกฺขณวเสนาติ วุตฺตํ โหติ. ลกฺขณวเสนาติ อนิจฺจาทิสามฺลกฺขณวเสน.

‘‘จกฺขุฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิฺาณ’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๐๔, ๔๐๐; ม. นิ. ๓.๔๒๑, ๔๒๕, ๔๒๖; สํ. นิ. ๒.๔๓, ๔๕; ๒.๔.๖๐) สมุทิตานิเยว รูปายตนานิ จกฺขุวิฺาณุปฺปตฺติเหตุ, น วิสุํ วิสุนฺติ อิมสฺส อตฺถสฺส โชตนตฺถํ ‘‘รูเป จา’’ติ ปุถุวจนคฺคหณํ, ตาย เอว จ เทสนาคติยา กามํ อิธาปิ ‘‘รูเป จ ปชานาตี’’ติ วุตฺตํ, รูปภาวสามฺเน ปน สพฺพํ เอกชฺฌํ คเหตฺวา พหิทฺธา จตุสมุฏฺานิกรูปฺจาติ เอกวจนวเสน อตฺโถ. สรสลกฺขณ วเสนาติ จกฺขุวิฺาณสฺส วิสยภาวกิจฺจสฺส วเสน เจว จกฺขุปฏิหนนลกฺขณสฺส วเสน จาติ โยเชตพฺพํ.

อุภยํ ปฏิจฺจาติ จกฺขุํ อุปนิสฺสยปจฺจยวเสน ปจฺจยภูตํ, รูเป อารมฺมณาธิปติอารมฺมณูปนิสฺสยวเสน ปจฺจยภูเต จ ปฏิจฺจ. กามํ อยํ สุตฺตนฺตสํวณฺณนา, นิปฺปริยายกถา นาม อภิธมฺมสนฺนิสฺสิตา เอวาติ อภิธมฺมนเยเนว สํโยชนานิ ทสฺเสนฺโต ‘‘กามราค…เป… อวิชฺชาสํโยชน’’นฺติ อาห. ตตฺถ กาเมสุ ราโค, กาโม จ โส ราโค จาติ วา กามราโค. โส เอว พนฺธนฏฺเน สํโยชนํ. อยฺหิ ยสฺส สํวิชฺชติ, ตํ ปุคฺคลํ วฏฺฏสฺมึ สํโยเชติ พนฺธติ อิติ ทุกฺเขน สตฺตํ, ภวาทิเก วา ภวนฺตราทีหิ, กมฺมุนา วา วิปากํ สํโยเชติ พนฺธตีติ สํโยชนํ. เอวํ ปฏิฆสํโยชํอาทีนมฺปิ ยถารหมตฺโถ วตฺตพฺโพ. สรสลกฺขณวเสนาติ เอตฺถ ปน สตฺตสฺส วฏฺฏโต อนิสฺสชฺชนสงฺขาตสฺส อตฺตโน กิจฺจสฺส เจว ยถาวุตฺตพนฺธนสงฺขาตสฺส ลกฺขณสฺส จ วเสนาติ โยเชตพฺพํ.

ภวสฺสาททิฏฺิสฺสาทนิวตฺตนตฺถํ กามสฺสาทคฺคหณํ. อสฺสาทยโตติ อภิรมนฺตสฺส. อภินนฺทโตติ สปฺปีติกตณฺหาวเสน นนฺทนฺตสฺส. ปททฺวเยนาปิ พลวโต กามราคสฺส ปจฺจยภูตา กามราคุปฺปตฺติ วุตฺตา. เอส นโย เสเสสุปิ. อนิฏฺารมฺมเณติ เอตฺถ ‘‘อาปาถคเต’’ติ วิภตฺติวิปริณามนวเสน ‘‘อาปาถคต’’นฺติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เอตํ อารมฺมณนฺติ เอตํ เอวํสุขุมํ เอวํทุพฺพิภาคํ อารมฺมณํ. ‘‘นิจฺจํ ธุว’’นฺติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตํ. ‘‘อุจฺฉิชฺชิสฺสติ วินสฺสิสฺสตีติ คณฺหโต’’ติ เอวมาทีนมฺปิ สงฺคโห อิจฺฉิตพฺโพ. ปมาย สกฺกายทิฏฺิยา อนุโรธวเสน ‘‘สตฺโต นุ โข’’ติ, อิตราย อนุโรธวเสน ‘‘สตฺตสฺส นุ โข’’ติ วิจิกิจฺฉโต. อตฺตตฺตนิยาทิคาหานุคตา หิ วิจิกิจฺฉา ทิฏฺิยา อสติ อภาวโต. ภวํ ปตฺเถนฺตสฺสาติ ‘‘อีทิเส สมฺปตฺติภเว ยสฺมา อมฺหากํ อิทํ อิฏฺํ รูปารมฺมณํ สุลภํ ชาตํ, ตสฺมา อายติมฺปิ เอทิโส, อิโต วา อุตฺตริตโร สมฺปตฺติภโว ภเวยฺยา’’ติ ภวํ นิกาเมนฺตสฺส. เอวรูปนฺติ เอวรูปํ รูปํ. ตํสทิเส หิ ตพฺโพหารวเสเนวํ วุตฺตํ. ภวติ หิ ตํสทิเสสุ ตพฺโพหาโร ยถา ‘‘สา เอว ติตฺติรี, ตานิ เอว โอสธานี’’ติ. อุสูยโตติ อุสูยํ อิสฺสํ อุปฺปาทยโต. อฺสฺส มจฺฉรายโตติ อฺเน อสาธารณภาวกรเณน มจฺฉริยํ กโรโต. สพฺเพเหว ยถาวุตฺเตหิ นวหิ สํโยชเนหิ.

ตฺจ การณนฺติ สุภนิมิตฺตปฏิฆนิมิตฺตาทิวิภาคํ อิฏฺานิฏฺาทิรูปารมฺมณฺเจว ตชฺชาโยนิโสมนสิการฺจาติ ตสฺส ตสฺส สํโยชนสฺส การณํ. อวิกฺขมฺภิตาสมูหตภูมิลทฺธุปฺปนฺนํ ตํ สนฺธาย ‘‘อปฺปหีนฏฺเน อุปฺปนฺนสฺสา’’ติ วุตฺตํ. วตฺตมานุปฺปนฺนตา สมุทาจารคฺคหเณเนว คหิตา. เยน การเณนาติ เยน วิปสฺสนาสมถภาวนาสงฺขาเตน การเณน. ตฺหิ ตสฺส ตทงฺควเสน เจว วิกฺขมฺภนวเสน จ ปหานการณํ. อิสฺสามจฺฉริยานํ อปายคมนียตาย ปมมคฺควชฺฌตา วุตฺตา. ยทิ เอวํ ‘‘ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โสตาปนฺโน โหตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๑) สุตฺตปทํ กถนฺติ? ตํ สุตฺตนฺตปริยาเยน วุตฺตํ. ยถานุโลมสาสนา หิ สุตฺตนฺตเทสนา, อยํ ปน อภิธมฺมนเยน สํวณฺณนาติ นายํ โทโสติ. โอฬาริกสฺสาติ ถูลสฺส, ยโต อภิณฺหสมุปฺปตฺติปริยุฏฺานติพฺพตาว โหติ. อณุสหคตสฺสาติ วุตฺตปฺปการาภาเวน อณุภาวํ สุขุมภาวํ คตสฺส. อุทฺธจฺจสํโยชนสฺสเปตฺถ อนุปฺปาโท วุตฺโตเยวาติ ทฏฺพฺโพ ยถาวุตฺตสํโยชเนหิ อวินาภาวโต. เอกตฺถตาย โสตาทีนํ สภาวสรสลกฺขณวเสน ปชานนา, ตปฺปจฺจยานํ สํโยชนานํ อุปฺปาทาทิปชานนา จ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอเสว นโย’’ติ อติทิสติ.

อตฺตโน วา ธมฺเมสูติ อตฺตโน อชฺฌตฺติกายตนธมฺเมสุ, อตฺตโน อุภยธมฺเมสุ วา. อิมสฺมึ ปกฺเข อชฺฌตฺติกายตนปริคฺคณฺหเนนาติ อชฺฌตฺติกายตนปริคฺคณฺหนมุเขนาติ อตฺโถ. เอวฺจ อนวเสสโต สปรสนฺตาเนสุ อายตนานํ ปริคฺคโห สิทฺโธ โหติ. ปรสฺส วา ธมฺเมสูติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. รูปายตนสฺสาติ อฑฺเฒกาทสปฺปเภทสฺส รูปสภาวสฺส อายตนสฺส รูปกฺขนฺเธ ‘‘วุตฺตนเยน นีหริตพฺโพ’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เสสกฺขนฺเธสูติ เวทนาสฺาสงฺขารกฺขนฺเธสุ. วุตฺตนเยนาติ อิมินา อติเทเสน รูปกฺขนฺเธ ‘‘อาหารสมุทยา’’ติ วิฺาณกฺขนฺเธ ‘‘นามรูปสมุทยา’’ติ เสสขนฺเธสุ ‘‘ผสฺสสมุทยา’’ติ อิมํ วิเสสํ วิภาเวติ, อิตรํ ปน สพฺพตฺถ สมานนฺติ ขนฺธปพฺเพ วิย อายตนปพฺเพปิ โลกุตฺตรนิวตฺตนํ ปาฬิยํ คหิตํ นตฺถีติ วุตฺตํ ‘‘โลกุตฺตรธมฺมา น คเหตพฺพา’’ติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

อายตนปพฺพวณฺณนา นิฏฺิตา.

โพชฺฌงฺคปพฺพวณฺณนา

๓๘๕. พุชฺฌนกสตฺตสฺสาติ กิเลสนิทฺทาย ปฏิพุชฺฌนกสตฺตสฺส, อริยสจฺจานํ วา ปฏิวิชฺฌนกสตฺตสฺส. องฺเคสูติ การเณสุ, อวยเวสุ วา. อุทยวยาณุปฺปตฺติโต ปฏฺาย สมฺโพธิปฏิปทายํ ิโต นาม โหตีติ อาห ‘‘อารทฺธวิปสฺสกโต ปฏฺาย โยคาวจโรติ สมฺโพธี’’ติ. สุตฺตนฺตเทสนา นาม ปริยายกถา, อยฺจ สติปฏฺานเทสนา โลกิยมคฺควเสน ปวตฺตาติ วุตฺตํ ‘‘โยคาวจโรติ สมฺโพธี’’ติ, อฺถา ‘‘อริยสาวโก’’ติ วเทยฺย.

‘‘สติสมฺโพชฺฌงฺคฏฺานียา’’ติ ปทสฺส อตฺโถ ‘‘วิจิกิจฺฉาฏฺานียา’’ติ เอตฺถ วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. นฺติ โยนิโสมนสิการํ. ตตฺถาติ สติยํ, นิปฺผาเทตพฺเพ เจตํ ภุมฺมํ.

สติ จ สมฺปชฺฺจ สติสมฺปชฺํ. อถ วา สติปฺปธานํ อภิกฺกนฺตาทิสาตฺถกภาวปริคฺคณฺหนาณํ สติสมฺปชฺํ. ตํ สพฺพตฺถ สโตการีภาวาวหตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย โหติ. ยถา ปจฺจนีกธมฺมปฺปหานํ, อนุรูปธมฺมเสวนา จ อนุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อุปฺปาทาย โหติ, เอวํ สติรหิตปุคฺคลวิวชฺชนา, สโตการีปุคฺคลเสวนา, ตตฺถ จ ยุตฺตปฺปยุตฺตตา สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย โหตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘สติสมฺปชฺ’’นฺติอาทินา. ติสฺสทตฺตตฺเถโร นาม, โย โพธิมณฺเฑ สุวณฺณสลากํ คเหตฺวา ‘‘อฏฺารสสุ ภาสาสุ กตรภาสาย ธมฺมํ กเถมี’’ติ ปริสํ ปวาเรสิ. อภยตฺเถโรติ ทตฺตาภยตฺเถรมาห.

ธมฺมานํ, ธมฺเมสุ วา วิจโย ธมฺมวิจโย, โส เอว สมฺโพชฺฌงฺโค, ตสฺส ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส. ‘‘กุสลากุสลา ธมฺมา’’ติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺา วุตฺตนยเมว. ตตฺถ โยนิโสมนสิการพหุลีกาโรติ กุสลาทีนํ ตํตํสภาวสรสลกฺขณอาทิกสฺส ยาถาวโต อวพุชฺฌนวเสน อุปฺปนฺโน าณสมฺปยุตฺตจิตฺตุปฺปาโท. โส หิ อวิปรีตมนสิการตาย ‘‘โยนิโสมนสิกาโร’’ติ วุตฺโต, ตทาโภคตาย อาวชฺชนาปิ ตคฺคติกา เอว, ตสฺส อภิณฺหํ ปวตฺตนํ พหุลีกาโร. ภิยฺโยภาวายาติ ปุนปฺปุนํ ภาวาย. เวปุลฺลายาติ วิปุลภาวาย. ปาริปูริยาติ ปริพฺรูหนาย.

ปริปุจฺฉกตาติ ปริโยคาเหตฺวา ปุจฺฉกภาโว. อาจริเย ปยิรุปาสิตฺวา ปฺจปิ นิกาเย สห อฏฺกถาย ปริโยคาเหตฺวา ยํ ยํ ตตฺถ คณฺิฏฺานภูตํ, ตํ ตํ ‘‘อิทํ ภนฺเต กถํ, อิมสฺส โก อตฺโถ’’ติ ขนฺธายตนาทิอตฺถํ ปุจฺฉนฺตสฺส ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค อุปฺปชฺชติ. เตนาห ‘‘ขนฺธธาตุ…เป… พหุลตา’’ติ. วตฺถูนํ วิสทภาวกรณนฺติ เอตฺถ จิตฺตเจตสิกานํ ปวตฺติฏฺานภาวโต สรีรํ, ตปฺปฏิพทฺธานิ จีวรานิ จ ‘‘วตฺถูนี’’ติ อธิปฺเปตานิ, ตานิ ยถา จิตฺตสฺส สุขาวหานิ โหนฺติ, ตถา กรณํ เตสํ วิสทภาวกรณํ. เตน วุตฺตํ ‘‘อชฺฌตฺติกพาหิราน’’นฺติอาทิ. อุสฺสนฺนโทสนฺติ วาตาทิอุสฺสนฺนโทสํ. เสทมลมกฺขิตนฺติ เสเทน เจว ชลฺลิกาสงฺขาเตน สรีรมเลน จ มกฺขิตํ. -สทฺเทน อฺมฺปิ สรีรสฺส, จิตฺตสฺส จ ปีฬาวหํ สงฺคณฺหาติ. เสนาสนํ วาติ วา-สทฺเทน ปตฺตาทีนํ สงฺคโห ทฏฺพฺโพ. อวิสเท สติ, วิสยภูเต วา. กถํ ภาวนมนุยุตฺตสฺส ตานิ วิสโย? อนฺตรนฺตรา ปวตฺตนกจิตฺตุปฺปาทวเสเนวํ วุตฺตํ. เต หิ จิตฺตุปฺปาทา จิตฺเตกคฺคตาย อปริสุทฺธภาวาย สํวตฺตนฺติ. จิตฺตเจตสิเกสุ นิสฺสยาทิปจฺจยภูเตสุ. าณมฺปีติ ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ, เตน น เกวลํ ตํ วตฺถุเยว, อถ โข ตสฺมึ อปริสุทฺเธ าณมฺปิ อปริสุทฺธํ โหตีติ นิสฺสยาปริสุทฺธิยา ตํนิสฺสิตาปริสุทฺธิ วิย วิสยสฺส อปริสุทฺธตาย วิสยิโน อปริสุทฺธึ ทสฺเสติ.

สมภาวกรณนฺติ กิจฺจโต อนูนาธิกภาวกรณํ. สทฺเธยฺยวตฺถุสฺมึ ปจฺจยวเสน อธิโมกฺขกิจฺจสฺส ปฏุตรภาเวน, ปฺาย อวิสทตาย, วีริยาทีนฺจ สิถิลตาทินา สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ โหติ. เตนาห ‘‘อิตรานิ มนฺทานี’’ติ. ตโตติ ตสฺมา สทฺธินฺทฺริยสฺส พลวภาวโต, อิตเรสฺจ มนฺทตฺตา. โกสชฺชปกฺเข ปติตุํ อทตฺวา สมฺปยุตฺตธมฺมานํ ปคฺคณฺหนํ อนุพลปฺปทานํ ปคฺคโห, ปคฺคโหว กิจฺจํ ปคฺคหกิจฺจํ, ‘‘กาตุํ น สกฺโกตี’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา านํ, อนิสฺสชฺชนํ วา อุปฏฺานํ. วิกฺเขปปฏิกฺเขโป, เยน วา สมฺปยุตฺตา อวิกฺขิตฺตา โหนฺติ, โส อวิกฺเขโป. รูปคตํ วิย จกฺขุนา เยน ยาถาวโต วิสยสภาวํ ปสฺสติ, ตํ ทสฺสนกิจฺจํ. กาตุํ น สกฺโกติ พลวตา สทฺธินฺทฺริเยน อภิภูตตฺตา. สหชาตธมฺเมสุ หิ อินฺทฏฺํ กาเรนฺตานํ สหปวตฺตมานานํ ธมฺมานํ เอกรสตาวเสเนว อตฺถสิทฺธิ, น อฺถา. ตสฺมาติ วุตฺตเมวตฺถํ การณภาเวน ปจฺจามสติ. นฺติ สทฺธินฺทฺริยํ. ธมฺมสภาวปจฺจเวกฺขเณนาติ ยสฺส สทฺเธยฺยสฺส วตฺถุโน อุฬารตาทิคุเณ อธิมุจฺจนสฺส สาติสยปฺปวตฺติยา สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ ชาตํ, ตสฺส ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนตาทิวิภาคโต ยาถาวโต วีมํสเนน. เอวฺหิ เอวํธมฺมตานเยน สภาวสรสโต ปริคฺคยฺหมาเน สวิปฺผาโร อธิโมกฺโข น โหติ ‘‘อยํ อิเมสํ ธมฺมานํ สภาโว’’ติ ปริชานนวเสน ปฺาพฺยาปารสฺส สาติสยตฺตา. ธุริยธมฺเมสุ หิ ยถา สทฺธาย พลวภาเว ปฺาย มนฺทภาโว โหติ, เอวํ ปฺาย พลวภาเว สทฺธาย มนฺทภาโว โหตีติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตํ ธมฺมสภาวปจฺจเวกฺขเณน วา, ยถา วา มนสิกโรโต พลวํ ชาตํ, ตถา อมนสิกาเรน หาเปตพฺพ’’นฺติ. ตถา อมนสิกาเรนาติ เยนากาเรน ภาวนํ อนุยุฺชนฺตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ ชาตํ, เตนากาเรน ภาวนาย อนนุยุฺชนโตติ วุตฺตํ โหติ. อิธ ทุวิเธน สทฺธินฺทฺริยสฺส พลวภาโว อตฺตโน วา ปจฺจยวิเสเสน กิจฺจุตฺตริยโต, วีริยาทีนํ วา มนฺทกิจฺจตาย. ตตฺถ ปมวิกปฺเป หาปนวิธิ ทสฺสิโต. ทุติยกปฺเป ปน ยถา มนสิ กโรโต วีริยาทีนํ มนฺทกิจฺจตาย สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ ชาตํ, ตถา อมนสิกาเรน, วีริยาทีนํ ปฏุกิจฺจภาวาวเหน มนสิกาเรน สทฺธินฺทฺริยํ เตหิ สมรสํ กโรนฺเตน หาเปตพฺพํ. อิมินา นเยน เสสินฺทฺริเยสุปิ หาปนวิธิ เวทิตพฺโพ.

