📜

ปาฏิเทสนียกถาวณฺณนา

๑๘๓๐-๑. เอวํ นาติสงฺเขปวิตฺถารนเยน ทฺเวนวุติ ปาจิตฺติยานิ ทสฺเสตฺวา ตทนนฺตรํ นิทฺทิฏฺเ ปาฏิเทสนีเย ทสฺเสตุมาห ‘‘โย จนฺตรฆร’’นฺติอาทิ. ตตฺถ อนฺตรฆรนฺติ รถิกาทิมาห. ยถาห ‘‘อนฺตรฆรํ นาม รถิกา พฺยูหํ สิงฺฆาฏกํ ฆร’’นฺติ.

โย ปน ภิกฺขุ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺาย อฺาติกาย ภิกฺขุนิยา หตฺถโต ยํ กิฺจิ ขาทนํ, โภชนมฺปิ วา สหตฺถา ปฏิคฺคณฺเหยฺย, ตสฺส ภิกฺขุโน คหเณ ทุกฺกฏํ, โภเค อชฺโฌหาเร ปาฏิเทสนียํ สิยาติ โยชนา.

อิโต ปฏฺาย จตสฺโส คาถา อุปฺปฏิปาฏิยา โปตฺถเกสุ ลิขิตา, ตาสํ อยํ ปฏิปาฏิ – ‘‘เอตฺถนฺตรฆร’’นฺติ ตติยา, ‘‘ตสฺมา ภิกฺขุนิยา’’ติ จตุตฺถี, ‘‘รถิกาทีสู’’ติ ปฺจมี , ‘‘รถิกายปิ วา’’ติ ฉฏฺี. ปฏิปาฏิ ปนายํ มาติกฏฺกถกฺกเมน เวทิตพฺพา. อิมาย ปฏิปาฏิยา ตาสํ อตฺถวณฺณนา โหติ –

๑๘๓๒-๓. ปุริมคาถาทฺวเยน ปทภาชนาคตสามฺวินิจฺฉยํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อฏฺกถาคตํ วิเสสํ ทสฺเสตุมาห ‘‘เอตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถ เอตฺถาติ อิมสฺมึ ปมปาฏิเทสนียสิกฺขาปเท. ตสฺสาติ อฺาติกภิกฺขุนิยา. วากฺยโตติ ‘‘อนฺตรฆรํ ปวิฏฺายา’’ติ วจนโต. หิ-สทฺโท เหตุมฺหิ. ยสฺมา ภิกฺขุสฺส ิตฏฺานํ นปฺปมาณนฺติ อฏฺกถาย (ปาจิ. อฏฺ. ๕๕๓) วณฺณิตํ, ตสฺมา อารามาทีสุ ตฺวา เทนฺติยา ภิกฺขุนิยา หตฺถโต วีถิอาทีสุ ตฺวา โย ปฏิคฺคณฺเหยฺย เจ, เอวํ ปฏิคฺคณฺหโต ตสฺส ภิกฺขุโน น โทโสติ โยชนา. ปริโภคสฺส ปฏิคฺคหณมูลกตฺตา น โทโส. ‘‘ปฏิคฺคณฺหโต’’ติ อิมินา ปริโภเค ปาฏิเทสนียาภาโว จ ทีปิโต โหติ.

๑๘๓๔. สเจ ภิกฺขุนี รถิกาทีสุ ตฺวา โภชนํ เทติ, ภิกฺขุ อนฺตราราเม ตฺวา ปฏิคฺคณฺหาติ เจ, ตสฺส อาปตฺตีติ โยชนา. คาถาพนฺธวเสน ‘‘ภิกฺขุนิ โภชน’’นฺติ รสฺสตฺตํ. อาปตฺตีติ จ ปฏิคฺคหณปริโภเคสุ ทุกฺกฏปาฏิเทสนียาปตฺติโย สนฺธาย วุตฺตํ.

