📜
(๘) ๓. อานนฺทวคฺโค
๑. ฉนฺนสุตฺตวณฺณนา
๗๒. ตติยสฺส ปเม ฉนฺนปริพฺพาชโกติ น นคฺคปริพฺพาชโก. พาหิรกสมยํ ลฺุจิตฺวา หรนฺโตติ พาหิรกานํ สมยํ นิเสเธตฺวา อาปนฺโน.
ปฺาจกฺขุสฺส วิพนฺธนโต อนฺธํ กโรตีติ อนฺธกรโณติ อาห ‘‘ยสฺส ราโค อุปฺปชฺชตี’’ติอาทิ. อจกฺขุกรโณติ อสมตฺถสมาโสยํ ‘‘อสูริยปสฺสานิ มุขานี’’ติอาทีสุ วิยาติ อาห ‘‘ปฺาจกฺขุํ น กโรตีติ อจกฺขุกรโณ’’ติ. ปฺานิโรธิโกติ อนุปฺปนฺนาย โลกิยโลกุตฺตราย ปฺาย อุปฺปชฺชิตุํ น เทติ, โลกิยปฺํ ปน อฏฺสมาปตฺติปฺจาภิฺาวเสน อุปฺปนฺนมฺปิ สมุจฺฉินฺทิตฺวา ขิปตีติ ปฺานิโรธิโกติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺพฺโพ. อนุปฺปนฺนานุปฺปาทอุปฺปนฺนปริหานินิมิตฺตตาย หิ ปฺํ นิโรเธตีติ ปฺานิโรธิโก. วิหนติ วิพาธตีติ วิฆาโต, ทุกฺขนฺติ อาห ‘‘ทุกฺขสงฺขาตสฺส วิฆาตสฺสา’’ติ. กิเลสนิพฺพานนฺติ อิมินา อสงฺขตนิพฺพานเมว วทติ. อสงฺขตฺหิ นิพฺพานํ นาม, ตํ ปจฺจกฺขํ ¶ กาตุํ น เทตีติ อนิพฺพานสํวตฺตนิโก. โลกุตฺตรมิสฺสโก กถิโต ปุพฺพภาคิยสฺสปิ อริยมคฺคสฺส กถิตตฺตา.
ฉนฺนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺิตา.
๒. อาชีวกสุตฺตวณฺณนา
๗๓. ทุติเย ¶ น อฺาตุกาโมติ น อาชานิตุกาโมเยวาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปริคฺคณฺหนตฺถํ ปน อาคโต’’ติ, ปฺาย ปริจฺฉินฺทิตฺวา อุปปริกฺขิตฺวา คณฺหนตฺถนฺติ อตฺโถ. การณาปเทโสติ การณนิทฺเทโส. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
อาชีวกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺิตา.
๓. มหานามสกฺกสุตฺตวณฺณนา
๗๔. ตติเย คิลานสฺส ภาโว เคลฺนฺติ อาห ‘‘คิลานภาวโต’’ติ. ทีเปตีติ เทสนากฺกเมเนว ปฺาเปติ. ปมฺหิ เสขสีลสมาธิปฺาโย วตฺวา ปจฺฉา อเสขสีลาทีนิ วทนฺโต อิมมตฺถํ ทีเปติ.
มหานามสกฺกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺิตา.
๔. นิคณฺสุตฺตวณฺณนา
๗๕. จตุตฺเถ หํสวฏฺฏกจฺฉนฺเนนาติ หํสวฏฺฏกปริจฺฉนฺเนน, หํสมณฺฑลากาเรนาติ อตฺโถ. นตฺถิ เอตสฺส ปริเสสนฺติ อปริเสสํ. เตนาห ‘‘อปฺปมตฺตกมฺปิ อเสเสตฺวา’’ติ. อปริเสสธมฺมชานนโต วา อปริเสสสงฺขาตํ าณทสฺสนํ ปฏิชานาตีติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺพฺโพ. สตตนฺติ นิจฺจํ. สมิตนฺติ ตสฺเสว เววจนนฺติ อาห ‘‘สตตํ สมิตนฺติ สพฺพกาลํ นิรนฺตร’’นฺติ. อถ วา นิจฺจฏฺเน สตต-สทฺเทน อภิณฺหปฺปวตฺติ โชติตา สิยาติ ‘‘สมิต’’นฺติ วุตฺตํ. เตน นิรนฺตรปฺปวตฺตึ ทสฺเสตีติ อาห ‘‘สพฺพกาลํ นิรนฺตร’’นฺติ.