วกฺกลิตฺเถรวตฺถูติ. โส หิ อายสฺมา สทฺธาธิมุตฺตตาย กตาธิกาโร สตฺถุ รูปกายทสฺสนปฺปสุโต เอว หุตฺวา วิหรนฺโต สตฺถารา ‘‘กึ เต วกฺกลิ อิมินา ปูติกาเยน ทิฏฺเน, โย โข วกฺกลิ ธมฺมํ ปสฺสติ, โส มํ ปสฺสตี’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๓.๘๗; ที. นิ. อฏฺ. ๑.ปมมหาสงฺคีติกถา; อ. นิ. อฏฺ. ๑.๑.๒๐๘; ธ. ป. อฏฺ. ๒.๓๘๐; ปฏิ. ม. อฏฺ. ๒.๒.๑๓๐; ธ. ส. อฏฺ. ๑๐๐๗; เถรคา. อฏฺ. ๒.วกฺกลิตฺเถรคาถาวณฺณนา) โอวทิตฺวา กมฺมฏฺาเน นิโยชิโตปิ ตํ อนนุยุฺชนฺโต ปณามิโต อตฺตานํ วินิปาเตตุํ ปปาตฏฺานํ อภิรุหิ, อถ นํ สตฺถา ยถานิสินฺโนว โอภาสํ วิสฺสชฺชเนน อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา –

‘‘ปาโมชฺชพหุโล ภิกฺขุ, ปสนฺโน พุทฺธสาสเน;

อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตํ, สงฺขารูปสมํ สุข’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๘๑) –

คาถํ วตฺวา ‘‘เอหิ วกฺกลี’’ติ อาห. โส เตน อมเตเนว อภิสิตฺโต หฏฺตุฏฺโ หุตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺเปสิ. สทฺธาย พลวภาวโต วิปสฺสนาวีถึ น โอตรติ, ตํ ตฺวา ภควา ตสฺส อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนาย กมฺมฏฺานํ โสเธตฺวา อทาสิ. โส สตฺถารา ทินฺนนเย ตฺวา วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา มคฺคปฺปฏิปาฏิยา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตเนตํ วุตฺตํ ‘‘วกฺกลิตฺเถรวตฺถุ เจตฺถ นิทสฺสน’’นฺติ. เอตฺถาติ สทฺธินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตภาเว เสสินฺทฺริยานํ สกิจฺจากรเณ.

อิตรกิจฺจเภทนฺติ อุปฏฺานาทิกิจฺจวิเสสํ. ปสฺสทฺธาทีติ อาทิ-สทฺเทน สมาธิอุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคานํ สงฺคโห ทฏฺพฺโพ. หาเปตพฺพนฺติ ยถา สทฺธินฺทฺริยสฺส พลวภาโว ธมฺมสภาวปจฺจเวกฺขเณน หายติ, เอวํ วีริยินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตตา ปสฺสทฺธิอาทิภาวนาย หายติ สมาธิปกฺขิยตฺตา ตสฺสา. ตถา หิ สมาธินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตตํ โกสชฺชปาตโต รกฺขนฺตี วีริยาทิภาวนา วิย วีริยินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตตํ อุทฺธจฺจปาตโต รกฺขนฺตี เอกํสโต หาเปติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปสฺสทฺธอาทิภาวนาย หาเปตพฺพ’’นฺติ. โสณตฺเถรสฺส วตฺถูติ สุกุมารโสณตฺเถรสฺส วตฺถุ. (มหาว. ๒๔๒; อ. นิ. อฏฺ. ๑.๑.๒๐๕) โส หิ อายสฺมา สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺานํ คเหตฺวา สีตวเน วิหรนฺโต ‘‘มม สรีรํ สุขุมาลํ, น จ สกฺกา สุเขเนว สุขํ อธิคนฺตุํ, กิลเมตฺวาปิ สมณธมฺโม กาตพฺโพ’’ติ ตํ านจงฺกมเมว อธิฏฺาย ปธานํ อนุยุฺชนฺโต ปาทตเลสุ โผเฏสุ อุฏฺิเตสุปิ เวทนํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา ทฬฺหํ วีริยํ กโรนฺโต อจฺจารทฺธวีริยตาย วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ นาสกฺขิ. สตฺถา ตตฺถ คนฺตฺวา วีณูปโมวาเทน โอวทิตฺวา วีริยสมตาโยชนวีถึ ทสฺเสนฺโต กมฺมฏฺานํ โสเธตฺวา คิชฺฌกูฏํ คโต. เถโรปิ สตฺถารา ทินฺนนเยน วีริยสมตํ โยเชตฺวา ภาเวนฺโต วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺเต ปติฏฺาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘โสณตฺเถรสฺส วตฺถุ ทสฺเสตพฺพ’’นฺติ. เสเสสุปีติ สติสมาธิปฺินฺทฺริเยสุปิ.

สมตนฺติ สทฺธาปฺานํ อฺมฺํ อนูนานธิกภาวํ, ตถา สมาธิวีริยานํ. ยถา หิ สทฺธาปฺานํ วิสุํ วิสุํ ธุริยธมฺมภูตานํ กิจฺจโต อฺมฺํ นาติวตฺตนํ วิเสสโต อิจฺฉิตพฺพํ, ยโต เนสํ สมธุรตาย อปฺปนา สมฺปชฺชติ, เอวํ สมาธิวีริยานํ โกสชฺชุทฺธจฺจปกฺขิกานํ สมรสตาย สติ อฺมฺูปตฺถมฺภนโต สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อนฺตทฺวยปาตาภาเวน สมฺมเทว อปฺปนา อิชฺฌติ. ‘‘พลวสทฺโธ’’ติอาทิ พฺยติเรกมุเขน วุตฺตสฺเสว อตฺถสฺส สมตฺถนํ. ตสฺสตฺโถ โย พลวติยา สทฺธาย สมนฺนาคโต อวิสทาโณ, โส มุธปฺปสนฺโน โหติ, น อเวจฺจปฺปสนฺโน. ตถา หิ อวตฺถุสฺมึ ปสีทติ เสยฺยถาปิ ติตฺถิยสาวกา. เกราฏิกปกฺขนฺติ สาเยฺยปกฺขํ ภชติ. สทฺธาหีนาย ปฺาย อติธาวนฺโต ‘‘เทยฺยวตฺถุปริจฺจาเคน วินา จิตฺตุปฺปาทมตฺเตนปิ ทานมยํ ปุฺํ โหตี’’ติอาทีนิ ปริกปฺเปติ เหตุปติรูปเกหิ วฺจิโต, เอวํภูโต จ สุกฺขตกฺกวิลุตฺตจิตฺโต ปณฺฑิตานํ วจนํ นาทิยติ สฺตฺตึ น คจฺฉติ. เตนาห ‘‘เภสชฺชสมุฏฺิโต วิย โรโค อเตกิจฺโฉ โหตี’’ติ. ยถา เจตฺถ สทฺธาปฺานํ อฺมฺํ วิสมภาโว น อตฺถาวโห, อนตฺถาวโหว, เอวํ, สมาธิวีริยานํ อฺมฺํ วิสมภาโว น อตฺถาวโห, อนตฺถาวโหว, ตถา น อวิกฺเขปาวโห, วิกฺเขปาวโหวาติ. โกสชฺชํ อภิภวติ, เตน อปฺปนํ น ปาปุณาตีติ อธิปฺปาโย. อุทฺธจฺจํ อภิภวตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตทุภยนฺติ สทฺธาปฺาทฺวยํ, สมาธิวีริยทฺวยฺจ. สมํ กาตพฺพนฺติ สมรสํ กาตพฺพํ.

สมาธิกมฺมิกสฺสาติ สมถกมฺมฏฺานิกสฺส. เอวนฺติ เอวํ สนฺเต, สทฺธาย โถกํ พลวภาเว สตีติ อตฺโถ. สทฺทหนฺโตติ ‘‘ปถวี ปถวีติ มนสิกรณมตฺเตน กถํ ฌานุปฺปตฺตี’’ติ อจินฺเตตฺวา ‘‘อทฺธา สมฺมาสมฺพุทฺเธน วุตฺตวิธิ อิชฺฌิสฺสตี’’ติ สทฺทหนฺโต สทฺธํ ชเนนฺโต. โอกปฺเปนฺโตติ อารมฺมณํ อนุปวิสิตฺวา วิย อธิมุจฺจนวเสน อวกปฺเปนฺโต ปกฺขนฺทนฺโต. เอกคฺคตา พลวตี วฏฺฏติ สมาธิปฺปธานตฺตา ฌานสฺส. อุภินฺนนฺติ สมาธิปฺานํ. สมาธิกมฺมิกสฺส สมาธิโน อธิมตฺตตาย ปฺาย อธิมตฺตตาปิ อิจฺฉิตพฺพาติ อาห ‘‘สมตายปี’’ติ, สมภาเวนาปีติ อตฺโถ. อปฺปนาติ โลกิยปฺปนา. ตถา หิ ‘‘โหติเยวา’’ติ สาสงฺกํ วทติ. โลกุตฺตรปฺปนา ปน เตสํ สมภาเวเนว อิจฺฉิตา. ยถาห ‘‘สมถวิปสฺสนํ ยุคนนฺธํ ภาเวตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๗๐; ปฏิ. ม. ๒.๕).

ยทิ วิเสสโต สทฺธาปฺานํ, สมาธิวีริยานฺจ สมตาว อิจฺฉิตา, กถํ สตีติ อาห ‘‘สติ ปน สพฺพตฺถ พลวตี วฏฺฏตี’’ติ. สพฺพตฺถาติ ลีนุทฺธจฺจปกฺขิเกสุ ปฺจสุ อินฺทฺริเยสุ. อุทฺธจฺจปกฺขิเกกเทเส คณฺหนฺโต ‘‘สทฺธาวีริยปฺาน’’นฺติ อาห. อฺถา ปีติ จ คเหตพฺพา สิยา. ตถา หิ ‘‘โกสชฺชปกฺขิเกน สมาธินา’’ อิจฺเจว วุตฺตํ, น ‘‘ปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาหี’’ติ. สาติ สติ. สพฺเพสุ ราชกมฺเมสุ นิยุตฺโต สพฺพกมฺมิโก. เตนาติ เตน สพฺพตฺถ อิจฺฉิตพฺพฏฺเน การเณน. อาห อฏฺกถายํ. สพฺพตฺถ นิยุตฺตา สพฺพตฺถิกา สพฺพตฺถ ลีเน, อุทฺธเต จ จิตฺเต อิจฺฉิตพฺพตฺตา, สพฺเพ วา ลีเน, อุทฺธเต จ จิตฺเต ภาเวตพฺพา โพชฺฌงฺคา อตฺถิกา เอตายาติ สพฺพตฺถิกา. จิตฺตนฺติ กุสลํ จิตฺตํ. ตสฺส หิ สติ ปฏิสรณํ ปรายณํ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย. เตนาห ‘‘อารกฺขปจฺจุปฏฺานา’’ติอาทิ.

ขนฺธาทิเภเท อโนคาฬฺหปฺานนฺติ ปริยตฺติพาหุสจฺจวเสนปิ ขนฺธายตนาทีสุ อปฺปติฏฺิตพุทฺธีนํ. พหุสฺสุตเสวนา หิ สุตมยาณาวหา. ตรุณวิปสฺสนาสมงฺคีปิ ภาวนามยาเณ ิตตฺตา เอกํสโต ปฺวา เอว นาม โหตีติ อาห ‘‘สมปฺาส ลกฺขณปริคฺคาหิกาย อุทยพฺพยปฺาย สมนฺนาคตปุคฺคลเสวนา’’ติ. เยฺยธมฺมสฺส คมฺภีรภาววเสน ตปฺปริจฺเฉทกาณสฺส คมฺภีรภาวคฺคหณนฺติ อาห ‘‘คมฺภีเรสุ ขนฺธาทีสุ ปวตฺตาย คมฺภีรปฺายา’’ติ. ตฺหิ เยฺยํ ตาทิสาย ปฺาย จริตพฺพโต คมฺภีราณจริยํ, ตสฺสา วา ปฺาย ตตฺถ ปเภทโต ปวตฺติ คมฺภีราณจริยา, ตสฺสา ปจฺจเวกฺขณาติ อาห ‘‘คมฺภีรปฺาย ปเภทปจฺจเวกฺขณา’’ติ. ยถา สติเวปุลฺลปฺปตฺโต นาม อรหา เอว, เอวํ ปฺาเวปุลฺลปฺปตฺโตติปิ โส เอวาติ อาห ‘‘อรหตฺตมคฺเคน ภาวนาปาริปูรี โหตี’’ติ. วีริยาทีสุปิ เอเสว นโย.

‘‘ตตฺตํ อโยขิลํ หตฺเถ คเมนฺตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๓.๒๕๐, ๒๖๗; อ. นิ. ๓.๓๖) วุตฺตปฺจวิธพนฺธนกมฺมการณา นิรเย นิพฺพตฺตสตฺตสฺส เยภุยฺเยน สพฺพปมํ กโรนฺตีติ, เทวทูตสุตฺตาทีสุ ตสฺส อาทิโต วุตฺตตฺตา จ อาห ‘‘ปฺจวิธพนฺธนกมฺมการณโต ปฏฺายา’’ติ. สกฏวหนาทิกาเลติ อาทิ-สทฺเทน ตทฺมนุสฺเสหิ, ติรจฺฉาเนหิ จ วิพาธิยมานกาลํ สงฺคณฺหาติ. ‘‘เอกํ พุทฺธนฺตร’’นฺติ อิทํ อปราปรํ เปเตสุ เอว อุปฺปชฺชนกสตฺตวเสน วุตฺตํ, เอกจฺจานํ วา เปตานํ เอกจฺจติรจฺฉานานํ วิย ตถา ทีฆายุกตาปิ สิยาติ ตถา วุตฺตํ. ตถา หิ ‘‘กาโล นาคราชา จตุนฺนํ พุทฺธานํ สมฺมุขีภาวํ ลภิตฺวา ิโต เมตฺเตยฺยสฺสปิ ภควโต สมฺมุขีภาวํ ลภิสฺสตี’’ติ วทนฺติ, ยํ ตสฺส กปฺปายุกตา วุตฺตา.

อานิสํสทสฺสาวิโนติ ‘‘วีริยายตฺโต เอว สพฺโพ โลกุตฺตโร, โลกิโย จ วิเสสาธิคโม’’ติ เอวํ วีริเย อานิสํสทสฺสนสีลสฺส. คมนวีถินฺติ สปุพฺพภาคํ นิพฺพานคามินึ ปฏิปทํ, สห วิปสฺสนาย อริยมคฺคปฏิปาฏิ, สตฺตวิสุทฺธิปรมฺปรา วา. สา หิ ภิกฺขุโน วฏฺฏนิยฺยานาย คนฺตพฺพา ปฏิปทาติ กตฺวา คมนวีถิ นาม. กายทฬฺหีพหุโลติ ยถา ตถา กายสฺส ทฬฺหีกมฺมปฺปสุโต. ปิณฺฑนฺติ รฏฺปิณฺฑํ. ปจฺจยทายกานํ อตฺตนิ การสฺส อตฺตโน สมฺมาปฏิปตฺติยา มหปฺผลภาวสฺส กรเณน ปิณฺฑสฺส ภิกฺขาย ปฏิปูชนา ปิณฺฑาปจายนํ.