๑๘๓๕. รถิกาทีสุ ตฺวา ภิกฺขุนี โภชนํ เทติ เจ, ตํ รถิกายปิ วา…เป… อยํ นโยติ โยชนา. ตตฺถ รถิกาติ รจฺฉา. พฺยูหนฺติ อนิพฺพิชฺฌิตฺวา ิตา คตปจฺจาคตรจฺฉา. สนฺธิ นาม ฆรสนฺธิ. สิงฺฆาฏกนฺติ จตุกฺโกณํ วา ติโกณํ วา มคฺคสโมธานฏฺานํ. อยํ นโยติ ‘‘อาปตฺตี’’ติ อนนฺตรคาถาย วุตฺตนโย.

๑๘๓๗. อามิเสน อสมฺภินฺนรสํ สนฺธาย อิทํ ทุกฺกฏํ ภาสิตํ. อามิเสน สมฺภินฺเน เอกรเส ยามกาลิกาทิมฺหิ ปฏิคฺคเหตฺวา อชฺโฌหาเร ปาฏิเทสนียาปตฺติ สิยาติ โยชนา.

๑๘๓๘. เอกโตอุปสมฺปนฺนหตฺถโตติ ภิกฺขุนีนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนาย หตฺถโต. ยถาห ‘‘เอกโตอุปสมฺปนฺนายาติ ภิกฺขุนีนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนายา’’ติ (ปาจิ. อฏฺ. ๕๕๓). ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนาย ปน ยถาวตฺถุกเมวาติ.

๑๘๓๙. อฺาติกาย าติกสฺิสฺส, ตเถว วิมติสฺส จ ทุกฺกฏนฺติ โยชนา.

๑๘๔๐. อฺาติกาย ทาเปนฺติยา ภูมิยา นิกฺขิปิตฺวา ททมานาย วา อนฺตรารามาทีสุ ตฺวา เทนฺติยา ปฏิคฺคณฺหโต ภิกฺขุสฺส อนาปตฺตีติ โยชนา. อนฺตรารามาทีสูติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน ภิกฺขุนุปสฺสยติตฺถิยเสยฺยาปฏิกฺกมนาทึ สงฺคณฺหาติ. ปฏิกฺกมนํ นาม โภชนสาลา.

๑๘๔๑. คามโต พหิ นีหริตฺวา เทตีติ โยชนา.

๑๘๔๒. หตฺถโตติ เอตฺถ ‘‘คหเณ’’ติ เสโส. ตถาติ อนาปตฺติ. สมุฏฺานํ อิทํ สิกฺขาปทํ เอฬกโลเมน สมํ มตนฺติ โยชนา.

ปมปาฏิเทสนียกถาวณฺณนา.

๑๘๔๓-๔. อวุตฺเตติ วกฺขมานนเยน อวุตฺเต. เอเกนปิ จ ภิกฺขุนาติ สมฺพนฺโธ. อปสกฺกาติ อปคจฺฉ. อาทิ-อตฺถวาจินา อิติ-สทฺเทน ‘‘อปสกฺก ตาว, ภคินิ, ยาว ภิกฺขู ภุฺชนฺตี’’ติ วากฺยเสโส สงฺคหิโตติ ทฏฺพฺโพ. อิมินา อปสาทนากาโร สนฺทสฺสิโต. ‘‘เอเกนปิ จ ภิกฺขุนา’’ติ อิมินา อวกํโส ทสฺสิโต. อุกฺกํโส ปน ‘‘เตหิ ภิกฺขูหิ สา ภิกฺขุนี อปสาเทตพฺพา’’ติ ปาฬิโตปิ ทฏฺพฺโพ. ‘‘อามิส’’นฺติ สามฺวจเนปิ ปฺจนฺนํ โภชนานํ อฺตรสฺเสว คหณํ. ยถาห ‘‘ปฺจนฺนํ โภชนานํ อฺตเรนา’’ติ. โภเคติ จ เอกโตอุปสมฺปนฺนนฺติ จ วุตฺตตฺถเมว.

๑๘๔๕. ตเถวาติ ทุกฺกฏํ. ตตฺถาติ อนุปสมฺปนฺนาย.