วิสุทฺธิสมฺปาปนตฺถายาติ ¶ ราคาทีหิ มเลหิ อภิชฺฌาวิสมโลภาทีหิ จ อุปกฺกิลิฏฺจิตฺตานํ สตฺตานํ วิสุทฺธิปาปนตฺถาย. สมติกฺกมนตฺถายาติ โสกสฺส จ ปริเทวสฺส จ ปหานตฺถาย. อตฺถํ คมนตฺถายาติ กายิกทุกฺขสฺส จ เจตสิกโทมนสฺสสฺส จาติ อิเมสํ ทฺวินฺนํ อตฺถงฺคมนาย, นิโรธายาติ อตฺโถ. ายติ นิจฺฉเยน กมติ นิพฺพานํ. ตํ วา ¶ ายติ ปฏิวิชฺฌติ เอเตนาติ าโย, อริยมคฺโคติ อาห ‘‘มคฺคสฺส อธิคมนตฺถายา’’ติ. อปจฺจยนิพฺพานสฺส สจฺฉิกรณตฺถายาติ ปจฺจยรหิตตฺตา อปจฺจยสฺส อสงฺขตสฺส ตณฺหาวานวิรหิตตฺตา นิพฺพานนฺติ ลทฺธนามสฺส อมตสฺส สจฺฉิกิริยาย, อตฺตปจฺจกฺขตายาติ วุตฺตํ โหติ. ผุสิตฺวา ผุสิตฺวาติ ปตฺวา ปตฺวา. เสสเมตฺถ สุวิฺเยฺยเมว.
นิคณฺสุตฺตวณฺณนา นิฏฺิตา.
๕. นิเวสกสุตฺตวณฺณนา
๗๖. ปฺจเม กิจฺจกรณีเยสุ สหภาวฏฺเน อมา โหนฺตีติ อมจฺจา. ‘‘อยํ อชฺฌตฺติโก’’ติ เอวํ ชานนฺติ, ายนฺติ วาติ าตี. สสฺสุสสุรปกฺขิกาติ สสฺสุสสุรา จ ตปฺปกฺขิโก จ สสฺสุสสุรปกฺขิกา. โลหิเตน สมฺพทฺธาติ สาโลหิตา. ปิตุปกฺขิกา วา าตี, มาตุปกฺขิกา สาโลหิตา. มาตุปิตุปกฺขิกา วา าตี, สสฺสุสสุรปกฺขิกา สาโลหิตา. อเวจฺจ รตนสฺส คุเณ ยาถาวโต ตฺวา ปสาโท อเวจฺจปฺปสาโท. โส ปน ยสฺมา มคฺเคนาคตตฺตา เกนจิ อกมฺปนีโย จ อปฺปธํสิโย จ โหติ, ตสฺมา เอวํ วุตฺตํ ‘‘อจลปฺปสาโท’’ติ. ภาวฺถตฺตนฺติ สภาวสฺส อฺถตฺตํ.
วีสติยา โกฏฺาเสสูติ เกสาทิมตฺถลุงฺคปริยนฺเตสุ. ทฺวาทสสุ โกฏฺาเสสูติ ปิตฺตาทิมุตฺตปริยนฺเตสุ. จตูสุ โกฏฺาเสสูติ ‘‘เยน จ สนฺตปฺปติ, เยน จ ชีรียติ, เยน จ ปริทยฺหติ, เยน จ อสิตปีตขายิตสายิตํ สมฺมา ปริณามํ คจฺฉตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๐๔) เอวํ วุตฺเตสุ จตูสุ โกฏฺาเสสุ. ฉสุ โกฏฺาเสสูติ ‘‘อุทฺธงฺคมา วาตา, อโธคมา วาตา, กุจฺฉิสยา วาตา, โกฏฺาสยา วาตา, องฺคมงฺคานุสาริโน วาตา, อสฺสาโส ปสฺสาโส’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๐๕) เอวํ วุตฺเตสุ ฉสุ โกฏฺาเสสุ. วิตฺถมฺภนํ เสสภูตตฺตยสนฺถมฺภิตตาปาทนํ, ‘‘อุปกีฬน’’นฺติ เอเก. เสสํ สุวิฺเยฺยเมว.
นิเวสกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺิตา.
๖-๗. ปมภวสุตฺตาทิวณฺณนา
๗๗-๗๘. ฉฏฺเ ¶ ¶ อภิสงฺขารวิฺาณนฺติ กมฺมสหชาตํ วิฺาณํ. เสสเมตฺถ สุวิฺเยฺยเมว. สตฺตเม นตฺถิ วตฺตพฺพํ.
ปมภวสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺิตา.
๘. สีลพฺพตสุตฺตวณฺณนา
๗๙. อฏฺเม ทุกฺกรการิกานุโยโคติ ทุกฺกรกิริยาย อนุโยโค. อุปฏฺาเนน สารนฺติ อุปฏฺานากาเรน สารํ. ‘‘อิทํ วร’’นฺติอาทินา อุปฏฺานาการํ วิภาเวติ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ สตฺถารา ปุจฺฉิเต ปฺเห.
สีลพฺพตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺิตา.
๙. คนฺธชาตสุตฺตวณฺณนา
๘๐. นวเม มูเล, มูลสฺส วา คนฺโธ มูลคนฺโธติ อาห ‘‘มูลวตฺถุโก คนฺโธ’’ติ. มูลํ วตฺถุ เอตสฺสาติ มูลวตฺถุโก. อิทานิ มูลํ คนฺธโยคโต คนฺโธติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘คนฺธสมฺปนฺนํ วา มูลเมว มูลคนฺโธ’’ติ อาห. ปจฺฉิโมเยเวตฺถ อตฺถวิกปฺโป ยุตฺตตโรติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺส หิ คนฺโธ’’ติอาทิมาห. วสฺสิกปุปฺผาทีนนฺติ สุมนปุปฺผาทีนํ.
คนฺธชาตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺิตา.
๑๐. จูฬนิกาสุตฺตวณฺณนา
๘๑. ทสเม อรุณวติสุตฺตนฺตอฏฺุปฺปตฺติยนฺติ ‘‘ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, ราชา อโหสิ อรุณวา นาม. รฺโ โข ปน, ภิกฺขเว, อรุณวโต อรุณวตี นาม ราชธานี อโหสิ. อรุณวตึ โข ปน, ภิกฺขเว, ราชธานึ สิขี ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อุปนิสฺสาย วิหาสิ. สิขิสฺส ¶ โข ปน, ภิกฺขเว, ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อภิภูสมฺภวํ นาม สาวกยุคํ อโหสิ อคฺคํ ภทฺทยุคํ. อถ โข, ภิกฺขเว, สิขี ภควา อรหํ ¶ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อภิภุํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสี’’ติอาทินา พฺรหฺมสํยุตฺเต (สํ. นิ. ๑.๑๘๕) อาคตสฺส อรุณวติสุตฺตนฺตสฺส อฏฺุปฺปตฺติยํ. อติปฺปโคติ อติวิย ปโค, อติวิย ปาโตติ อตฺโถ, น ตาว กุเลสุ ภตฺตํ นิฏฺาตีติ วุตฺตํ โหติ.
อุชฺฌายนฺตีติ อวฌายนฺติ, เหฏฺา กตฺวา จินฺเตนฺติ, ลามกโต จินฺเตนฺติ. อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิกุพฺพนํ กตฺวาติ ‘‘ปกติวณฺณํ วิชหิตฺวา นาควณฺณํ วา ทสฺเสติ, สุปณฺณวณฺณํ วา ทสฺเสตี’’ติอาทินา (ปฏิ. ม. ๓.๑๓) นเยน อาคตํ อเนกปฺปการํ อิทฺธิวิกุพฺพนํ กตฺวา. สหสฺสิโลกธาตุนฺติ จกฺกวาฬสหสฺสํ. คาถาทฺวยํ อภาสีติ เถโร กิร ‘‘กถํ เทสิตา โข ธมฺมเทสนา สพฺเพสํ ปิยา มนาปา’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘สพฺเพปิ ปาสณฺฑา สพฺเพ เทวมนุสฺสา อตฺตโน อตฺตโน สมเย ปุริสการํ วณฺณยนฺติ, วีริยสฺส อวณฺณวาที นาม นตฺถิ, วีริยปฺปฏิสํยุตฺตํ กตฺวา เทเสสฺสามิ. เอวมสฺส ธมฺมเทสนา สพฺเพสํ ปิยา ภวิสฺสติ มนาปา’’ติ ตฺวา ตีสุ ปิฏเกสุ วิจินิตฺวา ‘‘อารมฺภถ นิกฺกมถา’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๘๖) อิทํ คาถาทฺวยํ อภาสิ.