นีหรนฺโตติ ปตฺตถวิกโต นีหรนฺโต. ตํ สทฺทํ สุตฺวาติ ตํ อุปาสิกาย วจนํ อตฺตโน วสนปณฺณสาลทฺวาเร ิโตว ปฺจาภิฺตาย ทิพฺพโสเตน สุตฺวา. มนุสฺสสมฺปตฺติ, ทิพฺพสมฺปตฺติ, นิพฺพานสมฺปตฺตีติ อิมา ติสฺโส สมฺปตฺติโย. ทาตุํ สกฺขิสฺสสีติ ‘‘ตยิ กเตน ทานมเยน, เวยฺยาวจฺจมเยน จ ปุฺกมฺเมน เขตฺตวิเสสภาวูปคมเนน อปราปรํ เทวมนุสฺสสมฺปตฺติโย, อนฺเต นิพฺพานสมฺปตฺติฺจ ทาตุํ สกฺขิสฺสสี’’ติ เถโร อตฺตานํ ปุจฺฉติ. สิตํ กโรนฺโต วาติ ‘‘อกิจฺเฉเนว มยา วฏฺฏทุกฺขํ สมติกฺกนฺต’’นฺติ ปจฺจเวกฺขณาวสาเน สฺชาตปาโมชฺชวเสน สิตํ กโรนฺโต เอว.

วิปฺปฏิปนฺนนฺติ ชาติธมฺมกุลธมฺมาทิลงฺฆเนน อสมฺมาปฏิปนฺนํ. เอวํ ยถา อสมฺมาปฏิปนฺโน ปุตฺโต ตาย เอว อสมฺมาปฏิปตฺติยา กุลสนฺตานโต พาหิโร หุตฺวา ปิตุ สนฺติกา ทายชฺชสฺส น ภาคี, เอวํ. กุสีโตปิ เตน กุสีตภาเวน อสมฺมาปฏิปนฺโน สตฺถุ สนฺติกา ลทฺธพฺพอริยธนทายชฺชสฺส น ภาคี. อารทฺธวีริโยว ลภติ สมฺมาปฏิปชฺชนโต. อุปฺปชฺชติ วีริยสมฺโพชฺฌงฺโคติ โยชนา, เอวํ สพฺพตฺถ.

มหาติ สีลาทีหิ คุเณหิ มหนฺโต วิปุโล อนฺสาธารโณ. ตํ ปนสฺส คุณมหตฺตํ ทสสหสฺสิโลกธาตุกมฺปเนน โลเก ปากฏนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สตฺถุโน หี’’ติอาทิมาห.

ยสฺมา สตฺถุสาสเน ปพฺพชิตสฺส ปพฺพชฺชูปคเมน สกฺยปุตฺตสฺสภาโว สมฺปชายติ, ตสฺมา พุทฺธปุตฺตภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อสมฺภินฺนายา’’ติอาทิมาห.

อลสานํ ภาวนาย นามมตฺตมฺปิ อชานนฺตานํ กายทฬฺหีพหุลานํ ยาวทตฺถํ ภุฺชิตฺวา เสยฺยสุขาทิอนุยุฺชนกานํ ติรจฺฉานกถิกานํ ปุคฺคลานํ ทูรโต วชฺชนา กุสีตปุคฺคลปริวชฺชนา. ‘‘ทิวสํ จงฺกเมน นิสชฺชายา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๔๒๓; ๓.๖๕; สํ. นิ. ๔.๑๒๐; มหานิ. ๑๖๑) ภาวนารทฺธวเสน อารทฺธวีริยานํ ทฬฺหปรกฺกมานํ กาเลน กาลํ อุปสงฺกมนา อารทฺธวีริยปุคฺคลเสวนา. เตนาห ‘‘กุจฺฉึ ปูเรตฺวา’’ติอาทิ. วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๖๔) ปน ชาติมหตฺตปจฺจเวกฺขณา, สพฺรหฺมจารีมหตฺตปจฺจเวกฺขณาติ อิทํ ทฺวยํ น คหิตํ, ถินมิทฺธวิโนทนตา, สมฺมปฺปธานปจฺจเวกฺขณตาติ อิทํ ทฺวยํ คหิตํ. ตตฺถ อานิสํสทสฺสาวิตาย เอว สมฺมปฺปธานปจฺจเวกฺขณา คหิตา โหติ โลกิยโลกุตฺตรวิเสสาธิคมสฺส วีริยายตฺตตาทสฺสนภาวโต. ถินมิทฺธวิโนทนํ ตทธิมุตฺตตาย เอว คหิตํ โหติ, วีริยุปฺปาทเน ยุตฺตปฺปยุตฺตสฺส ถินมิทฺธวิโนทนํ อตฺถสิทฺธเมว. ตตฺถ ถินมิทฺธวิโนทนกุสีตปุคฺคลปริวชฺชนอารทฺธวีริยปุคฺคลเสวน- ตทธิมุตฺตตาปฏิปกฺขวิธมนปจฺจยูปสํหารวเสน, อปายภยปจฺจเวกฺขณาทโย สมุตฺเตชนวเสน วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทกา ทฏฺพฺพา.

ปุริมุปฺปนฺนา ปีติ ปรโต อุปฺปชฺชนกปีติยา วิเสสการณสภาคเหตุภาวโต ‘‘ปีติเยว ปีติสมฺโพชฺฌงฺคฏฺานียา ธมฺมา’’ติ วุตฺตา, ตสฺสา ปน พหุโส ปวตฺติยา ปุถุตฺตํ อุปาทาย พหุวจนนิทฺเทโส. ยถา สา อุปฺปชฺชติ, เอวํ ปฏิปตฺติ ตสฺสา อุปฺปาทกมนสิกาโร.

‘‘พุทฺธานุสฺสตี’’ติอาทีสุ วตฺตพฺพํ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๒๓) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

พุทฺธานุสฺสติยา อุปจารสมาธินิฏฺตฺตา วุตฺตํ ‘‘ยาว อุปจารา’’ติ. สกลสรีรํ ผรมาโนติ ปีติสมุฏฺาเนหิ ปณีตรูเปหิ สกลสรีรํ ผรมาโน. ธมฺมคุเณ อนุสฺสรนฺตสฺสาปิ ยาว อุปจารา สกลสรีรํ ผรมาโน ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค อุปฺปชฺชตีติ โยชนา, เอวํ เสสอนุสฺสตีสุ. ปสาทนียสุตฺตนฺตปจฺจเวกฺขณายฺจ โยเชตพฺพํ ตสฺสาปิ วิมุตฺตายตนภาเวน ตคฺคติกตฺตา. สงฺขารานํ สปฺปเทสวูปสเมปิ นิปฺปเทสวูปสเม วิย ตถา ปฺาย ปวตฺติโต ภาวนามนสิกาโร กิเลสวิกฺขมฺภนสมตฺโถ หุตฺวา อุปจารสมาธึ อาวหนฺโต ตถารูปปีติโสมนสฺสสมนฺนาคโต ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย โหตีติ อาห ‘‘สมาปตฺติยา…เป… ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปี’’ติ. ตตฺถ ‘‘วิกฺขมฺภิตา กิเลสา’’ติ ปาโ. เต หิ น สมุทาจรนฺตีติ. อิติ-สทฺโท การณตฺโถ, ยสฺมา น สมุทาจรนฺติ, ตสฺมา ตํ เนสํ อสมุทาจารํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาติ โยชนา. น หิ กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส โพชฺฌงฺคุปฺปตฺติ ยุตฺตา. ปสาทนีเยสุ าเนสุ ปสาทสิเนหาภาเวน ถูสสมหทยตา ลูขตา, สา ตตฺถ อาทรคารวากรเณน วิฺายตีติ อาห ‘‘อสกฺกจฺจกิริยาย สํสูจิตลูขภาเว’’ติ.

กายจิตฺตทรถวูปสมลกฺขณา ปสฺสทฺธิ เอว ยถาวุตฺตโพธิองฺคภูโต ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺโค, ตสฺส ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส เอวํ อุปฺปาโท โหตีติ โยชนา.

ปณีตโภชนเสวนตาติ ปณีตสปฺปายโภชนเสว นตา. อุตุอิริยาปถสุขคฺคหเณน สปฺปายอุตุอิริยาปถคฺคหณํ ทฏฺพฺพํ. ตฺหิ ติวิธมฺปิ สปฺปายํ เสวิยมานํ กายสฺส กลฺลตาปาทนวเสน จิตฺตสฺส กลฺลตํ อาวหนฺตํ ทุวิธายปิ ปสฺสทฺธิยา การณํ โหติ. อเหตุกํ สตฺเตสุ ลพฺภมานํ สุขทุกฺขนฺติ อยเมโก อนฺโต, อิสฺสราทิวิสมเหตุกนฺติ ปน อยํ ทุติโย. เอเต อุโภ อนฺเต อนุปคมฺม ยถาสกํ กมฺมุนา โหตีติ อยํ มชฺฌิมา ปฏิปตฺติ. มชฺฌตฺโต ปโยโค ยสฺส โส มชฺฌตฺตปโยโค, ตสฺส ภาโว มชฺฌตฺตปโยคตา. อยฺหิ ปหาย สารทฺธกายตํ ปสฺสทฺธกายตาย การณํ โหนฺตี ปสฺสทฺธิทฺวยํ อาวหติ, เอเตเนว สารทฺธกายปุคฺคลปริวชฺชนปสฺสทฺธกายปุคฺคลเสวนานํ ตทาวหนตา สํวณฺณิตาติ ทฏฺพฺพํ.

ยถาสมาหิตาการสลฺลกฺขณวเสน คยฺหมาโน ปุริมุปฺปนฺโน สมโถ เอว สมถนิมิตฺตํ. นานารมฺมเณ ปริพฺภมเนน วิวิธํ อคฺคํ เอตสฺสาติ พฺยคฺโค, วิกฺเขโป. ตถา หิ โส อนวฏฺานรโส, ภนฺตตาปจฺจุปฏฺาโน จ วุตฺโต, เอกคฺคตาภาวโต พฺยคฺคปฏิปกฺโขติ อพฺยคฺโค, สมาธิ. โส เอว นิมิตฺตนฺติ ปุพฺเพ วิย วตฺตพฺพํ. เตนาห ‘‘อวิกฺเขปฏฺเน จ อพฺยคฺคนิมิตฺต’’นฺติ.

วตฺถุวิสทกิริยา, อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนา จ ปฺาวหา วุตฺตา, สมาธานาวหาปิ ตา โหนฺติ สมาธานาวหภาเวเนว ปฺาวหภาวโตติ วุตฺตํ ‘‘วตฺถุวิสท…เป… เวทิตพฺพา’’ติ.

กรณภาวนาโกสลฺลานํ อวินาภาวโต, รกฺขนโกสลฺลสฺส จ ตํมูลกตฺตา ‘‘นิมิตฺตกุสลตา นาม กสิณนิมิตฺตสฺส อุคฺคหณกุสลตา’’ อิจฺเจว วุตฺตํ. กสิณนิมิตฺตสฺสาติ จ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺพฺพํ. อสุภนิมิตฺตสฺสาปิ หิ ยสฺส กสฺสจิ ฌานุปฺปตฺตินิมิตฺตสฺส อุคฺคหณโกสลฺลํ นิมิตฺตกุสลตา เอวาติ. อติสิถิลวีริยตาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน ปฺาปโยคมนฺทตํ, ปโมทเวกลฺลฺจ สงฺคณฺหาติ. ตสฺส ปคฺคณฺหนนฺติ ตสฺส ลีนสฺส จิตฺตสฺส ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคาทิสมุฏฺาปเนน ลยาปตฺติโต สมุทฺธรณํ. วุตฺตฺเหตํ ภควตา –

‘‘ยสฺมิฺจ โข, ภิกฺขเว, สมเย ลีนํ จิตฺตํ โหติ, กาโล ตสฺมึ สมเย ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย. ตํ กิสฺส เหตุ? ลีนํ, ภิกฺขเว, จิตฺตํ ตํ เอเตหิ ธมฺเมหิ สุสมุฏฺาปยํ โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส ปริตฺตํ อคฺคึ อุชฺชาลิตุกาโม อสฺส, โส ตตฺถ สุกฺขานิ เจว ติณานิ ปกฺขิเปยฺย, สุกฺขานิ โคมยานิ ปกฺขิเปยฺย, สุกฺขานิ กฏฺานิ ปกฺขิเปยฺย, มุขวาตฺจ ทเทยฺย, น จ ปํสุเกน โอกิเรยฺย, ภพฺโพ นุ โข โส ปุริโส ปริตฺตํ อคฺคึ อุชฺชาลิตุนฺติ. เอวํ ภนฺเต’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔).

เอตฺถ จ ยถาสกํ อาหารวเสน ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคาทีนํ ภาวนาสมุฏฺาปนาติ เวทิตพฺพา, สา อนนฺตรํ วิภาวิตา เอว. อารทฺธวีริยตาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน ปฺาปโยคพลวตํ, ปโมทุพฺพิลาวนฺจ สงฺคณฺหาติ. ตสฺส นิคฺคณฺหนนฺติ ตสฺส อุทฺธตสฺส จิตฺตสฺส สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคาทิสมุฏฺาปเนน อุทฺธตาปตฺติโต นิเสธนํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ภควตา –

‘‘ยสฺมิฺจ โข, ภิกฺขเว, สมเย อุทฺธตํ จิตฺตํ โหติ, กาโล ตสฺมึ สมเย ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย. ตํ กิสฺส เหตุ? อุทฺธตํ, ภิกฺขเว, จิตฺตํ ตํ เอเตหิ ธมฺเมหิ สุวูปสมยํ โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส มหนฺตํ อคฺคิกฺขนฺธํ นิพฺพาเปตุกาโม อสฺส, โส ตตฺถ อลฺลานิ เจว ติณานิ…เป… ปํสุเกน จ โอกิเรยฺย, ภพฺโพ นุ โข โส ปุริโส มหนฺตํ อคฺคิกฺขนฺธํ นิพฺพาเปตุนฺติ. เอวํ ภนฺเต’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔).

เอตฺถาปิ ยถาสกํ อาหารวเสน ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคาทีนํ ภาวนาสมุฏฺาปนาติ เวทิตพฺพา, ตตฺถ ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนา วุตฺตา เอว. สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อนนฺตรํ วกฺขติ. ปฺาปโยคมนฺทตายาติ ปฺาพฺยาปารสฺส อปฺปภาเวน. ยถา หิ ทานํ อโลภปธานํ, สีลํ อโทสปธานํ, เอวํ ภาวนา อโมหปธานา. ตตฺถ ยทา ปฺา น พลวตี โหติ, ตทา ภาวนา ปุพฺเพนาปรํ วิเสสาวหา น โหติ, อนภิสงฺขโต วิย อาหาโร ปุริสสฺส โยคิโน จิตฺตสฺส อภิรุจึ น ชเนติ, เตน ตํ นิรสฺสาทํ โหติ, ตถา ภาวนาย สมฺมเทว อวีถิปฏิปตฺติยา อุปสมสุขํ น วินฺทติ, เตนาปิ จิตฺตํ นิรสฺสาทํ โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปฺาปโยค…เป… นิรสฺสาทํ โหตี’’ติ. ตสฺส สํเวคุปฺปาทนํ, ปสาทุปฺปาทนฺจ ติกิจฺฉนนฺติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อฏฺ สํเวควตฺถูนี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ชาติชราพฺยาธิมรณานิ ยถารหํ สุคติยํ, ทุคฺคติยฺจ โหนฺตีติ ตทฺเมว ปฺจวิธพนฺธนาทิขุปฺปิปาสาทิ อฺมฺํ วิพาธนาทิเหตุกํ อปายทุกฺขํ ทฏฺพฺพํ, ตยิทํ สพฺพํ เตสํ เตสํ สตฺตานํ ปจฺจุปฺปนฺนภวนิสฺสิตํ คหิตนฺติ อตีเต อนาคเต จ กาเล วฏฺฏมูลกทุกฺขานิ วิสุํ คหิตานิ. เย ปน สตฺตา อาหารูปชีวิโน, ตตฺถ จ อุฏฺานผลูปชีวิโน, เตสํ อฺเหิ อสาธารณํ ชีวิกาทุกฺขํ อฏฺมํ สํเวควตฺถุ คหิตนฺติ ทฏฺพฺพํ. อยํ วุจฺจติ สมเย สมฺปหํสนาติ อยํ ภาวนาจิตฺตสฺส สมฺปหํสิตพฺพสมเย วุตฺตนเยน สํเวคชนนวเสน เจว ปสาทุปฺปาทนวเสน จ สมฺมเทว ปหํสนา, สํเวคชนนปุพฺพกปสาทุปฺปาทเนน โตสนาติ อตฺโถ.

สมฺมาปฏิปตฺตึ อาคมฺมาติ ลีนุทฺธจฺจวิรเหน, สมถวีถิปฏิปตฺติยา จ สมฺมา อวิสมํ สมฺมเทว ภาวนาปฏิปตฺตึ อาคมฺม. ‘‘อลีน’’นฺติอาทีสุ โกสชฺชปกฺขิกานํ ธมฺมานํ อนธิมตฺตตาย อลีนํ, อุทฺธจฺจปกฺขิกานํ อนธิมตฺตตาย อนุทฺธตํ, ปฺาปโยคสมฺปตฺติยา, อุปสมสุขาธิคเมน จ อนิรสฺสาทํ, ตโต เอว อารมฺมเณ สมปฺปวตฺตํ สมถวีถิปฏิปนฺนํ. ตตฺถ อลีนตาย ปคฺคเห, อนุทฺธตตาย นิคฺคเห, อนิรสฺสาทตาย สมฺปหํสเน น พฺยาปารํ อาปชฺชติ. อลีนานุทฺธตตา หิ อารมฺมเณ สมปฺปวตฺตํ, อนิรสฺสาทตาย สมถวีถิปฏิปนฺนํ, สมปฺปวตฺติยา วา อลีนํ อนุทฺธตํ. สมถวีถิปฏิปตฺติยา อนิรสฺสาทนฺติ ทฏฺพฺพํ. อยํ วุจฺจติ สมเย อชฺฌุเปกฺขนตาติ อยํ อชฺฌุเปกฺขิตพฺพสมเย ภาวนาจิตฺตสฺส ปคฺคหนิคฺคหสมฺปหํสเนสุ อพฺยาวฏตาสงฺขาตํ ปฏิปกฺขํ อภิภุยฺย เปกฺขนา วุจฺจติ. ปฏิปกฺขวิกฺขมฺภนโต, วิปสฺสนาย อธิฏฺานภาวูปคมนโต จ อุปจารชฺฌานมฺปิ สมาธาน กิจฺจนิปฺผตฺติยา ปุคฺคลสฺส สมาหิตภาวสาธนํ เอวาติ ตตฺถ สมธุรภาเวนาห ‘‘อุปจารํ วา อปฺปนํ วา’’ติ.

อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคฏฺานียา ธมฺมาติ เอตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺา วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพํ. อนุโรธวิโรธวิปฺปหานวเสน มชฺฌตฺตภาโว อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส การณํ ตสฺมึ สติ สิชฺฌนโต, อสติ จ อสิชฺฌนโต. โส จ มชฺฌตฺตภาโว วิสยวเสน ทุวิโธติ อาห ‘‘สตฺตมชฺฌตฺตตา สงฺขารมชฺฌตฺตตา’’ติ. ตทุภเย จ วิรุชฺฌนํ ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคภาวนาย เอว ทูรีกตนฺติ อนุรุชฺฌนสฺเสว ปหานวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘สตฺตมชฺฌตฺตตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘สตฺตสงฺขารเกลายนปุคฺคลปริวชฺชนตา’’ติ. อุเปกฺขาย หิ วิเสสโต ราโค ปฏิปกฺโข. ตถา จาห ‘‘อุเปกฺขา ราคพหุลสฺส วิสุทฺธิมคฺโค’’ติ (วิสุทฺธิ. ๑.๒๖๗). ทฺวีหากาเรหีติ กมฺมสฺสกตาปจฺจเวกฺขณํ, อตฺตสุฺตาปจฺจเวกฺขณนฺติ อิเมหิ ทฺวีหิ การเณหิ. ทฺวีเหวาติ อวธารณํ สงฺขฺยาสมานตาทสฺสนตฺถํ. สงฺขฺยา เอเวตฺถ สมานา, น สงฺขฺเยยฺยํ สพฺพถา สมานนฺติ. อสฺสามิกภาโว อนตฺตนิยตา. สติ หิ อตฺตนิ ตสฺส กิฺจนภาเวน จีวรํ, อฺํ วา กิฺจิ อตฺตนิยํ นาม สิยา, โส ปน โกจิ นตฺเถวาติ อธิปฺปาโย. อนทฺธนิยนฺติ น อทฺธานกฺขมํ น จิรฏฺายิ, อิตฺตรํ อนิจฺจนฺติ อตฺโถ. ตาวกาลิกนฺติ ตสฺเสว เววจนํ.

มมายตีติ มมตฺตํ กโรติ ‘‘มมา’’ติ ตณฺหาย ปริคฺคยฺห ติฏฺติ.

มมายนฺตาติ มานํ ทพฺพํ กโรนฺตา.

อยํ สติปฏฺานเทสนา ปุพฺพภาคมคฺควเสน เทสิตาติ ปุพฺพภาคิยโพชฺฌงฺเค สนฺธายาห ‘‘โพชฺฌงฺคปริคฺคาหิกา สติ ทุกฺขสจฺจ’’นฺติ. เสสํ วุตฺตนยตฺตา สุวิฺเยฺยเมว.

โพชฺฌงฺคปพฺพวณฺณนา นิฏฺิตา.

ปมภาณวารวณฺณนา นิฏฺิตา.

จตุสจฺจปพฺพวณฺณนา

๓๘๖. ยถาสภาวโตติ อวิปรีตสภาวโต. พาธนกฺขณโต โย โย วา สภาโว ยถาสภาโว, ตโต, รุปฺปนาทิ กกฺขฬาทิสภาวโตติ อตฺโถ. ชนิกํ สมุฏฺาปิกนฺติ ปวตฺตลกฺขณสฺส ทุกฺขสฺส ชนิกํ นิมิตฺตลกฺขณสฺส สมุฏฺาปิกํ. ปุริมตณฺหนฺติ ยถาปริคฺคหิตสฺส ทุกฺขสฺส นิพฺพตฺติโต ปุเรตรํ สิทฺธํ ตณฺหํ. สิทฺเธ หิ การเณ ตสฺส ผลุปฺปตฺติ. อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ปชานาตีติ โยชนา. อยํ ทุกฺขนิโรโธติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อุภินฺนํ อปฺปวตฺตินฺติ ทุกฺขํ, สมุทโย จาติ ทฺวินฺนํ อปฺปวตฺตินิมิตฺตํ, ตทุภยํ น ปวตฺติ เอตายาติ อปฺปวตฺติ, อสงฺขตา ธาตุ. ทุกฺขํ ทุกฺขสจฺจํ ปริชานาติ ปริฺาภิสมยวเสน ปริจฺฉินฺทตีติ ทุกฺขปริชานโน, อริยมคฺโค, ตํ ทุกฺขปริชานนํ. เสสปททฺวเยปิ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ทุกฺขสจฺจนิทฺเทสวณฺณนา

๓๘๘. เอวํ วุตฺตาติ เอวํ อุทฺเทสวเสน วุตฺตา. สพฺพสตฺตานํ ปริยาทานวจนํ พฺยาปนิจฺฉาวเสน อาเมฑิตนิทฺเทสภาวโต. สตฺตนิกาเยติ สตฺตานํ นิกาเย, สตฺตฆเฏ สตฺตสมูเหติ อตฺโถ. เทวมนุสฺสาทิเภทาสุ หิ คตีสุ ภุมฺมเทวาทิขตฺติยาทิหตฺถิอาทิขุปฺปิปาสิกาทิตํตํชาติวิสิฏฺโ สตฺตสมูโห สตฺตนิกาโย. นิปฺปริยายโต ขนฺธานํ ปมาภินิพฺพตฺติ ชาตีติ กตฺวา ‘‘ชนนํ ชาตี’’ติ วตฺวา สฺวายํ อุปฺปาทวิกาโร อปรินิปฺผนฺโน เยสุ ขนฺเธสุ อิจฺฉิตพฺโพ, เต เตเนว สทฺธึ ทสฺเสตุํ ‘‘สวิการาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สวิการานนฺติ อุปฺปาทสงฺขาเตน วิกาเรน สวิการานํ. ชาติอาทีนิ หิ ตีณิ ลกฺขณานิ ธมฺมานํ วิการวิเสสาติ. ‘‘อุปสคฺคมณฺฑิตเววจน’’นฺติ อิมินา เกวลํ อุปสคฺเคน ปทวฑฺฒนํ กตนฺติ ทสฺเสติ. อนุปวิฏฺากาเรนาติ อณฺฑโกสํ, วตฺถิโกสฺจ โอคาหนากาเรน. นิพฺพตฺติสงฺขาเตนาติ อายตนานํ ปาริปูริสํสิทฺธิสงฺขาเตน.

อถ วา ชนนํ ชาตีติ อปริปุณฺณายตนํ ชาติมาห. สฺชาตีติ สมฺปุณฺณายตนํ. สมฺปุณฺณา หิ ชาติ สฺชาติ. โอกฺกมนฏฺเน โอกฺกนฺตีติ อณฺฑชชลาพุชวเสน ชาติ. เต หิ อณฺฑโกสํ, วตฺถิโกสฺจ โอกฺกมนฺตา ปวิสนฺตา วิย ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺติ. อภินิพฺพตฺตนฏฺเน อภินิพฺพตฺตีติ สํเสทชโอปปาติกวเสน. เต หิ ปากฏา เอว หุตฺวา นิพฺพตฺตนฺติ. อภิพฺยตฺตา นิพฺพตฺติ อภินิพฺพตฺติ. ‘‘ชนนํ ชาตี’’ติอาทิ อายตนวเสน, โยนิวเสน จ ทฺวีหิ ทฺวีหิ ปเทหิ สพฺพสตฺเต ปริยาทิยิตฺวา ชาตึ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ‘‘เตสํ เตสํ สตฺตานํ…เป… อภินิพฺพตฺตี’’ติ สตฺตวเสน วุตฺตตฺตา สมฺมุติกถา. ปาตุภาโวติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, ปการตฺโถ วา, เตน ‘‘อายตนานํ ปฏิลาโภ’’ติ อิมสฺส ปทสฺส สงฺคโห ทฏฺพฺโพ. อยมฺปิ หิ ปรมตฺถกถาติ. เอกโวการภวาทีสูติ เอกจตุปฺจโวการภเวสุ. ตสฺมึ ขนฺธานํ ปาตุภาเว สติ. อายตนานํ ปฏิลาโภติ เอกจตุโวการภเวสุ ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ อายตนานํ วเสน, เสเสสุ รูปธาตุยํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปฺปชฺชมานานํ ปฺจนฺนํ, กามธาตุยํ วิกลาวิกลินฺทฺริยานํ วเสน สตฺตนฺนํ, นวนฺนํ, ทสนฺนํ, ปุนทสนฺนํ, เอกาทสนฺนฺจ อายตนานํ วเสน สงฺคโห ทฏฺพฺโพ. ปาตุภวนฺตาเนว, น กุโตจิ อาคตานิ. ปฏิลทฺธานิ นาม โหนฺติ สตฺตสนฺตานสฺส ตสฺส สํวิชฺชมานตฺตา. อายตนานํ ปฏิลาโภติ วา อายตนานํ อตฺตลาโภ เวทิตพฺโพ.

๓๘๙. สภาวนิทฺเทโสติ สรูปนิทฺเทโส. สรูปฺเหตํ ชิณฺณตาย, ยทิทํ ‘‘ชรา’’ติ, ‘‘วโยหานีติ วา. ชีรณเมว ชีรณตา, ชีรนฺตสฺส วา อากาโร ตา-สทฺเทน วุตฺโตติ อาห ‘‘อาการภาวนิทฺเทโส’’ติ. ขณฺฑิตทนฺตา ขณฺฑิตา นาม อุตฺตรปทโลเปน. ยสฺส วิการสฺส วเสน สตฺโต ‘‘ขณฺฑิโต’’ติ วุจฺจติ, ตํ ขณฺฑิจฺจํ. ตถา ปลิตานิ อสฺส สนฺตีติ ‘‘ปลิโต’’ติ วุจฺจติ, ตํ ปาลิจฺจํ. วลิตฺตจตาย วา วลิ ตโจ อสฺสาติ วลิตฺตโจ.

ผลูปจาเรนาติ ผลโวหาเรน.

๓๙๐. จวนเมว จวนตา, จวนฺตสฺส วา อากาโร ตา-สทฺเทน วุตฺโต. ขนฺธา ภิชฺชนฺตีติ เอกภวปริยาปนฺนสฺส ขนฺธสนฺตานสฺส ปริโยสานภูตา ขนฺธา ภิชฺชนฺติ, เตเนว เภเทน นิโรธนํ อทสฺสนํ คจฺฉนฺติ, ตสฺมา เภโท อนฺตรธานํ มรณํ. มจฺจุมรณนฺติ มจฺจุสงฺขาตํ เอกภวปริยาปนฺนชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทภูตํ มรณํ. เตนาห ‘‘น ขณิกมรณ’’นฺติ. ‘‘มจฺจุ มรณ’’นฺติ สมาสํ อกตฺวา โย ‘‘มจฺจู’’ติ วุจฺจติ เภโท, ยฺจ มรณํ ปาณจาโค, อิทํ วุจฺจติ มรณนฺติ วิสุํ สมฺพนฺโธ น น ยุชฺชติ. กาลกิริยาติ มรณกาโล, อนติกฺกมนียตฺตา วิเสเสน ‘‘กาโล’’ติ วุตฺโตติ ตสฺส กิริยา, อตฺถโต จุติขนฺธานํ เภทปฺปตฺติเยว, กาลสฺส วา อนฺตกสฺส กิริยาติ ยา โลเก วุจฺจติ, สา จุติ, มรณนฺติ อตฺโถ. อยํ สพฺพาปิ สมฺมุติกถาว ‘‘ยํ เตสํ เตสํ สตฺตาน’’นฺติอาทินา สตฺตวเสน วุตฺตตฺตา. อยํ ปรมตฺถกถา ปรมตฺถโต ลพฺภมานานํ รุปฺปนาทิสภาวานํ ธมฺมานํ วินสฺสนโชตนาภาวโต.

อตฺตาติ ภวติ เอตฺถ จิตฺตนฺติ อตฺตภาโว, ขนฺธสมูโห, ตสฺส นิกฺเขโป นิกฺขิปนํ, ปาตนํ วินาโสติ อตฺโถ. อฏฺกถายํปน ‘‘มรณํ ปตฺตสฺสา’’ติอาทินา นิกฺเขปเหตุตาย ปตนํ ‘‘นิกฺเขโป’’ติ ผลูปจาเรน วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘ขนฺธานํ เภโท’’ติ ปพนฺธวเสน ปวตฺตมานสฺส ธมฺมสมูหสฺส วินาสโชตนาติ เอกเทสโต ปรมตฺถกถา, ‘‘ชีวิตินฺทฺริยสฺส อุปจฺเฉโท’’ติ ปเนตฺถ น โกจิ โวหารเลโส ปีติ อาห ‘‘ชีวิตินฺทฺริยสฺส อุปจฺเฉโท ปน สพฺพาการโต ปรมตฺถโต มรณ’’นฺติ. เอวํ สนฺเตปิ ยสฺส ขนฺธเภทสฺส ปวตฺตตฺตา ‘‘ติสฺโส มโต, ผุสฺโส มโต’’ติ โวหาโร โหติ, โส เภโท ขนฺธปฺปพนฺธสฺส อนุปจฺฉินฺนตาย ‘‘สมฺมุติมรณ’’นฺติ วตฺตพฺพตํ อรหตีติ อาห ‘‘เอตเทว สมฺมุติมรณนฺติปิ วุจฺจตี’’ติ. เตนาห ‘‘ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทเมว หี’’ติอาทิ. สพฺพโส ปพนฺธสมุจฺเฉโท หิ สมุจฺเฉทมรณนฺติ.

๓๙๑. พฺยสเนนาติ อนตฺเถน. ‘‘ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติอาทีสุ (วิภ. ๗๒๑) วิย ธมฺม-สทฺโท เหตุปริยาโยติ อาห ‘‘ทุกฺขการเณนา’’ติ. โสจนนฺติ ลกฺขิตพฺพตาย โสจนลกฺขโณ. โสจิตสฺส โสจนกสฺส ปุคฺคลสฺส, จิตฺตสฺส วา ภาโว โสจิตภาโว. อพฺภนฺตเรติ อตฺตภาวสฺส อนฺโต. อตฺตโน ลูขสภาวตาย โสเสนฺโต. ถามคมเนน สมนฺตโต โสสนวเสน ปริโสเสนฺโต.

๓๙๒. ‘‘อาทิสฺส อาทิสฺส เทวนฺติ ปริเทวนฺติ เอเตนาติ อาเทโว’’ติ อาเทวน-สทฺทํ กตฺวา อสฺสุโมจนาทิวิการํ อาปชฺชนฺตานํ ตพฺพิการาปตฺติยา โส สทฺโท การณภาเวน วุตฺโต. ตํ ตํ วณฺณนฺติ ตํ ตํ คุณํ. ตสฺเสวาติ อาเทวปริเทวสฺเสว. ภาวนิทฺเทสาติ ‘‘อาเทวิตตฺตํ ปริเทวิตตฺต’’นฺติ ภาวนิทฺเทสา.

๓๙๓. นิสฺสยภูโต กาโย เอตสฺส อตฺถีติ กายิกํ. เตนาห ‘‘กายปสาทวตฺถุก’’นฺติ. ทุกฺกรํ ขมนํ เอตสฺสาติ ทุกฺขมนํ, โส เอว อตฺโถ สภาโวติ ทุกฺขมนฏฺโ, เตน. สาตวิธุรตาย อสาตํ.

๓๙๔. เจตสิ ภวนฺติ เจตสิกํ, ตํ ปน ยสฺมา จิตฺเตน สมํ ปกาเรหิ ยุตฺตํ, ตสฺมา อาห ‘‘จิตฺตสมฺปยุตฺต’’นฺติ.

๓๙๕. สพฺพวิสยปฏิปตฺตินิวารณวเสน สมนฺตโต สีทนํ สํสีทนํ. อุฏฺาตุมฺปิ อสกฺกุเณยฺยตากรณวเสน อติพลวํ, วิรูปํ วา สีทนํ วิสีทนํ. จิตฺตกิลมโถติ วิสีทนากาเรน จิตฺตสฺส ปริเขโท. อุปายาโส, สยํ น ทุกฺโข โทสตฺตา, สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺนธมฺมนฺตรตฺตา วา. เย ปน โทมนสฺสเมว ‘‘อุปายาโส’’ติ วเทยฺยุํ, เต ‘‘อุปายาโส ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สมฺปยุตฺโต, เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺโต’’ติ (ธาตุ. ๒๔๙). อิมาย ปาฬิยา ปฏิกฺขิปิตพฺพา. อุป-สทฺโท ภุสตฺโถติ อาห ‘‘พลวตรํ อายาโส อุปายาโส’’ติ. ธมฺมมตฺตตาทีปโน ภาวนิทฺเทโส ธมฺมโต อฺสฺส กตฺตุอภาวโชตโน, อสติ จ กตฺตริ เตน กตฺตพฺพสฺส, ปริคฺคเหตพฺพสฺส จ อภาโว เอวาติ อาห ‘‘อตฺตตฺตนิยาภาวทีปกาภาวนิทฺเทสา’’ติ.