๑๘๔๖. อตฺตโน ภตฺเต ทินฺเนปิ อิมินา สิกฺขาปเทน อนาปตฺติ, ปุริมสิกฺขาปเทน ปน อาปตฺติสมฺภวา ‘‘น เทตี’’ติ วุตฺตํ. ยถาห ‘‘อตฺตโน ภตฺตํ ทาเปติ, น เทตีติ เอตฺถ สเจปิ อตฺตโน ภตฺตํ เทติ, อิมินา สิกฺขาปเทน อนาปตฺติเยว, ปุริมสิกฺขาปเทน อาปตฺตี’’ติ (ปาจิ. อฏฺ. ๕๕๘). ตถาติ อนาปตฺติ. อุภยสิกฺขาปเทหิปิ อนาปตฺตึ ทสฺเสตุมาห ‘‘ปเทติ เจ’’ติ. ยถาห ‘‘อฺเสํ ภตฺตํ เทติ, น ทาเปตีติ เอตฺถ ปน สเจปิ ทาเปยฺย, อิมินา สิกฺขาปเทน อาปตฺติ ภเวยฺย, เทนฺติยา ปน เนว อิมินา, น ปุริเมน อาปตฺตี’’ติ.

๑๘๔๗. ภิกฺขุนี ยํ น ทินฺนํ, ตํ ทาเปติ, ยตฺถ วา น ทินฺนํ, ตตฺถ ทาเปติ, ตมฺปิ สพฺเพสํ มิตฺตามิตฺตานํ สมํ ทาเปติ, ตตฺถาปิ อนาปตฺติ.

๑๘๔๘. สิกฺขมานา วา สามเณริกา วา ‘‘อิธ สูปํ เทถ, โอทนํ เทถา’’ติ โวสาสนฺตี วิธานํ กโรนฺตี ิตา, ตํ อนปสาเทนฺตสฺส อนาปตฺติ. ปฺเจว โภชนานิ วินา อฺํ โวสาสนฺตึ ภิกฺขุนึ อนปสาเทนฺตสฺส อนาปตฺติ. อนปสาเทนฺตสฺส อุมฺมตฺตกาทิโนปิ อนาปตฺตีติ โยชนา.

๑๘๔๙. สมุฏฺานนฺติ เอตฺถ ‘‘อิมสฺสา’’ติ เสโส. โภชนํ กิริยํ, โวสาสนฺติยา อนิวารณํ อกิริยนฺติ เอวมิทํ กฺริยากฺริยํ.

ทุติยปาฏิเทสนียกถาวณฺณนา.

๑๘๕๐-๑. เสกฺขนฺติ สมฺมเตติ ‘‘เสกฺขสมฺมตํ นาม กุลํ ยํ กุลํ สทฺธาย วฑฺฒติ, โภเคน หายติ, เอวรูปสฺส กุลสฺส ตฺติทุติเยน กมฺเมน เสกฺขสมฺมุติ ทินฺนา โหตี’’ติ (ปาจิ. ๕๖๗) วุตฺตํ อิทํ กุลํ เสกฺขสมฺมตํ นาม. เตนาห ‘‘ลทฺธสมฺมุติเก กุเล’’ติ. ลทฺธา สมฺมุติ เยนาติ วิคฺคโห. ฆรูปจารํ โอกฺกนฺเต นิมนฺติโตปิ อนิมนฺติโตว โหตีติ อาห ‘‘ฆรูปจาโรกฺกมนา ปุพฺเพวา’’ติ. ยถาห ‘‘อนิมนฺติโต นาม อชฺชตนาย วา สฺวาตนาย วา อนิมนฺติโต, ฆรูปจารํ โอกฺกมนฺเต นิมนฺเตติ, เอโส อนิมนฺติโต นามา’’ติ (ปาจิ. ๕๖๗).

‘‘อคิลาโน นาม โย สกฺโกติ ปิณฺฑาย จริตุ’’นฺติ วุตฺตตฺตา ภิกฺขาย จริตุํ สมตฺโถ อคิลาโน นาม. คเหตฺวาติ สหตฺถา ปฏิคฺคเหตฺวา. ‘‘อามิส’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ยถาห ‘‘ขาทนียํ วา โภชนียํ วา สหตฺถา ปฏิคฺคเหตฺวา’’ติ (ปาจิ. ๕๖๗). คหเณติ เอตฺถ ‘‘อาหารตฺถายา’’ติ เสโส.