กึ อาโลโก อยนฺติ กสฺส นุ โข อยํ อาโลโกติ. วิจินนฺตานนฺติ จินฺเตนฺตานํ. สพฺเพติ โลกธาตุยํ สพฺเพ เทวา จ มนุสฺสา จ. โอสฏาย ปริสายาติ ธมฺมสฺสวนตฺถํ สโมสฏาย ปริมิตปริจฺฉินฺนาย ปริสาย. อตฺโถปิ เนสํ ปากโฏ อโหสีติ น เกวลํ เต สทฺทเมว อสฺโสสุํ, อถ โข อตฺโถปิ เตสํ ปกติสวนูปจาเร วิย ปากโฏ อโหสิ. เตน สหสฺสํ โลกธาตุํ วิฺาเปตีติ อธิปฺปาโย.
ปริหรนฺตีติ สิเนรุํ ทกฺขิณโต กตฺวา ปริวตฺเตนฺติ. วิโรจมานาติ อตฺตโน ชุติยา ทิพฺพมานา, โสภมานา วา. ตาว สหสฺสธา โลโกติ ยตฺตโก จนฺทิมสูริเยหิ โอภาสิยมาโน โลกธาตุสงฺขาโต เอเกโก โลโก, ตตฺตเกน ปมาเณน สหสฺสธา โลโก, อิมินา จกฺกวาเฬน สทฺธึ จกฺกวาฬสหสฺสนฺติ อตฺโถ. กสฺมา ปเนสา อานีตาติ เอสา จูฬนิกา โลกธาตุ ¶ กสฺมา ภควตา อานีตา, เทสิตาติ อตฺโถ. มชฺฌิมิกาย โลกธาตุยา ปริจฺเฉททสฺสนตฺถนฺติ ทฺวิสหสฺสิโลกธาตุยา ปริมาณทสฺสนตฺถํ.
สหสฺสิโลกธาตุยา สหสฺสี ทฺวิสหสฺสิโลกธาตุ, สา จกฺกวาฬคณนาย ทสสตสหสฺสจกฺกวาฬปริมาณา. เตนาห ‘‘สหสฺสจกฺกวาฬานิ สหสฺสภาเคน คเณตฺวา’’ติอาทิ. กมฺปนเทวตูปสงฺกมนาทินา ชาตจกฺกวาเฬน สห โยคกฺเขมํ านํ ชาติกฺเขตฺตํ. ตตฺตกาย เอว ชาติกฺเขตฺตภาโว ¶ ธมฺมตาวเสเนว เวทิตพฺโพ, ‘‘ปริคฺคหวเสนา’’ติ เกจิ. สพฺเพสมฺปิ พุทฺธานํ เอวํ ชาติกฺเขตฺตํ ตนฺนิวาสีนํเยว จ เทวตานํ ธมฺมาภิสมโยติ วทนฺติ. ปฏิสนฺธิคฺคหณาทีนํ สตฺตนฺนํเยว คหณํ นิทสฺสนมตฺตํ มหาภินีหาราทิกาเลปิ ตสฺส ปกมฺปนสฺส ลพฺภนโต.
สหสฺสํ สหสฺสธา กตฺวา คณิตํ มชฺฌิมิกนฺติอาทินา มชฺฌิมิกาย โลกธาตุยา สหสฺสํ ติสหสฺสิโลกธาตุ, สาเยว จ มหาสหสฺสิโลกธาตูติ ทสฺเสติ. สรเสเนว อาณาปวตฺตนํ อาณากฺเขตฺตํ, ยํ เอกชฺฌํ สํวฏฺฏติ วิวฏฺฏติ จ. อาณา ผรตีติ ตนฺนิวาสิเทวตานํ สิรสา สมฺปฏิจฺฉเนน วตฺตติ, ตฺจ โข เกวลํ พุทฺธานุภาเวเนว, อธิปฺปายวเสน จ ปน ‘‘ยาวตา ปน อากงฺเขยฺยา’’ติ (อ. นิ. ๓.๘๑) วจนโต พุทฺธานํ อวิสโย นาม นตฺถิ, วิสยกฺเขตฺตสฺส ปมาณปริจฺเฉโท นาม นตฺถิ. วิสโมติ สูริยุคฺคมนาทีนํ วิสมภาวโต วิสโม. เตเนวาห ‘‘เอกสฺมึ าเน สูริโย อุคฺคโต โหตี’’ติอาทิ. เสสเมตฺถ สุวิฺเยฺยเมว.
จูฬนิกาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺิตา.
อานนฺทวคฺควณฺณนา นิฏฺิตา.