๓๙๘. ชาติธมฺมานนฺติ เอตฺถ ธมฺม-สทฺโท ปกติปริยาโยติ อาห ‘‘ชาติสภาวาน’’นฺติ, ชายนปกติกานนฺติ วุตฺตํ โหติ. มคฺคภาวนาย มคฺคภาวนิจฺฉาเหตุกตา อิจฺฉิตพฺพาติ ตาทิสํ อิจฺฉํ นิวตฺเตนฺโต ‘‘วินา มคฺคภาวน’’นฺติ อาห. อปโร นโย น โข ปเนตนฺติ ยเมตํ ‘‘อโห วต มยํ น ชาติธมฺมา อสฺสาม, น จ วต โน ชาติ อาคจฺเฉยฺยา’’ติ เอวํ ปหีนสมุทเยสุ อริเยสุ วิชฺชมานํ อชาติธมฺมตฺตํ, ปรินิพฺพุเตสุ จ วิชฺชมานํ ชาติยา อนาคมนํ อิจฺฉิตํ, ตํ อิจฺฉนฺตสฺสาปิ มคฺคภาวนาย วินา อปฺปตฺตพฺพโต, อนิจฺฉนฺตสฺสาปิ ภาวนาย ปตฺตพฺพโต น อิจฺฉาย ปตฺตพฺพํ นาม โหตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺพฺโพ. วกฺขมานตฺถสมฺปิณฺฑนตฺโถ ปิ-สทฺโทติ อาห ‘‘อุปริ เสสานิ อุปาทาย ปิ-กาโร’’ติ. นฺติ เหตุอตฺเถ กรเณ ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘เยนปิ ธมฺเมนา’’ติ. เหตุอตฺโถ หิ อยํ ธมฺม-สทฺโท, อลพฺภเนยฺยภาโว เอตฺถ เหตุ เวทิตพฺโพ. นฺติ วา อิจฺฉิตสฺส วตฺถุโน อลพฺภนํ, เอวเมตฺถ ‘‘ยมฺปีติ เยนปี’’ติ วิภตฺติวิปลฺลาเสน อตฺโถ วุตฺโต. ยทา ปน ยํ-สทฺโท ‘‘อิจฺฉ’’นฺติ เอตํ อเปกฺขติ, ตทา อลาภวิสิฏฺา อิจฺฉา วุตฺตา โหติ. ยทา ปน ‘‘น ลภตี’’ติ เอตํ อเปกฺขติ, ตทา อิจฺฉาวิสิฏฺโ อลาโภ วุตฺโต โหติ, โส ปน อตฺถโต อฺโ ธมฺโม นตฺถิ, ตถาปิ อลพฺภเนยฺยวตฺถุคตา อิจฺฉาว วุตฺตา โหติ. สพฺพตฺถาติ ‘‘ชราธมฺมาน’’นฺติอาทินา อาคเตสุ สพฺพวาเรสุ.

สมุทยสจฺจนิทฺเทสวณฺณนา

๔๐๐. ปุนพฺภวกรณํ ปุโนพฺภโว อุตฺตรปทโลปํ กตฺวา มโน-สทฺทสฺส วิย ปุริมปทสฺส โอ-การนฺตตา ทฏฺพฺพา. อถ วา สีลนฏฺเน อิก-สทฺเทน คมิตตฺถตฺตา กิริยาวาจกสฺส สทฺทสฺส อทสฺสนํ ทฏฺพฺพํ ยถา ‘‘อสูปภกฺขนสีโล อสูปิโก’’ติ. สมฺโมหวิโนทนิยํ ปน ‘‘ปุนพฺภวํ เทติ, ปุนพฺภวาย สํวตฺตติ, ปุนปฺปุนํ ภเว นิพฺพตฺเตตีติ โปโนพฺภวิกา’’ติ (วิภ. อฏฺ. ๒๐๓) อตฺโถ วุตฺโต โส ‘‘ตทฺธิตา’’ อิติ พหุวจนนิทฺเทสโต, วิจิตฺตตฺตา วา ตทฺธิตวุตฺติยา, อภิธานลกฺขณตฺตา วา ตทฺธิตานํ เตสุปิ อตฺเถสุ โปโนพฺภวิกสทฺทสิทฺธิ สมฺภเวยฺยาติ กตฺวา วุตฺโต. ตตฺถ กมฺมุนา สหชาตา ปุนพฺภวํ เทติ, อสหชาตา กมฺมสหายภูตา ปุนพฺภวาย สํวตฺตติ, ทุวิธาปิ ปุนปฺปุนํ ภเว นิพฺพตฺเตตีติ ทฏฺพฺพา. นนฺทนฏฺเน, รฺชนฏฺเน จ นนฺทีราโค, โย จ นนฺทีราโค, ยา จ ตณฺหายนฏฺเน ตณฺหา, อุภยเมตํ เอกตฺถํ, พฺยฺชนเมว นานนฺติ ตณฺหา ‘‘นนฺทีราเคน สทฺธึ อตฺถโต เอกตฺตเมว คตา’’ติ วุตฺตา. ตพฺภาวตฺโถ เหตฺถ สห-สทฺโท ‘‘สนิทสฺสนา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๙) วิย. ตสฺมา นนฺทีราคสหคตาติ นนฺทีราคภาวํ คตา สพฺพาสุปิ อวตฺถาสุ นนฺทีราคภาวสฺส อปจฺจกฺขาย วตฺตนโตติ อตฺโถ. ราคสมฺพนฺเธน อุปฺปนฺนสฺสาติ วุตฺตํ. รูปารูปภวราคสฺส วิสุํ วุจฺจมานตฺตา กามภเว เอว ภวปตฺถนุปฺปตฺติ วุตฺตาติ เวทิตพฺพา.

ตสฺมึ ตสฺมึ ปิยรูเป ปมุปฺปตฺติวเสน ‘‘อุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ, ปุนปฺปุนํ ปวตฺติวเสน ‘‘นิวิสตี’’ติ. ปริยุฏฺานานุสยวเสน วา อุปฺปตฺตินิเวสา โยเชตพฺพา. สมฺปตฺติยนฺติ มนุสฺสโสภคฺเค, เทวตฺเต จ. อตฺตโน จกฺขุนฺติ สวตฺถุกํ จกฺขุํ วทติ, สปสาทํ วา มํสปิณฺฑํ. วิปฺปสนฺนํ ปฺจปสาทนฺติ ปริสุทฺธสุปฺปสนฺนนีลปีตโลหิตกณฺหโอทาตวณฺณวนฺตํ. รชตปนาฬิกํ วิย ฉิทฺทํ อพฺภนฺตเร โอทาตตฺตา. ปามงฺคสุตฺตํ วิย อาลมฺพกณฺณพทฺธํ. ตุงฺคา อุจฺจา ทีฆา นาสิกา ตุงฺคนาสา, เอวํ ลทฺธโวหารํ อตฺตโน ฆานํ. ‘‘ลทฺธโวหารา’’ติ วา ปาโ, ตสฺมึ สติ ตุงฺคา นาสา เยสํ เต ตุงฺคนาสา, เอวํ ลทฺธโวหารา สตฺตา อตฺตโน ฆานนฺติ โยชนา กาตพฺพา. ชิวฺหํ…เป… มฺนฺติ วณฺณสณฺานโต, กิจฺจโต จ. กายํ…เป… มฺนฺติ อาโรหปริณาหสมฺปตฺติยา. มนํ…เป… มฺนฺติ อตีตาทิอตฺถจินฺตนสมตฺถํ. อตฺตนา ปฏิลทฺธานิ อชฺฌตฺตฺจ สรีรคนฺธาทีนิ, พหิทฺธา จ วิเลปนคนฺธาทีนิ. อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชตีติ ยทา อุปฺปชฺชมานา โหติ, ตทา เอตฺถ อุปฺปชฺชตีติ สามฺเน คหิตา อุปฺปาทกิริยา ลกฺขณภาเวน วุตฺตา, วิสยวิสิฏฺา จ ลกฺขิตพฺพภาเวน. น หิ สามฺวิเสเสหิ นานตฺตโวหาโร น โหตีติ. อุปฺปชฺชมานาติ วา อนิจฺฉิโต อุปฺปาโท เหตุภาเวน วุตฺโต, อุปฺปชฺชตีติ นิจฺฉิโต ผลภาเวน ยทิ อุปฺปชฺชมานา โหติ, เอตฺถ อุปฺปชฺชตีติ.

นิโรธสจฺจนิทฺเทสวณฺณนา

๔๐๑. ‘‘สพฺพานิ นิพฺพานเววจนาเนวา’’ติ วตฺวา ตมตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘นิพฺพานฺหี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อาคมฺมาติ นิมิตฺตํ กตฺวา. นิพฺพานเหตุโก หิ ตณฺหาย อเสสวิราคนิโรโธ. ขยคมนวเสน วิรชฺชติ. อปฺปวตฺติคมนวเสน นิรุชฺฌติ. อนเปกฺขตาย จชนวเสน, หานิวเสน วา จชียติ. ปุน ยถา นปฺปวตฺตติ, ตถา ทูร ขิปนวเสน ปฏินิสฺสชฺชียติ. พนฺธนภูตาย โมจนวเสน มุจฺจติ. อสํกิเลสวเสน น อลฺลียติ. กสฺมา ปเนตํ นิพฺพานํ เอกเมว สมานํ นานานาเมหิ วุจฺจตีติ? ปฏิปกฺขนานตายาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกเมว หี’’ติอาทิมาห. สงฺขตธมฺมวิธุรสภาวตฺตา นิพฺพานสฺส นามานิปิ คุณเนมิตฺติกตฺตา สงฺขตธมฺมวิธุราเนว โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘สพฺพสงฺขตานํ นามปฏิปกฺขวเสนา’’ติ. อเสสํ วิรชฺชติ ตณฺหา เอตฺถาติ อเสสวิราโคติ. เอส นโย เสเสสุปิ. อยํ ปน วิเสโส – นตฺถิ เอตสฺส อุปฺปาโท, น วา เอตสฺมึ อธิคเต ปุคฺคลสฺส อุปฺปาโทติ อนุปฺปาโท, อสงฺขตธมฺโม. ‘‘อปฺปวตฺต’’นฺติอาทีสุปิ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อายูหนํ สมุทโย, ตปฺปฏิปกฺขวเสน อนายูหนํ.

ตณฺหา อปฺปหีเน สติ ยตฺถ อุปฺปชฺชติ, ปหาเน ปน สติ ตตฺถ ตตฺเถวสฺสา อภาโว สุทสฺสิโตติ อาห ‘‘ตตฺเถว อภาวํ ทสฺเสตุ’’นฺติ. อปฺตฺตินฺติ อปฺาปนํ, ‘‘ติตฺต อลาพุ อตฺถี’’ติ โวหาราภาวํ วา. ติตฺตอลาพุวลฺลิยา อปฺปวตฺตึ อิจฺฉนฺโต ปุริโส วิย อริยมคฺโค, ตสฺส ตสฺสา อปฺปวตฺตินินฺนจิตฺตสฺส มูลจฺเฉทนํ วิย มคฺคสฺส นิพฺพานารมฺมณสฺส ตณฺหาย ปหานํ, ตทปฺปวตฺติ วิย ตณฺหาย อปฺปวตฺติภูตํ นิพฺพานํ ทฏฺพฺพํ.

ทุติยอุปมายํ ทกฺขิณทฺวารํ วิย นิพฺพานํ, โจรฆาตกา วิย มคฺโค. ทกฺขิณทฺวาเร ฆาติตาปิ โจรา ปจฺฉา ‘‘อฏวิยํ โจรา ฆาติตา’’ติ วุจฺจนฺติ, เอวํ นิพฺพานํ อาคมฺม นิรุทฺธาปิ ตณฺหา ‘‘จกฺขาทีสุ นิรุทฺธา’’ติ วุจฺจติ ตตฺถ กิจฺจกรณาภาวโตติ ทฏฺพฺพํ. ปุริมา วา อุปมา มคฺเคน นิรุทฺธาย ‘‘ปิยรูปสาตรูเปสุ นิรุทฺธา’’ติ วตฺตพฺพตาทสฺสนตฺถํ วุตฺตา, ปจฺฉิมา นิพฺพานํ อาคมฺม นิรุทฺธาย ‘‘ปิยรูปสาตรูเปสุ นิรุทฺธา’’ติ วตฺตพฺพตาทสฺสนตฺถํ วุตฺตาติ อยํ เอตาสํ วิเสโส.

มคฺคสจฺจนิทฺเทสวณฺณนา

๔๐๒. อฺมคฺคปฏิกฺเขปนตฺถนฺติ ติตฺถิเยหิ ปริกปฺปิตสฺส มคฺคสฺส ทุกฺขนิโรธคามินิปฏิปทาภาวปฏิกฺเขปนตฺถํ, อฺสฺส วา มคฺคภาวปฏิกฺเขโป อฺมคฺคปฏิกฺเขโป, ตทตฺถํ. ‘‘อย’’นฺติ ปน อตฺตโน, เตสุ จ ภิกฺขูสุ เอกจฺจานํ ปจฺจกฺขภาวโต อาสนฺนปจฺจกฺขวจนํ. อารกตฺตาติ นิรุตฺตินเยน อริยสทฺทสิทฺธิมาห. อริยภาวกรตฺตาติ อริยกรโณ อริโยติ อุตฺตรปทโลเปน, ปุคฺคลสฺส อริยภาวกรตฺตา อริยํ กโรตีติ วา อริโย, อริยผลปฏิลาภกรตฺตา วา อริยํ ผลํ ลภาเปติ ชเนตีติ อริโย. ปุริเมน เจตฺถ อตฺตโน กิจฺจวเสน, ปจฺฉิเมน ผลวเสน อริยนามลาโภ วุตฺโตติ ทฏฺพฺโพ. จตุสจฺจปฏิเวธาวหํ กมฺมฏฺานํ จตุสจฺจกมฺมฏฺานํ, จตุสจฺจํ วา อุทฺทิสฺส ปวตฺตํ ภาวนากมฺมํ โยคิโน สุขวิเสสานํ านภูตนฺติ จตุสจฺจกมฺมฏฺานํ. ปุริมานิ ทฺเว สจฺจานิ วฏฺฏํ ปวตฺติเหตุภาวโต. ปจฺฉิมานิ วิวฏฺฏํ นิวตฺติตทธิคมุปายภาวโต. วฏฺเฏ กมฺมฏฺานาภินิเวโส สรูปโต ปริคฺคหสพฺภาวโต. วิวฏฺเฏ นตฺถิ อวิสยตฺตา, วิสยตฺเต จ ปโยชนาภาวโต. ปุริมานิ ทฺเว สจฺจานิ อุคฺคณฺหิตฺวาติ สมฺพนฺโธ. กมฺมฏฺานปาฬิยา หิ ตทตฺถสลฺลกฺขเณน วาจุคฺคตกรณํ อุคฺคโห. เตนาห ‘‘วาจาย ปุนปฺปุนํ ปริวตฺเตนฺโต’’ติ. อิฏฺํ กนฺตนฺติ นิโรธมคฺเคสุ นินฺนภาวํ ทสฺเสติ, น อภินนฺทนํ, ตนฺนินฺนภาโวเยว จ ตตฺถ กมฺมกรณํ ทฏฺพฺพํ.

เอกปฏิเวเธเนวาติ เอกาเณเนว ปฏิวิชฺฌเนน. ปฏิเวโธ ปฏิฆาตาภาเวน วิสเย นิสฺสงฺคจารสงฺขาตํ นิพฺพิชฺฌนํ. อภิสมโย อวิรชฺฌิตฺวา วิสยสฺส อธิคมสงฺขาโต อวโพโธ. ‘‘อิทํ ทุกฺขํ, เอตฺตกํ ทุกฺขํ, น อิโต ภิยฺโย’’ติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ชานนเมว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ ปริฺาปฏิเวโธ, เตน. อิทฺจ ยถา ตสฺมึ าเณ ปวตฺเต ปจฺฉา ทุกฺขสฺส สรูปาทิปริจฺเฉเท สมฺโมโห น โหติ, ตถา ปวตฺตึ คเหตฺวา วุตฺตํ, น ปน มคฺคาณสฺส ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๒.๔๘๔; ๓.๑๐๔) ปวตฺตนโต. ปหีนสฺส ปุน อปฺปหาตพฺพตาย ปกฏฺํ หานํ จชนํ สมุจฺฉินฺทนํ, ปหานเมว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ ปหานปฏิเวโธ, เตน. อยมฺปิ ยสฺมึ กิเลเส อปฺปหียมาเน มคฺคภาวนาย น ภวิตพฺพํ, อสติ จ มคฺคภาวนาย โย อุปฺปชฺเชยฺย, ตสฺส กิเลสสฺส ปฏิฆาตํ กโรนฺตสฺส อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปาเทนฺตสฺส าณสฺส ตถาปวตฺติยํ ปฏิฆาตาภาเวน นิสฺสงฺคจารํ อุปาทาย เอวํ วุตฺโต. สจฺฉิกิริยา ปจฺจกฺขกรณํ อนุสฺสวาการปริวิตกฺกาทิเก มุฺจิตฺวา สรูปโต อารมฺมณกรณํ ‘‘อิทํ ต’’นฺติ ยถาสภาวโต คหณํ, สา เอว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ สจฺฉิกิริยาปฏิเวโธ, เตน. อยํ ปนสฺส อาวรณสฺส อสมุจฺฉินฺทนโต าณํ นิโรธํ อาลมฺพิตุํ น สกฺโกติ, ตสฺส สมุจฺฉินฺทนโต ตํ สรูปโต วิภาเวนฺตเมว ปวตฺตตีติ เอวํ วุตฺโต. ภาวนา อุปฺปาทนา, วฑฺฒนา จ. ตตฺถ ปมมคฺเค อุปฺปาทนฏฺเน, ทุติยาทีสุ วฑฺฒนฏฺเน, อุภยตฺถาปิ วา อุภยถาปิ เวทิตพฺพํ. ปมมคฺเคปิ หิ ยถารหํ วุฏฺานคามินิยํ ปวตฺตํ ปริชานนาทึ วฑฺเฒนฺโต ปวตฺโตติ วฑฺฒนฏฺเน ภาวนา สกฺกา วิฺาตุํ. ทุติยาทีสุปิ อปฺปหีนกิเลสปฺปหานโต, ปุคฺคลนฺตรภาวสาธนโต จ อุปฺปาทนฏฺเน ภาวนา สกฺกา วิฺาตุํ, สา เอว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ ภาวนาปฏิเวโธ, เตน. อยมฺปิ หิ ยถา าเณ ปวตฺเต ปจฺฉา มคฺคธมฺมานํ สรูปปริจฺเฉเท สมฺโมโห น โหติ, ตถา ปวตฺติเมว คเหตฺวา วุตฺโต.