๑๘๕๓. ตตฺถาติ อเสกฺขสมฺมเต กุเล. ตเถว ปริทีปิตนฺติ ทุกฺกฏํ ปริทีปิตํ.

๑๘๕๔. นิมนฺติตสฺส วาติ เอตฺถ วา-สทฺเทน นิมนฺติตสฺส อวเสสํ คณฺหาติ. ยถาห ‘‘นิมนฺติตสฺส วา คิลานสฺส วา เสสกํ ภุฺชตี’’ติ. อฺเสํ ภิกฺขา ตตฺถ ทียตีติ โยชนา. ตตฺถาติ ตสฺมึ เสกฺขสมฺมเต กุเล.

๑๘๕๕. ยตฺถกตฺถจีติ อาสนสาลาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ. นิจฺจภตฺตาทิเก วาปีติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน สลากภตฺตปกฺขิกอุโปสถิกปาฏิปทิกภตฺตานํ คหณํ.

๑๘๕๖. ทฺวาเรติ เอตฺถ ‘‘เปตฺวา’’ติ เสโส. สมฺปตฺเตติ เอตฺถ ‘‘ปจฺฉา’’ติ เสโส. ยถาห ‘‘สเจปิ อนาคเต ภิกฺขุมฺหิ ปมํเยว นีหริตฺวา ทฺวาเร เปตฺวา ปจฺฉา สมฺปตฺตสฺส เทนฺติ, วฏฺฏตี’’ติ (ปาจิ. อฏฺ. ๕๖๙).

๑๘๕๗. มหาปจฺจริยา(ปอาจิ. อฏฺ. ๕๖๙) คตวินิจฺฉยํ ทสฺเสตุมาห ‘‘ภิกฺขุ’’นฺติอาทิ. สมุฏฺาเนฬกูปมนฺติ สมุฏฺานโต เอฬกโลมสิกฺขาปทสทิสนฺติ อตฺโถ.

ตติยปาฏิเทสนียกถาวณฺณนา.

๑๘๕๘-๙. ‘‘ปฺจนฺนํ ปฏิสํวิทิตํ, เอตํ อปฺปฏิสํวิทิตํ นามา’’ติ วจนโต จ อิธาปิ ‘‘สหธมฺมิกาปิต’’นฺติ วกฺขมานตฺตา จ อคหฏฺ-สทฺเทน ปริพฺพาชกานํ คหณํ. วุตฺตเมว นยํ โวหารนฺตเรน ทสฺเสตุมาห ‘‘อิตฺถิยา ปุริเสน วา’’ติ. ‘‘ยานิ โข ปน ตานิ อารฺกานิ เสนาสนานี’’ติ (ปาจิ. ๕๗๓) วจนโต อารามนฺติ อารฺการามมาห. สเจ เอวมาโรจิตํ ปฏิสํวิทิตนฺติ หิ วุตฺตํ ปทภาชเนติ (ปาจิ. ๕๗๓) โยชนา. ปฏิสํวิทิตนฺติ ปเคว นิเวทิตํ.

๑๘๖๐. ปจฺฉา ยถาโรจิตํ ตเมว วา ตสฺส จ ปริวารํ กตฺวา อฺํ พหุํ วา อาหรียตุ, ตมฺปิ ปฏิสํเวทิตํ นามาติ โยชนา.

๑๘๖๑. ยาคุยา วิทิตํ กตฺวาติ เอตฺถ ‘‘ตํ เปตฺวา’’ติ อิทํ สามตฺถิยา ลพฺภติ. อิทมฺปิ วิทิตํ กุรุนฺทิยํ วฏฺฏตีติ วุตฺตนฺติ โยชนา.