ติฏฺนฺตุ ตาว ยถาธิคตา มคฺคธมฺมา, ยถาปวตฺเตสุ ผลธมฺเมสุปิ อยํ ยถาธิคตสจฺจธมฺเมสุ วิย วิคตสมฺโมโหว โหติ. เตเนวาห ‘‘ทิฏฺธมฺโม ปตฺตธมฺโม วิทิตธมฺโม ปริโยคาฬฺหธมฺโม’’ติ (มหาว. ๑๘; ที. นิ. ๑.๒๙๙; ม. นิ. ๒.๖๙) ยโต สจสฺส ธมฺมตาสฺโจทิตา ยถาธิคตสจฺจธมฺมาลมฺพนิโย มคฺควีถิโต ปรโต มคฺคผลปหีนาวสิฏฺกิเลสนิพฺพานานํ ปจฺจเวกฺขณา ปวตฺตนฺติ, ทุกฺขสจฺจมฺโมปิ สกฺกายทิฏฺิอาทโย. อยฺจ อตฺถวณฺณนา ‘‘ปริฺาภิสมเยนา’’ติอาทีสุปิ วิภาเวตพฺพา. เอกาภิสมเยน อภิสเมตีติ เอตฺถาห วิตณฺฑวาที ‘‘อริยมคฺคาณํ จตูสุ สจฺเจสุ นานาภิสมยวเสน กิจฺจกร’’นฺติ, โส อภิธมฺเม (กถา. ๒๗๔) โอธิโสกถาย สฺาเปตพฺโพ. อิทานิ ตเมว เอกาภิสมยํ วิตฺถารวเสน วิภาเวตุํ ‘‘เอวมสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ปุพฺพภาเค…เป… ปฏิเวโธ โหตี’’ติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ ปฏิเวโธ ปุพฺพภาคิโย น โหตีติ? สจฺจเมตํ นิปฺปริยายโต, อิธ ปน อุคฺคหาทิวเสน ปวตฺโต อวโพโธ ปริยายโต ตถา วุตฺโต. ปฏิเวธนิมิตฺตตฺตา วา อุคฺคหาทิวเสน ปวตฺตํ ทุกฺขาทีสุ ปุพฺพภาเค าณํ ‘‘ปฏิเวโธ’’ติ วุตฺตํ, น ปฏิวิชฺฌนสภาวํ. กิจฺจโตติ ปุพฺพภาเคหิ ทุกฺขาทิาเณหิ กาตพฺพกิจฺจสฺส อิธ นิปฺผตฺติโต, อิมสฺเสว วา าณสฺส ทุกฺขาทิปฺปกาสนกิจฺจโต, ปริฺาทิโตติ อตฺโถ. อารมฺมณปฏิเวโธติ สจฺฉิกิริยาปฏิเวธมาห. สาติ ปจฺจเวกฺขณา. อิธาติ อิมสฺมึ าเน. อุคฺคหาทีสุ วุจฺจมาเนสุ น วุตฺตา อนวสรตฺตา. อธิคเม หิ สติ ตสฺสา สิยา อวสโร.

ตํเยว หิ อนวสรํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมสฺส จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปุพฺเพ ปริคฺคหโตติ กมฺมฏฺานปริคฺคหโต ปุพฺเพ. อุคฺคหาทิวเสน สจฺจานํ ปริคฺคณฺหนฺหิ ปริคฺคโห. ตถา ตานิ ปริคฺคณฺหนโต มนสิการทฬฺหตาย ปุพฺพภาคิยา ทุกฺขปริฺาทโย โหนฺติ เยวาติ อาห ‘‘ปริคฺคหโต ปฏฺาย โหตี’’ติ. อปรภาเคติ มคฺคกฺขเณ. ทุทฺทสตฺตาติ อตฺตโน ปวตฺติกฺขณวเสน ปากฏานิปิ ปกติาเณน สภาวรสโต ทฏฺุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา. คมฺภีเรเนว จ ภาวนาาเณน, ตถาปิ มตฺถกปฺปตฺเตน อริยมคฺคาเณเนว ยาถาวโต ปสฺสิตพฺพตฺตา คมฺภีรานิ. เตนาห ‘‘ลกฺขณปฏิเวธโต ปน อุภยมฺปิ คมฺภีร’’นฺติ. อิตรานิ อสํกิลิฏฺอสํกิเลสิกตาย อจฺจนฺตสุขปฺปตฺตาย อนุปฺปตฺติภวตาย, อนุปฺปนฺนปุพฺพตาย จ ปวตฺติวเสน อปากฏตฺตา จ ปรมคมฺภีรตฺตา, ตถา ปรมคมฺภีราเณเนว ปสฺสิตพฺพตาย ปกติาเณน ทฏฺุํ น สกฺกุเณยฺยานีติ ทุทฺทสานิ. เตนาห ‘‘อิตเรสํ ปนา’’ติอาทิ. ปโยโคติ กิริยา, วายาโม วา. ตสฺส มหนฺตตรสฺส อิจฺฉิตพฺพตํ, ทุกฺกรตรตฺจ อุปมาหิ ทสฺเสติ ‘‘ภวคฺคคฺคหณตฺถ’’นฺติอาทินา. ปฏิเวธกฺขเณติ อริยสฺส มคฺคสฺส จตุสจฺจสมฺปฏิเวธกฺขเณ. เอกเมว ตํ าณนฺติ ทุกฺขาทีสุ ปริฺาทิกิจฺจสาธนวเสน เอกเมว ตํ มคฺคาณํ โหติ.

อิเมสุ ตีสุ าเนสูติ อิเมสุ วิรมิตพฺพตาวเสน โชติเตสุ ตีสุ กามพฺยาปาทวิหึสาวิตกฺกวตฺถูสุ. วิสุํ วิสุํ อุปฺปนฺนสฺส ติวิธอกุสลสงฺกปฺปสฺส. ปทปจฺเฉทโตติ เอตฺถ คตมคฺโค ‘‘ปท’’นฺติ วุจฺจติ, เยน จ อุปาเยน การเณน กามวิตกฺโก อุปฺปชฺชติ, โส ตสฺส คตมคฺโคติ ตสฺส ปจฺเฉโท ฆาโต ปทปจฺเฉโท, ตโต ปทปจฺเฉทโต. อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทนํ อนุปฺปตฺติสาธนํ, ตสฺส วเสน. มคฺคกิจฺจสาธเนน มคฺคงฺคํ ปูรยมาโน เอโกว ติวิธกิจฺจสาธโน กุสลสงฺกปฺโป อุปฺปชฺชติ. ติวิธากุสลสงฺกปฺปสมุจฺเฉทนเมว เหตฺถ ติวิธกิจฺจสาธนํ ทฏฺพฺพํ. อิมินา นเยน ‘‘อิเมสุ จตูสุ าเนสู’’ติอาทีสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

มุสาวาทาเวรมณิอาทโยติ เอตฺถ ยสฺมา สิกฺขาปทวิภงฺเค (วิภ. ๗๐๓) วิรติเจตนา, สพฺเพ สมฺปยุตฺตธมฺมา จ สิกฺขาปทานีติ อาคตานีติ ตตฺถ ปธานานํ วิรติเจตนานํ วเสน ‘‘วิรติโยปิ โหนฺติ เจตนาโยปี’’ติ (วิภ. อฏฺ. ๗๐๓) สมฺโมหวิโนทนิยํ วุตฺตํ, ตสฺมา เกจิ ‘‘อาทิ-สทฺเทน น เกวลํ ปิสุณวาจา เวรมณิอาทีนํเยว สงฺคโห, อถ โข ตาทิสานํ เจตนานมฺปิ สงฺคโห’’ติ วทนฺติ, ตํ ปุพฺพภาควเสน วุจฺจมานตฺตา ยุชฺเชยฺย, มุสาวาทาทีหิ วิรมณกาเล วา วิรติโย, สุภาสิตาทิวาจาภาสนาทิกาเล จ เจตนาโย โยเชตพฺพา, มคฺคกฺขเณ ปน วิรติโยว อิจฺฉิตพฺพา เจตนานํ อมคฺคงฺคตฺตา. เอกสฺส าณสฺส ทุกฺขาทิาณตา วิย, เอกาย วิรติยา มุสาวาทาทิวิรติภาโว วิย จ เอกาย เจตนาย สมฺมาวาจาทิกิจฺจตฺตยสาธนสภาวาภาวา สมฺมาวาจาทิภาวาสิทฺธิโต, ตํสิทฺธิยํ องฺคตฺตยตาสิทฺธิโต จ.

ภิกฺขุสฺส อาชีวเหตุกํ กายวจีทุจฺจริตํ นาม อโยนิโส อาหารปริเยสนเหตุกเมว สิยาติ อาห ‘‘ขาทนีย…เป… ทุจฺจริต’’นฺติ. กายวจีทุจฺจริตคฺคหณฺจ กายวจีทฺวาเรเยว อาชีวปโกโป, น มโนทฺวาเรติ ทสฺสนตฺถํ. เตนาห ‘‘อิเมสุเยว สตฺตสุ าเนสู’’ติ.

อนุปฺปนฺนานนฺติ อสมุทาจารวเสน วา อนนุภูตารมฺมณวเสน วา อนุปฺปนฺนานํ. อฺถา หิ อนมตคฺเค สํสาเร อนุปฺปนฺนา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา นาม น สนฺติ. เตนาห ‘‘เอกสฺมึ ภเว’’ติอาทิ. ยสฺมึ ภเว อยํ อิมํ วีริยํ อารภติ, ตสฺมึ เอกสฺมึ ภเว. ชเนตีติ อุปฺปาเทติ. ตาทิสํ ฉนฺทํ กุรุมาโน เอวํ ฉนฺทํ ชเนติ นาม. วายามํ กโรตีติ ปโยคํ ปรกฺกมํ กโรติ. วีริยํ ปวตฺเตตีติ กายิกเจตสิกวีริยํ ปการโต วตฺเตติ. วีริเยน จิตฺตํ ปคฺคหิตํ กโรตีติ เตเนว สหชาตวีริเยน จิตฺตํ อุกฺขิเปนฺโต โกสชฺชปาตโต นิเสธเนน ปคฺคหิตํ กโรติ. ปทหนํ ปวตฺเตตีติ ปธานํ วีริยํ กโรติ. ปฏิปาฏิยา ปเนตานิ จตฺตาริ ปทานิ อาเสวนาภาวนาพหุลีกมฺมสาตจฺจกิริยาหิ โยเชตพฺพานิ.

อุปฺปนฺนปุพฺพานนฺติ สทิสโวหาเรน วุตฺตํ. ภวติ หิ ตํสทิเสสุ ตพฺโพหาโร ยถา ‘‘สา เอว ติตฺติริ, ตานิ เอว โอสธานี’’ติ. เตนาห ‘‘อิทานิ ตาทิเส’’ติ. อุปฺปนฺนานนฺติ ‘‘อนุปฺปนฺนา’’ติ อวตฺตพฺพตํ อาปนฺนานํ. ปหานายาติ ปชหนตฺถาย. อนุปฺปนฺนานํ กุสลานนฺติ เอตฺถ กุสลาติ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมา อธิปฺเปตา, เตสฺจ อุปฺปาโท นาม อธิคโม ปฏิลาโภ, ตปฺปฏิกฺเขเปน อนุปฺปาโท อปฺปฏิลาโภติ อาห ‘‘อปฺปฏิลทฺธานํ ปมชฺฌานาทีน’’นฺติ. ‘‘ิติยา วีริยํ อารภตี’’ติ วุตฺเต น ขณิติ อธิปฺเปตา ตทตฺถํ วีริยารพฺเภน ปโยชนาภาวโต, อถ โข ปพนฺธิติ อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติปพนฺธวเสน ิตตฺถ’’นฺติ. สมฺมุสฺสนํ ปฏิปกฺขธมฺมวเสน อทสฺสนมุปคมนนฺติ ตปฺปฏิกฺเขเปน อสมฺมุสฺสนํ อสมฺโมโสติ อาห ‘‘อสมฺโมสายาติ อวินาสนตฺถ’’นฺติ. ภิยฺโยภาโว ปุนปฺปุนํ ภวนํ, โส ปน อุปรูปริ อุปฺปตฺตีติ อาห ‘‘อุปริภาวายา’’ติ. เวปุลฺลํ อภิณฺหปฺปวตฺติยา ปคุณพลวภาวาปตฺตีติ วุตฺตํ ‘‘เวปุลฺลายาติ วิปุลภาวายา’’ติ, มหนฺตภาวายาติ อตฺโถ. ภาวนาย ปริปูรณตฺถนฺติ ฌานาทิภาวนาปริพฺรูหนตฺถํ.

จตูสุ าเนสูติ อนุปฺปนฺนากุสลานุปฺปาทนาทีสุ จตูสุ าเนสุ. กิจฺจสาธนวเสนาติ จตุพฺพิธสฺสปิ กิจฺจสฺส เอกชฺฌํ นิปฺผาทนวเสน.

ฌานานิ ปุพฺพภาเคปิ มคฺคกฺขเณปิ นานาติ ยทิปิ สมาธิอุปการเกหิ อภินิโรปนานุมชฺชนสมฺปิยายนพฺรูหนสนฺตสุขสภาเวหิ วิตกฺกาทีหิ สมฺปโยคเภทโต ภาวนาติสยปฺปวตฺตานํ จตุนฺนํ ฌานานํ วเสน สมฺมาสมาธิ วิภตฺโต, ตถาปิ วายาโม วิย อนุปฺปนฺนากุสลานุปฺปาทนาทิจตุวายามกิจฺจํ, สติ วิย จ อสุภาสุขานิจฺจานตฺเตสุ กายาทีสุ สุภาทิสฺาปฺปหานจตุสติกิจฺจํ, เอโก สมาธิ จตุฌานสมาธิกิจฺจํ น สาเธตีติ ปุพฺพภาเคปิ ปมชฺฌานสมาธิ เอว มคฺคกฺขเณปิ, ตถา ปุพฺพภาเคปิ จตุตฺถชฺฌานสมาธิ เอว มคฺคกฺขเณ ปีติ อตฺโถ. นานามคฺควเสนาติ ปมมคฺคาทินานามคฺควเสน ฌานานิ นานา. ทุติยาทโยปิ มคฺคา ทุติยาทีนํ ฌานานํ. อยํ ปนสฺสาติ เอตฺถ มคฺคภาเวน จตุพฺพิธมฺปิ เอกตฺเตน คเหตฺวา ‘‘อสฺสา’’ติ วุตฺตํ, อสฺส มคฺคสฺสาติ อตฺโถ. อยนฺติ ปน อยํ ฌานวเสน สพฺพสทิสสพฺพาสทิเสกจฺจสทิสตา วิเสโส.

ปาทกชฺฌานนิยเมน โหตีติ อิธ ปาทกชฺฌานนิยมํ ธุรํ กตฺวา วุตฺตํ, ยถา เจตฺถ, เอวํ สมฺโมหวิโนทนิยมฺปิ (วิภ. อฏฺ. ๒๐๕). อฏฺสาลินิยํ (ธ. ส. อฏฺ. ๓๕๐) ปน วิปสฺสนานิยโม วุตฺโต สพฺพวาทาวิโรธโต, อิธ ปน สมฺมสิตชฺฌานปุคฺคลชฺฌาสยวาทนิวตฺตนโต ปาทกชฺฌานนิยโม วุตฺโต. วิปสฺสนานิยโม ปน สาธารณตฺตา อิธาปิ น ปฏิกฺขิตฺโตติ ทฏฺพฺโพ. อฺเ จ อาจริยวาทา ปรโต วกฺขมานา วิภชิตพฺพาติ ยถาวุตฺตเมว ตาว ปาทกชฺฌานนิยมํ วิภชนฺโต อาห ‘‘ปาทกชฺฌานนิยเมน ตาวา’’ติ. ปมชฺฌานิโก โหติ, ยสฺมา อาสนฺนปเทเส วุฏฺิตสมาปตฺติ มคฺคสฺส อตฺตโน สทิสภาวํ กโรติ ภูมิวณฺโณ วิย โคธาวณฺณสฺส. ปริปุณฺณาเนว โหนฺตีติ อฏฺ สตฺต จ โหนฺตีติ อตฺโถ. สตฺต โหนฺติ สมฺมาสงฺกปฺปสฺส อภาวโต. ฉ โหนฺติ ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อภาวโต. มคฺคงฺคโพชฺฌงฺคานํ สตฺตฉภาวํ อติทิสติ ‘‘เอส นโย’’ติ. อรูเป จตุกฺกปฺจกชฺฌานํ…เป… วุตฺตํ อฏฺสาลินิยนฺติ อธิปฺปาโย. นนุ ตตฺถ ‘‘อรูเป ติกจตุกฺกชฺฌานํ อุปฺปชฺชตี’’ติ (ธ. ส. อฏฺ. ๓๕๐) วุตฺตํ, น ‘‘จตุกฺกปฺจกชฺฌาน’’นฺติ? สจฺจเมตํ, เยสุ ปน สํสโย อตฺถิ, เตสํ อุปฺปตฺติทสฺสเนน, เตน อตฺถโต ‘‘จตุกฺกปฺจกชฺฌานํ อุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตเมว โหตีติ เอวมาหาติ เวทิตพฺพํ. สมุทายฺจ อเปกฺขิตฺวา ‘‘ตฺจ โลกุตฺตรํ, น โลกิย’’นฺติ อาห ‘‘อวยเวกตฺตํ ลิงฺคสมุทายสฺส วิเสสกํ โหตี’’ติ. จตุตฺถชฺฌานเมว หิ ตตฺถ โลกิยํ อุปฺปชฺชติ, น จตุกฺกํ, ปฺจกํ วาติ. เอตฺถ กถนฺติ ปาทกชฺฌานสฺส อภาวา กถํ ทฏฺพฺพนฺติ อตฺโถ. ตํฌานิกาวสฺส ตตฺถ ตโย มคฺคา อุปฺปชฺชนฺติ, ตชฺฌานิกํปมผลาทึ ปาทกํ กตฺวา อุปริมคฺคภาวนายาติ อธิปฺปาโย. ติกจตุกฺกชฺฌานิกํ ปน มคฺคํ ภาเวตฺวา ตตฺถ อุปฺปนฺนสฺส อรูปจตุตฺถชฺฌานํ, ตชฺฌานิกํ ผลฺจ ปาทกํ กตฺวา อุปริมคฺคภาวนาย อฺฌานิกาปิ อุปฺปชฺชนฺตีติ, ฌานงฺคาทินิยามิกา ปุพฺพาภิสงฺขารสมาปตฺติปาทกํ, น สมฺมสิตพฺพาติ ผลสฺสาปิ ปาทกตา ทฏฺพฺพา.

เกจิ ปนาติ โมรวาปีมหาทตฺตตฺเถรํ สนฺธายาห. ปุน เกจีติ ติปิฏกจูฬาภยตฺเถรํ. ตติยวาเร เกจีติ ‘‘ปาทกชฺฌานเมว นิยเมตี’’ติ เอวํ วาทินํ ติปิฏกจูฬนาคตฺเถรฺเจว อนนฺตรํ วุตฺเต ทฺเว จ เถเร เปตฺวา อิตเร เถเร สนฺธาย วทติ.

๔๐๓. สสนฺตติปริยาปนฺนานํ ทุกฺขสมุทยานํ อปฺปวตฺติภาเวน ปริคฺคยฺหมาโน นิโรโธปิ สสนฺตติปริยาปนฺโน วิย โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘อตฺตโน วา จตฺตาริ สจฺจานี’’ติ. ปรสฺส วาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. เตนาห ภควา ‘‘อิมสฺมึเยว พฺยามมตฺเต กเฬวเร สสฺิมฺหิ สมนเก โลกฺจ ปฺาเปมิ, โลกสมุทยฺจ ปฺาเปมิ, โลกนิโรธฺจ ปฺาเปมิ, โลกนิโรธคามินิปฏิปทฺจ ปฺาเปมี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๐๗; อ. นิ. ๔.๔๕) กถํ ปน อาทิกมฺมิโก นิโรธมคฺคสจฺจานิ ปริคฺคณฺหาตีติ? อนุสฺสวาทิสิทฺธมาการํ ปริคฺคณฺหาติ. เอวฺจ กตฺวา โลกุตฺตรโพชฺฌงฺเค อุทฺทิสฺสาปิ ปริคฺคโห น วิรุชฺฌติ. ยถาสมฺภวโตติ สมฺภวานุรูปํ, เปตฺวา นิโรธสจฺจํ เสสสจฺจวเสน สมุทยวยาติ เวทิตพฺพาติ อตฺโถ.

จตุสจฺจปพฺพวณฺณนา นิฏฺิตา.

ธมฺมานุปสฺสนาวณฺณนา นิฏฺิตา.

๔๐๔. ‘‘อฏฺิกสงฺขลิกํ สมํส’’นฺติอาทิกา สตฺต สิวถิกา อฏฺิกกมฺมฏฺานตาย อิตราสํ อุทฺธุมาตกาทีนํ สภาเวเนวาติ นวนฺนํ สิวถิกานํ อปฺปนากมฺมฏฺานตา วุตฺตา. ทฺเวเยวาติ อานาปานํ, ทฺวตฺตึสากาโรติ อิมานิ ทฺเวเยว. อภินิเวโสติ วิปสฺสนาภินิเวโส, โส ปน สมฺมสนิยธมฺมปริคฺคโห. อิริยาปถา, อาโลกิตาทโย จ รูปธมฺมานํ อวตฺถาวิเสสมตฺตตาย น สมฺมสนุปคา วิฺตฺติอาทโย วิย. นีวรณโพชฺฌงฺคา อาทิโต น ปริคฺคเหตพฺพาติ วุตฺตํ ‘‘อิริยาปถ…เป… น ชายตี’’ติ. เกสาทิอปเทเสน ตทุปาทานธมฺมา วิย อิริยาปถาทิอปเทเสน ตทวตฺถา รูปธมฺมา ปริคฺคยฺหนฺติ, นีวรณาทิมุเขน จ ตํสมฺปยุตฺตา, ตํนิสฺสยธมฺมาติ อธิปฺปาเยน มหาสิวตฺเถโร จ อิริยาปถาทีสุปิ ‘‘อภินิเวโส ชายตี’’ติ อโวจ. ‘‘อตฺถิ นุ โข เม’’ติอาทิ ปน สภาวโต อิริยาปถาทีนํ อาทิกมฺมิกสฺส อนิจฺฉิตภาวทสฺสนํ. อปริฺาปุพฺพิกา หิ ปริฺาติ.

กามํ ‘‘อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขู’’ติอาทินา อุทฺเทสนิทฺเทเสสุ ตตฺถ ตตฺถ ภิกฺขุคฺคหณํ กตํ ตํปฏิปตฺติยา ภิกฺขุภาวทสฺสนตฺถํ, เทสนา ปน สพฺพสาธารณาติ ทสฺเสตุํ ‘‘โย หิ โกจิ ภิกฺขเว’’ อิจฺเจว วุตฺตํ, น ภิกฺขุ เยวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘โย หิ โกจิ ภิกฺขุ วา’’ติอาทิมาห. ทสฺสนมคฺเคน าตมริยาทํ อนติกฺกมิตฺวา ชานนฺตี สิขาปฺปตฺตา อคฺคมคฺคปฺา อฺา นาม, ตสฺส ผลภาวโต อคฺคผลํ ปีติ อาห ‘‘อฺาติ อรหตฺต’’นฺติ.

อปฺปตเรปิ กาเล สาสนสฺส นิยฺยานิกภาวํ ทสฺเสนฺโตติ โยชนา. นิยฺยาเตนฺโตติ นิคเมนฺโต.

มหาสติปฏฺานสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.

๑๐. ปายาสิราชฺสุตฺตวณฺณนา

๔๐๖. ภควตา เอวํ คหิตนามตฺตาติ โยชนา. ยสฺมา ราชปุตฺตา โลเก ‘‘กุมาโร’’ติ โวหรียนฺติ. อยฺจ รฺโ กิตฺติมปุตฺโต, ตสฺมา อาห ‘‘รฺโ…เป… สฺชานึสู’’ติ.

อสฺสาติ เถรสฺส. ปุฺานิ กโรนฺโต กปฺปสตสหสฺสํ เทเวสุ เจว มนุสฺเสสุ จ อุปฺปชฺชิตฺวา วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ นาสกฺขิ อินฺทฺริยานํ อปริปกฺกตฺตา. ตติยทิวเสติ ปพฺพตํ อารุฬฺหทิวสโต ตติเย ทิวเส.

เตสํ สาวกโพธิยา นิยตตาย, ปุฺสมฺภารสฺส จ สาติสยตฺตา วินิปาตํ อคนฺตฺวา เอกํ พุทฺธนฺตรํ…เป… อนุภวนฺตานํ. เทวตายาติ ปุพฺเพ สหธมฺมจารินิยา สุทฺธาวาสเทวตาย.

‘‘กุลทาริกาย กุจฺฉิมฺหิ อุปฺปนฺโน’’ติ วตฺวา ตํ เอวสฺส อุปฺปนฺนภาวํ มูลโต ปฏฺาย ทสฺเสตุํ ‘‘สา จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สาติ กุลทาริกา. -สทฺโท พฺยติเรกตฺโถ, เตน วุจฺจมานํ วิเสสํ โชเตติ. กุลฆรนฺติ ปติกุลเคหํ. คพฺภนิมิตฺตนฺติ คพฺภสฺส สณฺิตภาวนิมิตฺตํ. สติปิ วิสาขาย จ สาวตฺถิวาสิกุลปริยาปนฺนตฺเต ตสฺสา ตตฺถ ปธานภาวทสฺสนตฺถํ ‘‘วิสาขฺจา’’ติ วุตฺตํ ยถา ‘‘พฺราหฺมณา อาคตา วาสิฏฺโปิ อาคโต’’ติ. เทวตาติ อิธปิ สา เอว สุทฺธาวาสเทวตา. ปฺเหติ ‘‘ภิกฺขุ ภิกฺขุ อยํ วมฺมิโก’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๔๙) อาคเต ปนฺนรสปฺเห.

เสตพฺยาติ อิตฺถิลิงฺควเสน ตสฺส นครสฺส นามํ. อุตฺตเรนาติ เอน-สทฺทโยเคน ‘‘เสตพฺย’’นฺติ อุปโยควจนํ ปาฬิยํ วุตฺตํ. อตฺถวจเนน ปน อุตฺตรสทฺทํ อเปกฺขิตฺวา เสตพฺยโตติ นิสฺสกฺกปฺปโยโค กโต. อนภิสิตฺตกราชาติ ขตฺติยชาติโก อภิเสกํ อปฺปตฺโต.

ปายาสิราชฺวตฺถุวณฺณนา

๔๐๗. ทิฏฺิเยว ทิฏฺิคตนฺติ คต-สทฺเทน ปทวฑฺฒนมาห, ทิฏฺิยา วา คตมตฺตํ ทิฏฺิคตํ, อยาถาวคฺคาหิตาย คนฺตพฺพาภาวโต ทิฏฺิยา คหณมตฺตํ, เกวโล มิจฺฉาภินิเวโสติ อตฺโถ, ตํ ปน ทิฏฺิคตํ ตสฺส อโยนิโสมนสิการาทิวเสน อุปฺปชฺชิตฺวา ปฏิปกฺขสมฺมุขีภาวาภาวโต, อนุรูปาหารลาภโต จ สมุทาจารปฺปตฺตํ ชาตนฺติ ปาฬิยํ ‘‘อุปฺปนฺนํ โหตี’’ติ วุตฺตํ. ตํ ตํ การณํ อปทิสิตฺวาติ ตโต อิธาคจฺฉนกสฺส, อิโต ตตฺถ คจฺฉนกสฺส จ อปทิสนโต ‘‘ตตฺถ ตตฺเถว สตฺตานํ อุจฺฉิชฺชนโต’’ติ เอวมาทิ ตํ ตํ การณํ ปฏิรูปกํ อปทิสิตฺวา.

๔๐๘. อาปนฺนานธิปฺเปตตฺถวิสเย อยํ ปุรา-สทฺทปโยโคติ อาห ‘‘ปุรา…เป… สฺาเปตีติ ยาว น สฺาเปตี’’ติ.

จนฺทิมสูริยอุปมาวณฺณนา

๔๑๑. ยถา จนฺทิมสูริยา อุฬารวิปุโลภาสตาย อฺเน โอภาเสน อนภิภวนียา, เอวมยมฺปิ ปฺาโอภาเสนาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘จนฺทิม…เป… อฺเนา’’ติอาทิมาห. อาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน ‘‘กิตฺตเก าเน เอเต ปวตฺเตนฺติ, กิตฺตกฺจ านํ เนสํ อาภา ผรตี’’ติ เอวมาทิมฺปิ โจทนํ สงฺคณฺหาติ. ปลิเวเสฺสตีติ อาพนฺธิสฺสติ, อนุยุฺชิสฺสตีติ อตฺโถ. นิพฺเพเตุํ ตํ วิสฺสชฺเชตุํ. ตสฺมาติ ยสฺมา ยถาวุตฺตํ โจทนํ นิพฺเพเตุํ น สกฺโกติ, ตสฺมา. อตฺตโน อนิจฺฉิตํ สงฺฆาตนํ ปกฺขํ ปฏิชานนฺโต ‘‘ปรสฺมึ โลเก, น อิมสฺมิ’’นฺติอาทิมาห.

กถํ ปนายํ นตฺถิกทิฏฺิ ‘‘เทโว’’ติ ปฏิชานาตีติ ตตฺถ การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘ภควา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘เทวาปิ เทวตฺตภาเวเนว อุจฺฉิชฺชนฺติ, มนุสฺสาปิ มนุสฺสตฺตภาเวเนว อุจฺฉิชฺชนฺตี’’ติ เอวํ วา อสฺส ทิฏฺิ, เอวฺจ กตฺวา ‘‘เทวา เต, น มนุสฺสา’’ติ วจนฺจ น วิรุชฺฌติ. เอวํ จนฺเทติ จนฺทวิมาเน, น จ จนฺเท วา กถิยนฺเต.

๔๑๒. อาพาโธ เอเตสํ อตฺถีติ อาพาธิกา. ทุกฺขํ สฺชาตํ เอเตสนฺติ ทุกฺขิตา. สทฺธาย อยิตพฺพา สทฺธายิกา, สทฺธาย ปวตฺติฏฺานภูตา. เตนาห ‘‘อหํ ตุมฺเห’’ติอาทิ. ปจฺจโย ปตฺติยายนํ เอเตสุ อตฺถีติ ปจฺจยิกา.

โจรอุปมาวณฺณนา

๔๑๓. อุทฺทิสิตฺวาติ อุเปจฺจ ทสฺเสตฺวา. กมฺมการณิกสตฺเตสูติ เนรยิกานํ สงฺฆาตนกสตฺเตสุ. กมฺมเมวาติ เตหิ เตหิ เนรยิเกหิ กตกมฺมเมว. กมฺมการณํ กโรตีติ อายูหนานุรูปํ ตํ ตํ การณํ กโรติ, ตถา ทุกฺขํ อุปฺปาเทตีติ อตฺโถ. นิรยปาลาติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, เตน ตตฺถ สพฺพํ นิรยกณฺฑปาฬึ (ม. นิ. ๓.๒๕๙) สงฺคณฺหาติ. เอวํ สุตฺตโต (ม. นิ. ๓.๒๕๙) นิรยปาลานํ อตฺถิภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ยุตฺติโตปิ ทสฺเสตุํ ‘‘มนุสฺสโลเก’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เนรยิเก นิรเย ปาเลนฺติ ตโต นิคฺคนฺตุํ อปฺปทานวเสน รกฺขนฺตีติ นิรยปาลา. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ ปปฺจสูทนีฏีกายํ คเหตพฺพํ.

คูถกูปปุริสอุปมาวณฺณนา

๔๑๕. นิมฺมชฺชถาติ นิรวเสสโต มชฺชถ โสเธถ. ตํ ปน ตสฺส ตสฺส คูถสฺส ตถา โสธนํ อปนยนํ โหตีติ อาห ‘‘อปเนถา’’ติ.

อสุจีติ อสุทฺโธ, โส ปน ยสฺมา มนวฑฺฒนโก มโนหโร น โหติ, ตสฺมา อาห ‘‘อมนาโป’’ติ. อสุจิสงฺขาตํ อสุจิภาคตํ อตฺตโน สภาวตํ คโต ปตฺโตติ อสุจิสงฺขาโตติ อาห ‘‘อสุจิโกฏฺาสภูโต’’ติ. ทุคฺคนฺโธติ ทุฏฺคนฺโธ อนิฏฺคนฺโธ, โส ปน น โย โกจิ, อถ โข ปูติคนฺโธติ อาห ‘‘กุณปคนฺโธ’’ติ. ชิคุจฺฉิตพฺพยุตฺโตติ หีฬิตพฺพยุตฺโต. ปฏิกูโล ฆานินฺทฺริยสฺส ปฏิกูลรูโป. อุพฺพาธตีติ อุปรูปริ พาธติ. มนุสฺสานํ คนฺโธ…เป… พาธติ อติวิย อสุจิสภาวตฺตา, อสุจิมฺหิเยว ชาตสํวทฺธนภาวโต, เทวานฺจ ฆานปสาทสฺส ติกฺขวิสทภาวโต.

๔๑๖. ทูเร นิพฺพตฺตา ปรนิมฺมิตวสวตฺติอาทโย.

๔๑๙. สุนฺทรธมฺเมติ โสภนคุเณ. สุคติสุขนฺติ สุคติ เจว ตปฺปริยาปนฺนํ สุขฺจ.

คพฺภินีอุปมาวณฺณนา

๔๒๐. ปุฺกมฺมโต เอติ อุปฺปชฺชตีติ อโย, สุขํ. ตปฺปฏิปกฺขโต อนโย, ทุกฺขํ. อปกฺกนฺติ น สิทฺธํ น นิฏฺานปฺปตฺตํ. น ปริปาเจนฺติ น นิฏฺานํ ปาเปนฺติ. น อุปจฺฉินฺทนฺติ อตฺตวินิปาตสฺส สาวชฺชภาวโต. อาคเมนฺตีติ อุทิกฺขนฺติ. นิพฺพิสนฺติ ยสฺส ปน ตํ กมฺมผลํ นิพฺพิสนฺโต นิยุฺชนฺโต, นิพฺพิสนฺติ วา นิพฺเพสํ เวตนํ ปฏิกงฺขนฺโต ภตปุริโส ยถา.