๑๘๖๒. ปนาติ อปิ-สทฺทตฺโถ. อฺานิปิ กุลานีติ โยชนา. เอตฺถ ‘‘อสุกํ นาม กุลํ ปฏิสํเวทิตํ กตฺวา ขาทนียาทีนิ คเหตฺวา คจฺฉตีติ สุตฺวา’’ติ (ปาจิ. อฏฺ. ๕๗๓) อฏฺกถาเสโส. เตนาติ กตปฏิสํเวทิเตน. ตมฺปิ จ สพฺพํ วฏฺฏตีติ โยชนา.

๑๘๖๓. เอวํ ยํ อนาโรจิตนฺติ ‘‘อารามํ วา อุปจารํ วา ปวิสิตฺวา’’ติอาทินา นเยน ยํ ปมํ อนิเวทิตํ. ‘‘เอว’’นฺติ อิทํ ‘‘ยํ อารามมนาภต’’นฺติ อิมินาปิ โยเชตพฺพํ. เอวนฺติ ‘‘ตสฺส ปริวารํ กตฺวา’’ติอาทินา ปกาเรน. ‘‘ตํ อสํวิทิตํ นามา’’ติ อิทํ ‘‘สหธมฺมิกาปิต’’นฺติ อิมินาปิ โยเชตพฺพํ. ยถาห ‘‘ปฺจนฺนํ ปฏิสํวิทิตํ, เอตํ อปฺปฏิสํวิทิตํ นามา’’ติ (ปาจิ. ๕๗๓). อฏฺกถายฺจ ‘‘ปฺจนฺนํ ปฏิสํวิทิตนฺติ ปฺจสุ สหธมฺมิเกสุ ยํ กิฺจิ เปเสตฺวา ‘ขาทนียํ วา โภชนียํ วา อาหริสฺสามา’ติ ปฏิสํวิทิตํ กตมฺปิ อปฺปฏิสํวิทิตเมวาติ อตฺโถ’’ติ (ปาจิ. อฏฺ. ๕๗๓) วุตฺตํ.

๑๘๖๔. การาเปตฺวาติ เอตฺถ ‘‘ปฏิสํวิทิต’’นฺติ เสโส.

๑๘๖๕. ภิกฺขุนา วา คนฺตฺวา อนฺตรามคฺเค คเหตพฺพนฺติ โยชนา. เอวมกตฺวาติ ‘‘พหิอารามํ เปเสตฺวา’’ติอาทินา วุตฺตวิธานํ อกตฺวา. อุปจารโตติ เอตฺถ ภุมฺมตฺเถ โต-ปจฺจโย เวทิตพฺโพ.

๑๘๖๘. ‘‘ปฏิสํวิทิเต’’ติอาทีนํ ปทานํ ‘‘อนาปตฺเต วา’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ปฏิสํวิทิเตติ เอตฺถ ‘‘คิลานสฺสา’’ติ เสโส. ปฏิสํวิทิเต อนาปตฺติ, คิลานสฺสาปิ อนาปตฺติ, อปฺปฏิสํวิทิเตปิ ตสฺส ปฏิสํวิทิตสฺส อวเสสเก วา คิลานสฺส อวเสสเก วา อนาปตฺติ เอวาติ สมฺพนฺโธ . ยถาห อนาปตฺติวาเร ‘‘ปฏิสํวิทิตสฺส วา คิลานสฺส วา เสสกํ ภุฺชตี’’ติ (ปาจิ. ๕๗๕). พหาราเม ปฏิคฺคเหตฺวา อนฺโตเยว ภุฺชโต อสฺส อนาปตฺตีติ โยชนา. คเหตฺวา วาติ เอตฺถ วา-สทฺโท ‘‘ตสฺสา’’ติอาทีสุปิ โยเชตพฺโพ.

๑๘๖๙. ตตฺถาติ ตสฺมึ อารฺการาเม. ขาทโต อนาปตฺติ เอวาติ โยชนา, ตตฺถ ‘‘อฺเน กปฺปิยํ กตฺวา ทินฺนานี’’ติ เสโส.

จตุตฺถปาฏิเทสนียกถาวณฺณนา.

อิติ วินยตฺถสารสนฺทีปนิยา วินยวินิจฺฉยวณฺณนาย

ปาฏิเทสนียกถาวณฺณนา นิฏฺิตา.