๔๒๑. อุพฺภินฺทิตฺวาติ อุปสคฺเคน ปทวฑฺฒนมตฺตนฺติ อาห ‘‘ภินฺทิตฺวา’’ติ.

สุปินกอุปมาวณฺณนา

๔๒๒. ‘‘นิกฺขมนฺตํ วา ปวิสนฺตํ วา ชีว’’นฺติ อิทํ ตสฺส อชฺฌาสยวเสน วุตฺตํ. โส หิ ‘‘สตฺตานํ สุปินทสฺสนกาเล อตฺตภาวโต ชีโว พหิ นิกฺขมิตฺวา ตํตํอารามรามเณยฺยกทสฺสนาทิวเสน อิโต จิโต จ ปริพฺภมิตฺวา ปุนเทว อตฺตภาวํ อนุปวิสตี’’ติ เอวํ ปวตฺตมิจฺฉาคาหวิปลฺลตฺตจิตฺโต. อถสฺส เถโร ขุทฺทกาย อาณิยา วิปุลํ อาณึ นีหรนฺโต วิย ชีวสมฺามุเขน อุจฺเฉททิฏฺึ นีหริตุกาโม ‘‘อปิ นุ ตา ตุยฺหํ ชีวํ ปสฺสนฺติ ปวิสนฺตํ วา นิกฺขมนฺตํ วา’’ติ อาห. ยตฺถ ปน ตถารูปา ชีวสมฺา, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘จิตฺตาจารํ ชีวนฺติ คเหตฺวา อาหา’’ติ วุตฺตํ.

๔๒๓. เวเตฺวาติ เวขทานสงฺเขเปน เวเตฺวา. จวนกาเลติ จวนสฺส จุติยา ปตฺตกาเล, น จวมานกาเล. รูปกฺขนฺธมตฺตเมวาติ กติปยรูปธมฺมสงฺฆาตมตฺตเมว. อุตุสมุฏฺานรูปธมฺมสมูหมตฺตเมว หิ ตทา ลพฺภติ, มตฺต-สทฺโท วา วิเสสนิวตฺติอตฺโถ, เตน กมฺมชาทิติสนฺตติรูปวิเสสํ นิวตฺเตติ. อปฺปวตฺตา โหนฺตีติ อปฺปวตฺติกา โหนฺติ, น อุปลพฺภตีติ อตฺโถ. วิฺาเณ ปน ชีวสฺี, ตสฺมา ‘‘วิฺาณกฺขนฺโธ คจฺฉตี’’ติ อาห, ตตฺถ อนุปลพฺภนโตติ อธิปฺปาโย.

สนฺตตฺตอโยคุฬอุปมาวณฺณนา

๔๒๔. วูปสนฺตเตชนฺติ วิคตุสฺมํ.

๔๒๕. อามโตติ เอตฺถ อา-สทฺโท อามิส-สทฺโท วิย อุปฑฺฒปริยาโยติ อาห ‘‘อทฺธมโต’’ติ, อามโตติ วา อีสํ ทรเถน อุสฺมนา ยุตฺตมรโณ มรนฺโตติ อตฺโถ. มียมาโน หิ อวิคตุสฺโม โหติ, น มโต วิย วิคตุสฺโม. เตนาห ‘‘มริตุํ อารทฺโธ โหตี’’ติ. ตถา รูปสฺส โอธุนนํ นามสฺส โอรโต ปริวตฺตนเมวาติ อาห ‘‘โอรโต กโรถา’’ติ. โอรโต กาตุกามสฺส ปน สํปริวตฺตนํ สนฺธุนนํ, ตํ ปน ปรโต กรณนฺติ อาห ‘‘ปรโต กโรถา’’ติ. ปรมุขํ กตสฺส อิโต จิโต ปริวตฺตนํ นิทฺธุนนนฺติ อาห ‘‘อปราปรํ กโรถา’’ติ. อินฺทฺริยานิ อปริภินฺนานีติ อธิปฺปาเยน ‘‘ตฺจายตนํ น ปฏิสํเวเทตี’’ติ วุตฺตํ.

สงฺขธมอุปมาวณฺณนา

๔๒๖. สงฺขํ ธมติ, ธมาเปตีติ วา สงฺขธโม. อุปลาเปตฺวาติ อุปรูปริ สทฺทโยควเสน สลฺลาเปตฺวา, สทฺทยุตฺตํ กตฺวาติ อตฺโถ. ตํ ปน อตฺถโต ธมนเมวาติ อาห ‘‘ธมิตฺวา’’ติ.

อคฺคิกชฏิลอุปมาวณฺณนา

๔๒๘. อาหิโต อคฺคิ เอตสฺส อตฺถีติ อคฺคิโก, สฺวาสฺส อคฺคิกภาโว ยสฺมา อคฺคิหุตมาลาเวทิสมฺปาทเนหิ เจว อินฺธนธูมพริหิสสปฺปิเตลูปหรเณหิ พลิปุปฺผธูมคนฺธาทิอุปหาเรหิ จ ตสฺส ปยิรุปาสนาย อิจฺฉิโต, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อคฺคิปริจารโก’’ติ. อายุํ ปาปุณาเปยฺยนฺติ ยถา จิรชีวี โหติ, เอวํ อายุํ ปจฺฉิมวยํ ปาเปยฺยํ. วฑฺฒึ คเมยฺยนฺติ สรีราวยเว, คุณาวยเว จ ผาตึ ปาเปยฺยํ. อรณี ยุคฬนฺติ อุตฺตรารณี, อธรารณีติ อรณีทฺวยํ.

๔๒๙. เอวนฺติ ‘‘พาโล ปายาสิราชฺโ’’ติอาทิปฺปกาเรน. ตยาติ เถรํ สนฺธาย วทติ. วุตฺตยุตฺตการณมกฺขลกฺขเณนาติ วุตฺตยุตฺตการณสฺส มกฺขนสภาเวน. ยุคคฺคาหลกฺขเณนาติ สมธุรคฺคหณลกฺขเณน. ปลาเสนาติ ปลาเสตีติ ปลาโส, ปรสฺส คุเณ อุตฺตริตเร ฑํสิตฺวา วิย ฉฑฺเฑนฺโต อตฺตโน คุเณหิ สเม กโรตีติ อตฺโถ. สมกรณรโส หิ ปลาโส, เตน ปลาเสน.

ทฺเวสตฺถวาหอุปมาวณฺณนา

๔๓๐. หริตกปตฺตนฺติ หริตพฺพปตฺตํ, อปฺปปตฺตนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อนฺตมโส’’ติอาทิ. สนฺนทฺธธนุกลาปนฺติ เอตฺถ กลาปนฺติ ตูณีรมาห, ตฺจ สนฺนยฺหโต ธนุนา วินา น สนฺนยฺหตีติ อาห ‘‘สนฺนทฺธธนุกลาป’’นฺติ. อาสิตฺโตทกานิ วฏุมานีติ คมนมคฺคา เจว ตํตํอุทกมคฺคา จ สมฺมเทว เทเวน ผุฏฺตฺตา ตหํ ตหํ ปคฺฆริตอุทก สนฺทมานอุทกา. เตนาห ‘‘ปริปุณฺณสลิลา มคฺคา จ กนฺทรา จา’’ติ.

ยถาภเตนาติ สกเฏสุ ยถาปิเตน, ยถา ‘‘อมฺม อิโต กโรหี’’ติ วุตฺเต เปสีติ อตฺโถ กรณกิริยาย กิริยาสามฺวาจีภาวโต. ตสฺมา ยถาโรปิเตน, ยถาคหิเตนาติ อตฺโถ วุตฺโต.

อกฺขธุตฺตกอุปมาวณฺณนา

๔๓๔. ปราชยคุฬนฺติ เยน คุเฬน, ยาย สลากาย ิตาย จ ปราชโย โหติ, ตํ อทสฺสนํ คเมนฺโต คิลติ. ปชฺโชหนนฺติ ปกาเรหิ ชุหนกมฺมํ. ตํ ปน พลิทานวเสน กรียตีติ อาห ‘‘พลิกมฺม’’นฺติ.

สาณภาริกอุปมาวณฺณนา

๔๓๖. คามปตฺตนฺติ คาโม เอว หุตฺวา อาปชฺชิตพฺพํ, สุฺภาเวน อนาวสิตพฺพํ. เตนาห ‘‘วุฏฺิตคามปเทโส’’ติ. คามปทนฺติ ยถา ปุริสสฺส ปาทนิกฺขิตฺตฏฺานํ อธิคตปริจฺเฉทํ ‘‘ปท’’นฺติ วุจฺจติ, เอวํ คามวาสีหิ อาวสิตฏฺานํ อธิคตนิวุตฺถาคารํ ‘‘คามปท’’นฺติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘อยเมวตฺโถ’’ติ. สุสนฺนทฺโธติ สุเขน คเหตฺวา คมนโยคฺยตาวเสน สุฏฺุ สชฺชิโต. ตํ ปน สุสชฺชนํ สุฏฺุ พนฺธนวเสเนวาติ อาห ‘‘สุพทฺโธ’’ติ.

อยาทีนมฺปิ โลหภาเว สติปิ โลห-สทฺโท สาสเน ตมฺพโลเห นิรุฬฺโหติ อาห ‘‘โลหนฺติ ตมฺพโลห’’นฺติ.

สรณคมนวณฺณนา

๔๓๗. อภิรทฺโธติ อาราธิตจิตฺโต, สาสนสฺส อาราธิตจิตฺตตา ปสีทนวเสนาติ อาห ‘‘อภิปฺปสนฺโน’’ติ. ปฺหุปฏฺานานีติ ปฺเหสุ อุปฏฺานานิ มยา ปุจฺฉิตตฺเถสุ ตุมฺหากํ วิสฺสชฺชนวเสน าณุปฏฺานานิ.

ยฺกถาวณฺณนา

๔๓๘. สงฺฆาตนฺติ สํ-สทฺโท ปทวฑฺฒนมตฺตนฺติ อาห ‘‘ฆาต’’นฺติ. วิปากผเลนาติ สทิสผเลน. มหปฺผโล น โหติ ควาทิปาณฆาเตน อุปกฺกิลิฏฺภาวโต. คุณานิสํเสนาติ อุทฺทยผเลน. อานุภาวชุติยาติ ปฏิปกฺขวิคมนชนิเตน สภาวสงฺขาเตน เตเชน. น มหาชุติโก โหติ อปริสุทฺธภาวโต. วิปากวิปฺผารตายาติ วิปากผลสฺส วิปุลตาย, ปาริปูริยาติ อตฺโถ. ทุฏฺุเขตฺเตติ อุสภาทิโทเสหิ ทูสิตเขตฺเต, ตํ ปน วปฺปาภาวโต อสารํ โหตีติ อาห ‘‘นิสฺสารเขตฺเต’’ติ. ทุพฺภูเมติ กุจฺฉิตภูมิภาเค, สฺวาสฺส กุจฺฉิตภาโว อสารตาย วา สิยา นินฺนตาทิโทสวเสน วา. ตตฺถ ปโม ปกฺโข ปมปเทน ทสฺสิโตติ อิตรํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิสมภูมิภาเค’’ติ อาห. ทณฺฑาภิฆาตาทินา ฉินฺนภินฺนานิ. ปูตีนีติ โคมยเลปทานาทิสุเขน อสุกฺขาปิตตฺตา ปูติภาวํ คตานิ. ตานิ ปน ยสฺมา สารวนฺตานิ น โหนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘นิสฺสารานี’’ติ. วาตาตปหตานีติ วาเตน จ อาตเปน จ วินฏฺพีชสามตฺถิยานิ. เตนาห ‘‘ปริยาทินฺนเตชานี’’ติ. ยํ ยถาชาตวีหิอาทิคเตน ตณฺฑุเลน องฺกุรุปฺปาทนโยคฺยพีชสามตฺถิยํ, ตํ ตณฺฑุลสาโร, ตสฺส อาทานํ คหณํ ตถาอุปฺปชฺชนเมว. เอตานิ ปน พีชานิ น ตาทิสานิ ขณฺฑาทิโทสวนฺตตาย. ธาราย เขตฺเต อนุปฺปเวสนํ นาม วสฺสนเมว, ตํ ปฏิกฺเขปวเสน ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘น สมฺมา วสฺเสยฺยา’’ติ. องฺกุรมูลปตฺตาทีหีติ เจตฺถ องฺกุรกนฺทาทีหิ อุทฺธํ วุทฺธึ, มูลชฏาทีหิ เหฏฺา วิรุฬฺหึ, ปตฺตปุปฺผาทีหิ สมนฺตโต จ เวปุลฺลนฺติ โยชนา.

อปรูปฆาเตนาติ ปเรสํ วิพาธเนน. อุปฺปนฺนปจฺจยโตติ นิพฺพตฺติตฆาสจฺฉาทนาทิเทยฺยธมฺมโต. ควาทิฆาเตนปิ หิ ตตฺถ ปฏิคฺคาหกานํ ฆาโส สงฺกียติ. ‘‘อปรูปฆาติตายา’’ติ อิทํ สีลวนฺตตาย การณวจนํ. คุณาติเรกนฺติ คุณาติริตฺตํ, สีลาทิโลกุตฺตรคุเณหิ วิสิฏฺนฺติ อตฺโถ. วิปุลาติ สทฺธาสมฺปทาทิวเสน อุฬารา.

อุตฺตรมาณววตฺถุวณฺณนา

๔๓๙. อถ โข เตหิ สกุณฺฑเกหิ ตณฺฑุเลหิ สิทฺธํภตฺตํ อุตฺตณฺฑุลเมว โหตีติ อาห ‘‘อุตฺตณฺฑุลภตฺต’’นฺติ. พิลงฺคํ วุจฺจติ อารนาลํ พิลงฺคโต นิพฺพตฺตนโต, ตเทว กฺชิยโต ชาตนฺติ กฺชิยํ, ตํ ทุติยํ เอตสฺสาติ พิลงฺคทุติยํ, ตํ ‘‘กฺชิกทุติย’’นฺติ จ วุตฺตํ. โธรกานีติ โธวิยานิ. ยสฺมา ถูลตรานิปิ ‘‘ถูลานี’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหนฺติ, ตสฺมา ‘‘ถูลานิ จา’’ติ วุตฺตํ. คุฬทสานีติ สุตฺตานํ ถูลตาย, กฺชิกสฺส พหลตาย จ ปิณฺฑิตทสานิ. เตนาห ‘‘ปุฺชปุฺช…เป… ทสานี’’ติ. อนุทฺทิสตีติ อนุ อนุ กเถติ.

๔๔๐. อสกฺกจฺจนฺติ น สกฺกจฺจํ อนาทรการํ, ตํ ปน กมฺมผลสทฺธาย อภาเวน โหตีติ อาห ‘‘สทฺธาวิรหิต’’นฺติ. อจิตฺตีกตนฺติ จิตฺตีการปจฺจุปฏฺาปนวเสน น จิตฺตีกตํ. เตนาห ‘‘จิตฺตีการวิรหิต’’นฺติอาทิ. จิตฺตีการรหิตํ วา อจิตฺตีกตํ, ยถา กตํ ปเรสํ วิมฺหยาวหํ โหติ, ตถา อกตํ. จิตฺตสฺส อุฬารปณีตภาโว ปน อสกฺกจฺจทาเนเนว พาธิโต. อปวิทฺธนฺติ ฉฑฺฑนียธมฺมํ วิย อปวิทฺธํ กตฺวา, เอเตน ตสฺมึ ทาเน คารวากรณํ วทติ. เสรีสกํ นามาติ ‘‘เสรีสก’’นฺติ เอวํ นามกํ. ตุจฺฉนฺติ ปริชนปริจฺเฉทวิรหโต ริตฺตํ.

ปายาสิเทวปุตฺตวณฺณนา

๔๔๑. ตสฺสานุภาเวนาติ ตสฺส ทานสฺส อานุภาเวน. สิรีสรุกฺโขติ ปภสฺสรขนฺธวิฏปสาขาปลาสสมฺปนฺโน มนุฺทสฺสโน ทิพฺโพ สิรีสรุกฺโข. อฏฺาสีติ ผลสฺส กมฺมสริกฺขตํ ทสฺเสนฺโต วิมานทฺวาเร นิพฺพตฺติตฺวา อฏฺาสิ. ปุพฺพาจิณฺณวเสนาติ ปุริมชาติยํ ตตฺถ นิวาสปริจยนวเสน. น เกวลํ ปุพฺพาจิณฺณวเสเนว, อถ โข อุตุสุขุมวเสน ปีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ กิรสฺส อุตุสุขํ โหตี’’ติ อาห.

โสติ อุตฺตโร มาณโว. ยทิ อสกฺกจฺจํ ทานํ ทตฺวา ปายาสิ ตตฺถ นิพฺพตฺโต, ปายาสิสฺส ปริจาริกา สกฺกจฺจํ ทานํ ทตฺวา กถํ ตตฺถ นิพฺพตฺตาติ อาห ‘‘ปายาสิสฺส ปนา’’ติ. นิกนฺติวเสนาติ ปายาสิมฺหิ สาเปกฺขาวเสน, ปุพฺเพปิ วา ตตฺถ นิวุตฺถปุพฺพตาย. ทิสาจาริกวิมานนฺติ อากาสฏฺํ หุตฺวา ทิสาสุ วิจรณกวิมานํ, น รุกฺขปพฺพตสิขราทิสมฺพนฺธํ. วฏฺฏนิอฏวิยนฺติ วิมานวีถิยนฺติ.

ปายาสิราชฺสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.

นิฏฺิตา จ มหาวคฺคฏฺกถาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.

มหาวคฺคฏีกา นิฏฺิตา.